[SF-KhunWoo] ใกล้

Title:ใกล้
Couple: Khun x Woo
Writer: KissMe
แนะนำ
– เล่นคอมดึกๆ หิวไหมเคอะ…มาม่าถ้วยเล็กๆรองท้องไหมคะ *ฉีกยิ้มหวาน*
-อย่าคาดหวังอะไรมาก เพราะไม่มีอะไรให้คาดหวังTT


ใกล้

ใกล้แล้ว
ผมพร่ำบอกตัวเองเสมอว่าที่ ที่ผมยืนอยู่ตรงนี้มันใกล้มากแล้ว

มันใกล้เสียจนเกินไป …สำหรับเขา

แต่สำหรับผม มันเหินห่างเหลือเกิน
……………
ผมเคยได้ยินว่า ..คนที่รักมากกว่ามักจะเป็นฝ่ายที่เจ็บกว่าเสมอ
ไม่ว่าเราจะเป็นหญิง เป็นชาย เป็นเจ้าของบริษัท เป็นหัวหน้าใครต่อใคร เป็นครู เป็นผู้พิพากษา เป็นดารา เป็นผู้กำกับ เป็นผู้ยิ่งใหญ่มาจากไหนก็ตาม

แต่ถ้าลองได้ก้าวลงมาในเกมส์ของความรักแล้วล่ะก็
คุณจะโดนลดบทเป็นเพียงแค่ ..ผู้รับ และผู้ให้เท่านั้น

ผมพยายามที่จะยืน ณ จุดตรงกลางมาแสนนาน กึ่งกลางที่เขาจะรักผม ได้เท่ากับที่ผมรัก

…แต่สิ่งที่ผมได้เรียนรู้มาก็คือ

โลกใบนี้ ไม่เคยมีคำว่าพอดี
…………
แสงสีราตรีที่โอบล้อมจนทั่วเรือนกาย มีเพียงโคมไฟตั้งโต๊ะขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กนัก กับหน้าจอพลาสม่ามียี่ห้อเครื่องเล็กที่เหมาะสมอย่างยิ่งต่อการพกพาไปไหนต่อ ไหนที่วางให้แสงนวลตาอยู่ตรงหน้า
หากแต่ไร้สายตาจับจ้อง ..แม้จะมืดเสียจนยากจะมองเห็นรายละเอียดอื่นใดนอกจากสิ่งที่อยู่รอบตัวเขา ที่ได้รับอณิสงค์จากแสงสว่างเล็กๆนี้เท่านั้น แต่สายตาก็จดจ้องจนเคยชินกับความมืดที่โอบรอตัว

จ้องมองเข็มนาฬิกาที่กระดิกเคลื่อนเพื่อวนซ้ำเก่าไปอย่างช้าๆ ทีละขีด ทีละขีด
ตอนนี้เข็มยาวยังคงเคลื่อนห่างจากเลขห้ามากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่เข็มสั้นก็กำลังก้าวออกห่างจากเลขหนึ่งอย่างช้าๆเหมือนกัน มันจะดึกมากขึ้นไปถึงเมื่อไหร่

เหมือนความอดทนของผมที่เฝ้าบอกตัวเองให้มันเพิ่มพูนขึ้นที่ละนิด ทีละนิด …การรอคอยไม่เคยเป็นเรื่องสนุกไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ตาม

ต่อให้รอด้วยความหวัง ผมก็ยังรู้สึกใจจะขาดอยู่ดี

.
.
“อูยอง”

“พี่คุณ”รอยยิ้มบางระบายขึ้นช้าๆส่งตรงมาให้ ก่อนจะหันหายไปกับดวงหน้าที่หันไปสนใจสิ่งของตรงหน้าตนเองต่อ

“ยังไม่นอนอีกเหรอครับ ..ดึกแล้วนะ”เอ่ยถามขณะที่สมาธิกำลังจดจ่ออยู่กับการคลายเชือกผูกหูรองเท้า ตนเอง …ดูคล่องแคล่วหากแต่ก็ยังดูเชื่องช้า

“คืนนี้นอนไม่ค่อยหลับน่ะ”เอ่ยโกหกอย่างชัดเจนแต่ก็แนบเนียนพอ ทรุดลงนั่งเบื้องหน้ามือหนาช้อนใต้พื้นรองเท้าก่อนจะค่อยๆแกะดึงเส้นเชือก ที่พันธะรองเท้าติดกันไว้แน่นหนา ปลายนิ้วยาวยังคงจับเส้นเชือกบางๆดึงออกเบาๆ สายตาทั้งสองคู่จ้องจดการออกจากรูเล็กๆของเส้นเชือกนั้นราวกับเป็นกิจกรรม สำคัญอะไรสักอย่าง ความเงียบแผ่กระจายไปทั่วห้องจนไม่อาจได้ยินเสียงอื่นใด นอกจากเสียงลมหายใจที่ต่างระดับความเร็วกัน และเสียงรั้นรั้งเชือกออกมาเท่านั้น

บรรยากาศที่ใครๆคงบอกว่าอึดอัดแทบขาดใจ ..แต่สำหรับผม นี่ก็มากพอเเล้ว

ใกล้พอแล้ว

“เก็บไว้ที่เดิมนะ”
“ครับ”เอ่ยถามด้วยรอยยิ้มก่อนจะหันไปวางรองเท้าคู่สวยไว้ที่เดิม…ที่ข้างๆ ผม เหมือนอย่างที่มันควรเคยเป็นเช่นนั้นเสมอมาทันทีที่ได้รับสัญญาณยืนยัน รองเท้าผ้าใบคู่ไม่ใหญ่นักถูกว่างลงเติมเต็มช่องว่างของชั้นวางอย่างเบามือ
ถะนุถนอม

“วันนี้เป็นไงบ้าง มีถ่ายตั้งหลายรายการไม่ใช่เหรอ”เอ่ยถามเสียงทุ้มนุ่มเป็นมิตรคุ้นเคย นิชคุณล้างมือตัวเองให้สะอาดจากในครัวก่อนจะเดินย้อนคืนมาที่บริเวณหน้า ประตูที่ยังคงมีร่างขาวบางยืนอยู่

“ก็ ..สนุกดีครับ”คำตอบที่เหมือนจะชี้แจงทุกข้อมูล แต่กลับไม่บอกอะไรได้เลย ..ก็.. สนุก หรือไม่สนุกกันแน่ หรือสนุกแบบไม่เต็มใจนัก เขาไม่ได้อยากรู้สักนิด แต่อดจะคิดตามคำพูดจากเสียงพร่าไหวนั้นไม่ได้

..อันที่จริงเขาคิดตามทุกคำพูดนั่นล่ะ
ขอเพียงแค่ว่ามันออกจากปาก จาง อูยองก็พอ

“คงเหนื่อยสินะ ..ไปนอนพักเถอะ”เอื้อมแตะลงที่ไหล่บาง ทันทีที่ปลายนิ้วเฉียดใกล้ หัวไหล่น่าถนอมนั้นก็ไหวสะดุ้ง หากแต่ก็ไม่ได้ขยับห่างออกไปจนเกินงาม ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านในฝ่ามือเพียงน้อยนิด อดทำให้รอยยิ้มที่มีมากขึ้นกว่าเดิมไม่ได้ ก่อนจะชักมือตัวเองคืนมากำหลวมไว้ราวกับมันเกะกะเสียเหลือเกิน
“พี่คุณเองก็นอนได้แล้วนะ …พรุ่งนี้มีถ่ายโฆษณาแต่เช้าไม่ใช่เหรอ” ใช่

“เขาเลื่อนเวลามาเป็นช่วงบ่ายน่ะ อูยองไปนอนก่อนนะครับ”เอ่ยบอกพลางยิ้ม…รอยยิ้มที่เขาพยายามจะทำให้มันดู น่าเชื่อใจมากขึ้นเรื่อยๆกว่าที่ใครๆเรียกว่ารอยยิ้มเทวดา
…แต่มันไม่เคยแตะแต้มลึกลงถึงจิตใจของคนที่เขาอยากให้มองรอยยิ้มนี้บ้างเลยหรือ

“อูยอง”เสียงเอ่ยรั้งเพียงแผ่วเบาแต่ก็พอจะให้คนที่ยืนกำลังจะก้าวเขาห้อง นอนหันมามองได้ สายตาคู่อูมที่ดูอบอุ่นเมื่อแย้มยิ้ม หากแต่ก็เคลือบความเยียบเย็นไว้จนทั่วหยุดนิ่งมองคนที่กำลังนั่งอยู่หน้า เน็ทบุคเครื่องแพงตรงหน้า ไม่ได้เหลียวหลังกลับมา ไม่มีสัญญาณเอ่ยบอก แต่ก็รับรู้ว่าแผ่นหลังตัวเองโดนจับจ้องอยู่

“นอนเตียงพี่ก็ได้นะ”
………

บรรยากาศรอบข้างตอนนี้มันเงียบเสียจนเขาอยากร้องตะโกนออกมาดังๆ ให้คนอื่นๆที่พักผ่อนอยู่ในที่ๆของตัวเองตื่นขึ้นมาซะเลยก็ดี แต่นั่นคงไม่คุ้มกันกับการต้องมาทนหูชาโดนบ่นอย่างแน่นอน
…และก็ไม่คุ้มสักนิดกับการเสียโอกาสที่จะได้นั่งอยู่ตรงนี้ด้วย

สายตาคมทอประกายละมุนขณะรั้งผ้าห่มที่ถูกถีบหนีออกไปอยู่ปลายเท้าร่างขาวที่ นอนหลับเป็นเด็กตัวเล็กๆอยู่บนที่นอนของเขา ขึ้นมาคลุมจนถึงบริเวณอก ทรุดตัวลงนั่งข้างที่นอนนิ่มสบายการันตีได้จากใบหน้ามีความสุขของคนที่นอน หลับตาพริ้มอยู่บนนั้น

ปลายนิ้วยาวยกขึ้นจากข้างลำตัว ยกขึ้นมาหมายจะเข้าสัมผัสเรือนหน้าขาวนั้นซักแผ่วเบาก็เพียงพอ แต่ก็ต้องยกค้างนิ่งอยู่กลางอากาศแบบนั้น เจ้าของมือทำได้เพียงใช้สายตาลึกลงสัมผัสใบหน้าหวานตรงหน้าเท่านั้น

“ผมว่าพี่เข้าใจนะ”
“ที่เราทำทั้งหมดเขาเรียกว่าอะไรนะ”
“…แฟนเซอร์วิทใช่ไหมล่ะ”

…เข้าใจเหรอ

“ผมรู้ว่าพี่ก็คิดเหมือนผม ว่ามันเป็นแค่ …การแสดง…ใช่ไหมครับ”
“…แล้ว”
“ความฝันไงครับ เรื่องเมื่อคืนมันก็แค่ความฝันเท่านั้นล่ะครับ”
“….ฝันเหรอ”
“พี่คิดซะว่ามันเป็นความฝันเถอะนะครับ อย่าให้มันมีอะไรเปลี่ยนไปเลยครับ ใช่ว่าผมจะท้องได้ซะที่ไหนกัน’ประโยคที่ติดตลกแต่กลับฟังแล้วเงียบเชียบ เชือดเฉือนแทบขาดใจลงไป

เส้นกั้นระหว่างความฝัน กับการหลอกตัวเองมันหนาเท่าไหร่กัน

“..แต่มัน นาย… พี่ว่า …เรา”
“อย่าให้ความเป็นพี่น้องมันห่างไปกว่านี้เลยนะครับพี่คุณ …ถ้ามันห่างเกินไป”
“บางทีแฟนคลับอาจได้ปิดบ้านคุณด้ง …ไปตลอดกาล”

จะไม่มีชื่อนิชคุณอยู่ข้างๆชื่อจาง อูยอง อีกแล้วนั่นน่ะเหรอ
จะไม่มีคนตัวเล็กๆขาวมาให้เขากอดอีกแล้วอย่างนั้นใช่ไหม
จะไม่มีอูยองข้างกายเขา …คงทนไม่ได้
หากได้เคียงข้างอูยองต่อไปให้ทำอะไรเขาคงต้องยอม ..แม้เพียงหน้ากล้องก็ยังดี

…แค่นี้ก็ใกล้มากพอแล้ว

ปลายนิ้วยาว ฝ่ามือขาวยังคงค้างอยู่กลางอากาศ เนิ่นนิ่งเช่นนั้น สายตาคมยังคงจดจ้องอยู่เช่นนั้น เนิ่นนาน นิ่ง เสียงพ่นลมหายใจหนักๆออกมาจากปลายจมูก ร้อนแผ่วเบา แต่เอ่อล้นด้วยความรู้สึกนัยน์ตาคู่งามสีธรรมชาติหากไม่รับกับสีผมบอร์น เหลืองที่เซ็ตทรงง่ายๆนั้นยังคงทอดมองใบหน้าขาวที่กำลังดำดิ่งในฝันหวานอยู่ เช่นเคย มือหนากำเข้ามา หดกลับไปอยู่ข้างลำตัวเหมือนเดิมอย่างที่ควรเป็น ห่างอย่างที่ควรห่าง ไกลอย่างที่ควรไกล ..และใกล้ได้เท่าที่ควร

“ให้นิชคุณคนนี้เป็นคนที่มีความสำคัญกับนายจริงๆบ้างได้ไหม จาง อูยอง”
……….
และแล้วเขาก็ตื่นสาย

นิชคุณที่กำลังวิ่งวุ่นในการเตรียมตัวเพื่อไปถ่ายโฆษณาตั้งแต่เช้ามืดอดจะ แขวะตัวเองในใจไม่ได้ เขากำลังรีบวิ่งคว้านู่นนี่นั่นมาใส่ๆตัวเอง และลงกระเป๋าใบโปรดเพื่อไปทำงาน เร่งรีบ ..แต่เงียบเชียบ

ไม่ได้เขาเสียงดังไม่ได้ …อูยองยังคงไม่ตื่น ใบหน้าขาวยังคงพริ้มหลับสบายอยู่บนที่นอนที่ถูกออกแบบมาให้ดีกว่าของคนตัว เล็กเพื่อรองรับอาการปวดหลังเรื้อรังของเขา
…เหตุผลข้อเดียวล่ะมั้ง ที่ทำให้อูยองเลือกมานอนที่นอนเขาอยู่แบบนี้ เหมือนเมื่อก่อน

..ก่อนที่ความคิดแผลงๆ แสงจันทร์อ่อนๆ สายฝนประปรอย ความปรารถนา ความรัก และอารมณ์ที่สะพัดอยู่จนล้นอกจะทำให้มันเปลี่ยนไปราวเมื่อสองเดือนก่อน เปลี่ยนไปมากมายแต่ภายนอกยังคงดูคล้ายเดิม
อูยองยังคงแย้มยิ้มให้เขา ทักทาย และพูดคุยด้วย …เมื่อจำเป็น

หากดูจากสายตาคนอื่นคงคิดว่าเขากับอูยองยังคงเป็นพี่น้องที่ รักกันดีเหมือนเคย แต่ใครจะรู้บ้างว่าข้างในมันจืดจางและกลวงโป๋เท่าไหร่กัน เข้าใกล้ราวผูกพันหากแต่แบ่งเส้นตีระยะห่างขวางกั้นไว้อย่างชัดเจน
ชัดเจนเสียจนเขา ..ไม่อาจจะก้าวข้ามไปได้

เขาอึดอัดจนอยากจะบ้า เจ็บปวดจนแทบขาดใจ หากแต่ก็เรียกร้องอะไรไม่ได้ เพราะคนที่ได้ชื่อว่าผู้เสียหายไม่เเม้แต่จะสนใจเสียด้วยซ้ำ ไม่เคยเอ่ยถึง ไม่เคยเรียกร้อง ทำราวกับว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นเสียด้วยซ้ำ แต่เขารับรู้ว่าอูยองยังคงฝังใจกับเรื่องนั้น ..หากไม่ ระยะห่างระหว่างเรามันคงไม่มากจนเกินไขว้คว้าเช่นนี้
ถ้าอูยองท้องได้ก็คงจะดี
..ความคิดบ้าๆนี่เคยเข้ามาในหัวเขาอยู่หลายครั้ง เพราะอย่างน้อยนิชคุณคงจะมีคุณค่าขึ้นบ้างสักเศษเสี้ยวเพื่อเข้าเอาใกล้อู ยองในฐานะผู้รับผิดชอบ แม้อูยองจะไม่ต้องการก็ตาม ขอเป็นสักเพียงสิ่งมีชีวิตที่อูยองมองมาบ้างไม่ใช่เพียงเศษฝุ่นไร้ค่า อย่างที่เป็นอยู่แบบนี้

สายตาคมทอแสงที่เรียกได้ว่าอ่อนละมุนจนแทบขาดใจลงมาที่ใบหน้าขาวเนียน อยากจะสัมผัสขับกล่อมผะแผ่วด้วยริมฝีปากบนหน้าผากมนว่าขอให้ฝันดี อยากจะไล้เเก้มเนียนนั้นเบา เบาด้วยความรัก อยากจะ ..สบตาได้โดยไม่เป็นเรื่องผิด
หรือแค่อย่างน้อยก็ขอห่วงใยได้โดยไม่ถูกเกลียดก็ยังดี

“นิคคุณ”พี่มินแจโผล่เข้ามาเพียงครึ่งตัวเอ่ยเร่งและรั้งสติทั้งหมดเขาคืนมา นิชคุณหันไปพยักหน้าให้ผู้จัดการคนสนิท แย้มยิ้มเล็กน้อยพอเป็นพิธีจุ๊ปากว่าอูยองหลับอยู่ก่อนจะคว้ากระเป๋ามาขึ้น หลังแล้วเดินตามออกไป
ไม่ลืมจะหันสายตากลับมามองร่างบนเตียง …เป็นครั้งสุดท้าย
…………….

การแสดงสดอีกครั้งกำลังผ่านพ้นไป พวกเขากำลังยืนรอให้หายเหนื่อย พูดคุย และแย้มยิ้มให้แก่แฟนๆอย่างเคยอยู่บนเวที ผู้คนมากมายต่างยืนอออยู่บนนั้นจนบางทีก็ดูแน่นตาไปบ้าง หากแต่สายตาคู่นี้จับจ้องอยู่เพียงคนๆเดียว จุนซูกับแทคยอนและจุนโฮกำลังยืนคุยกับพิธีกรอยู่อย่างสนุกสนาน ถัดจากนั้นไม่ห่างนักแต่ก็ไกลพอชานซองกำลังยืนคุยอยู่กับคนเพียงคนเดียวที่ อยู่ในสายตาของเขา ก่อนชานซองจะโดนจุนโฮลากไปหาพิธีกรเพื่อให้มักเน่ของเราอวดท่าทางน่ารักๆออก มาให้ดู

ดวงตากลมโตมองดูแผ่นหลังที่อยู่ตรงหน้า ระบายยิ้มออกมากับหัวไหล่และกล้ามเนื้อขาวที่โผล่พ้นเสื้อแขนกุดตัวนั้นออก มา เนื้อขาวที่เขาเคยแตะต้องมาแล้วทุกส่วน หากแต่ไร้สิทธิ์แม้จะเฉียดใกล้อีก …ถ้าไม่มีเงื่อนไขบางประการ
สายตาคมกวาดไปมองที่น่าเวทีอย่างคร่าวๆ ก็เพียงพอจะเห็นเลนส์กล้องจำนวนมากที่จับมาที่เขา และคนตรงหน้า
…แย้มยิ้มกับตัวเองก่อนเดินเข้าไปใกล้

อูยองสะดุ้งเล็กน้อยที่มีคนสัมผัสเขาจากข้างหลังก่อน ความอุ่นแข็งแรงนั้นจะโอบรอบเอวบางแล้วรั้งเข้ามาจนตัวชิดกัน อูยองตกใจ …แต่ยิ่งตกใจเมื่อเห็นว่าคนที่กำลังเกยคางลงบนไหล่เขาเป็นใคร

“พี่คุณ!!”เสียงเย็นเยียบเอ่ยเตือนเพียงแผ่วเบาแต่ชัดเจน..ว่าที่เขาทำอยู่มันกำลังใกล้เกินไป
“เห็นกล้องไหม เซอร์วิทไง อูยอง”เหตุผลน่าไม่อายที่เขายกขึ้นมาใช้อย่างไม่รู้สึกเคอะเขิน กระชับวงแขนรั้งอูยองเข้ามาใกล้กว่าเดิม หากไม่เกรงใจแฟนคลับอยากเหลือเกินจะก้มลงกดจูบแผ่วเบาสูดกลิ่นหอมละมุนจาก ซอกคอขาวใกล้ๆ อูยองที่ขึงสีหน้านิ่งปรับสายตาและท่าทางให้เป็นปกติเมื่อมองลงไปตรงหน้าก็ พบเจอกล้องมากมายที่กำลังบันทึกการเซอร์วิทครั้งนี้อยู่

อูยองยังคงยืนนิ่ง ไม่แย้มยิ้มไม่ขยับยืนนิ่งเพียงเท่านั้นรักษาภาพให้ไม่ออกมาเกินความงามของ การเซอร์วิท ต่างจากอีกคนที่ดูเหมือนจะเพลิดเพลินกับการเซอร์วิทครั้งนี้จนเกินพอดี ใบหน้าหล่อกำลังแย้มยิ้มจนแก้มแทบปริเมื่อเทียบกับคนรวยแก้มที่อยู่ไม่ไกล นิชคุณอยากรักษาเวลานี้เอาไว้ให้แสนนาน ดื่มด่ำกับมันให้มากที่สุด และเข้าใกล้มากกว่าเดิมได้บ้างเพียงเล็กน้อยก็ยังดี

“กอดนะ”เอ่ยกระซิบเบาๆ วงแขนยังคงรัดอีกคนแน่นจนแทบจะกลืนลงไปในแผงอก
“ไม่ได้กอดอยู่หรือไง”เอ่ยแขวะเพียงแผ่วเบาราวพูดกับตัวเอง แต่นิชคุณก็ยังได้ยิน ก่อนเสียงเจ้าตัวจะเงียบไปแล้วยืนนิ่งอยู่เช่นเดิม …ขอเข้าข้างตัวเองว่าอนุญาต
โอบกอดเอาไว้ด้วยสองแขนแกร่ง ใบหน้าคมหลับตาลงเพียงชั่วครู่ขอบันทึกสัมผัสและอ้อมกอดไว้ในหัวใจ ก่อนจะลืมตาขึ้นแย้มยิ้มให้เลนส์กล้องตรงหน้าอย่างเป็นพิธี

อูยองยอมให้เขากอดต่อหน้ากล้อง…เพื่อเซอร์วิท
แล้วถ้าเราสองคนยืนอยู่หน้ากล้องมากมาย เอ่ยบอกว่าเซอร์วิท แล้วขอรักบ้างล่ะ อูยองจะยอมไหม
…อดคิดไม่ได้จริงๆ

……
“สคริปเหรอ”
“ประมาณนั้นครับ”เอ่ยรับอย่างง่ายดายเมื่อยื่นหน้าไปมองคลิปสั้นๆเพียงไม่ กี่วิที่ถูกเปิดอยู่บนหน้าจอ ..ประมาณนั้น… คลุมเครือเหลือเกิน
“นายเต็มใจ”เอ่ยถามซ้ำอีกครั้งด้วยเสียงแผ่วเบา
“ครับ”

“อย่ามาตอบแค่ครับ ทำไมนายถึงได้ไปหอมแก้มคนอื่นง่ายๆ”เอ่ยเสียงดังถาม รู้ดีว่าไม่มีสิทธิ์ กระทั่งจะเอ่ยถามด้วยซ้ำ แต่กลับมายืนตวาดเสียงดัง กำลังก้าวล้ำเส้น รู้ตัวแต่ว่าก็ยังทำเป็นไม่สนใจมัน ยอมก้าวข้ามไปเหมือนแมงเม่าที่เห็นกองไฟไม่ไกลสายตาก็รั้นจะบินวนให้โดนคอก ตาย

“พี่แทคเป็นพี่ชายผม”

“แล้วพี่ไม่ใช่”ถือวิสาสะจับกระชากหัวไหล่บางนั้นไว้ในมือ รู้ว่าไม่มีสิทธิ์แต่ก็ฝืนจะทำ

“ทีกับพี่ ..นายห้ามกระทั่งจะมาหายใจเฉียดใกล้ ..แล้วทำไม”เอ่ยเสียงแผ่วเบาสายตาสั่นไหวแต่จดจ้องเพียงคนตรงหน้า ..มันชัดเจนพอบ้างไหม

“นั่นก็มีกล้อง รายการสดด้วย ..พี่คุณไม่เห็นหรือไง”น้ำเสียงราบเรียบและสายตาขึงนิ่งที่ได้กลับมาทำให้นิ ชคุณได้แต่ยืนจ้องอูยองนิ่ง มือทั้งสองยังอาศัยโอกาสครอบครองไหล่บาง

นิชคุณไม่มีเหตุผลจะมาโต้แย้งคำพูดนั้นได้ เพราะอูยองถูกเสมอ

เงียบงันเพียงนาทีแต่ราวหลายทศวรรษก่อนเอ่ยต่อ “พี่รู้ว่ามันไม่เหมือนกัน ระหว่างพี่กับแทคยอนที่นายปฏิบัติด้วยมันไม่เหมือนกัน”

“พี่เข้าใจว่าทำไมนายถึงได้ไว้ใจจะเข้าใกล้ไอ้แทคมัน …ไม่ใช่เพราะพี่เจย์ที่ทำให้นายวางตัวเป็นน้องแสนดีกับไอ้แทคได้ราบลื่น” กระชับหัวไหล่บางทื่เงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างสงสัย

“…แต่เพราะนิชคุณกับอค แทคยอนไม่เหมือนกัน”
“อค แทคยอน ไม่มีวันที่จะคิดอะไรกับจาง อูยอง เกินเลยกว่าคำว่าพี่น้อง”
นิชคุณจดจ้องลงไปในสายตาเล็กที่จ้องมาอย่างลึกซึ้ง

เปิดใจให้พี่นะอูยอง เปิดใจให้พี่สักทีนะอูยอง ..ได้โปรด

“ขอให้พี่เป็นคนสำคัญกับนายบ้างได้ไหมอูยอง”เอ่ยขออย่างจนหนทาง โอบกอดและขอฝากฝังสัมผัสอบอุ่นเชื่อใจได้ลงไปรอบตัวอูยอง

“พี่คุณ”อูยองไม่ได้ขืนตัวฝืนอย่างใด แต่เรียวมือบางกับแตะเบาๆลงบนไหล่หนา ขยับเพียงช้าๆแต่ปลดปล่อยทุกพันธนาการออกได้หมดจด

.

.

.

“พี่ก็รู้ดีว่าคำตอบของผมคืออะไร”
สายตาเย็นชาว่างเปล่าจับจ้องมาที่ใบหน้าเขา เอ่ยย้ำอย่างจริงใจเช่นกันก่อนร่างบางจะหันหลังเดินออกไปจากห้องนอน ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่กัดกินหัวใจของคนที่ยังคงได้ยินประโยคเมื่อครู่ใน หัวราวกับกดเล่นซ้ำๆ

ร่างหนาทรุดลงนั่งบนเตียงนอนของเขาที่เคยจำรึกกลิ่นอายของอูยองเอาไว้ กรอกตามองเพดาน มันจะดูน่าสมเพศไปไหมนะที่ปลายหางตาเขากำลังปริ่มด้วยน้ำร้อนแบบนี้

“ไม่ได้เลยเหรอ”ทำไมจากที่เพียงปริ่มๆมันถึงได้พร้อมใจกันไหลดิ่งออกมาแบบ นี้นะ สายตาคมหันไปจดจ้องบานประตูห้องที่ปิดลงไปเพียงไม่นาน …แต่กับคาดเดาไม่ถูกเลยว่าอีกนานเท่าไหร่จะได้รับการเปิดกลับเข้ามาจากคน ที่ปิดมันลงไป

“จะรักกันบ้างไม่ได้เลยเหรอ”

.
.
.
ใกล้
ผมก็เพียงอยากจะใกล้กว่านี้
…ใกล้ให้เขารักผมบ้าง
หรือแค่ใกล้ให้เห็นค่าผมบ้างก็พอ

“รักพี่คุณสักนิดได้ไหม อูยอง”

.

.

END

of ใกล้

พาทร์นี้พี่คุณเป็นคนเล่าทั้งหมดนะคะ

Advertisements

4 คิดบน “[SF-KhunWoo] ใกล้

  1. เข้าใกล้ราวผูกพันหากแต่แบ่งเส้นตีระยะห่างขวางกั้นไว้อย่างชัดเจน ….. เจ็บอ่ะ ㅠㅠ
    แอบย่องเข้ามาอ้่านเรื่องนี้ซ้ำ ตอนน้องอัพ อ่านกี่ทีก้อเจ็บ สงสารเมน 5555

  2. แอบย่องเข้ามาอ่านอีกเเระ ชอบความรู้สึกเรื่องนี้จริงๆนะ
    แอบเจ็บๆเบาๆ แอบเข้ากับเหตุการ์ตอนนี้ // อัลไล ?? 5555

Leave a Comment

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s