[FIC 2PM]CAN YOU LOVE ME {KW-TJ-CH-M} #12

[FIC] [Can you love me] …ยังไงก็รักเธอ….
Chapter : # 12 What should I do อุ่นไอในความเหน็บหนาว
Couple : แทคเจย์/คุณด้ง/ชานโฮ/ ซู??
Rate : PG-16


What should I do อุ่นไอในความเหน็บหนาว

“มาเช้าจังนะวันนี้” เสียงเอ่ยทักทำให้อูยองสะดุ้งหันมามองเพื่อนและหุ้นส่วนร่วมร้าน OneDay ที่เขากำลังเช็ดถูกโต๊ะอยู่ ด้วยรอยยิ้มบางๆ
..สติ และสมาธิของเขามันคงไหลออกมารวมกับน้ำตาไปตั้งแต่เมื่อวานแล้วล่ะ..

“แล้วนี่ไม่ต้องไปเป็นเลขาคุณนิชคุณเหรอวันนี้”เพื่อนตัวสูงกว่าเดินเข้ามาใกล้ มือขยี้ผมเพื่อนแก้มป่องที่ยังทำหน้าเศร้าเบาๆ อย่างเป็นห่วง แต่สายตาก็อดเหลืบมองรอยแดงบนต้นคอของเพื่อนที่โผล่ออกมาจากคอเสื้อไม่ได้

“วันนี้ฉันลาหยุดน่ะ”อูยองเงยหน้าขึ้นมาตอบพยายามยิ้มหวานที่สุด แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ช่วยอะไรเลย เพราะมันเป็นรอยยิ้มที่เสแสร้งที่สุด

“อืม”การเป็นเพื่อนกับอูยองมานานสอนให้เขารู้ว่าบางทีความเงียบก็เป็นบรรยากาศที่ดีที่สุดที่จะเยียวยาบาดแผลในใจของเพื่อนได้

อูยองยังคงเดินเช็ดถูโต๊ะไปมาอย่างใจลอย ตาอูมทอดสายตาเศร้ามองอย่างเลื่อนลอย ..ให้กับคำถามที่ไม่มีวันได้คำตอบ

“..อูยอง นายมาแต่เช้านี่เจอ ใคร บ้างหรือยัง”เสียงถามถึงใครของเพื่อนรักที่ดังมาจากด้านหลัง ทำให้อูยองเผลอยิ้มออกมาได้ใคร ของคนถามจะไปมีใครอีกล่ะ นอกจากปาท่องโก๋อีกขาที่ไม่รู้หายไปไหน

..ก็แปลกดีเพราะปกติที่ไหนมีจุนโฮก็ต้องมีชานซอง และที่ไหนมีชานซองก็ต้องมีจุนโฮ …แต่คราวนี้เขากับเห็นมาแค่คนเดียว

“ไม่เจอใครเลยนี่ ตั้งแต่ฉันมา ก็เจอนายนี่แหละที่มาร้านเป็นคนที่สอง”คำตอบของจางอูยองที่พูดด้วยน้ำ เสียงออกตลก กับเรียกสายตาม่นและคิ้วที่ขมวดอย่างเป็นกังวลจากคนถาม จนอูยองเองอดจะรู้สึกแปลกและเดินเข้ามาถามใกล้ๆอย่างเป็นห่วงไม่ได้

“มีอะไรเหรอ ชาน”อูยองสบตาคมโตที่ว้าวุ้นใจของเพื่อนตรงหน้าอย่างเป็นกังวลแทน

“ปกติ จุนโฮไม่เคยมาทำงานสาย แล้วนี่ทำไมยังไม่มา หรือว่าจะยังอยู่ที่คอนโด ..เป็นอะไรหรือเปล่านะ”เสียงอุบอิบอย่างเป็นกังวลของชานซองทำให้อูยองขมวด คิ้วบ้าง

“แล้วนายไม่ได้มาจากคอนโดเหรอ ชาน” คำถามของอูยองทำให้ชานซองอึกอักทันที อูยองก็พอเข้าใจได้แล้วล่ะว่าเมื่อคืนชานซองคงไม่ได้กลับไปนอนที่ห้องพักตัวเองแน่นอน

“งั้นนายไปดูหน่อยแล้วกัน ชาน ..เพื่อจะมีอะไร”อูยองพูดอย่างเป็นห่วง ตบเบาๆที่แผ่นหลังของเพื่อนเหมือนกระตุ้น

“งั้นฝากนายดูร้านก่อนนะอูยอง เดี๋ยวฉันมา”ชานซองพูดรัววางผ้ากันเปลื้อนลงบนเคาเตอร์ที่ยืนประจำอยู่แล้วรีบวิ่งออกจากร้านไปทันที

อูยองมองตามหลังของชานซองไป ได้แต่ถอนหายใจและส่ายหัวเบาๆ ..พวกปากแข็งนี่น่าเบื่อจังเลย อยู่ใกล้กันขนาดนั้นแท้ๆ ไม่รู้จักบอกรักไปซักที ทำไมเขาจะไม่รู้ล่ะว่าชานซองคิดยังไงกับจุนโฮ แล้วคิดมานานแค่ไหนแล้ว อย่าว่าแต่เขาเลย ใครๆก็ดูออกทั้งนั้นแหละว่าชานซองแอบชอบจุนโฮอยู่ ถ้าใครไม่รู้ไม่โง่ก็คงบ้า

..แต่ก็มีอยู่คนนึง ที่ไม่โง่ ไม่บ้า แต่ว่าไม่รู้

…อี จุนโฮนั่นล่ะ บื้อชะมัด..

~จุล ซู อิซ นึน เก อี โน แร บัก เก ออบ ดา คา จิน กอ รา กน อี มก โซ รี บัก เก ออบ ดา ~
เบอร์ที่โชว์อยู่บนหน้าจอ ทำใหอูยองกลืนน้ำลายลงคอเบา สูดลมหายใจลึกๆหนึ่งที ก่อนที่จะกดรับ

“ฮัล โหลครับพี่คุณ …ผมไม่ได้โดดงานซักหน่อยนี่ครับ…ผมไม่ได้หนีนะครับ..ก็แค่ตื่นเช้ากว่า ..ก็พี่คุณหลับสบายอยู่นี่ครับ ผมไม่อยากกวน”อูยองตอบคำถามที่นิชคุณรัวถามอย่างช้าๆ พยายามพูด ให้ติดตลกเข้าไว้ เสียงใสๆเข้าไว้ แต่ดูจะไม่ค่อยได้ผลนัก เพราะยิ่งพูดเสียงก็ยิ่งสั่น อูยองเงยหน้ามองนาฬิกาสองเรือนบนผนัง มันต่างชี้เวลาตรงกันว่าตอนนี้เป็นเวลา 2โมงเช้า ..พี่คุณคงพึ่งตื่นมาไม่เจอเขา ก็เลยรีบโทรมาตามนั่นล่ะ

“พี่คุณพึ่งตื่นใช่ไหมครับ ..อย่ารีบไปทำงานจนลืมทานอาหารเช้าที่ผมทำไว้ให้นะครับ”เสียงอั้มๆแซว จากปลายสายทำให้อูยองหลุดรอยยิ้มจางๆออกมา

“แค่นี้นะครับ ..ครับเจอกันเย็นนี้” ชานซองก็แค่ปากหนัก ส่วนจุนโฮก็แค่ซื่อบื้อ ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่นก่อนเอ่ยประโยคที่มันไม่ใช่เพื่อเขาเอาซะเลยออกไป

“..ผมรักพี่คุณนะครับ” มันเทียบเท่ากับเขาไม่ได้ซักนิด

…ชู้…

………………

“อือ~~~” แทคยอนเอ่ยคางเบาๆพลางบิดตัวและยืดแขนออกไปอย่างเมื่อยตัว นอนโซฟามาทั้งคืนไม่เมื่อยบ้างได้ยังไง

“โอ๊ย!”มือที่ยืดออกไปโดนสิ่งกีดขวางข้างๆชักกลับทันทีเมื่อรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดที่แล่นผ่านจากมือที่ยังคงมีเลือดแห้งกรังติดอยู่

แทคยอนมองมือตัวเองที่เกอะกรังอย่างสมเพสตัวเอง ตาคมเหลือบจ้องรอยบุบบนโต๊ะไม้ที่เขาสร้างขึ้นเมื่อคืน รอยยิ้มเย้ยหยันสมเพสตัวเองปรากฏขึ้นอีกครั้ง

“ไอ้โง่ ..แทคยอน”แทคยอนยิ้มแค่นพลางกล่าวชมตัวเอง ก่อนจะยันตัวลุกขึ้นทำให้ผ้าห่มผืนอุ่นล่วงไปกองอยู่บนพื้น

แทคยอนมองผ้าห่มบนพื้นอย่างแปลกใจ ลูบคลำบนอกเปือยเปล่าของตัวเอง ..ถึงว่าสิเมื่อคืนไม่ได้ใส่เสื้อทำไมถึงได้อุ่นนัก
แทคยอนก้มลงหยิบผ้าห่มบนพื้นขึ้นมาดูรอยยิ้มบางๆอดจะปรากฏออกมาไม่ได้

..ก็ห้องนี้มี อยู่แค่สองคน แล้วใครล่ะจะเอามาห่มให้เขา..

แทคยอนหันไปมองประตูห้องนอน พยายามสั่งหัวใจตัวเองให้สงบที่สุด

.”เขาก็แค่กลัวแกมาหนาวตายน่าแทคยอน แค่สงสารเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเท่านั้นล่ะ”แทคยอนพึมพำกับตัวเอง ให้รับรู้เหตุผลอันแท้จริงของโลกใบนี้ ..ว่าแจบอมไม่ใช่มารร้ายที่จะปล่อยเขานอนหนาวตายไม่ใส่เสื้อกลางราตรีอัน หนาวเหน็บก็เพียงแค่นั้น แต่ก็อดจะยิ้มให้ตัวเองอีกครั้งไม่ได้

แทคยอนรวบผ้าในมือขึ้นมาถือไว้ ขาทั้งสองข้างก้าวมาหน้านอนแล้วเปิดเข้าไปอย่างช้าๆ  แทคยอนแง้มเปิดประตูเงียบเชียบเดินเข้ามาอย่างแผ่วเบา ตาคู่คมจับมองอยู่บนเตียงนอน รอยยิ้มบางอดลอบส่งออกมาอีกครั้งไม่ได้เมื่อแทคยอนมองดูคนตัวเล็กที่นอนหลับ ตาอยู่บนเตียงนอน..อย่างเป็นสุข

….แตกต่างกับตอนตื่นมาเจอเขาลิบลับ

แทคยอนถอนหายใจเบาๆ มองดวงหน้าขาวที่หลับตาพริ้มอยู่ มือหนาไล้เบาๆบนแก้มใส ตาคมมองดูเชิ้ตสีฟ้าอ่อนที่แจบอมสวมใส่ ข้างๆมีซากเสื้อนอนสีขาวที่ถูกฉีกเป็นรอยกองอยู่

..อย่างน้อยก็ยอมใส่เสื้อ ก็ยังดีที่ไม่รังเกียจเสื้อของเขา..

แทคยอนมองดูผ้าห่มผืนบางๆที่ห่มอยู่ครึ่งๆกลางๆบนตัวแจบอม
..เพราะว่าเอาผ้าห่มมาให้เขาสินะ ถึงได้เอาผ้าห่มผืนบางๆนี้มาห่มแทน…

แทคยอนส่ายหน้าไม่ชอบใจทั้งๆที่ปากนั้นกำลังยิ้มกว้าง คลี่ผ้าห่มผืนหนาที่เอาเข้ามาด้วยออกแล้วห่มคลุมลงไปให้แจบอมเบามือ
แจบอมขยับตัวเบาๆและยิ้มบางๆทันทีที่ได้รับความอบอุ่นเพิ่มขึ้น
แทคยอนมองนั่งนิ่ง พิศดูหน้าของแจบอมอีกครั้ง นานพอจนตาคมลอบเห็นบางอย่างที่ผิดปกติตามแผงอกที่เผยออกมาจากคอเสื้อที่ลึก เกินปกติเพราะขนาดตัว

…รอยแดงๆนั่นคืออะไร…

แทคยอนขมวดคิ้ว พยายามคิดไปว่าเมื่อคืนตอนที่แจบอมฉีกเสื้อนั้นมีรอยแดงนี้อยู่ก่อนแล้วหรือเปล่า

..แต่คิดเท่าไหร่ก็ไม่ออก…

แต่นั่นล่ะ มันจะต่างอะไรกันล่ะ ในเมื่อรอยแดงนี้ยังไงเขาก็ไม่ใช่คนสร้างอยู่แล้ว

“..รอย ของ อี จุนโฮ งั้นสินะ”รอยยิ้มเป็นสุขที่ควบคุมไม่ได้เมื่อครู่ เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันอีกครั้ง เย้ยหยันให้ความโง่ งี่เง่าของตัวเอง
แทคยอนขบกรามแน่น เงยหน้าเกลือกตาขึ้นฟ้าอย่างสมเพศตัวเอง ..โง่ชะมัดที่ไปคิดดีใจกับความใจดีเล็กๆน้อยพรรค์นั้น

…แจบอม เขาจะมาใยดีนายได้ไงล่ะ อค แทคยอน ในเมื่อเขามีอี จุนโฮอยู่ทั้งคนแล้วนี่..

“พัค แจบอม นายมัน….” ..ใจร้าย

เสี่ยง ที่อัดแน่นด้วยความขมขื่น และปวดร้าวดังถี่ต่ำขึ้นเบาๆ แทคยอนปาดน้ำตาที่ไหลออกมาจากตาคู่คมอย่างแรงก่อนที่มันจะไหลลงมาถึงปลายคาง ยิ้มหยันสมเพสให้แก่ตัวเองอีกครั้ง ลุกขึ้นพาตัวและหัวใจอันบอบช้ำ เดินตรงไปที่ประตู

…หรือฉันควรจะปล่อยนายไปซักทีนะ พัค แจบอม…

แทคยอนเช็ดน้ำตาที่กำลังไหลแรงอีกครั้งๆ ให้กับความโง่เขลาของตัวเอง ฝ่ามือดันปิดประตูห้องอย่างแผ่วเบา…ถ้าหากเขาดูรอยแดงนั้นดีๆอีกซักครั้ง เขาคงจะพอรับรู้ได้ว่านั่นไม่ใช่รอยแดงที่เกิดจากริมฝีปากอย่าง คิสมาส หากแต่มันเป็นรอยแดงที่เกิดจากความเกลียดชังจากฝ่ามือ ฝ่ามือของพัค แจบอม

” …น่ารังเกียจสินะ”แจบอมเปิดดวงตาที่ชุมชื้นไปด้วยหยาดน้ำร้อน มือขาวบางปาดเช็ดน้ำตาร้อนที่ไหลทะลักออกมา ริมฝีปากอิ่มเม้มเเน่น ยันตัวขึ้นนั่งจ้องมองประตูที่ปิดลงไป

เขาตื่นตั้งแต่ที่ผ้าห่มคลุมร่างแล้ว เพียงแต่ยังไม่ลืมตาขึ้นมาเท่านั้น แต่ประสาทสัมผัสทั้งหมดของเขายังคงใช้การได้ดี ทำไมเขาจะไม่ได้ยินที่แทคยอนเอ่ยพูดนั้นล่ะ

“พัค แจบอม นายมัน….” 
…” ฉันมันน่ารังเกียจสินะ”แจบอมปาดน้ำตาที่ไหลรินออกมาอีกครั้ง ตาคู่เฉี่ยวคมอดจะกรอกไปมาแล้วยิ้มสมเพสๆให้กับตัวเองไม่ได้

“ฉันมันก็แค่ของเล่นต่ำค่านี่น่า ไม่น่าลืมเลย”ริมฝีปากชมพูเม้มแน่น มือบางทั้งสองกำแน่น แม้จะรับรู้ถึงความเจ็บช้ำของการกัดมือตัวเองเมื่อคืนแต่แจบอมยังคงกำมือ แน่นดูราวไม่รู้สึกอะไร แจบอมกำเรียวมือตัวเองแน่นขึ้นๆ ความเจ็บแปลปแผลสะท้านไปทั้งฝ่ามือ หากไม่เทียบเท่าความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านไปทั้งหัวใจ น้ำร้อนยังคงไหลอย่างต่อเนื่องออกจากดวงตาทั้งสอง ดวงตาพล่ามัวจากน้ำตา มองประตูตรงหน้าอีกครั้ง

“หรือฉันควรจะตัดใจจากนายเสียที อค แทคยอน”
……………
“จุนโฮ จุนโฮ”ชานซองเอ่ยเรียกหาจุนโฮทันทีที่เขาเปิดประตูเข้าไปในห้อง แสงสว่างจ้าของไฟกลางห้องที่ถูกเปิดไว้ เป็นเครื่องหมายบอกว่ามีคนอยู่ในห้อง ชานซองถอนายใจอย่างโล่งอกเบาๆ แต่ก็ยังวางใจไม่ได้ เพราะยังไม่เจอตัวจุนโฮ

“จุนโฮนายอยู่ไหนเหรอ นี่ฉันชานซองนะ”ชานซองเอ่ยเรียกหาจุนโฮ ขายาวเดินก้าวเข้าไปในครัวแต่ก็ไม่เห็นใคร
ริมฝีปากแดงเม้มแน่น ..จุนโฮไปไหน ตาคมมองที่ประตูห้องนอน

“ยังไม่ตื่นเหรอ” ..บ้าน่า จุนโฮเนี่ยนะจะตื่นสายขนาดนี้
แต่ยังไงชานซองก็รีบเดินไปเปิดประตูห้องนอนทันที กราดสายตามองจนทั่วก็ไม่เห็นใคร พบเพียงเตียงว่างเปล่าเท่านั้น

“จุนโฮ นายอยู่ไหนเนี่ยจุนโฮ อย่าเล่นแบบนี้นะ นายอยู่ไหน”ชานซองตะโกนเรียกอย่างร้อนใจ ตาโตกราดมองไปทั่ว

“นายอยู่ในห้องน้ำเหรอ จุนโฮ”ชานซองเอ่ยถามทันทีที่ได้ยินเสียงน้ำจอกแจ่กไหลนองลงบนพื้น แต่กลับไม่มีคำตอบ

“จุนโฮนายอยู่ในนั้นหรือเปล่า ถ้านายไม่ตอบฉันจะเข้าไปแล้วนะ”เมื่อได้ความเงียบเป็นคำตอบ ชานซองรีบเดินไปเปิดประตูห้องน้ำออกทันที

“จุน โฮ!!”ชานซองตาโตค้างรีบถลาเข้าไปที่อ่างน้ำทันที ร่างซีดเซียวของจุนโฮนอนแช่อยู่ในน้ำที่ไร้ซึ่งคราบฟองใดๆ บ่งบอกได้ว่าร่างบางนี้แช่ตัวอยู่ในน้ำมานานแค่ไหน
ชานซองจับช้อนร่างบางขึ้นจากน้ำทันที สัมผัสแรกที่โดนตัวจุนโฮนั้นเย็่นมากเย็นเยียบ ..ผิดกับใจของชานซองตอนนี้ที่อัดแน่นเต็มไปด้วยความร้อนลุ่มและเป็นห่วง

“นายได้ยินฉันไหมจุนโฮ นายได้ยินฉันไหม จุนโฮลืมตาสิจุนโฮ ลืมตาสิ”ชานซองเขย่าตัวซีดขาวของจุนโฮไปมา มือหนาโอบกอดให้ไออุ่นกับร่างบาง

“ลืมตาสิลืมตาจุนโฮ ลืมตา”ชานซองเย่าตัวจุนโฮไปมา มือหนาตบลงบนแก้มข้ามซีดแรงๆหวังว่าอย่างน้อยจะเรียกเลือดฝาดขึ้นมาได้บ้าง

“ห …ห….หน …า…ว”เสียงแผ่วๆของจุนโฮทำให้ชานซองยิ้มออกมาอย่างดีใจ น้ำตาร้อนแห่งความปิติไหลออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่

“หนาว เหรอจุนโฮ นายหนาวเหรอ หนาว หนาว หนาวใช่ไหม”ชานซองพูดรัวอย่างดีใจรีบอุ้มตัวจุนโฮที่ยังคงซีดและหลับตาอยู่ มาวางลงบนพื้นเตียงนุ่มทันที มือหนารีบเอาผ้าห่มห่อตัวจุนโฮอย่างรวดเร็ว ก่อนจะรีบวิ่งไปที่ตู้เสื้อผ้าของจุนโฮ ตาคมไม่ได้เลือกอะไรมาก กวาดหยิบเสื้อผ้าที่ดูตัวหนาๆออกมาจากตู้จุนโฮหลายชุด

“ฉัน อยู่ตรงนี้แล้วนะจุนโฮ ฉันอยู่ตรงนี้แล้ว”ชานซองพูดพึมพำไปมาเบาๆ มือก็จับเสื้อตัวหนาใส่ให้จุนโฮซ้อนทับกันสองสามตัว ส่วนด้านล่างชานซองก็เอากางเกงผ้าฝ้ายสีเทาของตัวเองสวมให้จุนโฮลวกๆ แม้จะหลวมไปซักหน่อยก็ยังดีกว่ากางเกงของจุนโฮ

..ก็กางเกงของจุนโฮนั้น ถ้าไม่สั้นก็ใส่ยาก เอากางเกงเขานี่ล่ะดีที่สุดแล้ว

“ยังหนาวอยู่ไหม”ชานซองเอ่ยถามจุนโฮที่ยังคงหลับตาและตัวซีดเผือดเหมือนเดิม ที่พยักหน้าเบาๆว่าตัวเองยังคงหนาวอยู่ ชานซองขยุ้มหัวตัวเองดึงแรงๆอย่าคิดหนักถ้าเมื่อคืนเขากลับมาจุนโฮคงไม่เป็น แบบนี้หรอก บ้าเอ๊ย!

ใจที่เต้นร้อนผ่าวอย่างเป็นกังวลสั่งให้ขารีบลุกขึ้นไปปรับฮิตเตอร์ให้อุ่น ขึ้น และเดินไปหยิบอ่างใส่น้ำร้อนและผ้าเช็ดตัวมาเช็ดตัวให้จุนโฮทันที

“นายไม่เป็นไรนะจุนโฮ นายไม่เป็นอะไรแล้วนะ”ชานซองลูบเช็ดผ้าที่ชุ่มไปด้วยน้ำร้อนไปตามใบหน้าและซอกคอของจุนโฮเบาๆ
สักพักตัวของจุนโฮก็เริ้มมีสีเลือดขึ้นบ้างชานซองยิ้มออกมาอย่างดีใจ เช็ดซับต่อไปเรื่อยๆจนจุนโฮเริ่มได้สติ

“จุนโฮ นายไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไรนะ”ชานซองวางผ้าในมือลงทันที ร่างหนาขยับขึ้นมานั่งบนเตียงโอบกอดรอบตัวบางที่ลืมตาขี้นเล็กน้อยแน่น จุนโฮที่สัมผัสได้ถึงความอุ่นของอ้อมกอดรอบตัว ขยับมือเรียวขึ้นมาเบาๆ ชานซองรีบคว้ามือทั้งสองของจุนโฮขึ้นมาถูกันไปมาและกุมมันแน่น เผื่อว่าความอบอุ่นจะแทรกซึมเข้าไปบ้าง

” จ…จ..เจย์”เสียงพึมพำเอ่ยชื่อแจบอมดังออกมาเบาๆจากปากของจุนโฮ ทำให้เขาได้รับความร้อนเพิ่มอีกอย่าง
น้ำใสร้อนๆที่ไหลอกมาจากตาของ ฮวางชานซอง หยดลงบนแก้มขาวซีดของอี จุนโฮ

..แม้แต่ตอนนี้นายก็คิดถึงพี่เขางั้นสินะ ทั้งๆที่ฉันอยู่ข้างๆนายแท้ๆ…

“ไม่ใช่พี่เจย์หรอกจุนโฮ ฉันเอง ….ชานซอง”ชานซองพูดเบาๆ แม้จะเจ็บปวดหัวใจแค่ไหนเขาก็ไม่คลายกอดออกจากจุนโฮแม้แต่นิดเดียว เขายังคงโอบกอดจุนโฮแน่นเหมือนเดิม

“ช…. ช….ชานซอง”จุนโฮลืมตามองคนตรงหนา ริมฝีปากที่ยังคงซีดสั่นเอ่ยเรียกชื่อคนที่โอบกอดเขาอยู่เบาๆ

“อะไรจุนโฮ นายจะเอาอะไรเหรอจุนโฮ”ชานซองกระชับกอดจุนโฮแน่นขึ้น จับร่างบางให้เอนนอนในอ้อมแขนถนัดขึ้น

” ช.. ..ช….ชานซอง พ..พี่เจย์”จุนโฮเอ่ยสั่นมือเรียวซีดยกขึ้นเเตะริมฝีปากชานซอง ที่พยายามกลั้นน้ำตาและสะกดกลั้นจิตใจบ้าๆอีกครั้งเมื่อได้ยินชือที่เรียก ต่อจากชื่อเขา ..พี่เจย์..

“จ.. จ.. จู จ..จูบ”จุนโฮพูดแผ่วเบา นิ้วที่วางอยู่บนริมฝีปากชานซองกดลงไปเบาๆ ชานซองมองหน้าจุนโฮอย่างงๆ ก่อนที่จะเข้าใจได้ว่าจุนโฮคงหนาวอาจจะต้องการความอบอุ่นจากริมฝีปากของเขา ก็ได้

“นายหนาวงั้นเหรอจุนโฮ”ชานซองก้มลงถาม จุนโฮพยักหน้าเบาๆ เขาหนาวจริงๆนั่นล่ะ แต่เขาต้องหาคำตอบที่ค้างคาอยู่ให้ได้เสียก่อน

“จ…จ..จูบ พ..พี่..จ..เจย์” ไม่รู้สึกเหมือนจูบนาย จุนโฮพูดต่อเบาๆเเต่เสียงยังคงสั่นเกินไปที่จะพูดได้จบประโยค

หากแต่ชานซองได้ฟังเท่านี้ก็เข้าใจดีพอแล้ว ..จูบพี่เจย์.. จุนโฮคงไปจูบพี่เจย์มาแล้วสินะ เขาจะไปมีค่าอะไร มากกว่าจูบของเพื่อน มากกว่าจูบผ่านๆ มากกว่าจูบคลายหนาวล่ะ

“จูบ”จุนโฮยกมือ แตะที่ริมฝีปากตัวเอง ชานซองที่รับรู้เพียงว่าจุนโฮยังคงต้องการไออุ่น ก้มหน้าลงไปประทับริมฝีปากลงบนกลีบปากซีดของจุนโฮ ลิ้นร้อนชื้นล้วงล้ำเข้าไปในโพรงปากของจุนโฮหวังเพียงว่าความอบอุ่นจะเข้าไป ในนั้นบ้างเท่านั้น ก่อนที่มันจะลากวนทิ้งความร้อนไปทั่วปาก มือของจุนโฮเอื้อมขึ้นคล้องคอชานซองเบาๆ ชานซองกระชับมือแน่นดันร่างจุนโฮเข้ามาใกล้ขึ้นเพราะคิดว่าจุนโฮคงยัง หนาวอยู่จึงเอื้อมมาจับรั้งคอตัวเองไว้

ลิ้นร้อนของ ชานซองในโพลงปากของจุนโฮ กวาดไล้ดุนลิ้นของจุนโฮไปมา ก่อนจะดูดลิ้นชื้นเบาๆเพื่อหวังเพียงให้ความร้อนแพร่ไปทั่วริมฝีปากเท่านั้น แต่นั่นทำให้มือของจุนโฮที่โอบรอบคอชานซองกระชับโอบกอดแน่นมากขึ้น ผ่านไปซักครู่จากจูบที่ต้องการให้อุ่นไอ กลายเป็นจูบที่ไล้ดุนกันไปมาของทั้งสองลิ้นและสองริมฝีปากลื่นไหลและตอบรับ กันจนเสียงครางอือดังขึ้นเบาๆเป็นระยะ ได้อย่างไรก็ไม่รู้

จุนโฮที่หน้าซีดหนาว ตอนนี้กลับร้อนผ่าวและมีเลือดฝาดจนแดงกร่ำ

“นายยังหนาวอยู่ไหม จุนโฮ”ชานซองเอ่ยสบตากับจุนโฮอย่างเป็นห่วงในขณะที่ตัวเองและจุนโฮต่างหายใจแรงเพราะการให้ไออุ่นเมื่อครู่

“ก็…อุ่น ขึ้นบ้างแล้วล่ะ”เสียงที่หายสั่นเทาเอ่ยบอกแผ่วเบา จุนโฮที่บัดนี้หน้าร้อนแดงและริมฝีปากแดงก็เจ่อร้อนเพียงพอที่จะให้ความ อบอุ่นหมุนเวียนไปทั่วร่าง ยิ้มบางๆ แต่สดใสเปล่งประกายให้กับชานซอง ที่ยิ้มตอบกลับอย่างรู้สึกดีใจที่จุนโฮมีอาการดีขึ้น แต่ก็เป็นรอยยิ้มที่แสนเจื่อนจืดเมื่อหัวใจอดเอ่ยถามไม่ได้

….รอยยิ้มนี้จะเป็นแค่ของเขา ไม่ใช่ของพี่เจย์บ้างได้ไหม…

….จะมีโอกาสบ้างไหม
..สำหรับเพื่อนคนนี้….

……….

.
.

TBC

เรื่องนี้เปิดรวมเล่มแล้วนะคะ

ใครอยากได้หรืออยากดูรายละเอียด ราคา หน้าปก และต่างๆ

>>จิ้มตรงนี้ค่ะ<<

 

แล้วก็เรื่องPA/PB และเรื่องสั้น con-sum โบว์ยังมีเหลืออยู่นะคะเป็นพร้อมส่ง

>>จิ้มดูตรงนี้ได้เช่นกันค่ะ<<

Advertisements

Leave a Comment

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s