[FIC-KW/TJ/CNN]Never Let you go # 3

Title: Never Let you go
Chapter : # 3 The kinds of a good person สัมผัสเธอนั้นหอมหวานปานยาพิษ
Couple : NICHKHUN x WOOYOUNG
Rate : > NC15
Writer : LoveMe [KissMe]
Talk : โลกร้อนเนอะ มามะมาประหยัดพลังงานกันเถอะค่ะ ก็ดาร์กกันต่อไป
Enjoy ค่ะ ^^

*เนื้อหาในเรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการของผู้แต่ง ไม่เกี่ยวข้องกับสถานที่ สถานการณ์และบุคคลจริงใด ๆ ทั้งสิ้น*

user posted image
The kinds of a good person สัมผัสเธอนั้นหอมหวานปานยาพิษ

คนดี….
ผมกำลังสับสนกับคำๆนี้อยู่

อะไร แบบไหนกันนะที่เขาเรียกกันว่าคนดี
คนที่ทำในสิ่งที่ถูกต้องงั้นเหรอ
แล้วอะไรเป็นตัวที่ใช้วัดแบ่งความถูก ต้องนั้นเหรอ

…ผมไม่รู้หรอก

แล้วก็ไม่ได้อยากรู้ด้วย
..เพราะผมจะทำ ในสิ่งที่ถูกต้องอย่างที่ใจผมอยากทำ

ถึงใครจะไม่อยากก็ตาม

ผมเองก็เป็นคนดีในแบบของผม..

 
“ขอบใจนายมากนะ คุณ”เสียงนุ่มหูของนักร้องนำประจำวงเอ่ยบอกก่อนตบลงบนหัวไหล่หนาที่นั่งอ่าน หนังสือในมืออยู่บนโซฟากลางห้อง อย่างจะย้ำบอกว่าขอบคุณจริงๆ

“ใช่ ขอบคุณพี่ จริงๆนะครับพี่คุณ ทั้งๆที่พี่ก็ทำงานเหนื่อยพอมีเวลาว่างยังมาคอยดูแลพี่อูยองอีก”มักเน่ประจำ วงวิ่งลัลล้าหน้าบานเข้ามาหัวเกยพนักหลังโซฟายื่นหน้ามาตามแนวไหล่ของเขาอย่าง ขอบคุณอีกคน

“แล้วนี่พี่อูยองเป็นไง บ้างครับพี่คุณ”น้องเกือบเล็กของวงเดินตรงเข้าไปในโซนครัวเพื่อจัดการกับ เค้กหวานนุ่มลิ้นที่ซื้อมา

“อาการดีขึ้นหรือยัง”เสียงขอแรฟเปอร์ หลักประจำวงดังขึ้นเป็นคนสุดท้ายก่อนดึงบานประตูให้ปิดลง นิชคุณยิ้มออกมาบางๆกับถ้อยคำห่วงใยของสมาชิกวงทั้งหมดที่พร้อมใจถามกันถึงอาการของคนในห้อง

..ที่ผมเป็นคอยอยู่ดูแล…
“ก็ดีขึ้นบ้างแล้วล่ะ พึ่งจะทานยาไปคงหลับอยู่แหละตอนนี้”ผมเอ่ยบอกด้วยเสียงเรียบๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาทุกคนๆที่ส่งยิ้มละไมให้ผมอย่างรู้สึกซึ้งใจ
“งั้นเหรอดีแล้วล่ะ”แรฟเปอร์ของวงพูด ด้วยน้ำเสียงเหนื่อยๆ เหมือนตัดปัญหาออกไปได้อีกอย่าง ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องตัวเองในทันที จุนซูที่ถือแก้วน้ำอยู่ในมือได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆ เพราะรู้ดีว่ารูมเมทของตัวเองเป็นพวกติดอินเตอร์เน็ทแค่ไหน ..เมื่อก่อนมันเล่นอะไรไม่รู้หรอก

แต่เดี๋ยวนี้รู้ รู้ดีเลยล่ะว่าวันๆที่มันเพียรพรากอยู่ในโลกออนไลน์นั้นกำลังทำอะไรอยู่
การต้องมาเป็นคนที่มีอายุที่สุดในวงทำ ให้เขาต้องใส่ใจน้องๆมากขึ้น
แม้ว่าทุกคนจะดูแลตัวเองได้ดีมากก็ตาม แต่เพียงเท่านี้ก็รู้สึกเหนื่อยอ่อนเล็กๆแล้ว

แล้วถ้าเป็นแต่ก่อนที่พวกเขายังเป็น เพียงน้องใหม่ไม่ประสาล่ะ เป็นเพียงเด็กที่ดูแลตัวเองไม่ค่อยได้ ทำตัววุ่นวายอยู่เสมอ
แล้วเขาคนนั้นที่คอยดูแลพวกเขามาตลอดนั้นล่ะ
….จะเหนื่อยเพียงไหนกัน

 

พอคิดแล้วจุนซูก็ทำได้แค่ถอนหายใจมาอีกระลอก ก่อนจะทรุดตัวนั่งลงข้างนิชคุณที่อ่านหนังสือในมือต่ออย่างสงบ
“เฮ้อ! ช่วงนี้มี แต่เรื่องวุ่นๆนะคุณ อูยองก็มาไม่สบายแบบนี้อีก”จุนซูจิบน้ำเข้าไปเล็กน้อย ตาคู่เรียวตกเฉไปมองบานประตูห้องนอนที่นิชคุณใช้นอนเมื่อคืนนี้เพื่อดูแลไข้ ให้น้องเล็กอันดับสามของวง ขณะที่พวกเขาทั้งสี่คน ต้องออกไปทำงานไกลถึงต่างจังหวัด
“ช่วงนี้งานต่างๆก็ ติดต่อมามาก พวกเราไม่ค่อยจะว่างกันเลย นี่ก็ยังดีที่เมื่อคืนนายกลับจากถ่ายรายการแต่หัวค่ำ ถึงได้ว่างดูแลอูยองมัน ทิ้งอยู่หอคนเดียวเหงาแย่”จุนซูพูดพึมพำก่อนถอนหายใจอีกพืด กระดกดื่มน้ำในแก้วอีกเล็กน้อย เอ่ยถามต่อเมื่อเห็นเพื่อนต่างชาติคนเดียวในวงไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่กระตุกยิ้มและอ่านหนังสืออยู่ข้างๆเขาเท่านั้น
“เออคุณนายว่าอูยองใกล้จะหายหรือยังจากอาการที่นายเห็น มีเจ็บคอหรืออะไรร้ายแรงไหม”เอ่ยถามอีกครั้งอย่างเป็นห่วง คนโดนถามเงยใบหน้าเทวดาขึ้นเล็กน้อย ยิ้มตอบบางๆหากแต่ดูอภิรมย์จนหลอกล่อให้ไม่รู้สึกสงสัยได้ไม่ยาก

 
“ไม่นี่พักผ่อนอีกสองสามวันก็ดีขึ้นแล้วล่ะ” เอ่ยตอบพร้อมยิ้มละมุนให้
“พรุ่งนี้ฉันเองก็ว่างอยู่เดี๋ยวจะ คอยอยู่ดูให้อีกก็ได้นะ”ถ้อยคำอาสาของคนที่ดูจะงานยุ่งที่สุดในวงทำให้จุน ซูตบไหล่นิชคุณหนักแน่นอีกครั้ง อย่างรู้สึกขอบใจจริงๆ

“รบกวนนายหน่อยนะคุณ พรุ่งนี้ฉันกับไอ้ทโมนพวกนี้ก็มีงานกันอีกทั้งวัน”
” ทั้งๆที่นานๆทีนายจะได้พักแท้ๆ ขอบใจนะเว้ยไอ้คุณ”นิชคุณไม่ได้พูดอะไร แค่พยักหน้าแล้วยิ้มรับน้อยๆก่อนจะเบนสายตามาตามแถวอักษรในมือแทน รอยยิ้มบนกลีบปากแดงธรรมชาติ ที่ติดเจ่อนิดๆ เพราะใช้งัดปากคนถือดีบางคนมาเมื่อไม่นาน
รอยแดงช้ำบนมุมกลีบปากที่ไม่ได้มีใครเอ่ยทัก เพราะไม่ได้ติดใจสงสัย
หาใช่ไม่ติดใจสงสัยในกลีบปากที่ถูกใช้งานนี้

 

..แต่เป็นไม่สงสัยในตัวเขาต่างหาก

 

“พี่เองเดี๋ยวก็มีถ่ายโฆษณาไม่ใช่เหรอครับพี่คุณ อย่าลืมพักผ่อนนะพี่”จุนโฮเดินมาพร้อมกับเค้กสีขาวในมือวางลงบนโต๊ะตรงหน้า มีช้อนหลายคันนอนอยู่รอคนเข้าไปจัดการกับเค้กก้อนนิ่มนั้น ..แน่นอนว่าคนที่เร็วที่สุดคงไม่พ้นน้องเล็กจอมเขมือบ

“ชานนายกินไปแล้วนี่น่า แบ่งให้คนอื่นบ้างสิ”จุนโฮเอ่ยแหวทันทีทีชานซองตักเค้กคำโตเข้าปาก
“อย่าใจร้ายกับฉันนักสิจุนโฮ ก็มันอร่อยนี่น่า”พูดแล้วก็ทำหน้าทำตาอ้อนจุนโฮที่ยังไงก็ปั้นหน้าดุใส่ แม้จะนั่งมองดูชานซองตักเค้กกินอย่างอร่อยอยู่ก็เถอะ

นิชคุณมองดูน้องเล็กของวงทั้งสองคนคุยกระเง๊ากระงอดกันไปก็ได้แต่ยิ้มระรื่น ติดเรียวปาก หากไม่ใช่พฤติกรรมน่าเอ็นดูของน้องเล็กเท่านั้น สายตาคมปลายไปมองห้องที่ชานซองต้องนอน แต่มักหลบออกมานอนที่ห้องนั่งเล่นอยู่บ่อยครั้งไป
มันเกี่ยวกับคนในห้องนั้นต่างหากล่ะ
.

.

.

“ชานซอง!! จะทำอะไร”เสียงของรุ่นพี่ใจดีในวงเอ่ยกร้าวทันทีเมื่อเห็นมักเน่ ร่างยักษ์กำลังจับที่ลูกบิดประตูห้องที่ตัวเองต้องใช้ร่วมกับเขาเข้าไปข้าง ในมือขาวที่ถือหนังสือในมือปิดปึ้งเงยหน้ามองสะกดการเดินต่อของชานซองไว้ อย่าง ไม่พอใจ

“พี่อูยองป่วยมาตั้งหลายวันคงเซ็งแย่ ผมว่าจะเอาเค้กไปให้ทานน่ะครับพี่คุณ”ชานซองเอ่ยชี้ไปที่จานเค้กสีชมพูน่า ลิ้มลองในมือ สายตาก็หันไปมองจุนโฮที่นอนฟุบหลับอยู่บนโซฟานุ่มไม่ไกลจากที่นิชคุณและจุนซูนั่งดูโทรทัศน์อยู่นัก คนที่บ่นเขามาหลายนาทีว่าควรเอาไปแบ่งคนอื่นทานบ้างไม่ใช่เหมาเรียบอยู่คนเดียว

“อูยองกำลังไม่สบาย กินขนมหวานๆมันๆไม่ได้ มันแสลง”นิชคุณพุดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบหากแต่แฝงไปด้วยไอรังสีบางอย่างที่ ทำให้ชานซองได้แต่หัวเราะแหยๆ
พี่คุณเวลาโกรธเป็นสิ่งสุดท้ายในชีวิต ที่เหล่าสมาชิกในวงอยากจะเห็น …รวมถึงชานซองคนนี้ด้วย
“อูยองหลับอยู่นายอย่าไปกวนเลยชานซอง”จุนซูเอ่ยปรามอีกคน ก่อนจะเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นอีกให้ปวดหัว สายตาก็ตวัดไปดูนาฬิกาข้อมือ ก่อนจะหาวออกมาดังๆ
“นี่ก็ดึกมากแล้วพวกเราไปพักกันเถอะ “จุนซูลุกขึ้นเดินไปปิดโทรทัศน์ตรงหน้า วางรีโมตลงข้างพลาสม่าเครื่องหรู เฉตาไปมองน้องเล็กของวงที่เดินคอตกเอาจานเค้กมาวางไว้ในครัว บิดขี้เกียจอีกเล็กน้อยเอ่ยสั่งก่อนเดินตรงไปที่ห้องตัวเอง

“ชาน ซองแกก็แซะเอาไปจุนโฮเข้าไปนอนใน ห้องด้วยละกัน นายก็นอนห้องนั้นไปเลย เพราะคืนนี้นายจะเฝ้าไข้อูยองมันต่อใช่ไหม”หันมาถามคนที่นั่งใจเย็น อ่านหนังสือในมืออยู่บนโซฟาอีกครั้งให้แน่ใจ รอยยิ้มหวานที่ส่งมาให้บอกคำตอบได้ดีพอ

 

“จุนโฮอ่าาา ไปนอนกันนะ”พอเห็นชานซองที่ยกจุนโฮขึ้นมาอุ้มเหมือนท่าเจ้าสาว มือคนง่วงถูกจับเกาะไหล่เกาะคอคนอุ้มไว้ลวกๆพอไม่ให้หล่น ผ่านหน้าเข้าประตูห้องอีกบานไป จุนซูก็หาววอดปิดท้ายก่อนจะก้าวเดินต่อ
“นี่ คุณแกก็พักผ่อนด้วยนะเว้ย อย่าเอาแต่ดูแลอูยองมันล่ะ”เสียงสั่งท้ายนุ่มหูก่อนจะตามาด้วยเสียงปิดประตู ทิ้งให้ทั้งห้องนั้นเงียบกริบ มีเพียงเสียงฮีตเตอร์ที่ครางหึ่งและเสียงหายใจเข้าออกของคนที่นั่งจดจ้อง หนังสือในมืออยู่นิ่งๆเท่านั้น สายตาคมหวานที่จ้องตัวอักษรอยู่ไม่ได้กวาดไล่ตัวพิมพ์อย่างควรเป็น หากเพียงจับจ้องนิ่งอยู่กลางหน้ากระดาษนิ่งๆเพียงนั้น รอยยิ้มพรายปรากฏขึ้นอีกครั้งบนใบหน้าเเห่งเทพเทวดา
ดูแลงั้นเหรอ อืม เขาก็ดูแลอูยองจริงๆนั่นล่ะนะ

ดูแลลึกซึ้ง ทุกซอก ทุกมุม
มือหนาจับหุบเล่มหนังสือในมือลูบปกซ้ำ สองสามครั้งแล้ววางลงบนโต๊ะตรงหน้าให้เป็นระเบียบ สายตาคมตวัดมองนาฬิกาบนผนัง
..เวลาอีกไม่เท่าไหร่ก็ใกล้เหยียบย่ำ ข้ามเส้นมาวันใหม่
ได้เวลาที่ใครบางคนควรกินยา

ใครบางคนที่เขาปล่อยให้ได้พักไปนานหลายชั่วโมง หลังจากเมื่อคืนนั้นออกแรงขับเสียงเกลียดเขาจนย่ำรุ่ง

รอยยิ้มเหยียดประดับบนใบหน้าก่อนยันตัว ลุกขึ้นเดินตรงไปประตูเป้าหมาย แต่ชั่วครู่เท้าที่เดินมุ่งไปทางประตูห้องของตัวเองหยุดชะงักอย่างคิดได้ ก่อนจะหมุนหันมาทางด้านหลังตรงไปที่โซนครัวในทันที

เค้กสีชมพูน่าทานที่ชานซองคิดจะเอาไป ฝากคนป่วยวางนิ่งนอนอยู่ล่อตาล่อใจ ..ชนิดที่ว่าคนเห็นคงลืมป่วยเเล้วลงซัดให้ราบแทบไม่ทัน

นิชคุณกระตุกมุมปากยิ้มแทบในทันทีกับ ความคิดที่แวบวาบมาในหัว
มือหนาจับช้อนที่นอนนิ่งอยู่ขึ้นกดตักเค้กคำไม่ใหญ่ไม่เล็กนักขึ้นมา ก่อนจะจัดการส่งเข้าปากตัวเอง

อืม~ รสชาติหวานหอมอย่างนี้เองชานซองถึงอยากเอาไปฝากอูยองนัก

ช้อนที่มีเค้กเนื้อนุ่มวางอยู่ล่วงเข้าปากนิชคุณอีกหลายคำ จนตัวเค้กในจานเหลือเพียงครึ่ง นิชคุณแลบเลียลิ้นไปทั่วปาก รับรู้ถึงความหอมหวานของเค้กที่กระจายอยู่ทั่วปาก รอยยิ้มแสยะยกขึ้นอีกครั้ง

..เอาสิ! ชานซองนายอยากให้พี่ชายแก้มป่องนายกินเค้กใช่ไหม
มือขาวจัดการพาเค้กหวานหอมเข้าปากอีกคำ ก่อนจะจัดการวางช้อนตักเค้กลงในจานสวยตามเดิม หันหมุนไปตามทางที่ใจหมายจะเอาไปในทีแรก รอยยิ้มกริ่มเหยียดทั่วริมฝีปาก รู้สึกสนุกอย่างหยุดไม่อยู่
..งั้นเดี๋ยวพี่ชายคนดีคนนี้จะจัดการป้อนให้ถึงปากเลยแล้วกัน
………….
“แกรก” นิชคุณจัดการปิดประตูห้องนอนตัวเองด้วยเสียงที่แผ่วเบาที่สุด ก่อนจะกดล็อคห้องในทันทีให้แน่ใจว่าเมื่อตกดึกกว่านี้ถ้ามีใครคิดจะมาเยี่ยม ไข้หรือหยิบยืมอะไร จะเข้ามาในห้องนี้ไม่ได้
สาวเท้าช้าๆแต่แผ่วเบามาที่เตียงนอนไม่กว้างไม่เล็กของตัวเอง ที่จัดวางอยู่ห่างจากจากอีกเตียงใกล้ๆที่เต็มไปด้วยข่าวของจนไม่สามารถจะนอน ได้อีก แม้จะไม่ได้เปิดไฟขึ้นให้ในห้องสว่าง แต่แสงจากดวงจันทราธรรมชาติที่ลอดเข้าหน้าต่างมาก็ช่วยได้มาก

 

สาย ตาคมที่จ้องจับเรือนร่างขาวบนเตียงยกยิ้มขึ้นแทบทันที นึกหนักใจว่าจะเดินไปปลดม่านกันแสงที่ถูกยกขึ้นหลบมุมจนแสงจันทร์ดีไหม ที่ส่งแสงนวลอาบไล้ลงบนหัวไหล่ขาวและแผ่นหลังเนียนเปลือยน่าสัมผัสที่ถูก แต้มทารอยสีกลีบกุหลาบจนทั่วบริเวณไปหมด ราวศิลปะเลอค่า ของคนที่นอนคว่ำหลับสบายอยู่ตรงหน้าที่มีเพียงผ้าห่มผืนอุ่นปิดปังอยู่ตรง ส่วนกลางหลังจนมิดปลายเท้าอยู่อย่างครึ่งๆกลางๆ
ผิวเนื้อขาวเนียนเหมือนเด็กตรงหน้านั้นช่างล่อตาล่อใจ ไม่ว่าใครเข้ามาเห็นก็คงแทบไม่เป็นอันทำอะไรแน่ๆ ใบหน้าขาวที่ตะแครงข้างจนแก้มอูมโดนทับไปเสียข้าง ริมฝีปากแดงอิ่มที่ปิดกันสนิทแต่ก็ดูหวานเย้ายวนชวนให้ลองชิมดูสักทีว่าหวาน แค่ไหน
..แบบนี้ยังไงถึงไม่อยากให้ชานซองได้เข้ามาเจอ
แค่คิดว่าถ้าชานซองเข้ามาเจออูยองแบบนี้เข้า รอยยิ้มแบบที่ใครบนโลกใบนี้ก็คงไม่อยากเจอก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าขาวแสนดูดี รอยยิ้มแบบที่ว่าคนเห็นคงไม่ปัญญาหายใจต่อทันทีจากน้ำมือของเจ้าของรอยยิ้มเอง
นิชคุณกลืนรอยยิ้มแบบนั้นลงคอไปก่อนจะจดจ้องคนนอนหลับอยู่ต่อ ..หลับเหมือนเด็กเลยนะ
รอยยิ้มผุดพรายขึ้นอีกครั้ง
มือหนาแตะสัมผัสแผ่วเบาลงบนต้นคอขาวที่มีไรผมสีดำกระจายอยู่แผ่วเบา ปลายนิ้วยาวเขี่ยลูบลงตามแนวกระดูกสันหลังเบาๆ อดหัวเราะอย่างตลกเบาๆไม่ได้เมื่อคนโดนลากมือนั้นขยับตัวเล็กน้อยอย่างไม่สบายตัวที่มีคนมาแกล้งแบบนี้
นิชคุณหดมือกลับคืนมา ก้มจูบเบาลงบนหัวไหล่เปลือย ไล่ขึ้นไปจนถึงต้นคอขาว ลิ้นร้อนละเลียไล้เนื้อคอแถวนั้นเบาๆ ก่อนจะรุนแรงขึ้นเมื่อผิวสัมผัสนุ่มละมุนที่ปลายลิ้นนั้นล่อลวงใจเหลือเกิน
..ละมุนลิ้นและหอมหวานกว่าเค้กที่ชานซองอยากเอามาให้คนๆนี้กินสักล้านเท่า
คิดได้แบบนั้นนิชคุณก็ถอนใบหน้าคืนมาจากซอกคอขาว รอยยิ้มแสยะยกขึ้นอีกครั้ง เป็นจังหวะเดียวกับอูยองที่พลิกตัวมานอนหงายแทนอย่างนึกรำคาญสัมผัสที่ได้ เมื่อครู่ คิ้วบางขมวดหนักอย่างหงุดหงิด แต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าอูยองลืมตาตื่นขึ้นมา
นิชคุณไล้มือแผ่วเบาไปตามเรือนแก้มขาว เลือกที่จะไม่ขึ้นไปนั่งบนเตียงให้ที่นอนเกิดการเปลี่ยนแปลงจนคนนอนอยู่อาจ ตื่นขึ้นมา นิ้วชี้ที่เขี่ยเล่นอยู่ข้างแก้มแตะเบาๆลงบนกลีบปากอิ่มที่ดูเจ่อแดงช้ำ มากกว่าของเขาเสียอีกเบาๆ
..ดูแดงแบบช้ำๆ และห้อเลือดอยู่หลายจุด
นี่คงจะกัดปากตัวเองตอนมีอะไรกับเขาแน่ๆ
ใบหน้าคมหวานถอนหายใจอย่างไม่สบอารมณ์ ปลายนิ้วยังแตะไล่ลงบนรอยห้อเลือดที่กลีบปากอิ่มแผ่วเบา
คราวหน้าต้องไม่ให้กัดปากตัวเองแบบนี้อีก
เอาลิ้นสอด เอานิ้วยัดไว้ หรือวิธีไหนยังไงก็ต้องทำ
นิชคุณถอนหายใจอีกครั้ง ส่ายหัวเบาๆกับตัวเอง ก้มใบหน้าลงฝังจมูกโด่งตัวเองบนเรือนแก้มขาวนั้น ก่อนจรดริมฝีปากข้างใบหูบางของอูยอง

“…..ขอ ..”
“คุณทำอะไรน่ะ!!”เสียงแหวตวาดของคนที่นอนหลับอยู่ดังขึ้นทัน ก่อนจะส่งแรงผลักมือที่แตะริมฝีปากตัวเองออกไป

“เอามือสกปรกของคุณไปให้พ้นนะ”อูยองยันตัวลุกขึ้นจนผ้าผืนนิ่มที่คุมตัวเองอยู่ ล่วงลงไปกองแค่สะโพรกเปลือยของตัวเอง ก่อนจะเขยิบตัวถอยห่างอย่างรนๆ
“เหอะ!! จาง อูยอง”นิชคุณที่โดนผลักออกจนเซไปแทบจะนาบลงกับพื้นห้องเพราะกำลังก้มตัวอยู่ ยืดตัวขึ้นสูดลมหายใจเข้าปอดแรงๆ หันใบหน้าดูดีมาจ้องมองอูยองด้วยรอยยิ้ม ..รอยยิ้มแบบที่อูยองไม่อยากเห็นมัน ..อีกแล้ว
“มือสกปรกงั้นเหรอ อูยอง”นิชคุณก้าวทิ้งหัวเข่าลงบนผืนเตียงก่อนค่อยๆ คืบคลานใกล้เข้ามา อูยองจ้องมองตามหัวเข่าที่พาลำตัวสมส่วนเข้ามาใกล้แล้วกลืนน้ำลายอย่างหวาด หวั่น รุดตัวถอยห่างไปจนแผ่นหลังไล่ไปติดแนบกับแผ่นหน้าต่างใสที่นำพาแสงจันทร์ เข้ามาในห้อง จนตอนนี้แสงที่ควรเข้ามาหดหายไปเกือบครึ่ง แต่ความมืดก็ยังไม่มากพอจะบดบังสายตาระยับจากดวงตาคู่คมที่ส่งวิ๊งค์ล่อลวง แฟนคลับมานักต่อนักตรงหน้าได้เลยแม้แต่นิดเดียว

“ทำไมนายถึงได้ปากร้ายอย่างนี้นะ จาง อูยอง”บ่นพึมพำคล้ายกับพูดกับตัวเอง แต่เสียงนั้นกับชัดเจนพอจนเข้ามาในสองหูคนฟัง อูยองยิ่งแนบหลังเข้ากับบานกระจกเข้าไปอีกเมื่อนิชคุณคืบใกล้เข้ามา สัมผัสที่แผ่นหลังเปลือยเปล่าแนบเข้ากับกระจกนั้นเย็นเชียบ และยังคงแผ่ความเย็นอยู่อย่างต่อเนื่อง แต่อูยองขอฝังตัวไปกลับความเย็นนั้นดีกว่า ได้รับสัมผัสอุ่น จนร้อนรุ่มตรงหน้า
“คุณจะทำอะไรออกไปห่างๆเลยนะ”อู ยองเอ่ยตวาด แม้บังคับแต่เสียงก็ยังสั่นลอดออกมาก มือที่ส่งออกมาเพื่อผลักนิชคุณให้ออกไปห่างๆ ถูกฉวยเอาไว้แล้วกำแน่น ก่อนจะเปลี่ยนเป็นตรึงไว้กลับผนังเมื่อนิชคุณแนบตัวใกล้เข้ามา
“ปล่อยนะ”อูยองกัดฟันจนเสียงสั่นพูดออกมาลอดไรฟัน ดวงตาอูมจ้องมองใบหน้าที่ตียิ้มนิ่งอยู่ไม่ไกลนักอย่างผลักไส มืออีกข้างที่ว่างอยู่กำผ้าห่มไว้แน่น ไม่ได้ถูกนำมาผลักไสนิชคุณออกไปอย่างใจคิดเพราะรู้ว่าหากทำแบบนั้น มือข้างนี้ก็คงไม่พ้นโดนรวบตรึงติดผนังไปอีกข้าง ….แบบนั้นมันจะยิ่งทำให้เข้าตกลงบ่วงนี้จนเกินจะรอดได้
“นี่อูยองรู้ไหม พอนายไม่สบายเนี่ยมีแต่คนถามถึงนายกันใหญ่เลยนะ”
“เจ้าพวกนั้นเป็นห่วงนายกันมากเลย ถามนู่น ห่วงนี่” สิ่งที่นิชคุณเอ่ยพูดออกมาพร้อมสายตาเอ็นดู ที่แม้จะไม่เห็นชัดนักเพราะเงาเขาบดบัง แต่ก็ยังพอเห็น ทำให้อูยองนิ่งขึ้น มือที่กำชายผ้าไว้แน่นคลายออกเบาๆ สายตาอูมยังคงกระแสไม่ไว้ใจจดจ้องมองใบหน้าของนิชคุณที่ดูใจดีจนเกือบเผลอไผ อยู่ไม่ไกล
“ขนาดชานซองที่หวงของกินจะตาย ยังจะเอาเค้กมาแบ่งนายเลยนะ อูยอง”นิชคุณพูดช้าๆ มือหนาไล้เรือนแก้มขาวเบาๆ อูยองเสหน้าหนีออกห่าง เสียงพ่นลมหายใจหึ แต่ยังคงติดยิ้มไว้อยู่ ก่อนจะคว้าดวงหน้าหวานที่สะดุ้งทันทีที่โดนแตะเพราะกลัวจะถูกบีบแก้มอีกแต่ ก็ต้องแปลกใจเมื่อสัมผัสที่ได้กลับแผ่วเบา ก่อนจะจับดันเบาๆให้มาสบตาคู่คมที่จ้องอยู่

“พี่รู้ว่านายชอบเค้ก ..แต่ป่วยนี่นะ”อูยองยังหดคอกลัวเมื่อเห็นนิชคุณก้มลงมากระซิบบอกเบาๆ มือหนาบนใบหน้าไล้ลูบแผ่วถ่ายทอดความอบอุ่นให้
มันดูอ่อนโยน
มันดูใจดี
มันดูแผ่วเบา

..จนไม่น่าไว้ใจ
“แต่ไม่เป็นไรหรอก ..พี่เอามาฝาก”นิชคุณถอนใบหน้าออกมา เลียไล้ริมฝีปากตัวเองรับรู้ถึงรสหอมหวานในปากที่ยังคละคลุ้งอยู่ไม่จาง อูยองมองการกระทำนั้นด้วยหัวใจที่เต้นรัวเละหวาดหวั่นอย่างเฝ้าภาวนา บางอย่าง หากไม่เป็นอย่างหวังเมื่อใบหน้าคมจะก้มลงมาทาบริมฝีปากลงบดขยี้ริมฝีปากอิ่ม แทบในทันที
…ไว้ใจไม่ได้จริงๆด้วย ไว้ใจไม่ได้
อูยองใช้มือที่ว่างอยู่ทุบดันแรงลงบนแผ่นอกขาวของคนที่ล่วงจู่โจม ทุบแรงเท่าไหร่ก็ดูจะไม่เป็นผล หยาดน้ำร้อนปริ่มล้นหางตาเมื่อมือหนาบีบเบาๆบนเรือนแก้มตัวเองให้กว้างออก ก่อนลิ้นร้อนจะล่วงเข้าไปด้านใน

กลิ่นหอมหวานของเค้กสตอเบอร์รี่กระจายคลุ้งไปทั่วโพรงปากของอูยองทันทีที่ลิ้น ร้อนของนิชคุณแทรกตัวเข้าไป มือหนาที่ใช้ตรึงฝ่ามือไว้ชิดผนังผละออกมารั้งเอวคอดของอูยองให้ใกล้เข้า มากว่าเดิม ลิ้นที่ละเลียดเกี่ยวรั้งยังคงถ่ายทอดความหวานสู่อีกริมฝีปากอยู่ไม่คลาย

..ยอมรับว่าเป็นเค้กที่หอมหวานที่สุดตั้งแต่เคยทานมา ..แต่อูยองไม่อยากได้
มือบางทั้งสองช้างช่วยกันผลักลำตัวของนิชคุณออกไป หยาดน้ำที่เพียงปริ่มในทีแรกไหลล้นลงจากสองหางตา แต่ลิ้นร้อนเล็กก็ยังคงได้รับการป้อนเค้ก รสอร่อยอยู่ไม่ห่าง ผู้ป้อนดูจะตั้งใจฝากฝังให้ทุกความหวาน ความละมุนของเค้กในอีกคนได้รับมัน เพราะแม้ความหวานของรสเค้กจะเริ่มแผ่วจางออกไปมาก จนมีอีกความหวานเข้ามาแทน นิชคุณก็ยังคงถ่ายทอดและตักตวงความหวานจากปากของอูยองอยู่ไม่ขาด
“หะ หะ~~”เสียงลมหายใจร้อนที่เอาออกมาเพื่อนำอากาศบริสุทธิ์เข้าไปแทนที่ดังออก มาจากริมฝีปากของคนทั้งสอง ที่ไม่ได้อยู่ห่างกันเกินห้วงลมหายใจเสียด้วยซ้ำ
นิชคุณที่ถอนริมฝีปากออกมาเมื่อเห็นว่าอากาศ ที่มีเข้าปอดเริ่มห่างหายเพราะได้หลอมรวมกับอีกฝ่ายไปนาน สบตาคนตัวเล็กที่ฝ่ามือจิกอยู่บนเสื้อที่หัวไหล่เขาแน่น กำลังพาอากาศบริสุทธิ์นั้นเข้าเลี้ยงร่างกายด้วยสายตาสั่นระริก

“อร่อยไหม”นิชคุณเอ่ยถามเหมือนแกล้งเล่น มือหนาที่เอื้อมไปหมายจะเช็ดน้ำลายที่มุมปากให้ร่างเล็กถูกปัดทิ้งอย่างแรง อูยองเงยหน้าขึ้นจ้องเขานิ่ง สายตาแบบที่อัดแน่นด้วยความเกลียดชังถูกส่งมาหาเขาอีกแล้ว ก่อนมือที่ปัดเขาออกเมื่อกี๊จะเช็ดแรงที่น้ำลายมุมปากอย่างส่งๆ จะมุ่งหมายขยี้เช็ดริมฝีปากอิ่มตัวเองอย่างไม่กลัวว่าจะได้เลือดไหม
“อูยอง!!”นิชคุณเอ่ยเสียงเข้มคว้าข้อมือที่เช็ดปากตัวเองอย่างแรงของอูยองมา ครองไว้ บีบแน่นที่รอบข้อมือขาว ถลึงตาใส่ดุที่เจ้าตัวจะทำปากตัวเองเป็นแผล
“อย่าท…”
“รส ชาติ…”เสียงเรียบๆของอูยองทำให้นิชคุณที่จะเอ่ยว่าอีกครั้งเงียบลง มองอูยองที่เงยหน้าขึ้นสบตาเขา สายตาที่จ้องมาทำให้นิชคุณนั่งรอฟังอย่างสงบว่าอูยองจะต้องการพูดอะไร
“เค้ก มัน..รสชาติ”มือขาวเอื้อมตวัดเช็ดน้ำตาตัวเองส่งๆอย่างไม่ต้องการให้ไหลออก มา สายตาแบบที่นิชคุณเฝ้าสงสัยนักหนาว่าเบื้องหลังมันคืออะไรถูกส่งผ่านออกมา ชั่วแวบให้หัวใจคนมองเกิดความสงสัยที่เต้นถี่ก่อนจะหายลับไป
“บัดซบ” เป็นสายตาแบบเดิมๆที่เขามักจะได้มันถี่ๆ ในช่วงนี้

“น่ารังเกียจ”
“รสชาติบัดซบ!!!”
“ชั่วชีวิตนี้ผมจะไม่มีวันมีความสุขกับการกินเค้กอีกแล้ว”

“เพราะคุณได้ทำลายความรู้สึกดีๆของผมกับมันไปหมดแล้ว”

“บัดซบ รสชาติเค้กบ้านั่นมันบัดซบที่สุดเลย”มือขาวยกปาดน้ำตาที่ปริ่มล้นของตัวเอง ก่อนจะแสยะยิ้มเอ่ยต่ออีกครั้ง

“ผมจะไม่มีวันมีความสุขกับทุกสิ่งที่คุณเข้ามาเฉียดใกล้ นิคคุณ!!!” เสียงใสที่พร่าหนักตวาดดังจนเต็มสองหู หยาดน้ำร้อนที่กลั้นไว้พากันไหลออกมาจนดวงหน้าขาวของอูยองขึ้นสีและเปียกปอน อูยองกัดริมฝีปากตัวเองแน่นจดจ้องใบหน้านิชคุณที่ตอนนี้ตีสงบอยู่ให้รับรู้ ถึงข้อความที่เขาต้องการจะสื่อออกมา

เกลียด

เกลียด

เกลียดมากแค่ไหน

รับรู้ไว้ซะนิคคุณ

ว่าผมเกลียด เกลียดแค่ไหน

“ผมเกลียดคุณ!!!”เสียงพร่าตวาดใส่อีกครั้ง ฝ่ามือที่ใช้เช็ดน้ำตาตัวเองเมื่อครู่เหวี่ยงขึ้นหมายจะตบแรงๆลงบนใบหน้าขาว ที่ยังตีนิ่งในเงามืดนั้นมาให้เขา หากแต่ถูกหยุดเอาไว้ก่อน ผ่ามือหนาจับเข้าที่ข้อมือขาวก่อนจะออกแรงบีบแน่นและรั้งเข้ามาอย่างแรง ร่างบางที่ถูกดึงให้ลอยเข้ามาใกล้ตามแรงดึง เผยให้แสงสว่างของจันทราด้านหลังสาดเข้ามาจนเห็นใบหน้าของนิชคุณชัดเจน

..ใบหน้าที่ยังคงนิ่งเฉย แต่สายตานั้นกับแววโรจน์แผดเผาตรงมาที่เขาอย่างชัดเจน

“งั้นนายก็ควรจะเกลียดตัวเองให้มากๆ จาง อูยอง”นิชคุณบีบข้อมือนั้นแน่นขึ้น กระตุกยิ้มร้ายกาจ ออกแรงดึงอูยองที่ขืนตัวเองชิดผนังกว่าเดิมแรงๆ ก่อนเหวี่ยงลงราบกับผืนเตียง
“เพราะตัวนายพี่ทำมากกว่าการเฉียด ไปเยอะแล้วล่ะอูยอง”เอ่ยเค้นเสียงตรงคำว่าเฉียดอย่างเย้ยหยัน ก่อนจะนั่งลงค่อมทับส่วนล่างของอูยองไม่ให้ดิ้นไปมา

“ทุก ทุก ส่วนของร่างกายนาย พี่สัมผัสมันแล้ว”

“มันเป็นของพี่ไปหมดแล้ว!!!”เอ่ย ตวาดเสียงัง จนอูยองสะอึกไปกลับถ้อยคำที่ได้ฟัง นิชคุณกระตุกยิ้ม ก่อนมือร้อนจะไล้ไปทั่วแผงอกและหน้าท้องขาว ก้มลงฝากรอยกุหลาบทิ้งไว้ที่ท้องน้อย แล้วเคลื่อนขึ้นกระซิบที่ข้างหูขาวเล็ก

“เกลียดตัวเองสิ อูยอง เกลียดเข้าให้มากๆ”ก้มลงจูบและฝากความร้อนทิ้งไว้ที่ซอกคอขาว

“เพราะคนที่นายเกลียดนักเกลียดหนาคนนี้ สัมผัสนายแล้วจะสัมผัสนายอีก ..นับครั้งไม่ถ้วน” ถ้อยคำและน้ำเสียงเย้ยหยัน ตรอกจำรึกลงข้างใบหูขาวอย่างชัดเจน
ข้อความที่คนฟังอยากจะโต้เถียงแต่ทำได้ไม่เต็มปาก
เพราะมันจริง

…เป็นเช่นนั้นจริงๆ

…….

.
.
.
.
TBC

เมนต์ในนี้ไม่สะดวกติกแท็กทวิตหาได้ #NeverletKW

ฟอลทวิตได้นะจ๊ะ @Bowwie0723

Advertisements

3 คิดบน “[FIC-KW/TJ/CNN]Never Let you go # 3

  1. อิพี่คุณร้ายกาจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจ น้องจะเกลียดพี่คุณแล้วนะ

    ด้งทำไรผิด พี่ถึงได้ทำร้ายขนาดนี้ น้องไม่เต็มใจพี่คุณทำร้ายน้องได้ไง T^T

Leave a Comment

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s