[FIC-KW/TJ/CNN]Never Let you go # 15

Title: Never Let you go
Chapter :#15 Let the sky fail ลมหายใจของเมื่อวาน
Couple : NICHKHUN x WOOYOUNG , Taecyoun x Jaebeom,Chansung x Junho, Jun.K
Rate : > NC15
Writer : LoveMe [KissMe] <
Song: Adele – Skyfall
*เนื้อหาในเรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการของผู้แต่ง ไม่เกี่ยวข้องกับสถานที่ สถานการณ์และบุคคลจริงใด ๆ ทั้งสิ้น*
Let the sky fail ลมหายใจของเมื่อวาน
แต่ก่อนยังไงวันนี้ก็ยังคงเหมือนเดิม ไม่มีใครมาเพิ่มเติม
ทุกอย่างยังคงเหมือนอดีตในวันนั้น
…………………….
ตอนนี้เขากับนิชคุณกำลังนั่งฟังพี่มินแจพูดอยู่ตรงหน้า พี่มินแจมาแจ้งข่าวดีให้พวกเขาฟังว่าพวกเขาจะได้รับวันหยุดเป็นพิเศษ เพื่อที่จะออกรายการต่างๆ ร่วมกับสมาชิกที่เหลือทั้งวง ต่อจากนี้อีกสองวันสมาชิกทั้งหมดของวง 2PM กำลังจะมาที่ญี่ปุ่น พวกเขาสองคนได้วันหยุดเพื่อรอสมาชิกที่เหลือ วันหยุดที่ไม่นานนักจะมี วันหยุดที่เป็นข่าวดีแต่ก็มีเพียงเขาสองคนที่รับรู้ว่ามันเป็นข่าวดีที่หนักอึ้งเพียงใด เป็นข่าวดีที่แอบแฝงความใจร้ายเอาไว้แค่ไหนกัน
พี่มินแจกลับไปแล้วได้ราวสิบนาทีแต่สมาชิกวง 2PM สองคนที่วันนี้ว่างงานก็ยังคงนั่งอยู่ข้างๆ กันด้วยความเงียบกริบ อูยองนั่งมองฝ่ามือตัวเองที่กำหลวมๆ ไว้บนตัก ในขณะที่นิชคุณกำลังหันมามองเสี้ยวหน้าเอิบอิ่มของอูยอง
“ถ้าอีกสองวันชานซอง จุนโฮ พี่แทคกับพี่จุนซูมาที่ญี่ปุ่น ก็หมายความว่าเราจะไม่ได้อยู่ด้วยกันสองคนที่ญี่ปุ่นอีกแล้วสินะครับ” อูยองเอ่ยพูดกระซิบด้วยเสียงแผ่วเบา พอพิจารณาถึงสิ่งที่นิชคุณเคยบอกสัญญาไว้แล้วเขาเองก็เสียดายและรู้สึกเบาหวิวในหัวใจเช่นกัน ..มันกำลังจะจบลงแล้วงั้นหรือ
“หมายความว่าสัญญาเรื่องแฟนของเราก็กำลังจะจบลงเพราะว่าเงื่อนไขในสัญญาของเรามันไม่ใช่แบบนั้นแล้ว” อูยองพูดต่อออกมา หันไปมองนิชคุณที่กำลังมองกันอยู่ แววตาของนิชคุณมีร่องรอยของความเจ็บปวดอยู่ ความรู้สึกเฉกเช่นเดียวกับที่อยู่ในหัวใจของอูยอง อูยองรู้สึกอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่เขาก็คิดไม่ออกในหัวใจมันอึดอัดเกินไป
นิชคุณเองก็รู้สึกเช่นนั้นแต่ก็ไม่อาจที่จะเอ่ยพูดอะไรแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้ได้  เพราะว่าไม่กล้าจะยอมรับออกมาว่าต่างก็รักกันและกันมากเท่าไร จึงต้องใช้คำสัญญาผูกมัดตัวเองเอาไว้ เงื่อนไขที่เคยบอกกันในวันนั้นมันเป็นเหมือนกับเส้นเชือกบางๆที่ผูกมัดเขาทั้งคู่เอาไว้และตอนนี้เส้นเชือกนั้นกำลังตึงแน่นแล้วก็กำลังจะขาดลง ปล่อยเขาทั้งคู่ออกจากคำสัญญาที่เราต่างเคยมอบไว้ให้แก่กันและกัน
หากกล้ายอมรับสิ่งที่ใจตัวเองต่างก็รู้สึกบางทีเขาอาจจะไม่ต้องใส่ใจสัญญาปากเปล่านั่นเลยก็ได้ แต่เขามันคนขี้ขลาด จาง อูยองก็แค่คนขี้ขลาดคนนึงที่กลัวเจ็บจนไม่กล้าจะเผชิญหน้ากับความรักที่ตัวเองมี
“พอพวกนั้นมาถึงเรื่องราวของเราที่ญี่ปุ่นก็จะกลายเป็นความฝันอีกบทนึง” นิชคุณพูดออกมาบ้างก่อนที่จะทิ้งให้ทั้งห้องเงียบเช่นเคย
…………………….
หากอยู่โดยไม่มีหัวใจ ..มนุษย์คงไม่อาจดำรงอยู่ได้
แล้วถ้าหากอยู่อย่างไม่มีจิตใจล่ะ ..เขาคงต้องลองพิสูจน์ดูเอาเองว่าแค่ความทรงจำและลมหายใจของเมื่อวานจะเพียงพอหรือเปล่าสำหรับการมีชีวิตอยู่ต่อไปในวันพรุ่งนี้
เขาคงจำเป็นที่ต้องพิสูจน์มัน เมื่อไม่มีทางเลือกอื่นใดเลย
เมื่อความจริงและความฝันต่างยากเกินกว่าที่จะทำความเข้าใจได้
 ..บางทีเราก็คงจำเป็นที่จะต้องปล่อยมันไปทั้งคู่
…………………….
เสียงเคาะประตูห้องทำให้จุนซูเดินลุกไปเปิดประตูอย่างไม่ต้องคิดอะไรมากมายเพราะว่าคนที่เขานัดเอาไว้ก็มีแค่คนเดียว ยกมือทักทายคนที่ยืนทำหน้าคิดมากอยู่ตรงประตูห้อง จุนซูวาดกอดรอบคนตัวเล็กอย่างที่ทำเป็นประจำยามเจอเพื่อนแล้วพาหัวหน้าวงของเขาเข้ามาในห้องนั่งเล่นของหอพัก
“พวกที่เหลือเดินทางไปญี่ปุ่นแล้วเหรอ” แจบอมเอ่ยถามออกมาคำถามแรก จุนซูยักไหล่วาดยิ้มให้ตอนนี้ชานซองกับจุนโฮไปถ่ายรายการเพื่อเคลียร์งานก่อนไปญี่ปุ่น ส่วนแทคยอนรายนั้นก็ออกไปเอาของที่นอกเมืองให้ตามคำไหว้วานของเขา
“อืม พวกนั้นเดินทางไปญี่ปุ่นหมดละ” ความจริงบางข้อก็ไม่จำเป็นต้องบอกหากมันไม่ประโยชน์อะไร บางครั้งเขาก็ต้องคิดแบบนี้ล่ะนะ เป็นคิม จุนซูนี่เหนื่อยจริงๆ
“นายมีอะไรเหรอถึงตามฉันมาที่นี่” เจย์เอ่ยถามต่อทันทีไม่แม้แต่จะนั่งพักลงก่อน จุนซูไม่เอ่ยตอบเเต่เดินนำไปนั่งที่โซฟา
“ฉันจำได้ว่านายชอบนั่งโซฟาตัวนั้นเบียดกับอีกคนนึง พวกเราจะนั่งเรียงกันเจ็ดคนดูทีวีบ้าง ดูโชว์ของพวกเราเพื่อหาความผิดพลาดการแสดงเอาไปปรับปรุงกันบ่อยๆ ฉันจำได้ว่าตอนนั้นแม้เราจะยังไม่ดังมากแถมโดนด่าโดนว่าว่างี่เง่า มีแต่แรง หรือร้องเพลงเพี้ยนพวกเราก็ยังหัวเราะด้วยกันทุกวัน ต่อให้วันไหนมีน้ำตา วันต่อมาพวกเราก็ยิ้มได้แล้วเวลาอยู่ด้วยกัน” จุนซูเอ่ยพูดยาวยืดเมื่อเห็นว่าเจย์นั่งลงบนโซฟาตัวที่ชอบนั่งแล้วจึงได้เงียบลง จุนซูไม่เอ่ยอะไรต่อปล่อยให้เวลาที่เคลื่อนไหวในห้องไหลผ่านไปอย่างเงียบๆ แจบอมเองก็ไม่นึกอยากจะพูดอะไรขึ้นมาเช่นกันเพราะยอมรับจากหัวใจดวงนี้ที่แสนอ่อนแอเลยว่าเขาคิดถึงเหลือเกิน คิดถึงบรรยากาศเหล่านั้น คิดถึงห้องห้องนี้ คิดถึงวันเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน ช่วงเวลาที่ไม่มีวันหวนคืนมา วันเวลาที่แสนจะมีค่าเหลือเกิน
“คิดถึงวันเวลาเก่า ๆ เนอะ เจย์” ยันตัวลุกขึ้นนั่งให้มั่นคงเท้าศอกไว้กับต้นขาตัวเองเพื่อเป็นหลักในการวางคางลงไปบนฝ่ามือใช้ดวงตาคู่ตี่ที่มีจ้องมองคนตรงหน้า
“นายตามฉันมาเพื่อพูดเรื่องพวกนี้น่ะเหรอ จุนซู งั้นฉันกลับแล้วนะ” แจบอมยกมือขึ้นซับดวงตาเรียวเฉี่ยวของตัวเองอย่างรวดเร็วพอกับตัวที่ลุกขึ้นแล้วเดินออกไป แต่จุนซูก็ไวพอจะจับยึดข้อมือเล็กเอาไว้
“ฉันรู้นะว่านายทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อพวกเรา นายยอมที่จะสู้เพียงลำพัง นายยอมที่จะออกไปเพื่อพวกเรา ฉันขอบคุณในสิ่งที่นายทำเจย์ แต่พวกเราไม่เคยอยากให้มันเป็นอย่างนั้น ต่อให้เจ็บให้ตาย ทุรนทุรายเพราะความโหดร้ายของวงการนี้ ต่อให้ทุกคนกลายเป็นแอนตี้แฟน แล้วเหลือแฟนคลับเพียงคนเดียวที่เชียร์พวกเราเจ็ดคน นายก็รู้ว่าถ้าเป็นแบบนั้นพวกเราจะรู้สึกดีมากกว่าที่นายเสียสละเพื่อเราแบบนี้ แต่นายก็ยังยอมเอาตัวนายแลกเพื่อพวกเรา เจย์นายไม่จำเป็นต้องทรมานตัวเอง นายควรจะมีความสุขกับชีวิตของนายบ้าง นายควรที่จะอยู่กับคนที่นายรัก เจย์ผ่อนปรนให้ตัวเองบ้างเถอะ” จุนซูหยุดหายใจเพราะพูดต่อเนื่องกันยาวนาน จ้องมองหัวหน้าวงที่หันกลับมามอง ดวงหน้าขาวนัยน์ตาวาวไปด้วยน้ำใส ๆ
“ฉันไม่อยากทำให้พวกเขาผิดหวังอีกแล้วจุนซู แค่ข้อความที่ฉันโพสต์ไปอย่างไม่มีสตินั่นมันก็ทำให้เรื่องราวแย่มากขนาดนี้แล้ว” พวกเขาที่เจย์เอ่ยถึงไม่ใช่ใครที่ไหนเลย จุนซูรู้พวกเขาเหล่านั้นก็คือแฟนคลับและทุกคนที่จับตาจ้องมองพวกเราอยู่
“แล้วเรื่องนี้ล่ะ เรื่องของฉันกับแทคมันไม่ปกติเลย มันผิดต่อทุกคน นายคิดว่าคนอื่นเขาจะคิดยังไง แฟนคลับอีกที่ศิลปินของพวกเขา ไอดอลสัตว์ป่ากลับกลายมารักกันเอง เป็นเกย์เป็นพวกผิดเพศ”เจย์พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครืออย่างหวาดกลัว ร่างขาวเล็กทรุดลงกับพื้นห้องโดยมีจุนซูนั่งมองอยู่ข้าง ๆ ลูบผิวหลังฝ่ามืออย่างนิ่มนวลและปลอบโยน
“แล้วเขาอีกล่ะ หมอนั่นเป็นลูกชายที่เป็นความหวังของพ่อแม่ เป็นคนที่ทุกคนคาดหวังไว้มากมาย ใครๆ ก็คิดว่านั่นน่ะ แรฟเปอร์นำของ 2PM แฟนต้องสวยมากๆ แน่เลย แล้วคนคนนั้นกับเป็นฉันงั้นเหรอ” แหงนหน้าขึ้นจ้องมองดวงตาของจุนซู มือขาวบีบฝ่ามือของจุนซูจนแน่น
“ถ้าเรื่องนี้มันแค่อารมณ์ชั่ววูบล่ะจุนซู ถ้าวันนึงเราโตกว่านี้ ถ้าวันนึงแทคไปเจอคนอื่นแล้วก็นึกขึ้นได้ว่า ฉันเป็นแค่เรื่องตลกฆ่าเวลาของช่วงชีวิตที่ฮอร์โมนพลุ่งพล่านแต่หาที่ระบายออกไม่ได้ล่ะ” จุนซูรั้งหัวหน้าวงตัวเล็กของเขามาไว้ในอ้อมกอด หัวหน้าวงที่น้อยครั้งเหลือเกินจะเผยมุมอ่อนแอหรือน้ำตามาให้พวกเขาเห็น กำลังสั่นเทาอยู่ในอ้อมกอดของเขา
“จุนซูฉันกลัว ฉันมันคนอ่อนแอ ฉันไม่พร้อมที่จะเจ็บปวด ไม่พร้อมที่จะร้องไห้ ไม่พร้อมที่จะโดนทิ้งถ้าปล่อยให้เรื่องราวของเราผ่านไปนานกว่านี้ ถ้าฉันรักแทคยิ่งกว่านี้ ปล่อยให้เรื่องของเราผูกพันกันกว่านี้ฉันจะไม่มีวันตัดใจจากแทคได้ จุนซูฉันจะทำยังไง ถ้าต้องเลิกรักแทคตอนนั้น ฉันต้องตายแน่ ๆ ฉันทำไม่ถูกหรือยังไงที่คิดจะตัดไฟตั้งแต่ต้นลม จบปัญหาทุกอย่างตั้งแต่ตอนนี้ ฉันผิดเหรอที่กลัวว่าจะรักไปมากกว่านี้ถึงต้องบอกให้ตัวเองตัดใจฉันผิดเหรอ คิม จุนซู”
“ปาร์ค แจบอม” ลูบผมนิ่มของคนในอ้อมกอดแผ่วเบา น้ำเสียงไพเราะขับขานเรียกชื่อที่ฟังกี่หนก็ทำให้รู้สึกอุ่นใจอยู่เสมอมันแผ่วเบาแต่ทรงพลัง
“นายไม่ผิดหรอกที่จะรู้สึกแบบนั้น แต่ฉันขอถามอะไรนายหน่อยนะเจย์ เวลานายกอดผู้ชายคนอื่นหรือโดนผู้ชายคนอื่นกอดเหมือนอย่างที่ฉันกอดนายตอนนี้ มันรู้สึกไม่เหมือนเวลาอยู่กับแทคใช่ไหม มันต่างกันและนายก็รู้สึกดีกว่าถ้าเปลี่ยนจากฉันเป็นแทค นายลองถามตัวเองดูนายชอบผู้ชาย หรือว่านายชอบอค แทคยอน” จุนซูเว้นช่วงไปเมื่อรู้สึกว่าคนในอ้อมกอดสั่นเทากว่าเก่า อ้อมแขนจึงเพิ่มแรงกอดรัดมากขึ้น
“ตลอดเวลาที่นายไปอยู่โดยไม่มีแทคยอน นายหยุดรักมันได้ไหม นายรู้สึกทุรนทุรายเหมือนจะขาดใจตายให้ได้ใช่ไหมล่ะ แค่คิดถึงชื่อหรือหน้า หรือแค่กลิ่นผมหลังจากที่แทคมันสระผมแล้วเข้ามาเล่นกับนาย นายก็รู้สึกเหมือนอกทั้งอกกำลังกัดกร่อนและจะสลายไปเลยใช่ไหมล่ะ เจย์ถ้าเป็นแค่รักชั่ววูบมันจะไม่ปางตายขนาดนั้นหรอกนะรู้ไหม เจย์”
“แล้วรู้ไหมแทคน่ะมันก็อาการไม่ได้ต่างจากนายเลยนะ ภายนอกมันอาจจะยิ้มแต่ข้างในหัวใจมันน่ะแหลกลานจนไม่เหลือดีเวลาที่ไม่มีนาย มันเป็นแบบนาย เป็นแบบที่ฉันบอกแต่อาจจะหนักมากกว่านี้อีกก็ได้”
“จุน ..จุนซู แต่..”
“เจย์ การที่จะหาคนที่เรารักและรักเรามากขนาดนี้เจอมันยากแสนยากนะเจย์ ถ้านายเจอมันแล้ว นายจะยอมปล่อยมันไปเพื่อคนอื่นทำไม เจย์” แล้วจุนซูก็เงียบลงเพื่อให้เจย์ได้ใช้ความคิดโดยมีอ้อมกอดนี้เป็นปราการให้สบายใจและวางใจ เขาจะไม่เร่งรัดและจะปล่อยให้เจย์ได้คิดดูและทำตามสิ่งที่หัวใจตัวเองต้องการ เขาไม่รีบร้อนเพราะเขามีเวลาอีกเกือบสามชั่วโมงกว่าจะถึงเวลาที่ให้แทคยอนกลับมาที่ห้อง
…………………….
เขาหวังว่ากว่าจะถึงตอนนั้นรอยยิ้มคงเป็นสิ่งที่แทคยอนจะได้รับตอบแทนเมื่อเดินเข้ามาในห้องนี้
“จุนซู ฉันควรทำยังไงต่อดี” เจย์ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หน้าคีบอร์ดแต่งเพลงของจุนซูเอ่ยถามเบาหวิว การที่เจย์ยังไม่กลับไปและยอมเดินเข้ามาในห้องของจุนซูที่มีรูมเมทเป็นแทคยอนแบบนี้มันก็บอกได้ดีแล้วว่าเจย์กำลังยอมปล่อยให้เรื่องราวเป็นไปตามที่ใจตัวเองต้องการมากขึ้นแล้ว
“นี่ความรักของนายเจย์ นายจะขว้างมันทิ้งไปหรือเก็บมันไว้ล่ะ” เลิกคิ้วถาม แจบอมขมวดคิ้วเมื่อทบทวนคิดตามคำพูดของจุนซู
“ถ้าฉันจะเก็บมันไว้ล่ะ”
“นายก็จะเหนื่อยขึ้น พยายามมากขึ้นแต่แน่นอนว่านายเองจะมีความสุขมากขึ้น เชื่อฉัน” แจบอมฟังแล้วก็ยกเข่าขึ้นมากอดวางคางไว้บนหัวเข่าตัวเอง
“เอางี้ในระหว่างที่นายตัดสินใจว่านายจะทำยังไงต่อไปดี ฉันมีอะไรจะให้นายดู แล้วก็จะบอกนายด้วย” แจบอมเงยหน้าขึ้นมองจุนซูที่เดินวนไปวนมาอยู่ในห้อง รื้อนั่นรื้อนี่อยู่พักนึงก่อนที่จะเดินมาทรุดตัวนั่งอยู่ตรงหน้า จุนซูดึงมือของเจย์ออกมาแล้ววางกุญแจสีเงินขนาดมาตรฐานลงไปบนมือขาว
“นี่เป็นกุญแจของตู้ไม้ใบนั้น นายจำได้ใช่ไหมว่ามันเป็นของใคร” จุนซูชี้ไปที่ตู้เสื้อผ้าทางด้านหลังที่ข้างบนมีกล่องพลาสติกที่ใส่ของใช้ไว้วางเทินอยู่
“ต่อจากนี้ฉันจะออกไปรอนายข้างนอกห้อง นายจะลองเอากุญแจดอกนี้ไปไขตู้ใบนั้นดูไหมนี่ก็เป็นเรื่องของนาย เจย์ แต่ฉันจะบอกว่าในตู้นั้นมันมีความโรคจิตชนิดเครซี่ของไอ้แทคเกี่ยวกับนายอยู่ ฉันอยากให้นายดูแล้วนายก็ลองตัดสินใจดูเอาเองว่านายจะเลิกรักมันได้ไหม แล้วคิดว่าแทคยอนมันจะเลิกรักนายได้หรือเปล่า” จุนซูเอ่ยบอกก่อนจะลุกเดินตรงไปที่ประตูห้องเขาหันกลับมามองเจย์ที่เอาแต่จ้องตู้ใบนั้นนิ่งงัน มือเล็กกำกุญแจดอกเย็นเฉียบไว้ในมือ
“แล้วอีกอย่างที่ฉันจะบอกนายนะเจย์ คือฉันหลอกนาย ตอนนี้นอกจากไอ้คุณกับอูยองยังไม่มีใครไปญี่ปุ่นเลย แต่ว่าชานซองกับจุนโฮวันนี้จะไม่กลับบ้านส่วนแทคยอน” จุนซูพลิกนาฬิกาขึ้นมาดู ใช้ตาตี่จ้องมองปฏิกิริยาที่สงบนิ่งจนน่าแปลกใจของแจบอมก่อนจะพูดต่อ
“หมอนั่นจะกลับมาภายในสองชั่วโมง ต่อจากนี้ฉันจะให้นายตัดสินใจเองเจย์ ฉันจะไปรอนายข้างนอกและถ้านายตัดสินใจจะกลับไปฉันจะไม่รั้งนายแม้ว่าจะต้องทนดูรูมเมทฉันปางตายต่อไปก็เถอะ หรือนายจะเลือกนั่งรออยู่ในห้องนี้ก็เป็นสิทธิ์ของนาย นี่เป็นสิ่งที่นายต้องเลือกและก็เป็นนายเองที่ต้องอยู่กับสิ่งที่นายตัดสินใจ”
เสียงปิดประตูดังขึ้นมือขาวที่กำกุญแจไว้จนแน่นคลายออก จ้องมองกุญแจบนมือ ดวงตาเฉี่ยวเรียวจ้องมองมันนิ่งนาน ก่อนจะเงยมองตู้ตรงหน้า สายตาพลันหันไปมองเตียงนอนชั้นล่างที่ตอนนี้ไม่มีใครจับจอง เตียงที่ตัวเขาเองเคยมานั่งเล่นนอนเล่นกับเจ้าของมันบ่อยครั้ง แจบอมเม้มปากจนแน่นเมื่อความรู้สึกหนักอึ้งมันพุ่งแทงเข้ามาในหัวใจ ถ้าปล่อยใจให้รักแทคยอนมากกว่านี้แล้ววันนึงต้องโดนพรากไปเขาจะทนอยู่กับมันไปได้ยังไงกัน
ร่างเล็กหุนหันลุกขึ้นแล้วเดินตรงมาที่ประตูอย่างรวดเร็ว มือข้างที่ว่างเปล่าคว้ากำลูกบิดแล้วบิดมัน แต่ก่อนที่จะออกแรงผลักประตูให้เปิดออกร่างเล็กก็หยุดชะงักลง
‘ฉันอยากให้นายดูแล้วนายก็ลองตัดสินใจดูเอาเองว่านายจะเลิกรักมันได้ไหม แล้วคิดว่าแทคยอนมันจะเลิกรักนายได้หรือเปล่า’
แจบอมกำลูกบิดจนมือสั่น ขบกัดริมฝีปากเจ่อแดงของตัวเองแน่นจนรู้สึกแสบสันเพราะเลือดซิบซึมออกมา มือข้างที่กำกุญแจไว้เหวี่ยงไปเหวี่ยงมาอย่างแรง
รู้สึกอยากจะตีตัวเองให้ตาย
“เลิกตามใจตัวเองบ้างได้ไหมหะ ปาร์ค แจบอม” บ่นกับตัวเองแล้วเดินตรงไปที่ตู้ไม้ตระหง่าน เสียบกุญแจเข้าไปในช่องที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อมัน สูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ แล้วบิดเปิดประตูตู้ออกอย่างแรง
แจบอมยืนนิ่งมองดูสิ่งที่เขาเห็นไปครู่นึง สิ่งแรกที่เขาเห็นคือกล่องสำหรับใส่พัสดุเกือบยี่สิบใบที่รายเรียงกันจนเต็มช่องว่างของตู้ ส่วนสิ่งอื่นนอกจากนั้นก็เป็นรูปของเขาขนาดเท่าตัวจริงที่ถ่ายเอาไว้สำหรับโปรโมตเพลง บนนั้นมีลายเซ็นของตัวเขาเองกับรูปแมวอคแคทของแทคยอนกับข้อความจากลายมือหมอนั่น ‘ฉันคิดถึงนายแทบบ้าจนจะกินหุ่นนี่แทนข้าวแล้วนะ เจย์นายกำลังฆ่าฉันด้วยความคิดถึง’ แจบอมยกมือขึ้นแตะรูปแมวประหลาดๆ ที่เขาชอบว่าแทคยอนตอนแอบไปเขียนบนของใช้ของสมาชิกวงทุกคนไปหลายทีหลายหนอย่างแผ่วเบา
มือขาวเลื่อนไปหยิบกล่องที่มีขนาดไม่ใหญ่มากและอยู่ใกล้มือที่สุดออกมา บนกล่องลงชื่อคนส่งว่า ‘อคแคท คิ้วตี้บอย’ เจย์หลุดยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว ให้ตายเถอะนามแฝงแบบนี้เขาคงจะรู้กันทั้งโลกนั่นแหละว่าใคร ซื่อบื้อจริงๆเลยแทคยอน จ้องมองต่อมาที่ชื่อของผู้รับ มันเป็นชื่อและที่อยู่ของเขาที่ซีแอทเทิล แจบอมอ่านแล้วเผลอกลั้นหายใจลงไปอย่างไม่รู้ตัว วางกล่องในมือลงบนพื้นอย่างเบามือ ก่อนที่จะหยิบกล่องอื่นๆ ลงมาสำรวจ แต่ละกล่องมีชื่อผู้ส่งและผู้รับเหมือนกันทุกใบ ยกเว้นสองใบล่าสุดที่เป็นชื่อที่อยู่ของเขาที่เป็นที่พักใหม่ที่เกาหลี ที่ที่แทคยอนเคยไปวันนั้นนั่นล่ะ
เจย์นั่งจ้องมองกล่องไปรษณีย์เกือบสิบใบที่ตัวเองหยิบลงมาบางส่วนจากในตู้ นั่งมองมันก่อนจะตัดสินใจลุกไปหยิบคัดเตอร์มา ก็ในเมื่อชื่อคนรับก็คือเขา แทคยอนตั้งใจส่งให้เขา ถ้าเขาจะแอบแกะดูมันคงไม่ผิดใช่ไหม คิดในใจพลางกรีดเทปใสของกล่องใบแรกที่เอาลงมาออก หยิบของที่อยู่ในนั้นขึ้นมาดูมันเป็นขวดวิตามินรวมเสริมสุขภาพยี่ห้อดังที่แทคยอนเคยเอามาให้เขาทานบ่อย ๆ ตอนอยู่ด้วยกันแจบอมใช้มือที่สั่นขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้หยิบจดหมายที่ถูกพับวางไว้ในกล่องขึ้นมา และค่อย ๆ คลี่มันออกอ่าน
 
‘ถึงเจย์คนที่ฉันรักที่สุด
เจย์นายจะต้องสมเพชฉันแน่ ๆ ถ้ารู้ว่านี่เป็นจดหมายฉบับที่สิบสองแล้วที่ฉันเขียนขึ้นมาแต่ก็ยังไม่ได้ส่งให้นายสักที ฉันเพียงแค่หวังว่าสักวันฉันจะกล้าพอส่งมันไปให้นาย นายจะได้รับมันและหัวเราะอย่างสะใจกับความงี่เง่าและอ่อนปวกเปียกของฉัน เจย์ฉันคิดถึงนายมาก ๆ นายรู้ไหม ตอนนี้ฉันแทบบ้าอยู่แล้วนะ ให้ตายเถอะชีวิตที่ไม่มีนายนี่มันชวนให้รู้สึกเหน็บหนาวและว่างเปล่าเวลาที่อยู่คนเดียวชะมัดเลย ฮ่าฮ่าฮ่า บ้าจริงฉันกำลังเขียนอะไรเนี่ย เจย์ฉันเห็นรูปถ่ายของนายล่าสุดแล้วนะ ทำไมนายผอมแบบนี้ ให้ตายสิจีฮานไม่ยอมแบ่งข้าวให้นายบ้างเลยเหรอ รู้ไหมนอกจากเตี้ยกว่าหุ่นนายกำลังจะขี้ก้างอย่างที่อูยองเป็นแล้วนะ กล้ามที่นายรักโคตร ๆ มันหายไปไหนหมดแล้วเจย์ ดูแลตัวเองด้วยสิ นายไม่รู้หรอกว่านายป่วยทีนึงมีคนเขาใจสลายไปมากแค่ไหนน่ะ ฉันส่งวิตามินรวมบำรุงสุขภาพให้นะเจย์ ห้ามลืมกินนะแค่วันละเม็ดก่อนนอนเองง่ายจะตาย ดูแลตัวเองนะเจย์
อค แทคยอนของนาย’
 
 
มือขาวที่สั่นเทาวางจดหมายลงไปในกล่องตามเดิม ยกมือขึ้นซับน้ำที่เลอะเทอะดวงตาและใบหน้าออกก่อนจะกรีดคัทเตอร์ลงไปที่กล่องอีกใบที่อยู่ใกล้ๆ กล่องใบนี้มีเสื้อกล้ามสีขาวสามตัว สีดำสามตัวอยู่ข้างในกับผ้าพันคอสีชมพูอีกหนึ่งผืนใหญ่ บนนั้นมีจดหมายวางอยู่หนึ่งฉบับ แจบอมหยิบมันขึ้นมาดู
 
‘ถึงเจย์คนบ้า
ไง พ่อคนเก่งของฉัน ฉันเห็นนายถ่ายวิดีโอและรูปทุกครั้ง นายก็ยังคงโปรดปรานเจ้าเสื้อกล้ามเหมือนเคยเลยนะเจย์ ให้ตายเถอะเจย์ทำไมนายผอมแบบนั้นกัน ฉันอยากจะหาอะไรให้นายกินนอกจากฟาสฟู้ดจัง เจย์ แล้วก็ฉันหึงนาย หึงนาย หึงนายมากๆ ที่นายเอาแต่ถ่ายรูปโชว์เนื้อหนังลงเน็ต ฉันเข้าใจนะว่านายชอบโชว์แต่ให้ตายเถอะเจย์ ไอ้บ้ายูนแมวคิตตี้ผีนั่นมันมีสิทธิ์อะไรไปถ่ายนายเปลือยท่อนบนในห้องกัน ห๊ะ ฉันจะคลั่งแล้วนะเจย์   อ๊ากกกก เห็นนายใส่เสื้อกล้ามยังดีกว่าหวิวหมด นายต้องใส่เสื้อกล้ามโชวหวิวทุกครั้งนะฉันขอล่ะเจย์ ป.ล. หนาวแล้วฉันหาผ้าพันคอมาให้ด้วย พันซะจะได้อุ่นๆ (หรือให้ดีห่อตัวนายไปเลยด้วยก็ได้เจย์ มิดชิดบ้างได้ไหม ฉันหึงงงงง) 
จากคนที่หึงนายจนรู้สึกว่าตัวเองจะบ้าแล้ว’
 และอีกกล่องที่เจย์ตัดสินใจเปิดมัน ของด้านในเป็นปากกาเมจิกอย่างดีหนึ่งกล่อง
 
‘เจย์ นายกำลังจะออกโปรโมตเพลงอีกแล้วใช่ไหม ฉันจำได้ว่านายชอบใช้ปากกาเมจิกยี่ห้อนี้เซ็นลายเซนมากๆ เลย แต่ที่ซีแอตเทิลคงไม่มีขายใช่ไหมล่ะ เจย์ ฉันว่าชื่อเจย์ ปาร์คมันเป็นชื่อที่เท่ห์มาก ๆ นายคิดชื่อได้เจ๋งมากเลย ถ้าเป็นไปได้ฉันอยากเป็นแฟนบอยที่ไปยืนกรี๊ดและรอขอลายเซ็นของนายอยู่หน้าสุดของแถว                                 เจย์ ฉันคิดถึงนาย  ‘
 
เจย์นั่งมองจดหมายฉบับนั้นลูบมือแผ่วเบาไปตรงถ้อยคำสุดท้ายของจดหมาย ก่อนที่จะตัดสินใจที่จะเปิดกล่องทุกกล่องออกดีไหม เจย์ก็สะดุดกับกล่องใบที่ซ่อนอยู่ด้านล่างสุด มันยังไม่ได้ปิดผลึก เจย์ดึงมันออกมา ในกล่องมียาแก้ช้ำ แก้ปวด รวมทั้งยาอีกมากมายที่เขาไม่รู้จัก มือขาวหยิบจดหมายที่พับเอาไว้ขึ้นมาอ่าน
‘เจย์ฉันขอโทษ แทคยอนไอ้คนน่าสมเพชคนนี้ขอโทษนะเจย์ ฉันมันเลวมาก ๆ ที่ทำแบบนั้นกับนาย ฉันอยากให้นายฆ่าฉัน ทุบตีฉันแรงๆ ให้สาสมกับความผิดที่ทำเรื่องเลวร้ายกับนาย เจย์ฉันมันคนเลว ฉันมันคนขี้ขลาด ฉันไม่เคยกล้าจะส่งจดหมายมากมายที่ฉันเขียนหานายสักฉบับแต่ฉันกลับกล้าที่จะไปทำร้ายนาย ฉันมันไร้ค่าและเลวที่สุด เจย์ฉันอยากขอให้นายอย่าเกลียดฉันแต่มันก็เป็นสิทธิ์ของนายที่จะทำแบบนั้น 
เจย์ฉันขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ ฉันอยากไปดูแลนาย ฉันอยากกอดนายเหลือเกินเจย์ แต่ฉันรู้ว่านายคงไม่อยากแม้แต่จะได้ยินชื่อฉัน แต่ฉันก็อยากจะชดใช้ให้นายจริง ๆ แม้รู้ว่าจะไม่มีอะไรชดใช้ได้ก็ตาม  ฉันขอโทษและฉันรักนายเหลือเกิน เจย์ 
ได้โปรดอย่าเกลียดฉันเลย 
แทคยอนคนเลว’
 
 
แจบอมหลับตาเพื่อให้น้ำตาที่บดบังสายตากลิ้งหยดลงไปตามซีกแก้มดังเช่นหยดมากมายก่อนหน้า ยกจดหมายของแทคยอนขึ้นกอดไว้แนบอก ยังเหลืออีกมากกว่าสิบกล่องที่เขายังไม่ได้เปิดดู แต่เท่านี้มันก็ทำให้เขามั่นใจได้แล้วว่าแทคยอนไม่มีวันหยุดรักเขาได้ เหมือนที่เขาเองไม่มีวันหยุดรักแทคยอนได้เลย
แจบอมมองไปที่นาฬิกาตั้งโต๊ะ เหลืออีกสิบห้านาทีจากที่จุนซูเอ่ยบอก ถ้าเขาจะไปก็ควรที่จะรีบไปตั้งแต่ตอนนี้ไม่เช่นนั้นก็คงไม่ทัน แต่ครั้งนี้เขาจะไม่หนีอีกต่อไปแล้ว เขาจะรอ
ถ้าหากมันจะต้องเจ็บลงไปมากเท่าทวีกว่านี้สักเท่าไหร่ เมื่อต้องลาจากกันยามที่หัวใจเต็มไปด้วยรักมากยิ่งกว่านี้ เขาเองก็คงต้องยอมเสี่ยง เพราะมันดีกว่าที่จะปล่อยให้ตัวเองขาดใจตายลงไปตั้งแต่ตอนนี้ เขาจะยอมเสี่ยง เพราะถ้าหากไม่มีใครปล่อยมือจากใคร ก็คงจะไม่มีใครที่จะตกลงไปจากเส้นด้ายของความรักและเจ็บปางตายเพียงลำพัง เขารู้ดีว่าตัวเองเชื่อใจแทคยอนได้เสมอจนบางครั้งก็มากกว่าที่เชื่อในหัวใจตัวเองเสียอีก
“แทค ช่วยทำให้ฉันมั่นใจที ว่าฉันคิดถูก”
 …………………….
นิชคุณวางหนังสือในมือลงบนพื้นที่ว่างข้างเตียงที่เขานอนอยู่ ต่อให้พยายามข่มใจสร้างสติด้วยการอ่านหนังสือเล่มโปรดแต่มันก็ไม่ช่วยอะไรเขาเลยสักนิด ตอนนี้จิตใจเขายังฟุ้งซ่านและความคิดก็ยังวนเวียนไปมาอย่างยุ่งเหยิง เขามันโง่ชะมัดที่ตอนยื่นเงื่อนไข ยื่นไปแบบนั้น ถ้าเขาไม่พูดว่าเพียงสองคนที่ญี่ปุ่น ตอนนี้สัญญาลมที่ทำไว้ก็คงไม่กำลังจะจบลงแบบนี้  เขาอยากจะทำให้สิบสองวันกลายเป็นตลอดชีวิตให้ได้จริงๆ อย่างที่ตัวเองเอ่ยปากบอกอูยองไว้ แต่ตอนนี้แค่ทำให้มันครบสิบสองวันเขายังทำมันไม่ได้เลยด้วยซ้ำ แล้วถ้าเขาไปหาอูยองแล้วดันทุรังใช้สัญญาอันเดิมต่อไปแบบเนียน ๆ ล่ะมันจะได้ผลไหมนะ ให้ตายเถอะคิดไม่ออกจริง ๆ เลย
ในขณะที่สมองของนิชคุณกำลังวุ่นวายไปหมดสายตาคมก็เลื่อนไปมองบานประตูที่เปิดออกมา ใบหน้าของคนที่เปิดประตูเข้ามาทำให้เขายิ้มได้ แต่การแต่งตัวที่เหมือนกับว่ากำลังจะปลอมตัวออกไปเที่ยวข้างนอกทำให้เขามองดูอย่างสงสัย
“อูยองจะไปไหนเหรอครับ” เอ่ยถามแต่อูยองก็ไม่พูดอะไรร่างเล็กรวบรวมลมหายใจลึกๆ แล้วเดินเข้ามาในห้อง ทรุดตัวนั่งลงข้างเล่มหนังสือที่นิชคุณวางเอาไว้ นิชคุณกระตุกยิ้มมุมปากที่อูยองนั่งลงบนเตียงเขา แต่ก่อนที่จะได้เอ่ยแซวอะไรอูยองก็นอนลงกอดแขนเขา หน้ากลมแดงแจ๋ไม่ต่างจากหูเล็ก ตาคู่เรียวหลับตาปี๋อย่างเขินอายตัวเอง
“คุณแฟนครับวันนี้ผมว่างงาน เราไปเดทกันเถอะครับ” อูยองรีบพูดอย่างรัวเร็วและกอดแขนของนิชคุณไว้แน่นซบหน้าไปกับท่อนแขนแกร่งเพื่อซ่อนใบหน้าที่แดงซ่าน นิชคุณวาดยิ้มกว้างคิดถึงคำตอบของอูยองในรายการที่ไปถ่ายด้วยกันเมื่อวันก่อน ที่อูยองบอกว่าถ้าว่างก็จะไปอ้อนและจัดเดทชุดใหญ่ให้แฟน
“ขอบคุณนะครับ อูยอง” ยกมือลูบผมนิ่มอย่างแผ่วเบา อูยองเงยหน้าขึ้นมองหน้านิชคุณแก้มกลมยิ่งแดงใหญ่จนเหมือนผลมะเขือเทศก่อนจะลุกขึ้นยืนอยู่ข้างเตียง นิชคุณเข้าใจว่าที่อูยองมาทำแบบนี้ก็เพื่อให้เขาสบายใจและไม่ต้องคิดมากกับเงื่อนไขโง่ ๆ ที่ตัวเองเป็นสร้างมันขึ้นมา แต่อูยองก็ยังไม่กล้ามากพอที่จะยอมรับความรักจากเขาไป เรื่องของเราจึงจำเป็นที่จะต้องเป็นไปตามสัญญาเหล่านั้นต่อไป สัญญาที่กำลังจะจบลง
“คุณแฟนครับ แต่งตัวเร็วไปเดทกัน”เอ่ยเร่งอีกครั้งนึง นิชคุณวาดยิ้มกว้างยันกายลุกขึ้นจากเตียงนอน ใช้มือหนาบีบแก้มนิ่มของอูยองอย่างนิ่มนวล
“แล้วอังอังของคุณแฟนจะพาไปเดทที่ไหนเหรอครับ” เอ่ยถามเปลี่ยนสรรพนามเรียกเสียหวานแหววจนอูยองย่นจมูกใส่ อูยองแกล้งลืมเลือนเลยผ่านไปเสียแล้วกับคำว่าอังอังที่นิชคุณเคยเอามาพูดจากร้ายกาจใส่เขาเมื่อก่อนนี้ เรื่องร้าย ๆ เขาจะลบเลือนมันให้หมดไปจากสมองให้ได้ เขาอยากเก็บไว้แต่เรื่องดี ๆ ระหว่างเรา
“ตอนนี้ที่ ผม..” เพราะสายตาคู่กลมโตที่้มองกันอย่างออดอ้อนจึงทำให้อูยองบดริมฝีปากแล้วก็เปลี่ยนสรรพนามตัวเองทั้งทั้งที่มันชวนให้รู้สึกเขินอายเป็นที่สุดก็เถอะ
“ตอนนี้อังอังของคุณแฟนคิดเอาไว้แค่สองที่เอง ผมอยากไปร้านขนมที่จิยูกาโอกะที่นั่นมีร้านขนมที่อร่อยมาก ๆ เลย แล้วผมก็อยากไปเดินดูไฟของถนนโตเกียวตอนกลางคืนมันอยู่ไม่ไกลจากหอพักของเรา ส่วนเวลาที่เหลือแล้วแต่พี่คุณแล้วกันครับว่าจะไปที่ไหน” อูยองเอ่ยบอกถึงสถานที่ที่ตัวเองอยากไปอย่างสนุกสนาน นิชคุณจ้องมองใบหน้าที่มีความสุขอย่างรู้สึกดี
“อูยองช่วยเรียกพี่ว่าคุณแฟนไปทั้งวันเลยได้ไหมครับ” เล่นพูดออกมาตรง ๆ ด้วยน้ำเสียงจริงจังแบบนั้นช่วยไม่ได้เลยที่อูยองจะหน้าแดงแจ๋
อูยองอ้าปากกว้างก่อนจะงับลง แล้วก็อ้าออกมาอีกครั้งเพราะเขินจนพูดอะไรไม่ออกนิชคุณมองแล้วส่ายหน้าด้วยความเอ็นดูก่อนจะรั้งร่างบางมาไว้ในอ้อมกอด อูยองใช้มือที่วางอยู่ตรงอกเสื้อของนิชคุณกำลงไปบนผืนเสื้อแผ่วเบา
“ครับ คุณแฟน”
เขาจะมัวไปคิดถึงอนาคตที่ยังมาไม่ถึงทำไมกันในเมื่อเขายังมีปัจจุบันที่อยู่ตรงหน้านี้ ยังคงมีอูยองอยู่ข้างกาย ถ้าเขามัวแต่คิดถึงอนาคตบางทีเขาอาจจะพลาดปัจจุบันแสนวิเศษที่อยู่ตรงหน้านี้ไปก็ได้
…………………….
พรุ่งนี้เราจะยังมีกันไหมมันไม่สำคัญเท่าวันนี้เรายังคงมีกันและกันและเราก็จะทำมันให้ดีที่สุดหรอก
การเดินทางมาที่ร้านขนมหวานที่อูยองปรารถนากลางจิยูกาโอกะนั้นง่ายจนเหมือนสวรรค์กำลังเอาใจช่วยพวกเขาอยู่ วันนี้พวกเขาแต่งตัวง่าย ๆ ไม่สะดุดตาและเดินทางด้วยรถไฟฟ้าเหมือนชาวญี่ปุ่นทั่วไปแต่ไม่มีแฟนคลับหรือปาปารัสซี่คนไหนโผล่ออกมาเลย ทำให้นิชคุณรู้สึกว่าเดทของเขาครั้งนี้คงเป็นไปด้วยดีแน่นอน และดีที่สุดก็คงเพราะคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามกันตอนนี้
นิชคุณนั่งเท้าคางมองคนตรงหน้าด้วยรอยยิ้มอูยองกำลังแววตาเป็นประกายมองจานขนมสีสวยน่าทานตรงหน้า มือขาวกำช้อนขนาดเล็กสำหรับขนมหวานเอาไว้ในมือ ปากอิ่มจิ้มลิ้มสีสดกำลังวาดยิ้มอย่างมีความสุข อูยองกำลังทำให้เค้กที่นี่น่าทานมากขึ้นไปกว่าเดิมเสียอีก
“ทานแล้วนะครับ” อูยองพึมพำเป็นภาษาญี่ปุ่นแล้วลงมือตักขนมตรงหน้าเป็นคำเล็ก ๆ แล้วค่อยๆ ทานอย่างบรรจง
“อร่อยจังเลย” อูยองเปรยออกมาแผ่วเบาอย่างมีความสุขแล้วลงมือทานต่ออย่างตั้งใจจนขนมฝั่งตัวเองนั้นแหว่งหายไปตามรอยช้อนจนเสียทรงเดิมแต่อีกฝั่งนึงกับไม่ถูกแตะต้องเลย
“ทำไมพี่คุณไม่ทานล่ะครับ” เอ่ยถามนิชคุณพร้อมกับอมช้อนเงินไว้ในปากแล้วจัดการขนมรสอร่อยจนเกลี้ยงช้อน
“แค่เห็นอูยองกินคุณแฟนก็อิ่มแล้ว” ฟังเสียงทุ้มนุ่มที่พูดแล้วอูยองก็ทำลอยหน้าลอยตาแดงจีดเพราะขัดเขินของตัวเอง
“คุณแฟนเป็นเทวดาอิ่มทิพย์เหรอครับ” เน้นต้องคำว่า’คุณแฟน’ก้ำกึ่งจะก่อกวนนิชคุณนิดนึงตามประสาเด็กดื้อ แต่นิชคุณดันยิ้มกว้างกว่าเก่าเพราะสรรพนามที่ร้องขอไว้เวลาได้ยินจากปากอูยองแล้วมันมีความสุขซะจริง ๆ เลยนี่นา
“เปล่า คุณแฟนอิ่มอกอิ่มใจต่างหาก”
“ผมไม่คุยกับพี่คุณแล้ว” ฟังแล้วอูยองก็แลบลิ้นใส่แก้เขินแล้วลงมือทานขนมต่อก่อนจะเขินตายซะดีกว่า
อูยองนั่งทานขนมตรงหน้าต่อไปจนเกือบหมดจานโดยไม่เงยหน้าขึ้นมาสนใจแฟนที่ตัวเองพามาเดทเลยสักนิด นิชคุณเริ่มรู้สึกอิจฉาขนมรสอร่อยขึ้นมาเล็ก ๆ แล้วสิ ต้องทำยังไงน๊า อูยองถึงจะสนใจเขาได้แบบที่อูยองสนใจของเล่นแล้วก็ขนมหวานเนี่ย
“มันอร่อยมากเลยเหรอครับอูยอง ไอ้เจ้ามองบลังค์เนี่ย” เอ่ยถามถึงขนมชื่อแปลกหน้าตาน่าทานที่อูยองจัดการเกือบหมดแล้ว
“อร่อยสิ คุณแฟนลองชิมดูสิ” อูยองใช้ตาเรียวๆ กับแก้มกลมเชื้อเชิญนิชคุณ ส่วนเจ้าตัวก็ลงมือทานต่อ นิชคุณมองดูแล้วก็เอื้อมมือหนาไปคว้าช้อนที่อูยองกำลังจะตักเค้กทานมาเข้าปากตัวเอง
“อ๊า พี่คุณอ่ะ แกล้งผม” ทำแก้มป่องว่าอย่างงอน ๆ นิชคุณยักคิ้วก่อกวนแล้วส่งช้อนคืนให้ และจังหวะเดิมพออูยองจะตักเข้าปากนิชคุณก็แย่งมาทานอีกครั้ง
“พี่คุณอ่ะ อยากทานทำไมไม่ตักเองล่ะครับ” ทำตาพองใส่แล้วก็สะบัดบ๊อบงอนก่อนจะหยิบขนมหวานอีกจานที่อยู่ข้าง ๆ มาวางตรงกลางแทนมองบลังค์สีหวานที่หมดแล้ว
“ชีสเครปสตอเบอร์รี่ แฟนพี่นี่ชอบสตอเบอร์รี่กับชีสจริง ๆ นะครับ” เอ่ยแซวเจ้าของขนมเพราะเห็นอูยองสั่งทีไรไม่พ้นสองอย่างนี้อยู่บ่อย ๆ
“ก็มันอร่อยอ่ะ ผมไม่ใช่คนที่ชอบทานกาแฟดำล้วน ๆ นี่ครับ ขมจะตาย” อูยองบ่นอุบอิบพาดพิงถึงนิชคุณที่โปรดปรานเครื่องดื่มรสขมเหลือเกิน ทั้งกาแฟดำ เหล้า เบียร์ ไวน์เกือบทุกยี่ห้อ
“ห้ามแกล้งผมอีกนะ” อูยองร้องบอกก่อนที่จะตักเครปทาน นิชคุณก็อมยิ้มแกล้งบ่อย ๆ เดี๋ยวแฟนเด็กเขาร้องไห้ขึ้นมาทำไงล่ะ
“พี่ทานด้วยนะ”
“ครับ”
ช้อนสองช้อนช่วยกันตัดเค้กในจานตรงหน้าให้ค่อยๆ หายไปทีละนิดอย่างไม่รีบร้อน การทำอะไรโดยปล่อยให้วันเวลาผ่านไปโดยไม่ต้องรีบเร่งเป็นสิ่งที่หายากเหลือเกินสำหรับพวกเขา และตอนนี้พวกเขากำลังมีเวลาพวกนี้ด้วยกัน ทั้งคู่รู้สึกอยากจะหยุดเวลาที่แสนอบอุ่นหัวใจนี้ไว้เหลือเกิน ความอบอุ่นที่ห่อหุ้มปกป้องหัวใจจากความเหน็บหนาวของความจริงที่กำลังมาถึง
หากเพียงแค่อูยองกล้ากว่านี้สักนิด กล้าจะยอมรับหัวใจตัวเองว่าตอนนี้เขารักนิชคุณแล้วหรือยังและรักมากแค่ไหน อูยองปล่อยตัวเองลงไปในสัญญาที่มีเงื่อนไขง่ายๆ สองข้อของนิชคุณที่ว่าเป็นแฟนกันเมื่ออยู่ที่ญี่ปุ่นสองคน พวกเขาทั้งคู่จะไม่สนใจมันและยังคงรักษาสถานะแฟนเอาไว้แบบเดิมก็ได้ แต่ก็ไม่ทำเพราะนิชคุณไม่อยากจะใช้เล่ห์เหลี่ยมหลอกล่อและบังคับอูยองอีกแล้ว อูยองเองก็เช่นกันอูยองเอาสัญญาเป็นแฟนกันมาใช้ยึดเหนี่ยวตัวเองว่าที่คบกัน ที่อยู่ด้วยกัน ที่เขารู้สึกว่ารักนิชคุณนี้นั้นเป็นเพราะเขาทำตามสัญญาไม่ใช่มาจากหัวใจของตัวเองที่ต้องการให้เป็นแบบนั้น
อูยองนั้นไม่กล้าพอและหากนิชคุณดื้อรั้นเอาแต่ใจตัวเองเหมือนที่เคยทำมาเรื่องนี้อาจไม่เป็นเช่นนี้ แต่นิชคุณก็ไม่อยากจะบังคับอะไรอูยองอีก เพราะนิชคุณเองก็อยากให้อูยองรักเขาเพราะรักจากหัวใจของอูยองเองเหมือนกัน
“คาราเมลคาปูชิโนกับกาแฟดำได้แล้วค่ะ” เสียงของพนักงานสาวที่มาเสิร์ฟกาแฟทำให้ทั้งคู่มีสติกลับมาที่ตัวเอง ต่างฝ่ายต่างไม่รู้ตัวเลยว่าเอาแต่คิดเรื่องในหัวจนเผลอนั่งมองออกไปนอกหน้าต่างแล้วทิ้งช้อนไว้ในจานเครปตั้งแต่เมื่อไหร่
อูยองหันไปหยิบกาแฟดำส่งให้นิชคุณแล้วตัวเองก็รับคาราเมลคาปูชิโนมาจิบอย่างช้า ๆ นิชคุณดื่มกาแฟรสชาติเข้มหากแต่ดวงตาคมหวานก็ยังคงจดจ้องใบหน้าของอูยองอยู่
ถ้าเขาดันทุรังใช้สัญญาเดิมต่อไปอูยองจะว่าเขาเป็นคนไม่รักษาคำพูดหรือเปล่า แล้วตอนนี้เขาควรจะพูดเรื่องนั้นออกมาไหมถ้าพูดออกมามันจะทำให้เรื่องของเราตอนนี้แย่ลงไปไหม ถ้าถามเรื่องนั้นออกมาบรรยากาศอันหนาวเหน็บจะวิ่งเอามาเสียดแทงหัวใจของเขาแทนบรรยากาศอบอุ่นหัวใจนี่หรือเปล่านะ
คนเราก็ต้องดำรงค์ชีวิตอยู่บนความเสี่ยงอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ
“อูยองคิดยังไงเรื่องสัญญาการเป็นแฟนของเราที่กำลังจะจบลงเหรอครับ” นิชคุณเอ่ยถามไปตรง ๆ อย่างไม่คิดจะปกปิดและบิดเบือนสิ่งที่คิดอยู่
“แค่ก แค่ก” อูยองไอออกมาเพราะสำลักคาราเมลคาปูชิโนที่อยู่ในคอ ดีนะที่กลืนลงไปเกือบหมดแล้ว
“พี่ ..คุณแฟนถามทำไมเหรอครับ” เอ่ยถามกลับทั้งที่ยังไม่เงยหน้าขึ้นมาสบตาด้วยซ้ำ
“พี่อยากรู้ว่าอูยองรู้สึกยังไงกับเรื่องนี้” ยกกาแฟขึ้นดื่มเพื่อดับความตื่นเต้นของตัวเอง
“ผม …ก็เสียดายนะครับ” อูยองตอบเสียงแผ่วเบา ที่จริงอูยองอยากบอกว่าเสียใจแต่เขารู้สึกว่ามันจะฟังดูเกินไปหน่อยหรือเปล่า พวกเราไม่ได้จะตายจากกันเสียหน่อยถ้าสัญญานี้จบลง พวกเขาแค่กลับไปเป็นเพื่อนร่วมวงกันเช่นเดิม เป็นคนที่มีความสัมพันธ์ไม่พิเศษอย่างมากดังที่เป็นในตอนนี้ก็เพียงเท่านั้น
นิชคุณยังคงตรึงรอยยิ้มไว้บนปากหยักแม้ว่าคำตอบว่าเสียดายมันจะชวนให้รู้สึกโหวง ๆ ในใจพิกลก็ตาม
“ถ้าอูยองเสียดาย …เราเป็นแฟนกันต่อไปไหมครับ” ลองเอ่ยดูเผื่อว่ามันจะเป็นไปตามที่ตัวเองอยากให้เป็นได้ แต่อูยองก็เพียงแค่เงียบแล้วก็จิบเครื่องดื่มรสหวานในมือต่อไปเท่านั้น นิชคุณยิ้มจาง ๆ ก่อนจะจิบกาแฟดำต่อไปเช่นกัน
บทสนทนาที่เงียบเชียบถูกสานต่อเมื่ออูยองยกโทรศัพท์ขึ้นมาพยายามถ่ายรูปของตัวเองกับเครื่องดื่มในมือ
“พี่ช่วยไหม อูยอง” นิชคุณเอ่ยถามแล้วเคลื่อนตัวมานั่งฝั่งเดียวกันเพื่อจะได้ถ่ายได้ง่ายขึ้น อูยองพยักหน้าแล้วส่งโทรศัพท์ให้
“เสร็จแล้วครับ” มือหนาส่งโทรศัพท์ให้แล้วพออูยองขยับตัวมาหยิบก็เบี่ยงตัวไปข้างกันแล้วก็เนียนกดถ่ายรูปคู่กัน รูปนี้อูยองทำหน้าตาตกใจในขณะที่นิชคุณกำลังยิ้มกว้าง
“แอบถ่ายนี่ครับ” อูยองว่าเสียงงอแงแต่ก็กดเซฟรูปคู่ใบนั้นเก็บไว้ ก่อนจะนั่งพิมพ์อะไรเล็กน้อยแล้วส่งรูปของเขากับถ้วยเครื่องดื่มออกสื่อโลกออนไลน์
เสียงเตือนโทรศัพท์ทำให้นิชคุณหยิบขึ้นดูมันแจ้งเตือนว่ามีทวิตของอูยองอัพเดท นิชคุณกดดูรูปแล้วก็มองไปที่ตัวจริงที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขาแล้วก็วาดยิ้ม
“ถ้าพี่ถ่ายบ้างเขาจะรู้กันไหมว่าเรามาเดทกัน” นิชคุณเอ่ยถามอูยองเงยหน้าขึ้นมอง
“อย่าเลยครับพี่คุณ แฟนคลับยิ่งเก่งอยู่เดี๋ยวก็รู้กันหมดพอดี ผมทวิตไว้ให้พี่ผู้จัดการเขาไม่ต้องห่วงน่ะครับถ้าเกิดโทรมาไม่ติด” อูยองว่าก่อนจะยื่นโทรศัพท์ในมือที่ปิดเครื่องแล้วให้นิชคุณ
“วันนี้ผมฝากโทรศัพท์ไว้ที่คุณแฟนหน่อยนะครับ ผมไม่อยากโกหกเวลาพี่จิโร่ถามว่าวันนี้ไปไหนทำไมปิดเครื่อง จะได้บอกไปว่าโทรศัพท์ไม่อยู่กับผม” หัวเราะคิกคักเมื่อเอ่ยถึงตัวแทนผู้จัดการทางญี่ปุ่นที่คอยดูแลและโทรมาเช็คตลอดว่าอูยองอยู่ที่ไหน
“งั้นพี่ปิดเครื่องด้วยดีกว่า เราจะได้อยู่ด้วยกันแค่สองคน” เก็บโทรศัพท์ของอูยองแล้วก็ปิดเครื่องของตัวเองไปเสีย ตาเรียววาวจ้องมองคนตรงหน้า
“ครับ วันนี้จะมีแค่เรา”
…………………….
นิชคุณยืนรออูยองที่กลับเข้าไปเพื่อซื้อเค้กและขนมหวานต่าง ๆ เอาไว้ให้สมาชิกวงที่จะมาถึงตอนสายของวันพรุ่งนี้ นิชคุณยืนรออยู่สักพักก่อนจะหันไปสนใจร้านหนังสือที่อยู่ไม่ไกลนัก อูยองเพิ่งเข้าไปในร้านคงต้องใช้เวลาอีกสักพักที่จะเลือกขนมเสร็จนิชคุณจึงเดินตรงไปที่ร้านหนังสือ เป้าหมายก็เพื่อหาหนังสือสักเล่มให้อูยอง เมื่อก่อนอูยองไม่ค่อยเป็นคนที่ชอบอ่านเท่าไหร่นักแต่เขาก็คอยแนะนำหนังสือดี ๆ ให้จนตอนนี้อูยองก็กลายเป็นนักอ่านตัวน้อยไปแล้ว เห็นเมื่อวานอูยองบ่นอยู่ว่าไม่ได้เอาหนังสือติดตัวมาจากเกาหลีด้วยเลย รู้สึกอยากอ่านหนังสือสักหน่อย
นิชคุณเดินไปตามชั้นหนังสือที่มีหนังสือปกสวยเนื้อหาน่าอ่านเต็มชั้นไปหมด เป็นเรื่องโชคดีที่วันนี้คนค่อนข้างน้อยไม่เช่นนั้นการที่มีคนที่หน้าตาคล้ายกับคนที่ขึ้นปกหนังสือที่วางอยู่กลางร้านแบบนี้เดินเข้ามาอาจเป็นเรื่องใหญ่แล้วก็ได้
มือหนาลูบสันหนังสือเล่มที่ตัวเองสนใจ เขาจำได้ว่าเคยจับตอนที่มันเป็นภาษาอังกฤษอยู่เหมือนกัน เล่มนี้เป็นหนังสือที่ดีมากเล่มนึงเลย อูยองต้องชอบแน่นอน มือหนาดึงเล่มที่เป็นภาษาเกาหลีมาไว้ในมือก่อนจะเดินถัดไปอีกสองสามโซนเพื่อหาเล่มเดียวกันในภาษาอังกฤษสำหรับตัวเอง
“อานี่ไง Steal like an artist”พึมพำกับตัวเองแล้วหยิบปกสีดำสวยคลาสสิกออกมาจากชั้นหนังสือ นิชคุณถือหนังสือที่เหมือนกันทุกประการยกเว้นภาษาที่ใช้เขียนเอาไว้บนมือ เมื่อวางซ้อนกันมันคล้ายคลึงกันอย่างน่าประหลาด ประหลาดตรงที่แม้เหมือนกันก็แตกต่าง แม้เนื้อหาใจความหลักของมันเป็นเรื่องราวเดียวกันแท้ ๆ แต่เมื่อถูกถ่ายทอดจากต่างที่ ต่างภาษาและรูปแบบที่ใช้ ก็ไม่เหมือนกันแล้ว
มันก็คงเหมือนเรื่องราวมากมายที่เป็นในทุกวันนี้ ใจความและการคิดของแต่ละคนอาจจะมีเนื้อหาง่าย ๆ คล้ายคลึงกัน ความรัก ความฝัน ความโลภ ความหลง การเสียสละ ความต้องการ ความโกรธ การให้อภัย แต่ละอย่างมากมายเป็นสิ่งที่มนุษย์คิดและเป็น มันคล้ายกันเหมือนกัน แต่วิธีการและหนทางที่จะสื่อและแสดงออกมาต่างหากที่ต่างกัน ทำให้เรื่องราวแต่ละเรื่องราวต่างกันเพราะคนแต่ละคนไม่เหมือนกัน มีความคิดและการแสดงออกที่แตกต่างแม้จะเป็นเรื่องเดียวกันก็ตาม
ก็คงเหมือนเขากับอูยอง เราเคยผิดใจกันมาแสนนาน ทั้งที่เขาเองมั่นใจแล้วว่าอูยองรักเขาแต่มันก็ไม่ใช่อย่างนั้น อูยองมีวิธีแสดงออกมาอีกอย่างนึง เขาเองก็อีกอย่างนึง เรื่องนี้มันจะแก้ได้ง่ายแสนง่ายหากเพียงเราคุยกัน ทำความเข้าใจให้ตรงกัน สื่อสารและเข้าใจกัน แต่วันนั้นเขากลับโหดร้ายและทำร้ายอูยอง แถมต่อจากนั้นก็ใจร้าย เจ้าเล่ห์ล่อลวงสารพัด ใครกันอยากจะไปอยู่กับปิศาจร้ายแบบนั้นนะ
“ขอบคุณที่มาใช้บริการนะคะ โอกาสหน้าเชิญใหม่ค่ะ” พนักงานสาวเอ่ยขอบคุณพร้อมส่งถุงหนังสือให้ นิชคุณหยุดความคิดลงไปแล้วส่งยิ้มให้พนักงานสาว รับเงินทอนก่อนจะเดินออกมาจากร้าน
ร่างสูงที่หล่อสมบูรณ์แบบเดินกลับไปยืนรออูยองที่หน้าร้านขนมเช่นเดิม ผ่านไปราวห้านาทีนิชคุณเริ่มขมวดคิ้วและยกนาฬิกาดู ทำให้เห็นว่าตัวเองใช้เวลาในการเลือกซื้อหนังสือผ่านไปราวสิบห้านาที บวกลบคูณหารเวลาทั้งหมดแล้วก็น่าจะผ่านไปเกินครึ่งชั่วโมงแล้ว
อย่าบอกนะว่า..
ร่างสูงรีบเดินกลับเข้าไปในร้านขนมเอ่ยถามพนักงานแล้วก็ได้คำตอบที่ตัวเองคิดไว้ ..ซึ่งเขาไม่ชอบเลย
อูยองออกไปจากร้านได้เกือบสิบห้านาทีแล้ว อูยองคงยืนรอเขาแล้วไม่เจอก็เลยเดินออกไปหาเขาแน่ ๆ เราก็เลยคลาดกันแล้วอูยองก็ไม่มีโทรศัพท์ เขาจะทำยังไงดี ถ้าอูยองหลงทาง มีแฟนคลับจำได้ หรือโดนใครที่ไหนลักพาตัวไปล่ะเขาจะทำยังไงดี
“โธ่เว้ย ไอ้คุณ” สบถกับตัวเองอย่างโมโหก่อนจะรีบเดินออกไปเพื่อตามหาอูยองท่ามกลางคลื่นคนมหาศาล
…………………….
“โธ่เอ๊ย จาง อูยอง” เสียงหวานบ่นกับตัวเองอย่างเหน็ดเหนื่อยและสิ้นหวังเขาไม่น่าเดินออกมาเลย ก็เพราะออกมาแล้วไม่เห็นพี่คุณก็เลยนึกว่าพี่คุณไปเข้าห้องน้ำเลยเดินไปดูที่ห้องน้ำที่อยู่อีกตึกนึงแล้วพอเดินออกมาอีกครั้งเขาก็ดันหลงทางเสียแล้ว บ้าจริงโทรศัพท์ก็ไม่มี ทางก็จำไม่ได้ ภาษาอังกฤษห่วย พูดญี่ปุ่นก็ไม่รู้เรื่อง ถ้าแม่กับพี่รู้ว่าเขามาหลงกลางญี่ปุ่นตอนอายุยี่สิบกว่าแม่กับพี่ต้องหัวเราะจนน้ำตาไหลแน่นอนเลย
อูยองเดินหน้างออย่างสิ้นหวังพยายามมองหานิชคุณให้เจอวันนี้พี่คุณใส่เชิ้ตสีแดง เสื้อคลุมสีดำ แว่นตาดำ หมวกสีแดง ตัวสูงใหญ่หน้าหล่อแบบนั้นมันก็ต้องเด่นในหมู่ฝูงชนบ้างล่ะ แต่ก็นะนี่มันจิยูกะโอกะแล้วก็ชิบูย่านะคนถึงได้มากมายมหาศาลแบบนี้
“พี่คุณอยู่ไหนครับ ออกมาหาอูยองที ได้โปรด” อูยองอ้อนวอนกับท้องฟ้าพยายามมองหาพี่คุณต่อไป แต่เพราะยิ่งมองก็ยิ่งทำให้เห็นว่ามีผู้ชายวัยรุ่นญี่ปุ่นกลุ่มนึงมองหน้าเขาแปลก ๆ อูยองจับดูว่าผ้าพันคอ หมวกและแว่นดำที่ใส่มายังอยู่ดีไหม ก่อนจะลอบมองไปที่คนกลุ่มเดิมอีกครั้ง พวกเขาเริ่มกระซิบกันและมองตรงมา
อย่าบอกนะว่าเป็นแก๊งยากูซ่าน่ะ
อูยองลอบกลืนน้ำลายกับตัวเอง ไม่เอาน่าจาง อูยองก็คงเป็นแค่แฟนคลับล่ะมั้ง แต่ผู้ชายหน้าตายากูซ่าฝูงเบ้อเริ่มที่ไหนจะมาเป็นแฟนคลับวงผู้ชายด้วยกันล่ะ คิดปลอบใจตัวเองได้แค่นั้นก่อนจะรีบหันหลังและจ้ำอ้าวเดินออกไปอย่างรวดเร็วเมื่อผู้ชายที่ดูจะกร่างที่สุดในกลุ่มทำท่าจะเดินตรงมาหา อูยองไม่ขอเสี่ยง เพราะว่าถ้าเกิดเป็นยากูซ่าที่จับไอดอลเป็นตัวประกัน อูยองจะทำยังไงล่ะ
“พี่คุณช่วยผมด้วย” อูยองร้องเสียงไม่ดังนักกับตัวเอง ก่อนจะรีบเดินฝ่าฝูงชนออกมา เมื่อเห็นว่าคนกลุ่มนั้นไม่ตามมาแล้วก็หยุดหายใจพักนึง ตรงนี้มีคนค่อนข้างน้อยค่อยหายใจสะดวกหน่อย อูยองเดินต่อไปแล้วตั้งสติลองนึกถึงคำที่ใช้ถามทางขึ้นมา กลับไปรอที่ร้านขนมตามเดิมดีกว่าบางทีพี่คุณอาจจะนั่งรออยู่ที่นั่นก็ได้
อูยองเดินไปเรื่อย ๆ เพื่อหาที่นั่งเพราะเหนื่อยเต็มที ร่างบางนั่งลงตรงหน้ารูปปั้นรูปนึงที่มีคนเดินเข้ามาส่งยิ้มให้กับรูปปั้นหลายต่อหลายคน อูยองหันกลับมองรูปปั้นด้านหลังตัวเองก่อนจะร้องออกมาอย่างตื่นเต้น
“อ๊า ฮาจิโกะ” อูยองมองรูปปั้นของหมาน้อยฮาจิโกะ หมาผู้ซื่อสัตย์ที่ถูกส่งไปอยู่กับด็อกเตอร์อุเอะโนะเป็นเวลาแค่หนึ่งปี แต่ฮาจิโกะก็ไปนั่งรอรับด็อกเตอร์ทุกวัน แม้ว่าด็อกเตอร์จะตายจากไปแล้วก็ตาม ฮาจิโกะเฝ้ารอด็อกเตอร์อยู่หน้าสถานีชิบูย่าทุกวันจนตัวเองตายตอนอายุสิบเจ็ดปี เพราะเรื่องราวที่กินใจนี้เองทำให้รูปปั้นของฮาจิโกะถูกปั้นขึ้น เป็นสัญลักษณ์ของการนัดพบ จะไม่มีใครพัดหลงหรือหากันไม่เจอหานัดพบกันที่รูปปั้นฮาจิโกะ
อูยองยืนมองรูปปั้นด้วยรอยยิ้มนึกเสียดายที่ตัวเองไม่มีโทรศัพท์จะได้ถ่ายรูปคู่กับฮาจิโกะไปอวดทุกคนเสียหน่อย ยกมือขึ้นกุมที่หน้าอกแล้วก็ได้แต่ภาวนา ว่าเขากับนิชคุณจะเป็นอีกสองคนที่พัดหลงและได้เจอกันตรงหน้าฮาจิโกะ
“ฮาจิโกะ ช่วยให้ฉันกับพี่คุณเจอกันทีเถอะนะ”
…………………….
นิชคุณกำลังหัวเสียความเป็นห่วงอูยองพุ่งขึ้นในหัวใจสูงขึ้น สูงขึ้นจนเขารู้สึกเป็นกังวลไปหมด นิชคุณจ้ำอ้าวเดินฝ่าฝูงชนออกมา ดูแล้วเขาจะเดินมาไกลมากพอสมควรจากที่เดิม ไม่รู้ว่าอูยองไปอยู่ไหนแล้วอูยองจะรู้ตัวไหมว่าตัวเองหลงมาไกลแค่ไหนแล้ว เขาเชื่อว่าอูยองโตพอจะเอาตัวรอดได้แต่เขาก็ยังคงเป็นห่วงอูยองมากเช่นเดิม
“นายอยู่ไหน อูยอง” บ่นอย่างเคร่งเครียดแล้วมองหาอูยองท่ามกลางคนมากมายก่อนจะสาวเท้าเดินต่ออย่างไม่คิดหยุดพัก
“อา ขอโทษนะ” เสียงทักพร้อมมือที่รั้งหัวไหล่ทำให้นิชคุณหันไปมองแม้รู้ดีว่าไม่ควรทำหน้าตาไม่พอใจแต่ความเครียดที่สุมอกตอนนี้ก็ทำให้คนที่มาทักโดนดาร์กคุณพุ่งสายตามุ่งร้ายใส่เข้าไปเต็ม ๆ
“คือว่า..”
“พวกคุณจำคนผิดแล้วล่ะ” นิชคุณเลี่ยงตอบเป็นภาษาอังกฤษใส่กลุ่มผู้ชายแปลกหน้าที่ทักทาย เขาไม่แน่ใจว่าคนพวกนี้เป็นใครแต่เขาไม่อยากเสียเวลาที่จะตามหาอูยอง
“คือ เดี๋ยวสิ พวกเราจำคุณได้นะ” พวกนั้นกระซิบบอกไม่ดังนักคงเพราะไม่อยากให้สาว ๆ รอบข้างแห่กันมารุมศิลปินต่างชาติคนดัง นิชคุณหันกลับมามองอย่างอารมณ์ไม่ดีนัก พวกนี้มีอะไรกัน
“คือพวกเราเป็นแฟนบอยของอูยองน่ะ” สายตาที่มุ่งร้ายของนิชคุณเปลี่ยนไปแทบทันทีมองดูผู้ชายวัยรุ่นที่หน้าตาท่าทางน่าจะคลั่งไคล้เกิล์ลกรุ๊ปมากกว่าสมาชิกบอยแบนด์แล้วก็ได้แต่เลิกคิ้ว ผู้ชายที่ดูคล้ายลูกไล่เดินมาประกบนิชคุณ แล้วคนที่ดูเป็นหัวหน้าของคนพวกนั้นพูดเบาลงกว่าเดิมเพื่อหวังให้ได้ยินกันไม่กี่คน
  “คือเมื่อกี๊เราเจอคนคนนึงที่คล้ายอูยองของพวกเรามาก ๆ เลย ว่าจะเข้าไปขอลายเซ็นแต่ผู้ชายคนนั้นก็รีบหนีไป เราก็เลยคิดว่าไม่ใช่แล้วแต่พอเห็นคุณ พวกเราก็จำได้ทันทีเลยมั่นใจว่าคนที่เราเจอน่าจะเป็นอูยอง พวกคุณพลัดหลงกันเหรอ” นิชคุณพยักหน้ารับกับคำถาม ผู้ชายคนนั้นทำหน้าเครียดลงกว่าเก่า
“อาา แย่นะนี่ก็ใกล้จะมืดแล้วทิ้งผู้ชายหน้าตาน่ารักอย่างอูยองของพวกเราไว้คนเดียวกลางญี่ปุ่นตอนกลางคืนฉันว่าไม่ดีแน่ ๆ ต้องรีบหาให้เจอแล้วล่ะ เมื่อกี๊ฉันตามอูยองไปทางนั้นแต่อูยองรีบเดินไปเลยตามไม่ทันแต่ก็น่าจะตรงไปทางนั้นแหละ ” ชายหน้าตายากูซ่าชี้ตรงไปให้นิชคุณดู นิชคุณพยักหน้ารับอย่างเคร่งเครียดก่อนจะกล่าวขอบคุณแล้วรีบตามหาอูยอง
“รีบหาอูยองของพวกเราให้เจอนะ ถ้านายหาอูยองของพวกเราไม่เจอ พวกฉันจะไปถล่มบริษัทของพวกนายแน่” หมอนั่นเอ่ยย้ำไว้อีกครั้งไม่ทิ้งคอนเซ็ปต์หน้าตา นิชคุณเอ่ยรับปากก่อนจะคิดว่าที่อูยองรีบหนีเพราะกลัวแฟนบอยพวกนี้แน่  ๆ
ขายาวรีบก้าวเดินออกมาจากฝูงคนที่แน่นขนัดแล้วหยุดมองพลางคิดว่าอูยองน่าจะไปที่ไหนต่อ พลันสายตาก็เห็นรูปปั้นสำริดรูปใหญ่ที่โดดเด่นรีบสาวเท้าเข้าไปทันที เพราะเรื่องราวที่อูยองเคยเล่าให้ฟังนั้นแจ่มชัดขึ้นมาในความทรงจำ เขาจำได้ว่าที่เกาหลีอูยองเคยอ่านเรื่องของฮาจิโกะกับด็อกเตอร์อุเอะโนะ อูยองบอกว่าอยากมาถ่ายกับรูปปั้นของฮาจิโกะสักครั้งถ้ามีโอกาสได้มาญี่ปุ่น และอูยองยังบอกอีกว่ารูปปั้นฮาจิโกะคือสัญลักษณ์เห็นการพบเจอ จะไม่มีใครหากันไม่เจอหากนัดพบที่รูปปั้นฮาจิโกะ
ในที่สุุดก็เจอ
“อูยอง จาง อูยอง” นิชคุณร้องเรียกคนที่กำลังนั่งเตะขาตัวเองอย่างเบื่ออยู่หน้ารูปปั้น ใบหน้ากลมเงยขึ้นมาทันทีที่ได้ยินเสียงเรียก ปากอิ่มวาดยิ้มกว้างทันทีและกระโดดลงมาจากที่นั่งรีบวิ่งเข้าไปหาคนที่อยากเจอมากที่สุด
“พี่คุณ ผมดีใจจังเลยที่เจอพี่คุณ นึกว่าจะหลงทางอยู่ที่นี่ไปตลอดทั้งคืนแล้ว” อูยองเอ่ยร้องอย่างดีใจ สวมกอดนิชคุณอย่างรวดเร็วพอกับที่นิชคุณสวมกอด  นิชคุณสูดลมหายใจเข้าปอดและวาดยิ้มกว้าง
“อูยองรู้ไหมว่าพี่หัวใจจะวายแค่ไหนที่หาอูยองไม่เจอ นายเกือบทำให้พี่เป็นบ้าเลยรู้ไหม” กอดเสียจนแน่นแล้วยกมือลูบผมนิ่ม
“ผมขอโทษนะครับพี่คุณที่ทำให้เป็นห่วง”
“อย่าหายไปอีกนะอูยองไม่งั้นพี่ต้องตายแน่ ๆ”
“ครับ ขอบคุณนะครับที่เจอผม ผมกลัวแทบแย่แน่ะ” อูยองเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่หายกังวลเป็นปลิดทิ้ง เพียงได้เห็นหน้าได้อยู่ในอ้อมกอดของนิชคุณเขาก็รู้สึกปลอดภัยพอแล้ว
ทั้งสองคลายกอดออกจากกันก่อนที่จะเดินเลี่ยงออกมาเมื่อเห็นว่ามีผู้คนรอบข้างจับจ้องอยู่ไม่น้อยเลย หากใครจำได้หรือบันทึกรูปเก็บไว้คงไม่ดีแน่
“จะมืดแล้วเราจะกลับเลยไหมครับ” อูยองเอ่ยถามในขณะที่มือก็สอดคล้องกันกอบกุมกระชับกันแน่นขึ้น
“มืดแล้วก็ดีสิครับ เราจะได้ไปดูไฟถนนสวย ๆ กัน” นิชคุณเอ่ยบอก เขารู้ว่าเป็นที่ที่อูยองอยากไปมากและวันนี้ก็หมดเวลากับการพลัดหลงไปไม่น้อยเขาจึงยิ่งอยากอยู่กับอูยองทดแทนเวลาตอนนั้น ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะเดทกับอูยองไปทั้งคืนนี้ ค่ำคืนสุดท้าย
…………………….
“สวยจังเลยนะครับพี่คุณ” เสียงหวานเอ่ยบอกอย่างมีความสุข มือข้างที่ไม่ได้ใช้กอบกุมกันเอาไว้ชี้ไปที่เหล่าแสงไฟสีสวย
มากมายที่ทอดยาวแวดล้อมกับบรรยากาศสวยงามแสนสดชื่นรอบกายพวกเขา
“อูยองชอบใช่ไหมครับ” นิชคุณเอ่ยถาม อูยองวาดยิ้มกว้างจนแก้มกลมพองโตพยักหน้ารับ
“อูยอง” มือหนาบีบฝ่ามือบางแน่นขึ้นอูยองหยุดเดินหันมามองคนข้างกาย
“ครับ”
“คือ พี่มีเรื่องอะไรจะถามอูยองหน่อย” อูยองจ้องมองสายตาจริงจังหากแต่ก็แฝงความประหม่าของนิชคุณอย่างใคร่รู้
“คือพี่อยากรู้ว่าจริง ๆ แล้วอูยองรู้สึก..”
“ขอโทษฮะพี่ชาย ส่งลูกบอลให้ผมหน่อย” หากแต่น้ำเสียงที่จริงจังของนิชคุณดันถูกขัดด้วยเสียงเล็กของเด็กชายที่เตะบอลมากองอยู่ตรงหน้าอูยอง อูยองหันไปมองเด็กน้อยก่อนที่จะก้มลงหยิบลูกบอลขึ้นมาเมื่อเห็นเด็กชายเจ้าของบอลวิ่งเข้ามาหา
“บอลของหนูเหรอ นี่ครับ” อูยองทักทายเป็นภาษาญี่ปุ่นที่ไม่แข็งแรงนัก แล้วยื่นบอลคืนให้กับเด็กชายที่อูยองว่าดวงตากลมโต ผิวขาวและจมูกโด่ง รวมทั้งทรงหน้าสมส่วนนั้นทำให้เด็กน้อยมีหน้าตาละม้ายคล้ายคนที่มาออกเดทวันนี้กับเขาไม่น้อย อูยองคุกเข่าลงแล้วขยี้ผมของเด็กชายอย่างเอ็นดูด้วยรอยยิ้ม
“ขอบคุณนะฮะพี่ชาย” เด็กชายเอ่ยขอบคุณแต่ก็ยังไม่ละสายตาจากอูยอง
“ผมชื่อทามะฮะ พี่ชายชื่ออะไรเหรอฮะ” ทามะเอ่ยถาม
“พี่ชื่ออูยอง ส่วนพี่คนนี้ชื่อนิชคุณ” แนะนำนิชคุณที่ยืนยิ้มมองอูยองกับทามะอยู่
“อาฮะ” ทามะหันไปมองหน้านิชคุณอย่างพอเป็นพิธีแล้วจ้องมองอูยองต่อ
“พี่ชายน่ารักจังเลยฮะ น่ารักกว่าพี่สาวผมอีก ผมอยากเป็นแฟนพี่ชายจังเลย” อูยองกระพริบตารัว ๆ  เมื่อฟังคำพูดของทามะก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างแก้เก้อ
“เอ่อะ พี่ว่าไม่ดีหรอกมั้งครับทามะ พี่ว่าทามะไปจีบเพื่อนผู้หญิงที่โรงเรียนดีกว่านะ” อูยองหันไปมองนิชคุณที่ยืนขำจนตัวงอเป็นเชิงให้ช่วยหน่อย
“พี่ว่าทามะเป็นแฟนคลับแทนดีไหมครับ พอดีพี่อูยองมีแฟนแล้วน่ะ แล้วแฟนพี่อูยองก็ขี้หึงมากด้วย” นิชคุณเน้นเสียงตรงขี้หึงทามะทำหน้าเศร้าทันทีที่ได้ยิน
“พี่อูยองมีแฟนแล้วเหรอฮะ โธ่ นางในฝันของผม” เพราะสีหน้าอันขมขื่นของทามะถึงได้ทำให้อูยองยิ้มมาอย่างเอ็นดู
“โอ๋ อย่าเศร้านะครับทามะ มาเดี๋ยวพี่เซ็นลายเซ็นให้นะเอาไหม” อูยองหยิบปากกาในกระเป๋าออกมาแล้วยื่นมือรับลูกบอลที่ทามะส่งให้
“พี่อูยองทำไมมีลายเซ็นต์ด้วยล่ะครับ”
“อ๋อ พี่เป็นศิลปินน่ะ ทามะรู้จักวง 2PM ไหมครับ” เอ่ยถามขณะที่วาดรูปเด็กผู้ชายกำลังถือลูกบอลให้ทามะแม้ว่ารูปที่วาดมันจะดูไม่ค่อยคล้ายคนไปหน่อยก็ตาม
“อ๋อ ทามะเคยได้ยินพี่สาวเพ้อถึงบ่อย ๆ พี่อูยองเป็น 2PM เหรอฮะ ดีจังทามะจะเอาไปอวดพี่” ทามะเอ่ยว่าอย่างตื่นเต้น
“นี่ครับทามะ” มือบางส่งลูกบอลคืนให้ แต่นิชคุณกลับคว้ามาก่อนจะลงมือเซ็นต์บ้าง
“มา เอาลายเซ็นต์พี่ไปด้วย”
“ไม่เอา ทามะไม่อยากได้ลายเซ็นต์คนที่หล่อกว่าตัวเอง” เด็กชายว่าคิ้วขมวดยุ่งจ้องหน้านิชคุณที่ยังคงตั้งใจเซ็นต่อไป
“งั้นทามะหล่อกว่าพี่ก็ได้อ่ะ” นิชคุณส่งลูกบอลคืนให้ทามะยิ้มขึ้นมาได้หน่อยเมื่อได้ฟังคำยอของนิชคุณก่อนจะทำหน้าบึ้งไปเมื่อเห็นลายเซ็นของนิชคุณ
“ทำไมถึงมีรูปหัวใจตรงระหว่างชื่อพี่อูยองกับพี่นิชคุณล่ะครับ” นิชคุณวาดยิ้มร้ายเมื่อได้ฟังวาดแขนโอบรอบหัวไหล่ของอูยองทันที
“ก็เพราะว่าพี่นิชคุณกับพี่อูยองคู่กันน่ะสิครับ”
“พี่คุณครับ” อูยองหันมาดุก่อนจะตีนิชคุณเข้าให้ทีนึง ทำตัวเสี่ยงเป็นข่าวตลอดเลยนะคนคนนี้เนี่ย
“หัวใจหมายถึงทามะไงครับพวกพี่รักทามะไง” พออูยองอธิบายเพิ่มนิชคุณก็ส่ายหัวแล้วก็ยิ้มอย่างนึกเอ็นดูเหตุผลของคนพูดที่แถได้ใจจริง ๆ
“อ๋อ อย่างนี้นี่เอง ขอบคุณนะฮะ พี่อูยองถ้าเลิกกับแฟนเมื่อไหร่รอทามะนะฮะ” เด็กชายว่าด้วยเสียงแช่มชื่นเดินเข้ามาหอมแก้มอูยองก่อนที่จะรีบวิ่งจากไป อูยองได้แต่นั่งอ้าปากค้างอยู่แบบนั้น นิชคุณเอามือหนาเช็ดรอยหอมของทามะอย่างอ่อนโยน
“นี่พี่จะโดนเด็กแย่งแฟนแล้วเหรอเนี่ย” นิชคุณพูดอย่างกลั้วขำเลยโดนอูยองถองศอกเข้าให้ทีนึง
“พี่คุณน่ะห้ามเอาไปล้อผมด้วย”ฟังแล้วนิชคุณก็ชวนหัว ใครจะเอาเรื่องนี้ไปล้อกันเขาก็หวงแฟนเขานะ นิ้วโป้งลูบแผ่วเบาที่แก้มเนียนซ้ำอีกครั้ง
“ที่จริงต้องหอมซ้ำลบรอยทามะนะเนี่ยครับอูยอง” ฟังคำนิชคุณแล้วอูยองก็เลยถองศอกใส่นิชคุณไปเสียอีกทีก่อนที่จะเดินหนีไปนั่งที่เก้าอี้ไม้ตัวยาวที่ตั้งอยู่ห่างไปไม่มากนัก นิชคุณวิ่งตามอูยองมาด้วยรอยยิ้มก่อนจะทรุดตัวนั่งลงข้าง ๆ หันไปมองอูยองที่นั่งจ้องวิวทิวทัศน์ตรงหน้าด้วยแก้มที่แดงเรื่อแม้ในเวลาที่มีเพียงแสงไฟไม่สว่างมากนักเป็นตัวช่วยให้มองเห็น
“วันนี้มีความสุขจังเลยนะ” อูยองพยักหน้ารับคำของนิชคุณ
“ใช่แล้ววันนี้มีความสุขมากเลย ขอบคุณนะครับพี่คุณ” ส่งรอยยิ้มหวานให้แทนคำขอบคุณอีกที
“อูยอง” เอ่ยเรียกด้วยแววตาที่จริงจังมากขึ้นแต่อูยองก็กำลังเพลิดเพลินกับบรรยากาศสวยงามตรงหน้าจึงไม่ได้เห็นมัน
“ครับ”
“คือ… พี่รู้ว่าพี่ขอให้อูยองคิดว่าเรื่องคืนนั้นเป็นแค่ความฝัน แต่ถ้าความสัมพันธ์ของเราจะยุติลงเมื่อเราไม่ได้อยู่กันสองคนแล้วตามที่พี่สัญญากับอูยอง พี่ขอถามได้ไหมครับอูยอง” เกลี่ยนิ้วหยอกล้อแผ่วเบาไปกับแก้มขาวเนียน อูยองหันมามองหน้านิชคุณก่อนจะหลบสายตาเมื่อพอจะคาดเดาคำถามของนิชคุณได้
“พี่อยากรู้ทำไมคืนนั้นอูยองถึงเริ่มคืนแรกของเรา แต่เช้าวันนั้นอูยองกลับบอกให้เราลืมมันไปล่ะ”
“บอกพี่หน่อยได้ไหม คนดี”
“ผม..”
” ..ผมกลัว” อูยองเอ่ยพูดเพียงสั้นๆ แผ่วเบา รวบรวมลมหายใจก่อนจะเงยหน้ามองนิชคุณ
“ตอนเช้าผมตื่นขึ้นมาก่อนที่พี่คุณจะตื่นแล้วการที่อยู่ในอ้อมกอดของพี่คุณมันเหมือนฝัน มันวิเศษมาก มากจนผมยังไม่เคยจินตนาการไว้ มีพี่คุณอยู่ข้างๆ มีแขนพี่คุณเป็นหมอน มีความอบอุ่นของพี่คุณเป็นผ้าห่ม มันวิเศษมาก ผมรู้สึกว่ามันเป็นเช้าที่ผมตื่นมามีความสุขที่สุดในโลก ผมอยู่ข้างกายพี่คุณ ได้เป็นของพี่คุณอูยองเอ่ยเล่าเหมือนคิดถึงเช้าวันนั้น รอยยิ้มบางวาดขึ้นบนมุมปาก เขายังจำได้ที่ตัวเองซุกกายเข้าไปในอ้อมกอดของนิชคุณมากขึ้นกว่าเดิม
“แล้วในขณะที่ผมหลับตา ผมก็คิดถึงผลของสิ่งที่เราทำ ผลที่จะตามมา คิดถึงพี่แทคกับพี่เจย์ความรักของพี่เขาสองคนไม่ได้น้อยไปกว่าที่เรามีให้กัน แต่เขาก็ไม่อาจจะรักกันได้ ไม่อาจอยู่ด้วยกันได้ ผมรู้ว่าเหตุผลที่พี่เจย์ต้องไปมันไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องนี้แต่มันก็ทำให้ผมคิดและก็กลัว เราจะรักกันได้ยังไง มันเป็นได้เหรอที่ผู้ชายสองคนจะรักกัน ไอดอลที่มีแต่คนจับตามองอย่างเรา โลกใบนี้ไม่ใช่ของเรา ไม่ได้มีแค่เราสองคนบนโลกใบนี้ ความรักของเราจะทำให้แฟนคลับ จะทำให้คนมากมายผิดหวังและจะทำให้เราเจ็บปวด ต่อให้เรารักกันมากแค่ไหน สุดท้ายความรักของเราก็จะกลายเป็นคนผิดปกติสองคนที่รักกันในสายตาคนอื่น”
“ผมกลัว ถ้าวันนึงผมจะอยู่โดยไม่มีพี่คุณ วันนึงเราสองคนต้องพรากจากกัน วันนึงมีคนรู้เรื่องของเราแล้วเราก็ถูกสั่งให้เลิกคบกัน ถ้าวันนั้นมาถึงผมจะทำยังไง ถ้าวันนั้นเป็นวันที่ผมรักคุณจนหมดใจ รักพี่คุณจนเอาหัวใจคืนมาไม่ได้อีกแล้ว วันนั้น ผมคงตายแน่ถ้าไม่มีพี่คุณ ถ้าเกิดว่ารักพี่คุณมากกว่าที่รักอยู่ แล้วก็ถูกบอกให้เลิกรักพี่คุณ ผมคงทำไม่ได้ ผมคงทนไม่ได้  ผมกลัว กลัวจริงๆ เพราะงั้นก่อนที่ผมจะรักพี่จนถอนตัวไม่ขึ้นผมควรจะหยุดมัน”
อูยองกลัวความจริงข้อนี้ถึงได้เลือกที่จะบอกเช่นนั้นกับนิชคุณ และเป็นนิชคุณที่แสนดื้อดึง นิชคุณไม่ยอมเชื่อในสิ่งที่อูยองบอก ไม่สนใจฟังในสิ่งที่อูยองร้องขอ ผู้ชายคนนี้เลือกที่จะทำลายอูยองแทนการปล่อยอูยองไป แทนการปล่อยให้ความสัมพันธ์ของเราทั้งคู่จบลง นิชคุณไม่ยอมแพ้ ผู้ชายคนนั้นเลือกที่จะผูกพันเราไว้ด้วยกัน แม้ว่าสิ่งที่ใช้จะเป็นความเกลียดชังก็ตาม
อูยองเลือกที่จะทำให้มันจบลง แต่นิชคุณก็ยังสานต่อความสัมพันธ์ระหว่างเรา ด้วยความใจร้าย ด้วยความเกลียดชัง อูยองไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้เอาความมั่นใจอะไรมารักเขา มามั่นใจว่าเราจะรักกันได้

“ผมเลือกให้คืนนั้นมันกลายเป็นความฝันที่แสนวิเศษณ์ที่สุดในชีวิตผมดีกว่า ให้เป็นความจริงที่เรามีร่วมกันแล้ววันนึงเราก็โดนพรากจากไป ให้กลายเราเป็นเพื่อนร่วมวงกันเหมือนเก่า เพื่อนร่วมวงดีกว่าเป็นคนรักกันที่สุดท้ายก็ต้องเลิกรักกันและเจ็บปวดจะขาดใจ ผมทนอยู่กับวันนั้นไม่ได้แน่นอน ผมเอ่ยบอกพี่คุณให้เรื่องของเราจบลงเพราะผมเห็นแก่ตัวไม่อยากที่จะเสียใจ แต่สิ่งที่ผมได้กลับมา มัน….”อูยองเงียบลงไม่จำเป็นที่จะพูดต่อเพราะนิชคุณรู้ดีว่าวันนั้นมันเกิดอะไรขึ้นหลังจากน ั้น เขาไม่ยอมมองความจริงข้อนี้ อันที่จริงเขาเลือกจะมองผ่านมันไปเพราะเขาเองก็กลัวเช่นกัน แต่เขาเลือกที่จะโอบกอดอูยองไว้ข้างกายดีกว่าที่จะปล่อยอูยองไป แต่วิธีการที่เขาทำมันผิด ผิดมหันต์ ถ้าเพียงแค่เช้าวันนั้นเขาเข้าใจอูยอง เขาใจเย็นกว่านี้ เขามีสติมากกว่านี้ เรื่องเลวร้ายทุกอย่างคงไม่เกิดขึ้น

“พี่ขอโทษนะครับอูยอง ขอโทษจริงๆ” มือหนาซับน้ำตาหยดใสออกจากแก้มของอูยอง แล้วกระชับร่างบางมาไว้ในอ้อมกอดโอบกอดจนแน่น มือบางตวัดกอดตอบนิชคุณเสียงสะอื้นแผ่วเบาดังขึ้นในอ้อมกอดของนิชคุณ

“ไม่เป็นไรแล้วครับ ไม่เป็นไร ผมไม่อยากจะจดจำมันอีกแล้ว”

ท่ามกลางบรรยากาศแสงสีสลัวของแสงไฟในที่งดงามราวกับดาวบนท้องฟ้าเฉกเช่นหน้าปัดนาฬิกา ที่อูยองใส่ไว้อย่างหวงแหน ของค่ำคืนที่แสงไฟงดงามของถนนทางเดินแห่งเมืองหลวงของญี่ปุ่น สองร่างกอดกันท่ามกลางสายลมเย็นที่ราวกับมีไอหวานคละคลุ้งพัดผ่านร่างทั้งคู่ไป นิชคุณประครองใบหน้าอ่อนหวานไว้ด้วยฝ่ามือก้มใบหน้าลงหมายจะมอบจูบหวานลงประทับบนปากอ ิ่มที่หวนคิดถึงอยู่ตลอดเวลา

“เร็วสิพวกเรา อปป้าอยู่ไหนแล้วก็ไม่รู้ เมื่อกี๊ยังเห็นอยู่เลย” เสียงแซ่งแซ่ของแฟนคลับที่ดังขึ้นมาอย่างอึกทึกทำให้นิชคุณต้องกดร่างในอ้อมกอดลงไปบน พื้นถนนเย็นโดยมีตัวเองคล่อมเอาไว้ หวังว่าเก้าอี้กับต้นหญ้าและเสื้อคลุมสีดำที่เลือกมาจะช่วยบดบังพวกเขาได้

อูยองกัดริมฝีปากที่กลั้นยิ้มไว้จนแก้มกลม จ้องมองนิชคุณที่อยู่เหนือขึ้นไปดวงตาโตจ้องมองหน้าเขา เพราะใช้ศอกยันไว้กับพื้นนิชคุณยกนิ้วชี้ขึ้นติดปากเป็นเชิงบอกให้อูยองกลั้นเสียงหัว เราะให้ได้ไม่งั้นพวกเราคงจะเป็นข่าวดังแน่นอนแม้ว่าเขาเองก็กำลังยิ้มกว้างอยู่ก็เถอ ะ

“เมื่อกี๊ที่มินจีบอกว่าเห็นนิชคุณอปป้ากับอูยองอปป้าอยู่แถวนี้นี่ แล้วนี่อปป้าหายไปไหนแล้วล่ะ โอ๊ยย อุตส่าห์รอตั้งนานนึกว่าจะเก็บโมเมนต์ไปได้สักหน่อย” เสียงหญิงสาวบ่นเป็นภาษาเกาหลี เธอเดินเข้ามาใกล้เก้าอี้ไม้พร้อมกับเพื่อนสาวอีกสองคน แต่ละคนมีกล้องทั้งกล้องเล็กกล้องใหญ่พร้อมมือ

“นี่เธอเห็นอปป้าทั้งสองคนจริงหรือเปล่าเนี่ยมินจีหรือว่าเธอตาฝาด” เอ่ยถามเพื่อนสาวพร้อมวางมือลงบนพนักเก้าอี้ อูยองเผลอกลั้นหายใจทันทีเพราะว่าระยะที่ใกล้ถึงเพียงนี้หากหญิงสาวก้มลงมาก็คงจะเจอเ ขาทั้งคู่แน่นอน

“ไม่ฝาดนะฮานึล แก้มขาวๆ น่ารักๆ แบบอูยองอปป้ามันใช่มีกันพร่ำเพื่อนะ ถึงจะญี่ปุ่นก็เถอะ” พอได้ฟังมินจีพูดอูยองก็เผลอหลุดหัวเราะออกมาแต่ก่อนที่เสียงหัวเราะหวานๆ จะทำให้แฟนคลับรู้ตัวนิชคุณก็ก้มลงใช้ริมฝีปากปิดไปบนปากอิ่มไม่ให้เสียงหัวเราะหวานห ลุดลอยออกมา

“ถ้าหาไม่เจอก็กลับกันเถอะฮานึล มินจี วันหลังเราค่อยไปรอที่หน้าบริษัทตามตารางงานดีกว่า วันนี้เราไปหาอะไรกินกันเถอะ ฉันหิวจนแสบท้องแล้ว”

“ไปก็ได้ เสียดายจัง” ฮานึลบ่นอย่างเสียดาย แต่ต่อให้ยามโหด หรือหลังเวทีคอนเสริ์ตพวกเธอก็ไม่ท้อถอยหรอกอุปสรรคมากมายแค่ไหนก็ใช้มันห้ามความรักค วามวายในสายเลือดชาวคุณวูชิปเปอร์ของพวกเธอไม่ได้หรอก

เสียงเดินของหญิงสาวพร้อมเสียงพูดคุยกันห่างออกไปจนทั้งบริเวณเงียบลงในที่สุด อูยองขยำเสื้อของนิชคุณแล้วดึงแรงๆเป็นเชิงว่าให้ชายหนุ่มถอนริมฝีปากออกไปได้แล้ว อูยองยันตัวลุกขึ้นนั่งตามแรงฉุดของผู้ชายตัวโตตรงหน้า อูยองนั่งบดริมฝีปากตัวเองซ้ำไปซ้ำมาใบหน้ากลมแดงฉ่าเพราะรสจูบที่ได้รับเมื่อครู่ โชคดีแค่ไหนแล้วที่แฟนคลับไม่ได้ยินเสียงที่พวกเขาจูบกัน ถ้านิชคุณจะจัดเต็มถึงขนาดนั้นล่ะก็นะ

“เขินเหรอครับ หน้าแดงเชียว”รู้ทั้งรู้อยู่แก่ใจนิชคุณก็ยังจะเอ่ยแซวจมูกโด่งกดลงบนแก้มนิ่มอย่างจงใจ เมื่อใช้มือหนาโอบเอวให้ร่างเล็กลุกขึ้นตามกันมา อูยองกัดปากที่แดงช้ำของตัวเองยืนมองหน้านิชคุณ

อีกไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงสมาชิกวง 2PM ที่เหลือก็จะมาถึงญี่ปุ่นแล้ว และคำสัญญาที่เราเคยให้ไว้ด้วยกันก็จะจบลง ถ้าก่อนที่จะเป็นแบบนั้นเขาก็จะขอทำให้คืนนี้ราวกับเป็นความฝันที่ดีที่สุดอีกคืนนึง

มือหนาสัมผัสแผ่วเบาไปกับแก้มนิ่ม พวกเขายืนมองใบหน้ากันและกันกัน อูยองวาดมือบางเช็ดลงบนปลายจมูกโด่งของนิชคุณที่ขึ้นสีแดงน้อยๆ เพราะอากาศที่หนาวเย็น พวกเรามองตากันและกัน นิชคุณก้มใบหน้าลงมาราวกับมีแรงดึงดูด อูยองเองก็ดันส่วนสูงของตัวเองขึ้นเพื่อให้การจูบของเราง่ายขึ้น ริมฝีปากที่สัมผัสกันเรียวลิ้นที่สอดแทรกในโพรงปากกันและกันมันอ่อนหวานแต่ก็เร่าร้อน พอที่จะทำให้เขาลืมเลือนความหนาวเย็นรอบข้างไปได้ ความรักของเรามันมากพอที่จะทำให้ลืมเลือนความเจ็บปวดที่พวกเราพบเจอกันมาได้ พวกเขาคือคนที่ต้องทนอยู่กับเรื่องพวกนี้ไม่ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นในทุกช่วงเวลาชีวิตท ี่พวกเขาอยู่ด้วยกัน ตอนนี้พวกเขาแน่ใจว่าสิ่งที่พวกเขาจะต้องอยู่กับมัน คือความรัก ที่พวกเขาอดทนรอมาตลอด …ใช่ไหม

“ไปกันเถอะครับ เดี๋ยวจะมีใครมาเห็น” อูยองเอ่ยบอกด้วยปากอิ่มที่แดงจัดและแก้มกลมที่ขึ้นสีชมพูจนแดงระเรื่อ อูยองก้มหน้างุดๆ หลบสายตาของนิชคุณที่กำลังจ้องมองกันอยู่ จริงอย่างที่แฟนคลับคนนั้นว่า แก้มขาวน่ารักๆ เช่นนี้จะมีสักกี่คนกัน และสักกี่คนในนั้นจะเป็นคนที่รักเขาเช่นที่เขารักกัน

คงมีคนเดียว ..จาง อูยอง

“ไปไหนเหรอครับอูยอง กลับห้อง?” เอ่ยถามอย่างแซวๆ ด้วยสายตาเจ้าเล่ห์

“จะไม่กลับก็ได้นะครับ” อูยองพยายามซ่อนยิ้มที่ล้นแก้มหันมามองค้อนแล้วหันหลังใส่ ร่างสูงวาดยิ้มกว้างเดินเข้ามากอดเอวบาง ก้มลงหอมแก้มสีระเรื่อที่หอมกรุ่นแล้วกระซิบบอกแผ่วเบา

“เรากลับกันเถอะครับ อูยอง”
.
.
.
.
TBC

เมนต์ในนี้ไม่สะดวกติกแท็กทวิตหาได้ #NeverletKW

ฟอลทวิตได้นะจ๊ะ @Bowwie0723

Advertisements

2 คิดบน “[FIC-KW/TJ/CNN]Never Let you go # 15

Leave a Comment

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s