[FIC-KW/TJ/CNN]Never Let you go # 5

Title: Never Let you go
Chapter : #5 I Want to Cry นิชคุณบำบัด
Couple : NICHKHUN x WOOYOUNG , Taecyoun x Jaebeom
Rate : > NC15
Writer : LoveMe [KissMe] <<is Sameๆ
Talk :
Song: I Want to Cry – Brave Brothers ft. Jay Park

Enjoy ค่ะ ^^

 

*เนื้อหาในเรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการของผู้แต่ง ไม่เกี่ยวข้องกับสถานที่ สถานการณ์และบุคคลจริงใด ๆ ทั้งสิ้น*

I want to cry นิชคุณบำบัด
หากชีวิตเหมือนภาพวาด แล้วภาพที่จิตกรบรรจงสาดเทสีลงไป ..จนรูปสกปรก
เละเทะไร้ชิ้นดี ดูหาความงามบริสุทธิ์ของรูปเดิมได้ยากยิ่ง
ภาพๆนั้นเลอค่าพอจะตั้งโชว์อยู่อีกไหม
ภาพที่จิตกรที่สนุกสนานกับการทำภาพให้มีรอยตำหนิ

 

“อื้อออ…”

ปวดหัวชะมัด
ดวง ตาคู่อูมกรอกขึ้นมองภาพเบลอเลือนรางตรงหน้า ที่สว่างจ้าเพราะแสงที่สาดเข้ามาจากช่องหน้าต่างที่เป็นตัวรับแสงอย่างดี เปลือกตาคู่สวยกระพริบซ้ำๆอีกสองสามที ก็สามารถฟันธงได้ว่าเพดานห้องตรงหน้า ..ไม่ใช่ห้องของเขา

ไม่ใช่ห้องรับแขก ..แต่เป็นห้องที่เขาไม่ได้อยากจะมาเป็นแขกซักนิด

..แต่ก็เลี่ยงไม่พ้นซักที

อูยองทำหน้าหม่นอย่างไม่ชอบใจ อาการมึนยังคงหมุนติ้วๆในหัวอยู่บ้าง แต่ก็ดีกว่าเมื่อคืนเยอะ
ดีกว่าก่อนที่เขาจะ..

ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่นอย่างรู้สึกไม่ดี คิ้วคู่สวยหม่นหนักจนขมวดเป็นปม มือขาวยกขยี้ใต้ตาที่เริ่มจะสั่งให้น้ำร้อนไหลออกมาอีกครั้ง

..จาง อูยอง ไอ้บ้าเอ๊ย แกมันพลาดซ้ำๆซากๆ

ตา คู่อูมที่เคลือบด้วยน้ำตากระพริบปริบอีกครั้ง มองดูที่ข้อมือของตัวเองที่ตอนนี้กำลังอบอุ่นพอๆกับทั้งกาย …ถ้าจำไม่ผิดเขาไม่ได้ใส่อะไรไม่ใช่หรือไง
อูยองขมวดคิ้วหนักอีกครั้ง มองไล่ตามแขนตัวเองที่ถูกผ้าเนื้อนิ่มสีบริสุทธิ์ปกคลุมเสียจนทั่ว ไล่ลงจนถึงความอบอุ่นอีกอย่างที่อยู่ตรงเอวคอด

..ถึงว่าทำไมมันหนักๆ

หน้า ตาน่ารักที่กำลังทำท่าบอกบุญไม่รับ มองไปที่ลำแขนแกร่งที่กำลังตวัดรัดเอวบางในเสื้อตัวโคร่งอุ่นนั้นไว้ใน ปกครอง ใบหน้าคมหวานที่กำลังหลับพริ้มอย่างมีความสุข ช่วงตัวท่อนบนที่มีเพียงเสื้อกล้ามสีเทาปกคลุมอยู่ แผงอกแกร่งที่กำลังเบียดแนบชิดกายเล็กของเขาอยู่ จนน่ากลัวว่าเขาจะจมหายลงไป ..จะเหลือก็แต่หัวสีไม่ค่อยธรรมชาติเท่าไหร่ที่ใครๆก็เยินยอออกปากชมว่าเล็ก ว่าดูดีที่ยังพำนักอยู่บนหมอนตัวเองถึงแม้มันแทบจะซ้อนทับหมอนเขาอยู่แล้วก็ เถอะ
เตียงมันแคบนักหรือไง นิคคุณ

คนที่กำลังกลายสภาพเป็นหมอนข้างอย่างสมบูรณ์แบบจิกจ้องใบหน้าที่ช่างดูไร้พิษสงค์เวลานี้ แตกต่างกับเวลาอื่นๆอย่าลิบลับ
ใบ หน้าขาวยู่ปากเข้าหากัน ดวงตาคู่อูมหลับลงแน่นก่อนจะสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ เม้มปากอีกทีอย่างมาดมั่น ก่อนจะจัดการยึดพื้นที่นอนข้างกายที่ไม่ได้โดนเบียดเสียดด้วยมนุษย์ตัวเท่า เตียงที่ยังคงตักตวงพื้นที่รอบเอวเขาไปอย่างไม่นึกขอ

..อ๋อ ลืมไป ไอ้ร่างกายบ้าๆนี่ มันกลายเป็นของนิคคุณไปหมดแล้วนี่ จะมาขอเขาทำไมล่ะ

กัด ปากตัวเองแรงอย่างรู้สึกสมเพสในใจ คิดไปแล้วน้ำตาก็พาลจะไหลออกมาเสียดื้อๆ ก่อนที่จะสูดลมหายใจและเก็บกลืนหยาดน้ำตาให้ลงลึกไปในทรวงในอีกครั้ง
มือ บางจัดการจับเข้าที่ผ้าห่มที่ปกคลุมท่อนล่างของเขาและคนข้างๆไว้อย่างรวด เร็ว ลมเย็นๆที่พอโดนฮีตเตอร์จัดการ ก็รู้สึกอุ่นพอดี เข้าปะทะ ต้นขาขาวเบาๆจนกลุ่มขนอ่อนพากันลุกเกรียว อดไม่ได้จะหุบขาขาวเข้ามาเพราะร่างกายตอบสนองกับอากาศภายนอก

อูยอง เม้มปากตัวเองอีกครั้ง ก่อนจะค่อยขยับตัวเองยันขึ้นนั่ง ..ทุรักทุเล เสียจนเกินจำเป็น อยากจะรีบๆลุก รีบเดินลงจากเตียงนี้ให้มันจบๆไป

..แต่ไม่คุ้มกันหรอกที่จะให้นิคคุณตื่นมาตอนนี้
ตื่นมาว่าแดกดัน ตื่นมาทำให้อับอาย ตื่นมารุกล้ำ ตื่นมากระทำหลายๆอย่างกับร่างกายและจิตใจเขาอย่างเอาแต่ใจตัวเอง ..แบบนั้น

ยอมรับว่าเบื่อ ว่าเหนื่อย
เหนื่อยจริงๆที่จะต้องมาคอยนั่งเถียง นั่งประชดประชันกับเจ้าชายไทยของวง
..แต่จะให้ทำเช่นไร ให้โดนจิกกัด ให้โดนย่ำยี ให้ถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียวหรือ

..จาง อูยอง ไม่ใช่คนหรือยังไง

ทำไมต้องยอม ..ยอมซ้ำแล้วซ้ำอีก
พลาดแล้วพลาดเล่า อย่างนั้นใช่ไหม

นิคคุณต่างหากที่ไม่รู้จักพอ ไม่รู้จักหยุด นิคคุณต่างหากเล่าที่ผิด ..ไม่ใช่เขา
เขาจะไม่ยอมให้ตัวเองโดนรังแกอยู่แบบนี้ ..อย่างน้อยได้จิก ได้กัด ได้แดกดันประชดอวดดีกลับไปก็พอจะหายเจ็บช้ำลงได้บ้าง

ถึงยิ่งแรงปะทะกันไปมาแล้วสุดท้ายมันต้องจบลงด้วยความสูญเสียยิ่งใหญ่ที่แก้ไขไม่ได้ และผู้รับผลนั้นอาจไม่ใช่นิคคุณก็ได้
….ถ้า ออกมาเป็นเช่นนั้น เขาเองก็ตอบไม่ได้ว่าจะทำเช่นไร แต่ยังไงก็ตาม เขาจะไม่อ่อนข้ออีกแล้ว …ถ้านิคคุณไม่หยุด เขาก็ไม่จำเป็นต้องหยุด

ขา เล็กค่อยๆ ยกออกมาได้ในที่สุด ตัวบางที่ยังมีมือแกร่งล็อคช่วงเอวไว้ค่อยๆจัดจับแล้วยกออกเบาๆ วางไว้บนเตียงนิ่ม มือขาวเอี้ยวหยิบหมอนไปนิ่มมาวางแทรกไว้แทนเอวตัวเอง อูยองเผลอกั้นหายใจอย่างไม่รู้ตัว ลอบมองปฏิกิริยาของคนหลับ เมื่อไม่มีเอวเขาอยู่ในโอวาสแบบนั้น

คลายกลีบปากออกเมื่อเห็นคนหลับ ก็ยังคงหลับอยู่เช่นเดิม ขาขาวหันหมุนออกจากเตียงแตะแผ่วเบาลงบนพื้นอุ่น ก่อนจะเม้มริมฝีปากคืนอีกครั้ง ตากลมจ้องมองต้นขาตัวเอง

..โรคจิต..
อย่างกับสาวน้อยโลลิค่อน ที่เมื่อก่อนชานซองกับพี่แทคเคยพูดถึง

“คน โรคจิต”ดวงตาเล็กหันกลับไปจิกคนที่ยังหลับพริ้มอยู่…มองดูอย่างแคลนๆ ปากอิ่มเบะเหยอย่างติดหมั้นไส้ ก่อนความสนใจทั้งหมดจะกลับมาที่ตัวเอง
ขาเล็กค่อยปล่อยน้ำหนักของตัวเองออกแล้วลุกขึ้นจากพื้นเตียง ..พยายามที่สุดไม่ให้น้ำหนักบนที่นอนเปลี่ยนแปลงมากเกินไป

ร่าง เล็กถอนหายใจเฮือกใหญ่ ..เมื่อเห็นว่าตัวเองไม่ได้ทำให้ใครมีสติขึ้นมาจากห้วงนิทรา ขาเล็กขยับไปที่เตียงที่อยู่ตรงข้ามกัน ที่มีสภาพไม่ต่างจากจุดเก็บของขนาดย่อม เพราะมีของสารพัดของเจ้าของห้องหลักที่เอามาสุมวางไว้ ไม่ว่าจะเสื้อผ้า หนังสือ หรือของขวัญจากแฟนๆก็ตาม

อูยองฉวยหยิบเสื้อนอนผ้าฝ้ายตัว อุ่นของตัวเองขึ้นมาครอง ก่อนจะกวาดสายตาหาอีกชิ้นที่เหมือนกัน ที่มุดหายไปอยู่ใต้เตียง แล้วฉวยเอาอีกชิ้นที่สามที่อยู่ไม่ห่างชิ้นที่สองออกมาด้วย ริมฝีปากเม้มแน่นเมื่อมองดูของในมือ

น่าสมเพสเหลือเกิน จาง อูยอง น่าสมเพส

น้ำ ร้อนพาลจะไหลออกมาให้ขายหน้าอูยองกัดปากตัวเอง มือก็กำชุดของเขาที่ไม่ได้อยู่บนตัวเขาอย่างเคย หายเข้าไปในห้องอีกโซนที่เจ้าชายไทยไว้เก็บของและเสื้อผ้าต่างๆที่ใช้ใน ชีวิตประจำวัน

ตาเล็กมองดูรอยจ้ำแดงบ้าง คล้ำบ้างที่โผล่เสื้อสุดโลลิออกมา เห็นแบบนั้นแล้วอยากแค่นหัวเราะ ..บางทีเขาก็อยากให้2PMมีถ่ายแบบจำพวกไม่ใส่เสื้อ หรือแต่งตัวไม่เรียบร้อยแบบกะทันหันขึ้นมา แล้วมีคนถามจังเลยว่าไอ้พวกนี้บนตัวเขาคือรอยอะไร อยากรู้เหลือเกินว่าเทวดาของวงจะตอบเช่นไร จะเอ่ยปฏิเสธ จะทำเป็นนิ่งเฉย จะแย้มยิ้มใสซื่อราวตัวเองเป็นคนดีเสียเต็มประดาอย่างเคยตอนนี้ ..หรือจะยื่นอกรับแล้วบอกชัดเจนว่า ‘รอยพวกนี้ผมทำตอนปล้ำอูยองเองครับ ‘มันคงจะสนุกดีพึลึกถ้าเป็นอย่างนั้น
..แต่มันก็เป็นไปไม่ได้

เขาจะให้คนอื่นๆมาล่วงรู้เรื่องราวอัปยศนี้ไม่ได้ จะให้ใครมาตราหน้าวางวงทูพีเอ็ม ไอดอลดังของเกาหลีเป็นพวกวิปริตไม่ได้
เขาจะทำลายความฝันของตัวเองและความหวังของแฟนคลับไม่ได้
เขา เองก็รู้ดีว่านิคคุณจะไม่ไยดีอะไรเขา ..นอกจากกลั่นแกล้งในให้อับอาย และปั่นหัวจนสนุกสนานเหมือนเขาเป็นเพียงของเล่นชิ้นนึงเวลาว่างๆเท่านั้น
นิคคุณหยุดเกลียดและแกล้งเขาไม่ได้และตัวเขาเองก็หยุดเกลียดนิคคุณไม่ได้ด้วย

..หยุดความรู้สึกไม่ได้อีกแล้ว

เสียง ปิดประตูแผ่วเบาดังขึ้นเมื่อคนตัวเล็กแทรกหายเข้าไปในช่องประตู เพียงไม่นานก็ออกมาในสภาพเรียบร้อยของชุดนอนทีเขาควรใส่มาตลอดวันสองวันนี้ อูยองกลืนน้ำลายปลายตาไปมองที่เตียงนอนที่ถูกออกมาพิเศษกว่าคนอื่นเล็กน้อย เพราะปัญหาเกี่ยวกับกระดูกและแผ่นหลังของเจ้าของเตียง ระบายลมหายใจออกมาได้เมื่อเห็นว่าคนบนเตียงก็ยังคงนอนสงบอยู่บนนั้น

ดวงตาของเด็กรวยแก้มประจำวงหันไปมองที่ประตูห้อง มือขาวจับที่ลูกบิดในใจก็อดระรัวไม่ได้
..เขารู้สึกเหมือนตัวเองถูกตัดขาดจากคนในวงและโลกภายนอกอย่างเด็ดขาดมาสอง-สามวัน
แต่กับไม่มีใครที่จะเข้ามาหาหรือทักทายเขาเลย ..นั่นไม่ใช่เรื่องแปลก
ถ้า คนที่ทำแบบนั้นเป็นนิคคุณ คนที่สามารถทำให้มุขที่ฟังดูเช่นไรก็ไร้ซึ่งความสนุกสนานแต่กับฟังดูตลกเสีย เต็มประดาหรือทำให้เรื่องราวที่ไม่น่าเชื่อถือดูมีน้ำหนักขึ้นมาทันทีเมื่อ อกมาจากปากๆนั้น
..ใครบ้างล่ะจะไม่เชื่อเทวดาและเจ้าชายของวง
ใครบ้างล่ะที่จะคิดและรับรู้ว่าสิ่งเหล่านั้นมันก็แค่หน้ากากหนาๆอันนึง

ลม อุ่นๆของห้องนั่งเล่นที่อุณหภูมิสูงกว่าเข้าปะทะใบหน้าอ่อนวัย ความรู้สึกถึงอิสรภาพเพียงเสี้ยววินาที ..แม้ดูด้อยค่า แต่แค่สักนาทีอูยองก็ดีใจแล้ว

สิ้นเสียงประตูที่บอกถึงการจากไป ดวงตากลมโตเปิดออกมาอย่าช้าๆ รอยยิ้มถูกจุกขึ้นมุมาก ตาคู่คมวิบวับอยู่ในที ..รอยยิ้มและสายตาที่คาดเดาไม่ได้
คาดเดาไม่ถูกจริงๆ ถึงความคิดข้างใน
……….
แกรก~~~

เสียงเปิดประตูแผ่วเบาทำให้คนที่กำลังจัดการซัดกล้วยหลายผลของหวานตบท้ายอาหารมือ เช้าเบาๆ เงยหน้าขึ้นมามอง น้องเล็กของวงโบกมือทักพี่ชายใจดีด้วยเสียงอู้อี้เพราะกล้วยเต็มปาก

..นอกจากเสียงอื้อๆๆของน้องเล็กที่ไม่กลัวกล้วยจะลงหลอดลมให้ดิ้นตายที่พูดอยู่ แบบนั้นก็ไร้เสียงได้เมื่อนักร้องนำและแรฟเปอร์ประจำวงก็ยังหมกตัวอยู่ใน ห้องของตัวเอง หรือเจ้าคอรัสตำแหน่งสองที่ก็ยังไม่เสร็จจากการขัดศรีฉวีวรรณร่างกายขาวน่า มองอยู่ในห้องน้ำ จะมีก็แต่คนที่นอนซมป่วยอยู่หลายวันที่ยืนสาละวนชงนมอุ่นให้แก่ตัวเองอยู่ใน โซนครัว

ทันทีที่ได้ยินเสียงทักของน้องเล็กอูยองปลายตามามองคนที่ นั่งลงที่หัวโต๊ะ มือขาวของเจ้าชายไทยยกหยิบหนังสือพิมพ์สองสามฉบับบนโต๊ะขึ้นมาดูก่อนจะเลือก หยิบฉับบที่บรรจุภาษาต่างประเทศไว้ทั้งเล่มขึ้นมากางอ่าน

ไม่เอ่ยทัก ไม่สนใจ ไม่กระทั่งจะฉายตามามองคนที่ยืนกำแก้วนมตัวเองอยู่ในครัวด้วยใจระทึกแม้จะไม่หันไปมองอย่างเต็มสายตาก็ตาม

เขาไม่ถอยถ้าจะเกิดการฉะฝีปากแต่เช้า ..แต่เอาเข้าจริงๆเขาก็ยังไม่พร้อมเหมือนกัน มันเหนื่อยไม่น้อยเลยจริงๆ

อูยองเลือกที่จะไม่เดินไปนั่งดื่มนมให้สบายบนโต๊ะกินข้าวที่อยู่ไม่ห่าง ร่างเล็กเลือกจะพิงตัวเองลงบนเคาเตอร์แล้วยืนจิบนมอยู่นั้นดีกว่า ..แบบนี้ก็ดีแล้วล่ะ
“อ๊าาาา อิ่มชะมัด”ความเงียบที่โรยตัวอยู่รอบข้างทั้งสามคน ความอึดอัดที่ชานซองไม่เคยจะรู้สึกถึงสลายหายไปทันทีเมื่อน้องเล็กจัดการกับ กองกล้วยตรงหน้าจนเกือบจะหมดสิ้นไปทั้งหอ

“นี่ พี่คุณฮะ”น้องเล็กหันไปเรียก คนที่ตั้งใจอ่านหนังสือพิมพ์ลดเล่มลงมามองเล็กน้อย สบตาแป๋วแว๋วของน้องเล็กที่มองมา

“มีอะไรเหรอเรา”

“เมื่อ คืนผมเห็นพี่ออกมาตอนกลางดึก ..ออกมาทำไมเหรอ”ชานซองถามดูไม่ได้จริงจัง โยกตัวไปมาบนเก้าอีกตัวเล็ก แต่กับทำให้คนที่ยืนจิบนมอยู่ถึงกับสะอึก

“อ๋อ เข้าห้องน้ำน่ะ” เป็นข้อมูลที่ห่างไกลความจริงอยู่ไม่น้อย แต่ชานซองก็ไม่ติดใจอะไร ..มีเหตุผลอะไรที่พี่คุณจะโกหกล่ะจริงไหม สายตาคมผละจากพี่ชายที่หันไปอ่านหนังสืออย่างตั้งใจต่อ แล้วปราดไปมองหาคนที่อยู่ในเสื้อเสวตเตอร์สีเหลืองอ่อนกับกางเกงขายาวตัว ใหม่อยู่ในครัว

“นี่ๆๆๆ อูด้ง”น้องเล็กหันมาเรียกคนที่ดูตกใจสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อตัวเอง

“หือ มีอะไรชานซอง”โผล่หน้าออกมาให้เห็น น้องเล็กยิ้มแฉ่งจนตาจะหยีคล้ายรองมักเน่ของวง

“พี่หายป่วยแล้วใช่ไหม ที่ออกมาอ่ะ “อูยองพยักหน้าพอเป็นพิธีตอบคำถามน้องเล็ก

หายเหรอ เอาส่วนไหนล่ะ หายปวดหัว ก็คงใช่ …แต่ปวดตัวกับหัวใจ
เขาเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน

“ดี จังเลยที่พี่หายแล้วอ่ะ อูด้งรู้ไหมผมนะคิดถึงแก้มห้อยๆของพี่จะตาย ไม่ได้เห็นตั้งหลายวัน พี่คุณก็อย่างใจร้ายอ่ะ จะเอาเค้กไปให้อูด้งก็ดุกันอีก”หน้าตาติดลูกครึ่งทำบ่นกระปอดกระแปดใส่เจ้า ชายไทยและแอบฟ้องคนป่วยไปในตัว
อูยองเม้มปากเมื่อพูดถึงเค้ก ..เค้กงั้นเหรอ
ยกแย้มอย่างเป็นมารยาทให้น้องเล็ก แม้ในใจจะปั่นป่วนวิ่งวนไปเสียหมด

“แต่ ก็นั่นแหละพี่คุณทำถูกแล้วล่ะ ถ้าผมเอาเค้กไปให้พี่แล้วพี่หายช้ากว่านี้ก็แย่เลย ..ดีชะมัดที่พี่หายป่วยแล้ว”น้องเล็กยิ้มหวาน ก่อนตาโตจะเอียงมองอูยองแล้วหันกลับมามองคนที่อ่านหนังสือพิมพ์อยู่

..นั่นสินะนิคคุณจะเคยทำอะไรผิดล่ะ

“ดูแลคนป่วยวิธีไหนถึงจะหายเร็วๆนะ”น้องเล็กเจื้อยแจ้วไปตามประสา มือก็หมายจะจับกล้วยขึ้นมาจัดการอีกสักผล

 

 
“เซ็กส์ล่ะมั้ง”

 

กึก!!!

“พะ.. พี่คุณพี่ว่าอะไรนะ”

น้อง เล็กอ้าปากเหวอหันไปมองพี่นิคคุณที่เคารพเจ้าของคำตอบเมื่อครู่ ไม่ต่างจากอูยองนักที่วางแก้วกระแทรกลงอย่างแรง คนตัวเล็กลั้นหายใจไปอย่างไม่รู้ตัว
ความกลัว และกังวลวิ่งเข้ามาในหัวใจจนกลัวจะระเบิดออก มือเล็กจิกกำแน่นอย่างเผลอตัว

“เซ็กส์ไงชานซอง ก็ ในหนังสือพิมพ์เขาบอกไว้ว่าโรคบางโรคเซ็กส์ก็ช่วยได้นะ .อย่างเช่นหวัดอะไร แบบนั้น”สายตาคมที่ไม่ได้ชายมามองที่อูยองมานาน ปลายปาดตวัดขึ้นมาจ้องคนตัวเล็ก จนมือสั่น สายตาที่คมกริบดุจสายฟ้าฟาดนั่นกำลังไล่ต้อนเขาอย่างชัดเจน

..เพราะเหตุใดใจเขาจึงหวั่นไหวกับความกลัวได้ถึงเพียงนี้

“จริงเหรอพี่คุณ”น้องเล็กเบิกตากว้าง ก่อนจะฉีกยิ้มแบบติดหื่นออกมา

“เห อๆๆ นี่ไม่ใช่ว่าพวกพี่…”น้องเล็กหัวเราะก๊ากนิ้วยาวชี้ไปมาระหว่างสองคนที่ เหลือในห้องที่อาการแตกต่างกันสิ้นเชิง นิชคุณแค่จัดหน้ากระดาษขึ้นอ่านดังเก่าราวไม่มีเรื่องใดเกิดขึ้น แต่อูยองกำลังหน้าซีดตัวสั่น เหงื่อตก
ตื่นกลัวมากจนถ้าชานซองช่างสังเกตกว่านี้อีกนิด …ทุกสิ่งทุกอย่างคงคายเผยออกมาไม่ยาก

“เอ๊ๆๆๆๆ หรือว่าพี่สองคนจะใช้วิธีเซ็กส์บำบัด ..ไม่ใช่สิ ไม่ใช่ อย่างนี้ต้องเรียกว่านิคคุณบำบัด กันเหรอ”อูยองไม่รับรู้อีกแล้วว่าโลกภายนอกกำลังเป็นเช่นไร เคลื่อนไหวหรือสนุกสนานด้วยเสียงหัวเราะของน้องเล็กแค่ไหน ร่างเล็กเบิกตากลมคลอน้ำตา มือก็กำแน่นยึดเคาเตอร์ไว้จนตัวสั่น สมองหยุดสั่งการให้รับอากาศบริสุทธิ์เข้าหล่อเลี้ยงร่างกายไปอย่างไม่รู้ตัว

“แต่..จะเป็นไปได้ไงเนอะ ผมนี่มันบ้าชะมัดเลยเนอะพี่คุณ อูด้ง”ชานซองหัวเราะร่วนไม่คิดอะไร แต่ตาคมชะงักเมื่อมองไปที่ร่างเล็ก

“อ้าว ว พี่อูยองไข้กลับเหรอ หน้าซีดเชียว”อูยองไม่มีแรงพอจะพูดอะไรด้วยซ้ำ ได้แต่ส่ายหน้าปฏิเสธไปเท่านั้น น้องเล็กพยักหน้ารับอย่างไม่ติดใจ ก่อนจะรีบลุกขึ้นกระโดดหยองแหยงเมื่อเห็นประตูห้องน้ำเปิดออก
“อาาาา จุนโฮอาบน้ำเสร็จแล้วเหรอ”ชานซองยิ้มลัลล้า หมายจะพุ่งเข้าใส่ซับมักเน่ ที่ห่อผ้าขาวออกจากห้องน้ำมา
“นี่ๆๆ พี่คุณ อูด้งไข้กลับแน่ะ พี่ทำนิคคุณบำบัดเลย อูด้งจะได้หายขาด”หัวเราะเเบบหมีๆส่งท้ายก่อนจะวิ่งไปอ้อนมืออ้อนตีน กับมักเน่อีกคนอย่างเคย
อูยองรู้สึกเข่าทรุดเมื่อได้ฟังคำทิ้งท้ายที่ไม่ได้คิดอะไรของชานซอง …นั่นสินะ ใครจะไปคาดคิดล่ะ
ใครจะเชื่อ ..ในเมื่อตัวเขาเองยังไม่เคยคาดคิดเลย
คนที่อยู่ข้างและดูสนิมสนมที่สุดอย่างเขา …ยังตกใจ
แล้วใครบ้างล่ะจะเชื่อ ..ว่าเขาโดนเทวดาทำอะไรบ้าง

รู้ตัวอีกทีร่างเล็กทรุดกองอยู่กับพื้นหลังบางแนบติดอยู่กับตู้เย็น ตากลมคลอหน่วยน้ำใสเบิ่งกว้าง ริมฝีปากอิ่มช้ำสั่นเครือ
“นี่ จุนโฮจ๋าา ช่วงนี้นายสบายดีหรือเปล่า ปวดหัวปวดตัวเป็นไข้ อะไรไหม นายจาม ไอ หรือจะเป็นหวัดหรือเปล่า ..นี่รู้ไหมว่าเขามีวิธีรักษาหวัดแบบใหม่กันแหละ ถ้านายป่วยบอกฉันนะ จุนโฮ”

“วิธีบ้าอะไรของนาย ปล่อยได้แล้วฉันจะไปแต่งตัว”

“เดี๋ยวฉันไปช่วยเลือกชุดนะ”

“หืออ เซนส์หมีๆแบบนายนี่นะจะช่วยฉันเลือก ไม่เอาอ่ะ”

“แหมอย่าดูถูกเจ้าพ่อแฟชั่นอันดับสองรองจากพี่แทคอย่างฉันสิ ..มาเดี๋ยวช่วย ว่าแต่นายไม่ได้เป็นหวัดจริงๆเหรอ จุนโฮ”

“นายอยาก ให้ฉันป่วยเหรอ ไอ้มักเน่ หะ” เสียงทะเลาะกันหงอแหงงที่เป็นเอกลักษณ์ของมักเน่ทั้งสองหายลับไปพร้อมกับ เสียงประตูห้องจุนโฮที่ปิดลง
นิชคุณยกยิ้มกับตัวเอง ไม่แน่ชัดเพราะเสียงที่แว่วมาของน้องเล็กทั้งสอง หรือเพราะประโยคส่งท้ายของมักเน่ที่ทิ้งไว้กันแน่ มือขาวจัดการปิดหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษในมือลง พับเป็นสี่เหลี่ยมเล็กงามตา รีดกลีบเล่มจนเรียบ ยกกาแฟที่อยู่ไม่ไกลมือขึ้นมาจิบอีกครั้ง วางแก้วจนเรียบร้อยพอกับที่จัดการดันเก้าอี้เก็บ ขายาวเดินตรงเข้าไปในโซนครัว รอยยิ้มพรายยังจุดกระจายอยู่ทั่วใบหน้าหล่อ

เข่า คู่งามที่อยู่ในกางเกสีซีดทรุดลง ข้างร่างเล็กที่ตัวนิ่งค้างเมื่อเห็นเขาก้าวเข้ามา มือหนาเข้าช้อนปลายคางมนมาไว้ในครอบครอง ..รอยยิ้มแบบนิชคุณถูกจุดประกายขึ้นอีกครั้ง

ตัวตาโตสบกับตาของอูยอง ที่สั่นระริกอย่างไม่ควร อูยองเม้มปากแน่นมือก็กำมือของนิชคุณที่ปลายคางอย่างแรงหมายให้คลายออกแต่ก็ ไม่เป็นผล รอยยิ้มที่ใช้ล่อหลอกคนอื่นไปทั่วยังคงไม่หายไปไหน

“นายตัวอุ่นๆ ไข้กลับจริงๆด้วยสินะ”เสียงทุ้มแผ่วเบากระแสละมุนนุ่มเอ่ยแผ่วเบา มืออีกข้างยกขึ้นลูบกลุ่มผมสีนิลนิ่มมือไปมา ดวงตาก็ทอประกายอ่อนโยนให้ ลูบไล้เรือนผมนิ่มราวปลอบโยน ก่อนจะลากไล่ลงมาทาบบนหน้าผากชื้นเหงื่อของอีกฝ่าย

“ได้ยินที่ชานซองบอกไหมอูยอง”เสียงนุ่มยังคงเอ่ยปลอบไหว แต่รอยประกายละมุนที่ฉายเคลือบพลันกลายเป็นแววโรจน์อย่างร้ายกาจจนอูยองกลัว ว่าถ้ากลั้นหายใจนานกว่านี้ ..สมองเขาอาจรวนจนหยุดสั่งการเข้าสักวัน
มือหนาข้างที่ทาบบนหน้าผากมน เข้าจับทาบลงบนข้อมือเล็กที่พยายามจะผลักไสมือเขาออกไป

“อูยอง ..รับการรักษาด้วยนิชคุณบำบัดอีกรอบแล้วกัน เนอะ”เอ่ยถามเสียงนิ่มราวเรื่องธรรมดา แต่อูยองกับจ้องกร้าวมองใบหน้าหล่อที่เข้ามาใกล้เกินไป

“.. ทุ ..เรศ”เสียงพร่าที่ยังไม่ค่อยคืนสภาพหลุดออกจากริมฝีปากอิ่มแผ่วเบา แต่นิชคุณที่ปลายจมูกล้อส่งลมหายใจร้อนอยู่ไม่ห่างจมูกขาวรั้นก็ฟังเข้าใจ ได้ง่ายๆ
“งั้นเหรอ”
“คุณ ..มัน ..เลว”เสียงพร่ากระแสกร้าวเค้นออกมาอย่างลำบากขึ้นเมื่อแรงที่อยู่ปลายคางเพิ่มขึ้นจนรู้สึกเจ็บสันกรามขึ้นมา
“เลว …หึ อูยอง”ลมหายใจอุ่นถูกส่งที่ใบหูขาว เมื่อก้มกระซิบใกล้เพียงนี้
“ถ้าพี่เลว แล้วนายมันอะไร”
“ครั้งแรกของเรา ..ไม่ใช่นายเหรอที่เริ่มก่อน”ประโยคต่อมาจากเสียงทุ้ม ทำให้ปากที่กำลังจะเอ่ยเถียงอีกครั้ง ชะงักลง ดวงตากลมเบิกค้าง ก่อนจะส่งน้ำใสออกมาอย่างเกินกักกลั้น

เขาพร้อมจะเถียงนิชคุณ เขาพร้อมจะว่า พร้อมจะต่อปากต่อคำและฉะฝีปาก
พร้อมจะแกต่างให้ตัวเอง …หากไม่ใช่ว่าสิ่งที่นิชคุณพูดมันเป็นจริง

ความจริงที่เขาไม่สามารถจะกลับไปเปลี่ยนแปลงมันได้อีกแล้ว
“ใจง่าย”เสียง พึมพำที่ราวตระโกนกรีดร้องเข้าไปในโสตของอูยองจากปากรูปกระจับสีธรรมชาติ ก่อนมันจะโน้มลงประกบลงบนเรียวปากอิ่ม ความอุ่นของร่างกายกับรสละมุนของนมเข้าประสานกับรสชาติขมของกาแฟ ผสมกันลงตัว ..จนเกินให้อภัย ลิ้นร้อนเข้าตักตวงและลุกล้ำลิ้นเจ้าของปากอย่างถือสิทธิ์ มือที่เคยยึดข้อมือขาวถูกใช้งานให้ทำหน้าที่ยันตู้เย็นเอาไว้ให้ทรงตัวได้ อีกข้างก็เข้าจับหลังต้นคอที่ยังติดกระแสอุ่นให้ถนัดแก่การบำบัดอีกครั้ง

ความละมุนหวานรสนม ถูกไล่ต้อนออกไปเสียจนหมด ทิ้งไว้เพียงความขมที่เข้าแทรกซึมไปทั่วโพลงปาก …ความขมขื่น ของจาง อูยอง

.
.
หรือบางที่มันอาจความผิดของพื้นผ้าใบ
…ที่ไม่อาจชะล้างสีสกปรกที่เลอะตัวเองออกไปได้
ภาพมีตำหนิ ที่จิตกรบรรจงสร้าง

…………….

ผมมองภาพที่อยู่ตรงหน้า ..แล้วทำไมผมต้องเจ็บปวดด้วย
ผมกำลังมองคนที่ผมรัก ..เขากำลังหัวเราะ เขากำลังยิ้มแย้ม
เขากำลังมีความสุข …ใช่ไหม
แต่ช่างน่าเสียดายที่รอยยิ้มเหล่านั้น มันไม่ได้มีสำหรับผม ..อีกต่อไป
ความสุขของผม จากไปแล้ว
“ไอ้แทค มัวทำอะไรวะ ทำไมยังไม่แต่งตัวอีก เดี๋ยวมีถ่ายละครไม่ใช่หรือไง”นักร้องนำของงเอ่ยเรียกแรฟเปอร์หลักที่ยังคง ทำตัวเป็นอค ติเซน หมกอยู่หน้าคอมตั้งแต่เมื่อคืนอย่างไม่รู้จักพักผ่อน
..หรือมันจะคิดว่าตัวเองเป็นแรมโบ เป็นหุ่นยนต์ ทนแดดทนฝน แถมไม่ป่วยไม่ไข้ ไม่นอนก็ได้วะ

“ป่านนี้จุนโฮ มันยังอาบไม่เสร็จเลย เดี๋ยวฉันอาบคนสุดท้ายแล้วกัน”เสียงอูอี้เอ่ยดังมาจากกองผ้าห่มที่พลันรอบ กายคนที่ยังไม่ละสายตาออกจากหน้าจอ จุนซูปลายสายตาไปมองข้อมูลที่ปรากฏอยู่ก่อนมันจะถูกหน้าต่างบานอื่นเด้งขึ้น มาบดบัง เมื่อเจ้าของรับรู้ถึงสายตาคู่อื่นที่ไม่ได้ถูกเชื้อเชิญให้มองมา

จุนซูได้แต่ถอนหายใจ ..แม้จะเพียงแค่ไม่อีกวิ แต่ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าข้อมูลใดที่เขาถูกห้ามให้ล่วงรู้
คนเสียงดีที่กลายเป็นคนอายุมากสุดของวงอย่างจำเป็น เดินไปตบไหล่น้องชายอย่างเป็นห่วง
“ไอ้แทค บางครั้งความทรงจำมันก็เหมือใบมีดคมกริบที่เชือดเฉือนเรานะ”

“ถ้า มึงหมกหมุ่นมากไป ป่วยแบบไอ้อูยองขึ้นมาจะหาว่ากูไม่เตือนละกัน”ตบไหล่แรงๆอีกครั้ง ก่อนจะเดินตรงไปที่ประตูห้องพร้อมอุปกรณ์ชำระร่างกาย หันสายตาที่หางตาอยู่ในทิศตรงข้ามกับพี่ชายคนโตจริงๆของวง ทำได้แค่พ่นลมหายใจเมื่อเห็นว่าแรฟเปอร์ก็ยังนั่งนิ่งงันอยู่ที่เดิม
“ความจริงชนะเสมอ พี่คงพูดได้แค่นี้ เดี๋ยวออกมาอาบน้ำด้วยนะเว้ย”จุนซูกำชับอีกครั้งก่อนจะปิดประตูลง ทิ้งไว้แค่อค แทคยอนที่ยังนั่งอยู่ที่เดิม ตาคมจดจ้องมองหน้าจอไม่เปลี่ยนแปลงไปไหน มือสีคล้ำสั่นขึ้นอย่างควบคุมไม่อยู่ นิ้วยาวกดคลิ้กลงบนเมาส์สีสวยคู่ใจ …ที่ใครบางคนเคยลืมทิ้งไว้ที่ซีแอตเทิล และครั้งนี้ก็ลืมที่จะเอากลับไปเช่นกัน
ภาพบนหน้าจอที่ถูกกดให้ ปิดลงไปจากสายตาตกของจุนซู ถูกเด้งขึ้นมาอีกครั้ง ดวงตาคมพราวระริกด้วยน้ำใส สายตาคมเต้นไหวอย่างแรง …ภาพที่มีใครมาเห็นคงไม่เชื่อว่านี่คือแรฟเปอร์รวยรอยยิ้มของวงไอดอลยอด นิยม

“ความจริง ….อย่างงั้นเหรอ”เสียงพะร่าเต้นไหว ดวงตายังคงมองภาพในจอที่เขาแทบจะบอกรายละเอียดของในได้ทุกจุด เพราะจดจ้องมาเป็นนานเเสนนาน แม้ว่าคุณภาพของภาพมันจะดูน้อยเกินไปหน่อยก็เถอะ
ใบหน้าขาวอ่อน วัยที่กำลังขยับร่างกายไหวคลอไปกับจังหวะดนตรีที่เปิดออกมาจากมือถือ ก่อนจะอัดเข้ากับกล้องแคมแล้วเผยแพร่สู่โลกกว้างผ่านอินเตอร์เน็ต

“nothing on you baby~~ nothing…~~~”

เสียง ใสๆที่ไม่เคยทิ้งความเพราะลงแม้จะร้องนำหรือควบเป็นคอรัส เสื้อสีขาวตัวบางที่ปกคลุมร่างกายและกล้ามสวยงามที่ดูเล็กและผอมแห้งลงจนน่า ใจหาย สำเนียงระลื่นหูยังคงดังอยู่ไม่หยุด

ปลายนิ้วยาวสีแทนแตะลงไป บนจอภาพ ไล่ระดับไปทั่วจอเล็กของวิดีโอคลิปที่เปิดอยู่ในช่องนึงของแหล่งดูสื่อออ นไลน์ที่ใหญ่ที่สุดของโลก ปลายนิ้วของอค แทคยอนไล้ลูบไปตามเรือนหน้าที่ยังขยับไปมาในจอตรงหน้า

ดวงตาที่อยากจะสบ ใบหน้าที่อยากจะเห็น รอยยิ้มที่เฝ้าคิดถึงมาตลอด
สายตาจดจ้องอยู่เพียงแค่นั้น ไม่ใยดีกระทั่งน้ำใสจากขอบตาตัวเองที่ไหลอาบแก้ม

“เคย คิดถึงกันบ้างไหม..”สุ่มเสียงพร่าลงจนแผ่วกระซิบ ไม่ต่างจากหยาดน้ำตาที่ทิ้งตัวลงจนทั่วแก้มตอบๆที่เคยโดนค่อนขอดจากคนที่ ส่วนสูงไม่เคยอำนวย กลายเป็นจุดให้เขาแกล้งแหย่เล่นอยู่เสมอ

“พี่ ..เคยคิดถึงคนๆนี้บ้างไหม”

“ลืมกันหรือยัง”

“จำอค แทคยอน ได้หรือเปล่า”

.
.
TBC

**อค ติเซน =เป็นฉายาที่แฟนๆตั้งให้อค ในฐานะที่มันไม่เคยห่างเนตห่างคอม เล่นทั้งวันทั้งคืน
**เมาส์อันนั้น =กระต่ายป่าตอนหก ช่วงท้ายไปเปิดดูเอานะตัว
**เซ็กส์บำบัด = เคยได้ยินมา แต่ไม่แน่ใจว่าใช้ได้จริงไหม (ไม่คิดจะลองอ่ะ-///-)
**ความจริงชนะเสมอ =ลุงคิม เคยพูดเอาไว้ตอนที่ถามว่ามีอะไรอยากบอกกับเพื่อนสมาชิกไหมในรายการวิทยุYoung Street Radio ที่เจ๊ฮีชอล ณ เอสเจเป็นดีเจอยู่
หมดแล้วมั้ง

เมนต์ในนี้ไม่สะดวกติกแท็กทวิตหาได้ #NeverletKW

ฟอลทวิตได้นะจ๊ะ @Bowwie0723

Advertisements

2 คิดบน “[FIC-KW/TJ/CNN]Never Let you go # 5

  1. อังอังยอมเค้าก่อนหรอลูก หรือโดนพี่คุณหลอกให้ยอม…อย่าเผลอไปรักอิพี่คุณน๊าาาา

    #สงสารอูด้ง T^T

  2. Amp=]

    เรื่องนี้มีเงื่อนงำ ครั้งแรก? ด้งเริ่มก่อน>>ใจง่าย? ?
    ด้งเกลียดพี่คุณจริงหรอ TT ต้องอ่านต่อไป

Leave a Comment

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s