[FIC]LOVE IS ALL AROUND ,RIGHT???!! [KW/CNN/TJ] #12

Title :: Love is all around ,Right???!!เพราะฟ้าส่งผมมารักคุณ

Chapter :: 12

Author :: LoveMe

Paring :: KhunWoo /ChanHo/TeacJay/2MiN/JinKwon/Ong/Mr.White

Re-write ver. : ทำการรีไรท์เพื่อรวมเล่มให้อ่านง่าย และเข้าใจง่ายมากขึ้นแม้ไม่ใช่ผู้ที่ถนัดอ่านสายแฟนตาซีค่ะ ซึ่งเวอร์ชั่นรีไรท์ได้นำมาลงแทนอันเก่าแล้วค่ะ (เข้าใจง่ายมากขึ้นไหมคะ เอ๊ะ หรือไม่ เหอเหอ)

 

12 ปัญหาที่สำคัญกว่าเมื่อวาน

ตอนนี้ถ้าจะบอกว่านิชคุณลุ้นอย่างมากกับคนที่พึ่งลืมตาตื่นมาที่อยู่ข้างกายว่าจะมีปฏิกิริยายังไงก็ไม่ผิด  ผ่านไปแล้วหนึ่งคืนในที่สุดอูยองก็ตื่นขึ้นมา นิชคุณที่กำลังพยายามนั่งกินผักสดมากมายแทนของคาวของดิบและเลือดสดที่มันล่อตาล่อใจก็รีบวิ่งกลับเข้ามาดูแลอูยองทันที แล้วก็ได้แต่นั่งมองคนที่ยังไม่ลุกขึ้นนั่งด้วยซ้ำ อูยองแค่นอนกรอกตาหันมาจ้องทางเขานิ่ง  ๆ  อยู่อย่างนั้น
“พี่ขอโทษ”นิชคุณเอ่ยคำที่อยากให้อูยองได้ยินมาตลอดวันออกไปทันที กามเทพตาเรียวแก้มอืดไม่พูดอะไรทั้งนั้นพยายามจะยันตัวลุกขึ้นนั่ง
“โอ๊ยย”มันเจ็บปวดรวดร้าวกว่านอนตกเตียงซะอีก
“อูยองไม่เป็นไรใช่ไหม”นิชคุณร้องเสียงหลงแล้วรีบเข้ามาประครองอูยองให้นั่งเอาหลังพิงหัวเตียงได้ถนัด อูยองไม่พูดอะไรทำหน้าคว่ำมองหน้านิชคุณ ยิ่งทำเอาคนหน้าตาหล่อหัวใจฝ่อลงไปมากกว่าเก่าแต่ก็ต้องทำใจล่ะอูยองจะเกลียดเขาไปทั้งชีวิตก็ไม่ผิดอะไร
“ขอมือหน่อย”คำแรกที่ออกมาจากปากของกามเทพแก้มอูม ทำเอานิชคุณมองอย่างแปลกใจ ปนดีใจแต่ก็ยื่นมือให้อูยองโดยดี อูยองจับมือของนิชคุณไว้ด้วยมือนิ่มเพียงสัมผัสโดน เลือดในกายของนิชคุณก็พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างรวดเร็ว แล้วก่อนที่นิชคุณจะควบคุมสติที่มีอยู่ไม่ได้

“โอ๊ยยย”ก็ต้องร้องเสียงหลงเพราะโดนกามเทพกัดฝ่ามือไปเต็มแรงอูยองอ้าปากออกแล้วลงเขี้ยวซ้ำรุนแรงอีกครั้งก่อนจะปล่อยมือคืนให้นิชคุณ ร่างหนาสะบัดมือตัวเองที่เจ็บแปลบอย่างรวดเร็วราวกับจะสะบัดความเจ็บออกไปให้หมด

“อูยองกัดพี่ทำไม”ทำตาวาวอ้อนใส่อูยอง แต่กามเทพก็เบะปากใส่แล้วยกมือบางตีหัวไหล่หนาไปอย่างแรง

“พี่แกล้งผมอ่าา ผมเจ็บนะ นิสัยไม่ดี มนุษย์ใจร้ายแบบนี้ทุกคนหรอไง พี่แกล้งผมทำไม ทำอะไรผมก็ไม่รู้แต่ผมโคตรเจ็บเลยนะ นี่แน่ะ!!”ว่าแล้วก็คว้ามือหนามาเข้าปากแล้วก็งับอีกทีก่อนที่จะปล่อยมือหนาออก มองกันตาขวางแก้มป่องเลย

“โป้งแล้วด้วยแหละ”ยกนิ้วโป้งใส่แล้วก็นั่งหน้างอ นิชคุณกระพริบตาปริบ  ๆ  ปรับเวอร์ชั่นหน้าตาให้เหมือนลูกหมาน้อยขี้อ้อนที่สุด
“อูยองอ่าาา พี่ขอโทษนะ ขอโทษจริง  ๆ พี่ไม่ได้ตั้งใจทำแบบนั้น มันฟังดูงี่เง่าและไร้ความรับผิดชอบแต่พี่ควบคุมตัวเองไม่ได้จริง  ๆ ขอโทษนะอูยอง จะกัดมือพี่อีกกี่ครั้งก็ได้ ทำตามที่อูยองอยากทำเถอะ”เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง อูยองหันมามองหน้านิชคุณพ่นลมหายใจแรง  ๆ
“ถ้ามันไม่เจ็บมาก  ๆ  ผมก็ไม่ว่าอะไรหรอก ผมยกโทษให้ก็ได้ ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้นหรอก”เอ่ยบอกอย่างผ่าน  ๆ แล้วก็ยกมือแตะแก้มของนิชคุณ
“เมื่อคืนผมเห็นพี่ร้องไห้ด้วย พี่เจ็บเหรอ แล้วพี่แกล้งอะไรผมเหรอทำไมมันเจ็บจัง”เอ่ยถามด้วยแววตาไร้เดียงสาจนนิชคุณรู้สึกจุกไปทั้งทรวงอก อ้าปากเหมือนจะพูดอะไรสักอย่างก่อนจะเงียบไปแล้วมองหน้าอูยอง ใบหน้าหล่อเครียดขรึม

“อูยองไม่รู้เหรอว่าพี่ทำอะไรลงไป”ฟังแล้วกามเทพน้อยก็ส่ายหน้า เขาจะไปรู้กาละเล่นการแกล้งของมนุษย์ไปทั้งโลกได้ไงล่ะนี่กามเทพนะไม่ใช่สารานุกรม เป็นสมุดปกขาวก็ว่าไปอย่าง
“ผมไม่รู้ มันเรียกว่าอะไรเหรอ”เอ่ยถามอย่างใคร่รู้ นิชคุณนิ่งอึ้งจะให้เขาบอกว่าอย่างไรดี มันเรียกว่าการข่มขืนงั้นเหรอ
อูยองเป็นกามเทพที่บริสุทธิ์เกินไปเหมาะสมกับการอยู่บนฟ้านั่นแหละดีแล้ว ไม่น่าลงมาเจอะเจอกับมนุษย์เลว  ๆ  อย่างเขาเลย

“พี่ไม่ตอบผมก็ไม่ว่าหรอก ก็ผมเป็นของเล่นพี่ใช่ป่ะ จะเล่นอะไรก็เล่นละกัน แต่รอบหน้าไม่เอาเจ็บ  ๆ  แบบนี้ละนะรู้ไหม”ชี้นิ้วอย่างคาดโทษก่อนจะทำหน้าเหวออย่างตกใจเมื่อถูกสวมกอดอย่างแรงจากนิชคุณ

“ไม่อูยอง อูยองไม่ใช่ของเล่นของพี่อีกแล้วนะ อูยองน่ะคือคนที่พี่รัก คือความรักของพี่”นิชคุณหยุดพูดเมื่อถึงสัญญาที่อูยองขอ เขารับปากไม่ได้จริง  ๆ ว่าเขาจะไม่ทำแบบนั้นอีกได้ไหมเขาทำมันลงไปเพราะอะไรเขายังไม่รู้เลย เขารู้แค่ว่าเขาต้องการต้องการอูยองมาก  ๆ  มีแต่ความต้องการที่ขับเคลื่อนสัญชาติญาณดิบของเขา

“เอ๊ะ ผมไม่ใช่ของเล่นละเหรอ อ้าว ผมเจอความรักแล้วเหรอเนี่ย”อูยองพึมพำอย่างดีใจ เจอความรักแล้วสมุดปกขาวเจ้าอยู่ไหนจะได้กลับสวรรค์ไปหา      แจบอมกับแทคยอนแล้วน๊า ดีจังเขาคิดถึงแจบอมกับแทคยอนจะแย่แล้ว
กามเทพน้อยคิดอย่างตื่นเต้นก่อนที่จะทำหน้าเศร้า ถ้าอย่างนั้นเขาก็จะไม่ได้เจอกับมนุษย์โลกคนนี้แล้วสิ ก็มนุษย์น่ะขึ้นไปบนสวรรค์ได้ที่ไหนล่ะ
อูยองคิดสักครู่ งั้นเอางี้ดีกว่า ถ้าเกิดว่าหาสมุดปกขาวเจอเขาก็ยังไม่บอกเจ้านั่นว่าเขาเจอความรักแล้วเขาจะได้อยู่กับนิชคุณต่อไป

 

“พี่ครับ ไปโรงเรียนกันเถอะ”อูยองเอ่ยบอกออกมาเสียงใส นิชคุณดันคนในอ้อมกอดออกมาสบตาอย่างงุนงง
“ทำไมถึงได้อยากไปล่ะครับ อูยองยังเจ็บอยู่เลยนะ”พอพูดถึงตรงนี้แล้วนิชคุณก็ได้แต่ทำหน้าเศร้าในหัวใจเขาบีบแน่นไปหมด ยิ่งอูยองไม่รู้ตัวซ้ำว่าสิ่งที่เขาทำลงไปมันเลวร้ายถึงเพียงไหนเขาก็ยิ่งรู้สึกผิด ยิ่งอยากขอโทษอยากให้อูยองทุบตี อยากให้อูยองกัดมือเขาจนเลือดสาดไปเสียเลยก็ได้
“ไม่เป็นไรหรอก ผมไม่อยากอยู่นี่แล้วอ่ะ เดี๋ยวพี่คุณโกรธที่ผมไม่ยอมไปโรงเรียนเหมือนวันก่อน แกล้งผมแรงอีก ๆ “นิชคุณพยักหน้าเขาใจเห็นด้วยกับอูยอง เพราะถ้าเขาเกิดบ้าขึ้นมาอีกอย่างน้อยอูยองก็ยังจะหนีไปไหนได้ อย่างน้อยก็ยังจะมีคนมาช่วยหยุดเขาได้
“พี่ร้องไห้อีกแล้ว เจ็บตรงไหนเหรอครับ”ค่อย  ๆ  เช็ดน้ำตาที่ไหลลงมาจากดวงตาของนิชคุณ อูยองยังคงวาดยิ้มอย่างอ่อนโยนและสดใสให้กับนิชคุณ เพราะเขาไม่รู้จักอะไรแม้สักอย่างเกี่ยวกับความรัก ไม่รู้และไม่เข้าใจมันเลยต่อให้ยืนอยู่ท่ามกลางความรักก็ตาม ..นี่คือคำสาปที่มีเพียงแต่ผู้ร่ายคำสาปเท่านั้นที่จะถอนมันได้
“ครับ งั้นเดี๋ยวเราไปโรงเรียนกันนะ”มือหนาลูบแก้มนิ่มอย่างแผ่วเบา อูยองยิ้มจนตาหายก่อนที่จะนึกได้
“อ่าา พี่คุณเจอสมุดปกขาวหรือยังครับ”นิชคุณฟังคำถามแล้วก็ยิ้มเย็น  ๆ
“พี่ยังไม่เห็นเลย อูยองอาจจะลืมไปที่ 707 ก็ได้วันนี้ก็ไปดูกันเถอะนะ”บอกอย่างใจดี กามเทพน้อยก็เลยพยักหน้ารับอย่างชอบใจ
เย้ ๆ  จะได้เจอสมุดปกขาวละ คิดถึงชะมัดเลย

 

เสียงลมหายใจของคนที่นอนหลับอยู่ข้างกายทำให้จุนโฮนั้นนั่งมองได้เนิ่นนานอย่างสงบนิ่งจนแปลกใจตัวเอง มือบางลูบแก้มของชานซองแผ่วเบา

 
เขาจำได้ดีถึงวันที่ได้เจอกับชานซองในครั้งแรก วันนั้นฝนตกหนักและเขาก็ไม่ชอบฝนเอามาก  ๆ เลย เขาจำได้ว่าตัวเองกำลังเดินอยู่ข้างนอกนั่นกลางฝนที่เหน็บหนาวและเปียกซก เขาทนแบบนั้นไม่ไหวอีกแล้ว
เขาต่อสู้กับสายน้ำและฝนแรงไม่ไหวแล้ว แล้วจู่  ๆ  เขาก็ล้มลง ก่อนที่เขาจะหมดสติไปเขาเห็นใบหน้าของคนคนนึงที่วิ่งเข้ามาดูเขาพร้อมกับร่มสีเทาในมือ เขาตื่นมาอีกครั้งในบรรยากาศที่อบอุ่นพร้อมกับเห็นใบหน้าของคนคนเดิม

 
“ชานซอง”ลูบไล้ปลายนิ้วไปกับปรางแก้มของชานซองก่อนจะตกใจเมื่อ จู่  ๆ ตาโตก็ลืมเบิกขึ้นจ้องหน้ากัน แล้วพอเห็นเขาตกใจคนขี้แกล้งก็ยิ้มส่งให้

 
“แอบมองหน้าฉันตั้งแต่เช้า หลงฉันล่ะสิ”

 
“นายสิหลงตัวเอง” ว่าแล้วก็ทุบอกล่ำของคนที่ชอบหลงตัวเองไปเสียทีนึง

 
“ย่า จุนโฮอ่าา นายนี่ดื้อเหมือนวันแรกที่เราเจอกันไม่มีผิดเลย อย่างกับแมวพยศ”พอเอ่ยถึงวันนั้นอีกชานซองก็ยิ้มกว้างเขายังจำได้อยู่เลยว่าวันนั้นพอลืมตาตื่นมาเห็นหน้าเขาปุ๊บ จุนโฮก็รัวกำปั้นใส่เขาเลยทันทีอย่างกับตกใจกันมากงั้นแหละ ถามอะไรก็ไม่ตอบ ไม่ตอบเอาแต่ทำท่าจะเดินหนีอย่างเดียว จนเขาต้องกอดไว้จนแน่นแล้วบอกว่าฝนยังไม่หยุดออกไปก็จะไม่สบายอีกถึงหยุดอยู่ได้ แต่ก็ทำหน้าตาเหมือนไม่พอใจเขาอยู่ตลอดเวลาจนเขาแนะนำตัวให้พร้อมทั้งเอาของใช้ส่วนตัวที่ถอดออกให้มาคืนนั่นล่ะถึงได้ดูอารมณ์ดีหน่อย แต่ก็ยังไม่ยอมคุยกับเขาไม่ยอมบอกชื่อ จนผ่านไปเกือบสองวันนั่นล่ะถึงได้ยอมบอกชื่อเขา ตอนนั้นเขาก็เลยเรียกเจ้าตัว    ว่านูนอไปพลาง  ๆ  ก่อน เขาตั้งเองเลยนะเซนส์ดีสุด ๆ  นอกจากฟังแล้วน่ารักน่าปล้ำยังมีแต่เขาด้วยล่ะที่เรียกจุนโฮแบบนั้นได้
“อา ว่าแต่ช่วงนี้ฉันไม่เห็นนายใส่สร้อยของนายเลยจุนโฮมันเสียอีกแล้วเหรอ”ชานซองเอ่ยถามถึงสมบัติที่จุนโฮมีติดตัวอยู่ชิ้นเดียวในวันนั้นคือสร้อยที่สายมันดูเหมือนจะขาดแล้ว ชานซองเลยเอาไปซ่อมมาให้ ช่วงนั้นรู้สึกจะเป็นก่อนที่จุนโฮกลับบ้านแล้วก็กลับมาใหม่พร้อมกับมาขอหารห้องอยู่กับเขาด้วยเลย เขาเองก็เต็มใจนะนอนคนเดียวในห้องกว้างขวางเนี่ยเหงาจะตาย
“อ๋อ อืม มันเสียอีกแล้วน่ะฉันเลยเก็บมันไว้แล้ว”บอกด้วยเสียงนิ่ง  ๆ  ชานซองฉีกยิ้มแล้วฉุดคนตัวเล็กมาไว้ในอ้อมกอดแล้วก็เนียนกอดรัดฟัดเหวี่ยงไปเลย น่าแปลกที่จุนโฮไม่โวยวายเหมือนเคย ซึ่งเป็นเรื่องแปลกที่ชานซองชอบใจมาก  ๆ  เลยล่ะ
จุนโฮที่โดนกอดจนแน่นกำลังคิดถึงสิ่งที่ชานซองชอบทำกับเขา ชานซองชอบกอดและก็จูบกัน
มีครั้งนึงที่เราเกือบทำอะไรเลยเถิดไป วันนั้นชานซองเป็นอะไรก็ไม่รู้เมาหรือเปล่าก็ไม่ทราบแต่จู่ ๆ  ก็มาจับเขาขึงไปกับโซฟาแล้วก็ถอดเสื้อผ้าเขาอย่างรวดเร็ว ทั้งปล้นจูบทั้งกอดจนเขาตั้งตัวไม่ทัน นี่ถ้าเกิดไม่จัดการฟาดแจกันใส่หมอนี่จนเต็มแรงอาจจะเกิดอะไรแย่  ๆ  ขึ้นแล้วก็ได้
“ชาน ถามหน่อยสิวันนั้นนายปล้ำฉันทำไมเหรอ”เอ่ยถามอย่างแสนซื่อ ชานซองมองหน้าจุนโฮแล้วตอบออกมาพลางไล้มือไปตามแก้มนวล
“ก็ฉันบอกนายไปแล้วนี่นาว่าฉันชอบนายมาก  ๆ  ฉันรักนายนะ นายน่ะแหละชอบบื้อ ดื้อแล้วก็เย็นชาใส่ฉัน วันนั้นฉันเสียใจบวกเมานิดหน่อยก็เลยคิดว่านายจะรักฉันบ้างไหมถ้าเรามีอะไรกัน ก็เลยเผลอตัว พูดแล้วก็ขอโทษอีกครั้งนะนูนอย่าาาา ฉันเสียใจจริง  ๆ  นะ”เอาหัวมาถูไถจุนโฮอย่างของโทษ จุนโฮวาดยิ้มจาง  ๆ  ลูบผมนิ่มของชานซองอย่างนิ่มนวล
“ไม่เป็นไรหรอกชานซอง ฉันเข้าใจ”พูดแล้วก็เงียบลง จุนโฮหยุดคิดในหัวตัวเองเล็กน้อย อย่างไรก็ตามไม่เกินสองสามวันนี้อยู่แล้วที่เวลาของเขาจะหมดลง

ที่ทุกอย่างจะจบลงเสียทีเพราะงั้นถ้าเขาตามใจตัวเองบ้างมันคงไม่ผิดใช่ไหม ต่อให้มันจะเกิดอะไรต่อจากนี้ก็ช่างมันเถอะ อย่างน้อยก็ขอให้ชานซองได้มีความสุขบ้างแล้วกัน
“ชาน วันนี้ฉันไม่ไปโรงเรียนนะ”เอ่ยบอกปุ๊บ ชานซองก็จ้องหน้าจุนโฮทันที
“นายเนี่ยนะจุนโฮจะไม่ไปโรงเรียน เด็กดีที่บังคับแถมลากฉันไปโรงเรียนทุกวันกระทั่งเสาร์อาทิตย์ตลอดหนึ่งปีที่เรารู้จักกันมา นายเนี่ยนะจุนโฮ”ถามซ้ำย้ำชัดอีกที จุนโฮหลุดยิ้มพยักหน้ายืนยัน
“ก็ฉันเจอสิ่งที่อยากเจอแล้วนี่นาก็เลยไม่จำเป็นต้องไปทุกวันแล้วก็ได้ ขอเวลาเพิ่มอีกสักวันคงไม่ผิดอะไรหรอกน่า”ลูบมือบางไปกับหัวไหล่ที่แข็งแรงช่วงบ่าที่สมบูรณ์แบบอย่างแช่มช้า
“แล้วก็อย่างที่นายบอกชาน ฉันก็สงสัยเหมือนกันว่าจะรักนายได้มากกว่านี้อีกไหม ถ้าเรามีอะไรกัน เพราะงั้นเรามาทำอย่างที่นายอยากทำกันเถอะ ชานซอง”

มันเป็นความแปลกใจเสียมากกว่า
“จุนโฮไม่มาเหรอ”เอ่ยถามกับซึลองที่นั่งอ่านสมุดนิตยสารอยู่คนเดียวเพราะพอแลดูแล้วเขาก็ไม่เห็นใครเลย น่าแปลกที่เด็กรักเรียนอย่างจุนโฮจะไม่มา ส่วนชานซองรายนั้นถ้าจุนโฮไม่มาก็อย่าหวังว่าจะเห็นเงาหัวเลย
“ไม่มา อ้าวแล้วนั่นอูยองเป็นอะไรเหรอ”เอ่ยถามถึงเด็กน้อยแก้มป่องที่ถูกแบกอยู่บนหลังของคนหน้าหล่อ พอได้ยินชื่อตัวเองอูยองก็โผล่หน้ามาทันใด

 
“โดนแกล้งมาครับ”ว่าแล้วก็ฟ้องเลยในทันที นิชคุณยิ้มจาง  ๆ  กับตัวเองแล้ววางอูยองลงบนโซฟา น่าแปลกพอเหยียบเข้ามาในโรงเรียนต่อให้ใกล้ชิดกันถึงขึ้นเอาอูยองขี่ขึ้นหลังมาเขาก็รู้สึกว่าจิตใจมันสงบอย่างประหลาด เหมือนมีอะไรสักอย่างปะปนในอากาศที่ทำให้เลือดอันเดือดพล่านไม่ระอุอย่างเคย

 
“อ๋ออออออ โดนแกล้ง”ลากเสียงยาว  ๆ  อย่างกับรู้เห็นไปซะทุกอย่างจนนิชคุณอยากจะถีบให้สักที ซึลองพับสมุดบนตักแล้วจ้องหน้านิชคุณอย่างมีเลศนัย

 

 

“ที่อูยองโดนแกล้งนี่ ..โดนฟันมาเหรอครับ”เน้นตรงคำว่าฟันอย่างกวนอารมณ์นิชคุณ เลยโดนดาร์คแองเจิลถลึงตาใส่เข้าให้ แต่อูยองนั่นสิพอฟังแล้วก็ได้แต่งง

 
“ฟัน ..ฟันเหรอครับ”พึมพำ  ๆ  แล้วก็จับไปฟันซี่เล็ก  ๆ  ของตัวเอง จะว่าไปอันที่จริงก็โดนฟันนะ

 
“อ๋อห๊ะ พี่คุณกัดผมด้วยล่ะ กัดตั้งหลายที่เจ็บมากเลย”พูดแล้วก็ดึงปกเสื้อลงให้ดูรอยแดงที่เกิดจากฟันและริมฝีปากของนิชคุณ มือหนาเห็นปุ๊บก็เลยรีบตะคุบมืออูยองแล้วก็กอดคนตัวเล็กเอาไว้ในอ้อมแขน
“พอแล้วครับ อูยองพอละ”เอ่ยห้ามก่อนที่จะเป็นตัวเองนี่ล่ะที่เลือดมันเดือดจนตบะแตก
“ว่าแต่นายไม่มีเรียนเหรอซึลอง”คนฟังยกมือสองข้างขึ้นแล้วส่ายหน้าอย่างกวน  ๆ  ว่าไม่มี
“แล้วแทคกับเจย์ล่ะ สองคนนั้นมาไหม”นิชคุณเอ่ยถามถึงอีกสองคนที่พออูยองได้ยินก็หน้าตาแช่มชื่นขึ้นทันที
“ก็คงกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่หอนั่นแหละ”ฟังแล้วนิชคุณก็เริ่มวิตก มีแค่ซึลองคนเดียว ถ้าเกิดเข้าเกิดบ้าขึ้นมาทำอะไรอูยองอีก หมอนี่จะหยุดเขาได้ไหม
“อูยองไปนั่งข้าง ซึลองนะ”นิชคุณเอ่ยบอกออย่างอ่อนโยนแล้วอุ้มคนตัวเล็กที่ทำหน้างงเมื่อเจ้าตัวโดนพาไปนั่งข้าง  ๆ เพื่อนของนิชคุณที่เขาคุยด้วยแทบจะนับครั้งได้
“อ๊าา ทำไมล่ะครับพี่คุณ ผมอยากอยู่กับพี่นะ”อูยองทำหน้าเศร้ามองหน้านิชคุณชานซองวาดยิ้ม
“พี่น่ะก็อยากอยู่กับอูยอง แต่พี่ไม่อยากเผลอตัวแกล้งอูยองอีก”พอได้ฟังคำว่าแกล้งอูยองก็คิดถึงความเจ็บปวดที่ตัวเองพึ่งได้รับมา มันทำให้อูยองพยักหน้ารับแล้วนั่งอยู่ข้าง  ๆ คนที่ไม่ดูมีทีท่าจะสนใจเขาเลย ก็พี่ซึลองอ่ะเอาแต่อ่านสมุดในมืออยู่น่ะสิ
“พี่คุณจะไปไหนน่ะ”มนุษย์นี่ยังไงเอาเขามาทิ้งไว้ส่วนตัวเองก็ทำท่าจะชิ่งหนีซะงั้น
“พี่จะไปเรียนน่ะ”อูยองฟังแล้วก็เบะปาก เมื่อจู่ ๆ นิชคุณก็พูดรวดเร็วแล้ววิ่งหายไป จะทักซะหน่อยว่าตาพี่คุณเป็นอะไรจู่  ๆ  ก็เป็นสีแดงกร่ำอีกแล้ว
“ก็แค่อยากให้พาไปหาพี่เจย์กับพี่แทคหลังเลิกเรียนก็เท่านั้น”ว่าอย่างเหงาหงอย ทำไงได้ล่ะเขาก็คิดถึงผู้ให้กำเนิดตัวเองนี่นา ถึงจะเป็นแค่คนหน้าเหมือนก็เถอะนะ
“ให้พี่พาไปไหม”อูยองหันหน้าไปมองซึลองที่เอ่ยชวนอย่างตื่นเต้น
“จริงอ่ะพี่ซึลองพี่จะพาผมไปหาพี่แทคกับพี่เจย์จริง  ๆ  เหรอ”จับต้นแขนใหญ่อย่างรวดเร็วเพราะตื่นเต้น ซึลองก็วาดยิ้มให้เป็นคำยืนยัน
“แต่ว่าตอนนี้อูยองก็รอไอ้คุณมันไปพลาง  ๆ  ก่อนละกันเดี๋ยวพอพี่อ่านสมุดพวกนี้เสร็จแล้วพี่จะพาไป”หยิบนิตยสารสำหรับเด็กสาวขึ้นมาให้ดูห้าเล่ม อูยองพยักหน้ารับ
“แล้วพี่มีอะไรให้ผมทำบ้างอ่ะ รอตั้งนานน่าเบื่อแย่”
“อืมม พี่มีอุปกรณ์วาดรูปอยู่นายอยากวาดรูปเล่นไหมล่ะ”เอ่ยถามพร้อมลุกไปหยิบกล่องสีขาวใบโตออกมาจากใต้โต๊ะที่อยู่ไม่ห่างไป อูยองมองอย่างตื่นเต้นแล้วดูซึลองที่หยิบม้วนกระดาษสีเปือกไข่อ่อน  ๆ  เล่มใหญ่ออกมาจากในกล่อง พร้อมตัวดินสอ ยางลบ พู่กันและขวดสีหลายขวด อูยองแอบมองของในนั้นมันมีมากมายเลย มากจนไม่อยากเชื่อว่าใส่เข้าไปในกล่องใบนั้นได้หมด
“เอ้านี่ วาดเล่นระหว่างรอ ชอบอะไรก็วาด คิดถึงอะไรก็วาดถึงความจริงที่ต้องบันทึกจะสำคัญแต่ความต้องการของเราน่ะก็สำคัญไม่แพ้กันนะ”ยักคิ้วให้แล้วส่งดินสอให้อูยองก่อนจะไปนั่งอ่านสมุดในมือตัวเองต่อ อูยองมองม้วนกระดาษตรงหน้าแล้วก็เริ่มลงมือวาดรูปอย่างสนุกสนานและเพลินใจ

 

เขาน่ะวาดรูปเก่งมากเลยนะไม่อยากจะโม้ ในบรรดากามเทพฝึกหัดทั้งหลายเขาน่ะวาดรูปได้งดงามสุด  ๆ  ละ
ลงมือวาดอย่างค่อย  ๆ  เริ่มแรกก็วาดผู้ที่ตัวเองคิดถึงสุดหัวใจรูปร่างของแจบอมจึงเกิดขึ้น มันงดงามและดูดีจริง  ๆ

 

ไม่ใช่เพียงคำโม้ของกามเทพแก้มป่องคนนึง อูยองวาดแจบอมออกมาได้เหมือนมากเลยทีเดียว มือบางยกขึ้นซับน้ำตาของตัวเองเมื่อมองผลงานที่ตนวาดเสร็จ แจบอมตัวเล็ก  ๆ  พร้อมปีกใหญ่ที่อบอุ่นและใจดี กับร้อยยิ้มน่ารักที่มีมอบให้เขาเสมอ  มองด้วยแววตาเศร้า  ๆ  แต่ก็ยังมีรอยยิ้มก่อนจะลงมือวาดต่อ
มีแจบอมก็ต้องมีแทคยอน ขาดกันไม่ได้อยู่แล้ว
ลงมือวาดผู้ชายร่างใหญ่ตัวสูงโตข้างหลังแจบอม มือใหญ่คู่นั้งโอบกอดรอบเอวบางของแจบอม เป็นภาพที่ได้เห็นจนชินตาอยู่เสมอ ปีกคู่ใหญ่อีกปีกนึงอยู่ด้านหลัง อาาา หล่อ สุด  ๆ  ไปเลย
อูยองหยุดคิดไปอีกนิดนึง แล้วก็วาดรูปสมุดเล่มไม่โตนักขึ้นไม่ไกลจากแจบอมกับแทคยอน สมุดปกขาวเนี่ยชอบตามแจบอมต้อย  ๆ  เลยล่ะ เอานิ้วจิ้มเจ้าสมุดที่หนีตัวเองหายไปไหนไม่รู้แล้วก็เริ่มวาดต่อ
มีแจบอมบอมกับแทคยอนแล้ว ต้องมีเขาด้วยสิ
อูยองวาดตัวเองยืนอยู่ด้านข้างแจบอมอยู่ภายใต้ปีกยิ่งใหญ่ที่ปกป้องเขากับแจบอมเสมอของแทคยอน
นั่งเก็บรายละเอียดรูปให้ดูสวยงามก่อนจะยิ้มแฉ่งกับตัวเองเมื่อมองรูปที่ถูกร่างจนสวยงาม
“วาดรูปเก่งนี่เรา”เสียงซึลองดังมาจากข้างหลัง อูยองหันไปยิ้มให้ซึลองก่อนจะหันมามองรูปในมืออีกครั้ง
“นายวาดอะไรเหรออูยอง นายคงเป็นพวกชอบดูการ์ตูนสินะ”
“เปล่าซะหน่อย ผมกำลังวาดสิ่งที่ผมคิดถึงมากที่สุดอยู่ต่างหาก”พอตอบแล้วก็คิดได้
หน้าต่อไปวาดนิชคุณดีกว่า คิคิ

“ท่านจะทำหน้าเศร้าอยู่เช่นนั้นอีกนานไหมท่านแจบอม”เสียงเอ่ยทักจากเทพดนตรีที่เดินเข้ามาหาทำให้กามเทพที่นั่งมองวิวอันสวยงามของสวยสวรรค์หันกลับไปมองผู้ที่ทักทายแล้วก็ได้แต่ยิ้มบาง  ๆ  ให้ก่อนที่จะหันกลับไปมองภาพสวนที่สวยงามนั้นต่อ

“ข้าขอโทษด้วยที่ไม่ได้ไปร่วมแสดงความยินดีกับเจ้าและชางมินที่โยซบกลับมาแล้ว” เอ่ยถึงเทพตัวน้อยที่กำเนิดจากมินจุนและชางมิน

เทพน้อยผู้น่าสงสารที่ต้องถูกพรากไปจากอ้อมอกของมินจุนตั้งแต่เยาว์วัยเพียงเพราะว่าเป็นทายาทของเทพสงคราม จึงถูกเทพฝั่งตรงข้ามที่จิตใจไม่ดีจับไปขังไว้ในวงกตแห่งเวลาเพื่อบีบบังคับให้ชางมินถอนตัว แต่เพราะหน้าที่ของเทพที่ต้องรับผิดชอบชางมินจึงทำเช่นนั้นไม่ได้ ทำได้เพียงดำเนินสงครามอย่างเร่งรีบให้จบอย่างรวดเร็วที่สุดเพื่อที่โยซบจะได้ถูกปล่อยตัวออกมา และความเนิ่นนานของสงครามที่ดำเนินอยู่ในที่สุดก็หยุดลงโยซบถึงได้กลับมาแล้ว
“ไม่เป็นไรหรอก ตอนนี้โยซบเองก็ยังพูดคุยกับใครไม่ได้ เอาแต่นั่งเหม่อลอย แม้แต่ข้าเขาก็ยังไม่พูดด้วย”มินจุนกดยิ้มเย็นเมื่อเอ่ยถึงผู้ที่ตนให้กำเนิด แม้โยซบจะยังดูเหมือนเจตจิตล่องลอยอยู่แต่ว่าเพียงแค่โซบกลับมาเขาก็ดีใจเหลือเกินแล้ว
เท่านี้ก็ดีเกินพอที่เขาจะขอได้แล้ว
“บางทีเจ้าน่าจะให้เทพแห่งการรักษาดูจุนไปดูอาการโยซบนะ ข้าว่าโยซบน่าจะดีขึ้นอย่างรวดเร็ว”เอ่ยแนะนำตามที่ตนได้เรียนรู้มาในฐานะกามเทพ ความรักมักจะสัมฤทธิ์ผลเสมอ
“แล้วเจ้าล่ะ อยากจะให้ดูจุนมาดูอาการอีกไหม”เพราะหน้าตาที่ซีดเซียวและอิดโรยนี้แหละที่ทำให้มินจุนนึกห่วง
“ดูจุนคงช่วยอะไรข้าไม่ได้หรอก มีเพียงผู้เดียวที่จะช่วยข้าได้”น้ำเสียงหวานสั่นเครือลงทันที
“แต่ไม่มีอีกแล้ว”เสียงสะอื้นไห้คือสิ่งที่ดังต่อมาจากประโยคแสนเศร้านี้
ตั้งแต่ที่ฟื้นขึ้นมาจากอาการเจ็บป่วย นอกจากประโยคบอกรักที่แทคยอนฝากไว้ ดูจุนก็ได้เล่าให้เขาฟังว่าแทคยอนนั้นแบ่งพลังจำนวนมากให้เขา ซึ่งตัวดูจุนเองมีเพียงหน้าที่ที่จะดูแลความปลอดภัยของเขาเท่านั้น ดูจุนเล่าว่าเมื่อยามที่การถ่ายโอนพลังกำลังจะสำเร็จนั้น แทคยอนได้หายไปเหลือเพียงพลังที่ถ่ายทอดให้เขาเพียงเท่านั้นและตัวดูจุนเองก็หาแทคยอนไม่พบเช่นกัน เหมือนกับว่าแทคยอนได้สลายไปแล้วจากโลกใบนี้
“แจบอมเจ้าจำเรื่องร่างจุติที่เราเคยเรียนกันได้ไหม”จุนซซูเอ่ยถึงเรื่องในสมัยที่พวกเขายังเป็นเพียงเทพและกามเทพฝึกหัด แจบอมเช็ดน้ำตาที่ไหลแล้วนิ่งไป
เขาจำได้ร่างจุติ คือมนุษย์ที่มีร่างและดวงวิญญาณ เชื่อมโยงกับเทพบนสวรรค์ เทพทุกคนมีร่างจุติที่เชื่อมโยงกัน หากแต่รูปร่างหน้าตาหรือนิสัยใจคอนั้นอาจเหมือนหรือไม่เหมือนกันก็ได้ ร่างจุติของมนุษย์บนโลกไม่ใช่ร่างที่เป็นอีกตัวตนนึงของเทพทั้งหลาย หากแต่เป็นเพียงมนุษย์ที่มีวิญญาณเชื่อมโยงกันอยู่เพียงเล็กน้อย
ประโยชน์ของร่างจุตินั้นมีเพียงไม่กี่ประโยชน์นัก เพราะต่างฝ่ายต่างก็มีชีวิตเป็นของตัวเอง แต่ประโยชน์ที่สำคัญที่สุดของพวกมนุษย์ร่างจุตินั้นก็คือ เมื่อยามที่เทพที่มีวิญญาณสอดคล้องกันประสบอุบัติเหตุต่าง  ๆ  จนต้องดับสูญ อ่อนแอ หรือว่าบาดเจ็บสาหัสนั้น เทพสามารถลงไปแย่งพลังวิญญาณและร่างของร่างจุติมาเสริมพลังให้กับตนเองได้ เพราะว่าพลังจากร่างจุติจะให้ผลที่ดีกว่าและเสริมพลังได้มากกว่าการไปฉกชิงพลังจากมนุษย์คนอื่น  ๆ
ใช่แล้ว มันคือการแย่งชิง เพราะว่าเทพต้องทำให้มนุษย์นั้นตายก่อนถึงจะชิงพลังมามอบให้แก่ตนได้ หากต้องการให้ตนอยู่รอดก็ต้องทำลายคนอื่นเพื่อตนเอง ไม่เห็นว่าเทพนี้จะต่างจากเผ่าพันธุ์ปีศาจที่ตรงไหน พอถึงคราวเป็นเรื่องของตนเองก็ต้องลงมือทำลายผู้อื่นเช่นกัน
“เจ้าพูดถึงเรื่องนี้เจ้าหมายความว่าเช่นไร มินจุน”มินจุนจะให้เขาฆ่ามนุษย์ที่เป็นร่างจุติของแทคยอนเพื่อนำพลังมาเสริมให้แทคยอนกลับมางั้นหรือ
“ข้าก็ลองเสนอให้เจ้าคิดดู เพราะเมื่อตอนที่ข้าลงไปเที่ยวหา ..เพื่อน ที่โลกมนุษย์”มินจุนเลือกที่จะไม่บอกว่าไปหาอูยองตามคำเชิญของสมุดปกขาวให้แจบอมต้องสงสัย แค่การสูญสียแทคยอนก็เจ็บปวดมากพอแล้ว หากต้องรับรู้ว่าอูยอง กามเทพน้อยที่ตนให้กำเนิดกำลังอยู่สภาวะอันไม่ปกติดีนักแม้ชางมินจะบอกว่าไม่มีอะไรน่าห่วงแล้วก็ตาม เขาก็เห็นทีว่ามันคงไม่ดีต่อจิตใจของแจบอมเป็นแน่
“ข้าสัมผัสได้ถึงร่างจุติของเจ้ากับแทคยอน น่าแปลกพวกเขามีรูปร่างหน้าตาที่เหมือนพวกเจ้ามากเลยล่ะ ข้าคิดว่ามันเป็นเรื่องที่จำเป็นนะหากว่าเจ้าต้องการที่จะให้แทคยอนกลับมา บางทีเจ้าอาจจะต้องลงมือแย่งชิงวิญญาณของร่างจุติร่างนั้น”เว้นไปเมื่อเห็นว่าแจบอมกำลังคิดอย่างหนัก
“แล้วมนุษย์ผู้นั้นก็จะตายแทนอย่างนั้นเหรอ”พึมพำอย่างสับสน
“เจ้าลองคิดดูนะแจบอม ตอนนี้แทคยอนอาจกำลังดับสลายไปแล้วก็ได้ แล้วหากว่าเจ้าไม่แย่งชิงพลังจากร่างจุตินั้น แทคยอนอาจสูญสลายไปตลอดกาลก็ได้ บางครั้งมันก็เป็นสิ่งที่ใจร้ายนักแจบอมแต่เจ้าก็จำเป็นที่จะต้องเลือก ระหว่างแทคยอนกับมนุษย์นั่น”มินจุนเอ่ยทิ้งไว้ เขาเองก็ไม่อยากสนับสนุนให้เพื่อของเขาทำเช่นนี้ แต่ความหมองเศร้าของแจบอมนั้นก็มีมากมายเหลือเกิน
“นี่คือสถานที่ที่มนุษย์นั้นอยู่ ร่างจุติของเจ้ากับแทคยอน”วางแผ่นสีฟ้าอ่อนที่เรื่องแสงคล้ายแผ่นกระดาษลงไปบนฝ่ามือของแจบอม แผ่นสีฟ้าอ่อนนั้นกำลังฉายภาพมนุษย์สองคนที่มีหน้าตาที่เหมือนกับแทคยอนและตัวแจบอมเองมากอย่างน่าตกใจ มนุษย์สองคนนั้นกำลังนั่งอยู่ด้วยกันบนโซฟาขนาดใหญ่ มนุษย์ที่มีร่างดังเช่นแทคยอนกำลังตัดเล็มผมหน้าที่ปรกใบหน้าขาวของผู้ที่เป็นร่างจุติของแจบอมให้อย่างเบามือ แววตานั้นเต็มไปด้วยความอ่อนโยน แววตาอ่อนโยนที่เหมือนแทคยอนมากจนน้ำตาหยดใสไหลออกมาจากดวงตาของแจบอม
“หากเจ้าอยากให้แทคยอนกลับมา ข้าว่านี่อาจจะเป็นวิธีเดียวที่มีก็ได้”
แม้ว่ามินจุนจากไปแล้วแต่แจบอมก็ยังคงจ้องแผ่นสีฟ้าแผ่นนั้น ความรู้สึกคิดถึงและอยากพบเจอแทคยอนอีกครั้งนั้นกำลังท่วมท้นไปทั้งเจตจิตและดวงใจ
เขาต้องทำลายชีวิตมนุษย์ผู้นี้อย่างนั้นหรือหากต้องการแทคยอนกลับมา
แทคยอน ข้าควรทำเช่นไรดี

ตัวตนของเขาคือสิ่งใดกัน มันยากเกินไปที่จะควบคุมได้
ทำไม ทำไมกัน
ทำไมเขาถึงได้รู้สึกกระหายเลือดแบบนี้
ร่างสูงใหญ่เดินอย่างโซเซทั้งกายนั้นมีเหงื่อที่ไหลออกมาจนชุ่มไปทั้งร่าง ตอนนี้เขารู้สึกต้องการ
ต้องการมาก…
ดวงตาโตกลายเป็นสีแดงฉานสลับกับแววตาดังเช่นปกติที่มนุษย์ควรเป็น ก่อนที่จะกลายเป็นเพียงแววตาที่แข็งกร้าวและแดงเดือด
สองมือดึงจนเสื้อผ้าที่ใส่อยู่นั้นหลุดลุ่ยเพราะรู้สึกร้อนไปหมด ตอนนี้ปารถนาในใจคือหมายจะวิ่งกลับไปมาอูยองเพียงเท่านั้นมันรู้สึกต้องการ อยากจะดื่มกิน อยากมาก และมันกำลังมากกว่าร่างกายที่สัมผัส
เขาอยากจะกินอูยองไปทั้งตัว รวมทั้งเลือดในกายหอมกรุ่นนั้นด้วย
นิชคุณยกมือขึ้นตบหน้าตัวเองแล้วรีบวิ่งไปหาอ่างล้างหน้าเปิดน้ำและกวักน้ำใส่หน้าตัวเองอย่างแรงเพื่อเรียกสติตัวเองให้กลับคืนมาหรืออย่างน้อยก็ขอแค่ให้ใจสงบลงก็พอ
“รุ่นพี่นิชคุณไม่สบายเหรอคะ”เสียงหญิงสาวร้องทักก่อนจะเดินเข้ามาดูอาการของนิชคุณ ดวงตาโตหันไปมองภาพหญิงสาวตรงหน้ามันพร่าเลือนจนเขาเองก็ไม่อาจจดจำได้ว่าเธอคนนี้คือใคร

แต่สิ่งเดียวที่เขารับรู้ตอนนี้คือกลิ่นของเลือดหวาน  ๆ  ที่น่าอร่อย
“เลือด ..ฮ่า เลือด”พึมพำแผ่วเบาแล้วโถมตัวใส่หญิงสาวทันที แทบไม่ต้องออกแรงก็สามารถดันหญิงสาวคนนั้นเข้าไปในห้องน้ำที่เปิดอยู่ได้ทันที จมุกโด่งซุกไซร้ไปตามซอกคอขาวที่น่าหลงใหลของหญิงสาว ซึ่งไม่มีทีท่าจะปฏิเสธเลยแม้แต่น้อย
นิชคุณไม่ได้มี่ที่จะสนใจท่าทางยั่วยวนของหญิงสาวเลยสิ่งเดียวที่เขาเห็นคือเส้นเลือดใหญ่ตรงซอกคอที่กำลังเต้นตุบอยู่ เลียริมฝีปากอย่างกระหายก่อนที่จะก้มลงไปเพื่อชิมรสหวานนั่น
“พี่คุณ”นิชคุณชะงักกึกเพราะน้ำเสียงคุ้นหูที่แว่วมาตามสายลม ร่างใหญ่หันไปมองแต่ก็ไม่เจอสิ่งใด ทั้งหมดนั่นเป็นเพียงสิ่งที่เขาคิดขึ้นมาเอง ตอนนี้ในหัวของนิชคุณกำลังมีภาพและเสียงของอูยองดังอยู่
“ทำไมไม่ทำต่อล่ะคะ รุ่นพี่”น้ำเสียงหวานจากร่างตรงหน้าเอ่ยเย้ายวน นิชคุณสะบัดหัวอย่างแรง
ไม่เขาต้องไม่ทำแบบนี้ เขาต้องไม่ทำร้ายใคร หากเขาทำให้ใครได้รับบาดเจ็บอูยองจะต้องโกรธเขาแน่  ๆ
ใช้ความพยายามอย่างมากที่จะผละตัวออกจากเหยื่ออันน่ากินแล้ววิ่งออกมาจากห้องคับแคบนั่น
สองข้างเดินอย่างสะเปะสะปะ ความต้องการกำลังพุ่งสูงขึ้น  ๆ  ดวงตาแดงกร่ำนั้นแดงมากราวกับสีเลือดที่คล้ำข้น แดงฉานเพราะข้างในจิตใจนั้นไร้ซึ่งสติควบคุมใด  ๆ แล้ว ฝีเท้ากำลังมุ่งไปทิศทางตึก 707
เขากำลังต้องการมาก ..เลือด ..กามเทพ

 

“นี่สินะตัวปัญหา”เสียงที่ไม่คุ้นเคยดังขึ้นมาก่อนที่นิชคุณจะรู้ตัวเขาก็ทรุดตัวนอนหงายลงไปกับพื้นอย่างแรงราวกับว่ามีแรงบางอย่างกดลงมาแล้วตรึงเขาเอาไว้กับพื้น พยายามจะลุกยังไงก็ทำไม่ได้ ได้แต่หันหน้าไปมองด้านข้างที่มีขายามคู่หนึ่งเดินเข้ามาใกล้
“เจ้านี่เองสินะที่ทำให้อะไรมันวุ่นวาย ดีนะที่ข้าพอจะคลุกคลีกับพวกเทพจนรู้เรื่องราวอะไรไม่น้อยก็เลยเข้าใจได้”เจ้าของเสียงก้มลงมามองหน้านิชคุณใกล้  ๆ  ใบหน้านั้นขาวซีด ตาโตสีเงินเข้ากันกับจมูกโด่งจ้องมาก่อนที่จะลุกขึ้นแล้วเดินวนไปรอบ  ๆ  นิชคุณ  นิชคุณรู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่ทำให้เขารู้สึกอยากจะวิ่งเข้าไปกัดคอใครสักคนมันยากจะควบคุมได้ แต่ตอนนี้เขาก็ไม่สามารถขยับร่างกายได้เลย
“แต่ก็น๊าาา เจ้าเทพบันทึกอักษรทำไมถึงเลือกเลือดของเจ้าราชาปีศาจมาให้เจ้าล่ะ ถ้าเป็นแค่เลือดของแวมไพธ์ต๊อกต๋อยทั่วไปก็จะยุ่งน้อยกว่านี้แล้วเชียว คิดดีแล้ว หรือตอนนั้นมันรีบจัดจนไม่ทันคิดกันแน่นะ”เดาะลิ้นในปากพลางลองคิดดูถึงเหตุผลของเทพที่เคยรู้จัก
“อานะ เจ้างงล่ะสินิชคุณ เทพบันทึกอักษรน่ะก็คือสมุดเล่มนั้นที่ปกเป็นสีขาวไงล่ะ เมื่อก่อนน่ะเขามีหน้าตาลักษณะเหมือนกับพวกเรานี่ล่ะ ไม่สิ ต้องบอกว่าเหมือนเทพตนอื่น แต่เพียงแค่เขาชอบอยู่ในขนาดเล็ก  ๆ น่ะ “ชูฝ่ามือมาตรงหน้านิชคุณให้เห็นว่ามันเล็กประมาณมือเขานี่ล่ะ
“แล้วจู่  ๆ  ก็ละทิ้งร่างเดิมไปเป็นสมุดหนึ่งเล่ม หรือจะเรียกว่าแปลงร่างน๊านนานไม่ยอมแปลงกลับสักทีเป็นสมุดเล่มบาง เพื่อคอยอยู่ใกล้กามเทพตนนึง ตนที่เป็นผู้ให้กำเนิดกามเทพน้อย รู้สึกว่าจะชื่อแจบอมล่ะนะ ไอ้พฤติกรรมแบบนี้เขาเรียกว่าอะไรนะ …”ยกนิ้วซีดเซียวที่เล็กยาวแหลมสีดำประดับอยู่ตัดกันเคาะไปที่มุมปาก

“อาาา ใช่ เขาเรียกว่าบูชารัก เหมือนกับเจ้าตอนนี้เป๊ะเลย”นั่งยอง  ๆ ลงด้านข้างนิชคุณหันหน้ามาจ้องมองใบหน้าขาวซีดนั้นด้วยตาแววโลด
“เจ้าคงสงสัยล่ะสิว่าข้าเป็นใครมายืนพล่ามอะไรตั้งนาน แล้วก็งงล่ะสิว่าเจ้าเป็นอะไร”
“ข้าขอแนะนำตัวนะข้าชื่อว่าซาร์ทีรอส ข้าเป็นเจ้าชายอันดับที่เท่าไหร่ข้าก็ไม่ได้สนของอาณาจักรแวมไพธ์”เมื่อเห็นว่าตาโตแดงของนิชคุณเกร็งเขม็งดูคล้ายตกใจ ซาร์ทีรอสก็พยักหน้าหงึก  ๆ  ทันที
“ข้าเข้าใจ  ๆ  เจ้าคงเดาออกล่ะสิว่าข้ามาทำไมก็เลยตกใจกลัว ปกติน่ะ อย่างที่เจ้ากำลังคิดตอนนี้แหละข้ามาหาเจ้าก็เพราะว่าตอนนี้เจ้าเป็นแวมไพธ์แล้วน่ะ”ยกมือขึ้นตบแปะ  ๆ ให้ก่อนจะพูดต่อ
“แถมเจ้าน่ะยังสุดยอดมาก  ๆ  เลยที่ดันดื่มเลือดของราชาแวมไพธ์คนปัจจุบันเข้าไป เขาเป็นคนที่โอเคอยู่นะแล้วก็ไม่ใช่คนขี้หวงอะไร เขาก็เพียงแต่เป็นห่วงเฉย  ๆ ว่าเจ้าจะควบคุมเลือดที่มีพลังมากพอจนเข้ามาเป็นชนชั้นเจ้าชายได้ไหม ก็นะ พวกข้า ไม่สิ พวกเรามันวัดพลังและลำดับศักดิ์กันที่พลังที่มีน่ะว่าใครจะได้เป็นใหญ่ในอาณาจักรแวมไพธ์ สายเลือดก็สำคัญล่ะแต่ว่าความเก่งก็เป็นต่ออยู่ดี”ทำหน้าเฉยเมยเมื่อพูดถึงวิถีอันวุ่นวายในอาณาจักรแวมไพธ์
“ตอนนี้เจ้ากำลังเป็นแวมไพธ์ที่แข็งแกร่งสุด  ๆ  คนนึงเลยล่ะ ยิ่งถ้าฝึกให้ดี  ๆ  ล่ะก็แจ่มแน่นอน แต่ปัญหาคือเจ้าเป็นแวมไพธ์แบบผิดวิธี เจ้าดื่มเลือดเพียงอย่างเดียวแต่ไม่ได้โดนกัดแล้วยังไปมีสัมพันธ์ทางกายกับกามเทพเข้าอีกก็เลยทำให้เจ้าควบคุมพลังของเจ้าได้ลำบากสุด  ๆ “
“ซึ่งก็นะ มันจะทำให้เจ้าคลั่งขึ้นเรื่อย  ๆ  ต้องการเลือดและแน่นอนเจ้าจะต้องการกามเทพตนนั้นแบบสุด  ๆ  มากจนถึงขั้นอาจพลั้งมือฆ่ากามเทพตนนั้นลงไป เหมือนเวลาตอนเด็กที่เห็นลูกไก่แสนน่ารักน่ากอดรู้ตัวอีกทีก็เผลอกอดจนมันตายคามือไปซะละนั่นล่ะนะ”พยักหน้าอืม  ๆ  กับตัวเอง ตาสีเงินเหล่จ้องมองใบหน้าของนิชคุณอีกครั้ง
“ที่จริงข้าต้องมาฆ่าเจ้าทิ้งนะ แต่ว่าเพื่อนเก่าข้าเขาขอร้องมาน่ะว่าให้ช่วยเหลือเจ้าหน่อย เห็นแก่ความรักของเจ้ากับกามเทพน้อยนั่น ซึ่งข้าก็ตามข่าวอยู่บ้าง ก็เลยเข้าใจล่ะนะ แถมข้ายังขี้เกียจจะไปทำงานให้ราชาแวมไพธ์มันด้วย เบื่อขี้หน้ามัน”เล็บยาวสีดำจับลงไปรอบข้อมือใหญ่ของนิชคุณแล้วยกขึ้นมา
“ข้าว่าเรื่องพวกเจ้าเนี่ยมันต้องสนุกมาก  ๆ  แน่เลยล่ะ ต่อไปน่ะ”หัวเราะอย่างเย็นยะเยือกแล้วอ้าปากกว้าง ฟันซี่ที่ดูแหลมกว่าซี่อื่นยื่นยาวออกมาอย่างแหลมคม
“ข้าจะช่วยทำให้เจ้าเป็นแวมไพธ์เต็มตัว เจ้าจะควบคุมพลังงานของตนเองได้ดีมากขึ้นและนั่นก็อาจจะดึงดูดพวกตัวอื่นจากโลกแวมไพธ์กรูมากุดหัวเจ้าอีกก็ได้ ไม่แน่นะ”ยักไหล่แล้วกัดลงไปตรงข้อมือของนิชคุณ เพียงชั่วครู่ร่างของนิชคุณก็ซีดเผือดแล้วก็แดงเข้มเป็นสีเลือด ก่อนจะกลับมาคล้ายเดิมเพียงแค่ซีดกว่ามาก
ซาร์ทีรอสถ่มเลือดในปากลงไปกับพื้นจนหมด “แหยะเลือดแวมไพธ์นี่มันรสชาติแย่จริง  ๆ  สินะ”

 
“เอาละ ข้าไปก่อนละกัน ป่านนี้น่าจะมีคนรอกินอาหารกับข้าอยู่ ซึ่งนิชคุณข้าหวังว่าเราจะไม่ได้เจอกันอีกนะ เพราะข้าบอกได้เลยว่าครั้งหน้าที่เราเจอกันมันคงไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่”ลุกขึ้นแล้วก็เดินเข้าวงแหวนที่กางขึ้นมาหายไป
โดยฉับพลันที่ซาร์ทีรอสจากไป แรงดันหนักอึ้งที่ตรึงร่างนิชคุณไว้กับพื้นก็หายไปด้วย นิชคุณยังคงนอนนิ่งอยู่ดวงตาที่เคยสีน้ำตาลเข้มกลายเป็นสีเงินไปเสียแล้ว ยกแขนข้างที่โดนกัดขึ้นมาดูไม่เห็นมีแม้สักบาดแผล
ตอนนี้เขารู้สึกว่าความกระหายเลือดในตัวมันสามารถควบคุมได้ขึ้นมาแล้วจริง  ๆ
ปัญหาก็คือ ยามที่เขาเจออูยองเลือดในร่างมันจะไม่เดือดพล่านขึ้นมาอีกใช่ไหม เขาเป็นห่วงอูยองเหลือเกิน

“คิดเช่นไรเจ้าถึงได้เข้ามาจัดห้องให้นันนารันเช่นนี้”ทายาทแห่งโลกมืดเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าควอนกำลังจัดแจงแต่งห้องพักของนันนารันด้วยมือตัวเอง ไม่ได้ใช้เวทมนย์อย่างเคยทำ

“ข้าอยากต้อนรับการกลับมาของผู้มีเลือดเนื้อเชื้อไขของข้าน่ะสิ”วาดยิ้มให้พร้อมกวักมือเรียกให้จินอุนมาช่วยติดม่านลูกไม้รอบเตียงให้ด้วย

“ข้าคิดถึงนารันจะแย่แล้ว เป็นเวลาไม่น้อยเลยที่นารันไปอยู่บนโลกมนุษย์ ดีจริงที่อีกไม่กี่วันนารันก็จะกลับมาหาข้าแล้ว”ฉีกยิ้มกว้าง ดวงตาเฉี่ยวรีมองจินอุนที่รับม่านลูกไม้ไปจากมือ

“เจ้าตัดใจเรื่องที่ให้นารันไปทำแล้ว หรือว่านารันทำเสร็จแล้วกันแน่เจ้าถึงจะให้นารันกลับมา”น้ำเสียงนั้นดูไม่แน่ใจ มีคำถามและเหนื่อยใจ หากนารันทำสำเร็จแล้วหมายความว่ากำลังจะมีเรื่องวุ่นวายอีกมากมายตามมามากกว่าเก่า

“ข้าตัดใจแล้วน่ะ”แต่คำตอบที่ได้ฟังจาก ควอนก็ทำให้จินอุนยิ้มอย่างมีความสุขแม้จะแปลกใจก็ตาม

“จริงหรือ”

“ให้กามเทพน้อยนั่นเป็นแบบนี้ดีเสียยิ่งกว่าให้ดื่มเลือดปีศาจแล้วแตกดับไปเสียอีก ข้าว่ามันเจ็บกว่าเยอะ ข้าก็เลยตัดใจ ให้นารันกลับมาหาข้าดีกว่า แม้อีกนิดเดียวก็จะสำเร็จแล้วก็ตามเถอะ”อมยิ้มกรุ่มกริ่มแล้วก็กดยิ้มร้ายแบบที่จินอุนไม่ชอบเพราะแม้รอยยิ้มจะร้ายกาจแต่แววตานั้นกลับหมองเศร้าเหลือเกิน

“แบบนี้ที่เจ้าว่า เจ้าหมายถึงแบบไหนกันควอน”

“ก็เรื่องเดิม  ๆ  นั่นแหละจินอุน ผลกระทบของความสัมพันธ์ทางกายต่างเผ่าพันธ์ แต่ที่มันสนุกกว่าสิ่งอื่นใดเพราะสมุดปกขาวนั่นมันเลือกที่จะเปลี่ยนไอ้มนุษย์หน้าโง่คนนั้นเป็นแวมไพธ์ไงล่ะ”หัวเราะเล็กน้อยตรงท้ายประโยค

“ผลกระทบน่ะมันเกิดขึ้นกับทุกเผ่าพันธุ์อยู่ที่ว่าจะดีหรือไม่ดีแล้วก็จะหนักเบาแค่ไหน อย่างแวมไพธ์น่ะถ้ามีสัมพันธ์ทางกายกับพวกเทพแล้ว จะมีความไวต่อสัญชาตญาณดิบของตัวเองมากขึ้น พูดง่าย  ๆ ก็คือจะมีอารมณ์ใกล้เคียงกับส่วนที่เป็นสัตว์ของตัวเองมากขึ้น หมายถึงทำให้มีพลังมากขึ้น บ้าเลือดมากขึ้น แต่สติก็จะน้อยลง ซึ่งอาจจะเผลอไปกัดคอใครจนตายเข้าง่าย  ๆ  “
“ส่วนกามเทพนั่นน่ะนะ จะได้รับผลกระทบเดียวเท่านั้นจากความสัมพันธ์ทางกายนี้”และคงไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่นักเมื่อควอนยิ้มกว้างแบบนั้น
“การลืมเลือน ลืมไปจนหมดเหมือนรอยร่างดินสอที่ถูกยางลบลบออก ค่อย  ๆ  ลบเลือนไปจนหมดเกลี้ยงไม่เหลือในความทรงจำสักเพียงนิดเดียว”
“เจ้าหมายถึงกามเทพน้อยนั่นจะต้องลืมเลือนทุกสิ่งอย่างนั้นหรือ”ถามด้วยเสียงเครียดหนักเช่นนั้นก็เป็นปัญหาใหญ่แล้ว กามเทพที่จดจำตัวตนใด  ๆ  ของตนเองและผู้อื่นไม่ได้บนโลกมนุษย์ที่ทุกเผ่าพันธุ์เข้าถึงได้มันก็เหมือนกับการโยนเนื้อลงในบ่อจระเข้ไม่ผิด
“เปล่า มันสนุกกว่านั้นอีกจินอุน สิ่งเดียวที่กามเทพจะลืมก็คือ ..แวมไพธ์ตนนั้น ตนที่มีสัมพันธ์ทางกายด้วย ลืมไปหมดสิ้นราวกับกับไม่เคยพบเจอ จะไม่มีเหตุการณ์หรือเสี้ยวความทรงจำใดติดค้างสักเพียงนิดเกี่ยวกับเจ้าแวมไพธ์นั้นในความทรงจำ”ระบายยิ้มอย่างสุขใจเมื่อเห็นจินอุนยืนนิ่งเมื่อฟังคำตอบเดินไปหยิบดอกไม้ชนิดที่นารันชื่นชอบมาปักลงในแจกันข้างหน้าต่าง

 

“อะไรมันจะเจ็บปวดเท่าการลืมคนที่ตนรักที่สุดไปอีกล่ะ จินอุน”
“ตอนนี้ก็แค่รอเวลาว่าผลกระทบนี้จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็เท่านั้นเอง แต่ตามสังหรณ์ของข้านะ มันเร็ว  ๆ  นี้แหละ”

“นายจะไม่เสียใจใช่ไหม”เอ่ยถามคำถามที่ตัวเขาเองอย่าได้คำตอบให้แน่ใจ ก่อนที่จะทำอะไรลงไปแล้วกลับกลายเป็นว่าพรุ่งนี้จะต้องสูญเสียจุนโฮไป
“ฉันบอกให้นายทำ นายไม่ต้องกังวลหรอก”เสียงหวานพร่าเพราะมัวเมาในรสจูบเอ่ยบอก มือบางคลายกระดุมเม็ดสุดท้ายออกจากเสื้อของชานซองแล้วดึงมันพ้นจากท่อนแขนแข็งแรง เหลือเพียงกางเกงนอนเนื้อนิ่มเท่านั้น หากถอดมันออกเขากับชานซองตอนนี้ก็ถือว่าเสมอกันแล้ว
“ก็ฉันกลัวจะเสียนายไปนี่จุนโฮ ถ้าเกิดพรุ่งนายเปลี่ยนใจแล้วนายหนีฉันไป…”หยุดคำพูดลงด้วยริมฝีปากที่กดจูบสดกลิ่นหอมหวานจากซอกคอขาวหอม
“..ฉันต้องตายแน่  ๆ  เลย จุนโฮ”กระซิบบอกด้วยถ้อยคำจากก้นบึ้งจิตใจ ฝ่ามือหนาลูบไล้ฟอนเฟ้นไปทั่วกายขาวเนียน
ดวงตาคู่เล็กเรียวของจุนโฮจ้องมองเพดานด้านบน รอยยิ้มที่เย็นเฉียบปรากฏขึ้นที่มุมปาก น้ำตาใส  ๆ  เอ่อขึ้นมาในดวงตาตี่ ก่อนจะซึมหายไป มือบางตวัดขึ้นโอบกอดร่างสูงเหนือกายเอาไว้
อะไรจะเกิดมันก็จะต้องเกิด เขาอยากบอกชานซองเช่นนี้แต่ก็อย่าเลยดีกว่า ปล่อยให้คืนนี้จะมีเพียงความสุขที่อยู่กับเราดีกว่า
“อืม ทำในสิ่งที่นายต้องการเถอะ อย่ามัวแต่ใส่ใจฉันเลย”กระซิบบอกเสียพร่า เมื่อส่วนแข็งที่ดุนดันหน้าขาตัวเองอยู่ไม่ได้รับความสนใจเพราะเจ้าของมันกำลังสนใจแต่การปรนเปรอสัมผัสวาบหวามให้แก่เขาในตอนนี้ อารมณ์ในตัวของจุนโฮกำลังพุ่งสูงขึ้นมากและเขาก็เชื่อว่าชานซองเองก็สูงขึ้นมากไม่แพ้กัน

“ฉันอยากให้นายพร้อมที่สุดก่อน”ชานซองเอ่ยบอกตามจริง ชักนิ้วสองนิ้วที่เข้าไปสำรวจในช่องทางผนังนุ่มแล้วออกมา ก่อนที่หมายจะเพิ่มจำนวนนิ้วขึ้นให้จุนโฮผ่อนคลายและเตรียมพร้อมมากที่สุด
“ฉันพร้อมแล้ว”เอ่ยบอกแล้วยืนยันทันทีด้วยการผลักร่างสูงให้เบี่ยงลงไปอีกฝั่งแล้วใช้ร่างกายกับสายตายั่วยวนในการตัดกำลังของชานซองจนตัวเองปีนขึ้นมาด้านบนได้ จุนโฮใช้ดวงตาเรียวที่หยาดเยิ้มสะกดชานซองเอาไว้แล้วใช้ตัวบางอวบแสนยั่วยวนใจถูไถไปกับกายแกร่งจนมาถึงส่วนที่พร้อมจะสนุกสนานกับร่างกายนี้เต็มทีแล้ว
“เรามาใช้เวลาให้คุ้มค่าเถอะชานซอง”วาดยิ้มก่อนจะคว้าเอาส่วนแข็งขืนจ่อที่ความต้องการของตัวเอง
“อ๊ะ ฮึก”เสียงครางเพราะความเสียวซ่านและเจ็บปวดดังออกมาทันทีแต่จุนโฮก็ไม่หยุดขยับตัวบดขยี้ลงไปจนเก็บกลืนส่วนแข็งขืนทั้งหมดของชานซองไว้ได้ด้วยตัวเอง น้ำตาหยดใสไหลมาเต็มแก้มขาว แต่ชานซองไม่แม้จะเอื้อมมาสัมผัสเช็ดให้เพราะดวงตากำลังจ้องมองกับสิ่งที่ตัวเองกำลังมองเห็นเต็มสายตา
บางทีเขาอาจจะมีความสุขมากจนฝันไป ..หรือนี่จะเป็นแค่ฝันไม่ใช่เรื่องจริง จริง  ๆ กันนะ ในเมื่อสิ่งที่เขาเห็นนั้นคือ ..ปีก ปีกสีดำที่ดูเหมือนจริงอย่างมากแม้กับขนทุกเส้นที่ประกอบเป็นปีกนั้น ปีกที่ออกจากจากหลังของจุนโฮ
เขาต้องฝันแน่  ๆ  เลย
“จุนโฮตบฉันที”ชานซองเอ่ยบอกราวกับละเมอ จุนโฮจึงเอะใจฝืนร่างกายที่กำลังต้องการของตัวเองไปมองด้านหลัง อย่างที่คาดเอาไว้เลยว่าปีกของตัวเองต้องสยายออกมา
ที่จริงแล้วเขาควรจะต้องร่ายเวทมนต์ล้างความจำ สาปหรือไม่ก็ฆ่าชานซองทิ้งซะที่มาเห็นปีกที่เป็นความลับของเขา แต่เขาจะไม่ทำ เพราะเขารู้ดีว่าหากชานซองตายเขาคงอยู่ไม่ได้ หรือถ้าชานซองจดจำเขาไม่ได้ เขาเองก็คงเจ็บปวดมากเช่นกัน หากแต่เพื่อชานซองบางทีเขาอาจจำเป็นที่จะต้องปล่อยให้ชานซองลืม

“มองแต่หน้าฉัน แล้วทำให้ร้องครางดังจนนายไม่มีเวลาจะสนใจอะไร”จุนโฮจับใบหน้าของชานซองให้มองที่ตน แม้จะไม่ใช่เวทมนต์สักเพียงนิดแต่ชานซองก็ทำตามอย่างง่ายดาย มือใหญ่คว้าใบหน้าขาวเข้ามาใกล้ก่อนที่มอบรสจูบร้อนแรงพร้อมส่วนล่างที่เริ่มขยับจนตัวจุนโฮสั่นสะท้านเพราะความต้องการ

“อ๊ อ๊า ชาน …ชานซอง”เสียงครางหวีดหวิวดังขึ้นอยู่ข้างหูจนชานซองไม่ได้สนใจสิ่งอื่นใดนอกจากกดจูบ ฟอนเฟ้นและเร่งเร้าร่างกายของจุนโฮด้วยร่างกายตัวเอง ไม่ได้สนใจแม้แต่ปีกสีดำที่ค่อน  ๆ  สลายหายไป ไม่ได้สนใจแม้แต่รอยสักรูปปีกสีดำกลางแผ่นหลังของจุนโฮที่เลือนสบายตามไปด้วยเช่นกัน
ไม่ได้สนใจสิ่งใดนอกจากร่างกายอวบขาวที่ตนกำลังตระครองกอดและสร้างความสุขสมในตอนนี้

“อืม  จุน จุนโฮ ..” ชานซองครางฮึมอย่างสุขสมพรางจับร่างบางให้นอนลงผืนเตียงเพื่อที่จะได้กำเนินกิจกกรมต่อไปในท่าทางที่เขาถนัดและมั่นใจว่าจะเรียกร้องเสียงครางจากจุนโฮได้ดังก้องที่สุด

“อ๊า ชาน ชานซอง ฉันไม่ไหวแล้ว”จุนโฮพร่ำบอกก่อนจะหวีดร้องออกมาเพราะเส้นทางของเขาถึงปลายจุดหมายแล้ว ช่องทางอ่อนนุ่มบีบรัดชานซองแน่นจนอดไม่ได้จะดำเนินกิจกรรมต่อไปอย่างกระหาย ยิ่งลิ้มลองก็ยิ่งต้องการจุนโฮ

“ฉัน ฉันก็ อาา นูนออ”ชานซองหอบหายใจเมื่อปลดปล่อยของเหลวขุ่นเข้าไปในร่างของจุนโฮ คนตาเรียวกระพริบดวงตาที่เรียวเล็กมองจ้องใบหน้าหล่อคมคายที่ชิ้นเหงื่อของชานซอง

“ชาน นายช่วยเรียกชื่อฉันหน่อยสิ”เอ่ยบอกเบาหวิว ชานซองเลิกคิ้วมองอย่างแปลกใจแต่ก็วาดยิ้มแล้วฝังมันลงไปกับแก้มนิ่ม

“ได้ยินชื่อตัวเองหรือยัง อี จุนโฮ”

“ไม่เอาชื่อนี้ได้ไหม”จุนโฮเอ่ยบอกชานซองขมวดคิ้วเล็ก  ๆ  แต่ก็อมยิ้มก่อนจะเอ่ยบอกชื่อที่เขาตั้งตามสร้อยคอของจุนโฮที่เจ้าตัวเคยเห็น สร้อยนั้นเป็นตัวเอ็นสองตัวหันหลังชนกัน เขาก็เลยเรียกจุนโฮว่านูนนอเสียเลย

“เอาชื่อนี้เหรอ นูนอจัง”พอเอ่ยบอกแล้วคนตาเล็กกับส่ายหน้าเสียนี่

“เรียกฉันว่า ..นันนารัน ได้ไหม”เอ่ยบอกแต่ละคำอย่างระมัดระวัง ชื่อจริงสำหรับเขาแล้วมันสำคัญหมายถึงการเชื่อมโยงกันถึงจิตวิญญาณ เพราะอย่างนี้ผู้ให้กำเนิดเขาถึงได้ตั้งชื่อบนโลกมนุษย์มาไว้ให้ผู้อื่นเรียกแทน

“หือ ..นันนารันเหรอ” นี่คือชื่อจากสร้อยคออันนั้นเหรอ ชื่อแปลกจังไม่เหมือนภาษาเกาหลีเลย หรือว่าจะญี่ปุ่น

“เรียกอีกได้ไหม”เสียงหวานร้องขอ น้ำตาใสซึมออกมาปนกับหยดเหงื่อทั่วใบหน้า

“ได้สิ นันนารันของฉัน”
อย่างน้อยในคืนนี้ก็ขอให้เขาได้เป็นเขาในอ้อมกอดของชานซองเถอะ
“ไม่ว่านายจะชื่อจุนโฮ หรือ นันนารัน แต่นายก็คือนูนอของฉัน คนคนเดียวที่ทำให้ฉันรู้ว่าความรักเป็นยังไง”ชานซองกระซิบบอกถ้อยประโยคที่หวานหูและชื่นฉ่ำหัวใจเสียเหลือเกิน พลางค่อย ๆ สอดแทรกความต้องการที่คุโชนเข้าไปในร่างกายของจุนโฮ
“ขอบคุณนะ ฮวาง ชานซอง”
“ยิ้มให้ฉันหน่อยสิ นันนารัน”เสียงทุ้มเอ่ยขอ จึงได้รับรอยยิ้มหวานให้เป็นรางวัล
“ฉันรักนายนะ นารัน จุนโฮ นูนอของฉัน”รอยยิ้มที่สว่างไสวมาพร้อมกับถ้อยคล้ายคำมั่นสัญญา จุนโฮกดวาดร้อยยิ้มที่แสนเสร้าบนริมฝีปาก มือบางวาดกอดซ่อนใบหน้าที่กำลังลุกร้อนด้วยไฟอารมณ์ไว้กับซอกคอของชานซองจนแน่น เป็นสัญญาณให้ชานซองพาร่างกายนี้เริงร่าในสัมผัสหวานเรื่อยไปจนกว่าจะถึงรุ่งอรุณใหม่
อย่ารักฉันเลยชานซอง อย่ารักฉันเลย อย่ามาทรมานไปกับฉันเลย
ปล่อยให้ฉันรักนายเพียงผู้เดียวปล่อยให้มีแต่ฉันที่ทรมานเถอะชานซอง

“พี่ซึลองเราไปหาพี่เจย์กับพี่แทคกันเถอะ”เสียงอ้อนพร้อมมือเล็กที่กำรอบแขนแกร่งแล้วออกแรงเขย่าเรียก ซึลองเงยหน้าจากนิตยสารเล่มสุดท้ายที่กำลังเพลิดเพลินขึ้นมามองหน้าของอูยอง ที่นั่งทำแก้มป่องตาแบ๊วอ้อนอยู่

“จะไปแล้วเหรอแล้วไม่รอขออนุญาตนิชคุณมันก่อนเหรอ เดี๋ยวพี่จะโดนถีบเข้าให้อีก”ปิดเล่มนิตยสารแล้วเอ่ยถึงคนที่ออกไปนานแล้วแต่ก็ยังไม่กลับมาสักที
“พี่พูดเรื่องอะไรอ่ะพี่ซึลอง”อูยองขมวดคิ้วแล้วกรอกตามองหน้าซึลอง
“เอ้า ก็เรื่องยอดดวงใจน้องยองไงจ๊ะ รู้ไหมไอ้คุณมันหวงเราจะตาย ถ้าไปไหนไม่บอกมันไว้ก่อนเนี่ย พี่น่ะซวยนะเรา”ลูบผมนิ่มอย่างใจดี อูยองส่ายหัวเล็กน้อยแล้วหันไปหยิบสมุดวาดภาพที่ตนวาดไว้ขึ้นมา หน้านั้นมีรูปผู้ชายคนนึงอยู่แต่อูยองก็เปิดมาหน้าแรกอย่างไม่สนใจนัก
“นี่ต่างหากยอดดวงใจของผม” จิ้มไปที่แจบอมแล้วก็แทคยอน ซึลองเงียบไปและจ้องคนตรงหน้าใหม่ด้วยสายตาที่

ตึงเครียดมากขึ้นเมื่อฟังอีกประโยคต่อมาจากกามเทพแก้มป่อง
“แล้วพี่พูดถึงใครผมไม่เข้าใจ”
“นิชคุณนี่ใครกันผมไม่เห็นจะรู้จักเลย”

 

.

.

.

tbc

 

เอาเวอร์ชั่นที่รีไรท์ ให้อ่านเข้าใจมากขึ้นแม้จะไม่ชอบอ่านแฟนตาซี (อย่างที่โบว์ชอบ)มาลงให้อ่านกันค่ะ

อ่อ รีไรท์แต่ยังไม่ได้ตรวจคำผิดนะคะ เวอร์ชั่นในเล่มนั้นจะตรวจคำผิดอีกครั้งค่ะ (ตอนนี้คนตรวจกำลังหัวฟมุนหับการตรวจ play back แย่ง อยู่)
เรื่องนี้เป็นเรื่องง่าย ๆ ออกแนวเบาสมองเนอะ (ใช่มะ ๕๕๕)
ตามสไตล์แฟนตาซีค่ะ ตัวละครจะเยอะมากกกกก ซึ่งยังไงก็ตามตัวหลัก ๆ ก็จะเป็นสมาชิกวง 2PM กับ 2AM เท่นั้นค่ะ ที่เหลือก็มาร่วมสนุกด้วยเฉย ๆ

เรื่องนี้โบว์กำลังจะเปิดรวมเล่มนะคะ ถ้าใครสนใจรอดูรายละเอียดได้ค่ะจะนำมาแจ้งแน่นอน
ตอนนี้แต่งถึงตอนสิบสองแล้ว ยังแต่งไม่จบเลย แต่เพราะจะรวมเล่มทุกเรื่องทีแต่ง ยังไงเรื่องนี้ก็ต้องจบค่ะ ^^ (จบได้แล้วเนอะ ตอนแรกเริ่มแต่งประมาณม.4 นี่ก็ปีสองละ ควรจบได้แล้ว)

ใครที่เข้ามาอ่าน เมนต์ให้กำลังใจกันได้นะคะ เพราะคอมเมนต์คือกำลังที่แสนสำคัญของคนแต่งค่ะ
ใครอยากได้รวมเล่มเรื่องนี้เก็บไว้ก็สั่งกันได้นะคะ

ติดตามข่าวสารและคุยกันได้ที่ @Bowwie0723 ค่ะ ^^

>>>จองฟิคจิ้มตรงนี้<<<

นี่คือหน้าตาของเจ้าชายแวมไพร์ซาร์ทีรอสนะคะ

Advertisements

1 คิดบน “[FIC]LOVE IS ALL AROUND ,RIGHT???!! [KW/CNN/TJ] #12

  1. เด็กด้งเป็นกามเทพที่ใสๆจริงๆ ไม่รู้ว่าตัวเองโดนทำอะไร เคืองพี่เค้าใช่ป่ะที่เล่นแรง
    กัดสั่งสอนเลยเนอะ คิคิ เรื่องเริ่มจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ตกลงว่าคุณนี่จะเป็นแวมไพร์ที่แข็งแกร่งที่สุดใช่ป่ะเนี่ย
    แต่ก็ดูเหมือนจะอันตรายกับกามเทพตัวน้อยนะ ถ้ายังควบคุมความต้องการของตัวเองไม่ได้
    ตัวละครเริ่มเผยตัวออกมาเรื่อยๆ และมีเพิ่มขึ้นมาอีกเยอะเลย ชานนูนอที่ก็นะ จะเป็นความรักต่างเผ่าพันธ์อีกคู่สินะ

Leave a Comment

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s