[FIC 2PM]CAN YOU LOVE ME {KW-TJ-CH-M} #19

[FIC] [Can you love me] …ยังไงก็รักเธอ….
Chapter : # 19 Teardrop on my heart  จะรักใคร ก็ใจเธอ
Couple : แทคเจย์/คุณด้ง/ชานโฮ/ ซู??
Rate : PG-16

Teardrop on my heart  จะรักใคร ก็ใจเธอ

ตึก

ตึก

ตึก

“สวัสดีครับผู้จัดการ โอ๊ะ”

อืออออ

“อุ๊ย สวัสดีค่ะผู้จัดการ”

หือ

โครงเครง  นิ่มนวล  อบอุ่น แกว่งไหว

..อะไรกัน

ดวงตาคู่สวยกระพริบช้าๆกับเสียงมากมายที่ลอดดังเข้ามาในโสตประสาท รวมทั้งความรู้สึกโครงไหวของตัวเองทีรู้สึกเหมือนกับลังลอยละล่องเคลื่อน ไหวอยู่ในอากาศ  ดวงตาปรือออกอย่างช้าๆ ภาพแรกที่ได้เห็นคือเพดานสีเงินวาวกระจกคับแคบที่อยู่ไม่สูงไปเท่าไหร่นัก

และสิ่งที่สองที่ที่เห็นตามลงมาคือ ปลายคางคมสันและแผงอกแข็งแรงของใครอีกคน  ไรหนวดอ่อนๆที่อยู่เหนือกลีบปากขึ้นไปปลายจมูกโด่งที่รับกันดีแม้มองจากข้าง ใต้แบบนี้ ดวงตากร้าวคมกำลังมองไปข้างหน้าอย่างสงบ  เสียงตุบตับของแผ่นอกที่ใบหูของเขามาวางอยู่เสียชิดใกล้จนได้ยินท่วงทำนอง ของการมีชีวิตชัดเจนนั้นกำลังดังก้องแข่งกับเสียงตุบตับในแผ่นอกของเขา ที่ดังก้องจนหูทั้งสองข้างอื้ออึงไปเสียหมด

ดวงหน้าขาวร้อนฉ่า เมื่อรับรู้ถึงอาการทั้งหมดของตัวเอง

โครงเครง อบอุ่น นิ่มนวล แกว่งไหว

..บ้าหรือไงนะ อค แทคยอน

“ปล่อยเถอะ”เสียงใสที่แผ่วเบาราวกับว่าอาการหน้าแดงเป็นริ้วๆบนแก้มนวลนั้น ดึงเอากล่องเสียงออกไปเสียแล้ว คนที่เป็นปลายทางของเสียงครางหือ ก่อนจะมองลงต่ำมาในอ้อมแขน เห็นดวงตาแป๋ววาวจากข้างใต้ที่เจ้าของหน้าแดงแจ๋ไปใหญ่เมื่อเห็นสายตาของเขา จ้องมอง หันไปซุบดวงหน้าลงแผงอกไปเสียอย่างนั้น

“อ้าวเจย์ตื่นแล้วเหรอครับ ..หรือว่าแทคจะเดินแรงไป”เสียงทุ้มที่อ่อนโยนเอ่ยอย่างติดกังวล กระชับยกคนที่นอนอยู่ในอ้อมแขนทั้งสองข้างให้สูงขึ้นกว่าเก่า คนโดนยกร้องเหวอเผลอเอามือขึ้นวาดรั้งคอร่างสูงเอาไว้อย่างไม่ได้ตั้งใจ

..บ้าจัง แค่นี้ก็เขินจะตายอยู่แล้ว

“แกล้งเจย์เหรอ”ดวงตาเฉี่ยวค้อนจิกคนที่กำลังยิ้มกริ่มทันทีเมื่อเห็นท่าทาง งอนๆของแจบอม  ร่างสูงไม่ได้เอ่ยพูดอะไรแค่เดินออกจากลิฟไปเท่านั้น แรงเคลื่อนไหวทำให้อีกคนรีบท้วงทันที

“ปล่อยเจย์ลงเถอะแทค อุ้มมาทำไมก็ไม่รู้ ..อายเขาจะแย่ “เสียงใสเอ่ยอย่างขัดเขิน หน้าทั้งแดงก่ำ คิ้วก็เริ่มจะพันกันยุ่งเหยิง แต่อีกคนก็ดูเหมือนไม่สนใจแค่เดินต่อไปด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มจนแจบอมหมั้นไส้

“แทคปล่อยสิ คนอื่นเขาจะมองยังไงหะที่เห็นผู้จัดการบริษัทตัวเองอุ้มใครก็ไม่รู้เข้ามา เนี่ยหะ ..ใครก็ไม่รู้แถมยังเป็นผู้ชายด้วย”ปลายประโยคนั้นเสียงแผ่วเบาลง แต่คนฟังก็ยังได้ยิน ระบายยิ้มอย่างไม่กังวลอะไรออกมา รั้งกระชับร่างเล็กให้ซบกับอกแกร่งว่าเก่า

“เขาก็มองเห็นคนรักกันสองคนไงครับเจย์ เขาจะรู้กันไปเลยว่าแทครักเจย์  และเจย์ก็เป็นของแทค ดีซะอีกแทคจะได้ไม่ต้องพูดหลายรอบ”เพราะเดี๋ยวไม่ถึงชั่วโมงข่าวที่เขาอุ้ม แจบอมที่กำลังหลับสบายระหว่างทางที่นั่งมาที่นี่ไว้ในอ้อมแขน ตามแบบฉบับท่าที่เจ้าบ่าวใช้เคลื่อนย้ายเจ้าสาวอย่างชัดเจนนั้นก็คงสะพัดไป ทั่วบริษัทอย่างปากต่อปากแบบที่เขาไม่ต้องเอ่ยบอกอะไรสักคำ

..เขาอุ้มแจบอมออกจากเบาะที่นั่งรถจากรถที่จอดอยู่ในโซนผู้บริหาร เรื่อยมาก็หลายร้อยเมตรกว่าจะเข้าถึงห้องของเขาพนักงานหลายคนหรือจะว่าเกือบ ทั้งหมดดูตกใจที่เห็นเขากับแจบอมแบบนั้น เขาไม่ได้มีท่าทางอื่นมอบให้สายตาสงสัยและคำทักทายตามมารยาทนั้นอย่างอื่น นอกจากรอยยิ้ม
ร้อยยิ้มที่ไม่ได้รู้สึกเขินอายอะไร แถมยังเป็นรอยยิ้มรู้สึกดี และภาคภูมิใจมากเสียด้วยที่ได้แนะนำแจบอมให้ใครๆก็รู้ว่าเป็นคนรักของเขาโดย ไม่ต้องพูดสักคำ แม้ว่าจะออกหวงอยู่หน่อยๆที่ต้องให้ใครคนอื่นแอบเห็นใบหน้ายามหลับใหลที่แสน น่ารักของแจบอมก็เถอะ

แต่มันก็คุ้มค่าที่ทำให้ใครๆได้รับรู้ว่า คนไม่มีหัวใจอย่างอค แทคยอนหาหัวใจของตัวเองเจอแล้ว เวลาสามเดือนที่เสียไป ไพร่นับไปอีกหลายปีที่ถูกละเลย มันน่าเสียดายเกินไปถ้าไม่แสดงออกมาให้ใครได้รู้
โดยเฉพาะคนที่กำลังหน้าแดงทำปากยู่น่ารักๆน่าจูบอยู่ในอ้อมแขนของเขา

“แทคอ่าาา ปล่อยเจย์ลงเถอะนะ นะ  น้าาาาา”แจบอมทำเสียงอ้อนตาคู่เฉี่ยวกระพริบปริบๆ  รู้บ้างหรือเปล่าว่าเขินจนหน้าร้อนไปหมดแล้วถ้าหน้าไหม้ขึ้นมาจะรับผิดชอบ กันไหมอค แทคยอน

“อยากให้ปล่อยจริงๆเหรอ อืมมม อย่าลืมนะเจย์ว่าแทคเป็นนักธุรกิจ ..งั้นขอสิ่งแลกเปลี่ยนด้วยครับ”แจบอมขมวดคิ้วยุ่งเมื่อฟังหนทางได้เดินด้วย ขาตัวเองจากแทคยอน ก่อนจะแทบติดกลิ่นไหม้มารางๆเมื่อ แทคยอนยกร่างตัวเองขึ้น แล้วป่องลมเข้าแก้มจนแก้มตอบๆนั้นพองลม อย่างให้รู้ว่าข้อแลกเปลี่ยนคืออะไร

“แทค!!”ให้ตายเถอะชีวิตนี้ปาร์ค แจบอมไม่เคยคิดว่าจะมาตายเพราะว่าเขินนะ แทคยอนยิ้มพรายกับหน้าขาวที่ง้ำ ยังจะตาคู่เฉี่ยวสวยที่จ้องจิกเข้าอย่างเขินอายนั่นอีก ..ก็น่ารักน่ารังแกอย่างนี้สินะ ปาร์ค แจบอม

“ถ้าเจย์ไม่หอม ..แทคจะเดินวนรอบบริษัทใหม่อีกรอบดีไหมนะ”ได้ฟังแค่นั้นคนที่หน้าร้อนผ่าว ราวจะลุกไหม้ ก็เบิกตากว้าง  อยากจะค้อนแกล้งงอนใส่แทคยอนสักที ..แต่นั่นแหละจะให้ไปถูกอุ้มเดินไปทั่วแบบนั้นเขามีอันได้เขินตายไปจริงๆพอ ดี

~ฟอด~

จมูกขาวรั้นฝังลงในแก้มตอบๆที่พองลมเข้าไปอีกครั้งอย่างเร็วๆก่อนจะจ้อง หน้าแทคยอนแบบแอบข่มขู่ทวงสิทธิ์ด้วยหน้าที่แดงริ้วกันเข้าไปใหญ่ เพราะไม่รู้ว่าจะมีคนเห็นกันมาน้อยแค่ไหน

“ทีนี้ปล่อยเจย์ได้แล้วนะแทค”แทคยอนที่ยิ่มกริ่มอยู่แต่แรกที่ยิ้มหนัก จูบแผ่วเบาลงบนกลีบปากสีชมพูตอบแทนการหอมก่อนจะคลายร่างเล็กที่หน้าแดงซ่าน เสียกว่าเก่าลงกับพื้น มือหนาตะครองกอดเอวบางไว้ก่อนขณะที่ขาเล็กค่อยแตะลงบนพื้นเย็นเยียบ จนพื้นรองเท้าผ้าใบสีขาววางจนสนิททั้งสองข้าง มือที่จับราวเอวไว้ก็กอบกุมเข้าที่ฝ่ามือเล็ก รอยยิ้มหวานพรายทั่วใบหน้าคม มือที่อบอุ่นเพราะกันและกันที่ถ่ายทอดอุ่นไอให้ แจบอมยิ้มเขินเพราะสายตาที่เปี่ยมล้นไปด้วยความรักจนต้องเสหน้าหลบไปอีกทาง
..ความรักมากมายขนาดนี้ ตั้งสามเดือนเขามองไม่เห็นมันได้ยังไงกัน

“เข้าห้องกันเถอะ ถึงห้องแทคแล้ว”แทคยอนเอ่ยบอกบีบอุ้งมือเล็กของคนที่พยักหน้าให้พลางเดินไป ที่ประตู ก่อนที่แทคยอนจะหยุดนิ่งจนแจบอมอดไม่ได้จะหยุดตาม หันสายตาเฉี่ยวไปตามรอยยิ้มและคำเอ่ยทักของแทคยอน

“อรุณสวัสดิ์ครับคุณเลขา” มะ มีคนอยู่ตรงนี้ด้วยเหรอ ..หะ เห็นหมดแล้วใช่ไหม

แจบอมแทบอยากจะให้ความเขินมันทำเขาตายไปเลยจริงๆ จะได้ไม่ต้องมายืนหน้าร้อนผ่าวอยู่ตรงนี้ ..นี่ทั้งหอมทั้งจูบเมื่อครู่คนตาสวยที่ยืนทำหน้าอึ้งอยู่ตรงหน้าเขาก็คงจะ เห็นหมดแล้วอย่างนั้นสินะ

“ค..คะ อรุณสวัสดิ์ค่ะผู้จัดการ”ยุนอาโค้งทักทายก่อนจะส่งยิ้มเป็นมารยาทให้เจ้านาย กับรอยยิ้มขอบคุณที่แทคยอนส่งมาให้ ..อค แทคยอนขอบคุณเลขาสาวคนนี้จริงๆ เพราะไม่รู้ว่าถ้าไม่ได้คำแนะนำของยุนอา วันนี้มืออุ่นในฝ่ามือเขาจะได้กอบกุมมันอยู่เปล่าเหมือนกัน

“วันนี้ผมไม่มีประชุมใช่ไหม ..งั้นช่วยเอางานของผมวันนี้ทั้งหมดมาไว้ที่โต๊ะด้วยนะครับคุณเลขา วันนี้ผมไม่อยากจะออกจากห้องไปไหน”สั่งด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม ที่กรุ่มกริ่มขึ้นเท่าตัวเมื่อมองร่างเล็กที่ทุบเข้าให้ที่ไหล่หนาเพราะคำ พูดหลายแง่หลายทางส่อประเด็นนั้น แทคยอนยิ้มล้อๆแจบอมก่อนจะฉุดมือแจบอมให้ตามเข้ามา คนตัวเล็กหันมาโค้งให้หญิงสาวอย่างเป็นมารยาทก่อนจะหายลับประตูห้องเข้าไป เพราะแรงฉุดของแทคยอน

“แทคอย่ามาทำเป็นหอมแก้มเจย์เลยนะ รู้ใช่ไหมว่ามีคุณเลขามองอยู่น่ะ ..อายนะรู้ไหม”

“เจย์ตอนเขินน่ารักมากเลยรู้ไหม”

“แทค อย่ามาเนียนนะ แทค.. อื้อออ”
เสียงที่ดังรอดออกมาจากในห้องที่ประตูกำลังปิดงับทำให้หญิงสาวที่ยืนอยู่ ข้างนอกเพียงคนเดียวทำได้แค่ส่งรอยยิ้มบางๆออกมาเท่านั้น เสียงพึมพำแผ่วเบาที่ถูกกลบได้สนิทไปกับเสียงแป้นพิมพ์ที่ถูกใช้งานอีกครั้ง
“ยิ้มแบบนั้นอีกบ่อยๆนะคะ ผู้จัดการ”
….

ฟอด

อื้อ

ฟอด

อือออ

“อย่าแกล้งกันสิครับ”เสียงหวานเอ่ยปรามด้วยเสียงไม่ชอบใจ ดวงตาที่ปิดอยู่เผยออกคว่ำใส่ เมื่อปลายจมูกของอีกคนเข้าฝังลงในแก้มตัวเอง

“ก็ทำหน้าตาน่าแกล้งนี่น่า”ยีแก้มนิ่มเล่น คนโดนจับแก้มก็มองตาค้อนยู่ปากส่งให้

“เกิดมาหน้าตาแบบนี้ก็ผิดด้วยหรือไงล่ะ”ค้อนให้เสียอีกที แต่แก้มเนียนกับขึ้นสีจนแดงฉาย เห็นแบบนั้นก็เรียก ปลายจมูกลงมาฝังได้อีกที

“อ๊ะ ใครให้หอมกัน”มือขาวจับที่แก้มตัวเอง ถอยร่างนี้อ้อมกอดที่หมายรวบเอาตัวบางเข้าอ้อมแขนอีกครั้ง  ถอยหลบได้ไม่เท่าไหร่ก็ต้องมานอนหน้าแดงในอ้อมกอดเสียอย่างเลี่ยงไม่ได้

“ถอยไม่ดูเลย ตกเตียงไปจะทำยังไงหือ อูยอง”เอ่ยเสียงเข้มขึ้น ตาวาวแสงหงอยลงนิดหน่อย เรียกรอยยิ้มติดริมฝีปากออกมา ก่อนที่จะกดจูบลงบนหน้าผากมนแผ่วเบา ความหวานของรสจูบราวกับขับไล่ความกังวล และเจ็บปวดใดๆออกไปเสียจนหมดสิ้น เปิดเปลือกตาขึ้นมาอีกครั้ง ใบหน้าตรงหน้า ทำไมถึงได้น่ามองแบบนี้กัน

“ถ้าผมตกเตียงไปจริงๆ แค่พี่จูบเบาๆก็หายเจ็บแล้วล่ะครับ”รอยยิ้มน่ารักกับคำพูดน่ารัก เรียกรอยจูบได้อีกรอย แต่แทนที่จะเข้าปลอบประโลมที่หน้าผาก รสจูบละมุนกลับเข้าช่วงชิมความหวานที่ริมฝีปากบาง
มือหนาที่โอบกอดอยู่ตรงราวเอว ไล่บีบเฟ้นและลากความร้อนทิ้งไว้เสียจนทั่วเนื้อเนียนขาว เสียงครางอื้อดังออกมาไม่หยุด รสจูบที่มอบให้เนิ่นนานและเร่าร้อนตอบรับกันไปตามจังหวะที่ลิ้นร้อนเข้าล่วง ชิมความหวาน แม้ว่าร่างสูงจะยันตัวเองเลื่อนตำแหน่งจากข้างกายขึ้นมาอยู่บนร่างอีกฝ่าย

“งั้นก็ต้องจูบเอาไว้เสียงทุกๆที่ป้องกันเอาไว้ก่อน ดีไหมนะ” เอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม ก้มลงจูบลงที่ซอกคอขาว อูยองปรือตาลงเมื่อสัมผัสอบอุ่นนั้นเข้าสร้างความสะท้านไปเสียทั่วร่าง

“อื้อออ อย่างนั้นมันเลียไม่ใช่หรือครับ”มือกำจิกช่วงไหล่ขาวเอาไว้อย่างแรงเมื่อ ปลายลิ้นชมพูล่วงเข้าชิมไปที่แผงอกขาว

“อ๊ะ อย่ากัดสิครับ อ๊ะ  อื้ออออ  พ.. พี่ คุณ อื้อ”

~ฟอด~~~
“หอมจัง”

“อูยอง”

“อูยอง”

“คะ ครับ”ร่างเล็กหันกลับมามองเจ้าของอ้อมกอดรอบกายและจมูกโด่งที่ฝังลงแก้มตน เมื่อครู่ รอยยิ้มสว่างไสวกำลังทอประกายมอบให้เขาเช่นทุกทีที่ตามาสบ

“เหม่ออะไรหือเรา”
“..ร้องไห้อีกแล้วเหรออูยอง”อ้อมกอดจับพลิกอีกคนให้หันหน้าเข้ามาสบตา มือหนาปาดไล่หยาดน้ำที่แก้มออก ดวงตาคมหวานจ้องมองอย่างไม่ชอบใจกับแก้มเนียนที่ชื้นน้ำตา

“พี่ไม่ชอบให้อูยองร้องไห้เลยรู้ไหม”ลูบเรือนผมที่ยังยุ่งอยู่ให้อีกคน ปากก็เอ่ยบอกถ้อยเป็นห่วง ช้อนดวงหน้าขาวไว้ในสองฝ่ามือ จ้องดวงตาคู่กลมนั้นนิ่งนาน

“อย่าร้องไห้อีกนะครับ อูยอง”โอบกอดอีกคนไว้ในอ้อมแขน ทั้งอยากให้ความอบอุ่นร่างเล็ก ทั้งไม่อยากสบมองแววตาที่เต็มตื้นไปด้วยความเจ็บปวดคู่นั้น

“สัญญากับพี่สิอูยอง”เอ่ยขอถ้อยคำสัญญาหวานหู เมื่อเห็นอีกคนเงียบไป แต่กลับมีแรงกอดรัดเพิ่มขึ้น จึงช่วยไม่ได้ที่จะเอ่ยขู่ต่อ”ถ้าไม่สัญญาวันนี้พี่จะไม่ไปทำงานจริงๆนะครับ อูยอง”

“อย่าทำอย่างนี้สิครับ …ครับสัญญาว่าผมจะไม่ร้องไห้อีกแล้วครับพี่ฮยอนจุง”เอ่ยตกปากรับคำ ดวงตาคู่กลมก็ฉายขึ้นมองใบหน้าคมหวานที่ยังยิ้มติดเรียวปากไม่คลาย เปือกตาปิดลงเมื่อจูบแผ่วเบาลงสัมผัสที่หน้าผากมน

..จูบของฮยอนจุง แผ่วเย็นอ่อนโยน เหมือนสายลมที่คลอเคลียรักษาบาดแผลในใจ ..แต่กลับไม่อาจเรียกหัวใจดวงนี้ให้เต้นระรัวได้อย่างจูบของอีกคน
ที่ไม่ว่ากี่ครั้ง เขาก็ยังใจสั่นระรัวทุกครั้งที่ริมฝีปากนั้นสัมผัสผิวกาย

ยิ่งกว่าจับจองหรือจดลิขสิทธิ์ไว้ร่างกายและหัวใจของเขาปารถนาและต้องการเพียงนิชคุณผู้เดียว

..ทำไมนิชคุณถึงมีอิทธิพลกับจิตใจของเขา ถึงขนาดนี้
ทำไมกัน ผู้ชายคนนั้นถึงแทรกซึมอยู่ในทุกๆความรู้สึกและจิตใจของเขา

ทำไม เพราะอะไร หรือเพราะเหตุผลง่ายๆ ที่เขามั่นใจว่านิชคุณจะไม่มีปัญหานี้อย่างเขา

ปัญหาง่ายๆอย่างเช่นว่า ..เขารักนิชคุณ
.
.
“ขอรอยยิ้ม เรียกกำลังใจสักรอยสิครับ อูยอง”ร่างสูงที่กำลังจะพ้นธรณีประตูเพื่อออกไปเข้าเวรตามตารางงาน หยุดเอ่ยอ้อนอูยอง ที่เดินมาส่งที่หน้าประตูห้อง คนถูกเอ่ยขอจัดส่งยิ้มหวานตามคำขอให้ฮยอนจุงอย่างไม่อิดออด  ฮยอนจุงให้ทั้งที่พัก อาหาร เสื้อผ้าชุดใหม่ ให้ทั้งคำปลอบโยน อ้อมกอด และความรัก หากเขาจะตอบแทนง่ายๆด้วยรอยยิ้มสักรอยได้เขาก็พร้อมทำ

“ตั้งใจทำงานนะครับ พี่ฮยอนจุง”

“เราเองก็ดูแลตัวเองนะอูยอง ถ้าวันนี้พี่กลับมาเห็นอูยองเป็นแบบเมื่อวานอีก สาบานด้วยจรรยาบรรณแพทย์เลยว่า พี่จะนั่งเฝ้าอูยองทั้งวันทั้งคืนให้เราเบื่อพี่ไปเลยนะรู้ไหม”ร่างสูงเอ่ย กำชับปนขู่ มือหนาขยี้ผมที่เรียบร้อยของอูยองอย่างเอ็นดู อูยองไม่ได้โวยวายที่ผมเสียทรง เพียงแค่แย้มยิ้มอีกที แล้วพยักหน้าลงอย่างเข้าใจ

ร่างเล็กเดินไปทรุดตัวนั่งลงบนโซฟาตัวโตเมื่อประตูปิดลงบ่งบอกถึงการจากไปของเจ้าของห้อง
ตากลมจดจ้องมองดูเงาสะท้อนที่ฉายกลับมาจากจอโทรทัศน์สีดำสนิท

..เขาก็ยังเห็นเพียงชู้ที่อยู่ในนั้น..

มือขาวยกขึ้นปาดหยาดน้ำใสที่ระรินลงบนแก้มขาว ..เขาผิดคำสัญญาที่ให้ไว้กับฮยอนจุงเสียแล้ว
อูยองเม้มริมฝีปาก น้ำตาที่ไหลเปื้อนแก้มถูกละความสนใจไปเมื่อดวงตาคู่กลมจ้องมองผ้าพันแผลที่ฝ่ามือของตัวเอง

จางอูยอง รักนิชคุณ …จางอูยองต้องการนิชคุณ

แผ่นหลังบางสะอื้นไหวไปตามแรงส่งน้ำตาออกมาจากตาคู่กลม สะท้านไปกับเสียงสะอื้น ที่เจ็บปวดและเสียดแทงไปทั้งหัวใจ
เขารักนิชคุณมากไป รักมากจนมองหาหนทางที่จะถอดถอนความรักนั้นคืนมาไม่ได้อีกแล้ว

..จางอูยองอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีนิชคุณ

เขาอยู่ไม่ได้

เขาทำไม่ได้

…แต่เขาก็ต้องทำ

พอแล้วพอเสียที จางอูยองอย่าให้ใครต้องมาเจ็บปวดกับนายอีกเลย อูยอง อย่าให้ต้องทรมานเพราะความเห็นแก่ตัวของนาย

พี่คุณไม่ใช่ของอูยอง  นิชคุณไม่ใช่ของจาง อูยอง

“ตัดใจสักทีอูยอง ..หยุดสักที”มือบางกดลงไปกับหน้าอกตัวเอง สะอื้นไห้อย่างควบคุมไม่อยู่ ทำไมถึงเจ็บนัก …ทำไมมันถึงเจ็บเหลือเกิน การยื่นมีดลงไปเข้าตัดหัวใจของตัวเองมันทรมานแบบนี้เองใช่ไหม

หยุด เขาต้องหยุดมันให้ได้

หยุดรักนิชคุณ ให้ได้

ไม่ว่าต้องใช้วิธีโสมม  แปดเปื้อน หรือไร้เกียรติเช่นไรเขาก็ต้องตัด ..ต้องลบเลือนนิชคุณออกไปให้ได้

..ไม่ใช่แค่เพื่อคุณคู่หมั้น แต่เพื่อคนกลางของเรื่องนี้ด้วย  พี่คุณจะได้ไม่ต้องเหนื่อยใจกับการที่ต้องมาจัดการปัญหาน่าเบื่ออย่างเขา หรือเป็นทุกข์กับการที่เห็นคุณคู่หมั้นกังวล

..อย่าทำให้ใครเสียใจอีกเลย จาง อูยอง..

มือขาวปาดเช็ดน้ำตาก่อนจะสูดลมหายใจให้เสียงของตัวเองเป็นปกติที่สุด ผ้าพันแผลคว้าหยิบโทรศัพท์ไว้ก่อนกดออกไปที่เบอร์ก่อนหน้านี้ของเครื่อง

“อ ..ฮัลล โหลลครับพี่ฮยอนจุง ..เปล่าครับ ..ผมไม่ได้เป็นอะไร ..ผมแค่จะถามพี่น่ะครับ ว่าพี่จะกลับบ้านช่วงค่ำใช่ไหมครับ”อูยองเม้มปาก จิกมือลงหน้าขาตัวเองอีกครั้ง รับฟังคำตอบที่ได้จากปลายสายว่าเวลาที่เขาเอ่ยถามนั้นคลาดกันกับที่เขากะไว้ เพียงเล็กน้อย

“ครับ …คือพี่ฮยอนจุงครับ …วันนี้พี่ช่วยกลับบ้านมาเร็วๆได้ไหมครับ”แรงที่กำจิกเพิ่มขึ้นกว่าเก่า ราวจะแข่งกันบีบคั้นกับแรงในหัวใจ

..ตัดใจจาง อูยอง … ถึงใจจะขาด  ก็ต้องตัดเสียไม่ให้เหลือ

“คือ …ผม มีเรื่องอยากให้พี่ช่วยน่ะครับ  …ครับ …เรื่องสำคัญ“ปลาย เสียงเบาหวิวไม่ต่างจากสายตาที่เพ้อละเมออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหมาย มือบางลูบไปตามตัวเองที่จารึกเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งนิชคุณ

“..ครับ ..ขอบคุณนะครับพี่ ..แล้วผมจะรอนะครับ”

ต่อให้ต้องแปดเปื้อน ต้องโสมม เขาก็ต้องลบ ต้องเลือนนิชคุณออกไปให้ได้ ลบเลือน ไม่ให้เหลือ …แม้สักรอย

“ทานข้าวแล้วทานยาด้วยสิ”

“อ้าปากนะ เดี๋ยวฉันป้อนเอง”

“ไม่ต้องหรอก”

“อย่าดื้อสิ ”

“ฉันจะยาติดคอตายเพราะนายนี่แหละ นิชคุณ”ตาคู่เรียวหันมาจ้องอย่างไม่สบอารมณ์ให้กับคนหน้าตาดูดีที่ดูซูบซีด ลงไปพอควรเมื่อขอบตาคู่กลมโตนั้นแดงก่ำ มือขาวคว้าหยิบแก้มน้ำและแก้วใส่ยามาจากมือหนาของคนที่ได้ชื่อว่าคู่หมั้น ของเขาที่พยายามจะจะป้อนยาให้  ..ขืนถ้าเขาทานยาจากมือนิชคุณที่ป้อนให้คงได้ตายเร็วกว่าเดิมกันพอดี

“นายไม่ต้องไปทำงานเหรอคุณ ..นายเฝ้าฉันมาเกือบสองวันแล้วนะ”เสียงหวานเอ่ยถามคนที่นั่งพิงสะโพกลงบน ข้างเตียง ร่างตรงหน้าที่อยู่ในเสื้อเชิ้ตทำงานที่กลัดกระดุมออกสองเม็ดและพับแขนเสื้อ ขึ้นจนถึงข้อศอกหันมาสบตาคู่เรียวของจุนซูที่จ้องเขาอยู่อย่างเหนื่อยใจแบบ ไม่ปิดบัง  นิชคุณส่งรอยยิ้มบางกลับมาให้ รอยยิ้มนั้นยังคงดูดีอยู่เหมือนเคยแม้ว่าตอนนี้ดวงตาของเจ้าของรอยยิ้มนั้น จะออกสีคล้ำและบวมอยู่บ้าง

ดวงตาของนิชคุณติดสีช้ำ เพราะไม่ได้นอนนั้นเขาพอแน่ใจอยู่บ้าง แต่แน่ใจกว่าที่มันดำคล้ำนั้นเป็นเพราะร้องไห้ ..ที่อาจไม่หนักเท่าอีกคนที่ควรจะอยู่ในห้องด้วยตอนนี้ และอยู่ในหัวใจของนิชคุณตอนนี้ด้วยเช่นกัน

“งานฉันไม่สำคัญเท่านายหรอกนะจุนซู”คนที่อยู่ปลายประโยครอบมองใบหน้าของคน พูดนิ่งงัน สายตาคมหวานกำลังจ้องไปที่กำแพงห้องอย่างไร้จุดหมาย ..นิ่งงัน ตั้งใจ ราวกับว่ามันจอทีวีของรายการน่าสนใจสักรายการ ปลายจมูกโด่งทอดถอนหายใจทิ้งไปอีกเฮือกที่ดังจนเกินไปเมื่อในห้องนี้เงียบก ริบ จนเสียงหยดน้ำเกลือที่ล่วงสู่แหล่งน้ำแทบจะดังออกมาชัดเจน คิม จุนซูอดจะถอดหายใจตามไปอีกคนไม่ได้

..คำพูดของนิชคุณมันก็น่าปลื้มใจดีหรอกนะ ..ถ้ามันเป็นความจริงแล้วคนพูดไม่ได้ทำหน้าราวกับจะเป็นจะตายอยู่ตอนนี้

นิชคุณแย้มยิ้ม นิชคุณพูดคุย นิชคุณอ่อนโยนและใส่ใจเขา ทั้งๆที่แววตานั้นกำลังไร้ซึ่งความแวววาวของประกายของสิ่งที่มีชีวิตที่มี หัวใจ ทั้งๆที่แววตานั้นเต็มไปด้วยใครอีกคนที่ไม่ใช่คิมจุนซูคนนี้

“แล้วนายไม่ไปตามหาคุณอูยองหรือไงนิชคุณ”ชื่อที่แถบจะสร้างปฏิกิริยาของนิ ชคุณได้ทันที ใบหน้าหล่อตวัดหันมามองจุนซูที่ยิ้มบางๆรออยู่ให้ทันที แววตาของนิชคุณนั้นเต็มไปด้วยความรู้สึก ไม่รู้ว่าจะตกใจ โกรธ หรือกลัวกันแน่
..ถ้ากลัวเขาเองก็ไม่แน่ใจว่ากลัวเขาจะล่วงรู้ถึงความสัมพันธ์ของคุณกับเลขา ของตัวเอง หรือกลัวว่าจะไม่มีวันหาคนที่เขาเอ่ยถึงเจอกันแน่

“ฉันจะไปตามหาเขาทำไม ..ทำไมจู่ๆนายถึงพูดถึงเขาล่ะจุนซู”นิชคุณเปือนหน้าออกไปอีกทางทันทีราวกับ กำลังซ่อนแววตาข้างในเอาไว้ เจ้าของเตียงส่ายหัวอย่างปลงตกกับเพื่อนคนนี้ของเขา ..สารภาพมานิชคุณว่านายจบเอกหลอกตัวเองมา ไม่ใช่บริหารจัดการ

“ก็แล้วทำไมนายจะไม่ไปตามหาเขาล่ะนิชคุณ …นั่นน่ะคนสำคัญของนายนะ”สายตาที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายที่ไม่แพ้ความยุ่ง เหยิงในหัวใจของนิชคุณหันมามองที่จุนซูอีกครั้ง ปากสีสดเม้มแน่น มือหนากำไปกับเตียงราวกับกำลังสะกดกั้นอารมณ์ จุนซูส่ายหัวอีกครั้ง ..ท่าทางที่กำลังเก็บกดอารมณ์ที่มันสะพัดในอกตัวเองแบบล้นเหลือแบบนี้ของนิ ชคุณทำไมเขาจะดูไม่ออก

เขากับคนตรงหน้ารู้จักกันมากี่ปีแล้ว ..ทำไมแค่นี้เขาจะดูไม่ออก ว่านิชคุณกำลังทรมานและเป็นทุกข์แค่ไหน

“แค่เลขาคนเดียว ฉันหาจ้างใหม่ก็ได้จุนซู”เสียงห้าวตอบเรียบๆ แต่ปลายเสียงกับสั่นพร่าจนอีกคนจับได้ นิชคุณเบือนสายตาที่แดงก่ำไปอีกทางจนจุนซูเริ่มจะมีน้ำโห มือที่ซีดเซียวและบอบบาง รั้งใบหน้าอีกคนให้หันมามอง

“นายจ้างเลขาใหม่ได้ …แล้วนายจ้างเจ้าที่ตรงนี้ของนายใหม่ได้ไหมล่ะหะนิชคุณ”นิ้วชี้สีซีดของ จุนซูจิ้มลงตรงตำแหน่งอกซ้ายของนิชคุณ ดวงตาคู่เรียวเต็มไปด้วยความจริงจังจ้องเขม็งมองคนที่อยู่สูงกว่าอย่างขัดใจ

…รู้สึกตัวเองเสียทีเถอะนิชคุณ รู้สึกถึงความรักที่นายมีให้คุณอูยองที่เต็มอยู่หัวใจของนายเสียทีเถอะ
รู้ไหมว่าคนจะตายไม่ตายแหล่เหนื่อยจะลุ้น จะเชียร์แล้วนะ นิชคุณ

“ฉันจะจ้างทำไม ในเมื่อฉันมีนายอยู่ทั้งคนจุนซู”มือหนาเข้ากอบกุมฝ่ามือที่ปลายนิ้วชี้กำลัง จิ้มอยู่บนอกเขา รอยยิ้มอบอุ่นถูกส่งออกมา รอยยิ้มอบอุ่นที่แสนเย็นเยียบจากแววตาที่ไร้ความรู้สึกนั้น ..มันว่างเปล่า แต่กับฉายแววถึงใครบางคนอยู่จนทั่วไปหมด

“ฉันอยากให้นายเห็นแววตาของตัวเองตอนนี้จังเลยคุณ ว่ามันไม่มีอะไรเลยนอกจากจาง อูยองขนาดไหน”เสียงหวานเอ่ยอย่างแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น ที่ทั้งสงสารและปลอบประโลม จุนซูไม่ได้ฝืนข้อมือออกแต่มือบางกลับแบออกกว้างก่อนจะวางทาบลงไปบนแผ่นอก ของนิชคุณ วางทาบลงบนตำแหน่งหัวใจที่กำลังกรีดร้องชื่อของอูยองอยู่ กรีดร้องดังก้องถึงขนาดนั้น ..แต่ทำไมนายถึงไม่ได้ติดเสียงหัวใจตัวเอง นิชคุณ

“นายอย่าพูดว่าต้องการฉัน ว่ารักฉัน ทั้งๆที่ข้างในนี้มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นสินิชคุณ”แววตาที่ว่างเปล่าของนิ ชคุณกำลังเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและสับสนชั่วแวบเดียวก่อนเขาพยายามที่จะให้ มันนิ่งสงบเหมือนเดิม ดวงตาคู่เรียวจ้องประสานกับดวงตาคู่คมของนิชคุณ ร่างสูงกระพริบตาลงราวกับกลัวว่าถ้าจดจ้องตอบโต้กันไปนานนกว่านี้ ความลับที่เขาเก็บเอาไว้ในหัวใจจะเผยออกมาให้อีกคนได้รู้  เผยเปิดออกมาเป็นดวงตานิ่งสงบ นิ้วเรียวแตะลงบนกลีบปากของนิชคุณก่อนจะได้เอ่ยคำแก้ตัวข้างๆคูๆออกมาอีก

“นายหยุดหลอกทั้งฉันและตัวนายเองสักทีเถอะคุณ นายกลัวอะไรเหรอคุณ นายกลัวผิดคำสัญญาที่นายเคยให้ไว้กับฉัน นายกลัวว่าจะเกิดอะไรอย่างนั้นขึ้นหรือไง ..ถ้านายไม่ลืมตอนนี้ฉันบรรลุนิติภาวะแล้วนะ ..กฎหมายทุกข้อครอบคลุมฉันไปตั้งแต่หัวยันปลายนิ้วเท้าอยู่แล้วคุณ”ปลายนิ้ว แตะย้ำแรงขึ้น เมื่ออีกฝ่ายจะเอ่ยเถียงอีก

“หรือนายกลัวว่าจะไม่มีใครปกป้องฉัน ดูแลฉัน ..ขอโทษทีนะนิชคุณ ถึงฉันจะป่วยตัวซีดเป็นไก่ต้มค้างคืนแบบนี้ ฉันเองก็ดูแลตัวเองได้ และที่สำคัญ ถึงไม่ใช่คู่หมั้นฉันนายจะเลิกเป็นห่วงฉันเสียเมื่อไหร่ ..นอนฉันก็นอนบ้านนาย โรงพยาบาลนี่ที่ฉันมาอยู่ก็ของนาย ชีวิตฉันมีแต่นิชคุณเต็มไปหมดไม่คิดว่าฉันจะเบื่อบ้างหรือไง คุณ”เสียงหวานฉอดๆที่เอ่ยรัวเป็นไฟหยุดนิ่งลง สายตาของจุนซูกำลังเต็มไปด้วยความเห็นใจ เหมือนกับหลายครั้งๆที่นิชคุณมีปัญหาที่หนักใจแล้วไประบายจุนซู ไปรับอ้อมกอดของจุนซู  ..ถ้าจะบอกว่านิชคุณปกป้องจุนซู จุนซูเองก็คอยดูแลนิชคุณอยู่เหมือนกัน

เพราะบางครั้ง นิชคุณคนเก่ง ก็ไร้ซึ่งความสามารถในการรู้จักและจัดการกับความรู้สึกตัวเองเสียเหลือเกิน

“และที่สำคัญที่สุดนะคุณ นาย ไม่ได้ รักฉัน“แววตาของนิชคุณฉายวาบ เหมือนเด็กที่ทำผิดมาแล้วถูกผู้ใหญ่ไล่ต้อนจนจนมุม   มือหนาจับมือที่แตะริมฝีปากด้วยเองไว้ออก เสียงห้าวระร่ำระรักบอก

“ทำไมฉันจะไม่รักนาย ฉันรักนายนะจุนซู”เอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แต่จุนซูกับฟังแล้วพ่นลมหายใจอีกเฮือก

..เขาชักจะหมั้นไส้นิชคุณแล้วนะ

“ไม่คุณนายไม่ได้รักฉัน ทำไมนายถึงไม่ยอมรับหา!! นายรักคุณอูยองนิชคุณ นายรักเขา นายรักคนอื่นได้คุณ มันไม่ผิด ถ้านายจะรักใครที่ไม่ใช่ฉัน ..เพราะนายไม่ได้รักฉัน มันไม่ใช่เรื่องผิดที่นายจะรักคุณอูยอง”ตะโคกใส่มือซีดก็ขอตบไม่เบาเรียกสติ ซักทีเถอะ

“นายรักอูยอง ไม่ผิดคุณ ถ้านายจะเถียงฉันอีกก็ขอให้รู้ไว้ว่าฉันรู้จักนายมาเป็นชาติ ฉันรู้ดีว่านายคิดอะไรอยู่ นิชคุณ!! คนอย่านาย คนที่ชีวิตเต็มไปด้วยระเบียบและคำสัจอย่างนายคุณ ..ถ้านายไม่รักเขามาก จนไม่สามารถจะควบคุมตัวเองได้ นายจะไม่มีวันทำในสิ่งที่นายคิดว่ามันผิด การนอกใจผิด การคบหาคนอื่นผิด ..และมันเป็นสิ่งที่นายไม่ชอบ”

“แต่นายก็ทำ ..คิดดูเอาแล้วกันนิชคุณ ว่าถ้านายไม่รักเขา นายจะทำในสิ่งที่ตัวเองเกลียดเหรอคุณ ทำในสิ่งที่ละเมิดกฎของนายหรือไง”

“นายรักใครก็ได้คุณ คำสัญญานั่นไม่ใช่บ่วงที่รัดนายเอาไว้ นิชคุณ นายจะรักใครก็ได้ เพราะมันเป็นใจของนาย”จุนซูเบาเสียงลง ทอขับนุ่มนวล มือสวยลูบกอดนิชคุณเอาไว้ เอ่ยบอกให้อภัยและอนุญาตราวกับคุณแม่ที่กำลังสอนลูกที่เธอรักมาก

“ยอมรับและเปิดใจเสียทีนะคุณ ว่านายรักใคร”จุนซูดันร่างหนาออกจากอ้อมกอด ยิ้มหวานซีดให้คนตรงหน้า ฝ่ามือที่พันด้วยผ้าก็อธยกขึ้นลูบหัวไหล่ที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามนั้นอย่าง อ่อนโยน
มันเป็นความผิดของเขาเองที่ตอนนั้น ดันไปเรียกร้องคำสัญญาจากนิชคุณ ..เพราะคนอย่างนิชคุณไม่เคยทำผิดสัญญา

“ฉ .. ฉัน .. ฉัน ร.. รัก ..รัก”จุนซูยิ้มบางบีบไหล่ นิชคุณอย่างให้กำลังใจ ..ทำไมนะคนที่ทำตามความรู้สึกตัวเอง และทำตามที่ใจปารถนามาตลอด ทั้งกอด และขอคบคุณอูยอง ถึงทำไม่ได้กับอีกแค่การจะพูดมันออกมา ยอมรับสิ่งที่หัวใจตัวเองเป็น ไม่ยากไปหรอกนะนิชคุณ

“ไม่เป็นไรนะคุณ พูดมันออกมาจากหัวใจ ปลดบ่วงนั้นออกซะ ปลดบ่วงคำว่าคู่หมั้นออกจากใจนายซะนะ” นิชคุณจ้องไปในดวงตาของจุนซู ที่กำลังให้กำลังใจเขา ประกายแวบนึงฉายเข้ามาในห้วงคิดของเขา ..คู่หมั้น

“ฉันรัก รัก นาย ฉันต้องรักนาย คิมจุนซู ฉันรักนาย”
 ถ้อยคำที่ได้ฟังทำให้จุนซูโมโหขึ้นมาจริงๆแล้ว เสียงที่ปลอบโยน แววตาที่เห็นใจกำลังฉายแววหมั้นไส้ไว้เสียจนทั่ว มือที่บีบัวไหล่นิชคุณ กำลังออกรงผลักคนตัวสูงแรงอย่างโมโหแทน

ไอ้บ้า ไอ้งี่เง่า  มันสมควรให้คุณอูยองทิ้งไปไม่กลับมาเลยซะจริงๆ ไอ้คนซื้อบื้อ ไอ้หลอกตัวเอง

“นายรักฉันใช่ไหมคุณ นายจะหลอกตัวเองอย่างนั้นตลอดไปเลยใช่ไหมคุณ นายจะจมปลักถ่วงน้ำตัวเองให้ตายเพราะการไม่ยอมรับใจตัวเองใช่ไหมนิชคุณ หะ!!!”จุนซูเปลี่ยนจากผลักไหล่มาตบลงที่ใบหน้าขาวที่ยังคงมองเขาด้วยแววตา ที่มันร้างไร้ความรู้สึกจนอดไม่ไดที่ตบเรียกสติคราวนี้จะแรงจนใบหน้าคมหันไป อีกทาง นิชคุณหันกลับมามองจุนซูอีกครั้ง แย้มยิ้มให้กับจุนซู ทังที่แววตานั้นแสนจะเลื่อนลอย

“ฉันรักนายจุนซู”คนที่ถูกบอกรักอีกครั้ง กัดปากตัวเองแน่น ไม่บอก ไม่โวยวายต่อ เพราะเหนื่อยเต็มทน เหนื่อยทั้งใจ เหนื่อยทั้งกาย ..ตลอดยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมานี่เป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่เขาใช้พลังงานเยอะ ถึงขนาดนี้ นั่งสูดลมหายใจเข้าปอดตัวเองลึก ตวัดตามองนิชคุณที่ยังคงมองเข้าด้วยรอยยิ้มอยู่เหมือนเดิม ..รอยยิ้มว่างเปล่าที่มันเห็นเเล้วชวนให้อารมณ์เสีย

สาบานเถอะ ถ้าไม่ได้เห็นแก่คุณอูยอง เขาจะปล่อยให้ไอ้คนบ้าคนนี้นอนจมความเสียใจตายอย่างโดดเดี่ยวไปตลอดชีวิต ..ให้มันตายอย่างไม่เหลือใครนั่นล่ะถึงจะสาสมกับการหลอกตัวเองขั้นเทพแบบนี้

“นายรักฉันใช่ไหมนิชคุณ” มือซีดไล้ไปตามแผงอกก่อนวางนิ่งอยู่ตรงลำคอแข็งแรงเมื่อนิชคุณพยักหน้าให้ เขา ดวงตาวาวประกายที่แม้จะดูธรรมดาแต่กับเย้ายวนชวนมองอย่างไม่น่าเชื่อ จดจ้องประสานลึกลงไปในแววตาของอีกคน มือขาวโอบรอบคอก่อนจะออกแรงยันตัวยืดขึ้นจน ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ใกล้กันเข้ามากว่าเดิม

“ถ้ารักฉัน ก็จูบฉันสินิชคุณ”

.
.
.

TBC

เรื่องนี้เปิดรวมเล่มแล้วนะคะ

ใครอยากได้หรืออยากดูรายละเอียด ราคา หน้าปก และต่างๆ

>>จิ้มตรงนี้ค่ะ<<

 

แล้วก็เรื่องPA/PB และเรื่องสั้น con-sum โบว์ยังมีเหลืออยู่นะคะเป็นพร้อมส่ง

>>จิ้มดูตรงนี้ได้เช่นกันค่ะ<<

Advertisements

1 คิดบน “[FIC 2PM]CAN YOU LOVE ME {KW-TJ-CH-M} #19

  1. keyleon

    กรี๊ดดดดดดดดดเจ้าชายมินจุนของหนูววววว โอเย่ พี่คิมละมุนมากเลยช้อบชอบบบ

Leave a Comment

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s