[FiC]Love is all around ,Right???!! [KW/CNN/TJ] #7

Title :: Love is all around ,Right???!!เพราะฟ้าส่งผมมารักคุณ

Chapter :: 7

Author :: LoveMe

Paring :: KhunWoo /ChanHo/TeacJay/2MiN/JinKwon/Ong/Mr.White

Re-write ver. : ทำการรีไรท์เพื่อรวมเล่มให้อ่านง่าย และเข้าใจง่ายมากขึ้นแม้ไม่ใช่ผู้ที่ถนัดอ่านสายแฟนตาซีค่ะ ซึ่งเวอร์ชั่นรีไรท์ได้นำมาลงแทนอันเก่าแล้วค่ะ (เข้าใจง่ายมากขึ้นไหมคะ เอ๊ะ หรือไม่ เหอเหอ)

Coming down คนอยากจะฟันเธอ เธอรู้บ้างไหม ว่ามันกลุ้ม กลุ้มสักเพียงไหน

 

สมุดปกขาวรู้สึกอยากกลายร่างเป็นกิ้งกือไส้เดือนสักสองสามนาที เมื่อต้องมาติดอยู่ใต้โครงข่ายเวทมนต์แบบนี้  รังสีมนต์ดำที่แสนเข้มข้นกระจายไขว้พาดไปทั่วบริเวณนี้

พลังมืดที่ไม่ใช่พลังมืดโดยแท้ เป็นพลังที่ผ่านการปรับแต่งจากเจตจิตที่เคยบริสุทธิ์  ปรับแต่งจนไม่อาจขืน ฝืนต่อต้านได้เลย   ยิ่งสมุดปกขาวนั้นห่างหายจากการรับไออวลบริสุทธิ์มานานเพราะต้องมาติดแหงกอยู่กับ เจ้ากามเทพแก้มห้อยที่นอกจากไม่รู้จักความรักแล้ว ยังไม่ค่อยจะทำงานทำการอีกต่างหาก แล้วจะให้สมุดปกขาวเล่มนี้ไปรับไออวลบริสุทธิ์ของความรักที่ไหนมายาชีวิตเล่าห๊ะ

“ริก เต รา โต  ริก ..เต  รา.. โดส” เสียงแว่วพร่ำคล้ายบทสวดอะไรซักอย่างที่ไม่เคยคุ้นแม้นิดในภาษาของกามเทพและเหล่าเทพผู้ครองเจตจิตบริสุทธิ์ ยิ่งทำเอาสมุดปกขาวอยากจะฉีกตัวเองปั่นลงชักโครกมนุษย์ไปเลยให้รู้แล้วรู้รอด ยิ่งเห็นร่างกายหยาบแบบฉบับมนุษย์ของกามเทพขี้แย ที่ยังโง่ที่ยืนอยู่กลางกลุ่มแสงสีเหลืองม่น กำลังซีดลงอย่างเห็นได้ชัด

ไม่รู้หรอกนะว่าไอ้ควันของร่างเงาแฝงแห่งปีศาจจำแรงที่มาคลุมรอบตัว    อูยองอยู่นั้นกำลังปั่นหัวอะไรกามเทพตนนั้น ..รู้แค่ว่าตอนนี้ไอ้ควันร่างนั้นกำลังค่อย ๆ บีบให้อูยองแปลงร่างคืนเป็นกามเทพ รู้ทั้งรู้ว่าถ้าแปลงร่างเป็นกามเทพตอนนี้       อูยองที่ขาดไออวลความรักมานานก็คงจะต้องตายแน่  ๆ  แต่ก็ยังจะทำ

..ใจร้ายฉิบหายเลยว่ะ

ต้องหาทางแก้ สมุดปกขาวคิดอย่างร้อนรน  ให้ตายเถอะชีวิตสมุด จะเอาปัญญาที่ไหนไปช่วยวะนั่น แค่ลำพังหน้ากระดาษตัวเองจะเปิดขึ้นร่ายสักมนต์ต่อต้านยังอยากเกินจะทำเลยตอนนี้

ตอนนี้ที่พอทำได้ก็แค่มนต์ง่าย ๆ สักมนต์เท่านั้น

มนต์เรียกวอนัท   เรียกเอามาขว้างหัวมันหรือไง

มนต์ทำความสะอาด   จะเชิญมันมานั่งหรือไง

มนต์เสกกล้วยให้กลายเป็นไก่  มีเพื่อ???

มนต์อัญเชิญ

เออ เว้ย อันนี้น่าลอง

กรณีแบบนี้มันต้องหาเทพซักตัวมาช่วยแล้วล่ะ  แล้วจะเอาใครดี

ท่านแทคยอน กับท่านแจบอม  สองรายนี้ตัดทิ้งอย่างเร่งด่วน  ถ้าสองเทพนี้รู้กี่หน้ากระดาษสมุดเล่มนี้ก็ดูจะไม่รอด

ท่านชางมิน  แมร่ม นี่ก็ห้ามสงครามตลอดศก ปล่อยมัน

เทพดนตรี มินจุน  ประโยชน์ไม่ค่อยจะมี …แต่ก็ดีกว่าไม่มีอะไรเลยล่ะนะ

“~ เรโซ ซาเซนามี ปาเราปา  โรว มินจุน~” เสียงร่ายมนต์ถี่ต่ำดังขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมแสงสีขาวที่สว่างจ้าอยู่ข้าง ๆ โต๊ะใสที่สมุดปกขาววางแน่นิ่งเพราะขยับไม่ได้อยู่

สิ้นแสงวาบสว่างอยู่ตรงนั้น ก็เผยร่างขาวกระจ่างใบหน้ายาวรูปไข่ เจ้าของกลีบปากอมชมพูและดวงตาคล้อยต่ำที่อยู่ในเครื่องคลุมสีขาวบริสุทธิ์ในมือมีตะไบฝนเล็บอยู่ ดวงตาตกดูงง ตื่นตกใจ และอาฆาตอย่างที่สุด

“ใครเรียกข้ามาวะ” เสียงเหวี่ยงดังขึ้นทันทีที่แสงสว่างวาบหายลับไปจนหมด ฝ่ามือกำที่ตะไบในมืออย่างหงุดหงิดชัดเจน

“ข้าเองแหละ เทพสีซอ” เสียงที่ดังมาจากข้างตัวทำเอาเทพต่างตกหันเหวี่ยงมาจิกข้างตัวบนสมุดปกขาวทันที

“นึกว่าใคร ที่แท้ก็สมุดอาภัพสีนี่เอง” เรียวปากแดงจิกกัดไปหนึ่งดอก ก่อนสมองเทวดา ๆ จะประมวลคำด่าของมาใช้งานต่อ หากไม่ถูกขัดไว้ก่อน

“เอาไว้เดี๋ยวค่อยมาปะทะคารมนะเทพมินจุน ข้าว่าตอนนี้ท่านดูรอบตัวก่อนดีกว่า” เสียงที่เอ่ยเตือนทำให้มินจุนเงยหน้ากราดมองรอบตัว สัมผัสได้ถึงความผิดปกติที่ล้อมรอบตัวทันที

…ความดำมืดที่ตีเร้าเข้ามาจนหายใจอึดอัด

ไม่ต้องมีประโยคย้ำต่อมา สายตาตกที่เคยใช้เหวี่ยงดูจริงจังขึ้นทันที  ชุดเครื่องคลุมสีขาวเผยปีกนวลละมุนทั้งสองออกมาอย่างรวดเร็ว เทพมินจุนโยนตะไบเล็บในมือขึ้นไปกลางอากาศก่อนมันจะหายไป สองมือขาวยื่นมาตรงหน้าโบกหมุนไปมาในอากาศเป็นรูปทรงกลม

“~รี เร เทป ปา  คอนซายด์~” สิ้นเสียงพึมพำก็ปรากฏขลุ่ยสีขาวขนาดเหมาะมือขึ้น มินจุนคว้ามันมาครองก่อนประทับริมฝีปากแล้วเริ่มบรรเลง  ทันทีที่เมโลดี้เเรกดังขึ้น  ก็เกิดแสงสีขาวเส้นเล็ก ๆ หลายเส้นพุ่งขยายไปทั่วห้อง ควันหมอกสีดำที่คละคลุ้งอยู่ทั่วค่อย ๆ ดูจางลงไปเหมือนกับว่าเส้นสีขาวเหล่านั้นคือเส้นหลอดนีออนที่เจิดจ้าท้าลมฝน

เสียงของขลุ่ยที่เล่นอยู่นั้นดังขึ้นเรื่อย ๆ  สองขาขาวของมินจุนก็ก้าวต่อไปเรื่อย ๆ ไปยังประตูกระจกใสที่เปิดอ้าอยู่ด้านหลังของกามเทพในร่างมนุษย์ที่กำลังตัวซีดขาวจนเหมือนแผ่นกระดาษ  คอขาวระหงของอูยอง เงยขึ้นฟ้า เส้นผมสีดำกำลังพลิ้วละลิ่วตามแรงลมพัดจนกระจาย   ยิ่งปลายเท้าของมินจุนใกล้ปานประตูเท่าไหร่ ควันสีเทาก็เริ่มจืดจางลงเรื่อย ๆ

ส่วนแสงเหลืองม่นรอบตัวอูยองก็ดูราวลนลานเมื่อเป็นเช่นนั้น  มันหมุนวนแรง ๆ รอบร่างขาวซีดของอูยอง ก่อนเหนี่ยวรั้งให้ร่างขาวลอยขึ้นมา ปลายเท้าเปล่าสีซีดของกามเทพแก้มห้อยลอยค้างอยู่กลางอากาศ

ดวงตาเรียวที่เคยสดใสบ้องแบ๋ว เริ่มปรือหนักแล้วค่อย ๆ ปิดลง  คอขาวโอนเอนลงส่วนหัวหงายไปข้างหลัง   เส้นผมสีดำละเอียดโน้มปลิวตามแรงโน้มถ่วง  ริมฝีปากบางแดงถูกแสงสีเหลืองไล้ผ่านจนเปิดกว้างมากขึ้น   ก่อนจะปรากฏขวดแก้วคริสตัลสีขาวใสขึ้นมา ฝาสีขาวดุจเพชรกล้าถูกแสงสีเหลืองวนรอบก่อนจะเปิดฝาออก

ริมฝีปากแดงที่กำลังบรรเลงขลุ่ยในมือนั้นยิ่งเร้าจังหวะขึ้นเมื่อเห็นแบบนั้น   สองขาที่ก้าวเข้าใกล้ประตูรีบวิ่งออกมาเมื่อเห็นฝาขวดผลึกสวยกำลังจะเปิดออก สิ่งเดียวที่กำลังอยู่ในหัวของเทพแห่งดนตรี คือปกป้องร่างขาวบางของกามเทพหนึ่งเดียวแห่งนี้ที่กำลังนอนลอยคว้างกลางอากาศนั้นเอาไว้ให้ได้

ดวงตาตกเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นว่าบทเพลงที่ตนบรรเลงมิอาจขับไล่ให้แสงเหลืองม่นนั้นจากไป  มันทำได้เพียงแค่ชะลอการเปิดของฝาขวดสีขาวประกายที่ลอยค้างอยู่เท่านั้น

ขวดสีสวยที่เต็มไปด้วยสิ่งที่ไม่ได้สวยงามดังตัวขวด เลือดปีศาจที่จะส่งผลให้เผ่าพันธ์เทพแทบดับสลายเมื่อรับเข้าไปในร่าง  ..ของเล่นชิ้นสนุกของกามเทพที่เขาเคยรู้จักดี

มันกลัวว่าจะยังเจ็บกันไม่พอหรือไงวะ  ถึงได้ทำขนาดนี้

ดูท่าว่าทำแบบนี้ยังไงก็คงไม่ได้ผล  ลองเสี่ยงดวงดูซักตั้ง

…มือที่ใช้ไล่เมโลดี้ และริมฝีปากแดงหยุดลง  เปิดจังหวะให้ฝาขวดคริสตัลที่หยุดค้างการเปิดไว้ ลอยคว้างเปิดออกทันที  แต่นั่นก็เป็นจังหวะเดียวกับที่เทพ   มินจุนโยนขลุ่ยขาวขึ้นกลางอากาศ แล้วโบกมือส่งขลุ่ยที่ค่อยเปลี่ยนตัวเองเป็นดาบสีขาวคมให้ละลิ่วไปหาแสงสีเหลืองก่อนทีมันจะหงายเทของเหลวด้านในลงสู่โพรงปากของกามเทพ

คมมีดแห่งเจตจิตไม่มีวันทำลายเงาแฝงแห่งปีศาจจำแลงได้

ก็รู้อยู่แก่ใจ แต่คงต้องลองเสี่ยงดู

ริมฝีปากแดงที่ใช้บรรเลงเพลงแห่งสวรรค์มานักต่อนักเม้มแน่นอย่างกังวลใจ และภาวนาให้มันเป็นอย่างที่ตัวเองหวัง  ดวงตาตกจดจ้องไปที่ปลายคมมีดปลายที่ลอยเข้าใกล้แสงสีเหลืองม่น  ก่อนจะหันตัวดาบลงปักทะลุอกของอูยองที่ลอยค้างอยู่

ร่างมนุษย์ของกามเทพรวยแก้ม กระตุกอย่างแรงเมื่อปลายคมมีดทะลุอกตัวเองจนปลายคมโผล่ออกมาที่แผ่นหลังที่ลอยอยู่  แขนที่เคยลอยค้างกลางอากาศลู่ลงข้างตัวแกว่งไปตามแรงลมที่หมุนวนรอบข้าง

รู้ว่าไม่มีทางหยุดเงาแฝงแห่งปีศาจจำแลงได้ แต่หากหยุดสิ่งนั้นไม่ได้

…ก็ต้องหยุดอีกสิ่งหนึ่งแทน

“กรี๊ดดดดดดดดดดดด”แสงสีเหลืองม่นที่อยู่รอบตัวอูยองหายไปในทันที พร้อมเสียงกรีดร้องที่ดังโหยหวนมา  ขวดคริสตัลสีสวยที่พยายามจะเทของเหลวด้านในออกก็หายไปเช่นกัน

ร่างขาวบางของกามเทพตรงหน้าที่ดูราวตุ๊กตาของเล่นที่มีคมมีดปักทะลุอยู่  ร่วงหล่นลงมาจากกลางอากาศทันทีที่แสงเหลืองม่นได้หายไป  สองขาเทพมินจุนรีบวิ่งเข้าไปทันที ช้อนรับก่อนที่ร่างนั้นจะกระแทกพื้น  ร่างกายที่ซีดดุจกระดาษยิ่งซีดเข้าไปใหญ่  ดวงตาที่ปรือปิดอยู่ดูสนิทจนน่าใจหาย  ริมฝีปากบางที่แดงอยู่เสมอนั้นดูซีดเซียวจนน่ากลัว

เทพแห่งดนตรีมินจุนที่วัน ๆ เอาแต่ร้องเพลง กำลังบรรเลงเสียงครวญออกมาพร้อมหยาดน้ำที่ไหลจากสองดวงตา  ปีกสีขาวละมุนกลางหลัง หยุดกระพือลู่นิ่งลงแนบแผ่นหลัง     โสตประสาทของสองหูมิได้รับรู้ถึงเสียงสั่นพับของสมุดปกขาวที่ตกลงข้างตัว  ริมฝีปากแดงเม้มแน่น  สองดวงตาที่กำลังเป็นเส้นทางส่งแก่หยาดน้ำร้อน ตวัดมองส่วนบนคมมีดที่มิได้ทะลุผ่านร่างมนุษย์ไปด้วย  ก่อนหันมาจดจ้องใบหน้าซีดขาวบนตักตัวเอง  เสียงสั่นที่เคยขับขานเพลงแห่งสรวงสรรค์แหบพร่าแผ่วเบา

“แจบอม  ..ข้าขอโทษ”

“อั๊ก แค่ก แค่ก” เสียงร้องราวกับเจ็บปวดพร้อม ของเหลวข้นที่พุ่งออกมาจากริมฝีปากบาง ทำให้ฝีเท้าที่อยู่ใกล้แถวนั้นรีบดิ่งตรงมาหาทันที ดวงตาประกายดูมีแววตระหนกตกใจเมื่อจ้องมองร่างบางที่โยนตัวไปข้างหน้าพร้อมไอเอาของเหลวสีเเดงสดให้กระจายออกมาทั่วบริเวณสนามหญ้าสีเขียว

“เป็นอะไร เจ้าเป็นอะไร” สองแขนแกร่งคล้องรับร่างบางลงในอ้อมแขน แผงอกแข็งแรงใช้แทนหมอนให้ร่างขาวนั้นใช้กลุ่มผมละเอียดมาซบไว้

“บอกข้ามาสิ เจ้าเป็นอะไร”เสียงเอ่ยหาอย่างเป็นห่วง เมื่อเห็นว่าก้อนเลือดเหนียวพุ่งออกมาจากริมฝีปากแดงอีกครั้งพร้อมแรงไอ ดวงตาที่มักยิ้มหวานอยู่เสมอดูตระหนกตกใจอย่างไม่เคยเป็น

“เจ้าอย่าเป็นอะไรนะ  อย่าเป็นอะไรนะ”เสียงที่เจือแววร้อนใจพร่ำซ้ำอย่างตื่นตระหนก  มือหนากอบกุมฝ่ามือบางไว้แน่น หัวสวยซุบลงพิงแทบอกแกร่ง   มืออีกข้างไล้เช็ดมุมปากที่มีเลือดติดอยู่ออกเบา ๆ

“ทำไมถึงแบบนี้ เกิดอะไรขึ้น”

“ อ… อู..  ย..อู ..อ… อู ..ยอง” คิ้วหนาขมวดเข้ากันแน่นกับถ้อยคำที่ได้ยิน ฝ่ามือหนาบีบเรียวมือบางที่กอบกุมอยู่แน่นกว่าเดิม

“อะไร มีอะไรงั้นเหรอ”ริมฝีปากหนาพึมพำข้างใบหูขาว ก่อนกดจูบเบาลงบนหน้าผาก

“เกิดอะไรขึ้น”

“อ… …ย..อู…อูยอง …ท… แทค …อูยอง”ริมฝีปากบางพึมพำอีกครั้ง ก่อนสำรอกเอาของเหลวข้นออกมาอีกครั้ง หัวสีนิลละเอียดซุบลงแนบอกแกร่ง เจ้าของอกเบิกดวงตากว้างส่งให้หยาดน้ำร้อนไหลแข่งกันออกมายิ่งกว่าเดิม บีบฝ่ามือที่กอบกุมแนบแน่น เขย่าใบหน้าขาวที่ดูซีดอย่างประหลาดของผู้เป็นดังทุกสิ่งทุกอย่างอย่างหวั่นกลัว

“อย่าเป็นอะไรนะแจบอม เจ้าอย่าเป็นอะไรนะ ข้าขอร้อง”

“อ็อกกก   อักกกกก” ของเหลวข้นจำนวนมากที่พุ่งออกมากพร้อมเสียงที่ดังออกมาอย่างทรมาน เป็นดังต้นเสียงเรียกบุคคลที่กำลังนั่งมองดูอยู่ว่ามีอะไรเกิดขึ้นรีบเข้ามาจับร่างขาวบางตรงหน้าอย่างเป็นห่วง

“เกิดอะไรขึ้น  เจ้าเป็นอะไร” เสียเอ่ยถามดังอย่างตกใจเมื่อเลือดข้นถูกพ่นออกมาจากริมฝีปากอิ่มเพราะแรงสำรอกแรง ๆ  และร่างอ่อนบางที่ล่วงลู่แทบอกตนเอง

“เจ้าเป็นอะไร เกิดอะไรขึ้น” ฝ่ามือหนาตบเบา ๆ เรียกสติร่างที่โยนตัวไออกมาแรง ๆ อีกครั้ง  เลือดสีแดงไหลออกมาจากจมูกทั้งสองอย่างควบคุมไม่อยู่

 

“เล่นพลาดไปหน่อยน่ะ” คำตอบพร้อมเรียวปากที่ฉีกยิ้มบาง ๆ ส่งมาให้ ยิ่งทำให้เขาไม่เข้าใจ  หากแต่พอหางตาหันไปเห็นขวดคริสตัลที่ฝาเปิดออกห่างจากตัวขวดตกอยู่ใกล้  ๆ ข องเหลวสีม่วงเข้มด้านในนองเนืองเปื้อนพื้นเตียงแถวนั้น ก็เริ่มเข้าใจอะไรบางอย่าง

“เจ้า… ควอน ..เจ้า” การเกิดมาเป็นทายาทของเจ้าแห่งโลกมืดทำให้เขาพบเจอหลายสิ่ง หากไม่เคยคิดว่าจะเจออะไรแบบนี้จากผู้ที่เคยมีเจตจิตบริสุทธิ์ในอ้อมแขนตนเอง  ดวงตาที่มักแย้มยิ้มอย่างเรียวปากเบิกค้างจ้องขวดที่นอนกลิ้งอยู่

“จิน ..อุน”เสียงเรียกหวานแผ่วเมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบไป ก่อนโยนร่างไปข้างหน้าพ่นเอาของเหลวข้นที่เริ่มเปลี่ยนจากสีแดงข้นเป็นดำกร่ำออกมา ผู้ที่เงียบไปก่อนปลอบพลางบีบฝ่ามือบางไว้แน่น ทั้งควอนและจินอุนรู้ดีว่าที่ควอนกำลังมีอาการแย่แบบนี้ก็เพราะพลังที่มันตีกลับมาจากการส่งน่างปีศาจจำแลงไปที่โลกมนุษย์เมื่อครู่

“เจ้าทำแบบนี้  …เจ้ารักแทคยอนมากงั้นเหรอ”เอ่ยถามสิ่งที่โง่เง่าที่สุดที่เคยรู้สึก แต่เป็นสิ่งที่อยากรู้เหลือเกิน

หากก็เป็นอย่างที่ตนคิด ..เขาไม่ได้คำตอบ  ร่างบางในอ้อมกอดเงียบนิ่งไป มีเพียงเสียงไอกรรโชกรุนแรงที่มาพร้อมของเหลวคลั่งจำนวนมากเท่านั้น

ฝ่ามือหนากระชับกอดอย่างเป็นห่วง คำถามที่อยู่ในหัวเมื่อครู่ราวระเหยหายไปตามเสียงไอของอีกฝ่าย

“เจ้าไม่เป็นไรนะควอน ไม่เป็นไรนะ” เอ่ยถามซ้ำซากหากแต่ว่าไม่พอให้แน่ใจได้ ยิ่งคำตอบที่ต้องการเป็นจำนวนเลือดที่ไหลมากขึ้นออกมาจากจมูกรั้น และแรงไอที่ยังคงเป็นอย่างต่อเนื่อง

จินอุนไร้ซึ่งดวงใจมีเพียงดวงจิตมืดมิดที่เต้นระส่ำอย่างร้อนใจกับอาการของผู้ที่ซบใบหน้าเปื้อนของเหลวข้นลงกับแผงอก

“ควอนได้โปรดเถอะ เจ้าอย่าเป็นอะไรนะ”

“ฟันไม่ฟัน”

“รักไม่รัก”

“ฟันดีไหมวะ”

“คนหล่อกลุ้มเว้ยยยยย”นิชคุณเซแถด ๆ เข้าซบเสาไฟฟ้าแล้วทุบปึก ๆ ลงไปอย่างวุ่นวายใจ

เสียงที่วนอยู่ในหัวเป็นถ้อยคำฟันธงยิ่งกว่าคอนเฟิร์มของไอ้เพื่อนชายที่นมบึ้กกว่าผู้หญิงและมีลูกตาโตพอรบพอเหวี่ยงกับไอ้หมีที่ตั้งตัวถวายคำปรึกษามาให้

..มันบอกว่าถ้ารักไม่ให้ฟัน ถ้าไม่รักก็ฟันโชะ…

แมร่มไอ้ซึลองคำปรึกษามึงที่เดือดร้อนเซลล์ความคิดกูอย่างยิ่งจริง  คิดไม่ตกว่ะ…

“เวรเอ๊ย! ไม่รักให้ฟัน ถ้าจะฟันแล้วก็ไม่ต้องรัก”

“เว้ยยยย ไอ้กูมันก็พวกนิยมฟันด้วยสิวะ”คิดไปก็ขอเตะแรงใส่เสาไฟฟ้าให้หายเครียดซักที เตะปาบเข้าไป  ห่า เจ็บว่ะ งั้นเกาะอย่างเดิมแล้วกัน

“แล้วนี่กูรักเขาไหมวะเนี่ย” สูดลมหายใจเข้าไปลึ๊ก ลึก

“อูยอง อูยอง” นิชคุณถอนตัวออกมาจากเสาไฟฟ้าที่รัก ขมวดคิ้วใคร่ครวญเดินไปตามทางตรงหน้าอย่างรู้สึกกังวล มือหนาทาบลงบนอกข้างซ้ายตัวเอง

“อูยอง จาง อูยอง”กดแนบรอฟังสิ่งที่หัวใจส่งมาให้

มันไม่ได้เต้นรัวเร็วขึ้นราวตื่นเต้นเมื่อเอ่ยถึงชื่อ ๆ นี้   ไม่ได้ระส่ำดังกู่ร้องออกมาว่าขาดคนแก้มย้วยนั้นไม่ได้

ไม่ได้รู้สึกอะไรแบบนั้น

หากแต่ ..มีความสุข

รอยยิ้มละมุนที่คงล่อลวงเหล่าผู้คนมากมายให้มาตายตรงหน้าได้มากกว่ารอยยิ้มหมาป่าซักสิบเท่าฉายขึ้นบนดวงหน้างดงามที่ได้รับการกล่าวขานว่าดูดีกว่าเทพเทวดา

..รอยยิ้มที่ห่างหายไปแสนนาน

 

“หรือว่าเราจะรักเขาให้แล้วจริง ๆ นะ “นิชคุณบ่นพึมพำแล้วยิ้มหวานให้ตัวเองอีกครั้ง

..เอาเป็นว่ากลับไปเจอหน้าให้มั่นใจอีกสักครั้งแล้วกันว่าตัวเองรักอูยองเข้าให้จริง ๆ แล้วหรือเปล่า แต่ถึงยังไงก็พอจะเชื่อในตัวเองได้ว่า ความรู้สึกที่มีน่ะไม่ทิ้งจากนี้เท่าไหร่หรอก

จาง อูยอง ของเล่นที่น่าถนอมเป็นบ้า

“อูยอง”ไม่ได้อยากจะน้ำเน่าอะไร แต่รู้สึกว่าตอนนี้หัวใจตัวองบินพับ ๆ  ไปหาเจ้าของชื่อนี้ที่ห้องไปเรียบร้อยเสียแล้ว สองขายาวก้าวต่อไปอย่างอารมณ์ดีไม่ได้รีบร้อนอะไร ผ่อนคลายและมีความสุข เหมือนเวลาที่เจออูยอง ดวงตาคมหวานที่คลี่ยิ้มเป็นสระอิแข่งกับจุนโฮ มองไปตามเส้นทางกลับบ้านเบื้องหน้าที่แสนคุ้นเคย

อา~~~ เดี๋ยวก็จะได้เจออูยองแล้วสินะ

รู้สึกว่าตัวเองเหมือนคนบ้าเลยว่ะ  ทำไมมันมีความสุขแบบนี้วะ

นิชคุณหัวเราะกับตัวเอง สูดรับเอาลมบริสุทธิ์รอบข้างที่ดูจะมีความหมายต่อเขามากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อได้รู้จักอูยอง

เมื่อสูดลมบริสุทธิ์จนเต็มปอดก็อดจะฉีกยิ้มหวานอย่างมีความสุขออกมาอีกไม่ได้

“ไม่ฟันก็ได้วะ ไอ้อิม ซึลอง”

.
.
.
Tbc

เอาเวอร์ชั่นที่รีไรท์ ให้อ่านเข้าใจมากขึ้นแม้จะไม่ชอบอ่านแฟนตาซี (อย่างที่โบว์ชอบ)มาลงให้อ่านกันค่ะ
เรื่องนี้เป็นเรื่องง่าย ๆ ออกแนวเบาสมองเนอะ (ใช่มะ ๕๕๕)
ตามสไตล์แฟนตาซีค่ะ ตัวละครจะเยอะมากกกกก ซึ่งยังไงก็ตามตัวหลัก ๆ ก็จะเป็นสมาชิกวง 2PM กับ 2AM เท่นั้นค่ะ ที่เหลือก็มาร่วมสนุกด้วยเฉย ๆ

เรื่องนี้โบว์กำลังจะเปิดรวมเล่มนะคะ ถ้าใครสนใจรอดูรายละเอียดได้ค่ะจะนำมาแจ้งแน่นอน
ตอนนี้แต่งถึงตอนสิบสองแล้ว ยังแต่งไม่จบเลย แต่เพราะจะรวมเล่มทุกเรื่องทีแต่ง ยังไงเรื่องนี้ก็ต้องจบค่ะ ^^ (จบได้แล้วเนอะ ตอนแรกเริ่มแต่งประมาณม.4 นี่ก็ปีสองละ ควรจบได้แล้ว)

ใครที่เข้ามาอ่าน เมนต์ให้กำลังใจกันได้นะคะ เพราะควอมเมนต์คือกำลังที่แสนสำคัญของคนแต่งค่ะ
ใครอยากได้รวมเล่มเรื่องนี้เก็บไว้ก็สั่งกันได้นะคะ

ติดตามข่าวสารและคุยกันได้ที่ @Bowwie0723 ค่ะ ^^

 

Advertisements

2 คิดบน “[FiC]Love is all around ,Right???!! [KW/CNN/TJ] #7

  1. TANUNYA AKARASUTTIKORN

    เกิดอะไรขึ้นกับอูยองไหมเนี่ยยยยย ท่านมินจุนช่วยน้องได้ไหมค่ะ?!?

Leave a Comment

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s