[FIC 2PM]CAN YOU LOVE ME {KW-TJ-CH-M} #21

[FIC] [Can you love me] …ยังไงก็รักเธอ….
Chapter : # 21 คงทำได้แค่ยิ้ม ..แข่งกับน้ำตา

Couple : แทคเจย์/คุณด้ง/ชานโฮ/ ซู??
Rate : PG-NC16 ,warning :  have a seen Not for Children
song :

 

 


คงทำได้แค่ยิ้ม ..แข่งกับน้ำตา
.
.
“แฟนหมีเอาวนิลาแล้วกัน “จุนโฮวาดยิ้มจนตาหยีบอกชานซองที่รีบเดินตรงไปที่ร้านขายไอศรีมที่อยู่ไม่ห่างนัก จุนโฮนั่งลงตรงเก้าอี้ที่อยู่ตรงโต๊ะสำหรับสองคนในมุมน่ารักๆที่จัดไว้เป็นโซนของห้างที่ก็ไม่ได้อยู่ห่างจากห้องพักของเขาสองคนไปนัก ..ทั้งๆที่ก็เคยมาเดินด้วยกันออกจะหลายครั้ง แต่ทำไมครั้งนี้จุนโฮรู้สึกว่ามันอบอุ่นและมีความสุขนักก็ไม่รู้

‘แฟนหมี’เป็นสรรพนามที่เขาก็ไม่รู้ตัวเหมือนกันว่าในครึ่งวันที่ผ่านมานี้ จู่ๆมันก็กลายเป็นถ้อยคำเขาต้องใช้เรียกแทนตัวเองไปตลอดตั้งแต่เมื่อไหร่ ครึ่งวันที่นับดูแล้วก็เกินขึ้นไปมากอยู่เหมือนกัน แต่ทำไมเขารู้สึกว่ามันพึ่งจะผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น ทั้งการเดินช่วยกันเลือกซื้อของทั้งเสื้อผ้าบ้าง ของแต่งห้องบ้าง หรือบางอย่างก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะเอาไปใช้ทำอะไรแต่พอมารู้ตัวอีกทีเขากับชานซองก็เห็นดีเห็นงามซื้อกันมาเสียแล้ว

ตาคู่เรียววาดยิ้มขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเห็นชานซองเดินกลับมาหาที่โต๊ะพร้อมไอศกรีมวนิลาสีขาวหนึ่งอันสำหรับเขา และไอศกรีมวนิลาอีกสองอันสำหรับตัวเอง ชานซองเดินยิ้มเข้ามานั่งลงตรงหน้า เสื้อแขนยาวสีชมพูรูปเด็กผู้ชายกอดตุ๊กตาหมีที่เหมือนกันกับบนตัวเขา ตามแบบฉบับเสื้อคู่รักนั่นก็ดูน่ารักจนจุนโฮเองก็อดอิจฉา’แฟน’จริงๆของชานซองไม่ได้
..ที่มีสิทธิ์จะเรียกชานซองว่าแฟนได้เต็มปากเต็มคำ เดินควง หรือจะใส่เสื้อคู่รักนี้ได้โดยไม่ผิดอะไร ..เขาเองไม่ใช่ว่าไม่ได้รู้สึกหรือนึกถึงตำแหน่งจริงๆว่าที่ตรงนี้มันมีเจ้าของแล้ว เขาเองรู้ตัว แต่เพียงแค่พยายามที่จะไม่สนใจมันเท่านั้นเอง

“ง่าาา ทำไมของนายมีตั้งสองอันหะ ชานซอง”จุนโฮยื่นมือไปรับไอศกรีมที่ชานซองยื่นส่งมา สองขาตีโบกไปมาบนเก้าอี้เหมือนเด็ก ลิ้นสีชมพูบรรจงเลียไอศกรีมสีขาวอย่างเอร็ดอร่อย ชานซองนั่งมองจุนโฮไปก็จัดการเจ้าไอศกรีมอันแรกไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะค่อยนั่งเลียอันที่สองช้าๆเป็นเพื่อนจุนโฮ

“แล้วนายไม่กินรสชาเขียวเหมือนเดิมเหรอชาน”คนตาเรียวเอ่ยถาม ลิ้นก็รับรสความเย็นหวานอยู่เรื่อยๆ

“ก็อยากกินเหมือนกันบ้างนี่น่า ..เห็นแฟนหมีกินทีไรก็ยิ้มให้ชวนลองดูบ้างทุกที  คราวนี้แฟนตี่ก็ลองชิมดูบ้างสิ”จุนโฮหน้าแดงปื้นอีกครั้งกับสรรพนามว่า’แฟนตี่’ที่ชานซองก็ช่างคิดให้มาคล้องกับแฟนหมีจนเขาพาลจะเขินตาย

“ชิ! กินไปเลยนะ”จุนโฮย่นจมูกใส่ชานซองแกล้งทำเป็นค้อนให้สักทีก่อนจะนั่งก้มหน้าที่แดงแปร๊ดแล้วตั้งใจเลียไอศกรีมในมือต่อไป ความเงียบที่เริ่มโรยตัวเข้ามาได้ไม่เท่าไหร่ก็มีอันต้องวิ่งหนีไปเมื่อชานซองไม่ได้ตั้งใจทานจนไม่พูดอะไร

“เราจะไปไหนกันต่อดีล่ะแฟนหมี”ชานซองตาแป๋วถามจุนโฮ คนโดนถามเงยหน้าขึ้นมามอง หลิ่วตากับไอ้แววตาวิบวับหน้าจิ้มสักทีนั่นคนเดียว งับไอศกรีมคำสุดท้าย ก่อนจะเอียงคอจ้องตาโตๆที่มาจงใจทำแบ๊วตรงหน้า

“ไม่รู้อ่ะ อืม~~~”จุนโฮเอานิ้วมาวางทาบและเคล้าคลึงบนกลีบปากตัวเองพลางคิดไปว่าจะไปที่ไหนต่อดี  …ไม่รู้สิ สำหรับจุนโฮมันไม่แตกต่างว่าจะไปที่ไหน ขอแค่มีชานซองอยู่ข้างๆเขาก็รู้สึกว่ามันมีความสุขไปเสียหมด

“เดินเล่นไหม”จุนโฮยื่นหน้าเข้ามาใกล้ชานซองแล้วลองเสนอดู รอยยิ้มหวานทุกคำพยางค์ที่เอ่ยเอื้อนราวสรวงสรรค์ที่ชานซองได้แต่ยิ้มอย่างห้ามไม่อยู่

“หืม เดินเล่นนี่นะ”โคลงหัวใส่ทั้งๆที่กำลังยิ้มอยู่แท้ๆ ดูเจ้าเล่ห์ดีจริงๆ ไอ้ชานเอ๊ย

“อืม ก็เดินไง เดินไปด้วยกัน เดิน เดิน ไปถนนกรุงโซลสวยออก แล้วใช่ว่าแถวนี้จะมาเดินบ่อยๆกันซะหน่อย”พูดไปก็โบกหมายโบกมือประกอบท่าทาง ยิ้มหวานเชิญชวนอยู่ตลอด

“แล้วไม่เบื่อ?”คำถามที่จุนโฮฟังแล้วหลุดยิ้มออกมาอีกจนตากลืนหายไปทั้งรอยวาด

“มากับแฟนใครเขาจะกล้าเบื่อกัน”

…….
เสียงจังหวะของรองเท้าหนังอย่างดีที่กระทบกับพื้นปูน เป็นเสียงที่เหมือนสัญญาณบอกการเดินตรงมาของเจ้าของรองเท้า ร่างสูงก้าวเดินเนิบนาบหากแต่ก็ รั้นจังหวะให้สม่ำเสมอกันจนดูรวดเร็ว ฝ่ามือบีบกำกุญแจแน่นจนเจ็บไปทั้งฝ่ามือ แต่กลับไม่ได้ทำให้เขารู้สึกถึงมันเลยซักนิด ..ตอนนี้สมองเขามันตื้อไปหมดแล้ว ตื้อไปหมด ตื้อแบบที่เขาไม่อยากเอามันมาใช้คิดแทนหัวใจอีกแล้ว

‘ฉันไม่เข้าใจนายเลยคุณ ว่าทำไมนายต้องจูบฉัน การที่ปากเราแตะกัน หรือลิ้นนายเข้ามาในปากฉันมันไม่ได้ช่วยให้นายให้นายลบความรู้สึกตัวเองได้หรอกนะ’

ประโยคที่จุนซูเอ่ยบอกเขาหลังจากที่เขาได้ถ่ายทอดรสจูบให้แก่คนที่ยังใส่ชุดคนไข้นั้นอยู่ …เวลาที่ใช้ไปเพียงแค่ไม่ถึงนาที ริมฝีปากเขาที่ประทับลงบนผิวของจุนซู น้อยนิดเมื่อเทียบกับที่เคยทาบแตะและถ่ายเทความหอมหวานร้อนลุ่มให้แก่ใครอีกคน

‘คุณหัวใจนายไม่ได้ดีใจเลยรู้ไหม มันไม่ได้เต้นรัวสักนิดตอนที่จูบฉัน’ฝ่ามือคู่เล็กยกขึ้นมาชูขึ้นให้นิชคุณดู เอ่ยพูดอย่างเห็นใจด้วยริมฝีปากที่เจ่อช้ำติดแดงทั่ว น้ำเสียงของจุนซูยังคงอ่อนยอนและสงบนิ่ง ..จูบนั้นไม่ได้เปลี่ยนอะไรในความรู้สึกหรือนึกคิดของเขาแม้แต่น้อย ..สิ่งเดียวที่เพิ่มขึ้น คือความสงสาร นิชคุณทั้งน่าหมั้นไส้ น่าจับฆ่าหมกหลังโรงพยาบาลสักครั้งกับไอ้นิสัยบ้าๆแบบนี้ แต่ก็น่าสงสารจับใจเช่นกัน

การที่เราไม่สามารถเปิดทางและใช้หัวใจให้คิดหรือทำอย่างที่เราต้องการได้ มันน่าเจ็บปวดมากไม่ใช่หรือ
เราจะเชื่อสมองได้สักแค่ไหน ในเมื่อสิ่งที่สมองตัดสินใจ มันทำให้หัวใจเรากำลังเจ็บช้ำ

นิชคุณรูดมาสเตอร์คีย์พร้อมทั้งกดรหัสประจำห้องนี้ที่ใช้มานานแสนนานอยู่หลายปี ‘0430’บิดลูกบิดที่เสียบลูกกุญแจเอาไว้ แต่ก็ยังไม่ได้เปิดประตูเข้าไป นิชคุณหลับตา ..เขากำลังภาวนา..ลืมตาขึ้นก่อนเปิดประตูเข้าไปอย่างช้าๆ

ความมืด และว่างเปล่า  คือสิ่งที่เขาได้พบเจอ

…คำขอของเขาไม่เป็นจริงสินะ

มือหนากดรีโมตก่อนที่อุปกรณ์อำนวยความสะดวกในห้องจะเริ่มทำงานอีกครั้ง นิชคุณพาดเสื้อสูททิ้งไว้ที่แขนโซฟา  ..เขาอ่อนล้า แต่เขาก็ไม่ได้นั่งลงไป

นิชคุณกวาดสายตามองไปรอบๆห้อง ของทุกๆชิ้นยังวางอยู่ในที่ของมัน อยู่ในองศามุมเดิม ..แต่สำหรับเขามันไม่เหมือนเดิมเลยสักนิด ..มันหายไป สิ่งสำคัญที่สุดที่นี่มันหายไป

  ‘คุณหัวใจนายไม่ได้ดีใจเลยรู้ไหม ‘
ทำไมเขาต้องจูบจุนซู ทำไมน่ะเหรอ …เพราะเขาหวังว่าหัวใจเขามันจะไม่เป็นอย่างที่จุนซูบอก เขาหวังว่ามันจะรัวระวิง ดีใจ และเต้นแรง ..เหมือนเวลาที่เขาได้จูบกับคนอีกคน

เขาแค่หวังว่า จุนซูจะเป็นมากกว่าพี่ มากกว่าน้อง มากกว่าคนที่เขาต้องดูแลให้ที่ดีสุดในความรู้สึกสักที
เขาเพียงหวังว่า เขาจะรักจุนซูแบบที่..

‘นายรักคุณอูยองคุณ’

‘นายรักเขาได้ และนายก็บอกเขาได้ด้วย ได้โปรดเลิกรู้สึกผิดสักที่เถอะ ได้โปรด..ทำอย่างที่หัวใจนายบอก ..ทำตามที่นายรู้สึก ไม่ใช่ที่นายคิด บอกว่ารักเขาเหมือนตอนที่นายสัมผัสเขาคุณ’

“ถ้าไม่รัก หัวใจนายจะไม่ใจเวลาสัมผัสใครหรอกนะ”

ดีใจ?

ดวงตาคู่โตที่เปลือกตาและใต้ดวงตานั้นเป็นสีคล้ำเข้มพริ้มหลับลง  ปลายนิ้วมือไล้ไปตามเครื่องครัวที่วางเรียงกันเป็นระเบียบอยู่ในชั้นวาง ..แต่มันอาจไม่ถูกที่นัก เขาทำความสะอาดและจัดเก็บมันเอง เพราะไม่ต้องการให้แม่บ้านมาแตะต้องรอยนิ้วมือที่จารึกอยู่บนนั้น ให้มันหายไปอย่างที่เจ้าของมันจากเขาไป

นิชคุณลืมตา ความพร่ามัวทำให้เขาต้องปาดหยาดน้ำใสออกไป ..อาหารเช้าที่เขาเคยทานทุกวัน แม้ว่ามันจะไม่ได้รสชาติเลิศเลอ แต่เขารู้สึกถูกปากกว่าอาหารตามภัตตาคารหรูๆ ..ที่ไม่รู้ว่าเขาจะได้กินมันอีกครั้งเมื่อไหร่ อาจไม่มีวันนั้นแล้วก็ได้

ทุกองศาอากาศในนี้อัดมวลไปด้วยกลิ่นอายที่คละคลุ้งไปในทุกๆที่รอบกายเขา..กลิ่นอายของใครอีกคน

เสียงแผดร้องที่ดังอยู่ข้างนอกห้องครัวทำให้เขาเดินออกไป กดรับทันที่ที่เห็นเบอร์ที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ

“ว่าไงบ้าง”เสียงเข้มเอ่ยถามปลายสาย ในใจเขากำลังเต้นรัวรอคำตอบที่จะได้ฟัง

“คือว่าตลอดสามวันนี้ทางเราสืบดูตามที่คุณต้องการแล้วนะครับ คุณนิชคุณ”ฝ่ามือหนากำแน่นอย่างไม่รู้ตัว เขาหวังว่ามันจะเป็นข่าวดี

“แต่เรายังหาตัวคุณจาง อูยองไม่เจอเลยครับ”นิชคุณหลับตาลงกับคำตอบที่ที่กัดกร่อนความหวังเขาลงอย่างเลือดเย็น

“สำนักงานสืบที่ดีที่สุดของเกาหลีทำได้แค่นี้เหรอไง!!!”นิชคุณขึ้นเสียงอย่างที่ไม่ควร แต่แลกกับเงินหลายแสนที่เขาจ่ายอย่างน้อยเขาหวังว่าจะได้รู้อะไรบ้าง อะไรบ้างสักนิดก็ยังดี

“ทางเราอาจจะยังไม่เจอคุณอูยอง แต่ทางเราก็ได้ข้อมูลมาครับ คุณนิชคุณ”ปลายสายตอบกลับมาอย่างใจเย็นกลับลูกค้าอารมณ์ร้ายที่เจอได้ไม่ยากนัก นิชคุณนิ่งฟังอย่างตั้งใจ

“เราทราบว่าคุณอูยองขึ้นรถไปกับผู้ชายคนนึง ในคืนวันที่แปดครับ”

“ใคร อูยองเป็นอะไรหรือเปล่า”นิชคุณตะเบ็งเสียงถาม ในใจกำลังหวั่นกลัว เขากลัวจริงๆว่าหนึ่งในสิ่งที่เขากลัวมันจะเกิดขึ้น

“ทางเรายังไม่ทราบแน่ครับว่าเป็นใคร แต่ด้านความปลอดภัยคุณนิชคุณคงสบายใจได้ เพราะคุณอูยองไม่ได้ขัดขืนที่จะไปกับชายคนนั้นครับ น่าจะเป็นคนรู้จักกันครับ”

คนรู้จัก?

“แต่อูยองไม่มีญาติในโซล ใช่จุนโฮกับชานซองหรือเปล่า”

“ไม่ใช่เพื่อนทั้งสองคนที่คุณบอกครับ ทางเราคิดว่าเพื่อนของคุณอูยองยังไม่ทราบว่าคุณอูยองหายไปครับ”

“ถ้ามีอะไรคืบหน้าผมจะรีบแจ้งให้ทราบนะครับ”ปลายสายเอ่ยบอกเมื่อเห็นว่านิชคุณเงียบ และไม่มีคำถามเพิ่มแล้ว

“คุณช่วยหาเขาให้เจอนะครับ ..หาอูยองของผมให้เจอนะครับ”นิชคุณเอ่ยเสียงแผ่ว ความอ่อนแอที่คลอตามกระแสน้ำเสียง คนฟังเอ่ยบอกให้วางใจก่อนที่จะตัดสายไป

นิชคุณนั่งนิ่งอยู่บนโซฟา นานเท่าไหร่แล้วไม่รู้ที่ในฝ่ามือเขามีโทรศัพท์สีดำวางนิ่งอยู่บนมือ เครื่องที่เหมือนกับสีเหลืองอีกเครื่องนึง ดวงตาที่เหม่อเลยจับจ้องที่ดอกลิลลี่สีขาวที่บัดนี้แห้งกรอบอยู่ในแจกันอันสวย

‘ขอบคุณนะครับที่จะมาตื่นข้างๆพี่ทุกเช้า นิชคุณ’

ข้อความในการ์ดที่แม้ว่าเขาจะเขียนมันไปร่วมเดือนแต่เขาก็ยังคงจำมันได้ ..แต่นี่เป็นคืนที่สามแล้วที่เขาต้องนอนและตื่นเพียงลำพัง

…นายอยู่ที่ไหนหรืออูยอง นายอยู่กับใครหรืออูยอง…

ถ้าอะไรในชีวิตเขามันมีค่าพอ ถ้ามันจะมีค่าสักนิด เขาก็ขอแลกมัน แลกอย่างน้อยให้ได้เห็นหน้าของอูยองอีกสักครั้ง ไม่ต้องให้อภัยคนเลวอย่างเขาก็ได้ แค่ขอให้รู้ว่าอูยองสบายดีก็พอ ..แต่กับใคร เขาก็หวังแค่ว่าพื้นที่ในใจอูยอง ยังคงเขียนชื่อนิชคุณเอาไว้

นิชคุณหลับตาลงอีกครั้ง เอนกายลงบนโซฟาตัวอุ่นที่อูยองมักจะนั่งอยู่ ผ้าพันคอสีเทาที่อูยองถักทอให้ถูกใช้แทนหมอนที่ให้ความอบอุ่นได้ลึกซึ้ง หยาดน้ำใสหยดเล็กๆกลิ้งลงแทรกซึมเข้าไปในเนื้อผ้าไหมพรม

“พี่ขอโทษ”
……

“อูยองครับ”เสียงเอ่ยเรียกพร้อมฝ่ามือหนาที่ประกบลงบนซีกแก้มเนื้อเนียนนิ่ม จับหันให้สายตาหันมาสบกับดวงตาคู่หวานของเขา หลังจากที่ได้ฟังทุกอย่างที่อูยองบอก ทุกอย่างที่อูยองขอร้อง

“อูยองจะทำอะไร”เอ่ยถามเสียงเข้มขึ้น อย่างที่เขาไม่เคยเป็น แต่ก็ยังคงอ่อนโยนอยู่ไม่เปลี่ยน ฮยอนจุงคว้าหยิบเสื้อไหมพรมตัวอุ่นที่อูยองใช้คลุมร่างกายไว้เมื่อตอนกลางวันขึ้นมาให้เจ้าของได้เห็น เสื้อกล้ามสีขาวตัวเล็กๆนั้นไม่ได้ทำให้ความกระจ่างใสของร่างบางน้อยลงสักนิด

“พี่ฮยอนจุง ช่วยผมหน่อยได้ไหมครับ”ดวงตาคู่กลมมองอย่างสื่อความหมายขอร้องชัดเจนจนร่างสูงสะอึกไปกับความหมายที่เขาเข้าใจดี

“อูยอง”

“พี่ฮยอนจุงช่วยผมหน่อยนะครับ ไม่นานหรอกครับ แค่ไม่นาน …แล้วทุกสิ่งทุกอย่างจะจบลงเสียที สิ้นสุดลงเสียที”ท้ายประโยคแผ่วเบา ร่างเล็กขยับออกจากสายตาที่กำลังทอแสงความเห็นใจและไม่เข้าใจมาให้ตัวเอง มันเอ่อล้น มันมากมาย มันบีบคั้น จนมันปวดร้าวมากพอกับที่เขาเป็นในหัวใจ ..มันทำให้เขารู้สึกสมเพชตัวเองเสียยิ่งกว่าเดิม

สิ่งที่เขาทำมันน่าสมเพชแค่ไหนเขารู้ตัว แต่เขาคิดออกเพียงแค่นี้ คนโง่อย่างเขาคิดออกแค่นี้แหละ

อูยองคลานไปที่มุมเตียงหยิบถุงที่บรรจุสิ่งที่เขาฝากคนตัวสูงที่ยืนมองเขาอยู่ที่ปลายเตียงขึ้นมา อูยองหยิบกล่องถุงยางออกมาจากถุง เม้มริมฝีปากขณะมองกล่องกระดาษเล็กๆสองใบในมือ

..พี่คุณครับ..

อูยองสะบัดหน้าตัวเองแรงๆ ให้หยดน้ำทีมาคลอหน่วยตาอีกแล้วนั้นหายไป

เขาผิดสัญญากับตัวเองอีกแล้ว …หยดสุดท้าย…อีกนานแค่ไหนกันเขาถึงจะได้เจอะเจอกับน้ำตาหยดนั้น คงนาน แสนนาน

“อย่าทำแบบนี้เลยอูยอง”ฮยองจุนแปะมือลงบนกลุ่มผมนิ่ม รวบตัวบอบบางไว้ในอ้อมกอด อูยองหยุดนิ่งลง สงบลงกับความอบอุ่นที่ฮยอนจุงมอบให้

“ผมจำเป็นต้องทำ”อูยองพึมพำเสียงแผ่วเบา พลางดันตัวออกมา คว้าหยิบของที่ถูกทิ้งไว้บนเตียง หยิบส่งให้คนตรงหน้า

“อูยอง..”

“ผมขอร้อง”แววตาจริงจังที่อูยองมอบให้ทำให้ฮยอนจุงรู้ดีว่า ต่อให้พูดอะไรไปอีกก็ไม่มีประโยชน์ ..อูยองอาจจะอ่อนไหว หรืออ่อนแอบ้างในบ้างครั้ง แต่อูยองไม่เคยอ่อนเอนกับความรู้สึกของตัวเอง ถ้าตัดสินใจแล้ว ห้ามไปก็ดูจะไม่มีประโยชน์

“อูยองให้พี่ซื้อกล้องมาก็เพราะแบบนี้น่ะเหรอ”ฮยอนจุงเอ่ยอย่างท้อใจ พยายามจะสบตาของอูยองที่เอาแต่เบือนนี้นั้น มือก็กำกล้องแบบใช้แล้วทิ้งที่อูยองฝากให้เขาซื้อมาให้

ใช่ว่าเขาจะเดาไม่ออกว่าอูยองจะทำอะไร แต่เขาอยากฟังจากปากอูยองมากกว่า
มีเพียงความเงียบกับเสื้อกล้ามตัวเล็กที่ถูกวางลงบนเตียง

“แล้วอูยองทำแบบนี้คิดว่านิชคุณเขาจะเสียใจงั้นเหรอ”เอ่ยถามอย่างปลอบโยนแต่สิ่งที่ได้เป็นเพียงแค่รอยยิ้มเย้ยหยันที่เขารู้ว่าอูยองมอบให้ตัวเองส่งมาให้เท่านั้น

“ไม่หรอกครับ คนอย่างนิชคุณเขาไม่เสียใจหรอกครับ ถ้ารู้ว่าผมไปเป็นของคนอื่น เขาไม่เสียใจหรอกครับที่เลขาของเขาจะเป็นอะไรไปก็ตาม”เสียงแผ่วที่เปล่งออกมามันคลอเคลือบความปวดร้าวไว้มากมายจนคนฟังยังรู้สึกปวดแปลบในใจ

“แล้วถ้าอูยองคิดว่าเขาจะไม่เสียใจ แล้วอูยองจะยังทำแบบนี้ทำไม ถ้าอูยองคิดว่าเขาไม่รักอูยอง แล้วจะส่งรูปไปให้เขาอีกเหรออูยอง” ฮยอนจุงเอ่ยถาม อูยองแย้มยิ้มออกมาบางๆ  เงยหน้ามองฮยอนจุงที่มองอยู่สูงขึ้นไป

“ผมไม่ได้ทำแบบนี้เพื่อให้เขารู้สึกแย่นี่ครับพี่ฮยอนจุง ที่ผมจะส่งรูปพวกนี้ไปเพื่อเป็นสิ่งที่ผมจะลงโทษตัวเองต่างหาก ถึงแม้ว่าพี่คุณเขาจะไม่…เคยรักผม”ปากอิ่มกัดเม้ม หยาดน้ำบนแก้มถูกปาดทิ้งออกไป

“แต่เขาก็ไม่อยากใช้ของที่เขาไว้ใช้แก้เครียดร่วมกับคนอื่นหรอกครับ  ..มันจะเป็นสิ่งที่ทำให้แน่ใจว่า ต่อให้ผมทนอยู่กับชีวิตที่ไม่มีนิชคุณไม่ได้ ผมก็จะกลับไปหาเขาไม่ได้อีกแล้ว  เขาจะไม่กอดผม ถ้าผมกอดกับคนอื่น …ต่อให้ผมต้องการเขา อยากกอดเขาแค่ไหนเขาก็จะไม่กอดผมอีกแล้ว ..ไม่อีกแล้ว”ใบหน้าขาวที่ดูซูบซีดอย่างชัดเจนแหงนขึ้นก่อนจะสะบัดหน้าอีกครั้ง หันมายิ้มให้ฮยอนจุง ก่อนจะดึงฝ่ามือหนาให้ก้าวขึ้นมาบนเตียงด้วยกัน

“เรารีบถ่ายกันเถอะครับพี่”อูยองเอ่ยบอก ฉีกยิ้มหวานให้กับกล้อง ฮยอนจุงมองอย่างลังเลใจ หม่นคิ้วมอง ถอนหายใจหนักๆ แต่ก็ยันตัวขึ้นพร้อมกับจับกล้องมาทางอูยองที่ตอนนี้มีเพียงผ้าห่มสีขาวที่ถูกดึงขึ้นมาพันเอาไว้รอยเอวเล็ก ปิดบังกางเกงผ้าบางเบาตัวเล็กที่อยู่ข้างใน อูยองยีหัวตัวเองจนยุ่งเหยิง อูยองกรีดนิ้วลงไปบนแผ่นอกขาวตัวเองเป็นจุดๆ เพียงชั่วครู่รอยแดงช้ำก็ปรากฏขึ้น  ควานคว้าเปิดกล่องถุงอย่างหยิบหนึ่งซองออกมาฉีก ให้เห็นแผ่นอย่างอ่อนใสข้างใน เหวี่ยงโยนไว้ข้างๆ และวางอีกสองกล่องเอาไว้ไม่ไกลตัวนัก

ฮยอนจุงมองดูรอยยิ้มหวานที่เจตนายั่วยวนไว้อย่างเต็มเปี่ยมนั้น ดวงตาที่หม่นมองมองดูอูยองผ่านเลนส์ ปลายนิ้วก็กดลงไปเพื่อบันทึกภาพ

“พี่ครับยิ้มแบบคนใจง่ายนี่ต้องยิ้มยังไงเหรอครับ”

..ทำไมอูยองต้องทำขนาดนี้ ต้องทำถึงขนาดนี้เพื่อนิชคุณ ผู้ชายคนนั้นมันมีดีแค่ไหนอูยองถึงได้รัก ได้ยอมให้ตัวเองถูกเหยียดหยามถึงขนาดนี้..

คนอย่างนั้นมีสิทธิ์รับความรักของอูยองได้ยังไงกัน

ฮยอนจุงถอนสติขึ้นเมื่อเห็นอูยองแบมือขอกล้อง ทำหน้าแปลกใจ แต่ก็ส่งให้แม้ไม่ได้เอ่ยถาม อูยองวางลงไว้บนโต๊ะหัวเตียง

“ช่วยถอดเสื้อให้ผมหน่อยนะครับ”ฮยอนจุงรั้งเสื้อยืดออกจากตัวเองตามคำขอ ล้มตัวลงนอนตามฝ่ามือเล็กที่ดันอกเขาลง อูยองขยับกล้องจนได้องศาอย่างที่ตัวเองต้องการ

“ไม่ต้องห่วงนะครับผมจะไม่ให้เห็นหน้าพี่ พี่จะได้ไม่เดือดร้อน”เสียงใสเอ่ยไปพลางยิ้มอย่างไม่ให้เขากังวล แต่เขาว่าคนที่ควรได้รับรอยยิ้มอย่างนั้นน่าจะเป็นอูยองมากกว่า

“ขออนุญาตนะครับ”อูยองพูดพลางก้มหัวให้หนึ่งครั้ง ก่อนทรุดร่างลงข้างกายฮยอนจุง วางทาบเรือนแก้มลงบนแผงอกแกร่งปลายคางเยื้องหน้าท้องที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ สองมือกอดรั้งรัดเอวหนาเอาไว้

“อ..อูยอง”ฮยอนจุงเอ่ยเรียกเสียงแผ่ว ความนุ่มนิ่มบนแผ่นอกอดไม่ได้ที่จะทำให้เขาใจสั่น แต่หัวใจที่สั่นเต้นเหมือนไฟลนของเขาก็ต้องหยุดลงเพราะความชื้นที่รู้สึกถึง

“แป๊บเดียวครับพี่อีกแค่แป๊บเดียว”อูยองเอ่ยบอกเสียงสั่น ฮยอนจุงยกมือขึ้นลูบกลุ่มผมนิ่มบนอกเบาๆ  ปลายนิ้วยาวแทรกลงไปตามเส้นผมนุ่มลื่น กลิ่นกายหอมละมุนกรุ่นไปทั่วบริเวณ

เสียงสัญญาณที่ดังขึ้นเบาๆนั้นเรียกร่างเล็กให้ลุกขึ้น อูยองหยิบกล่องขึ้นกดดูรูปที่เขากำลังนอนหลับตาพริ้มอยู่บนอกแข็งแรงของผู้ชายคนอื่น

“ดูใจง่ายดีจังเลยนะครับ”อูยองยิ้มอย่างแคลนๆ ส่งกล้องให้ร่างสูงที่ใส่เสื้อคืนกายไปอีกครั้ง นั่งอยู่ไม่ห่างจากร่างเล็ก

“ขอยืมมือพี่หน่อยสิครับ”ฮยอนจุงมองตาคู่กลมนั้นอย่างแปลกใจ แต่ก็ยื่นมือข้างนึงออกไป “อูยอง!!”เอ่ยร้องอย่างตกใจเมื่ออูยองกอบกุมฝ่ามือเขาไว้ตัวสองมือขวา แล้วเอานิ้วชี้ของเขาแตะริมฝีปากตัวเองไว้

“พี่ถ่ายถนัดนะครับ”ฮยอนจุงจนใจจะพูดเมื่ออูยองดับทุกคำที่เขาจะเอ่ยบอกด้วยคำถามนั้น เพียงพยักหน้าตอบกลับไปเท่านั้น
ฮยอนจุงกดบันทึกภาพแล้วภาพเล่าด้วยมือข้างเดียว อูยองก็มองกล้องด้วยแววตาพราวระยับ เอาแก้มเนียนละเอียดวางหยอกล้อกับมอเขาบ้าง จูบลงบนฝ่ามือ หรือนำมือเขาไปวางบนตำแหน่งต่างๆของร่างกาย วาดยิ้มราวกับว่าตัวเองกำลังมีความสุขมากมายจนล้นทะลัก แต่สิ่งที่ร่างสูงมองเห็นนอกจากรอยยิ้มมันไม่ใช่ความสุขเลยสักนิด ไม่ใช่สักนิด ฮยอนจุงวางกล้องลงกับพื้นที่นอน อูยองมองอย่างแปลกใจกลับฝ่ามือที่ลูบบนสองแก้มตัวเอง

“พี่ครับ…”อูยองเอ่ยเรียกเสียงใบ มองดูแววตาของฮยอนจุงที่เต็มตื้นไปด้วยความรู้สึก ความรู้สึกมากมายที่เอ่อล้น  นิ้วยาวค่อยๆไล่เช็ดหยาดน้ำตาที่ร่วงเผาะลงมาจากดวงตาคู่กลมของอูยอง แม้แต่ตอนที่เจ้าตัวกำลังยิ้มหวานอยู่ก็ตาม ปลายนิ้วไล่ไปตามพวงแก้มอย่างช้าๆ แต่กลับเป็นเขาเสียเองที่ร้องไห้ออกมา อูยองแตะน้ำตาที่ไหลออกจากตาคู่คมหวานอย่างสุดกลั้นนั้นราวกับไม่เชื่อสายตา

“พี่ครับ ร้องไห้ทำไม”

“แล้วเราล่ะร้องไห้ทำไม อูยอง”ฮยอนจุงเอ่ยถามบ้าง อูยองส่ายหัวทั้งๆที่น้ำตาอีกหลายหยดพากันล่วงริน มือหนาทั้งสองข้างกำลงข้างตัว …อูยองเสียใจมากเกินไปแล้วหรือเปล่า
ฮยอนจุง เชยคางมนไว้ด้วยฝ่ามือข้างเดียว ผละผ่านสายตาแปลกใจของอูยองก้มหน้าลงจรดริมฝีปากลงบนกลีบปากบาง
แผ่วเบา แต่นิ่มนวล

“ให้พี่แทนนิชคุณได้ไหมอูยอง ..ไม่ใช่แค่รูปถ่าย”เอ่ยถามเสียงแผ่วชิดริมฝีปากแดงสดของอูยอง ช้อนขึ้นสบตาคู่กลมที่กำลังจ้องประสานเขาอยู่ ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นถูกเตรียมไว้พร้อมพลั่ง กระทั่งถุงยางเองก็ถูกฉีกวางอยู่ไม่ไกลนัก
บรรยากาศของห้องที่ไม่อาจรับแสงใดๆนอกจากแสงไฟที่เปิดล้ออยู่ด้านบนเพราะม่านพื้นใหญ่ และความเงียบที่วาดล้อมด้วยความรู้สึก

..ไม่ยากเลยหากความรู้สึกของใครอีกคนจะล่วงลงหลุมแห่งอารมณ์อย่างง่ายดาย

ฮยอนจุงวาดยิ้มขึ้น …คำตอบของอูยอง

คำตอบ ที่อูยองส่ายหัวเพียงแผ่วเบาอย่างช้าๆ

..ชัดเจนแล้ว นั่นชัดเจนแล้ว

อูยองไม่เคยทรยศหัวใจตัวเองเลยจริงๆ

…ทำไมถึงต้องรักนิชคุณขนาดนั้น ทำไมนิชคุณถึงได้โชคดีนัก..

“งั้นเรามาถ่ายรูปต่อให้เสร็จเถอะนะอูยอง”ฮยอนจุงเอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงที่พยายามแจ่มใสที่สุด เก็บกลืนความรู้สึกทั้งหมดลงไป แสร้งยิ้มให้สบายดีที่สุด โบกกล้องในมือให้อูยอง อูยองพยักหน้า ยังคงยิ้มให้ฮยอนจุง ยิ้มอย่างขอบคุณยิ้มอย่างขอโทษ อูยองยังคงยิ้ม แม้จะมีน้ำตาไหลออกมาก็ตาม

………….
เวลาผ่านไปไหนบ้างก็ไม่รู้รวดเร็วจนแสงสว่างจ้าๆของพระอาทิตย์ดวงโตถูกทดแทนด้วยหลอดไฟแสงสีสวยละลานตาที่ประดับอยู่ทุกหัวถนนและตามทางเดินของกรุงโซล รอยยิ้มและเสียงหัวเราะเบาๆถูกจุดขึ้นรอบตัวคนสองคนที่เดินจับมือกันด้วยเสื้อคู่รักสีชมพูหวานจนใครๆที่เห็นก็หันมายิ้มให้ เพราะมันดูน่ารักจนชวนให้คนเห็นอารมณ์ดี ทั้งชานซองกับจุนโฮผลัดกันเดินจูงมือลากอีกฝ่ายไปออกร้านนู้นเข้าร้านนี้ หยิบของที่ตัวเองคิดว่าเหมาะกับอีกคนที่กุมมือกันอยู่ไม่ห่าง จนจะเปลี่ยนจากเดินเล่นเป็นเดินเลือกของอีกรอบอยู่กลายๆ

“มืดแล้วเนอะ ..เร็วจัง”ชานซองมองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่มือครึ้มลงจนเป็นสีม่วงน้ำเงินเข้ม มืออีกข้างก็กระชับบีบมือจุนโฮแน่นกว่าเดิม จุนโฮเองก็บีบกลับไปแน่นไม่แพ้กัน ..รู้สึกใจหายที่เวลามันผ่านไปเร็วขนาดนี้ นั่นสินะมันใกล้จะถึงเวลาที่เขาต้องตื่นขึ้นมายอมรับความจริงเสียที

..วันนี้กำลังจะผ่านพ้นไปเมื่อสิ้นสุดคืนนี้ ..แฟนตี่..ก็คงเป็นเพียงคำที่คิดขึ้นมาแล้วก็ต้องลืมเลือนไปเมื่อมันหมดความสำคัญ และคงจะเหลือเพียงแค่แฟนหมี ..ที่ดูยังไงๆก็รู้ดีว่าไม่ใช่สำหรับอี จุนโฮ

น่าแปลกไม่น้อยที่เพื่อนที่คบกันมานานเฉียดสิบปี จะมากลายเป็นแฟนกัน ..อยู่เพียงแค่ชั่ววัน ก่อนจะเปลี่ยนกลับไปเป็นเพื่อนอย่างที่ควรเช่นเก่า และน่าแปลกเหมือนกันที่เขารู้สึกใจหายที่จะต้องกลับไปเป็นเพียงเพื่อนของชานซองอีกครั้งแบบนี้

“แฟนหมีตอนนี้ยังไม่ดึกมากเราไปไหนกันต่อดี หืม”ชานซองหันกลับมาวาดยิ้มอีกครั้ง คืนนี้มันยังไม่ผ่านไปเสียหน่อย ..ตอนนี้ ณ เวลานี้ ยังไงๆชานซองก็ยังเป็นแฟนอีจุนโฮอยู่เช่นเก่า ถึงจะแค่ตอนนี้ก็พอแล้ว ..ดีพอแล้ว

“อืม ไปไหนดีเนอะ”จุนโฮยิ้มบางๆออกมา บีบกระชับร้องขอความอบอุ่นจากฝ่ามือชานซองเพิ่มมากขึ้น และขยับเบียดชิดเข้ามาใกล้ตัวอบอุ่นของร่างสูงข้างๆกว่าเดิม ตาคู่เล็กสาดส่องมองไปตามป้ายร้านยามค่ำต่างๆที่เปิดแสงสว่างกันจนเต็มสองข้างถนน บ่งบอกว่ากำลังยินดีให้บริการอยู่เสมอ จุนโฮไล่มองไปตามป้ายต่างๆ ก่อนจะวาดยิ้มแล้วยื้อแรงฉุดคนร่างโตข้างหลังให้เดินตามมา ชานซองเดินตามมาอย่างว่าง่ายก่อนจะแปลกใจกับหน้าร้านที่จุนโฮมาหยุดอยู่

“เอาร้านนี้ละกันนะแฟนตี่”

“นี่มันร้านเหล้าไม่ใช่หรือไง จุนโฮนายไม่ชอบเหล้านี่”ชานซองขมวดคิ้วอย่างจริงจังที่เห็นจุนโฮกำลังจะพาตัวเองเข้ามาในที่ที่เจ้าตัวไม่ปลื้มนัก ..จุนโฮไม่ชอบดื่ม และไม่ชอบเสียงดัง  เจ้าตัวกับร้านเหล้า ผับ บาร์จึงไม่ค่อยถูกกันนัก

“เข้าไปนายก็ไม่สนุก ไปที่อื่นดีกว่านะจุนโฮ”ชานซองบีบข้อมือเล็กเบาๆ ก่อนจะออกเดินต่อ แต่เป็นจุนโฮที่ฉุดยื้อเอาไว้

“ไม่เอาน่า ชาน นายน่ะไม่ได้เข้าร้านเหล้า ไม่ได้ดื่มมาตั้งนานแล้วนี่น่า เพราะว่าฉันไม่ดื่มก็เลยพลอยทำให้นายไม่ได้มาดื่มด้วย วันนี้นายก็ดื่มเถอะ ถือซะว่าเป็นโปรโมชั่นสำหรับแฟนที่น่ารักแล้วกัน …นะ”จุนโฮรัวเหตุผลให้ชานซอง ทำตาคู่เล็กวิบวับไปมาจนชานซองเห็นแล้วยิ่งรักเสียกว่าเก่า ..คนตัวเล็กตรงหน้าเขาทั้งเข้าใจ และรู้จักเขาดีจนเขาเองยังไม่แน่ใจว่าตัวเองจะรู้จักตัวเองดีเท่านี้หรือเปล่า …เสียดายอยู่แค่อย่างเดียว ที่เข้าใจแต่กลับไม่รักกัน

“แต่นายจะเบื่อเอาน่ะสิ ที่ขากลับได้ขี้เมาตัวโตกลับไปด้วย”ชานซองว่าเหตุผลเข้าให้บ้าง ตาโตมองดูจุนโฮอย่างจริงจังอยู่ในที คนโดนตาติดอ้อนแบบนั้นเข้าใส่หัวเราะคิกออกมาจนต้องซบลงกับต้นแขนแข็งแรงอย่างก็ไม่รู้ว่าทำไม ร่างกายมันเป็นไปของมันเอง

“งั้นนายก็อย่าดื่มเยอะสิชานซอง ..เอางี้แล้วกัน”จุนโฮเขย่งตัวขึ้นกระซิบที่หูชานซองก่อนจะฉีกยิ้มเดินนำหน้าเข้าไปในร้านเหล้า จนคนตัวสูงที่นิ่งอยู่ส่ายหน้ายิ้มๆก่อนจะรีบเดินตามเข้าไปทันทีกับข้อเสนอที่แฟนหมีทิ้งเอาไว้

“ฉันก็จะดื่มด้วย นายจะได้ดื่มน้อยๆ เพราะต้องคอยดูฉันไม่ให้เมาแล้วทำตัวน่ารักจนโดนที่ไหนมาหิ้วไปไง”
.
.
แล้วก็จริงๆอย่างคำที่จุนโฮว่าไว้ เพราะชานซองเองก็ไม่กล้าจะดื่มมากทันที่ที่เห็นหน้าตาน่ารักๆของจุนโฮที่พาลแก้มแดง หูแดงเถือกทันทีที่แอลกอฮอร์แก้วแรกไหลลงคอไป ไม่รู้ว่าทั้งเสียงหัวเราะคิกคักที่ฟังดูแล้วชวนให้ยิ้มตามหรือท่าทางที่เมาแล้วน่ารักอย่างไม่เปลี่ยนแปลงตั้งแต่เมื่อก่อนแบบที่จุนโฮว่าไว้กันแน่ที่เริ่มทำให้นักเที่ยวโต๊ะต่างๆเริ่มสนใจมองมาที่จุนโฮจนมากเกินไป บางคนถึงขั้นใจกล้าหน้าด้านเดินเข้ามาขอเบอร์ทั้งๆที่เห็นว่าชานซองกับจุนโฮใส่เสื้อคู่รักอยู่ด้วยกันแท้ๆ

..จนชานซองเองเริ่มจะหวงและขอใช้สิทธิ์ของแฟนที่ยังไม่หมดลงแม้ว่าเข็มสั้นจะพาเข็มยาวขยับผ่านเลขสิบสองขึ้นวันใหม่ไปอีกครั้งแล้วก็ตาม  ..ฮวาง ชานซองขอโมเมเอาแสงแรกของวันเป็นนาฬิกาปลุกอย่างเป็นทางการก็แล้วกัน
.
.
“จุนโฮค่อยๆเดินนะ เดี๋ยวฉันจะพานายไปนอนแล้ว”ชานซองเอ่ยปลอบปนดุใส่คนที่กำลังหัวเราะคิกคัก มือไม้ป่ายปัดไปหมดตั้งแต่ที่ลงมาจากรถแท็กซี่แล้ว เมามายเสียจนชานซองต้องละเลยแล้วทิ้งให้เป็นเรื่องของพรุ่งนี้กับของที่ทางห้างนำมาฝากทิ้งไว้ให้ที่ล็อบบี้ข้างล่าง  รั้งเอวบางของจุนโฮที่ดิ้นปาดปัดมือไม้โบกโหวกเหวกไว้ ให้พ้นธรณีประตูห้องเข้ามาได้ ชานซองส่ายหัวกับอาการเมาแล้วอารมณ์ดีเกินขนาดของจุนโฮ ถึงแม้ว่าเมาแล้วจะแรงลดลงยกง่ายอุ้มง่ายขึ้นเกือบครึ่ง แต่ความดื้อนี่สิไม่ได้น้อยลงเลยสักนิด แถมยังเพิ่มขึ้นมาอีกตั้งเยอะ

“ชานอ่าาา ชานจ๋า  ชาน คิกคิก ชานนนน~~~~”เสียงเรียกชื่อเขาที่กลั้วหัวเราะอยู่ตลอดนั้น ทำเอาชานซองหัวเราะออกมาได้บ้าง แม้ว่ากำลังอุ้มคนหน้าแดงหูแดงพาดบ่าเอาไว้เพราะเริ่มจะพยศดื้อเขาจนเกือบล้มกันตั้งแต่ตรงห้องโถงเข้าให้สักที

“ชานซองอ่าาา งื้อหมีจ๋าของตาตี่ ปล่อยเค้าน๊าาา เค้าจะเดินเอง”จุนโฮตีขาไปมาเสียงหวานเอ่ยอ้อนทำให้ชานซองหยุดเดินแล้วเอ่ยถามคนเมาๆ ทั้งๆที่อีกไม่กี่ก้าวก็จะถึงเตียงนอนอยู่แล้ว

“ถ้าให้เดินเองแล้วจะไม่ดื้อกับชานแล้วใช่ไหม หืม จุนโฮ”ชานซองยกคนบนไหล่ลงมา ตัวของจุนโฮอ่อนยวบเอนโอนไปมาเพราะฤทธิ์แอลกอฮอร์ ชานซองบีบหัวไหล่คนเมาไว้เสียแน่น เพราะจะล้มทั้งยืนทั้งๆที่กำลังหัวเราะจนตาหยีอยู่

“ยืนระวังๆหน่อยสิจุนโฮ”รั้งประครองเอาไว้อย่างกังวล เพราะจุนโฮดูเหมือนจะล้มไม่ล้มแหล่ลงอีกรอบ ..เขาเห็นด้วยแบบเป็นทางการอีกครั้งว่าจะไม่มีวันพาจุนโฮไปดื่มเหล้าที่ไหนเด็ดขาด โดยไม่มีเขานั่งเฝ้าอยู่

“ชานอ่าาา น่ารักจังเลย ง่าาา แฟนจุนโฮน่ารักมากเลย”จุนโฮโถมร่างเข้ามาซบลงกับแผงอกของชานซองตัวเล็กที่โอนเอนพิงร่างไว้กับร่างกายที่แข็งแรงกว่า มือคู่ขาวที่ป่ายปัดคล้องไว้ที่ตนคอของชานซอง ก่อนคนเมาจะมอบรางวัลให้แฟนที่น่ารักเป็นริมฝีปากตัวเองที่ฝังลงข้างแก้มของชานซอง

“ง่าาาา น่ารัก น่ารัก น่ารักจังเลยชาน”เสียงครางหงุงหงิงอยู่ตรงแถวต้นคอที่จุนโฮไปซบหน้าทิ้งไว้ ตาคู่เล็กปิดสนิทปรือปรายออกมาบ้างเป็นบางครั้ง แต่ก็ไม่ทิ้งรอยยิ้มหวานหัวเราะอยู่อย่างนั้นไม่ขาด แต่ชานซองกลับยืนนิ่งเป็นเสาหลักให้คนเมาได้หัวเราะบ้างซุกไซร้บ้างไปตามประสาคนขาดสต ิ ..ครั้งแรกเลยใช่ไหมที่จุนโฮจะเป็นฝ่ายจูบ หอมแก้มหรือเข้าใกล้เขาก่อน

แต่นับได้หรือ..

นั่นสินะมันนับได้หรือว่ารอยจูบที่ฝังลงแก้มเขาเมื่อกี๊เป็นจุนโฮที่ทำมันลงไปอย่างเต ็มใจเป็นครั้งแรก เมื่อเจ้าตัวก็เมามายไม่ได้สติอยู่แบบนี้

“จุนโฮ.”ชานซองเอ่ยเรียกคนที่ยังคงคงกอดซบเขาไปทั้งตัว มือหนาจับร่างจุนโฮออกมาช้าๆจ้องมองแก้มแดงก่ำกับตาคู่ปรือของจุนโฮ

“ตอนนี้นายยังเป็นแฟนฉันอยู่ใช่ไหม จุนโฮ”ชานซองเอ่ยถาม จุนโฮดูนิ่งขึ้นเมื่อได้ฟัง มือคู่เล็กกำลงบนหัวไหล่ชานซองแน่นก่อนจะพยักหน้าช้าๆ

“อือ ตอนนี้ฉันเป็นแฟนชานซอง”ชานซองยิ้มบางๆกับคำที่ได้ฟัง

ตอนนี้เขายังเป็นแฟนจุนโฮแม้ว่าเมื่อผ่านไปจนถึงเช้าวันพรุ่งนี้เราจะต้องกลับมาเป็นเ พื่อนกันอีกครั้ง

“เดทของเรากำลังจะจบแล้วสินะจุนโฮ”ชานซองประครองแก้มขึ้นสีจัดของจุนโฮไว้ในอุ้งมือ เลื่อนขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นกว่าเดิม ค่อยโน้มใบหน้าและริมฝีปากเข้าหน้ากลีบปากที่เชิญชวนของจุนโฮ ที่ค่อยๆปิดเปลือกลงและล่องลอยไปกับสัมผัสอุ่นหวานที่ทาบลงมา

ชานซองขอเพียงสักจูบสุดท้าย ..ครั้งสุดท้ายที่เขาจะขอตื่นขึ้นมาจากฝันแสนหวานแล้วกลายเป็นเพื่อนของจุนโฮเช่นเดิม ..เพียงเพื่อนอย่างที่จุนโฮปรารถนา

ลิ้นอุ่นร้อนๆที่คละคลุ้งไปด้วยรสแอลกอฮอร์จากสองโพรงปากที่คลุกเคล้ารับรสกันจนหวานล ะมุน เรียวลิ้นทั้งสองโต้ตอบดุนดันกันไปมา ตอบสอนงและป้อนสัมผัสหวานกันและกันจนเสียงครางอืออย่างพอใจดังขึ้นมาไม่หยุด
มือขาวบางที่ตอนแรกเพียงเกาะกุมไหล่เสื้อไว้ ตอนนี้กลับต้องออกแรงยื้อดึงจนเสื้อขึ้นดอกเป็นรอยยับ ชานซองลากลิ้นไปจู่โจมล้วงขโมยความหอมหวานตามซี่ฟันและกลีบปากทั้งสองของจุนโฮ ดูดดึงเหนี่ยวรั้งและของตีตราจับจองเป็นของเขาอย่างๆหน้าด้านๆแม้รู้ว่าจุนโฮจะครองสต ิอยู่ไม่ครบดี หรือตัวเองไม่มีสิทธิ์มากนัก

มือหนาของชานซองรั้งต้นคอจุนโฮเอาไว้บีบฟ้อนไปมาให้คนเมาเข้ารับรู้ถึงรสจูบได้มีสติก ว่าเก่า แต่ราวกับรสจูบนี่ออกฤทธิ์กว่าน้ำเมาเมื่อเขาทั้งคู่ไม่มีสติมากพอที่จะหยุดรสจูบลงได ้ ยังคงดำเนินต่อไปแม้ผ่านไปราวสิบนาที แต่ลิ้นร้อนก็ยังช่วงชิมความหอมหวานของกันละกันอยู่ไม่ขาด

ชานซองกดร่างของตัวเองลงตามน้ำหนักตัวของจุนโฮที่ทิ้งลงไปบนพื้นเตียงนุ่ม มือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามเรือนร่างที่ถูกปกคลุมไว้ด้วยเสื้อที่เข้าชุดกันกับเขา ละริมฝีปากออกจากแหล่งหอมหวานที่ยังตักตวงอยู่อย่างเอาแต่ใจ ก่อนจะเขาลักลอบสร้างร่องรอยและขอสูดความหอมของกลิ่นกายเข้าปอดที่ต้นคอเล็ก เสียงครางอืออย่างพอใจกับสัมผัสทำให้ชานซองจะเตลิดไปกว่าเก่า ..แต่ก็เหนี่ยวนำสติของเขากลับมาได้เช่นกัน

ชานซองตัดใจหยุดการกระทำทุกอย่างละริมฝีปากและจมูกโด่งออกจากต้นคอขาวที่ขึ้นร้อนแดงแ อลกอฮร์และรอยกุหลาบที่ละทิ้งไว้ หยุดฝ่ามือหนาที่กำลังเลิกเปิดและปลดกระดุมกางเกงของจุนโฮอย่างกับแกล้งลืมไปว่าเขาทำ แบบนั้นไม่ได้

มึงกำลังจะทำอะไรฮวางชานซอง นั่นมันเพื่อนมึงนะ เพื่อนของมึงนะ!!

จุนโฮที่ตอนนี้หน้าและหูขึ้นสีจัดกว่าเก่า ลมหายใจแรงเพราะอารมณ์คุกรุ่นที่ถูกปลุกขึ้นในกายปรือตาขึ้นเมื่อรับรู้ถึงความแปลกไป ของอีกคน หันมามองชานซองที่กำลังนั่งกุมขมับด้วยใบหน้าเคร่งเครียดอยู่ตรงข้างๆ ชานซองที่ตอนนี้ไม่มีกระทั่งเสื้อคู่รักที่ใส่ไว้ด้วยกันกำลังนั่งหักห้ามใจแล้วหยุดค วามคิดเลวๆในตัวเองลงสักที

“ชาน…”เอ่ยเรียกเบาๆ ยันตัวเองลุกขึ้น แววตาเต็มตื้นด้วยความหว่าเว้เจ็บปวดมองดูแผ่นหลังกว้างอยู่ไม่ห่างไป

“จุนโฮ ฉันขอโทษ ..ฉัน ฉันมันบ้าเอง โว้ย!!!”ชานซองร้องตะโกนออกมาอย่างสุดกั้น ผุดตัวลุกขึ้นมุ่งหมายจะไปที่ห้องน้ำเพื่อทำอารมณ์ด้วยเองให้สงบลงด้วยน้ำเย็นๆและฝ่า มือตัวเอง

“ชาน ..นายจะไปไหนชาน”จุนโฮเอ่ยเรียกอย่างตกใจ สองมือคว้าจับฝ่ามือใหญ่ของชานซองเอาไว้ สายตาคมหันมามองใบหน้าและสายตาของจุนโฮตอนนี้ดูเชื้อชวนและเย้ายวนอย่างไม่ตั้งใจ ..มันกำลังจะปลุกความเลวในตัวเขาขึ้นมาอีกครั้งแล้วจริงๆ

“ปล่อยฉันจุนโฮ ฉันไม่อยากทำร้ายนาย” ..ฉันไม่อยากเป็นเพื่อนที่เลวสำหรับนาย

ชานซองบีบฝ่ามือที่จับอยู่ให้ปล่อยออกไปเบาๆ เลือกที่จะไม่หันมามองว่าจุนโฮกำลังทำหน้าแบบไหนอยู่กันแน่ ชานซองผุดลุกขึ้นอีกครั้งแต่กลับต้องแน่นิ่งไปกว่าเก่า ..กับสัมผัสอบอุ่นที่เข้าครอบครองราวเอวที่บรรจุมัดกล้ามไว้จนแน่น และ แก้มร้อนที่วางทาบลงบนแผ่นหลังที่เย็นเยียบ จนถ่ายทอดความรู้สึกจนเป็นอบอุ่นวาบไม่แพ้ที่หัวใจ

“ชาน นายไม่ต้องการฉันเหรอ”เสียงพร่าหวานเอ่ยอู้อี้แผ่ว จุนโฮเคล้าคลึงเรือนแก้ม ไปมาบนแผ่นหลัง กอดกระชับตัวเองเข้าแนบแผ่นหลังกว่าเดิม จุมพิตฝากความร้อนลงบนแผ่นหลังเปลือยเปล่าอย่างออดอ้อน
ก่อนจะขยับใบหน้าเข้าวางตรงซอกคอของชานซอง ลมหายใจอุ่นๆที่เคล้าออกมากับประโยคที่ทำให้ชานซองขอบังอาจลืมเลือนว่าตัวเองมีสถานะเ ป็นใครในตอนนี้ ขอลืมไปว่าตัวเองเป็นได้แค่เพื่อน

ขอลืมเลือนที่ใส่ใจว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น พรุ่งนี้เขาจะต้องเสียเพื่อนคนนี้ไปจริงๆหรือเปล่า ..ขอปล่อยให้เป็นเพียง เรื่องของคืนนี้ก็พอ

“แต่ฉันต้องการนายนะ ชานซอง”

 

.
.
ชานซองกดจูบลงหนักหน่วงไปตามเรือนร่างขาวบริสุทธิ์ ฝากทิ้งรอยสีแดงไว้ตามที่ริมฝีปากได้ผ่านไปจนทั้งร่างเกิดร่องรอยทิ้งไว้ไม่แพ้กัน จุนโฮครางอือกับสัมผัสที่ประทับลงบนกาย มือขาวจิกดึงผ้าปูที่นอนจนเกิดเป็นร่องรอยยับเยิน เมื่ออารมณ์ในกายถูกปลุกขึ้นมาจนเกินกว่าควบคุมไว้ได้อยู่

“อื้ออ ชาน”เสียงเรียกหวานแผ่วเบาเมื่อชานซองบรรจงจูบแผ่วเบาลงไปที่แอ่งท้องน้อยของจุนโฮ ส่วนฝ่ามือก็เข้าเร่งเร้าและเคล้าคลึงลงบนยอดอกทั้งสองราวกับว่ากำลังกลั่นแกล้งจุนโฮ อยู่แบบนั้น แต่จุนโฮเองก็กำลังล่องลอยในสัมผัสวาบหวามและความสุขที่ตีมวนอยู่ในอกจนเบาโหวงที่ชาน ซองจุดขึ้นเสียจนไม่รู้จะเอ่ยค้อนคนที่เอาแต่หลอกล่อเขาอยู่แบบนั้นยังไงดี

ริมฝีปากหยักค่อยๆพรมจูบต่ำลงมาเรื่อยมือหนาเข้าปลุกปั่นสัมผัสอ่อนไหวให้กับร่างข้าง ใต้ เร่งขยับฝ่ามือเพียงเล็กน้อย ก่อนครอบครองชิมความหอมหวานต่อด้วยโพรงปากตนเอง

“ช ..ชาน”เสียงแผ่วเบาขาดห้วงเป็นจังหวะ คิ้วเหนือตาคู่เรียวที่ปิดแน่นหม่นหนักเมื่อถูกมอบความเสียววาบไปทั้งร่างจากเรียวลิ้ นอีกฝ่าย จุนโฮแทรกฝ่ามือลงในเรือนผมชานซอง เสียงครางอือดังคอไปมาไม่หยุดที่ถูกจุดไฟในกายมากขึ้นตามลำดับ บิดกายไปมาเสียจนชานซองต้องยกขาข้างนึงขึ้นพาดไว้ที่หัวไหล่ตัวเอง เพื่อไม่ให้จุนโฮต้องทรมานนานกับอารมณ์ที่จะปลดปล่อยได้ช้าลงหากลิ้นและโพรงปากของเขา ได้รับองศาจังหวะให้ทำงานได้ไม่เต็มที่แบบนั้น

เมื่อชานซองได้มอบความรู้สึกและอารมณ์ถ่ายทอดเพียงไม่นาน จุนโฮก็ครางอื้อปลดปล่อยของเหลวอุ่นๆที่หายลับลงในลำคอของชานซอง ชานซองขยับตัวขึ้น รั้งร่างกายที่อ่อนแรงลงไปอีกครั้งของจุนโฮให้ลุกขึ้นสบตาเขา

“ฉันจะไม่หยุดแค่นี้นะจุนโฮ”ชานซองจ้องลงไปในแววตาคู่เล็กที่เบือนหนีไปอีกครั้ง ชานซองจุดยิ้มมุมปากเลื่อนฝ่ามือค่อยๆดันใบหน้าขาวที่ติดแดงซ่านให้หันมามองตาตัวเองท ี่เข้าลุกไล่ในทันที

“ฉันจะเอาแต่ใจกับนายแล้วนะจุนโฮ”ชานซองพุดด้วยน้ำเสียงจริงจังแต่ก็แฝงอุ่นไอความเร่าร้อนอยู่ในคำพูด หยอกเย้าเสียจนจุนโฮหน้าแดงขึ้นมาอีกรอบแต่แทนที่จะเบี่ยงหน้าหลบอย่างเคย จุนโฮกลับยันตัวเข้าแนบใบหูแดงของตัวเองลงบนแผ่นออกของชานซองที่นั่งอยู่ไม่ไกลเกินฝ่ ามือ

“ฉันต้องการนายชาน” คำพูดแผ่วเบาที่ย้ำขึ้นอีกครั้ง เรียกหัวใจของชานซองให้ลั่นจังหวะขึ้นมาได้ถี่กระชั้นกว่าเก่า ชานซองดันกายเล็กที่ซบอกอยู่ออกมา วาดจุมพิตลงที่รูปปากอีกครั้ง ก่อนรุกไล่หนังหน่วงและเอาแต่ใจจริงอย่างที่ได้บอกจุนโฮเอาไว้

“ฉันก็ต้องการนาย จุนโฮ” สองขาขาวของจุนโฮถูกจับขึ้นพาดบันไหล่ทั้งสองข้างของชานซอง ฝ่ามือยกรองช่วงสะโพกของจุนโฮไว้ก่อนชานซองจะค่อยๆใช้นิ้วมือปรับทางให้ชินเรียกเสียง ครางอือที่ปะปนทั้งเจ็บแปลบและสุขสมออกมาจากกลีบปากได้รูป ชานซองมองใบหน้าที่เร่าร้อนขึ้นเพราะแรงอารมณ์ของจุนโฮอย่างพอใจ ค่อยดันกายเข้าเป็นส่วนหนึ่งของจุนโฮ

“ชาน อิ๊ออ ชาน .เจ็บ .เจ็บ ชานซอง”เสียงครางหวานร้องลั่นทันทีกับสิ่งแปลกปลอมที่มีขนาดเกินกว่านิ้วมือที่เข้ามาก่อนหน้ านั้นมาก ชานซองแช่กายนิ่งไว้อย่างเข้าใจและรอเวลาให้จุนโฮผ่อนคลาย โน้มริมฝีปากลงจูบปลอบขวัญที่ข้างขมับชื้นเหงื่อ

ก่อนออกเเรงเร่งจังหวะ ที่สัมผัสจุนโฮให้หนักหน่วงและถ่ายทอดความรู้สึกลงไปมากกว่าเก่า จากความเจ็บที่เกิดขึ้น ก็ผันเปลี่ยนเป็นความซาบซ่านที่สอดคล้องเสียงไปด้วยกันอย่างมีความสุข ..เสียงครางอื้ออึงดังลั่นขึ้นก่อนที่จะหยุดลงในระยะเวลาที่พอดีกับจุนโฮที่ไม่ขาดใจไ ปเสียก่อนกับความเร่าร้อนที่ได้รับจากชานซอง ..ของเหลวขุ่นขาวค่อยซึมไหลออกมาตามแนวต้นขาของจุนโฮแต่ทั้งคู่ก็ไม่ได้ใส่ใจมันมากนั ก เมื่อกำลังหายใจหนักหน่วงไม่ทิ้งกันอยู่แบบนี้ ชานซองมองร่างข้างใต้ที่ปรือตาลงอย่างควบคุมสติไม่อยู่ ไม่แน่ใจตัวเองเหมือนกันว่าจะจุดรอยยิ้มเป็นสุข หรือแค่นขอดตัวเองขึ้นมาดี

เขาผิดคำสัญญาไปแล้ว ผิดคำสัญญาที่ให้กับจุนโฮเอาไว้ไปไกลแสนไกล

กดจูบลงบนหน้าผากที่ปอยผมชุ่มเหงื่อแนบทิ้งไว้ กระซิบถ้อยคำแผ่วเบาออกมา
“ฉันรักนาย” วาดหวังเพียงว่าพระเจ้าจะเข้าข้างให้จุนโฮได้ยินมันบ้างสักนิดก็ยังดี

.
.
.
TBC
(เม้าส์ข้างล่าง)
อ๊ากกก (ทึ้งหัวตัวเอง) กดดันตัวเองมากตอนนี้ อยากให้มันดราม่าอ่ะ ต้องการให้มันดราม่าอย่างที่สุด อยากให้รู้สึกกับพี่คุณแบบทั้งรักทั้งเกลียด เซ็งนะแต่ก็สงสาร อยากให้ดราม่า …แต่ก็ไม่รุ้ทำได้หรือเปล่า
ถ้ามันยังไม่ดราพอ หรือยังไม่ดราม่าก็ขอโทษค่ะ นั่งแต่งลบๆ อยุ่หลายรอบ ถ้ามันยังไม่ดีก็ขออภัยค่ะ
เพราะตอนที่แล้วเราว่ามันก็ค่อนข้างดราม่านะ แต่หลายๆคนดูชิลมากอ่ะ ตอนนี้เลยจัดเต็ม แต่รู้สึกว่ามันยังไม่ดีเท่าไหร่ T.T

เรื่องนี้เปิดรวมเล่มแล้วนะคะ

ใครอยากได้หรืออยากดูรายละเอียด ราคา หน้าปก และต่างๆ

>>จิ้มตรงนี้ค่ะ<<

 

แล้วก็เรื่องPA/PB และเรื่องสั้น con-sum โบว์ยังมีเหลืออยู่นะคะเป็นพร้อมส่ง

>>จิ้มดูตรงนี้ได้เช่นกันค่ะ<<

Advertisements

1 คิดบน “[FIC 2PM]CAN YOU LOVE ME {KW-TJ-CH-M} #21

Leave a Comment

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s