[FiC]Love is all around ,Right???!! [KW/CNN/TJ] #8

Title :: Love is all around ,Right???!!เพราะฟ้าส่งผมมารักคุณ

Chapter :: 8

Author :: LoveMe

Paring :: KhunWoo /ChanHo/TeacJay/2MiN/JinKwon/Ong/Mr.White

Re-write ver. : ทำการรีไรท์เพื่อรวมเล่มให้อ่านง่าย และเข้าใจง่ายมากขึ้นแม้ไม่ใช่ผู้ที่ถนัดอ่านสายแฟนตาซีค่ะ ซึ่งเวอร์ชั่นรีไรท์ได้นำมาลงแทนอันเก่าแล้วค่ะ (เข้าใจง่ายมากขึ้นไหมคะ เอ๊ะ หรือไม่ เหอเหอ)


*เปลี่ยนชื่อปู่ซุ เป็น มินจุนแล้วนะคะ จุ๊บ*

Angel cry เพราะรักจึงยอมทุ่มเทชีวิตจิตใจ จะเสียอะไรก็ยอมได้ทุกอย่าง

“ตาย!!”

“ตาย ตาย ตาย”

“ตาย ตาย ตาย ตาย ตาย ตาย ต๊ายยยยยย”

“โดนเผาแน่กรูฮือออ ไอ้เทพสีซอ ไอ้บ้า” เสียงโอดโหยครวญคลั่งของสมุดปกขาวยังคงดังขึ้นเป็นระยะจนเทพหน้ายาวที่ตกเป็นจำเลยคำว่าของสมุดแล้งสีสันได้แต่ถอนลมหายใจหงุดหงิดและกระดิกเท้ายิก ๆ ไปมาอย่างอารมณ์บูด

..ก็เรียกมาช่วย นี่กูก็ช่วยแล้วไงจะเอาอะไรอีก ไอ้กระดาษรีไซเคิล..

“เจ้าเอาสมองลอดออกช่องเป่าขลุ่ยไปหมดแล้วหรือไง ห๊ะ ไอ้เทพสีซอ ตายยยย”เสียงโหยหวนดังมาอีกครั้งคลอกับเสียงหน้ากระดาษสะบัดพั่บ ๆ ทำให้มินจุนขมวดคิ้วหงุดหงิดกว่าเดิม ฝ่ามือขาวตบปังลงบนโต๊ะใสข้าง ๆ กับสมุดขี้โวยที่เปิดหน้าอ้าค้างอยู่

“โอ๊ยยย อย่าเอาแต่โวยวายได้ไหมวะ ตอนนี้มาช่วยกันคิดก่อนได้ไหม ห๊ะ สมุดสีซีด” เสียงไพเราะเอ่ยแหวกลับอย่างกลุ้มใจไม่แพ้กัน สายตาตกเฉตวัดมองร่างบอบบางที่ลอยอยู่เหนือจากพื้นโซฟาที่เจ้าตัวนั่งไม่มากนัก ร่างบางที่ตอนนี้ยังคงดูน่ารักและขาวซีดเผือด ริมฝีปากบางที่เจื้อยแจ้วปิดสนิท ด้วยตากลมใสที่มักจ้องมาที่เขาแล้วเอาแต่เรียก ‘ท่านอา ๆ ‘ ก็ได้แต่ปิดลงแนบกับขนตาล่าง ลำตัวบางที่ยังดูราวของเล่นชิ้นแปลกที่มีมีดเล่มโตปักแทงทะลุไปอีกฝั่งอกแบบนั้น ทำให้สายตามินจุนที่มองอยู่สั่นระริกกว่าเดิม

ดาบแห่งเจตจิตมีไว้สำหรับทำร้ายซึ่งเจตจิต

ดาบแห่งเจตจิตที่ทะลุร่างของกามเทพอูยอง ..เจตจิตแห่งมินจุน

“ยังดีที่อย่างน้อยตอนนี้ก็อยู่ในกายหยาบของมนุษย์” ไม่ใช่ร่างกามเทพที่ใช้เจตจิตเป็นหลักในการหล่อเลี้ยงให้ดำรงอยู่ได้

“เหลืออีกนานแค่ไหน”เสียงเรียบของสมุดปกขาวที่เอ่ยถามทำให้มินจุนได้เพียงถอดถอนลมหายใจ สายตาตกตวัดมามองสมุดที่วางเปิดอยู่ข้างตัวก่อนจดจ้องใบหน้าที่มีเรือนแก้มแสนน่าถนอมนั้นนิ่ง ๆ

“ไม่มากพอ” ตอบกลับไปก็รู้สึกว่าราวหัวใจตัวเองจะขาดวิ่นตาม..ไม่มากพอ ไม่มากพอแล้วสินะ แม้ในตอนแรกมันเริ่มจะเหลือน้อยจนแทบจะคุ้มคลั่ง ..หากแต่ก็มากกว่านี้

มากกว่าตอนที่คมดาบแห่งเจตจิตได้ลิ้มไล้ร่างละมุนของกามเทพตนนี้แล้ว

“แล้วเราจะทำยังไงกันดีล่ะ ..ตามเทพชางมินมาช่วยดีไหม”สมุดปกขาวเสนอ หากแต่เทพแห่งดนตรี ..คู่ครองเพียงหนึ่งเดียวของเทพนักรบผู้อาจหาญกลับถอนลมหายใจเหนื่อย ส่ายหัวช้า ๆ

“เอามาทำไม ไอ้เหยินนั่นมันไม่ว่างหรอก แล้วมันก็เป็นเทพนักรบด้วย ไม่มีประโยชน์อะไร”เสียงใสหวานพูดแผ่วแจงข้อมูล ลุกขึ้นเคลื่อนกายแตะลงเบา ๆ บนเรือนแก้มอูยองที่ลอยค้างอยู่ท่ามกลางแสงประกายสีขาวราวดวงดาวที่เต้นวิ่งวนรอบร่างบางให้ลอยค้างกลางอากาศ ตั้งแต่ปลายเท้าจรดบริเวณเส้นผม

“สิ่งที่เราต้องการไม่ใช่หยาดเลือด ไม่ใช่คาวไคลสงคราม”

“เราต้องการ ..ความรัก”

สำหรับกามเทพสิ่งที่เลอค่าเพียงพอก็คือความรัก ..กามเทพมีหน้าที่ตามหาความรักและทำให้มันสมหวังดังควร มิใช่ว่ากามเทพนั้นชอบยื่นมือ ยื่นปีกเข้ามายุ่งย่ามกับเรื่องราวความรักของผู้อื่น หากแต่สิ่งที่ใช้ดำรงเจตจิตแสนเปราะบางของกามเทพ คือไออวลบริสุทธิ์ของความรัก

ความรักที่กามเทพอูยองไม่เคยรู้จัก

ไออวลบริสุทธิ์ที่ต่อให้เย้ายวนวิ่งไล้รอบกายมากแค่ไหน แต่อูยองไม่ใส่ใจที่จะนำมันมาเยียวยาการดำรงอยู่ เพราะไม่รู้สึกถึงแรงเย้ายวน เพราะตัวเองไม่รู้จักความรักอย่างนั้น หรือเพียงแค่ว่าเหนื่อยล้าเกินจะใส่ใจการดำรงอยู่ของตัวเอง

ความรัก ..เหตุผลแสนน่าขันที่ผลักดันให้ทุกอย่างเกิดขึ้น

“ความรัก ..กามเทพ”

“ตามแจบอม กับแทคยอนดีไหม” เสียงขอความเห็นของสมุดปกขาว เรียกสายตาของมินจุนให้หันไปมองจดจ้องมองอยู่ ก่อนจะกรอกตาขึ้นเบา ๆ

 

“เอาไว้วิธีสุดท้ายก็แล้วกัน!!!”แล้วเอ่ยประโยคที่คิดไว้ในใจออกมาอย่างพร้อมเพียงทั้งเทพทั้งสมุด

“งั้นจะเอายังไงต่อล่ะ”คำปรึกษาที่จำเป็นต้องพูดอีกครั้ง เพราะร่างที่ลอยอยู่นั้นเริ่มซีดลงเรื่อย ๆ แล้ว

“ดึงดาบออกก่อนไหม”คำพูดของเทพเจ้าของดาบแห่งเจตจิตทำให้ สมุดเล่มพอเหมาะหันมามองอย่างไม่เข้าใจ

“บ้าหรือไงเดี๋ยวเจตจิตก็แตกซ่านพอดี ..ถึงนี่จะเป็นร่างหยาบของมนุษย์แต่ก็มีผลกระทบนะ เจ้าเทพโง่”เสียงเอ่ยแหวของสมุดที่ได้ฟัง ทำให้เทพแห่งเดียวตรงนี้เครียดไปใหญ่ ทรุดตัวลงกับโซฟากุมขมับอย่างไร้สิ้นซึ่งหนทาง

“นี่ข้าทำถูกแล้วหรือเปล่านะ นี่ข้าทำไม่ผิดใช่ไหมสมุดปกขาว”พึมพำเสียงแผ่วอย่างไม่แน่ใจนักกับสิ่งที่เขาได้ลงมือลงไป ..มันดีแล้วจริง ๆ ใช่ไหม

“ถึงมันจะดูโง่ไปหน่อย แต่มันก็ดีแล้วล่ะ มินจุน มันเป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้วล่ะ”เสียงทุ้มนุ่มคลอปลอบพร้อมสัมผัสอุ่นที่รอบเรือนกายทำให้เทพมินจุนหลับตาพริ้มลงอย่างผ่อนคลายลง แนบพิงแผ่นหลังลงกับความอบอุ่นนั้น ก่อนจะลืมตาโต สะดุ้งตัวโยนลุกขึ้น

“ชะ ชางมิน เจ้ามาได้ยังไง”ปลายนิ้วของเทพแห่งดนตรีที่มาที่เทพนักรบที่นั่งยิ้มส่งฟันที่โดนคู่ครองคนนี้ครหาว่ายื่นนักหนา อยู่ในเครื่องคลุมสีดำแดงดูแข็งแร่ง และเผยท่อนแขนกำยำตามแบบฉบับของเทพนักรบ

“ก็ขืนให้เจ้ากับสมุดปกขาวอยู่ด้วยกัน คงจะมีแต่บรรลัย และบรรลัย”ปลายนิ้วของเทพชางมินชี้มาที่สองตัวบรรลัยที่อยู่ไม่ห่างไกลจากร่างที่ลอยอยู่ของอูยองนัก เจ้าของหน้ามุ่ยอย่างตัวบรรลัยเทพ ๆ คลายลงเมื่อเห็นชางมินลุกขึ้นเดินมายืนมองร่างบางของกามเทพที่ลอยคว้างอยู่

“..แค่นี้ก็วุ่นวายพอแล้วล่ะ”เทพชางมินยื่นมือออกมาหมุนวนอยู่บนปลายด้ามดาบแห่งเจตจิต ท่ามกลางความลุ้นระทึกของอีกสองชีวิต ที่มองอยู่ เพราะไม่ยักรู้ว่าเทพนักรบมินจุนมีพลังด้านการเยี่ยวยารักษา หรือกลวิชาด้านศาสตร์แห่งความรักกับเขาเสียด้วย

เทพมินจุนยืนลุ้นมองดูท่าทางที่เขาคิดว่าเป็นการพยายามจะเยียวยารักษาร่างแห่งกามเทพนั้นของชางมิน ยืนดูด้วยความระทึก ก่อนมันจะกระหน่ำกว่าเก่า เมื่อข้อมือของเทพชางมินบิดหมุนไปในทิศทางที่เขาคุ้นเคยดี

…คุ้นเคยเกินไป

“อย่านะ!!! ชางมิ….”

“สวบ!”ตัวด้ามแห่งเจตจิตของเทพมินจุนถูกถอดถอนออกมาแสงสีขาวที่คลอไล้ดุจดาวพราวที่พยุงร่างบางไว้ลอยคว้างตามปลายดาบออกมาจากร่างแห่งกามเทพราวถูกแรงดึงดูดบางอย่าง ไหลเทออกมาจนทั่วคมดาบแห่งเจตจิตก่อนมันจะกลับคืนเป็นขลุ่ยเช่นเดิม พอเท่าทันกับตอนที่มินจุนรีบรุดเข้าไปรับร่างของอูยองที่ซีดจนขาวอย่างน่ากลัวเสียยิ่งกว่าซากศพที่ล่วงหล่นลงบนพื้นโซฟามุมห้องของมนุษย์ที่ไหนก็ไม่รู้

“เจ้าทำบ้าอะไรชางมิน”มินจุนหันมาตวาดลั่น หยาดน้ำตาแห่งเทพดนตรีไม่เคยจะรินไหล หากแต่ในครานี้กับล่วงรินถึงสองหนไล่เลี่ยกัน  ปลายนิ้วสั่นระริกของมินจุนแตะที่บริเวณเดิมที่เคยเป็นตำแหน่งของคมดาบ ไม่มีแม้สักบาดแผล หากแต่รู้ดีว่าร้ายแรงเพียงใด

“อูยอง อูยอ..”

“กลับกันเถอะ”ชางมินขว้าข้อมือของเทพมินจุนก่อนจะฉุดรั้งกระชากอย่างรวดเร็วจน สมุดปกขาวแทบร่ายมนต์มาพยุงส่วนกลุ่มผมดำของอูยองลงบนโซฟาด้านล่างอย่างนิ่มนวลไม่ทัน เทพมินจุนขืนฝืนตัวเองไว้อย่างที่สุดยืนดิ้นพล่านอย่างโมโหน้ำหูน้ำตาไหลออกมามากอย่างไม่ควร ในใจก็นึกก่นด่าเทพแห่งนักรบตรงหน้า ไม่เคยคิดว่ามันจะอำมหิตเพียงนี้ หรือว่านี่มันจะโดนไฟสงครามกัดกินหัวใจไปจนหมดแล้วอย่างนั้นหรือไง

“เจ้าจะบ้าเหรอ จะกลับได้ไง อูยองโดนเงาแฝงแห่งปีศาจจำแลงทำร้าย แล้วยังโดนคมดาบของข้าทำลายเจตจิตอีกนะ”มินจุนเม้มปากแน่นกลั้นเสียงสะอื้นเมื่อนึกถึงเหตุผลแห่งทุกสิ่ง คมดาบของข้า ..คมดาบของเขา ใช่สินะเขานี่แหละที่ทำลายอูยอง แล้วจะให้กลับไปได้ยังไงล่ะ

“อูยองเป็นกามเทพ ต้องการไออวลบริสุทธิ์ของความรัก ไม่ใช่แค่เทพเล่นดนตรีอย่างเจ้า มินจุน”คำพูดที่เย็นชาแม้จะมาในน้ำเสียงอบอุ่นก็ทำให้มินจุนกัดริมฝีปากในแววตาที่ชื้นน้ำตาอย่างโมโห

“เออสิ  ข้ามันก็แค่เทพดีดพิณ สีซอ คลอระนาด ข้ามันไม่ใช่เทพนักรบ ใจร้ายอย่างเจ้านี่ ชาง…”

“มินจุน ..แชบปา!!”ชางมินยื่นนิ้วมาที่บริเวณหน้าผากของเทพมินจุนดีดนิ้วเผาะเพียงแผ่วเบาตามด้วยมนต์กำกับ เทพที่โวยวีนอยู่ก็สลบลงทันที วงแขนแกร่งคว้ารางของเทพดนตรีมาแนบอก ก่อนยกขึ้นอุ้มด้วยสองแขน เจตจิตในรูปขลุ่ยสี บริสุทธิ์ที่เคยเป็นคมดาบทะลุร่างของอูยองวางลงแนบนิ่งบนอกของมินจุนแผ่แสงสว่างวาบก่อนจะซึมหายเข้าไป สายตาคมของเทพนักรบจดจ้องไปที่สมุดปกขาวที่กางหน้ากระดาษอยู่บนโต๊ะข้างร่างราวไร้ชีวิตของอูยอง

“สมุดปกขาว…” เอ่ยพูดเนิบช้าแต่หนักแน่น ปลายเท้าของเทพนักรบเคาะแรงถึงสองสามทีก็เกิดแสงสีสว่างวาบดังตอนที่เทพมินจุนปรากฏตัว ก่อนมันจะหมุนวนสว่างแล้วพาร่างของเทพทั้งสองให้หายไป เหลือเพียงประโยคสุดท้ายที่ทิ้งอยู่เท่านั้น

“โชคชะตาเป็นสิ่งที่เปราะบาง หากแต่ก็เด็ดขาด แม้แต่ทวยเทพอย่างพวกเราก็มิอาจเข้าไปยุ่งได้”

“ให้มันเป็น อย่างที่ต้องเป็นเถอะ”

…ให้เป็นอย่างที่โชคชะตาต้องการอย่างนั้นหรือ

สมุดปกขาวใครครวญคิดประโยคของเทพนักรบที่ถูกครหาว่าใจร้ายนักหนา เพราะกระชากความหวังเดียวแห่งการอยู่รอดของอูยองที่นอนซีดเซียวอยู่ข้าง ๆ เขาตอนนี้

…แล้วอะไรคือโชคชะตาของกามเทพตนนี้เล่า

ใช่ว่าจะไม่รู้ ..แต่ไม่อยากจะยอมรับเอาเสียเลยน่ะสิ

“อูยองครับ พี่คุณกลับมาแล้ว!!!!”เสียงดังมาจากบานประตูของห้องนี้ทำให้สมุดปกขาวอดสะดุ้งตกใจไม่ได้

เพราะสิ่งที่เป็นผลกระทบของโชคชะตานี้อาจจะยิ่งทำให้ย่ำแย่ลงไปกว่าเดิม               …อาจจะไม่คุ้มค่าเอาซะเลยจริง ๆ น่ะสิ

“แกรก!!!!”

“คงไม่มีอะไรต้องกังวลแล้วล่ะ กามเทพแทคยอน”

“ขอบคุณเจ้ามากนะ ดูจุน”เสียงทุ้มเอ่ยขอบคุณอย่างซาบซึ้งให้แก่เทพแห่งการเยียวยาที่มามอบความช่วยเหลือให้แก่เขา ผ่ามือหนาที่กอบกุมเรียวมือขาวซีดของกามเทพอีกตนที่ฟุบอยู่ในห้วงหลับใหลเพราะผลกระทบแห่งสิ่งที่เขาไม่เคยคิดว่าจะเกิดขึ้น

…ความบาดเจ็บของแจบอม ที่เกิดจาการผลกระทบแห่งอูยอง

ผู้ที่เป็นที่รักที่สุดของเขาทั้งสองกำลังบาดเจ็บชอกช้ำ ทั้ง ๆ ที่เขาไม่อาจแม้แต่ช่วยอะไรได้ นอกจากนั่งมองอย่างไร้ค่าเพียงเท่านั้น

เพราะเจตจิตที่แจบอมแบ่งปันและเชื่อมโยงไว้กับอูยอง  ทำให้เกิดความเปราะบางและไม่เสถียรแห่งเจตจิตของกามเทพแจบอม

สิ่งที่แลกมากับการที่อูยองสามมารถใช้กายหยาบในโลกมนุษย์ได้ ทั้ง ๆ ที่มีพลังแห่งไออวลบริสุทธิ์น้อยนิด …อย่างน้อยเพื่อยืดเวลาของเจตจิตที่เปราะบางลงเรื่อย ๆ ไปได้บ้าง

คงมีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้นกับกายมนุษย์นั้น สิ่งที่ไม่ธรรมดาและน่าหวาดหวั่น รุนแรงมาพอที่จะกระทบกับเจตจิตถึงขั้นแตกสลาย …หากไม่ได้แบ่งครึ่งออกเป็นสองส่วน คงจะทานกำลังทำลายนั้นไม่ได้ ไม่อยากจะคิดว่ามันมาจากไหน ไม่อยากจะยอมรับ หากแต่ก็รู้อยู่เต็มอก

..สาเหตุมันคือเขาทั้งนั้น

กามเทพแทคยอนผู้ไร้ค่าเอ๋ย เจ้าคือผู้ทำลายสุดที่รักแห่งเจ้าลงกับมือจงยอมรับซะ

“แทคยอน”

“แทคยอน” เสียงเรียกของดูจุนที่ยังคงยืนอยู่บริเวณนั้นทำให้แทคยอนได้สติกลับมาแล้วจดจ้องไปที่ดุจุนที่กำลังทำสีหน้าประหลาด แทคยอนส่งยิ้มให้เทพในเครื่องคลุมสีฟ้าอ่อนอย่างจะบอกว่าไม่เป็นไร

“เจ้ามีอะไรอีกหรือเปล่าดูจุน”อดเอ่ยถามไม่ได้เมื่อดูจุนยังคงจ้องเขา ด้วยใบหน้าประหลาดนั้น

“กามเทพแทคยอน เจ้าอย่าให้กามเทพแจบอมทำอย่างนี้อีกนะ เจ้าก็รู้ว่าการแบ่งเจตจิตเป็นสิ่งต้องห้ามของสวงสวรค์บริสุทธิ์แห่งนี้”เอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงเครียด แทคยอนลอบมองใบหน้าขาวที่ยังหลับพริ้มอยู่ด้วยใบหน้าซีดเซียวที่ซึมเหงื่อ  มือหนาสีแทนยกขึ้นเช็ดซับหยาดน้ำจากหางตาเฉี่ยวนั้นแผ่วเบา

“ข้าไม่เคยอยากให้แจบอมทำแบบนั้น”เขาไม่เคยต้องการให้มันเป็นแบบนี้ ..ยังหวนคิดถึงช่วงหลังวันจุติแห่งกามเทพแก้มป่องนั้นไม่ได้

..วันที่แจบอมได้รับรู้กับการกระทำของผู้มีเจตจิตเดียวกับตนอีกคน ..ควอน  ยังจำได้ดีว่าวันนั้นจิตใจของแจบอมสลายลงไปแค่ไหน  ทั้ง ๆ ที่เขาเองคือสาเหตุกลับได้นั่งสบายอยู่ผู้เดียว เขาเองเจ็บปวด แต่จะได้เสี้ยวของแจบอมไหมก็ไม่รู้

กระทั่งการแบ่งเจตจิตนี่เช่นกัน แจบอมไม่เคยยอมที่จะให้เขาเป็นผู้แบ่งเอง ให้เหตุผลเพียงว่าตนเองเชื่อมโยงกับอูยองได้ง่ายกว่า

ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าเหตุผลอันแท้จริงนั้นคืออะไร ..ร่างบางนี้กลัวเขาจะบาดเจ็บ กลัวเขาจะเป็นอันตราย   แล้วทำไมไม่คิดถึงตัวเองบ้าง หากแจบอมเป็นอะไรไป แล้วเขาจะอยู่ยังไง

“ข้ารู้แทคยอน ข้าถึงไม่คิดจะบอกเรื่องนี้แก่ใครไงล่ะ แต่เจ้าก็ต้องรู้ไว้นะ  แทคยอนว่าหากแจบอมทำอย่างนี้อีก หรือทำอย่างนี้ต่อไป”เสียงถอนหายใจยาวอดลอดออกมาระหว่างพูดไม่ได้ สายตากระด้างหากแต่อ่อนโยนละมุนมองดูปลายนิ้วสีแทนที่กำลังไล้ปัดปลายเส้นไรผมที่เกะกะใบหน้าขาวของกามเทพอีกตนที่นอนซีดสั่นอยู่อย่างแผ่วเบา

“จะอะไรจะเกิดขึ้น”

“ข้ารู้ดูจุน ข้ารู้” แทคยอนหันกลับมา ยิ้มจาง ๆ ให้แก่ดุจุนที่นิ่งค้างจดจ้องมา นัยน์ตาคมกำลังสั่นไหว ดวงตาคู่คมของแทคยอนกำลังคลอเคลือบด้วยหยาดน้ำร้อนที่ไหลดิ่งลงสู่แก้มทั้งสองข้าง แทคยอนเอื้อมมือหนาปาดหยาดน้ำที่สร้างความตะลึงให้แก่ดูจุนออก ก่อนจะหัวเราะขึ้นเบา ๆ

“การแตกสลายไม่ใช่เรื่องตลกนะกามเทพแทคยอน”เทพแห่งการเยียวยาดูจุนเอ่ยแหวอย่างไม่เข้าใจในท่าทางของแทคยอน

“ข้ารู้ดูจุน ข้าเข้าใจ เข้าใจดี” แทคยอนหันกลับไปมองใบหน้าขาวบนเตียงต่อ ก้มลงทาบริมฝีปากลงบนหน้าผากมนชื้นเหงื่อ จูบซับแผ่วเบาจนทั่ว ไล่สัมผัสละมุนลงมาตามสันจมูก สองข้างแก้ม และทาบเนิ่นนานลงบนริมฝีปากอิ่มสีสด คลอไล้เนิ่นนาน ก่อนถอนใบหน้าออกมา แตะปลายจมูกโด่งสันไว้บนจมูกรั้นของแจบอม สองตาจดจ้องดวงตาเฉี่ยวที่พริ้มหลับ

“…มันถึงเวลาที่ข้าจะต้องเสียสละบ้างแล้วล่ะ”

“ควอน จะไม่เป็นไรใช่ไหม”เสียงที่เอ่ยถามเย็นเชียบและแผ่ไอเย็นยะเยือกของบุตรเจ้าแห่งโลกมืดที่ใช่ว่าจะได้พบเจอง่าย ๆ แบบนี้ ทำเอาปีศาจตนนี้ที่มีหน้าที่คอยเยียวยาดูแลรักษาอาการประหลาดของควอน เจ้าปีศาจจำแลงเลือดไม่บริสุทธินั้น ถึงขั้นเครียดหนัก จนแทบอยากจะทรุดเข่าร้องไห้ลงกับพื้นห้อง

“แค่ก .. ข้าไม่เป็นไร จินอุน”เสียงแผ่วเบาที่ดังเคล้ากระแสไอทำให้ดวงตาที่จ้องกร้าวอยู่เมื่อครู่ วาดยิ้มหยีออกมาได้ ก้าวเดินไปที่ผืนเตียงขนาดใหญ่ใกล้  ๆ  หาร่างบางที่ยันตัวขึ้นนั่งบนนั้น ดังเป็นจังหวะอนุญาตให้ปีศาจชั้นด้อยกว่าได้หลบลี้ออกไป

“เจ้าเจ็บตรงไหนหรือเปล่า ควอน” เอ่ยถามอย่างเป็นห่วง นั่งลงเคียงข้าง ก่อนเข้าซ้อนรับร่างบางให้นั่งพิงลงกับแผงอกอุ่นของตัวเอง

“ไม่มีตรงไหนเจ็บกว่าตรงนี้อีกแล้วล่ะ จินอุน” เอ่ยพูดแผ่วเบา คล้ายเอ่ยกระซิบกับตัวเองฝ่ามือขาวกดลงบนตำแหน่งทรวงอกซ้ายตัวเองเบา ๆ

..ควอนไม่มีหัวใจ เขาก็เช่นกัน หากแต่บนตำแหน่งของเจตจิตที่หวั่นไหวและหมุนวนร้อนเร่านั้นก็ไม่แปลกเลยที่จะรู้สึกเจ็บปวด    หากใครบอกว่าเมื่อไม่มีหัวใจ แล้วจะเจ็บปวดไม่ได้ ทายาทของเจ้าแห่งโลกมืดผู้นี้ขอเถียง ..ตอนนี้เขาร้าวรานจนจะแตกดับอยู่แล้ว

“ควอน …เจ้าบาดเจ็บอย่างนี้ ให้นันนารันกลับมาไหม” จินอุนเอ่ยถาม เพราะรู้ดีว่านอกจากตัวเขาผู้เดียวที่จะพอบรรเทาความเจ็บปวด และอยู่กับควอนท่ามกลางปีศาจแท้ ๆ ทั้งหลายที่ชิงชังในความเป็นปีศาจจำแลงของควอน ..ก็มีนันนารันเพียงผู้เดียว

“ไม่!!” ใบหน้าที่เหนื่อยหน่ายและสายตาที่อ่อนไหวเมื่อครู่แข็งขืนขึ้นจนน่ากลัว ตวัดมาจดจ้องจินอุนทันที

“สิ่งที่ข้าให้นารันทำยังไม่เสร็จ ถ้าเจ้าให้นารันกลับมา หรือให้นารันรู้ว่าข้าบาดเจ็บ ..ข้าจะเกลียดเจ้าจินอุน” เอ่ยตวาดเสียงเเข็งหากแต่หยาดน้ำใสไหลลงมาจากหางตาทั้งสองข้าง ไหลล่วงรินออกมาราวแข่งขันกับความปวดหนึบของจินอุนที่ได้เห็นแบบนั้น

“ข้าไม่อยากเกลียดเจ้า เจ้ารู้ใช่ไหมจินอุน เจ้ารู้ใช่ไหมว่าข้าไม่อยากเกลียดเจ้า” ควอนปิดบังนัยน์ตาที่กำลังสั่นไหวและเจ็บปวดลงกับแผงอกอุ่นของจินอุน ซ่อนหลบลึกไว้แบบนั้น แต่เพียงแค่เสียงสะอื้นแผ่วเบาก็ทำเอาใจจินอุนแทบจะสลาย

ข้าไม่อยากเกลียดเจ้า  มันหมายความว่า เจ้าต้องการรักข้าบ้าง มากกว่าไม่ใช่หรือควอน ข้าก็ต้องการเช่นนั้น ข้าต้องการให้เจ้ารักข้าบ้าง ได้ซักนิดที่ข้ารักเจ้าก็ยังดี ควอน

..สักเศษเสี้ยวก็เพียงพอ

“อืม ควอนข้ารู้แล้ว”เลือกที่จะเก็บถ้อยคำทั้งหลายไว้ในห้วงลึกแห่งความคิด แล้วเอ่ยปลอบควอนอย่างแผ่วเบา ลูบแผ่นหลังแผ่วเบาเพื่อให้คลายความรู้สึกต่าง ๆ ลงได้บ้าง

“ข้าแย่เองที่หุนหันไปหน่อย ทำอะไรไม่คิดจนผิดแบบตามที่ให้นารันทำไว้ ..แต่มันต้องได้ผลข้ามั่นใจว่านารันทำได้” ควอนยกแย้มยิ้มแผ่วเบา ถอนใบหน้าออกมาจากแผงอกของจินอุน สบกับนัยน์ตาที่ยิ้มส่งมาให้เขาตลอดเวลา

แม้ตอนนี้ในใจกำลังเจ็บปวดอยู่ก็ตาม

“เจ้าคิดว่าถ้านารันรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ …นารันจะพอใจ แล้วทำมันต่อเหรอควอน”เอ่ยถามเพียงแผ่วเบา จ้องนัยน์ตาที่สั่นไหวเพียงชั่วครู่กับคำพูดของจินอุนก่อนเชิดรั้น แย้มยิ้มอย่างมั่นใจ

“นารันรักข้า ..เจ้ารู้ใช่ไหมจินอุน”เอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงที่มุ่งมั่น แย้มยิ้มอย่างชัดเจน

“ข้ารู้ว่านารันรักเจ้า แต่..”

“เพี๊ยะ!!”เรียวมือบางกระแทรกเข้ากับซีกบ้างแก้มนใบหน้าของจุนอุลหันไปตามเเรงปะทะนั้น

“ทำไมเขาจะไม่ทำในสิ่งที่ข้าให้เขาทำ จินอุน  ข้าเป็นผู้ให้กำเนิดเขานะ”เสียงใสตวาดลั่น จินอุนหันใบหน้ากลับมา สายตาที่มักยิ้มแย้มราววาดเส้นโค้งไว้ยังคงมองควอนอย่างอ่อนโยน

“ข้าเองก็เป็นผู้ให้กำเนิดเขา ข้ารู้ดีว่าเขารักเจ้ามาก ควอน “คำพูดปลอบโยนแผ่วเบา พร้อมปลายนิ้วกอบกุมมือขาวของควอนที่ขยับสั่นเข้ามาแตะไล้แผ่วเบาบนซีกแก้มซ้ายที่เป็นรอยแดงของเขา

“เหมือนที่ข้ารักเจ้า”แย้มยิ้มอย่างที่เคยทำมาตลอด กระชับกอดควอนเข้ามาให้ได้ใช้แผงอกเขาเป็นที่ซับน้ำตาเช่นเคย หยาดน้ำร้อนไหลอาบลงแทบบนแผงอกของจินอุนจนแทบหลอมละลายดวงจิตอันดำมืดนี้ลงไปเสียให้ได้

ความรัก ..มันช่างน่าขัน

ทั้ง ๆ ที่เป็นปีศาจไร้หัวใจ ..แต่ต้องร้าวรานกับมันเหลือเกิน

ตลกเสียจริง ๆ

 

ดวงตาดูอ่อนแสงโรยแรงเมื่อจ้องมองขวดสีขาวคริสตัลที่พราวระยับในมือ ขวดขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่นักที่สวยงดงาม หากแต่ก็ดูอันตราย ที่บรรจุของเหลวม่วงข้นไว้ด้านใน ของเหลวที่ดูอันตรายไม่แพ้กันแม้แต่น้อย ซ้ำจะร้ายแรงเสียยิ่งกว่า  ปลายนิ้วบิดหมุนวนมันไปมาจดจ้องนิ่งอยู่เช่นนั้น ก่อนตวัดลงมองเส้นขนปีกสีขาวที่วางอยู่ใกล้ ปีกขนสีขาวที่บริสุทธิ์และแข็งแรง หากไม่ได้มาจากนกชนิดใด ๆ บนโลกใบนี้

ขนสีขาวละมุน ส่วนประกอบของปีกแห่งกามเทพ

..ที่ร้างไร้ซึ่งไออวลบริสุทธิ์ของความรัก จนสัมผัสได้เพียงเจือจาง

“ข้าต้องทำมัน ..ข้าต้องทำได้ นันนารัน เจ้าต้องทำได้สิ”

“ความรัก ..หนอความรัก เจ้าชักสนุกเกินไปแล้วนะ”

เสียงแหบพร่าเอ่ยแผ่วเบาก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างขมขื่นและนึกตลกกับสิ่งที่ความรักสรรค์เสกขึ้นมา ดวงตาโรยแสงจ้องมองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่กำลังไล่เฉดสีม่วงตัดส้มเข้ม งดงามราวผลงานแห่งจิตกรฝีแปรงฉกาจ

“สนุกเช่นนี้ จะไม่ให้ข้าเลนิวิสมาร่วมเล่นด้วยได้อย่างไร”

หัวเราะแหบแห้งแผ่วเบา ก่อนแสงขาวประกายจะวาบขึ้นพร้อมกับเฉดสีส้มสุดท้ายที่ถูกกลืนลงในสีม่วงเข้ม  เมื่อทุกแสงหมดลงยอดตึกแห่งนี้ก็ร้างไร้กระทั่งแสงจันทร์มากระทบ

“อูยองเป็นอะไร มานอนทำไมตรงนี้ครับ” ร่างสูงทรุดลงข้างโซฟาที่เห็นร่างบางนอนอยู่ ยิ่งรุดเข้าไปใกล้หนักเมื่อร่างนั้นดูซีดขาวจนน่ากลัว ขาวเสียยิ่งกว่ากระดาษซะอีก

“อูยอง!!   จางอูยอง!!   อูยอง!!!” นิชคุณบีบมือบางที่เย็นเชียบแน่น เอื้อมแตะข้างแก้มก่อนจะโยกเบา ๆ เพื่ออูยองจะมีสติขึ้นมาบ้าง

“ทำแบบนั้นอูยองก็ไม่ตื่นหรอก”

“หืม” เสียงที่ได้ยินทำให้นิชคุณครางอย่างแปลกใจ กวาดสายตามองจนทั่วก็ไม่เจอสิ่งใด

“ข้าอยู่ตรงนี้” สายตาก้มลงต่ำตามเสียงที่ได้ยิน ก็เห็นเพียงสมุดเล่มสีขาวบริสุทธิ์ที่เปิดหน้ากระดาษค้างอยู่เพียงเท่านั้น

“ข้านี่แหละพูด” หน้ากระดาษนั้นจะเปิดพรึบพับเองทั้ง ๆ ที่ไม่มีลมพัดสักกระดิก นิชคุณมองอย่างแปลกใจ ตาโตเบิกกว้างจดจ้องสมุดเล่มที่เห็นอูยองติดตัวอยู่เสมอที่ลอยขึ้นกลางอากาศ

“อูยอง หรือจาง อูยองของเจ้าไม่ได้กำลังหลับ แต่กำลังจะแตกสลายต่างหากล่ะ หรือถ้าจะพูดในแบบของเจ้าก็คือตายนั่นแหละ” ประโยคที่ได้ยินจากสมุดที่ลอยอยู่แถมยังพูดได้ทำให้นิชคุณเงียบฟัง เก็บทุก ๆ คำถามลงในไป ทั้งที่ในใจกำลังสงสัยนานาเป็นร้อยเป็นพันปัญหา

“อูยอง… กำลังจะ…”

“ใช่กำลังจะตาย”

“แล้วคนเดียวที่จะช่วยได้ก็คือเจ้า ..นิชคุณ”

 

.
.
.
Tbc

เอาเวอร์ชั่นที่รีไรท์ ให้อ่านเข้าใจมากขึ้นแม้จะไม่ชอบอ่านแฟนตาซี (อย่างที่โบว์ชอบ)มาลงให้อ่านกันค่ะ
เรื่องนี้เป็นเรื่องง่าย ๆ ออกแนวเบาสมองเนอะ (ใช่มะ ๕๕๕)
ตามสไตล์แฟนตาซีค่ะ ตัวละครจะเยอะมากกกกก ซึ่งยังไงก็ตามตัวหลัก ๆ ก็จะเป็นสมาชิกวง 2PM กับ 2AM เท่นั้นค่ะ ที่เหลือก็มาร่วมสนุกด้วยเฉย ๆ

เรื่องนี้โบว์กำลังจะเปิดรวมเล่มนะคะ ถ้าใครสนใจรอดูรายละเอียดได้ค่ะจะนำมาแจ้งแน่นอน
ตอนนี้แต่งถึงตอนสิบสองแล้ว ยังแต่งไม่จบเลย แต่เพราะจะรวมเล่มทุกเรื่องทีแต่ง ยังไงเรื่องนี้ก็ต้องจบค่ะ ^^ (จบได้แล้วเนอะ ตอนแรกเริ่มแต่งประมาณม.4 นี่ก็ปีสองละ ควรจบได้แล้ว)

ใครที่เข้ามาอ่าน เมนต์ให้กำลังใจกันได้นะคะ เพราะควอมเมนต์คือกำลังที่แสนสำคัญของคนแต่งค่ะ
ใครอยากได้รวมเล่มเรื่องนี้เก็บไว้ก็สั่งกันได้นะคะ

ติดตามข่าวสารและคุยกันได้ที่ @Bowwie0723 ค่ะ ^^

 

Advertisements

1 คิดบน “[FiC]Love is all around ,Right???!! [KW/CNN/TJ] #8

Leave a Comment

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s