[FIC-KW/CNN]PLAY BACK # 4

title :: Play back แย่ง
chapter ::4 สักวันหนึ่ง
couple ::KW CNN ft.TJ
talk ::

เรื่องนี้กำลังเปิดรวมเล่มนะคะ

พิมพ์รอบนี้รอบเดียวไม่มีรีปรินต์

ใครสนใจ จิ้มไปสั่งได้ค่ะ

ฟอร์มสั่งฟิคCNN/KW เรื่องPhysical affection และPlay back

 

สักวันหนึ่ง

ร่างสูงใหญ่ในชุดป้องกันความหนาวกระชับผ้าพันคอรอบคอให้อบอุ่นมากขึ้น พลางสอดมือทั้งสองข้างเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ แนบหลังชิดกำแพงแข็งที่เย็นเยียบ ดวงตาคมกวาดมองดูตึกและต้นไม้ที่ประดับประดาธงหลากสีและป้ายพู่ต่างๆที่น้อมรับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วัน

วาดรอยยิ้มกับตัวเองเมื่อนึกถึงคนที่ตอนนี้คงกำลังนอนหลับสบายอยู่บนที่นอนหรือไม่ก็พึ่งตื่นขึ้นมาทานอาหารเช้าที่เขาทำเอาไว้ให้ อาหารอิตาเลี่ยนง่ายๆแม้อาจจะดูหนักไปสำหรับมือเช้าแต่เขาก็อยากทำให้อีกคนได้ทาน อดใจไม่ไหวที่จะดูแลจุนโฮชดเชยเวลาที่เสียไปทั้งหมด

เวลาที่เสียให้กับผู้ชายอีกคนนึง

นาฬิกาสีเบสที่ถูกปรับเวลาให้มาใช้เป็นแบบเกาหลีได้พักนึงแล้วยกขึ้นมองตัวเลขบนหน้าจอ เวลาเช้าตรู่ที่ที่น้อยคนนักจะมีเรียน แต่เขาคนนั้นก็เป็นหนึ่งในคนจำนวนน้อยนิดนั่น ถอนลมหายใจพืดยาวจนไอขาวเย็นอบอวลไปทั่วบริเวณหน้าตึกเรียนของคณะเศรษฐศาสตร์

ราวครึ่งชั่วโมงที่เขามายืนรอนิชคุณ

มาเพื่อจัดการปัญหาทุกอย่างให้จบสิ้นลงเสียที อย่างน้อยก็ปัญหาที่เกี่ยวกับจุนโฮ ถ้านิชคุณอยากมีเรื่องหรือจะแย่งชิงจุนโฮกลับ เขาพร้อมจะเสียเวลาด้วยแต่เขาจะไม่มีวันปล่อยจุนโฮไปอีกเด็ดขาด ถ้าเป็นเรื่องอะไรก็แล้วแต่เขาพร้อมจะรับไว้
แต่เขาไม่อยากจะให้จุนโฮต้องมากังวลมาทุกข์ใจอะไรอีกแล้ว
นูนอของเขาเป็นคนที่คิดมากและใส่ใจความรู้สึกคนอื่นมากเกินไป เขาไม่อยากให้นูนอต้องมาไม่มีความสุขเพราะเรื่องคนอื่น

ยกข้อมือมาดูเวลาอีกครั้ง เวลาเดินมามากกว่ารอบที่แล้วทที่มองราวห้านาที ยืดคอมองไปจนทั่วบริเวณ ก็ยังไม่เห็นคนที่เขารอมาถึงเสียที

ชานซองลองก้าวเท้าเพื่อมองสำรวจรอบๆบรอเวณนั้นหาคนที่เขาต้องการ ใบหน้าที่เขาเปิดหาและเห็นจากมือถือของจุนโฮ ตอนที่เจ้าตัวหลับอยู่ รูปของผู้ชายหน้าตาดูใจดีคนนึงที่กำลังกอดจุนโฮเอาไว้เมื่อวาเรนไทน์ปีนี้ที่กำลังจะผ่านไป เป็นรูปที่เขารู้สึกอิจฉา เพราะถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดถ้าเขาไม่ต้องไปเรียนต่อกระทันหันเพราะผลประโยชน์อันผิดพลาดของบริษัทของพ่อ

เขาแน่ใจว่าวาเรนไทน์ทุกปีของจุนโฮจะต้องเป็นเขา รวมทั้งปีที่กำลังจะมาถึงนี้

เขาต้องจัดการเรื่องของนิชคุณให้เรียบร้อย
ชานซองเดินกลับมาที่บริเวณตึกที่รออยู่แต่แรก ยังคงไม่เจอคนที่เขาตามหา ถอนหายใจเฮือกใหญ่ทิ้งพลันเพ่งตาเขม็งไปตรงหน้า ชานซองกระพริบตาและมองให้แน่ใจ ก่อนจะสาวเท้าเดินเข้าไปใกล้คนที่เป็นเป้าหมายของสายตา
“นี่ ขอโทษนะ”มือใหญ่เอื้อมไปแตะหัวไหล่ของคนที่พึ่งโบกมือลาชายร่างสูงบนรถมอเตอร์ไซด์ลับหายไปเมื่อครู่ ชานซองชะงักไปทันทีเมื่อคนที่เขาสะกิดทักสะดุ้งอย่างแรงแล้วถอยกรูก่อนจะหันหน้ามามองหน้าเขา ราวกับเขาเป็นยักษ์เป็นมารที่ไหน
“ขะ ขอ โทษนะครับที่เสียมารยาท”เด็กผู้ชายหน้าตาซีดเซียวมองหน้าคมพลางโค้งและระล่ำระลักขอโทษ ชานซองยกมือโบกไม่มาราวกับบอกว่าไม่เป็นไรแล้วส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร

คนตรงหน้าดูหวั่นกลัวและขี้ตกใจราวกับเด็กอนุบาลที่พึ่งเริ่มเรียนวันแรกดูไม่คล้ายนักศึกษาเลยสักนิด ถ้าเกิดไม่เคยเห็นในรูปถ่ายที่ถ่ายคู่กับจุนโฮก็คงไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเป็นเด็กมหาลัย
“คือขอโทษนะพอดีฉันมีเรื่องรบกวนจะถามนายน่ะ”คนตรงหน้ากระชับสายกระเป๋าเป้แล้วกำมันไว้แน่นขณะมองใบหน้าคมคายที่ดูๆแล้วก็คล้ายชาวต่างชาติไม่น้อย ต่างตรงพูดจาภาษาเกาหลีได้คล่องปรื๋อ

“นายรู้ไหมว่าตอนนี้นิชคุณอยู่ไหน” พอเอ่ยถามได้เท่านั้นร่างสูงก็ต้องขมวดคิ้วอย่างแปลกใจเมื่อคนตรงหน้าเขาตัวสั่นเทาขึ้นมาทันที มือที่กำจิกสายกระเป๋าอยู่ออกแรงกำมากขึ้นจนฝ่ามือเกร็งสะท้านอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่กลมเริ่มแดงและมีน้ำตาคลอ เจ้าของดวงตาคมโตมองดูอย่างตกใจ

“อย่าพึ่งร้องไห้สิ ฉันขอโทษนายอาจจะตกใจที่ฉันมาถามอะไรแปลกๆ แต่นายเป็นเพื่อนของจุนโฮใช่ไหมล่ะ”ยิ่งแปลกใจเมื่อเอ่ยชื่อจุนโฮ แล้วคนตรงหน้าทำท่าจะเดินหนีไปจากเขา ขาที่กำลังสั่นเทาคู่นั้นก้าวถอยหลังอย่างช้าๆจนชานซองกลัวคนตรงหน้าจะล้ม

“คะ คุณเป็นใคร มีอะไรกับสองคนนั้น”เสียงแหบพร่าถามอย่างสั่นสะท้าน ปากอิ่มสีซีดสั่นระริกจนคนมองนึกสงสาร

“ฉันชื่อฮวาง ชานซอง ตกลงนายรู้ไหมว่านิชคุณอยู่ไหน เฮ้ยยย”ชานซองร้องอย่างตกใจเมื่อคนตัวเล็กตรงหน้าเขาจู่ๆก็ล้มวูบลงมาต่อหน้าต่อตา วงแขนกว้างรีบเข้าไปโอบรับร่างเล็กนั้นไว้ก่นจะล้มลงกระแทกพื้น แขนแกร่งโอบรับไว้แล้วประครองด้วยสองมือมือหนาแตะใบบนแก้มที่ดูเยอะเกินผู้ชายทั่วไป แก้มเนียนร้อนจัดตัดความเย็นจนชานซองรู้สึกสะดุดใจ มือหนาตบเบาๆไปที่แก้มนิ่ม แต่คนในอ้อมกอดดูจะไม่ได้สติคืนมานอกจากตัวที่สั่นเทาและน้ำตาที่ไหลออกมาจากตาที่ปิดสนิท
“เฮ้ คุณ คุณ คุณได้ยินผมไหม ได้ยินผมหรือเปล่า”ชานซองเขย่าร่างเล็กในอ้อมแขนอีกครั้ง เรียกและพูดคุยด้วยหลายครั้งแต่คนในอ้อมกอดก็ไม่ได้รู้สึกตัวขึ้นมาเลย น้ำเสียงของชานซองไม่ได้แทรกซึมเข้าไปในโสตประสาทของร่างเล็กแม้แต่น้อย

เพราะสิ่งเดียวที่ดังก้องอยู่ในหัวของคนหมดสติตอนนี้คือน้ำเสียงและถ้อยคำร้ายกาจที่ถูกนิชคุณพูดใส่และกระซิบตอกย้ำลงข้างหู ค่ำคืนสุดท้ายที่เขาได้พบนิชคุณ ชื่อของ ฮวาง ชานซอง คือหนึ่งในประโยคที่เริ่มต้นคืนนั้น คำคืนแห่งความหวาดกลัว

…..
“ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทำไมเขาถึงเป็นลม”เสียงของใครบางคนที่ไม่คุ้นหูทำให้เปลือกตาที่บวมช้ำขยับไปมาเล็กน้อย สิ่งแรกที่เห็นคืออะไรบางอย่างขาว ๆ ที่แสนเลือนลาง

“โอเค นายไปได้แล้ว เดี๋ยวพี่ดูแลเอง”เสียงที่คุ้นหูอีกเสียงเอ่ยขึ้นมา พร้อมเสียงฝีเท้าและเสียงประตูที่ดังขึ้นเพราะว่าสติกำลังเบลอเลือนเลยทำให้อูยองเจาะจงลงไปไม่ได้ว่าเจ้าของเสียงคุ้นหูนี้เป็นเสียงใคร

เสียงที่นุ่มทุ้มต่ำแบบนี้ ..หรือจะเป็นเสียงของพี่แทคเหรอ

“พี่แทค พี่แทคใช่ไหม”อูยองเอ่ยเรียกคนรักของพี่ชายเสียงพร่า ตอนนี้เขาพอจะตั้งสติได้แล้วว่าเขาเป็นลมเพราะร่างกายยังคงอ่อนเพลียอยู่มากแม้จะพักผ่อนและพักฟิ้นมาหลายวันแล้วแต่เขาก็ไม่อยากจะขาดเรียนนานนักวันนี้ก็เลยดื้อออกมาเรียน และเขาก็ตกใจมากเช่นกัน เขาได้เจอแล้วคนคนนั้น คนที่ชื่อชานซองคนที่ทำให้เขาต้องเจอนิชคุณผู้แสนโหดร้าย

ไม่สิตัวเขาเองต่างหากที่ไปเรียกนิชคุณที่แสนใจร้ายมาหาตัวเขาเอง

พอคิดถึงเรื่องนี้อูยองก็อดไม่ได้ที่จะร้องไห้ มือบางยกขึ้นซับเช็ดดวงตาตัวเอง ร่างเล็กสั่นเทาไม่น้อยอยู่บนเตียง

“พี่แทคกลับห้องกันเถอะ”เอ่ยบอกเมื่อเสียงฝีเท้าหนัก ๆ เดินเข้ามาใกล้ วันนี้เขาไม่อยากเรียนแล้ว เขาอยากกลับไปหาพี่เจย์ ซึ่งนี่ก็คงเป็นหน้าที่ที่พี่เจย์ไหว้วานให้พี่แทคมาทำเหมือนกัน

“มีความสุขกับการอยู่กับแฟนคนอื่นจริงนะนายเนี่ย”แต่เสียงทุ้มแข็งกับประโยคใจร้ายที่พี่แทคไม่มีวันจะเอ่ยบอกกับเขาทำให้อูยองเงยหน้าขึ้นมองคนที่นั่งลงตรงปลายเตียงอย่างตกใจ

“ฉันไม่ใช่ผีซะหน่อย”เสียงทุ้มตอกกลับมาเมื่อเห็นว่าตาเล็กของอูยองเบิกโตกว้าง ฟันนั้นกัดลงบนปากอิ่มจนแน่น ลำตัวบางสั่นเทาขึ้นอย่างควบคุมไม่อยู่

“พี่ พี่คุณ”อูยองพึมพำเสียงสั่นแล้วก็เริ่มร้องไห้อีกครั้งอย่างหวาดกลัว เขาหวังแค่ว่าจะกลัวมากจนสลบไปอีกครั้ง จะได้ไม่ต้องเจอน้ำเสียง ไม่ต้องเจอสายตาและถ้อยคำใจร้ายอะไรจากนิชคุณอีกแล้ว

เท่านี้เขาก็เจ็บเกินพอแล้ว

“เลิกบีบน้ำตาได้ละ คิดว่าฉันเป็นพวกแพ้น้ำตาหรือไง”ประโยคที่บอกนั้นมันเป็นน้ำเสียงที่เย็นชาจนหัวใจคนฟังหนาวสั่น อูยองพยายามกลั้นเสียงสะอื้น มือบางพยายามเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาแล้วไหลออกมาอีกให้หมด

การพยายามหยุดร้องไห้มันช่างแสนทรมาน ไม่ต่างจากการพยายามที่จะหยุดรักเลย

“โธ่เว้ย”นิชคุณสบถแล้วพุ่งเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว อูยองกัดปากจนแน่นแล้วหลับตาบี๋ ถ้านิชคุณตบเขาหรือกระชากกันอีกมันต้องเจ็บมาก ๆ แน่นอนเลย หัวใจดวงนี้คงยิ่งเจ็บลงกว่าเดิม

แต่สิ่งที่ได้รับกลับผิดคาดอูยองสัมผัสถึงความอบอุ่นและแผ่วเบาของเนื้อผ้าที่ซับลงบนใบหน้า ตาคู่แดงกร่ำค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาเขามองเห็นนิชคุณกำลังกำผ้าขนหนูผืนเล็กสำหรับเช็ดเหงื่อของนักกีฬาอยู่ตรงหน้าของเขา

“หยุดร้องไห้ได้แล้ว”มือหนาทิ้งผ้าในมือไว้บนตักเขาก่อนจะขยับห่างออกไปเล็กน้อย

“เอาไปทิ้งให้ด้วยผ้าผืนนั้นน่ะ”น้ำเสียงเจาะจงถึงผ้าที่เช็ดน้ำตาให้อุยองเมื่อคู่ มือบางหยิบผ้าผืนนั้นขึ้นมาด้วยมืออันสั่นเทา หัวใจนั้นปวดหนึบเสียกว่าเก่า

นิชคุณทั้งเกลียดและรังเกียจเขาเลยสินะ แม้แต่หยดน้ำเล็ก ๆ ที่ออกมาจากร่างกายของเขามันก็ช่างแสนน่ารังเกียจ

“ผม..”อูยองพึมพำได้แค่นั้นเพราะแค่พอเงยหน้าขึ้นมองหน้านิชคุณเขาก็อยากจะร้องไห้ออกมาอีกแล้ว ร่างเล็กก้มหน้ามือบางจิกกำผ้าในมือไว้จนแน่น

“จะโกหกอะไรฉันอีกล่ะ คนเสแสร้ง”เสียงของนิชคุณทุ้มต่ำและกราดเกรี้ยว มือหนากระชากร่างบางให้เข้ามาใกล้ ตาโตที่แข็งกร้าวจ้องมองหน้าอูยอง เมื่อใบหน้ากลมเบือนหลบมืออีกข้างก็บังคับให้อูยองเงยหน้าขึ้นมาจ้องตาที่แสนเย็นชานั้น

“ไหนคืนนั้นว่าไม่รู้จักกับไอ้คนที่ชื่อชานซองไง แล้วไอ้คนที่ฉันเห็นว่าพานายมาที่ห้องพยาบาลนั่นมันใคร นั่นมันไอ้ชานซองชัด ๆ ไอ้คนที่ทำให้จุนโฮทิ้งฉันไป”กัดฟันจนแน่นมือที่บีบข้อแขนไว้ยิ่งออกแรงมาขึ้นจนอูยองรู้สึกปวดแปลบไปทั้งแขน แต่คงไม่เท่ากับความรู้สึก

ที่นิชคุณมาอยู่ตรงนี้ มารอเขาตื่นมาเฝ้ากัน มันไม่มีความห่วงใยแม้สักเพียงเสี้ยวเดียวงั้นสินะ นิชคุณตามมาเพียงเพราะเห็นชานซองอะไรนั่นอยู่กับเขา

เข้ามาหาเขาเพียงเพราะเรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับจุนโฮ

“ผมไม่รู้จักเขา”อูยองตอบไม่ดังนักด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้ชัดเจนเท่าไหร่

“โกหก คนไม่รู้จักอะไรคุยกันอยู่ได้ตั้งนานสองนาน แล้วพอนายล้มปุ๊บไอ้หมอนั่นก็รีบรับเป็นห่วงเป็นใยพานายมานี่ทันที ถามจริงเถอะรางวัลจากการมาแย่งจุนโฮไปให้มันน่ะ จะได้เป็นเมียน้อยมันเหรอ หรือจะได้อะไร หรือมันนั่นแหละที่จะแย่งจุนโฮไปจากฉันไปให้นาย”อูยองกัดริมฝีปากที่สั่นเครือลงไปอีกครั้งอย่างแรงไม่ให้หลุดสะอื้น ไม่ให้หลุดเสียงร้องออกมาจากข้อมือที่โดนบีบจนแน่น หรือจากหัวใจที่แทบไม่เหลือดีในตอนนี้

ยอมเป็นเมียน้อย ..นั่นสิเขาก็เคยคิดจะทำอยู่นี่น่า เคยคิดนี่นะว่าถ้าแย่งพี่คุณมาไม่ได้จริง ๆ อย่างน้อยยอมเป็นแค่ส่วนเล็ก ๆ ในชีวิตที่พี่คุณรักและกอดกันอย่างอ่อนโยนก็ยังดี เคยคิดลดค่าตัวเองเพื่อทำเรื่องต่ำช้าก็กับพี่คุณเพียงคนเดียวเท่านั้น

“ผมไม่เคยดีในสายตาพี่เลยเหรอ”นี่คือคำถามที่เขาอยากถามตั้งแต่คืนนั้นแล้ว เขามันไม่มีดีในสายตานิชคุณเลยเหรอ ร่างสูงถึงได้คิดว่าเขาจะทำเรื่องเลวร้ายอะไรมากมายขนาดนั้น แต่ก็นะเขาก็คิดจริง ๆ นี่ก็จะแย่งพี่คุณอยู่นี่นะ ก็สมควรแล้วล่ะ

ไม่มีคำตอบจากนิชคุณมีเพียงสายตาเย็นชาที่มองกันนั่นมันก็เลวร้ายมากพอแล้ว อูยองพยายามจะเบือนสายตาหลบดวงตาคู่นั้น

เขาอยากเห็นประกายรอยยิ้มในดวงตาคู่นั้น อยากเห็นความอบอุ่นและความใจดีที่เคยเห็นมา

อยากเห็นอะไรมากมายที่ไม่ใช่ความเย็นชาและใจร้ายแบบนั้น
พี่คุณที่แสนใจดีของเขาอยู่ที่ไหนกัน

“นายรู้อะไรไหมอูยอง”นิชคุณคลายแรงที่บีบข้อมือขาวออก มือหนาลูบไล้แก้มขาวอย่างแผ่วเบาจนอูยองรู้สึกหวาดกลัวกว่าเดิม มันเหมือนคืนนั้นเริ่มด้วยความใจดี แต่จบลงด้วยความใจร้ายถึงที่สุด

“พี่น่ะให้เกีริ์ตจุนโฮ ฟังทุกคำขอร้องที่จุนโฮขอ พี่คบกับเขามาสองปีเราจูบกันไม่ถึงสิบครั้ง เราไม่เคยมีอะไรกันสักครั้งเพราะจุนโฮขอไว้ เขายังไม่พร้อม พี่ก็รอได้ พี่ไม่เคยคิดเลยที่จะหักหาญน้ำใจของจุนโฮ ไม่เลยสักครั้ง”

ไม่แม้แต่จะคิดหักหาญน้ำใจของจุนโฮ แต่ทำกับเขาได้อย่างนั้นสิ ไม่เคยคิดถึงใจกันเลยงั้นสิ

“แต่จู่ ๆ จุนโฮก็มาขอเลิกกับพี่แล้วก็บอกว่าพี่ไม่ได้ผิดอะไร พี่ดีเกินไป เขาผิดเองที่รักคนอื่นมากว่าพี่ เขาขอโทษพี่ เขาร้องไห้และบอกพี่ว่าขอโทษจริง ๆ ที่เขารักฮวาง ชานซองมากกว่า แล้วเขาก็บอกพี่ว่านายน่าจะเป็นคนที่พี่ต้องการมากกว่า”นิชคุณเล่าด้วยรอยยิ้มเล็ก ๆ ตรงมุมปากเมื่อเอ่ยถึงจุนโฮ อูยองพยายามจะหรี่ตาให้เล็กที่สุดเขาไม่อยากเห็นรอยยิ้มใจดีนี้แล้ว รอยยิ้มที่ยิ้มเพื่อคนอื่น

“ตอนแรกวันที่ไปดูหนังพี่เสียใจมากที่จุนโฮทิ้งพี่ พี่ยังสับสนกับทุกคำที่จุนโฮบอก ซึ่งพี่กะว่าจะมาถามจากนายหลังจากเราดูหนังด้วยกันจบ แต่พี่ก็ไม่รู้สึกเสียใจและโกรธเท่าตอนที่ได้ยินนายคุยโทรศัพท์แล้วบอกว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามแผน พี่กับจุนโฮต้องเลิกกันแน่นอน นายบอกว่าอะไรนะ ไม่ต้องห่วงคนดี ๆ อย่างพี่คิดไม่ถึงแผนร้าย ๆ แบบนี้หรอก ก็พี่น่ะมันเป็นคนดีจะตายไปนี่น่าใช่ไหม”มือหนาลูบแก้มนิ่มแผ่วเบา แต่สายตาเกรี้ยวกราดนั้นที่จ้องมองมากกว่าที่ทำให้หัวใจรู้สึกเจ็บ เพราะแววตาของนิชคุณมันทั้งเกรี้ยวกราดและเจ็บปวด

“เพราะพี่เป็นคนดีอีกแล้วสินะ คนดี ฮึ คนโง่น่ะสิ”หัวเราะหึแต่แววตานั้นแข็งกร้าวเสียเหลือเกิน

“คืนนั้นพี่เลวสมใจนายไหมล่ะ จาง อูยอง”มือหนาดันไปหน้าในฝ่ามือทิ้งแล้วเคลื่อนไปจับที่ข้อมือของอูยองอีกครั้ง

ใช่คืนนั้นน่ะ นิชคุณเลวพอจริงๆ แต่แผนการนั้นที่เขาคุยเขาคุยถึงการแย่งพี่คุณ เขาบอกมันกับพี่เจย์เพื่อไม่ให้พี่ชายต้องเป็นห่วง เขาไม่ได้บอกมันกับชานซองเสียหน่อย แต่นั่นมันก็เป็นเรื่องที่เลวจริง ๆ สมควรแล้วล่ะ จาง อูยอง

อูยองนั่งนิ่งเงียบ เขากำลังเสียใจกำลังรู้สึกน้อยใจเหลือกำลัง

“ทั้งหมดก็เพื่อจุนโฮงั้นเหรอครับ”คำถามสั้น ๆ ที่อยากรู้เหลือเกิน

“คิดว่าทำเพื่อนายงั้นเหรอ” เข้าใจแล้ว เขาเข้าใจมันดีพอแล้วล่ะ

“พี่จะมาพูดแค่นี้งั้นเหรอครับ”เสียงที่พร่าสั่นนั้นเบาลงกว่าเดิมเสียอีก อูยองเบี่ยงหน้าหลบลมหายใจร้อนกรุ่นและสัมผัสกร้านของหนวดที่ไล้อยู่ไม่ห่างใบหูของตัวเอง

“เปล่า พี่อยากจะถามนายว่า พอใจนายหรือยัง”
เขามากกว่าไหมที่ควรจะถามคำถามนี้กับนิชคุณ

พอใจแล้วหรือยังที่เขาร้องไห้เสียใจและเจ็บปวดถึงเพียงนี้พอใจนิชคุณแล้วหรือยัง จะเอาอะไรจากเขาอีก ก็ได้ไปหมดแล้ว อยากให้เขารู้สึกเจ็บปวดเพราะเสียสิ่งสำคัญงั้นหรือ เขาก็เป็นอยู่ตอนนี้ไงล่ะ

เขาเสียตัว เสียใจ เสียความรักและความเชื่อใจจากคนที่เขารัก
เขาเสียนิชคุณไปแล้ว ทั้งในฐานะพี่ชายที่แสนดีและคนที่เขารัก ยังไม่พอใจนิชคุณอีกเหรอ

“ผมควรพอใจกับอะไรเหรอ”อูยองกระซิบขึ้น ไม่จำเป็นต้องเสียงดังนักเมื่อใบหน้าของนิชคุณไม่ได้ไปไหนไกลเลยมันยังคงวนเวียนอยู่ที่ใบหน้าของเขา

“พี่เคยคิดจะถามผมบ้างไหมว่าผมรักใคร”คำถามที่นิชคุณได้ฟังแล้วก็หยุดชะงักกับสิ่งที่ทำอยู่แล้วจ้องมองหน้าอูยอง นี่เป็นคำถามที่เขาเองก็ไม่เคยคิดที่จะถามเลยเช่นกันแม้จะหวนนึกขึ้นมาได้กี่หนก็ไม่เคยถามออกมา

ทำไมกันนะ เขากลัวคำตอบงั้นเหรอ หรือเพราะอะไรกัน

ร่างสูงไม่ตอบกลับจ้องมองใบหน้าของอูยองด้วยดวงตาที่นิ่งงัน มันดูเย็นชาจนอูยองไม่อยากจะเอ่ยพูดอะไรอีกต่อไป

คงไม่พ้นจะโดนหัวเราะเยาะและต้องฟังคำถากถางว่าโดนข่มขืนไปแค่ครั้งเดียวก็ติดใจรักแล้วงั้นสิ ใครจะไปเชื่อกันล่ะว่าเขามันจะงี่เง่ารักแฟนคนอื่นมานานขนาดไหน วางแผนเพื่อจะได้เข้าใกล้เท่าไหร่

ใครอยากจะเชื่อยิ่งกับคนที่คิดว่าเขาเป็นแค่จอมโกหกเสแสร้งด้วยแล้วคงไม่มีทางแน่ที่จะเชื่อ

“สำหรับพี่ ..มันคงไม่สำคัญหรอก”อูยองเอ่ยบอกพร้อมทั้งน้ำตาแล้วปิดเปลือกตาลงไป เขาไม่อยากมองเห็นหน้าของนิชคุณแล้ว นิชคุณอยากจะทำอะไรกับเขาก็ปล่อยให้ทำไปเลยเถอะ อยากจะทำร้ายกันอีกยังไงก็เชิญเถอะ

อูยองค่อย ๆ ลืมตาขึ้นเมื่อทั้งหมดมั้นมีแต่ความเงียบงัน ตอนนี้นิชคุณหายไปแล้ว คงจะลุกเดินออกไปเมื่อครู่นี้ คงรู้สึกรังเกียจเหลือทนที่ต้องอยู่ร่วมห้องเดียวกันกับเขา

อูยองทิ้งใบหน้าลงไประหว่างเข่าของตัวเอง เสียงสะอื้นดังขึ้นอย่างน่าสงสารเขาห้ามตัวเองไม่ไหวแล้วมันเหนื่อยเหลือเกิน มือบางกำผ้าขนหนูที่นิชคุณทิ้งไว้จนแน่น

ทำไมต้องรักขนาดนี้ด้วย ถ้าเพียงแค่เกลียดนิชคุณเพียงอย่างเดียวเขาคงจะรู้สึกดีกว่านี้จะได้เกลียดให้มันถึงที่สุด แต่นี่เขาไม่อาจสะกัดกั้นความรักในหัวใจได้เลย

ทำไมกัน เท่านี้มันยังเจ็บไม่พออีกหรือ


“อูยอง ร้องไห้ทำไม”นี่คือสิ่งแรกที่เขาได้ยินเมื่อเดินเข้ามาในห้อง พี่เจย์รีบเดินเข้ามากอดเขาทันที และทันใดที่ได้อยู่ในอ้อมกอดของพี่ชาย อูยองก็สะอื้นไห้ออกมามากมายอย่างที่ใจเขาต้องการ มือบางของแจบอมลูบแผ่นหลังที่สั่นเทาของน้องชายอย่างปลอบโยน พาอูยองเดินมานั่งโซฟาด้วยกัน หันไปมองโทรศัพท์อย่างร้อนใจ กว่าแทคจะกลับมาจากเรียนก็อีกนานเลย แล้วถ้าเขาปลอบอูยองสไตร์เขาจนน้องร้องไห้กว่าเดิมจะทำยังไงดี

“พี่เจย์ ผมรู้สึกเหมือนกำลังจะตายเลย ทำไมมันเจ็บแบบนี้ล่ะพี่เจย์ ทำไม”อูยองกระซิบถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแอเหลือเกิน

ยิ่งฟังเสียงน้องชาย ปาร์ค แจบอมก็ยิ่งโมโห น้องเขาเป็นคนที่โดนทำร้ายสารพัด แล้วก็ยังจะมาเจ็บอยู่แบบนี้อีก ไอ้นิชคุณนั่นสิที่ไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรเลย น้องเขาแอบรักไอ้คุณมาสองปี ใช้เวลาเพื่อเข้าใกล้นอกจากแอบมองไปอีกหลายเดือน ปัญหาทั้งหมดติดอยู่ตรงแค่ที่ไอ้คุณมันมีแฟนแล้ว เขาถึงอยากให้น้องเขาตัดใจ ไม่อยากให้ไปยุ่งกับคนมีแฟนแล้ว แต่ก็ไม่ได้ห้ามอะไรจริงจังมากนัก เพราะเห็นว่านิชคุณมันเป็นคนดี มันคงไม่มาสนองใจน้องชายเขาหรอก

แต่ใครจะไปรู้ว่าสิ่งที่ไอ้คุณมันทำมันไม่ใช่แค่สนอง แต่มันทำเกินไปกว่านั้นมากมาย

ทำไมถึงได้มีแต่น้องชายเขาที่ต้องเจ็บปวดแบบนี้ด้วย

“วันนี้อูยองไปเจอไอ้คุณมาหรือเปล่า”แจบอมเอ่ยถามออกมาตรง ๆ เขาเชื่อว่ามันต้องมีสาเหตุ น้องชายเขาถึงกลับมาถึงบ้านก็ร้องไห้มาด้วยแบบนี้

อูยองไม่ตอบอะไรเพียงแค่พยักหน้ารับไปกับหัวไหล่ของแจบอม

“มันว่าไงบ้าง”เขาโคตรอยากจะรู้ว่าไอ้คุณมันจะพูดอะไรออกมาบ้างกับสิ่งที่มันทำกับอูยองไว้ มันคิดจะขอโทษน้องชายเขาบ้างไหม

“พี่ ..เราไม่ได้คุยกัน พอเห็นพี่คุณผมก็รีบเดินหนีออกมา”อูยองเลือกที่จะโกหกคำโตดีกว่าความจริงที่แจบอมไม่ควรรู้

“ดีแล้วอูยอง ดีแล้ว”เอ่ยปลอบด้วยเสียงที่อ่อนโยนที่สุด มือเล็กลูบผมนิ่มเชื่องช้า

“อย่าร้องไห้อีกเลยน้องพี่ ลืมทุกอย่างแล้วมีความสุขเถอะนะ”

“คุณคือนิชคุณสินะ”เสียงเรียกที่ดังมาจากข้างหลัง ทำให้ร่างสูงที่กำลังจะเดินเข้าไปในหอพักของตัวเองชะงักแล้วหันกลับมามอง คนที่เขาเห็นมันชวนให้เส้นเลือดในกายเต้นตุ้บ โดยเฉพาะที่กำปั้น

“งั้นแกก็คงเป็นฮวาง ชานซอง”พูดได้แค่นั้นกำปั้นหนาก็เหวี่ยงใส่หน้าของชานซอง เพราะไม่ทันได้ตั้งตัวมุมปากหยักถึงได้เลือดในทันที นิชคุณไม่ได้เข้ามาซ้ำเขาแค่ต่อยเพียงหมัดเดียวเพื่อความสะใจของตัวเองเท่านั้น

ชานซองแตะนิ้วโป้งเพื่อดูว่าเลือดไหลออกมาหรือเปล่า และก็ไม่ผิดจากที่คิดเลือดสีแดงข้นนั้นเปื้อนนิ้วเขาออกมา จับคางให้เข้าที่เพราะรู้สึกว่าเจ็บเหลือเกิน

“ผมจะไม่ตอบโต้คุณหรอกนะนิชคุณ ผมถือว่าผมสมควรโดนแล้ว”ชานซองพูดแล้วเดินไปยืนพิงกำแพงตึกที่ค่อนข้างจะไม่มีคน มือหนาสอดเข้าไปในกระเป๋ากางเกงของตัวเอง

“แล้ววันนี้ผมก็ไม่ได้คิดจะมามีเรื่อง ผมแค่อยากจะคุยกับคุณในฐานะลูกผู้ชายด้วยเหตุผล”หันตาโตมาจ้องหน้านิชคุณเป็นเชิงบอกว่าต้องการใช้เหตุผลแลกกับเหตุผล นิชคุณขึงหน้านิ่งแล้วเดินตัดเข้าไปในสวนสาธารณะที่ไม่ห่างนัก ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้สนามที่ใกล้ที่สุด

“ตอนนี้จุนโฮสบายดีไหม”นี่คือคำถามแรกที่นิชคุณเอ่ยถามเมื่อชานซองมานั่งลงที่เก้าอี้อีกตัวที่อยู่ถัดไปด้านข้าง

“สบายดีแต่ไม่สบายใจ”เปรยขึ้นเรียกให้นิชคุณหันมาจ้องมอง

“เขายังเป็นห่วงและกังวลเรื่องคุณอยู่ ผมรู้ว่าคุณคงโกรธมากและไม่เข้าใจในสิ่งที่จุนโฮทำ แต่ผมอยากจะมาอธิบายให้คุณเข้าใจ”

“จุนโฮไม่ได้นอกใจคุณมาหาผม อันที่จริงแล้วต้องบอกว่าจุนโฮนอกใจผมไปคบกับคุณมากกว่า เราไม่เคยเลิกและผมก็ยังคงรักจุนโฮเหมือนเดิม”ชานซองเน้นย้ำคำพูดในประโยคสุดท้าย คนฟังจึงได้แต่แสยะยิ้ม

“งั้นสิ นายคือแฟนเก่าคนนั้นของจุนโฮเหรอ”

“ผมไม่เคยเป็นแฟนเก่าของจุนโฮ”ชานซองเอ่ยพูดก่อนจะพรูลมหายใจออกมา

“ผมกับจุนโฮคบกันมาตั้งแต่ม.ปลายปีสาม เรารักกันมากและผมสัญญากับตัวเองแล้วว่าจะดูแลจุนโฮให้ดีที่สุด แต่มันก็เกิดปัญหาสำคัญขึ้นกับธุรกิจของครอบครัวผม หุ้นส่วนของพ่อผมจะทำการยึดบริษัท แต่โชคดีที่พ่อผมไหวตัวทันทันจึงนำทรัพย์สินหลายอย่างแปลงเป็นชื่อของผมกับพี่ชายรวมทั้งญาติ ๆ ที่อยู่ที่อิตาลี แล้วท่านก็รีบส่งผมกับพี่ชายไปเรียนต่อที่อิตาลีเพื่อที่จะรอให้เรื่องนี้เงียบลงก่อนถึงจะให้กลับมา”

“พ่อรีบส่งผมไปมากจนผมไม่ทันได้บอกลาจุนโฮ ผมไม่สามารถติดต่อกลับมาที่เกาหลีได้เพราะคำสั่งและการห้ามของพ่อ ตอนนั้นผมแทบบ้า ผมกำลังจะคลุ้มคลั่งตายด้วยความคิดถึงจุนโฮ ผมเอาแต่คิดว่าจุนโฮจะรู้สึกยังไงจะเป็นอะไรหรือเปล่าจนแทบจะกินไม่ได้นอนไม่หลับ แต่ผมก็ไม่สามารถที่จะกลับมาเกาหลีได้ ผมต้องอยู่ที่นั่นต่อไปและผมจะไม่ทำให้มันเสียเปล่า ผมฆ่าเวลาทั้งหมดด้วยการเรียนภาษา เรียนด้านธุรกิจ เรียนทำอาหาร ทำทุกอย่างที่ผมจะไม่ต้องคิดถึงเกาหลีและคนที่นี่มากเกินไป ใช้เวลาที่นั่นให้หมดไปเร็วขึ้นเพื่อรอวันที่จะได้กลับมาหาจุนโฮอีกครั้ง” ดวงตาโตมองทอดยาวไปกับวิวทิวทัศน์ตรงหน้า โดยไม่ได้หันมาสนใจคนฟังนัก

“นายจะมาเล่าละครหลังข่าวอะไรให้ฉันฟัง”ตอบกลับด้วยเสียงนิ่งก่อนที่จะถอนลมหายใจทอดยาว ทำไมเขาจะไม่รู้ตัวว่าทั้งหมดที่ผ่านมาตลอดเวลาที่คบกันเขาเป็นแค่อะไรสำหรับจุนโฮ เขามันก็แค่ของคั่นเวลาในยามที่จุนโฮเหงาใจ เขายังจำครั้งแรกที่จูบกับจุนโฮได้ วันนั้นคือวันวาเลนไทน์แรกที่เราคบกัน เราจูบกันยังไม่ทันเท่าไหร่จู่ ๆ จุนโฮก็ตัวสั่นเทาแล้วก็ร้องไห้ออกมา ร่างเล็กกอดเขาแล้วก็ขอโทษ จุนโฮร้องไห้เหมือนกับว่ารู้สึกผิดเหลือเกินที่มาจูบกับเขาในวันนั้น เหมือนรู้สึกผิดกับใครอีกคนที่ไม่ได้อยู่ตรงนั้น ซึ่งก็คงไม่พ้นฮวาง ชานซอง

“นิชคุณผมขอคนของผมคืนเถอะนะ”ชานซองหันมามองจ้องนิชคุณราวกับจะสื่อย้ำชัดว่า เขาต้องการบอกเรื่องนี้กับใครกันแน่

“จุนโฮยิ้มบ่อยไหมเวลาอยู่กลับนาย”นิชคุณเอ่ยถามไม่ได้สนใจที่จะมองหน้าของชานซองนัก

“ผมได้เห็นรอยยิ้มของจุนโฮตลอดเวลา นั่นเป็นโชคดีของผม”ชานซองตอบกลับด้วยรอยยิ้ม แม้ว่าอันที่จริงต้องแก้ไขเล็กน้อยตรงที่ตลอดเวลาที่จุนโฮไม่ได้คิดถึงเรื่องที่บอกเลิกกับนิชคุณนั่นล่ะนะ

นิชคุณนิ่งเงียบไปอีกครั้ง ชานซองเองก็ไม่ได้เอ่ยพูดอะไรออกมาอีก เขาบอกในสิ่งที่อยากบอกกับนิชคุณไปแล้ว และเขาจะไม่ปล่อยจุนโฮไปจากเขาแน่นอน ไม่ว่าผู้ชายคนนี้จะตอบอะไรกลับมา
“ฮวาง ชานซอง ถ้าฉันขอว่านายต้องทำให้จุนโฮยิ้มเสมอนายจะทำได้ไหม” นิชคุณเอ่ยออกมาในที่สุด เขาไม่จำเป็นต้องแย่งจุนโฮกลับมา เพราะเขารู้ดีว่าจุนโฮจะไม่มีวันกลับมาหาเขา จุนโฮรักชานซอง ไม่ได้รักนิชคุณ ไม่มีประโยชน์สักนิดที่เขาจะฝืนหัวใจของจุนโฮ

“คุณไม่จำเป็นต้องขอ นั่นคือสิ่งที่ผมอยากจะทำอยู่แล้ว”ชานซองเอ่ยบอกแล้วลุกขึ้น ตอนนี้หมดปัญหาที่เขาต้องทำแล้ว เขาอยากจะกลับไปกอดร่างอวบหอม ๆของ จุนโฮจะแย่แล้ว

“ขอบคุณที่เข้าใจนะนิชคุณ ผมอยากให้จุนโฮสบายใจที่รู้ว่าคุนโอเคกับเรื่องนี้”ทิ้งประโยคเอาไว้ก่อนที่จะค่อย ๆเดินจากไป ดวงโตสอดส่องมองทิวทัศน์สวยงามกลางโซลที่ไม่ได้เห็นมานาน ไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนไปนอกจากมันงดงามขึ้น เช่นกันกับรอยยิ้มของจุนโฮ
นิชคุณนั้นนั่งนิ่งเงียบ เขากำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ในหัว น่าแปลกนักที่เขาไม่ได้นึกโกรธชานซองเท่าที่ตัวเองคิดไว้ และเขาก็ไม่ได้รู้สึกเกลียดหรืออะไรกับจุนโฮนักที่ได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด อันที่จริงต้องบอกว่าเขารู้สึกเฉยกับเรื่องนี้จนเกินไปด้วยซ้ำ มันเป็นความรู้สึกที่ต่างจากตอนที่เขาได้รู้ว่าอูยองพยายามที่จะแย่งจุนโฮไปจากเขา มันต่างจากตอนนั้นมาก มันต่างจากตอนที่เขาได้ยินเรื่องราวที่อูยองพูดโทรศัพย์แล้วปะติดปะต่อเรื่องราวได้ว่าอูยองกำลังชอบจุนโฮอยู่

อูยองมาใกล้ชิดกับเขาเพียงเพื่อที่จะเข้าหาจุนโฮ และไม่คิดว่าเขาจะรู้ตัวก็เพราะว่าเขาเป็นคนดีเพียงเท่านั้น
ในตอนนั้นทำไมเขาถึงได้โกรธมากจนขาดสติ จนคิดว่าจะทำอะไรก็ได้ให้อูยองรู้ว่าเขาไม่ได้คนดีที่โง่เง่าอย่างที่อูยองคิด ทำอะไรก็ได้ให้อูยองไม่กล้าที่จะคิดชอบจุนโฮอีก ทำอะไรก็ได้เพื่อให้อูยองเป็นของเขา ทำอะไรก็ได้เพื่อไม่ให้อูยองหลอกและใช้เขาเป็นแค่ทางผ่านเพื่อไปหาจุนโฮเพียงเท่านั้น

ทำไมเขาถึงได้ทำขนาดนั้น ทำไมเขาถึงได้โมโหขาดสติได้มากมายอย่างที่เขาเองก็ไม่เคยคาดคิด

ถ้าเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับจุนโฮมันก็ต้องเกี่ยวกับอีกคนนึงที่อยู่ในจุดร่วมเดียวกัน

จาง อูยอง หรือจะเป็นเขาเองที่มองเรื่องนี้ผิดมุมและความรู้สึกมาตลอด

ร่างสูงลุกขึ้นแล้ววิ่งไปตามเส้นทางที่ชานซองเดินไปเมื่อครู่ มือหนาแตะลงบนหัวไหล่ของชานซองที่กำลังจะกระโดดขึ้นรถมอเตอร์ไซส์คันหรูของตัวเองที่มาจอดไว้

“คุณมีอะไรอีกหรือเปล่า”ชานซองหยั่งเชิงถามคนที่กำลังยืนจ้องหน้าเขาและหอบหายใจเพราะพึ่งวิ่งตามมาไม่ใช่ใกล้ ๆเลย

“ฉันมีเรื่องจะถามนายนิดหน่อย”

“นายรู้จักคนที่ชื่อจาง อูยองไหม”เอ่ยถามสิ่งที่ค้างคาอยู่ในใจตอนนี้ แววตางุนงงของชานซองทำให้นิชคุณรู้สึกถึงความกลัวบางอย่างที่ตีคลื่นขึ้นมาในหัวใจของเขา

“ไม่นี่ นั่นใครเหรอ ผมไม่เคยรู้จักคนที่ชื่ออูยองมาก่อน”นิชคุณนิ่งเงียบไปเมื่อได้ฟัง หัวคิ้วเข้มขมวดจนแน่นแลดูน่ากลัวไม่น้อย

“ก็คนที่นายอุ้มพาไปส่งห้องพยาบาลวันนี้ไง นายไม่รู้จักกันมาก่อนเหรอ”

“ไม่นี่ ผมไม่เคยรู้จักเลย แค่เห็นว่าเด็กคนนั้นเป็นเพื่อนกับจุนโฮก็เลยว่าจะไปถามเรื่องคุณ จู่ ๆ ก็เป็นลมไปเลย”ชานซองเอ่ยบอกตามตรง ยิ่งแปลกใจที่นิชคุณทำหน้าเครียดขึงขึ้นมาก ต่างจากตอนที่คุยกับเขาเมื่อครู่สิ้นเชิง ทั้งที่คุยเรื่องซีเรียสสำคัญกันแต่ใบหน้าของนิชคุณยังไม่ดูจริงจังเท่าตอนนี้เลย

“คุณมีอะไรหรือเปล่า”

“ฉันขอถามอีกครั้ง นายไม่ได้เคยรู้จัก ไม่ได้เคยคุยกันต่อหน้า ไม่เคยคุยกันทางโทรศัพท์มาก่อนกับจาง อูยองใช่ไหม”นิชคุณเน้นย้ำชัด ตาโตจ้องมองอย่างแน่วแน่

“ใช่ ก็ผมบอกแล้วไงว่าผมไม่เคยรู้จักกับคนที่ชื่อจาง อูยองนี่”ชานซองเน้นย้ำชัดอีกครั้ง ก่อนที่จะงุนงงเมื่อเห็นว่าจู่ ๆ นิชคุณก็รีบวิ่งจากไปเสียอย่างนั้น ชานซองส่ายหน้าแล้วก็สวมหมวกกันน็อคเพื่อที่จะได้ใช้มอเตอร์ไซน์คู่ใจกลับไปหาจุนโฮที่หอพัก

ต่อจากนี้จุนโฮของเขาจะได้ยิ้มกว้างเสียที เพราะดูแล้วนิชคุณนั่นจะมีปัญหาที่ใหญ่โตกว่ากับคนที่ชื่อจาง อูยอง มากกว่าที่มีกับจุนโฮเสียอีก

นิชคุณรีบวิ่งขึ้นไปบนห้อง วิ่งตรงไปที่ตะกร้าผ้าที่เก็บเสื้อผ้าของอูยองหลังจากคืนนั้นไว้ คลำหาสิ่งที่จะบอกได้ว่าตอนนี้อูยองพักอยู่ที่ไหนจากเสื้อนอก แต่ก็ไม่พบสิ่งได้นอกจากเศษกระดาษเพราะว่าเสื้อผ้าพวกนั้นถูกซักรีดจนเรียบร้อยหมดแล้ว

มือหนาคว้าโทรศัพท์ขึ้นมา ค้นหาเบอร์โทรที่น่าจะให้คำตอบกับเรื่องที่เขาสงสัยได้มากที่สุด ซึ่งไม่ใช่เบอร์อูยองแน่นอน อูยองไม่มีทางที่จะรับสายเขาแน่

ยิ่งสิ่งที่เขาทำลงไปวันนี้อีก ให้ตายเถอะทำไมเขาถึงไม่ได้คุยชานซองก่อนที่จะไปหาอูยอง

นิชคุณยืนนิ่งคิดก่อนจะเปิดหาเบอร์ของเพื่อนต่างคณะที่เคยทำงานมหาวิทยาลัยร่วมกัน หวังว่าอย่างน้อยไอ้แทคยอนมันจะไม่ใจร้อนแล้วก็โมโหฝังใจเหมือนแจบอมพี่ชายของอูยอง แฟนมันหรอกนะ

แล้วก็หวังว่าเขาจะได้รู้ว่าตอนนี้อูยองอยู่ไหน ตอนนี้เขาอยากพบอูยองมากจนไม่เคยคิดว่าตัวเองจะรู้สึกร้อนใจขนาดนี้

“แทค”แจบอมครางเสียงแผ่วอย่างหมดอาลัยตายยากแล้วลูบใบหน้าคมสันของคนที่เอาตักมาให้เขาหนุนอยู่ตอนนี้ ตาโตจ้องมองคนรักมือหนาลูบแก้มนิ่มแผ่วเบาอย่างเอ็นดู

“แทครู้ไหม ถ้าฆ่าคนไม่ผิดกฏหมายนะเจย์จะทำมันเป็นอย่างแรกเลย จะไปดักตีไอ้นิชคุณนั่นให้คางเหลืองเลย”แจบอมพึมพำทำปากขมุบขมิบอย่างโมโห ซึ่งแทคยอนก็ไม่ได้เอ่ยทักสิ่งใดเพียงแค่อมยิ้มแล้วคิดว่าถ้าบอกออกไปว่าไม่มีทางที่เจย์จะสู้นิชคุณมันได้ เพราะหมอนั่นมันตัวโตกว่าเป็นไหน ๆ ก็กลัวจะหักหาญน้ำใจคนรักของตัวเองเกินไป

“อย่าทำแบบนั้นเลยเจย์ เจย์ก็รู้ว่าคนที่เสียใจที่สุดก็คืออูยอง ถ้าเจย์ทำแบบนั้นคิดว่าใครจะเป็นคนร้องไห้”แทคยอนเอ่ยเตือนคนรัก มือหนายังคงลูบไล้ใบหน้าเนียน แจบอมทำปากยื่นเมื่อคิดถึงอูยอง น้องชายเขาปกติเป็นที่ร่าเริงจะตายไป แต่เพราะนิชคุณคนเดียวเลยน้องชายเขาถึงได้เป็นทุกข์แบบนี้

“แทค เจย์คิดออกแล้วล่ะ”จู่ ๆ แจบอมก็เด้งตัวขึ้นมาแล้วก็เขย่าแขยคนรักอย่างตื่นเต้นทันที

“ถ้าเจย์ไม่อยู่สองอาทิตย์ แทคจะอยู่นี่หรือจะไปกับเจย์”โพล่งถามออกมา ซึ่งแทคยอนก็คิดว่าแจบอมก็รู้คำตอบดีอยู่แล้วว่าเขาจะตอบว่าอะไร

“ก็ต้องไปกับเจย์อยู่แล้วล่ะ”บีบจมูกรั้นน่ารักนั้นไปเสียหนึ่งทีเพราะความหมั้นเขี้ยว แจบอมส่ายหน้าจนหลุดจากนิ้วใหญ่แล้วฉีกยิ้มกว้าง

“งั้นดีเลย แทคไปเตรียมหาคนจดเคเชอร์ แล้วก็เตรียมจัดกระเป๋าได้เลย เดี๋ยวเราจะไปซีแอทเทิลกัน”

“ซีแอทเทิล ไปทำไม”แทคยอนขมวดคิ้วอย่างสงสัย เจย์จะกลับบ้านทำไมกันอีก นี่ไม่ใช่ช่วงเทศกาลที่เจย์ชอบกลับไปฉลองที่บ้านเสียหน่อย

“ก็กลับบ้านน่ะสิ เจย์จะพาน้องกลับไปอยู่กลับแม่ แล้วก็ไม่ต้องให้น้องกลับมาที่นี่อีกแล้วด้วย”แจบอมพูดออกมาอย่างฉะฉานใบหน้าขาวพยักหน้ายืนยันในสิ่งที่ตัวเองพูด

“เจย์จะให้อูยองไปอยู่กับแม่ ดีกว่าต้องมาอยู่ใกล้ ๆ กับไอ้คนใจร้ายนิชคุณที่นี่ อย่างน้อยเวลาก็น่าจะทำให้อูยองดีขึ้นกว่านี้บ้าง”แจบอมบอกความคิดของตัวเอง แล้วก็ยิ้มกว้างพลางเอี้ยวตัวไปหยิบโทรศัพท์ที่วางเอาไว้บนโต๊ะเพื่อเดินออกไปโทรหาแม่ที่ระเบียง ซึ่งแทคยอนก็ทำได้เพียงถอนหายใจเฮือกยาวเท่านั้น เขาไม่ได้เอ่ยขัดเพราะเขาเองก็เห็นด้วยกับแจบอมเช่นกัน

ซึ่งทั้งแทคยอนและแจบอมนั้นไม่ได้รับรู้เลยว่ามีใครคนนึงกำลังยืนฟังเรื่องราวเหล่านี้อยู่ มือบางปิดประตูห้องนอนที่ตนแง้มเปิดออกลงเสียแล้วเดินไปนอนบนเตียงนอน หลับตาลงเพียงเพื่อไม่อยากจะหวนคิดถึงเรื่องราวอะไรมากมายในตอนนี้สักเพียงอย่างเดียว

เขาปารถนาเหลือเกินที่จะเป็นเพียงฝุ่นผงที่ถูกพัดหายไปในกระแสน้ำที่ไหลรินดั่งเช่นน้ำตาของตนในตอนนี้
เพราะอย่างน้อยเขาจะได้ไม่ต้องรู้สึกเจ็บปวดเช่นที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็เป็นได้

.
.
.
TBC

เรื่องนี้เอามาลงให้ได้อ่านกันค่ะเนื่องจากว่าเปิดรวมเล่มเรื่องนี้คู่กับอีกเรื่องนึง แล้วแบบบ่นให้เพื่อนฟังว่าคนสั่งน้อยจัง เพื่อนถามว่า มึงลงฟิคเรื่องนี้ในที่สาธารณะไหม *ส่ายหัวเบา ๆ * แล้วใครจะซื้อมึงงงงงงง

เค้าเลยทำตามคำบัญชาเพื่อนรักนำฟิคเรื่องนี้มาเผยโฉมต่อหน้าทุกท่านค่ะ ^^

ใครสนใจไปสั่งได้นะคะ

ฟอร์มสั่งฟิคCNN/KW เรื่องPhysical affection และPlay back

(เรื่องนี้รวมเล่มพร้อม Physical affection (PA)ค่ะ รวมพร้อมกันมาในธีมชีวิตรันทดของจาง อูยองเหมือนกัน ใครอยากลองอ่านตัวอย่างเรื่อง PA ในลิ๊งสั่งมีตัวอย่างให้อ่านค่ะ)

ใครเมนต์ไม่ได้ ติดแท็กทวิตก็ได้นะคะ เดี๋ยวจะได้คุยกัน ^^

แท็กนี้ค่ะ #PBkwcnn

ใครเล่นทวิตแอทได้นะคะ @bowwie0723

ใครเล่นเพสตามเพจทางขวามือได้เลยค่ะ

อ่านให้สนุกนะคะ^^

Advertisements

3 คิดบน “[FIC-KW/CNN]PLAY BACK # 4

  1. ฮึฮึ รู้ความจริงตอนนี้ก็คงสายไปแล้วหละคะพี่คุณ
    ความรักที่มีให้ทั้งหมดมันได้หมดลงแล้ว พี่ก็ควรได้รับความเสียใจสะบ้าง
    ได้รับรู้ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น
    #อินแทนนู๋ด้ง

  2. แม่เลี้ยงจุนโฮ

    พี่คุ้นนนนน…รีบๆเลยนะ..นุ้งด้งแย่แล้ววววว…จะทำอะไรก็รีบทำเลยนะ..ช้าจะไม่ทันการณ์นะ..ด่วนๆเลย

  3. โถถถถถถ ไปๆมาๆ เด็กด้งนี่แอบรักพี่คุณมาตั้ง 2 ปี แต่ทำไรไม่ได้เพราะพี่คุณคบกับจุนโฮอยู่
    พอคิดว่าอยากจะลองแย่งดู ถ้าไม่เวิร์คขอเป็นน้อยก็ยอม แต่ดันมาแจ๊คพ๊อตแตกเจอดาร์กคุณเข้าซะงั้น
    ด้วยความเข้าใจผิด โอ๊ย..เข้าโหมดชีวิตรันทดจางอูยองจริงๆด้วย แต่ดูเหมือนว่าพี่คุณที่เคยมองผิดมุม
    คงจะเริ่มมองเห็นความจริงอะไรบางอย่างแล้วล่ะนะ แต่จะทันการณ์ม๊ายยยยยยยย

Leave a Comment

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s