[SF-CNN]Dream, Smile,All and You

Title     :: Dream, Smile,All  and You
Writer   :: LoveMe
Couple  :: ChanNuNeo ll  KhunWoo
Rate     ::  PG
Genre   ::  ฟิคแก้บน[เรื่องที่2]
แนะนำ    ::
 -แนวไหนก็ไม่ณู้เหมือนกัน TT
                  -ก็แค่ฟิคนะคะ อ่านไปอย่าได้คิดมาก


Dream, Smile,All  and You

ความฝัน ..คือสิ่งที่ผมอยากมี

ผู้คนมักบอกว่าผมเป็นแรงบันดาลใจให้พวกเขา

แต่ผมเองกลับไม่เคยมีแรงบันดาลใจเลย

..ผม ไม่มีความฝัน…

เสียงรองเท้าหนังอย่างดีกระทบกังวานไปทั่วพื้นของช่องทางคับแคบ เสียงที่ก้องสะท้อนกันไปมาของห้องที่มีหลายผนังขวางกันอยู่ของงานแสดงภาพถ่ายที่พึ่งผ่านพ้นไป ชายหนุ่มก้าวอย่างเชื่องช้า ไร้จังหวะ เพียงก้าวต่อไปให้ทั่วเท่านั้น สายตาที่มองเหม่อไปตามบานรูปถ่ายที่จัดแสดงอยู่ในงานอย่างไม่ได้ใส่ใจนัก

เสียงถอนหายใจดังพอสมควรถูกทอดทิ้งออกมาจากโพรงจมูกโด่งสวย  มือลูบไล้ไล่ไปตามบานรูปที่แขวนอยู่บนผนัง

เน้นหนักไปตรงชื่อของศิลปินเจ้าของงาน ..ฮวาง ชานซอง

เขาจ้องมองลายเซ็นลายนั้นด้วยสายตาที่นิ่งสงบและเบื่อหน่ายเต็มทน ..ลายซ็นที่เขาเป็นคนเซ็นมันขึ้นมาเอง

มีช่างภาพจำนวนไม่น้อยที่มีการจัดนิทรรศการภาพถ่ายขึ้นบ่อยครั้งในโซล ..เขาเองก็เป็นหนึ่งในนั้น

ช่างภาพที่มีฝีมือมากพอที่จะจัดนิทรรศการรูปถ่ายขึ้น
แต่รูปเหล่านี้ที่ถูกจัดแสดงขึ้นที่นี่ ที่งานนี้ ที่เขาเป็นคนถ่ายและล้างมันออกมาเองกับมือ

ภาพถ่ายของแง่มุมศิลปะของแสงเงา และรูปทิวทัศน์ที่มีคนเอ่ยปากชมว่ามีความเป็นศิลปะและให้แง่มุมทางแรงบันดาลใจได้ดีนั้น

เขาไม่เคยเห็นว่ามันจะเป็นเช่นนั้นเสียที

เวลาที่เขามองรูปถ่ายของตัวเอง ..เขาพบเพียงความว่างเปล่า

ความว่างเปล่า ..ที่ไร้ซึ่งแรงบันดาลใจใดๆ

แรงบันดาลใจของความฝันอันสวยงาม ..เขาลืมเลือนมันไปแล้ว หรือเขาไม่เคยมีมันกันแน่
เขาเองก็ยังไม่มั่นใจด้วยซ้ำ

ดวงตาที่ทอแสงเหนื่อยอ่อนกวาดมองรูปแสงสว่างที่ตัดผ่านเงา และความมืดอยู่ตรงหน้า ..ภาพที่ได้รับคำวิจารณ์ในแง่ดีที่สุดในงานครั้งนี้
ตอนเขาถ่ายรูปนี้ ..เขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขารู้สึกอะไร เขาก็เพียงแค่กดชัตเตอร์ เขาถ่ายมันออกมา แต่ไม่เคยเข้าใจว่าความหมายที่แท้จริงคืออะไร

” Dream ,My dream”ริมฝีปากขยับเสียงออกมาแผ่วเบา นิ้วมือยกขึ้นเช็ดหยดน้ำใสที่ไหลลงมาบนข้างแก้ม

..เขาจะเป็นผู้สร้างสรรค์ได้เช่นไร ในเมื่อเขายังไม่รู้ว่าจะสร้างสรรค์สิ่งใด เพื่อใคร

ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะสร้างสรรค์ไปทำไมกัน

หรือเขาจะต้องละทิ้งสิ่งที่เขาเคยเชื่อว่าตัวเองทำได้ดีและถนัดที่สุด เช่นการถ่ายภาพไป

ความหวัง ความฝัน ..แรงบันดาลใจ
โลกใบนี้ช่างมืดมน และหนาวเหน็บเหลือเกิน เมื่อไร้สิ่งเหล่านี้

I have a dream  …I have no dream …I need a dream

….

ผมตื่นเช้าขึ้นมาอย่างไร้แรงบันดาลใจ และไม่รู้ถึงคุณค่าของการมีความฝันอยู่เช่นเคย วิวทิวทัศน์ท้องฟ้าสีครามและชายหาดกว้างที่อยู่ติดกับหน้าต่างห้องพักของผมไม่ได้ปลุกเร้าแรงบันดาลใจ ใดๆให้เติบโตขึ้นมาเลย

การเดินทางมาท่องเที่ยวครั้งนี้ตามคำเอ่ยชวนของรุ่นน้องอย่างจาง อูยองดูจะไร้ประโยชน์

แม้ภาพท้องฟ้าสีสวยลับหยาดเพชรสีครามนับล้านที่อยู่ทั่วผืนน้ำนั้นจะงดงาม กลิ่นไอทะเลจะสดใสหัวใจแต่มันกลับไม่ทำให้อะไรดีขึ้นเลย
ผมก็เพียงแค่มองมัน ..แต่ไม่รู้สึกอยากจะยกลำกล้องขึ้นบันทึกภาพงดงามนั้นเก็บไว้

“พี่ชานซอง ไปถ่ายรูปทะเลกันเถอะ”เสียงใสเจื้อยแจ้วดังมาพร้อมประตูห้องนอนที่เปิดออกเผยภาพเด็กหนุ่มตัวสูงพอสมควรแต่แต่งตัวด้วยกางเกงขาสั้นสีเหลือง เสื้อสีน้ำเงินสด ลายเข้ากับทะเล พร้อมห่วงยางลายลูกเป็ดสีเหลืองอีกหนึ่งห่วงที่ข้างเอว

ชายหนุ่มกระตุกยิ้มกลับสภาพเด็กจบใหม่อย่างจาง อูยองที่ดูแล้วก็คล้ายเด็กอนุบาลอยู่มาก
“นายแต่งตัวซะพี่ไม่อยากออกไปเดินชายหาดด้วยเลยนะอูยอง”เอ่ยทุ้มเอ่ยเรียบๆ ไม่ได้มีกระแสล้อจริงจัง แต่คนฟังก็ค้อนกลับมาให้เสียหนึ่งที

“ดูถูกกันจัง เนี่ยชุดฮิตของเด็กปูซานนะพี่ชาน ไม่ใช่เจ้าถิ่นแล้วอย่ามาเบ่งนะ” ลำพังชุดก็ดูดีนะ ยกเว้นห่วงยางลมนั่นแหละ

“เอาเถอะเจ้าถิ่น งั้นพี่ขอแต่งแบบหนุ่มต่างถิ่นไปแล้วกัน พี่ไม่ได้พกห่วงยางมา”ชานซองยิ้มล้อ  เจ้าของห่วงยางจึงทำได้แค่เบะปากใส่อย่างหมั้นไส้เท่านั้น ยืนมองจนแน่ใจว่ารุ่นพี่ที่พกมาบ้านด้วยกำลังจะไปอาบน้ำเตรียมตัวไปลัลล้าริมหาดกับเขา อูยองก็ตัดสินใจที่จะลงไปหาคุณแม่ที่กำลังทำอาหารอยู่ที่ครัว ชั้นล่าง แต่ก่อนไปก็ไม่ลืมที่จะย้ำให้มั่นใจ

“พี่ชานเอากล้องลงไปด้วยนะครับ ไปถ่ายรูปกัน”เสียงย้ำที่ทำให้ออกแนวร่าเริงไว้ เพราะไม่อยากให้ชายหนุ่มคิดมากนั้นเรียกกลับมาได้เพียงเสียงถอนลมหายใจหนักหน่วงอย่างเหนื่อยใจเท่านั้น

อูยองทำหน้าหม่นทันที ..เพราะเขารู้ดีว่าการที่มาเที่ยวปูซานครั้งนี้จะเป็นเส้นตายของพี่ชายเขาแล้ว

ตากล้องมือดีจะแขวนกล้องเลิกถ่ายภาพ ..เพียงแค่คิดเขาเองยังเสียดาย

เขาไม่รู้หรอกว่าการที่ไร้แรงบันดาลใจนั้นมันจะว่างเปล่าและเจ็บปวดแค่ไหน  เขาเองจึงไม่อาจเอ่ยปลอบชานซองว่าเขาเข้าใจได้
ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ชานซองบอกว่าดีแล้ว  เขาโชคดีแล้วที่ยังคงสดใสและเห็นทุกสิ่งสวยงามเช่นนี้

เขาจึงทำได้แค่เอ่ยชักชวนให้ชานซองมาเที่ยวที่บ้านเกิด เผื่อว่าแรงบันดาลอาจจะลอยล่องอยู่ทั่วพื้นน้ำของปูซานแห่งนี้ก็เป็นได้

“เอากล้องลงไปนะครับพี่ ถ่ายรูปผมก็ได้ ผมอยากได้รูปถ่าย ผมไม่ได้กลับมาถ่ายรูปที่ปูซานมาตั้งนานแล้ว”อูยองเดินเข้าไปทำหน้าอ้อนเขย่าแขนชานซอง รอยยิ้มระบายอยู่บนหน้าของชานซอง มือหนาขยี้ผมสวยที่ยุ่งเหยิงของอูยองให้ยุ่งกว่าเก่า

“อย่าให้พี่ถ่ายเลยอูยอง พี่ไม่ถนัดถ่ายภาพคน”ลูบผมนิ่มเบาๆอีกครั้งอย่างอ่อนโยน ราวกับจะยั่วใคร “ให้มันถ่ายให้ดีกว่า” ชายหนุ่มพยักเพยิดไปทางประตูห้องที่เปิดกว้างอยู่ อูยองที่เกาะแขนชายซองแน่นสะบัดหน้าหันไปมองที่ประตูทันที เบะหน้าย่นจมูก ให้คนที่พึ่งเดินเข้ามาใหม่

“ทำไมผมต้องไปให้คนปากหมา หน้าม่อ พรรค์นั้นถ่ายรูปด้วยล่ะ ผมอยู่กับพี่ชานดีกว่า”เจ้าเด็กรวยแก้มหนีมาหลบหลังชานซองเมื่อเห็นว่าแขกคนใหม่เดินเข้ามาในห้องพอสมควรแล้ว ชานซองหัวเราะครืนกับอาการลิ้นกับฟันของสองคนนี้

“ว่าไงไอ้คุณพึ่งตื่นเหรอไง”ชานซองเอ่ยทักเพื่อนตัวขาวที่ตาคมจ้องแต่คนที่ยืนหน้ามุ่ยเกาะชายเสื้ออยู่ข้างหลังเขา

“เออ   แล้วมึงล่ะไอ้ชาน เดี๋ยวนี้คิดจะตีท้ายครัวกูเหรอไง”เลิกคิ้วถามเขา แต่ตาก็ไม่ละจากที่เดิมที่มองอยู่ ชานซองระบายยิ้มอกมาส่ายหน้าปฏิเสธ

“ไม่ล่ะ กูไม่มีตังส์ซื้อของเเบรนด์เนมมาเซ่นเด็กแถวนี้”

“พี่ชาน!!!”เสียงแหวดังมาจากข้างหลัง พร้อมทุบแผ่นหลังกว้างของชานซองไปเสียหนึ่งที ที่มารุมเจ้าถิ่นแบบนี้

“เออว่ะ เปลืองเป็นบ้าเลย ดีแล้วล่ะที่มึงไม่หลงผิดน่ะไอ้ชาน”พูดเสียงเนือยๆ แต่สายตาก็ยังไม่ละไปจากเด็กที่ข้างหลังชานซอง
ที่ตอนนี้งอนหนัก ทำหน้าบึ้งออกมาจากข้างหลังของชานซอง “ไอ้พี่คุณบ้า!!!”ขว้างเอาห่วงยางลายลูกเป็ดไปเต็มๆหน้าของนิชคุณ ก่อนที่จะเดินทิ้งส้นตึงตังออกจากห้องไป

“สมน้ำหน้า มึงก็ชอบไปแกล้งอูยองมัน”ชานซองโคลงหัว แล้วหันมาสนใจเปลี่ยนเสื้อผ้าต่อ

“ก็เวลางอนอูยองน่ารักดีนี่หว่า”นิชคุณหัวเราะหึหึเมื่อคิดถึงหน้าค้อนๆของอูยอง นั่งลงบนโซฟาสีขาวที่มีกระเป๋ากล่องวางอยู่

“มึงมันโรคจิต ไอ้คุณ”ชานซองเอ่ยว่าเพื่อนสนิทมือก็กลัดกระดุมเสื้อเชิ้ตโปร่งสีน้ำเงินบนกาย

“กูโรคจิตกับแค่อูยอง มันจะเป็นไรไปวะ”นิชคุณยักไหล่อย่างไม่ซีเรียสนัก ก่อนบรรจงยกหยิบกล้องราคาแพงของชานซองขึ้นมา ทาบทับตรงดวงตาตามความเคยชิน

“แล้วมึงล่ะ ชานซอง จะไปเล่นน้ำทะเลด้วยกันไหม”ชานซองส่ายหัวกับคำถามของนิชคุณ

“ไม่ล่ะว่ะ กูไม่ค่อยชอบแดดแแรงๆ”

“งั้นมึงจะทำอะไร ..ถ่ายรูป”หยั่งเชิงถาม ชานซองส่ายหัวอีกครั้ง

“กูก็ไม่รู้ว่ะ ว่าจะไปหาที่เงียบๆ อยู่คนเดียวสักพัก อยากคิดอะไรหน่อย”

“อย่างงั้นเหรอวะ”นิชคุณพยักหน้าอย่างเข้าใจ จัดเก็บกล่องสีดำลงในกระเป๋าให้เรียบร้อย  “งั้นมึงก็พกกล่องไปด้วยแล้วกัน สิ่งสวยงามอยู่รอบตัวนี่แหละเว้ย เพื่อมึงจะมองเห็นมันแล้วอยากจะจดจำเอาไว้”

จดจำ ?..

….

ชายหนุ่มเดินตามตามทางกรวดหินสลับสีขาวดำที่ถูกปูทอดยาวไว้ทั่วพื้นหญ้าสีเขียว
เป็นสวนสวยๆ บรรยากาศร่มรื่นสวนหนึ่งอยู่ในเขตปูซาน ที่อูยองแนะนำมา แม้เจ้าตัวจะทำหน้าบึ้งที่ต้องไปเล่นทะเลกับนิชคุณสองคน แต่ก็วาดแผนที่มาที่นี่ให้เขาเสร็จสรรพ เพราะอยากจะให้เขามองหาเจอแรงบันดาลใจมาสร้างสรรค์ผลงานอีกครั้ง
ชานซองกวาดสายตามองไปทั่วต้นไม้ที่จัดเรียงปลูกได้สวยงาม ระบายยิ้มกับกลิ่นสดชื่นของต้นไม่ใบหญ้า  กระชับกระเป๋ากล้องที่สะพานไว้บนหัวไหล่อีกครั้ง

บรรยากาศที่นี่สดใส เย็นช่ำเหมาะแก่การผ่อนคลายความคิดและความเครียดจริงๆ  ชานซองเดินต่อไปเรื่อยๆสวนนี้กว้างและไม่มีคนมากอย่างที่เขาต้องการ เพราะตั้งแต่เดินเข้ามาเขาก็เจอเด็กๆมาวิ่งเล่น และผู้คนเดินไปมาไม่มากนัก

ชานซองเดินย่ำไปบนหญ้าเขียวนั่งลงใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ติดริมสระน้ำธรรมชาติตรงหน้า  จับจองเป็นที่พักพิงของตัวเอง  ชายหนุ่มพิงหลังไปกับลำต้นใหญ่ขงต้นไม้ สายลมที่พัดเอื่อยๆช่วยให้เย็นสบายได้มาก

ชานซองคิดทบทวนไปถึงเหตุการณ์ต่างๆให้ชีวิต ทั้งวันแรกที่เขาเข้าเรียน วันสอบปลายภาค ช่วงชีวิตที่เขาผ่านมา วันแรกที่เขาได้จับกล้องของคุณอา ความรู้สึกที่ท่วมท้นยามเขาลั่นชัตเตอร์ ครั้งแรกที่ภาพถ่ายของเขาเป็นที่ยอมรับต่อสังคม ความรู้สึกทั้งหลายที่เข้ามา คำชม คำติ คำแนะนำ รวมทั้งถ้อยคำห่วงใยและสนับสนุนการเป็นช่างภาพของเขา

ชานซองถอนหายใจ ค่อยลืมตาขึ้นมองดูท้องฟ้าสีอ่อนที่อยู่เหนือขึ้นไป ..เขาเหนื่อยกับการไร้ความฝันและแรงบันดาลใจ ..แต่เขาก็ไม่อยากจะทำให้ทุกคนที่รอคอยละคาดหวังในตัวเขานั้นเสียใจและผิดหวัง

..แต่แรงบันดาลใจของเขาล่ะ มันคืออะไร

ชายหนุ่มยันตัวขึ้นนั่ง จ้องมองกระเป๋าที่พกติดตัวมา ถอนหายใจอีกครั้ง ตัดสินใจที่จะหยิบกล้องประจำกายขึ้นมา ยกกล้องจับภาพไปข้างหน้า   จ้องมองผ่านเลนส์อยู่นาน ก่อนที่เขาจะตัดสินใจเก็บมันลงกระเป่าอีกครั้ง
แค่เขาก็ต้องชะงักลงกับเสียงนิ่มนวลของกีตาร์ที่ลอยมาอย่างไร้ทิศทาง ที่คลอเคล้าไปด้วยเสียงร้องใสๆ ที่แม้จะไม่ได้หวานละมุนหูแต่กลับฟังดูไพเราะอย่างน่าประหลาด  เสียงเพลงไพเราะที่ราวกับกำลังเอ่ยชักชวนให้เขายิ้มและร่าเริง

ชายซองหยุดเดินและหลุดยิ้มมองดูภาพตรงหน้าอย่างไม่รู้ตัวกับภาพของเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวยาวริมน้ำ ที่กำลังดีดกีตาร์โปร่งอยู่พร้อมขับร้องเพลงอย่างสบายใจ ร้อยยิ้มหวานวาดจนดวงตาหยีทุกครั้งที่เอ่ยตัวโน็ตออกมาทำให้บรรยากาศงดงามและสดชื่น บนพื้นที่ข้างกายมีสมุดจดโน็ตอยู่พร้อมดินสออีกหนึ่งแท่งบนนั้น  ชานซองไม่รู้ตัวว่าเขาเดินตามเสียงดนตรีนั้นมาถึงตรงนี้ได้อย่างไรและไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ ว่าตัวเองหยิบกล้องติดมือมาด้วย

ชายหนุ่มก้าวเดินเข้ามาใกล้เด็กหนุ่มที่เขาไม่คุ้นหน้า ที่ยังไม่รู้ตัวว่ามีคนแปลกหน้ากำลังบุกรุกเข้าในพื้นที่ส่วนตัวที่เจ้าตัวจับจองไว้  ร่างสูงยืนยิ้มอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะนั่งลงข้างหลังของเก้าอี้ไม้ตัวใหญ่ เอาหัวพิงไว้ที่ด้านหลังที่เจ้าของเก้าอี้นั่งอยู่  นั่งฟังไปบทเพลงแล้วบทเพลงเล่าที่เขาไม่เคยคุ้นกับทำนองและเนื้อหา แต่มันก็ฟังแล้วชวนให้สบายใจไม่น้อย  ชานซองยิ้มกับเสียงร้องเพลงที่บางครั้งก็โดดคีย์อยู่บ้าง  ผ่านไปหลายบทเพลงแต่ก็ดูว่าศิลปินจะไม่รับรู้ถึงผู้ชมอีกคนที่ฟังอยู่ในตำแหน่งที่นั่งระดับวีไอพี

“แค่ก แค่ก อื้ม”เสียงเพลงหยุดลงไปแทนที่ด้วยเสียงไอแห้งๆ ชานซองตื่นจากพะวังของเสียงดนตรี เงยหน้าขึ้นหันไปมอง  ศิลปินผู้สร้างสรรค์งานเพลงดูจะใช้เสียงมากเกินไปจนไอออกมาเสียงดังอีกสองสามที

“เจ็บคอหรือครับคุณ”เสียงทุ้มเอ่ยถามพร้อม โผล่หน้าออกมา

“เฮ้ย!!! “แต่ดูแล้วจะทำให้คนที่เห็นตกใจมาก ถึงได้ร้องลั่นแล้วรับลุกขึ้นทันที ดวงตาคู่เล็กเบิ่งกว้าง ชี้นิ้วมาที่ชายหนุ่มที่ระบายยิ้มกับท่าทางแบบนั้น

“ผมขอโทษที่ทำให้ตกใจนะครับ พอดีผมฟังเพลงของคุณอยู่น่ะครับ เห็นคุณไอก็เลยออกมา ขอโทษนะครับ”วาดยิ้มให้อย่างให้ให้คนตรงหน้ารู้ว่าเขามาอย่างเป็นมิตรและไม่มีเจตนาร้าย

“อ๋อครับ ผมก็ขอโทษเหมือนกันที่ตกใจเวอร์ไปหน่อย”คนตาเรียววาดยิ้มทำหน้าตาแหยๆสำนึกผิด โค้งให้เขาจนโค้งกลับแทบไม่ทัน ก่อนที่จะวาดยิ้มหวานจนตาเป็นขีดเดียวแล้วเดินเข้ามาใกล้

“ผมชื่อจุนโฮครับ คุณล่ะ”แนะนำตัวพร้อมรอยยิ้ม ชานซองระบายยิ้มดูแล้วจุนโฮจะเป็นคนมองโลกงดงามตามเพลงที่เจ้าตัวร้องจริงๆ

“ผมชื่อชานซองครับ คุณร้องเพลงเพราะมากเลยนะครับ”

“ขอบคุณนะครับที่ชม”วาดยิ้มอย่างอารมณ์ดี ยิ้มกีตาร์ตัวโปรดขึ้นก่อนนั่งลงไปที่เดิม จัดเก็บสมุดโน้ตและของที่วางเกะกะอยู่ใส่กระเป๋า ยิ้มหวานอีกครั้งเชื้อเชิญนั่งลงข้างๆ

“แหะแหะ ผมร้องเพี้ยนตั้งเยอะ แถมเพลงพวกนั้นผมก็พึ่งฝึกแต่งด้วยยังไม่เก่งหรอกครับ”เกากีตาร์เบาๆ ตาเรียวเป็นขีดเดียวมองพลางวาดยิ้มให้ชานซอง

ชานซองระบายยิ้มบางๆตาม รอยยิ้มของจุนโฮมันเหมือนมีแสงจุดประกายออกมาตามรอยยิ้มเลยจริงๆ ..เห็นแล้วอยากจะยิ้มตาม

“ใครว่าล่ะครับ เพลงพวกนั้นเพราะมากเลยนะครับ เพลงก็เพราะทำนองก็ติดหู ความหมายก็ดี ฟังแล้วผมว่ามันสบายใจดี คุณจุนโฮเก่งมากเลยล่ะ”ชานซองเอ่ยชมอย่างจริงใจ เขารู้สึกเช่นนั้นจริงๆยามที่ได้ฟังเพลงของจุนโฮ
น้ำเสียง รวมทั้งรอยยิ้มนั้นด้วยนั่นแหละที่ทำให้เขารู้สึกสดชื่นกว่าเดิม

“อย่าชมมากสิครับ เดี๋ยวผมก็ลอยยยย ไปกันพอดี”จุนโฮทำมือยึกยักขึ้นไปบนท้องฟ้าตรงท้ายประโยค ก่อนจะหัวเราะออกมา เสียงหัวเราะนั้นสดใสไม่แพ้เสียงกีตาร์ที่เจ้าตัวดีดคลอไปเบาๆ

“เพลงคุณจุนโฮเพราะจริงๆนะครับ ผมอยากจะสร้างสรรค์ผลงานดีๆแบบคุณบ้างจัง”ชานซองเอ่บชมไม่ดังนัก สายตามองดูจุนโฮที่วาดยิ้มมาให้ มือก็ดีดกีตาร์คลอจังหวะคุ้นเคยของเพลงแรกที่เรียกเขาให้เดินตามมา

“ชานซองคุณเป็นตากล้องเหรอ”เสียงร้องทักของจุนโฮ ทำให้ชานซองละสายตาจากรอยยิ้มหวาน มองดูกล้องที่ตัวเองคล้องอยู่ ชานซองกระตุกยิ้มบางๆ ยกกล้องขึ้น

“อ๋อ ครับ ผมเป็นตากล้อง”ชานซองพูดเสียงเรียบขึ้นแต่ก็ไม่ได้ทำสีหน้าอึดอัดอะไร จุนโฮพยักหน้าตามอย่างเข้าใจ

“ดีจังนะครับที่มาเจอคนที่สร้างสิ่งสวยงามให้โลกกลมๆ เอียงๆใบนี้อีกคน”วาดยิ้มเล็ก ๆ จมูกรั้นสูดอากาศสดชื่นเข้าปอด ชานซองลอบมองซีกหน้าของจุนโฮ สิ่งสวยงามงั้นหรือ
“รู้ไหมครับว่าโลกของเราน่ะงดงามจะตาย ทุกอย่างล้วนมีคุณค่า ผมว่าดีมากเลยที่คนเรามองดูสิ่งเหล่านั้น แล้วหยิบจับและสร้างสรรค์มันออกมาเป็นสิ่งสวยงาม”จุนโฮแหงนหน้ามองท้องฟ้า รอยยิ้มกับตาหยีๆยังคงไม่จางหายไป

“ผมน่ะนะทำอะไรไม่ค่อยมีแบบแผนเลย เพลงนี่ก็เหมือนกัน ผมชอบเขียนมันไปตามอารมณ์ เวลาเศร้าก็แต่งเพลงช้าๆ เศร้าๆ เวลามีความสุขอย่างตอนนี้ผมก็จะแต่งเพลงหวานๆอย่างที่คุณได้ฟังนั่นแหละชานซอง”ชานซองยังคงไม่ละสายตาจากคนตรงหน้า

ทำอะไรตามที่ตัวเองรู้สึก…

“แล้วเวลาที่คุณรู้สึกไร้แรงบันดาลใจล่ะครับ คุณจุนโฮทำยังไงเหรอ”จุนโฮหันมามองชานซอง ยกนิ้วชี้ขึ้นแตะริมฝีปาก อมลมเข้าแก้มคิดใคร่ครวญ

“อืม ถ้าผมไม่มีแรงบันดาลใจ ไม่รู้สิครับ ผมคงมองหาเพลงใหม่ๆ ดนตรีใหม่ๆ หรืออะไรที่ทำให้ผมรู้สึกดีมาฟัง หรือไม่ก็คงไปดูการแสดงสดดีๆสักครั้งนึง”เสียงเจื้อยแจ้วเอ่ยบอก ชานซองยกกล้องในมือขึ้นมองดูเจ้าเครื่องบันทึกภาพคู่ใจที่อยู่กับเขามาเกือบครึ่งทศวรรษ

“แล้วถ้ามันยังไม่ดีขึ้น ..คุณคิดว่าคุณจะเลิกเล่นดนตรีไหมครับคุณจุนโฮ” ชานซองเอ่ยถาม สายตาเขายังคงมองจ้องจุนโฮราวกับลุ้นในคำตอบ จุนโฮกระพริบตาปริบๆหันมามองหน้าของชานซองด้วยตาที่เบิ่งกว้าง

“ไม่มีทางเลิกเด็ดขาดครับ!! ผมน่ะไม่มีดนตรีแล้วอยู่ไม่ได้หรอก ชานซอง”วางคางลงบนกีตาร์ ตะแครงซีกหน้าหันมามองชานซอง

“ส่วนแรงบันดาลใจ ผมว่ามันมีอยู่ทุกๆที่นะ”ตาเรียวค่อยๆกระพริบหลับลง “บางครั้งเราก็ไปคาดคั้นแล้วก็จริงจังกับแรงบันดาลใจไม่ได้หรอกครับ บางครั้งเราก็ต้องหลับตาลง เปิดหู เปิดใจรับรู้กับสิ่งรอบข้าง”จุนโฮยืดตัวขึ้น ผมยิ้มจางๆทั้งๆที่ยังหลับตาพริ้มอยู่

“พอเราค่อยๆลืมตาขึ้น ชานซองคุณ ก็จะเห็นว่าโลกใบนี้กำลังยิ้มมอบแรงบันดาลใจให้เราอยู่เสมอ”ค่อยๆลืมตาขึ้น วาดยิ้มกว้างหันมาทางชานซอง

‘แชะ’


“อ๊า~~ จู่ๆคุณมาถ่ายรูปผมได้ไงชานซอง”ทำแก้มตุ่ยใส่โวยวายทันทีที่เห็นตากล้องข้างลั่นชัตเตอร์ใส่
ชานซองเองก็ไม่มีคำตอบให้แก่คำถามของจุนโฮหรอก ในเมื่อเขาเองก็ยังไม่รู้เลยว่าทำไมเขาถึงได้ถ่ายรูปตอนที่เห็นรอยยิ้มของจุนโฮ  ..เขาเองก็หลับตาลงแล้วลองเปิดใจ รับฟังและรับรู้ถึงสิ่งที่รอบข้างบอกและมอบแรงบันดาลใจให้แก่เขา และดูเหมือนเขาเองจะลืมตาขึ้นมาก่อนนักดนตรีรวยรอยยิ้มเล็กน้อย

พอรู้ตัวอีกทีเขาก็ลั่นชัตเตอร์ออกไปแล้ว …หรือบางทีเขาจะลืมตาขึ้นมามองเห็นสิ่งสวยงามที่กำลังวาดยิ้มมอบแรงบันดาลใจให้เขาก็เป็นได้

….

“พี่ชานซองกลับมาแล้วเหรอครับ”เสียงใสเอ่ยทักทันที ที่ชานซองก้าวเข้ามาในบ้าน ชานซองวาดยิ้มกว้างส่งให้อูยองที่กำลังนั่งเคี้ยวไก่ที่เพื่อนรูปหล่อของเขานั่งฉีกให้อยู่ข้างๆ  บางทีเขาก็รู้สึกว่านิชคุณมีลูกมากกว่ามีเเฟนเสียอีก

“วันนี้สนุกไหมล่ะอูยอง ได้กลับมาเล่นทะเลปูซานทั้งที”

“สนุกสิครับพี่ชานซอง สนุกมากเลย ถึงแม้จะมีคนแถวนี้หนีไปม่อหญิงก็เถอะครับ แต่ก็สนุกมากเลย อยากให้พี่ชานซองมาเล่นด้วยกันจัง”อูยองหันไปทำปากมุบมิบใส่นิชคุณ แต่ก็งับไก่ที่นิชคุณป้อนให้ แล้วหันมายิ้มหวานชวนชานซอง

“เอะอะอะไรก็ไอ้ชานมันนะ  เดี๋ยวเหอะจาง อูยอง”นิชคุณบ่นขมุบขมิบให้อูยองหันมาค้อน  แต่มือก็จิ้มไก่ลงน้ำจิ้มแล้วส่งให้อูยองงที่อ้าปากงับไก่เข้าไป “พี่ชานครับพรุ่งนี้ ไปเล่นน้ำทะเลด้วยกันนะครับ”เอ่ยชวน แก้มก็เคี้ยวไก่ตุ้ยๆ ชานซองส่ายหัวให้เป็นเชิงปฏิเสธ

“พรุ่งนี้อูยองไปกับไอ้คุณมันสองคนเถอะ พรุ่งนี้พี่ไม่อยากไปเล่นน้ำน่ะ”ชานซองยิ้มกว้างอีกครั้งเมื่อคิดถึงจำนวนชัตเตอร์ที่วันนี้เขาลั่นไปกับนายแบบหน้าใหม่

“พี่ว่าจะไปถ่ายรูป”

….

ผู้คนที่เดินขวักไขว่อยู่ทั่วงาน เสียงวิจารณ์ในแง่บวกที่ดังขึ้นมาไม่หยุด รวมทั้งรอยยิ้มที่เกิดจากการมองดูภาพถ่ายที่สื่อให้เห็นแง่มุมที่สวยงาม และดูสนุกสนาน เป็นภาพแนวคัลเลอร์ฟูลที่ทำให้ผู้คนรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นทุกครั้งที่มองรูปในนิทรรศการณ์ “Thank you for your smile” รูปในครั้งนี้ล้วนแต่เป็นภาพธรรมชาติของสวนสวยๆสีเขียวขจี รวมทั้งสระน้ำสีสวยพราวราวมรกต ท้องฟ้า ธรรมชาติที่งดงาม รวมทั้งรอยยิ้มหวานในรูปนั้นก็ลงตัวจนเกิดคำวิจารณ์แง่บวกมากกว่าแง่ลบ

“ภาพรอบนี้ของคุณชานองสดใสดีนะครับ ไม่นึกว่าคุณชานซองจะนิยมถ่ายแนวนี้ด้วย”เสียงทักพร้อมรอยยิ้มอย่างพึงพอใจดังมาจากนักวิจารณ์ฝีปากดีที่เข้ามาทักทายศิลปิน เจ้าของผลงาน ที่โค้งตัวยิ้มน้อยๆให้กับคำชม

“ขอบคุณนะครับคุณจุนซูสำหรับคำชม”ชานซองมองภาพตรงหน้าที่จุนซูกำลังมองดูอยู่ด้วยคน ยกยิ้มกับภาพที่ตนมองอยู่ น้อยครั้งเหลือเกินที่เขาจะยิ้มกับงานของตัวเอง แต่ครั้งนี้เขากลับยิ้มกับทุกๆรูปที่เขาถ่ายมาทั้งที่นำมาจัดแสดงและไม่ได้นำมาจัดแสดง

“นายแบบในรูปก็น่ารักนะครับ หน้าใหม่เหรอครับ ผมไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเลย”ชานซองยิ้มกว้างตามรอยยิ้มหวานวาดยิ้มไปมือบางก็ดีดกีตาร์อยู่

“มือสมัครเล่นน่ะครับ”

“เหรอครับ น่ารักดีนะครับ ผมชอบรอยยิ้มของเขาจังเลย เห็นเเล้วรู้สึกว่ามันสดใสมากเลย”

ชานซองรู้สึกว่าตัวเองหุบยิ้มไม่ได้จริงๆ ชายหนุ่มก้มหน้าก่อนที่จะหลุดยิ้มกว้างออกมาอีกครั้ง รอยยิ้มสวยวาดขึ้นบนใบหน้าคมของของชานซอง

“ครับ ผมก็ชอบ”

.
.
.

“เอ๋ ผมจะเรียกเก็บค่าตัวจากใครดีเนี่ย”ชานซองหันไปมองตามเสียงหวานที่ดังมาจากข้างหลัง ละทิ้งจากภาพถ่ายที่เขามาเดินดูความเรียบร้อยของบานภาพหลังจากจบงาน

“หรือผมจะฟ้องศาลดี ที่จู่ๆก็มีคนเอารูปผมมาโชว์ชาวบ้านเขาแบบนี้นะ”เอ่ยพร้อมรอยยิ้มหวานที่สวนทางกับประโยคโหดๆที่ตนเอ่ย อ้าเเขนรับกอดอบอุ่นของชายหนุ่มที่ตรงเข้ามาหาอย่างคิดถึง จุนโฮวาดยิ้มที่ไม่ต่างจากในบานภาพทั่วงานให้ร่างสูงตรงหน้า

“อย่าโหดนักสิครับ จุนโฮ เอางี้ ชานขอชดใช้ค่าเสียหายเป็นมื้อเย็นอร่อยๆนะครับ”ชานซองยิ้มทะเล้นต่อรอง ยื่นมือไปจับมือเล็กเอาไว้

“อืมมม ก็ได้ แต่ชานต้องทำเองนะ ตกลงไหม” ชานซองพยักหน้ากระชับเรียวนิ้วประสานกับจุนโฮ ก่อนจะเดินไปด้วยกัน ฝากฝังการจัดการทั้งหมดไว้ให้นิชคุณและอูยองให้ช่วยดูแลให้
.
.

“วันนี้จุนโฮเป็นไงบ้าง”ชานซองเอ่ยถามพลางสอดตัวเข้าไปในตำแหน่งคนขับ คู่กับร่างเล็กที่นั่งยิ้มหวานให้

“ดีมากเลยล่ะ โปรดิวเซอร์ชอบเพลงของโฮมากเลยนะ”มือหนาเช็ดเบาๆลงบนจมูกรั้นที่แดงจัดเพราะความหนาว จุนโอหัวเราะคิกเบาๆ ชายหนุ่มผละมือออก รถคันหรูสีฟ้าสดใสค่อยๆเคลื่อนตัวออกไปอย่างสงบและมั่นคง

“ชานก็ว่างั้นแหละ  โห อย่างนี้ต่อไปชานก็ต้องมีแฟนเป็นนักร้องแล้วสิ”ชานซองทำเสียงสูง เบิกตาโตเหรอหราหยอกจุนโฮ เสียงหัวเราะใสๆทำให้บรรยากาศในรถอบอวลด้วยความหวานละมุนขึ้นอีกมาก

“ใช่ ฮวาง ชานซอง เตรียมตัวโดนเเฟนคลับของอี จุนโฮคนนี้รุมทึ้งได้เลย”

“อย่าทำอะไรตากล้องจนๆคนนี้เลยนะครับคุณไอดอล”เสียงที่ฟังดูก็รู้ว่าแกล้งนั้น เรียกมือบางให้หยิกที่หัวไหล่หนาได้อีกหนึ่งที คนโดนหยิกหันมาทำปากเบะใส่ ก่อนที่จะหักเลี้ยวเข้าไปในบ้านขนาดกลาง ที่ใหญ่พอสำหรับแมวสองตัว และคนสองคน

“ถึงแล้วครับ ซุปเปอร์สตาร์”ชานซองเปิดประตูให้ร่างเล็กที่ทำหน้ายู่ย่นจมูกใส่ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นคลี่ยิ้มหวานเมื่อชานซองกุมมือถ่ายทอดความอบอุ่นให้ ทั้งคู่หันมาส่งยิ้มให้กัน กุมมือกันอย่างอบอุ่นและก้าวเดินพร้อมๆกัน

โลกใบนี้กำลังยิ้มมอบแรงบันดาลใจให้เราอยู่เสมอ
สำหรับฮวาง ชานซองคนนี้ ไม่มีสิ่งใดเป็นแรงบันดาลใจได้ดีกว่า …รอยยิ้มของอี จุนโฮอีกแล้ว

~Thank you for your smile  Lee junho~
.
.
.

END

 

..
อยากบอกว่าแรงบันดาลใจของเรื่องนี้มีต้นเหตุแค่นิดเดียวเอง เป็นสิ่งเล็กๆที่ยิ่งใหญ่มาก ..รอยยิ้มของอี จุนโฮนั่นเอง ^^

Advertisements

5 คิดบน “[SF-CNN]Dream, Smile,All and You

  1. ^o^

    น่ารักอ่า แรงบันดาลใจของชานคือรอยยิ้มของโฮ
    ดีนะที่ชานเจอโฮก่อนไม่งั้นชานคงจะต้องเลิกถ่ายรูปแน่เลย
    แต่ต่อไปโฮจะเป็นไอดอลล่ะชานดูแลแฟนด้วยนะ

  2. เค้าไปตกลงเป็นแฟนกันตั้งแต่ตอนหนายยยยยยยยยยย 555++
    เป็นแรงบันดาลใจที่ดีจริงๆด้วยิสะ รอยยิ้มของนุ้งโฮเนี่ย
    ชานโชคดีนะที่มีแรงบันดาลใจดีๆแบบนี้อ่ะ

  3. ดูจากวันที่เรื่องนี้คงแต่งไว้นานมาก แต่ชานซองเพิ่งเปิดเผยรอยยิ้มของนางฟ้าให้เราฮอตเทสได้ดู ได้ฟินจนตัวแตก
    ภาพในนิทรรศการของชาน เป็นรอยยิ้มนางฟ้าแบบไหน รอยยิ้มที่เป็กำลังใจแบบไหน เราได้เห็นกันแล้ว อิอิ
    เรื่องนี้น่ารักดีคะ ^^

  4. Rosmee

    นึกถาพตามเเล้วยิ้มไม่หุบเลย จุนโฮมีรอยยิ้มที่เอกลักษณ์จริง สดสใสเว่ออ เเต่งได้น่ารักมากค่ะ

Leave a Comment

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s