[SF-KW] foolery:if 2/2

Title: IF
Rate:PG14
Couple: KhunWoo
Writer: LoveMe
Note: เป็นภาคต่อจาก The foolery 
(พอดีว่าแต่งต่อเอาไปรวมเล่ม เลยเอามาลงที่นี่ด้วย เพราะว่าแต่งThe fooleryเพื่อมาลงที่นี่เป็นที่แรก)
enjoys ค่ะ >.<
user posted image
IF 
ผมไม่ได้หวังว่าพระเจ้าจะประทานความฉลาดมากกว่านี้มาให้ผม หรือช่วยทำให้ผมเลิกโง่เสียที
ผมหวังแค่ว่าพระเจ้าจะให้โอกาสผมได้โง่อยู่อย่างนี้ต่อไป
…ผมโง่มากเลยใช่ไหมที่ขอเพียงแค่นี้…
…..
“อื๊อ ..อะ”เสียงหวานพร่าแผ่วเบาหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากอิ่ม ตามจังหวะของสิ่งที่เข้าลึกมาในร่างกาย ความร้อนกำลังสะพัดให้ทั้งร่างกายร้อนระอุจนแทบแตกออกมาเป็นเสี่ยงๆ หยาดเหงื่อร้อนรดรินไปทั่วผิวหนังที่กำลังเสียดสีกันนั้นร้อนระอุขึ้นกว่าเดิม ราวกับไฟที่พร้อมจะเผาผลาญทั้งร่างให้มอดไหม้
มือบางบีบลงแน่นขึ้นบนมัดกล้ามที่บีบเค้นไว้ รสจูบยังคงถูกป้อนให้แม้ว่าจุดเริ่มต้นของเพลิงร้อนระอุจะกำลังโฟกัสความตั้งใจทั้งหมดไปให้กิจกรรมส่วนอื่น
จุดเริ่มต้นของไฟที่กำลังแผดเผาเขาก็ยังคงเป็น ..นิชคุณ
หากแต่เชื้อเพลิงที่ทำให้ไฟร้อนปะทุติดขึ้น ..ก็คือจาง อูยอง.
ทั้งที่ไฟมันร้อนจนร่างกายแทบจะละลาย
แต่ทำไมพวกเขาถึงไม่ถอยก้าวออกมาเสียที
บางทีอาจเพราะเขาต่างโง่กันทั้งคู่ก็ได้
…..
วงแขนกว้างกำลังตีคล้องรอบหมอนที่กลุ่มผมยุ่งกระจายแนบซบอยู่บนนั้น ดวงตาคู่คมโตจ้องมองคนที่นอนหลับอยู่ใกล้ๆ ใกล้เพียงนิดเดียวท่านั้น ตอนนี้จาง อูยองกำลังหลับใหลอยู่ในนิทราบนเตียงของเจ้าตัวเอง
หลับใหลจนไม่อาจลุกขึ้นมาเอ่ยถามว่าเขาจะกลับหรือยังได้ คำถามที่ไม่ต้องการคำตอบที่เขาได้ยินอยู่เสมอ
หลับใหลอยู่เพราะว่าเหนื่อยกับความยุ่งยากของการยื่นเรื่องจบชั้นปริญญาตรี มันรุมเร้าจนเจ้าตัวแทบไม่มีเวลาพักผ่อน หรือหลับใหลเพราะความเหงา
ช่วงนี้อูยองเหงาบ่อยจนเขาแปลกใจ
แต่ที่น่าสมเพชคือเขาเองที่ดีใจและเต็มใจมาทุกครั้งที่อูยองโทรมาหาแล้วบอกว่าเหงา เพราะเขากลัวว่า ถ้าฝืนใจตัวเองไม่มาสักครั้ง
อูยองจะโทรไปหาคนอื่นแทน ถ้าเป็นแบบนั้นเขาคงไม่รู้จะทำเช่นไร คงเหมือนหลงอยู่เพียงลำพังในที่อันมืดมิดไร้ทางออก ถ้าเขาจะต้องถูกจองจำในความมืดมิดที่ไม่มีวันหาทางออกให้ตัวเองได้ เขาก็ขอติดอยู่ในนั้นโดยมีอูยองอยู่ข้างกายดีกว่า
อย่างน้อยก็ยังดีที่ได้มีโอกาสมาเจอหน้าอูยอง ถึงแม้ว่าจะมาเพียงเพราะแค่เรื่องบนเตียงจบแล้วก็จากกัน ไม่มีอะไรที่มันมั่นคงถาวร ไม่ได้ถามไถ่ว่าเจ้าตัวเป็นยังไงบ้าง ไม่ได้พูดคุยถึงความคิดของอูยอง สิ่งที่เขาต้องการไม่ใช่แค่ร่างกาย หัวใจดวงนี้ต่างหากที่เขาต้องการ
เราไม่เคยได้ทำอะไรอย่างที่คนรักเขาทำด้วยกัน นอกจากการมีอะไรกัน
..เพราะความสัมพันธ์ของเขากับอูยองมันไม่ใช่คนรัก
ความสัมพันธ์ที่เหมือนกับดักวังวน ความสัมพันธ์ที่ไม่เคยก้าวไปได้ไกลกว่านี้ และไม่เคยที่จะถอนตัวออกมาได้สักที
ต่อให้คิดพยายามกี่หนที่จะเลิกรากับความสัมพันธ์คลุมเครือนี้ก็ไม่เคยทำได้ …ถ้าไม่ใช่เพราะเขาโง่ ก็คงเพราะเขารักจาง อูยองมากเกินไป
หรือบางทีเขาโง่ที่รักอูยองก็ได้
“ใกล้เช้าแล้ว พี่คุณจะกลับหรือยังครับ”เสียงงึมงัมที่ดังขึ้นจากคนที่นอนหลับตาอยู่ใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน ใช้ลมหายใจร่วมกัน นิชคุณมองดูคนที่นอนอยู่ใต้กรอบวงแขนของเขา
ใช้เวลาราวนาทีเพื่อตัดสินใจและประมวลผล เขามีคำพูดหลายคำอยู่ในความคิด และยังคงสังเคราะห์มันไม่ได้ว่าจะพูดออกมาดีไหม แล้วจะพูดไปเพื่ออะไรดี ยังไงก็ไม่มีอะไรเปลี่ยน
ร่างสูงลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่ก้มลงไปหอมแก้มหรือตักตวงรสหวานจากปากอิ่มอย่างที่ใจปรารถนา ยันกายลุกขึ้น หยิบเสื้อผ้าของตัวเองที่ถูกเหวี่ยงกระจายอยู่ปลายเตียงแล้วเดินออกไปจากห้องนอน
ทันทีที่ได้ยินเสียงประตูห้องปิดลงจากด้านนอก เจ้าของห้องที่หลับตามาตลอดก็ลืมตาขึ้น หันกลับมามองที่ประตูที่พึ่งถูกใช้งานไปเมื่อครู่ มือขาวที่ถูกกอบกุมมาค่อนคืนจากฝ่ามือคู่ใหญ่ ลูบลงไปแผ่วเบาตามความอบอุ่นของกายมนุษย์ที่ฝากทิ้งไว้บนรอยยับมากมายบนผืนที่นอน
ดวงตามองเหม่อไปที่ปลายนิ้วที่ลูบคลำบนผ้าปูเตียงยู่ยี่ที่สัมผัสอยู่
เพียงแค่นิชคุณออกไปจากห้องความเหงาก็แล่นเข้าเกาะกุมไปทั้งหัวใจเขา
มันรวดเร็วและรุนแรงจนเขานึกกลัว
…..
‘พี่คุณครับ ผมเหงาจังเลย’
ผมนั่งมองข้อความนี้ได้ประมาณสิบห้านาทีแล้ว ประโยคซ้ำซากที่เห็นอยู่บ่อยครั้งแต่ก็ยังคงนั่งอ่านมันวนไปวนมา อูยองส่งข้อความนี้ให้เขาสักพักนึงแล้ว ปกติผมจะรีบไปหาอยู่ทันที
-ปกติ – หลังจากที่ยอมรับแล้วว่าไม่มีวันจะหยุดรักคนคนนี้ได้
แต่วันนี้มันไม่ปกติ ผมมีทานอาหารค่ำกับผู้ถือหุ้นสาวรายนึง มันเป็นหน้าที่ที่ต้องไปจัดการ ตารางงานที่ถูกแทรกเข้ามาในค่ำคืนที่ปกติแล้วผมควรจะว่าง
นิชคุณกำลังชั่งใจ ควรจะเลื่อนอาหารมื้อนี้ออกไป และไปพบจาง อูยอง หรือว่าควรไปทำหน้าที่ที่ควรทำ ปล่อยอูยองนอนเหงาอยู่ลำพัง และเผื่อว่าอูยองจะนึกถึง และรู้สึกได้ว่าต้องการผมจริงๆแต่ปัญหามีเพียงสิ่งเดียว สิ่งเดียวที่ผมกลัว ถ้าผมไม่ไปแล้วอูยองไม่เลือกที่จะนอนเหงาอยู่ตามลำพังล่ะ
จาง อูยองคงไม่ใจร้ายขนาดนั้น หรอกใช่ไหม
……
ราวสามชั่วโมงหลังจากที่ได้ข้อความนั้น ตอนนี้นิชคุณกำลังยืนอยู่หน้าคอนโดของอูยอง มองไปที่ห้องของอูยอง แสงไฟจ้ากำลังเปิดอยู่ ผมไม่ได้มาหาอูยอง ผมตัดสินใจที่จะไปทานอาหารมื้อค่ำและปฏิเสธผู้ถือหุ้นสาวที่ชวนไปต่อที่คลับชั้นนำ ผมตัดสินใจที่มาที่นี่ ตามข้อความง่ายๆที่อูยองพิมพ์ส่งมา ป่านนี้อูยองคงรอผมอยู่
เสียงลิฟย์หยุดลงที่ชั้นที่จาง อูยองพักอยู่ ชายร่างสูงเดินตรงไปที่ห้องที่มาอยู่เป็นประจำ ก่อนจะชะงักลงเมื่อประตูบานนั้นเปิดออก นิชคุณเดินหลบไปตรงหัวมุมและแอบมองจากตรงนั้นอย่างไม่เข้าใจตัวเอง แต่ภาพที่เห็นทำให้เข้าใจอะไรชัดขึ้น
อูยองเดินออกมาจากห้องพร้อมผู้ชายคนนึง ผู้ชายตัวสูง ผิวขาว มีรอยยิ้มใจดีวาดอยู่บนหน้าแต่งตัวด้วยชุดที่มีราคาและหรูหรา ดูภูมิฐาน อูยองกำชายเสื้อของผู้ชายคนนั้นไว้ก่อนที่เขาจะเดินออกมา เป็นการรั้งไม่ให้ไปอย่างน่ารักน่าชัง กริยาที่อูยองไม่เคยทำกับผมสักครั้ง
ผู้ชายคนนั้นวาดยิ้มกว้างอย่างเอ็นดูลูบผมอูยอง ก้มลงจูบฝ่ามือนิ่มอย่างนุ่มนวล รอยยิ้มประดับบนใบหน้ากลม อูยองสวมกอด ผู้ชายคนนั้นยกมือลูบแก้มนวลแผ่วเบา ผมตั้งใจฟังประโยคที่ผู้ชายคนนั้นเอ่ยบอกก่อนจะเดินจากไป
“ถ้าเหงาจนทนไม่ไหวอีกก็โทรมาหาพี่อีกละกัน บริการฟรีเพื่ออูยองทุกที่ทุกเวลา”
“ครับ พี่จุนซู”
เสียงประตูห้องอูยองปิดลงไปได้พักนึงแล้ว ผู้ชายคนนั้นเดินผ่านไปราวกับผมไม่มีตัวตนอยู่ตรงนั้น
ทำได้แต่กรอกตาแล้วเหยียดยิ้มอย่างสมเพชตัวเอง
สิ่งที่นึกกลัวเป็นจริง
เบอร์ของผมไม่ใช่เบอร์เดียวที่อูยองโทรถึงเวลาเหงา
จาง อูยองใจร้ายเหลือเกิน
……
แสงไฟสีสลัวและกลิ่นแอลกอฮอล์ชั้นดีที่ถูกผสมกับกลิ่นบุหรี่คละคลุ้งไปทั่ว ลงตัวกันจนยากจะแยกออก กลิ่น และบรรยากาศคุ้นเคยที่เขาไม่ได้มาคลุกคลีนานพอดู
หนึ่งปีเวลาพอดิบพอดีกับที่เขาพบอูยอง
อันที่จริงนี่แหละคือสถานที่แรกที่ได้คุยกับอูยอง เราเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน ต่างคณะ ต่างสาขา ต่างชั้นปี ไม่มีอะไรที่น่าจะทำให้เราเจอกันในมหาลัยชื่อดังที่กว้างขวาง แต่เราก็พบกันบ่อยๆ อูยองเงียบและเก็บตัว ตั้งใจเรียนแบบไม่ค่อยสนใจใคร แทบไม่มีเพื่อนสนิท หรือจะบอกว่าแทบไม่มีเพื่อนเลยก็ได้ เขามักเจออูยองนั่งอยู่หน้าตำราเล่มโตหรือโน็ตบุคประจำตัวในหอสมุด ไม่เคยพูดคุยกันแต่มีบ่อยครั้งที่แอบลอบใช้สายตาสำรวจกันและกัน
แต่คืนนั้น เขานึกแปลกใจที่เห็นผีเสื้อราตรีตัวน้อยน่ารักคนนึงกำลังโยกกายและเทแอลกอฮอล์เข้าปากราวน้ำเปล่า ท่วงท่าและแววตาสะกดให้ผู้ชายหลายคนจดจ้องมองอย่างสนใจ ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น ผีเสื้อตัวเดียวกับดักแด้น้อยที่ซุกซ่อนตัวเองในความเงียบทุกวัน นั่นยิ่งทำให้น่าสนใจ
เขาก้าวเข้าไปทักทายด้วยคำพูดและฝ่ามือที่โอบรอบร่างบางอย่างถือวิสาสะ เราเต้นไปด้วยกันและพูดคุยกัน
อูยองพูดเพียงไม่กี่ประโยค แต่เรากับเข้าใจมันแจ่มแจ้ง
“ผมเหงาจัง คืนนี้พี่คุณจะปล่อยให้ผู้ชายอย่างผมเหงาอยู่คนเดียวไหมครับ”หนึ่งในประโยคของคืนนั้นที่เขาจำมันได้ดี ประโยคที่ทำให้เราขึ้นไปบนห้องของอูยองที่อยู่ไม่ไกลนัก แล้วลงมือทำลายเตียงที่เรียบตึงของอูยองจนไม่เหลือชิ้นดี มันยุ่งเหยิงไปหมดเหมือนความสัมพันธ์ของเรา
ครั้งแรกเขาคิดว่ามันจะจบเพียงเท่านั้น แม้เขาจะติดใจอยู่มากก็ตาม ทั้งร่างกายและแววตาของอูยองที่มองเขา
มันไม่ใช่ความรัก แต่ก็แยกระหว่างความโหยหาและหลงใหลไม่ออก
เราเริ่มมันอีกครั้งในหนึ่งอาทิตย์ต่อมา จากนั้นมันก็กลายเป็นวังวนที่เขาดิ้นรนออกมาไม่ได้ คำว่าเหงาของอูยองทำลายทั้งใจเขาและตัวอูยองลงอย่างเลือดเย็น
มันผิดตรงที่เขาเองที่โง่หลงรักอูยองจนหัวปรักหัวปรำ ถ้าเขาไม่รักอูยองเช่นที่อูยองไม่รักเขา อะไรก็คงง่ายกว่านี้มาก
จะว่าไปอีกไม่กี่วันเราสองคนคนจะครบรอบที่เจอกันหนึ่งปีแล้วด้วยซ้ำ เวลาเดินเร็วเหลือเกิน
แต่ความสัมพันธ์ของเรายังคงเท่าเดิม
เพื่อนนอนแก้เหงา
มือหนาเทแก้วเหล้าดีกรีแรงลงไปในคออีกแก้ว แววตากำลังหยันเหยียดตัวเองอย่างน่าสมเพช เขามั่นใจว่าถ้าเพียงเขาเอ่ยชวนผู้หญิงคนไหนก็ตามในคลับตอนนี้ไปต่อด้วยกัน เขาจะสมหวัง แต่เขากลับไม่มีปัญญาทำให้อูยองรักแม้จะมีอะไรกันนับครั้งไม่ถ้วนและรู้จักกันร่วมปี เสียงเพลงยังคงดังก้อง และมือหนาก็ รินเหล้าดีกรีแรงอีกแก้วเข้าร่างกาย ดวงตาคมโตกวาดมองไปทั่วจนสะดุดกับใครบางคน
นิชคุณเหยียดยิ้มและลุกเดินตรงไปที่โต๊ะมุมร้าน ที่ตรงนี้ห่างไกลจากเสียงดังก้องพอควร ร่างสูงทรุดตัวลงนั่งจ้องมองคนตรงหน้าที่มองเขาอย่างประหลาดใจ
“ยินดีที่ได้เจอกันนะครับ คุณจุนซู”
“คุณรู้จักชื่อผมด้วยเหรอ”แววตาเรียวมองหน้าเขาอย่างค่อนข้างแปลกใจ นิชคุณกระตุกยิ้มเลือกได้เขาคงไม่อยากรู้จักคนตรงหน้าเลยสักนิด
“สวัสดีผมชื่อนิชคุณ”เอ่ยแนะนำตัวด้วยเสียงมั่นคงแม้จะดื่มเข้าไปพอตัว มือหนายื่นออกไปทักทายเป้าหมาย จุนซูอ้าปากค้างไว้นิดๆเหมือนจะพูดอะไรสักอย่าง
“ผมอยากให้คุณเลิกยุ่งกับอูยองได้ไหม”เอ่ยบอกตรงๆ จุนซูวาดยิ้มตึงๆที่มุมปาก
“ทำไมผมต้องเชื่อคุณ คุณเป็นอะไรกับอูยองถึงมาสั่งผม”
“ผมน่ะเหรอ”นิชคุณเหยียดยิ้ม เขาเป็นอะไรกับอูยอง เพื่อนนอนแก้เหงา และแน่นอนว่าไม่มีสิทธิ์สักนิดจะห้ามผู้ชายคนอื่น แต่เขาไม่อยากให้อูยองเป็นของใครคนอื่นทั้งนั้น
“ผมก็เป็นคนที่อยู่สถานะเดียวกับคุณนั่นแหละ”
จุนซูวาดยิ้มกว้างขึ้นหัวเราะออกมาราวกับเยาะเย้ย
“คุณก็เป็นจิตแพทย์ของอูยองเหมือนกันเหรอ”
…..
“จิตแพทย์ ของอูยอง”เขาไม่รู้ว่าตัวเองนั่งนิ่งไปนานเท่าไหร่ ผู้ชายตรงหน้าแนะนำตัวอย่างเป็นทางการว่าคิม จุนซูพร้อมนามบัตรหนึ่งใบให้เขา
จิตแพทย์ ที่ปรึกษาทางความรู้สึก
“คุณคงเป็นนิชคุณคนนั้นใช่ไหม ยินดีที่ได้เจอกันสักทีนะครับ”จุนซูยิ้มกว้างวาดมือออกมาเพื่อจับกับเขาอย่างเป็นมิตรแต่ นิชคุณไม่ขยับ แค่จ้องตาคนตรงหน้านิ่งๆจนจุนซูยักไหล่แล้วชักมือกลับอย่างไม่ถือสา
“คุณบอกว่าตัวเองเป็นจิตแพทย์งั้นเหรอ”
“ใช่ อ๊ะ อ๊ะ แล้วไม่ต้องคิดมากอูยองไม่ได้บ้า เขาปกติดียกเว้นแต่อาการของโรคซึมเศร้าที่ค่อนข้างจะหนักข้อไปหน่อย”จุนซูระบายยิ้มอย่างสบายๆพิงหลังไปกับโซฟานิ่มอย่างผ่อนคลาย
“อันที่จริงผมไม่ใช่จิตแพทย์อย่างเป็นทางการของอูยองด้วยซ้ำ ผมก็แค่มาเป็นที่ปรึกษาตามคำขอร้องของแจบอมพี่ชายอูยองน่ะ “
“อูยองมีพี่ชายด้วยเหรอ” ผมพูดเสียงแผ่วเบา เราไม่เคยคุยเรื่องส่วนตัวกันด้วยซ้ำ คงน่าแปลกยิ่งกว่าถ้าผมรู้ว่าเขามีพี่ชาย
“ผมได้ยินเรื่องคุณมาเยอะนะคุณนิชคุณ”
“แต่ที่มีเรื่องนึงที่อูยองไม่เคยบอกผมเลย ว่าคุณเองก็รักอูยอง”จุนซูพูดติดรอยยิ้ม นิชคุณจ้องหน้าคนตรงหน้า คำถามในแววตาเขาเป็นแบบนั้นไหนกันแน่ คิม จุนซูถึงได้ยิ้มแบบนั้น
“เนื่องจากอูยองไม่ใช่คนไข้ของผม เพราะงั้นเรื่องนี้ก็เลยถือว่าไม่มีจรรยาบรรณแพทย์สักข้อมาเกี่ยวข้อง”จุนซูพูดลอยๆแล้วยื่นหน้าเข้ามาใกล้ เท้าคางไว้บนมือมองหน้าเขา
“ผมมีเรื่องของผู้ชายชื่อจาง อูยองที่คุณคงอยากรูัเล่าให้ฟัง”จุนซูยักคิ้วแล้วเริ่มพูดอะไรมากมายออกมา มันใช้เวลาเนิ่นนานและผม ไม่เคยแม้แต่คิดจะจะเอ่ยห้ามแม้แต่คำเดียว
ผมฟังและใช้โอกาสนี้ในการเข้าใจอูยอง
โอกาสที่ผมหามาตลอด
….
“อูยองน่ะเขาเป็นเด็กไม่ค่อยสังคมกับใครมาตั้งแต่เด็ก ตั้งใจเรียนเป็นเด็กเงียบๆทั่วไปที่ค่อนข้างจะคิดว่าไม่มีใครมาสนใจคนอย่างเขาหรอก เพราะเขาจะอยู่แต่ในที่ของตัวเอง เงียบ ไม่ค่อยพูดหรือเข้าไปทำความรู้จักกับคนแปลกหน้า อูยองตั้งใจเรียนมาทั้งชีวิตแต่ก็ไม่เคยได้ที่หนึ่งสักครั้งแต่คุณเชื่อไหมเจย์เพื่อนผม พี่ชายเขาน่ะนะหมอนั่น ไม่เคยจะตั้งใจเรียนสักกะนิด เฮฮาปาร์ตี้ตามประสาแต่เจย์น่ะได้ที่หนึ่งทุกปีเลยล่ะ”จุนซูเล่าแบบช้าๆค่อยเป็นค่อยไปไม่ได้ตื่นเต้นรีบร้อนอะไร หัวเราะออกมาบ้าง ยกแก้วเครื่องดื่มมีดีกรีขึ้นจิบบ้าง
“แล้วชีวิตของอูยองก็ต้องสะดุด สิ่งที่ทำให้อูยองกลายเป็นอูยองอย่างทุกวันนี้ อูยองที่ต้องมีคุณ”จุนซูชี้มาที่เขา ดวงตานั้นยิ้มจนตาแทบกลืนหายไป แต่เขากับรู้สึกว่าคนต้องหน้าไม่ได้สนุกอย่างที่ยิ้มให้มา
“ตอนนั้นอูยอง อืม ใช่ อยู่ประมาณม.ห้า อูยองแอบชอบรุ่นพี่คนนึงผู้ชายคนนั้นชื่อคิม ฮยอนจุง ใจดี อ่อนโยน น่ารัก เป็นกันเอง เด่นระยิบระยับเหมือนมีแสงแวบๆออกมาจากตัว อูยองชอบหมอนั่นมาสองปีแอบมองอยู่ห่างๆมาตลอดจนถึงวันนึงที่ไอ้หมอนั่นกำลังจะเรียนจบแล้วก็ไปเรียนต่อเมืองนอก อูยองก็เลยอาศัยโอกาสนี้ไปบอกรักคิม ฮยอนจุง รู้มะหมอนั่นทำไง หมอนั่นยิ้มแล้วบอกอูยองว่าตัวเองก็มองอูยองมาตลอดเหมือนกัน แต่ก็ไม่กล้าเข้าไปหาเพราะอูยองทำเหมือนกับว่ามีกำแพงอยู่รอบตัวตลอดเวลา มันกลัวอูยองไม่เปิดใจให้ ซึ่งก็จริงจาง อูยองกลัวเจ็บ ก็เลยเก็บตัวไว้หลังกำแพงบางๆที่สุดแสนจะแข็งแกร่ง “
เขาถอนหายใจเข้าใจอย่างที่สุดกับกำแพงบางๆนั่น มันเหมือนกับว่าเขาจะสามารถผ่านกำแพงนั้นเข้าไปได้แต่อันที่จริง มันไม่มีทางเป็นไปได้สักนิด กำแพงที่อูยองใช้มันกันเขาเอาไว้ห่างๆตลอดเวลาแม้กระทั่งตอนที่ร่างกายเป็นหนึ่งเดียวกัน
“แต่อูยองก็ยอมทำลายกำแพงอันนั้นลงเพื่อคิม ฮยอนจุง เวลาหนึ่งอาทิตย์ที่แสนวิเศษณ์ก่อนที่ฮยอนจุงจะไปเรียนต่อที่อังกฤษ ก็รักป็อปปี้เลิฟนั่นแหละ ทั้งคู่ใช้เวลาร่วมกันอย่างคุ้มค่าตลอดเจ็ดวันที่เหลืออยู่ อูยองไปส่งหมอนั่นที่สนามบิน ใช้จูบแรกเป็นมัดจำเพื่อบอกเอาไว้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นจาง อูยองจะเก็บไว้เพื่อคิม ฮยอนจุงเพื่อเป็นคนแรกและคนเดียวที่ได้ไป” จุนซุกระตุกยิ้มแววตาล่องลอยไปกับแสงสีสลัวในผับ
“อะไรๆก็เหมือนจะดูดี ความรักที่ระยะทางไม่ใช่ปัญหา อูยองกับฮยอนจุงใช้เวลาสองปีในการคบกันและติดต่อกันผ่านอีเมลล์และมือถือ มีบ่อยๆแหละที่ไม่ค่อยได้ติดต่อกันเป็นเวลานานหลายเดือน เพราะเวลามันต่างกันเกินไป แต่อูยองก็ยังรักไอ้หมอนั่น “
“จากนั้นอีกหกเดือน อูยองรู้ว่าฮยอนจุงจะกลับมาก็เลยไปรับที่สนามบิน อูยองรอมาตั้งนาน รักมาตลอด และเปิดใจให้มันคนเดียว แต่มันพาสาวสวยกลับมาด้วยคนนึงที่กำลังท้องลูกของมัน พร้อมยื่นการ์ดแต่งงานให้อูยอง” จุนซูถอนหายใจ แววตานั้นดูเศร้าสร้อยลงแทบทันที
“นั่นมันยังไม่เลวที่สุดหรอกนะ สิ่งที่มันพูดกับอูยองสิเลวกว่าเสียอีก มันบอกว่า จะคิดอะไรจริงจังนักหนา มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่เชื่อในความรัก ยิ่งความรักกับผู้ชายมันเป็นไปไม่ได้หรอก ถ้าคบเล่นๆเอาสนุกก็ว่าไปอย่าง”จุนซูทุบกำปั้นลงบนโต๊ะ ผมมองหน้าเขา ไม่ได้เอ่ยคำพูดอะไรออกมา ผมว่าคิม จุนซูคงตกอยู่ในสถานะเดียวกับผมจริงๆ ไม่ใช่เพื่อนนอนแก้เหงา แต่คงอยู่ในฐานะเดียวกัน คนที่รักจาง อูยอง หมดหัวใจ
“แล้วมันมาทำให้อูยองเปิดใจทำไม สำหรับมันอาจจะเป็นแค่อะไรสนุกๆ แต่กับคนที่เปิดใจเป็นครั้งแรกในชีวิต มันเหมือนสูญเสียสิ่งที่สำคัญที่สุดคือความไว้ใจ สำหรับอูยองความรักน่ะมันไม่คุ้มเลยสักนิด อูยองเริ่มดื่มเหล้ามันคงง่ายที่สุดที่จะทำให้ลืมอะไรในหัว จากนั้นก็ออกไปเที่ยวกลางคืน นั่นแหละเป็นตอนที่เจย์เริ่มโทรมาปรึกษาผม แต่หลังจากนั้นประมาณสามเดือน เจย์ก็บังคับอูยองให้มารับคำปรึกษาจากผม ตอนที่รู้ว่าอูยองเจอคุณ”จุนซูปรับเสียงเป็นนิ่งเรียบอีกครั้ง ชี้นิ้วมาที่เขา ริมฝีปากกระตุกยิ้มน้อยๆ
“รู้ไหมเจย์แทบคลั่งเลยนะที่ รู้ว่าจู่ๆน้องชายก็ไปหิ้วผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้ขึ้นมานอนที่ห้อง ตอนนั้นเจย์แทบจะสืบประวัติคุณด้วยซ้ำ นิชคุณ ถ้าไม่ติดว่าถูกไอ้เจ้านายตัวดีของเจย์หนีบไปทำงานที่อเมริกาก่อนน่ะนะ คุณโดนกำปั้นผู้ชายชื่อแจบอมไปนานแล้วล่ะ พอเจย์ไป เจย์ก็เลยฝากอูยองไว้กับผม “
“ผมเป็นแค่จิตแพทย์คนนึงที่พี่ชายฝากไว้ ไม่ใช่พ่อ ผมไม่มีสิทธิ์จะห้ามอะไรอูยองหรอก มีหน้าที่เดียวคือรับฟัง ใช้เวลานานอยู่เหมือนกันกว่าอูยองจะยอมเล่าอะไรให้ผมฟังเรื่องทั้งหมดทั้งเรื่องของคิม ฮยอนจุงและเรื่องของผู้ชายที่ชื่อนิชคุณ “
“อูยองเล่าไปถึงคืนแรกที่เจอกับผู้ชายชื่อนิชคุณ เขามาเที่ยวเหมือนทุกคืน มาเพื่อดื่ม เพื่อเต้นให้ลืมทุกอย่างแล้วก็กลับไปนอนตอนใกล้เช้าให้สมองไม่ได้คิดอะไร ไม่ต้องจำอะไร แต่วันนั้นมีผู้ชายคนนึงเข้ามาอูยองจำได้ลางๆว่าเป็นรุ่นพี่ที่เคยเจอกัน อูยองบอกว่าตอนนั้นเมามาก นึกรำคาญไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้ที่มาลูบไล้อย่างกับเห็นว่าตัวเขาเป็นสินค้าตั้งโชว์ในร้าน แต่พอมองตาของคนๆนั้นแล้วอูยองก็เปลี่ยนความคิด อูยองรู้สึกถึงความเหงาที่มันมีมากเกินไปในหัวใจ จนรู้สึกว่ามันไม่ได้แย่นักถ้าจะอยู่ในอ้อมกอดของใครสักคน คนที่มีแววตาเหมือนกับคิม ฮยอนจุง เหมือนอย่างน่าประหลาดเหมือนแบบที่อูยองรู้สึกอบอุ่นและเหน็บหนาวในใจพร้อมๆกัน”
“อูยองเลือกคุณเพียงเพราะแววตาของคุณเหมือนกับคิม ฮยอนจุง แค่นั้นแหละนิชคุณ”จุนซูกระตุกยิ้มกว้างขึ้นเมื่อมองหน้าเขา เมื่อเห็นเขากำลังกระตุกยิ้มจางๆอย่างสมเพชตัวเอง
“แต่ช่วงหลังๆมาอูยองเริ่มเปลี่ยนไป เขาไม่ได้ค่อยพูดถึงฮยอนจุงแล้ว อันที่จริงไม่พูดถึงเลยด้วยซ้ำ อูยองพูดถึงเรื่องทั่วไปในชีวิต เรื่องเรียน เรื่องงานและบ่อยๆที่มักจะหลุดชื่อของผู้ชายชื่อนิชคุณออกมา ทั้งแววตา ภาษากาย และรอยยิ้มบนปากอูยอง ผมบอกได้เลยว่าต่อให้คนที่โง่ที่สุดก็ดูออกว่าอูยองหลงรักผู้ชายที่ชื่อนิชคุณ”
จุนซูยิ้มกว้างแล้วหัวเราะเมื่อเห็นว่าเขามองหน้าอย่างไม่เชื่อ คิ้วคงกำลังขมวดกันยุ่งไปหมด จุนซูพูดออกมาง่ายๆอย่างไม่ตื่นเต้นหรือรีบร้อน แต่เป็นเขาที่ยังประมวลผลอะไรแทบไม่ได้เมื่อได้ฟัง
“งั้นผมจะพูดอะไรอีกหน่อยแล้วกันเผื่อคุณจะเป็นคนโง่คนนั้น นานแล้วล่ะที่อูยองไม่ได้โทรหาผม แต่จู่ๆวันนี้อูยองก็โทรมาหาผม ผมเลยรีบมาหาเขาที่ห้อง อูยองบอกผมว่า เขารู้สึกเหงา รู้สึกว่าข้างในอกมันว่างเปล่ามันจุกแน่นและเหมือนหายใจไม่ออก อาการแบบนี้มันเกิดทุกครั้งที่ไม่เจอหน้าคุณ อูยองไม่เข้าใจและเขาก็กลัวว่า ถ้าคุณเบื่อและไม่ไปหาเขาอีกเขาจะทนอยู่กับความเหงาแบบนั้นได้ไหม “
“อูยองคิดว่าเขาจะไม่เปิดใจให้คุณ แต่ในความจริงแล้วคุณน่ะเดินเข้าไปในหัวใจอูยองตั้งนานแล้ว คุณนิชคุณ”สิ้นเสียงเรียบนุ่ม จุนซูยกเครื่องดื่มขึ้นมาจิบ ชายตาหันมามอง
“เรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกับผม หรือเกี่ยวกับคิม ฮยอนจุงอีกแล้ว”
“ตอนนี้ มันเกี่ยวกับคุณ นิชคุณ”
……..
นิชคุณไม่เข้าใจตัวเองสักนิด ผมยืนมองประตูห้องที่ตัวเองเคยเปิดเข้าไปบ่อยครั้งมานานพอควรแล้ว และยังไม่กล้าที่จะเปิดเข้าไป ผมฟังเรื่องทุกอย่างที่จุนซูเล่าอย่างตั้งใจ และรีบวิ่งมาที่ห้องของอูยอง แต่กลับไม่กล้าที่จะเข้าไปในห้อง
‘ถือว่าผมขอร้อง อย่าทำให้อูยองเสียใจอีก’
นี่คือประโยคสุดท้ายที่จุนซูบอกก่อนผมจะวิ่งออกมา ถึงเขาไม่ขอร้องผมก็คิดที่จะทำแบบนั้นอยู่แล้ว
“ก๊อก ก๊อก”
รออยู่ชั่วอึดใจประตูห้องก็เปิดออก
….
“พี่คุณมาทำไมเหรอครับ”เสียงเอ่ยถามดังขึ้นมาในขณะที่เจ้าตัวยืนดื่มน้ำอยู่ห่างออกไป ผมมองหน้าเขา ไม่รู้ว่าจะเริ่มยังไง
“อูยองส่งข้อความไปหาพี่”
“ได้รับด้วยเหรอครับ”น้ำเสียงเย็นชา และรอยยิ้มจางๆ มันดูเจ็บปวดจนผมทนไม่ได้ ผมเดินเข้าไปกอดอูยองจากด้านหลัง อูยองวางแก้วน้ำลง
“งั้นก็ไปต่อกันในห้องนอนนะครับ” ร่างบางพยายามจะเดินตรงไปที่ห้องนอนแต่ผมกอดเขาไว้แบบนั้น กอดยึดไว้ในอ้อมแขน
ผมจะไม่ยอมปล่อยให้อูยองเหงาอีกแล้ว
“พี่รู้เรื่องของคิม ฮยอนจุงแล้ว” เขานิ่งไปทันทีที่ผมพูดจบ
“พี่คุยกับผู้ชายที่ชื่อจุนซู เขาบอกพี่หมดแล้ว”
“คุณ…”
“พี่ก็รักอูยองเหมือนกัน”
ผมพูดออกมา อูยองเงียบไปทันที ประโยคที่อูยองกำลังจะพูดราวกับถูกกลืนหายไป ผมหันตัวอูยองให้หันมาหา เชยคางให้เขาสบตาผม
“มองหน้าพี่ มองตาพี่ พี่คือนิชคุณ ไม่ใช่คิมฮยอนจุง พี่รักอูยอง และจะไม่ทำให้อูยองเสียใจ” ผมมองดวงตาคู่กลมอย่างมั่นคง แววตาของอูยองสั่นไหวก่อนที่เขาจะก้มหน้าเพื่อเบี่ยงหลบสายตาที่จ้องมองมา
“มันไม่คุ้มหรอกครับ”
“ความรักของผู้ชายกับผู้ชายมันจะเป็นไปได้เหรอครับ “อูยองพูดออกมาเสียงไม่ได้ดังเท่าไหร่นัก มันแผ่วเบาแต่ราวกับคมมีดที่เชือดเฉือนลงมาไม่น้อย ที่ผ่านมาผมเคยคิดว่าอูยองเป็นคนใจร้าย ผมเองไม่เคยเข้าใจว่าจาง อูยองเสียใจมากแค่ไหน แต่ตอนนี้ผมพร้อมที่จะเข้าใจเพียงแค่อูยองให้โอกาส
“เป็นไปได้สิครับ พี่รักอูยองและอูยองเองก็ รู้สึกเหมือนกันใช่ไหม”ลูบแก้มนวลแผ่วเบา อูยองกัดฟันข่มไม่ให้น้ำตาไหลจนผมรู้สึกได้แต่น้ำตาหยดใสๆก็ไหลลงมาบนจากดวงตาคู่นั้น ตวัดนิ้วโป้งลงไปบรรจงเช็ดมันออกอย่างเขามือ
“เปิดใจให้ผู้ชายคนนี้นะครับ พี่จะไม่ทำให้อูยองผิดหวังที่ทำแบบนั้น”
“ผมเชื่อใจพี่คุณได้เหรอ”
เสียงเอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจ ผมคว้าร่างตรงหน้าเข้ามากอด ใช้สองแขนแกร่งเป็นปราการให้ความเชื่อมั่น ใช้แผ่นอกอุ่นและเสียงของหัวใจที่เต้นอยู่ในอกขับกล่อมให้สบายใจ
“ได้สิครับ” อูยองกอดแน่นและเริ่มร้องไห้เขาเก็บเสียงสะอื้นไว้แค่ที่แผ่นอกของผม แต่สองแขนก็กอดผมแน่นขึ้น นี่ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีว่าอูยองเริ่มเปิดใจให้ผมแล้ว อูยองเชื่อใจผมมากพอที่จะให้ผมเห็นน้ำตาของเขา ผมจะใช้ความรักแลกความเชื่อใจของอูยองกลับมา ให้อูยองมั่นใจว่าเขาเชื่อในผู้ชายคนนี้ได้ และเขาจะไม่เสียใจที่ทำแบบนั้น
….
เสียงไม่ดังนักดังมาจากข้างกาย ผมค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นมอง เห็นเป็นเจ้าของห้องตัวเล็กที่กำลังพยายามแกะมือผมที่กอดเอวเขาไว้จนแน่นออกพอเห็นแบบนั้นผมก็ยิ่งกอดแน่นจนเขาหยุดขยับตัวไปทันที
เมื่อคืนนี้ผมนอนที่ห้องของอูยอง เมื่อคืนเราไม่ได้มีอะไรกันเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา เราเพียงแค่นอนกอดกันในค่ำคืนที่เหน็บหนาว สัญญาณดีๆที่บอกว่าเรื่องของเราจะไม่ใช่เพียงแค่เรื่องทางกายอีกแล้วและมันเป็นคืนแรกที่อูยองไม่เอ่ยถามผมเลยว่าผมจะกลับหรือยัง
“พี่คุณยังไม่กลับอีกเหรอครับ”
“อูยอง”ผมเรียกชื่อเขาออกมาอย่างร้อนรนไม่น้อย เขาไม่ได้เชื่อใจผมมากขึ้นเลยเหรอ
“คราวนี้ผมไม่ได้ไล่นะครับ ผมถามจริงๆ วันนี้ไม่ไปทำงานเหรอครับ”เขาเงยหน้ามองผม อดไม่ได้ที่จะกระตุกยิ้มกว้างออกมาแล้วก้มลงจูบหน้าผากมน
“ไม่ครับวันนี้พี่ว่าง”
“เหรอครับ”
“แล้วพี่ก็อยากนอนกอดอูยองต่อถ้าอูยองไม่ว่าอะไร”พูดออกมาอย่างแช่มชื่น ได้ทีสวมกอดอูยองแน่นอย่างที่ไม่รอให้เจ้าตัวได้พูดอะไร อูยองเงียบไปสักพักก่อนจะเอ่ยอะไรออกมา
“ผมชื่อจาง อูยอง เป็นลูกชายคนที่สองมีพี่น้องสามคน มีพี่ชายชื่อแจบอม มีน้องสาวชื่อซูจี ผมเกิดวันที่30เดือนเมษา ผมชอบอ่านหนังสือในที่เงียบๆอย่างห้องสมุด ชอบทะเล และสีที่ชอบคือ สีน้ำเงิน สีเหลือง แล้วก็สีเทา”
อูยองค่อยๆพูดอย่างไม่ดังนัก เว้นวรรคเงียบไปบ้างก่อนพูดต่อราวกับไม่มั่นใจ ผมลืมตาขึ้นมามองหน้าเขาที่ตอนนี้มีริ้วแดงๆบนแก้มอย่างที่ไม่ค่อยคุ้นตานัก เมื่อเห็นว่าผมลืมตามองเขาก็หลบตาแล้วเงียบไป
“อูยอง..”
“ก็พี่คุณให้ผมเปิดใจ จะคบกับผม คนที่จะคบกันก็ต้องรู้เรื่องของกันและกันไม่ใช่เหรอครับ”ผมพูดอย่างไม่มั่นใจนัก น้ำเสียงติดอ้อนน่ารักอย่างที่เขาอาจจะไม่รู้ตัว
“ผมจะบอกทุกเรื่องที่เกี่ยวกับผมให้พี่คุณฟัง ถ้าพี่คุณอยากฟัง”
“อยากฟังสิครับ”กระชับกอดอูยองเข้ามาจนแนบชิดกัน ผมกำลังยิ้มกว้างจนปวดแก้ม
“อืมม พี่ชื่อนิชคุณ บลัค หรเวชกุล เป็นคนไทย ย้ายมาเกาหลีตั้งแต่เด็ก มีพี่น้องสี่คนพี่เป็นคนที่สอง พี่ชอบสีแดง ชอบดื่มกาแฟสดแล้วตอนนี้ก็หลงรักคนชื่อจาง อูยอง จนโงหัวไม่ขึ้น”ท้ายประโยคก้มลงกระซิบที่ใบหูแดงกร่ำอูยองไม่เงยหน้าขึ้นมามองให้เห็นหน้าแดงเต็มตา แต่มือบางก็ทุบลงเบาๆที่หัวไหล่
“ส่วนที่เหลือยังมีเวลาอีกมากที่พี่จะบอกอูยองและอูยองจะบอกให้พี่ฟัง”
ไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ แต่ใช้เวลานี้แอบมองใบหน้าและสองแก้มเนียนแดงเรื่ออย่างไม่เคยเห็น จากนี้เขาก็หวังว่าจะได้เห็นมันบ่อยๆ
“วันนี้ไปเที่ยวทะเลกับผมไหมครับ”อูยองถามออกไม่เสียงไม่ดังนัก ผมเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ ไม่เคยคิดว่าวันนึงจะได้ฟังอูยองชวนผมแบบนี้
“อูยองกำลังชวนพี่ไปเดทเหรอ”
“ไปด้วยกันไหมครับ” อูยองไม่ตอบคำถามให้ตัวเองเขินหนักกว่าเก่า แต่ถามซ้ำอีกครั้ง
“ไปแน่นอนครับ อูยอง”
อูยองกำลังเปิดใจให้ผมมากขึ้นเรื่อยๆ สักวันอูยองก็จะเชื่อใจผมมากพอที่จะฝากหัวใจไว้ทั้งดวง
“พี่รักอูยองนะ”
สักวันที่อูยองจะพูดตอบกลับประโยคนี้ด้วยคำว่ารักอย่างเต็มปาก
สักวันที่ผมรู้ว่ามันจะมาถึงและผมก็จะไม่ท้อใจที่จะรอวันนั้น
เพราะผมรู้ว่าอีกไม่ช้าสักวันนั้นกำลังจะมาถึง
.
.
.
END
ภาคต่อของเจ้าคนโง่หวังว่าทุกคนจะสนุกกับฟิคเรื่องนี้นะคะ >.<
Advertisements

5 คิดบน “[SF-KW] foolery:if 2/2

  1. แม่เลี้ยงจุนโฮ

    อ่านภาคแรกแล้วปวดใจเลย…แต่มาต่อภาคสองค่อยหายใจทั่วท้องหน่อยคะ..เฮ้อออ..ค่อยยังชั่ว..^___^

  2. 2PeachM

    เย้ๆๆๆๆ สมหวังแล้วววว
    สนุกมากๆค่าาาาา
    ตอนจบนี่น่ารักมากๆเลย 5555
    ปู่ก็ชอบอูยองหรอ ไม่เป็นไรนะ
    อ้อมกอดเค้ายังว่างอยู่ อิอิ
    ถ้าพี่คิมไม่พูดทุกอย่างจะเข้าใจกันมั้ยยย
    ไปขอบคุณพี่คิมเลยนะคุณด้งงง

    แล้วรีดเดอร์คนนี้ก็ขอบคุณไรเตอร์ที่แต่งฟิคสนุกๆให้อ่านนะคับบบ

  3. Khunwoo

    ในที่สุดก็แฮปปี้เอ็นดิ้ง ดีใจ
    สองคนยอมเปิดใจให้กันและกันแล้ว
    โดยเฉพาะอูยอง น่าสงสารมาก
    เคยเจ็บปวดมามากนี่เอง
    จากนี้ก็ดูแลน้องให้ดีนะพี่คุณ น้องจะได้ไม่เหงาอีก ;)

  4. baikapow

    โหยยยยย มันแน่นมันจุก แต่ตอนจบมันดีมากอ่ะ อยากให้เป็นเรื่องจริงสุดๆ 5555

Leave a Comment

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s