[HBD SF- KW] ของขวัญวันเกิด {Woo’spart} 1/3

Title: ของขวัญวันเกิด{ฟิควันเกิด}
Couple: Khunwoo {Woo’spart}
Writer: LoveMe

ของขวัญวันเกิด

สิ่งที่เจ็บปวดยิ่งกว่าการที่รู้ว่าเธอไม่รักกันอีกแล้ว คือการที่เธอยังคงบอกว่ารัก  ..ทั้งๆที่หมดใจ

กับทุกสิ่งที่ผมพานพบ
กับทุกสิ่งที่ผมสุญเสีย
กับทุกสิ่งที่ผมได้มา

..เมื่อเปรียบกันดู  มันเทียบอะไรกันไม่ได้เลย

ระยะทางระหว่างเรา ผมไม่รู้ว่ามันหดลงจนสั้นกุดยากจะก้าวเท้าเดินต่อไปตั้งแต่เมื่อไหร่  ..บางทีอาจจะตั้งแต่

ที่ผมเริ่มรู้สึกว่าผมเริ่มอิจฉาใครบางคนที่เข้ามาใกล้ชิดเขา …มากเกินไป

“เอาล่ะนะของขวัญชิ้นที่4  ..จากใครหนอ”เสียงครื้นเครงรื่นเริงในงานเลี้ยงวันเกิดของเจ้าของวันเกิดกำลังกึกก้องด้วยเสียงโห่เชียร์กับของขวัญชิ้นสวยที่ถูกห่ออย่างสวยงาม พอๆกับใบหน้าของคนที่นำมาให้ ชายหนุ่มเจ้าของวันเกิดคลี่ยิ้มชวนมองเล็กๆให้กับคนที่ยื่นของขวัญให้ ท่ามกลางเสียงเชียร์จากเพื่อนรอบทิศทางที่ลุ้นของขวัญจากคนตรงหน้าว่าจะมอบอะไรให้แก่เจ้าของวันเกิด

“เฮ้ย!!  ไอ้คุณเปิดเลยๆ เปิดดูเลยว่าวิคเขาให้อะไรแกเปิดเลย”เสียงเชียร์ที่ดังกว่าใครก็เห็นจะไม่พ้นพี่ใหญ่ตัวเล็กอย่างปาร์ค แจบอมที่ลงทุนมาสังคยานาหอพักขนาดใหญ่แต่ก็รกเอาเรื่องของนิชคุณให้ออกมาสะอาดเรียบร้อย เหมาะแก่การจัดงานวันเกิดให้น้องชายสุดที่รัก  ที่โอกาสประจวบดีกับตำแหน่งเดือนคณะสองปีซ้อนที่เจ้าตัวได้มาพร้อมกับตำแหน่งดาวของหญิงสาวตรงหน้า

เดือนกับดาวมีตรงไหนที่ไม่คู่ควรกันบ้าง

..ชายหนุ่มเจ้าของงานยืนเกาท้ายทอยอย่างเก้อเขิน ยื่นมือออกมารับของขวัญจากมือคนตรงหน้า ที่ยื่นส่งให้  หญิงสาวเองก็มีอาการขัดเขินไม่แพ้กันยิ่งเสียงเชียร์จากรอบข้างที่เต็มไปด้วยพวกทโมนแสบๆส่งตรงมาจากเด็กวิศวะเกือบจะทั้งหมดยิ่งแล้วใหญ่   สาวเจ้ายกมือข้างนึงกุมแก้มขณะยื่นกล่องของขวัญวันเกิดให้

จังหวะที่ของขวัญกำลังจะย้ายบุคคลปลายนิ้วของนิชคุณกับวิคตอเรียเฉียดสัมผัสกันแผ่วเบา จนหญิงสาวแทบจะมืออ่อนปล่อยของขวัญลงพื้นด้วยความตกใจ  แต่ก็ยังดีที่นิชคุณคว้าจับของขวัญเอาไว้ได้ทัน

“โว้ยๆๆ อิจฉาจริงๆว่ะไอ้ซู ดูสิ  เขาเขินเขาอายกันจนม้วนไปหมดแล้ว ..เน่ๆๆ คิดอะไรกันอยู่หรือเปล่าวะ ไอ้คุณ”
“ไอ้คุณ  มึงเล็งใช่มะคนเนี๊ยะ มึงเล็งใช่มะ”
“โหยยยยย  ไอ้คุณตัวมึงเป็นไฟฟ้าไงวะ ดูสิแตะนิดเดียววิคเขาสะดุ้งโหยงหน้าแดงแจ๋เลย”เสียงแซวห่ามๆของคิม จุนซูเข้าคู่กับปาร์ค แจบอมและอค แทคยอนคือตัวเปิดงานให้เสียงแซวอื่นๆตามเข้ามากันอีกเป็นขโยง

เสียงแซวดังกระหึ่มขึ้นทั่วบริเวณที่ยืนมุงกันแกะของขวัญอยู่ยิ่งเรียกให้สาวสวยและหนุ่มหล่อได้อายกันกว่าเดิม

เสียงแซวเซ็งแซ่ที่บอกได้ดีว่ากำลังสร้างความสนุกสนานให้งานครั้งนี้มากแค่ไหนก็ตาม แต่ดูๆแล้วคงจะมีแค่เขาที่ไม่ได้รู้สึกสนุกไปกับงานตรงห้องโถงด้วย

“พอๆ พวกมึงเลิกแซวได้แล้ว ให้เกียรติ์เขาบ้าง”เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขัดกลางเสียแซวหนักหน่วงจากรอบทิศ คำห้ามที่เรียกเสียงวี้ดวิ้วได้กว่าเดิม

“เป็นห่วงกันด้วยเว้ย!!”เสียงห้าวๆของแทคยอน กู่ร้องดังๆขึ้นมาเป็นคนแรก ก่อนจะตามด้วยเสียงแซวระงมของปาร์คแจบอม และเหล่าทีมที่เหลือ

ดวงตาที่จดจ้องมองกลุ่มคนที่ยังโห่แซวกันไม่หยุดยืนมองดูอยู่สักครู่ก่อนจะตวัดดวงตากลับลงมามองแก้วน้ำเปล่าเย็นๆในมือต่อ ยกขึ้นจิบเบาๆ พลางอิงสะโพกไปกับเคาเตอร์ครัว
ริมฝีปากอิ่มกระตุกยิ้มจางๆอย่างอ่อนล้ากับตัวเอง…เขาไม่มีอารมณ์จะสนุกด้วยจริงๆต่อให้ทั้งพี่เจย์และนิชคุณเองมาบอกเขาไว้แต่แรกแล้วว่าจะมีการจัดงานวันเกิดของพี่คุณขึ้นที่นี่

แล้วถ้าถามว่าเขาเป็นใคร  ..คำตอบที่มักจะตอบออกไปบ่อยๆ .คือ ..รุ่นน้องนิชคุณที่ชื่อจาง อูยอง

แต่ถ้าเอาให้ลึกซึ้งลงมากกว่านั้น คงเป็น..เพื่อนร่วมห้อง..

แต่ถ้าจะเอาคำตอบที่มีเพียงแต่เขาและนิชคุณรู้ ..คงต้องตอบว่า ..คนรัก..

“พอๆ เลิกแซวแล้วให้ไอ้คุณเปิดของขวัญสักที อยากเห็นว่ะว่าคนที่เขาอิ๊อ๊ะกันอยู่เนี่ยเขาจะให้อะไรกัน”เสียงแซวดังๆอย่างจริงจังของพี่จุนซูแทรกเข้ามา  พลางเปลี่ยนทุกเสียงให้เป็นเสียงเชียร์ให้แกะกล่อง ..ไม่ต้องเดินฝ่าวงเข้าไปดูก็รู้ว่าตอนนี้นิชคุณคงกำลังยิ้มการค้าอย่างที่ชอบยิ้มอยู่ ..ส่วนวิคตอเรียก็คงไม่ต้องเดาไปไกลว่าป่านนี้ทั้งตัวคงจะแดงไปด้วยความเขิน

“โว้ย~~~ ผ้าพันคอสีชมพูหวานเชียว …แถมยังปักตรงชาย เป็นรูปหัวใจ ต่อด้วย นิคคุณ อีก โอ๊ยๆๆๆ มดกัดว่ะ หวานจริงๆเลย”เสียงห้าวๆของแทคยอนดังมาเป็นเสียงแรกทันทีที่ของขวัญถูกแกะออก เปิดฉากมหกรรมแซวอีกครั้งให้เกิดขึ้น

อูยองเงยหน้าหันไปมองจุดเริ่มต้นของเสียงอึกทึก ..ทุกคนกำลังสนุกสนาน ไม่มีสักคนที่มองหาว่าเจ้าของห้องอีกคนอยู่ตรงไหน  ..ไม่มีเลยสักคน

มือขาวเล็กที่ถือแก้วน้ำไว้บีบแก้วจนมันสั่นสะท้านอยู่ในมือเบาๆ ก่อนที่จะวางแก้วลงบนเคาเตอร์  หันสายตากลับไปมองกล่องขนาดกลางที่ห่อกระดาษแวววาวสีแดงสวยเอาไว้ ประดับให้สะดุดตาด้วยโบว์สีทองอันโต  มือขาวเอื้อมไปหยิบกล่องมาไว้ในมือ ดวงตากลมจ้องมองมันอย่างล่องลอย  แววตาแห่งการตัดพ้อ ฉายประกายอยู่ในดวงตา

..นิชคุณจะเอาผ้าพันคอที่ปักชื่อตัวเองไปทำไมตั้งสองผืน

“แก๊ง”

ปล่อยกล่องของขวัญอันสวยให้ตกลงไปในตะกร้าขยะที่ว่างเปล่าตรงใกล้ๆขา  ..ขนาดของกล่องของขวัญเสมอพอดีกับตะกร้าขยะจนคนทิ้งอดจะยิ้มเย้ยตัวเองไม่ได้

ทั้งๆที่เป็นงานวันเกิดที่สำคัญของนิชคุณแท้ๆ แต่เขากลับไม่มีอารมณ์จะสนุกสนานด้วยสักนิด
หัวใจมันฟีบลงไปอย่างไร้สาเหตุ

..แต่จะบอกเช่นนั้นก็คงไม่ได้ สาเหตุนั้นเขารู้แก่ใจดี  ..ไม่ใช่วิคตอเรีย สาวสวยดาวคณะที่ก้าวเข้ามาสนิทสนมกับนิชคุณมากขึ้นทุกๆวัน

แต่เป็นความเอาใจใส่จากนิชคุณต่างหาก ..ที่มันไม่ได้มีแค่เพื่อเขาอีกต่อไป

..จะไปโทษใครได้ในเมื่อเขาเองที่เป็นคนบอกนิชคุณไม่ให้เปิดเผยเรื่องของเรา  ..เขาไม่อยากให้ชีวิตที่เริ่มต้นใหม่ในรั้วมหาลัยนั้นวุ่นวายเพราะความรักที่ไม่ปกติอย่างที่เรามี

เขาไม่อยากให้เราทั้งคู่ถูกจับจ้องด้วยสายตาจับผิด และคำนินทา

เขารู้ว่านิชคุณเองก็ไม่อยากที่จะเก็บงำความสัมพันธ์นี้ในทีแรก ..แต่พอเขาร้องขอนิชคุณก็สามารถทำมันได้ดี
..ดีมากจนเกินไป  ดีจนบางครั้งเขาเองก็รู้สึกเหน็บหนาวอยู่ข้างในใจลึกๆ  ดีมากจนบางครั้งเขาเองก็รู้สึกหวาดกลัวกับความคิดของตัวเองที่มันพาลเอาแต่น้อยใจ คิดอะไรงี่เง่าไม่เป็นประสา และเขากลัวว่านิชคุณเองก็จะคิดแบบนั้นเหมือนกัน

เขารู้ว่าตัวเขาเองที่เป็นคนไม่อยากเปิดเผยเรื่องราวของเราให้คนอื่นรู้
แต่อย่างน้อยเขาก็หวังว่านิชคุณ ..จะใส่ใจเขาบ้าง

ดวงหน้ากลมหันกลับไปมองเจ้าของวันเกิดที่เริ่มแกะของขวัญชิ้นต่อไป ..และไม่ผิดจากที่คาดตำแหน่งข้างๆที่คอยช่วยนิชคุณกระตุกโบว์ห่อของขวัญและฉีกกระดาษก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ..นอกจากวิคตอเรีย

อูยองยืนมองแล้วยิ้มบางๆให้กับตัวเอง ..สิ่งที่เกิดขึ้นในใจคือความกลวงโบ๋ของความรู้สึก ที่แสนอึดอัดลึกลงในหัวใจราวกับว่ามีลูกโป่งลูกใหญ่ๆที่ภายในว่างเปล่ากำลังเสียดสีกันให้ใจเขาขาดอยู่ข้างใน
ถ้าเขาจะเรียกร้องความสนใจด้วยการไปยืนฉีกยิ้มหรือหัวเราะเสียงใสๆพลางเอ่ยเชียร์ไปด้วยอยู่ตรงนั้นล่ะก็ ..จาง อูยองรับรองเลยว่าทุกๆคนจะต้องมองมาที่เขา และเขาก็จะอยู่ข้างๆนิชคุณ ..ในฐานะเพื่อนร่วมห้อง

..ถ้าเขาจะทำ เขาย่อมทำได้

แต่ตอนนี้ ..เขาไม่มีแรงที่จะทำมันจริงๆ

ดวงตากลมหันไปมองไปหน้าเจ้าของงานที่กำลังยืนยิ้มหวานเคล้าคลอเสียงหัวเราะอยู่ตรงนั้น  เขารู้ว่ามันนิสัยไม่ดีถ้าจะเดินออกไปก่อนงานเลิกแบบนี้ ..แต่จะสำคัญตรงไหน ตอนนี้ก็ไม่มีใครคิดถึงเขาอยู่แล้วนี่น่า

“สุขสันต์วันเกิดนะครับพี่คุณ”

เสียงพร่าเอ่ยบอกแผ่วเบา ก่อนจะก้าวเดินขึ้นไปบนชั้นสองอย่างเงียบๆ  ..ความเงียบที่ไม่มีใครสักคนจะได้ยิน

.
.
.
.

ร่างเล็กเดินเข้ามาในห้องนอนขนาดใหญ่ที่เขาใช้ร่วมกับนิชคุณ  ..การจัดห้องโทนสีแดงเทาที่เข้ากัน  ..โดยมีดวงไฟสีเหลืองอันโตกลางห้องเป็นจุดดึงดูดสายตาและความสดใส ..ไม่ได้ทำให้ความแห้งเหี่ยวในหัวใจเขาพองโตขึ้นมาเลยสักนิด

อูยองปลดกระดุมชุดนักศึกษาออก ก่อนที่จะเดินไปคว้ากางเกงขาสั้นเนื้อนิ่มกับเสื้อยืดสีขาวตัวโคร่งมาสวม ก่อนจะเดินเข้าไปซุกตัวลงในที่นอนนุ่มนิ่ม  ซุกไซร้หัวกลมกลึงตัวเองลงไปบนหมอนที่ว่างอยู่ข้างๆที่ว่างเปล่าที่ผู้จับจองยังไม่ขึ้นมา ..และอาจจะไม่ขึ้นมาอีกแล้วก็ได้

หยดน้ำตาร้อนๆหยดเล็กไหลออกมาแทบทันทีที่เจ้าตัวซุกตัวลงนอนบนที่นอนเรียบร้อย สูดรับกลิ่นอายของคนที่นอนข้างๆกันอยู่เกือบทุกคืนวันที่อบอวลไปทั่วที่นอนเข้าสู่ความรู้สึก   …เขาพยายามห้ามน้ำตาตัวเองมาตลอดและอยากจะห้ามต่อไปแต่มันก็ทำไม่ได้
มันทรมานเกินไปกับการที่เสียใจแล้วไม่ร้องไห้ ..ไม่ปล่อยให้น้ำตาปดปล่อยความเจ็บปวดข้างในออกมา

มันทรมานเกินไปห่างเขาจะต้องกั้นน้ำตา ..ทั้งที่รู้สึกเสียใจมากขนาดนี้

เรื่องราวมากมายมันก่อตัวขึ้นมารอบๆเขา ..จนเขารู้สึกเสียใจที่ตัวเองไม่อยากถูกจับจ้องด้วยสายตาจับผิด รู้สึกเสียใจที่ตัวเองเห็นแก่ตัวจะปกปิดความสัมพันธ์นี้ไว้ตั้งแต่แรก

รู้สึกเสียใจที่เขาทำให้ใครต่อใครคิดว่านิชคุณไม่ใช่คนที่มีเจ้าของอยู่แล้ว  ..เขารู้สึกเสียใจที่ตัวเองกำลังร้องไห้คิดมากแบบนี้

บางทีมันอาจจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นระหว่างนิชคุณกับวิคตอเรียเลยก็ได้

กับท่าทางเหินห่างต่อหน้าคนอื่นๆที่เขารู้สึกว่าช่วงนี้นิชคุณจะทำมันได้ดีเหลือเกิน  กับการที่เขาต้องทานข้าวเย็นคนเดียวมาหลายค่ำคืน  กับการที่เขาต้องนั่งมองนิชคุณผุดลุกไปคุยโทรศัพท์เวลาที่นั่งดูทีวีด้วยกันในยามค่ำคืนบ่อยๆ โดยที่ปลายสายสนทนานั้นก็ไม่พ้นสาวสวยที่ชื่อวิคตอเรีย  ..และกับการที่วันนี้คนที่เดินถือเค้กไปให้นิชคุณเป่าตอนร้องเพลงวันเกิดแทนที่จะเป็นเขาที่ทำอยู่หลายปี ก็คือวิคตอเรีย ตามความเห็นชอบของทุกคน

กับทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น ..ที่เขาไม่กล้าจะเอ่ยถามนิชคุณออกไปตรงๆ เขากลัวว่าจะถูกหาว่างี่เง่า ..จึงทำได้เพียงแค่พูดจากเฉียดประเด็นไปบ้างอะไรบ้าง แต่เหมือนนิชคุณเองจะรู้ดีว่าเรื่องใด พอกล่าวถึงเรื่องๆนี้ คนๆนั้น นิชคุณมักจะกอดเขาไว้ในอ้อมกอดแล้วเอ่ยกระซิบบอกเบาๆว่า

“พี่รักแต่อูยองนะครับ รู้ใช่ไหม”
“พี่คุณรักอูยองนะ”
“รักอูยองนะครับ”

ถ้อยคำบอกรักเหล่านี้ที่เขาใช้มันเป็นแรงพลังของจิตใจ ใช้ไว้คอยตักเตือนตัวเองให้เลิกฟุ้งซ่านลงไปเสียที ..คอยบอกตัวเองอยู่เช่นนั้น

เพราะบางทีมันอาจเป็นเพียงแค่สิ่งที่เขาคิดมากไปเอง ..

เขาภาวนาเช่นนั้น

เขาภาวนาว่า …หากมันยังทัน ความสัมพันธ์ของเขาและนิชคุณที่เรามีต่อกัน

ความรักของเราทั้งคู่  ..หากมันยังไม่สายเกินไป เขาอยากจะประกาศเรื่องนี้ให้ทุกๆคนรู้ เลิกปิดซ่อนมันอย่างที่เขาเคยทำในตอนแรก ประกาศบอกทุกคนอย่างที่นิชคุณเคยบอกเขาไว้

..หากนิชคุณยังต้องการให้คนอื่นๆได้รู้  เขาก็พร้อมจะเผชิญสายตาจับผิดเคียงข้างไปพร้อมๆนิชคุณ

..เขาภาวนาว่านิชคุณจะยังต้องการมัน

…..

…สิ่งที่อยู่ตรงหน้ามีเพียงความว่างเปล่า

ดวงตาคู่กลมที่ติดเจ่อช้ำเพราะร้องไห้ก่อนนอนเมื่อคืนนี้ หยีพลางกระพริบช้าๆกับแสงแดดยามเช้าที่สอดส่องเข้ามาทางช่องหน้าต่าง  แสงสว่างของพระอาทิตย์ที่ทำให้เขามองเห็นความว่างเปล่าข้างกายที่ไร้ร่างกำยำของใครมาจับจองไว้อย่างเคย

อูยองผุดลุกขึ้นนั่ง หันไปจ้องมองดูตำแหน่งที่นอนข้างกาย  ลูบมือบางลงไปบนรอยย่นยับของผ้าปูเตียงที่เด่นชัดต่อสายตา  …เมื่อคืนนี้นิชคุณไม่ได้ขึ้นมานอนกับเขา หรือขึ้นมาแต่ลุกออกไปแล้วกันแน่

..ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์แบบไหนจาง อูยองก็รู้สึกเจ็บลึกๆอยู่ในอก  หวนคิดถึงหลายครั้งที่นิชคุณไม่ยอมปล่อยให้เขาลุกจากที่นอนแม้ว่าจะสายแล้วก็ตาม ด้วยเหตุผลที่ว่าอยากจะนอนกอดเขานานๆ ยังไม่อยากลุกไปไหนเพราะอยากจะตักตวงความอุ่นและความชื่นใจจากเขาที่นอนอยู่ในอ้อมกอด

พอคิดๆดูแล้วมันก็อดที่จะรู้สึกแปลกๆไม่ได้ที่ตื่นมาคนเดียวลำพังแบบนี้  …

อูยองส่ายหัวกลมๆของตัวเองไปมา ไล่ความรู้สึกน้อยใจบ้าๆ  ..เมื่อคืนเขาอาจจะร้องไห้หนักจนตัวเองหลับลึกจนไม่รู้สึกตัวเมื่อยามที่นิชคุณขึ้นมานอนข้างกันก็ได้ หรือ นิชคุณคงแค่ตื่นก่อนแล้วก็เดินลงไปหาน้ำดื่มก็ได้

มีเหตุผลตั้งมากมายที่จะใช้หยิบยกขึ้นมาอธิบายการตื่นนอนเพียงลำพังของเขา

อูยองระบายลมหายใจออกช้าๆ ยกยิ้มหวานบางๆให้ตัวเอง ก่อนที่จะลุกเพื่อไปจัดการล้างหน้าตาให้ตัวเองสดชื่นแล้วลงไปหานิชคุณที่รอเขาอยู่ที่ชั้นล่าง ..เขาหวังว่ามันจะเป็นเช่นนั้น

….

อูยองเดินลงมาอย่างเงียบจากบันไดสู่ชั้นล่าง สิ่งแรกที่เห็นก็อดให้ส่ายหัวพลางระบายยิ้มบางๆ   …ขวดแก้วหลายใบหลากยี่ห้อ วางกลิ้งอยู่ไม่ห่างจากกองซากเค้กตรงเคาร์เตอร์ครัวนัก
และสภาพเมาเละเทะของหลายๆคนที่มาร่วมงานเมื่อคืนไม่ได้ เหลืออยู่เพียง4-5คนกับเพื่อนพ้องน้องพี่ที่สนิทกัน นี่ก็คงจะเมาหนักจนหมดสภาพ

พี่เจย์กับพี่จุนซูที่นอนจับจองโซฟาสีแดงสดที่ถูกลากไปไว้มุมห้องคนละตัว  ไม่ไกลนั่นก็แทคยอนที่นอนแผ่หลาตัวยาวเต็มพื้นข้างล่างโซฟาใกล้ๆกับโซฟาทั้งสองตัว แต่ก็ไม่วายที่เอามือพาดขึ้นไปบนโซฟาของเเจบอม  ส่วนข้างหลังของโซฟาอีกด้านก็มีมีจุนโฮที่นอนหลับอุตุอยู่ในอ้อมกอดหลวมๆของชานซองที่ดูไปก็คล้ายๆหมอนและผ้าห่มในตัว

อูยองยืนกั้นยิ้มอยู่คนเดียว ถึงท่านอนของทุกคนที่ดูทุลักทุเลไปเสียหน่อย แต่ก็ดูแล้วก็น่าสบายจนไม่กล้าปลุกดูจากทำเลทางนอนของอีกห้าคนแล้วเมื่อคืนนี้นิชคุณคงขึ้นไปนอนตอนที่เขาไม่รู้ตัว ไม่งั้นถ้ามาเมาหลับอยู่ข้างล่างก็ไม่รู้ว่าจะไปสลบแหมะอยู่ตรงไหน
อูยองละสายตาจากกิจกรรมการนอนของทุกคนแล้วส่ายสอดสายตาคนที่เขามองหาอยู่  อูยองมั่นใจแล้วว่าเขาจะบอกกับนิชคุณว่าเขาจะบอกเรื่องนี้กับทุกๆคน เขาไม่อยากที่จะปกปิดมันอีกต่อไป เขาไม่อยากจะเสียนิชคุณไป เพียงแค่การรับไม่ได้กับสายตาของคนอื่นๆ

เขาจะสนใจคนอื่นๆทำไมในเมื่อคนที่เขาต้องการมีเพียงแค่นิชคุณเท่านั้น  ..ถ้าให้ทายเขาว่านิชคุณจะต้องรีบกอดเขาแน่นๆด้วยรอยยิ้มดีใจแน่ๆ หรือถ้าพี่ชายรูปหล่อมัวแต่อึ้งอยู่ วันนี้เขาก็จะอ้อนเสียให้เลย จะอ้อนเอานู่นเอานี่เป็นของสมนาคุณกับการประกาศเรื่องของเรา  เขารู้นะว่านิชคุณน่ะแพ้คนน่ารักๆ แล้วเขาเองก็รู้ด้วยแหละว่าตัวเองน่ารักมากพอที่จะอ้อนขอนิชคุณได้
…ริมฝีปากอิ่มระบายยิ้มกับตัวเองจนแก้มกลมปริอวบเป็นลูกกลมๆดูน่าสัมผัส  สองขาที่ยังคงอยู่ในกางเกงขาสั้นเนื้อนิ่มเดินเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาแต่ก็หานิชคุณไม่เจอเสียที

แต่เสียงก็อกแก็กไม่ดังนักก็ดังมาจากหลังประตูหน้าห้อง ทิศทางของอูยองจึงเปลี่ยนเป็นนอกห้องทันที หรือนิชคุณจะออกไปเอาหนังสือพิมพ์หน้าห้องกันนะ

บานประตูสีขาวบริสุทธิ์แง้มเปิดเบาๆ พร้อมใบหน้ากลมขาวของอูยองที่โผล่ตามมา เรียวปากอิ่มฉีกยิ้มกว้างเสียงหวานๆกำลังจะเอ่ยขยับเรียกชื่อเจ้าของห้องอยู่ร่วมกัน  แต่ทุกสิ่งทุกอย่างก็ต้องหยุดลงกับสิ่งที่ดวงตาได้เห็น

ภาพของคนสองคนที่กำลังแลกรสจูบต่อกันอยู่ตรงหน้าห้องของเขา รสจูบหวานๆจากริมฝีปากของหญิงสาวและชายหนุ่มที่ดูแล้วคงมีความสุขไม่น้อย ฝ่ามือทั้งสองของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นดาวคณะกำลังโน้มรั้งใบหน้าของร่างสูชายหนุ่มเจ้าของตำแหน่งเดือนคณะให้มารับสัมผัสหวานอยู่  วิคตอเรียหลับตาพริ้มกับรสจูบที่ตนค้นหา แม้ชายหนุ่มจะไม่ได้ปิดดวงตาลงแต่ก็ไม่ได้หันมาเหลียวมองใครอีกคนที่อยู่ตรงหน้าประตู ที่ทำได้เพียงยืนนิ่งจดจ้องภาพตรงหน้า  ภาพที่ราวกับฉากๆหนึ่งในนิทานที่สวยงาม

การจุมพิตกันของเจ้าชายและเจ้าหญิง

แม้จะไม่ได้แต่งองค์ทรงเครื่องงดงามแต่ก็ดูแล้วคล้ายคลึง  ..ภาพนี้คงงดงามประทับใจไม่น้อย หากเจ้าชายคนนั้นไม่ใช่เจ้าชายคนเดียวกับคนรักของ จาง อูยอง

ปากอิ่มขยับแผ่วเบาเหมือนจะเอ่ยเรียกคนที่ตนต้องการพบแต่มันก็รู้สึกเหมือนมีก้อนกลมๆของความอึดอัดมาจุกแน่นอยู่ตรงคอจนไม่อาจเปล่งเสียงอะไรได้ ดวงตาคู่กลมที่ยังคงติดสีแดงช้ำเริ่มพร่าเลือนลงไปจากหยดน้ำตาที่ร่วงเผลาะลงมาอาบแก้ม

อูยองไม่รู้จะทำเช่นไรเขาไม่มีแรงแม้กระทั่งจะปิดประตูแต่เขาก็ไม่อยากที่จะมองภาพตรงหน้าต่อไป

ภาพตรงหน้าที่เขาไม่อาจจะหาเหตุผลใดๆมาอธิบายให้ตัวเองสบายใจได้อีก ภาพตรงหน้าที่มันชัดเจนเกินไป  เน้นย้ำลงชัดเจนมากว่าจาง อูยองไม่ใช่เพียงแค่หนึ่งคนที่นิชคุณรักแล้ว

ภาพตรงหน้าที่เน้นย้ำว่าเขาได้สูญเสียตำแหน่งคนรัก ที่เขาไม่ต้องการให้ใครมาจับจ้องไปแล้ว

เมื่อคืนนี้บางทีนิชคุณอาจจะไม่ได้ขึ้นไปนอนข้างๆเขา หรือแม้กระทั่งนอนอยู่ที่ห้องโถงด้านล่างกับคนอื่นๆ ..ไม่แน่ว่าเมื่อคืนนี้ นิชคุณอาจจะไม่ได้แม้กระทั่งอยู่ในห้องนี้ก็เป็นได้

เขาคงไม่ต้องมากังวลใจกับสายตาคนรอบข้างแล้วล่ะ เพราะสายตาคู่เดียวที่เขาอยากจะให้มองคงจะไม่หันกลับมามองกันอีกแล้ว

เขาได้สูญเสียความรักไปแล้วหรือ

“อูยอง”เสียงเรียกชื่อไม่ดังนักจากเสียงที่คุ้นเคยที่สุด ที่หลุดออกมาจากริมฝีปากที่ไม่ได้ประกบจุบกับใครอีกคน เหนี่ยวรั้งสติที่เลือนรางของอูยองกลับมา ดวงตาคู่กลมพยายามที่จะโฟกัสภาพคนตรงหน้าให้ชัดเจนขึ้นผ่านม่านน้ำตา แต่มันก็ดูยากเกินไปเมื่อน้ำตาคอยเอาแต่ไหลเพิ่มออกมาไม่หยุด

นิชคุณเดินขยับเข้ามาใกล้เขาแทบทันทีที่เรียกชื่อ  อูยองไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองว่าสายตาของนิชคุณเป็นเช่นไร เพราะเขากลัว ..กลัวว่าสายตาคู่นั้นจะถ่ายทอดคำที่บอกเล่าว่านิชคุณไม่รักเขาอีกแล้วออกมา

ขาเล็กขยับอย่างยากลำบากจนตัวบางลับหายไปหลังประตู มือขาวกดปิดประตูได้ทันก่อนที่นิชคุณจะเข้ามาใกล้พอ มือขาวเรียวที่สั่นเทากดล็อคประตูห้องก่อนที่ตัวเองจะทรุดลงนั่งตรงบานประตู เสียงของนิชคุณสลับกับเสียงปึงปังจากการถูกทุบของบานประตู ร่างเล็กไม่มีแรงแม้กระทั่งจะขยับออกไปจากที่ทรุดนั่งอยู่ ..เขาไม่อยากได้ยินเสียงนิชคุณ เขาไม่อยากรับรู้ ไม่อยากยอมรับอะไรทั้งนั้น   สองมือขาวยกขึ้นกดปิดหูของตัวเองแน่นแม้มันจะไม่ได้ช่วยอะไรนัก แต่อูยองก็ปิดมันเอาไว้เหมือนเด็กเล็กเวลาที่ไม่อยากฟังเรื่องที่ตนไม่ชอบ
..น้ำตาร้อนรอนรินลงบนซีกแก้มนวลไม่หยุด  ในหัวใจของอูยองรู้สึกว่ามันโหวงเหวงและเหน็บหนาวเหลือเกิน

แค่เพียงเขาอยากจะเก็บเรื่องราวเอาไว้ให้เป็นแค่เรื่องของคนสองคน  ..นิชคุณก็เปลี่ยนใจจากเขาแล้วอย่างนั้นหรือ

หรือมันจะเพียงแค่นิชคุณไม่รักเขาอีกแล้ว ..เท่านั้นเอง

.
.
.
.
END {WOO ‘s part}

Advertisements

4 คิดบน “[HBD SF- KW] ของขวัญวันเกิด {Woo’spart} 1/3

  1. TANUNYA AKARASUTTIKORN

    ㅠㅠ เศร้ามากไปแล้ววววว
    พี่คุณใจร้ายยยยยย ฮือๆๆๆๆ
    ด้งอย่าร้องไห้เลยน้าาาา ㅠㅠ

    ขอบคุณนะคะสำหรับฟิค ^0^

  2. แค่อ่านตอนนี้น้ำตาก็ไหลแล้ว
    ทำไมทำแบบนี้คะ ถ้าไม่รักกันแล้วก็บอกกันตรงๆ
    อย่าเอาคำว่ารักมาผูกมัดกันไหว T^T
    จบ…เถอะ…

Leave a Comment

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s