(FIC-CNN/KW/FT.TJ-KIM)DANGEROUS LOVER !!SLAP ME BABY #5

Title: [FIC] ~Dangerous Lover !!Slap me beby~ ร้ายกว่านี้มีอีกไหม
Chapter: 5 ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ เออกูไม่อยากรู้จักมึง
Author: LoveMe
Paring: Chansung x Junho / Khun x Woo / Taec x jae/ Jun.K
Rate: (PG-13) – (NC-15)
talk:
-ถ้อย คำ หยาบคาย ในเรื่องนี้มีมากนัก ภาษาพ่อขุนและสัตว์สงวนวิ่งพล่านดุจสวนสัตว์ ขออภัยมานะที่นี้
-เป็นแค่ฟิคเท่านั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวกับเรื่องจริงหรือใดๆทั้งสิ้น แค่ฟิค อ่านๆไปเถอะ อย่าหวังมาก อย่าคิดมากนะ
บอกแล้วไงว่าจะมาลงเรื่อยๆเป็นระยะๆ ยังไงก็เมนต์ให้เค้าบ้างนะ มีเมนต์ให้อ่านเรื่อยๆ เค้าก็มีฟิคให้อ่านเรื่อยๆเหมือนกัน ^^

5 ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ เออกูไม่อยากรู้จักมึง

คุณคิดว่าชีวิตเป็นเรื่องยากไหมครับ

สำหรับจาง อูยอง จาง อูยองคนนี้ไม่เคยคิดว่าชีวิตน่ะมันเป็นเรื่องที่เหนือบ่ากว่าแรงของเรามากนักหรอกนะครับ ขอเพียงแค่เรามีความพยายาม ความอดทน ความตั้งใจเราก็จะสามารถฝ่าฟันอุปสรรคในชีวิตเราไปได้ เขาน่ะใช้หลักการนี้มาตลอดเลย ทั้งสอบผ่านชั้น เข้ามหาลัย พยายามจีบสาว เรียนจนจบ ตามหาสาวสวยรักครั้งแรกในวัยเด็ก หางานทำ

แม้ว่าบ่อยครั้งที่สิ่งที่เขาทำมันจะไม่สำเร็จอย่างหวังเช่นการอกหักแบบถี่ ๆ หรือไม่เคยมีวี่แววว่าจะหารักแรกเจอเลยสักกะนิด แต่เขาก็ยังมีสิ่งที่เรียกว่าความหวังนะครับ เขาไม่เค๊ย ไม่เคยที่จะมีครั้งไหนที่จะรู้สึกว่าชีวิตเป็นปัญหา เครียด มีทุกข์ สุขหาย มีบ่วงเหล็กติดไฟล็อกคอ และร้อนอกร้อนใจในการไม่มีปัญญาหาทางรอดให้กับชีวิตตัวเองได้เท่ากับตอนนี้เลย

ใช่ครับ ตอนนี้ นาทีนี้ วินาทีนี้เลยครับท่านครับ

บอกกูที่เถอะว่ะครับ ว่านี่มันปีชงกูใช่ป่ะ ใช่ป๊ะ ทำไมมันถึงได้มีความซวยซ้ำซวยซากเข้ามาหาชีวิตกูติดๆแบบนี้วะ ถ้ารู้ว่าโทษการเมาและขาดสติเพราะสุรามันจะเป็นปัญหาขนาดนี้นะ กูจะไม่เมา ไม่ดื่ม ถือศีลห้าเลย ฮืออออ

“อูยอง นายรู้จักกับพี่นิชคุณด้วยเหรอ” เสียงของจุนโฮที่ออกจากโหมดดราม่าเพื่อถามอูยองจากเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ตาตี่ ๆ ของมันจ้องหน้าอูยองสลับกับหน้าหล่อๆของนิชคุณ ท่ามกลางนายแบบหน้าตาสุดหล่อกระชากจิตอีกสองคน กล้ามสุดล่ำของทั้งนิชคุณ พี่แทค แล้วก็ชานซองนั้นกำลังกระแทกเข้าเลนส์กล้องจนเก้งกวางบ่างชะนีโดยรอบมานั่งจ้องดูกันตาเป็นมัน ตาตี่ ๆ ของจุนโฮย้อนกลับมาจ้องเขาอย่างคาดคั้น

“ไม่ ไม่รู้จักเลย” อูยองส่ายหน้าปฏิเสธแบบชัดเจน ไม่ได้โกหกนะครับเพราะเขาน่ะไม่(อยาก)รู้จักนิชคุณจริงๆ

“คนไม่รู้จักกันเขาจะทำกับแกแบบเมื่อกี๊เหรอวะ อย่ามาโกหกพี่นะไอ้ด้ง” พี่เจย์เคาะกะโหลกให้เสียหนึ่งที อูยองยกมือขึ้นกุมหัวน้ำตาเล็ดมองอย่างงอนพี่เจย์ขึ้นมาทันที

อยากรู้ล่ะสิว่าเมื่อกี๊มีอะไรเกิดขึ้น ถึงจะรู้สึกอัปยศในชีวิตแต่ก็จะเล่าให้ฟังก็ได้ครับ ก็เมื่อบ่ายนี้นิชคุณนายแบบดังที่พี่มินจุนวานให้มาถ่ายแบบแทนเพื่อนตาขีดเดียวของเขาที่ร่างกายทำมาหากินไม่ได้ชั่วคราว มาถึงปุ๊บ ก็เรียกร้องความสนใจจากคนทั้งแถบไปได้ด้วยการวิ่งตรงมาหาอูยองด้วยท่าวิ่งที่ประดุจดั่งการ์ตูนสาวน้อยถ้าไม่ติดว่านายแบบผู้หน้าหวานท่านนี้หุ่นนักเพาะกล้ามดี ๆ นี่เองล่ะก็นะครับ มันก็จะน่ารักอยู่หรอก และจะน่ารักมากด้วยถ้าคนที่มันวิ่งมาหาถึงปุ๊บกอดปั๊บแรง ๆ ซี่โครงจะหัก ไม่ใช่จาง อูยอง
เขาละอยากจะกระโดดถีบมันหายหงายหลัง นี่เหรอวะการกระทำของคนที่บอกว่าจะไม่รู้จักกัน เราไม่รู้จักกันน่ะ รู้งี้จับมันเซ็นสัญญาก็ดีหรอก แล้วไม่กอดเปล่านะครับ มันยังกดหัวเขาไว้แทบจะจมหน้าอก กระซิบบอกว่าดีใจจังที่ได้เจอกันอีก ไม่นึกว่าจะได้เจอกันเร็วแบบนี้ พรหมลิขิตจริง ๆ

พ่องเถอะ นิชคุณเว้ย จะทำให้ชีวิตเขาเต็มไปด้วยปัญหาถึงเมื่อไหร่กันนนน นี่ถ้าว่ามันไม่ต้องรีบไปแก้เสื้อถ่ายแบบต่อก็คงไม่ปล่อยกันไปง่าย ๆ แล้วถามว่าคนทุกคนที่เห็นฉากนั้นเป็นยังไงเหรอครับ ก็จ้องมากันเป็นตาเดียว จ้องกันเขม็งเหมือนกับว่าอยากจะบันทึกหน้าผมไว้ไม่รู้ลืม ว่าไอ้หน้าบวมๆหน้าเนี๊ย คือหน้าที่พึ่งถูกนิชคุณฟัดมาแหม่บ ๆ เฮ้ออออ วิญญาณจะหลุดออกจากร่าง จะไปบอกใครว่าเขากับนิชคุณไม่รู้จักกันได้ยังไงเล่า ขนาดเพื่อนรักอย่างจุนโฮกับพี่เจย์ที่ปกติออกจะบื้อจะตายยังไม่เชื่อผมเลย

“โอ๊ย แม่งเอ๊ย” อูยองละอยากจะทึ้งหัวตัวเองเสียจนกิ๊บที่นิชคุณติดให้นี่มันปลิวกระเด็นไปซะจริง ๆ

“ฉันว่าแกคงความจำเสื่อมละล่ะ อูยอง” อูยองหันไปมองจุนโฮที่นั่งไขว่ห้างเอาตาตี่มาจ้องมองกดดันอย่างงง ๆ พูดเลยว่าโคตรไม่ชอบไอ้รอยยิ้มรู้ทันของไอ้ตี่นี่เลยจริง ๆ

“อะไรของแกวะ จุนโฮ”

“ก็ที่แกว่าไม่เคยเจอกับพี่นิชคุณมาก่อนน่ะ แกต้องความจำเสื่อมแน่ ดูสิคนไม่รู้จักที่ไหนจะมองแกแบบนั้นกัน อูยอง” ไอ้ตี่มันพยักเพยิดให้หันไปมอง อูยองหันตามไปก็โดนเต็ม ๆ เลย ไอ้ตาโตส่งประกายตาร้อนแรงมาให้นั่นน่ะ มันซัดตรงเข้ามาหาเขาเต็มๆอย่างกับคลื่นสึนามิ คือถ้าไม่ติดว่าไม่มีรถกลับแล้วต้องพึ่งใบบุญพี่เจย์กลับนะ จะไม่นั่งอยู่นี่แน่ หนีกลับไปนานแล้ว โว๊ย จ้องอยู่ได้

“ไม่รู้จักก็ไม่รู้จักสิวะ จุนโฮ หัดเชื่อเพื่อนมึงบ้าง บางทีฉันอาจจะเผอิญหน้าไปคลับคล้ายคลับคลาอาม่าของหมอนั่นก็ได้” แถเท่านั่นแหละครับที่ช่วยคุณได้

“ถ้าอาม่าพี่นิชคุณหน้าแบบนี้ ตอนนี้พี่เขาไม่น่าจะหล่อเท่านี้นะ” โห ดูปากไอ้ตี่นี่สิครับ วอนมาก น้ำเก๊กฮวยแก้วแรกที่ใช้ซื้อความเป็นเพื่อนกับมันตอนป.สี่มันจืดจางแล้วสินะมันถึงได้เห็นผู้ชายหน้าตาหล่อดีกว่าเพื่อนมันน่ะ

“ไอ้ตี่นี่แน่ะ มาให้ฉันตีซะดี ๆ” พออูยองลุกขึ้นวิ่งไล่จะตีปุ๊บ จุนโฮก็รีบลุกขึ้นวิ่งหนี ให้อูยองต้องได้เหนื่อยไล่ตามอีก ดีนะไอ้อาการสังขารไม่เที่ยงอย่างสะโพกครากนี่มันพอจะดีขึ้นแล้ว เขาถึงได้พอจะไล่ตามมันได้ทัน แล้วดู พอจุนโฮเห็นเขาวิ่งไล่มันไม่ได้ ไอ้ตี่มันมีการค่อย ๆ เดินอ่อยให้อูยองไปตีมันอีก วันนี้ถ้ามันได้ฟาด อี จุนโฮสักเพี๊ยะ ล่ะก็จาง อูยองจะเลิกเรียกร้องอยากเป็นเมะตลอดไปเลย
……………
เสียงเอะอะวุ่นวายที่ดังอยู่ข้างหลังของอูยองกับจุนโฮไม่ได้รบกวนแจบอมเท่าไหร่ในตอนนี้เพราะตอนนี้เขากำลังคิดถึงเรื่องที่คุยกับแทคยอนไปเมื่อตอนกลางวันอยู่

แทคมันบอกว่ากิ๊กน่ะเป็นไม่ยาก มากกว่าเพื่อนแต่ไม่ใช่แฟน โธ่วเอ๊ย เขาละอยากจะบอกไอ้แทคว่า นั่นแหละที่มันยากน่ะ คิดละก็กลุ้มจริง ๆ

“เห็นจุนโฮไม่เครียดมากแล้วพี่ค่อยสบายใจหน่อย” แจบอมสะดุ้งไปหน่อยตอนที่ได้ยินเสียงของพี่มินจุน ใบหน้าที่แสนงดงามสำหรับเขาวาดยิ้มหวานให้ พอเจอหน้าพี่มินจุนปุ๊บ ไอ้ที่กำลังกลุ้ม ๆ เมื่อกี้ผมค่อยคิดมันละกัน

“ดีหน่อยที่อูยองมันคอยอยู่กวน ไม่งั้นป่านนี้จุนโฮมันก็คงนั่งเครียด นั่งโทษตัวเองอยู่นั่นแหละ” แจบอมเห็นด้วยกับพี่มินจุนเลย พี่มินจุนเองพยักหน้าให้

“พี่เองคงช่วยอะไรไม่ได้มาก ฝากเจย์กับอูยองดูแลจุนโฮด้วยแล้วกัน” น้ำเสียงก็ใจดี มืออุ่น ๆ ก็ลูบผมนั้นทำเอาแจบอมเคลิ้ม

“เดี๋ยวอีกสักพักคงถ่ายแบบเสร็จแล้ว พี่ฝากชานซองกับจุนโฮกลับด้วยนะ วันนี้พี่มีประชุมกับพี่ชางมินเรื่องตารางงานที่ต้องเปลี่ยนแปลงของจุนโฮต่อ” แต่พอพี่มินจุนพูดถึงพี่ชางมินปุ๊บ สวรรค์ของแจบอมแทบจะล่ม เขาลืมไปว่านอกจากพี่ชางมินจะเป็นแฟนพี่มินจุนแล้วก็ยังเป็นเจ้าของบริษัทโมเดลลิ่งที่พี่มินจุนทำงานด้วย วันวันนึงพี่มินจุนก็อยู่แต่กับพี่ชางมินตลอดเลย

“ครับ เดี๋ยวผมจัดการพาสองคนนั้นไปส่งเอง”

“ฝากดูแลเรื่องไปหาหมอให้จุนโฮด้วยนะ”

“ครับ”

“ขอบคุณมากนะเจย์” ยิ้มให้แบบใจดีสุด ๆ แล้วก็ลุกไปดูชานซองที่ตอนนี้พักกองถ่ายพอดี

แทคยอนที่ตอนนี้เหลือแต่ท่อนบนเดินตรงเข้ามาหาแจบอม ตามตารางงานวันนี้เหลืออีกแค่แป๊บเดียวก็จะเลิกงานแล้ว ผู้จัดการของเขาน่าจะชอบวันนี้เพราะไม่ได้มีงานวุ่นวายอะไรนัก แต่ตอนนี้แจบอมกลับนั่งหน้าเหงาหงอยเสียจนแทคยอนรู้สึกอิจฉา
อิจฉา คิม มินจุนที่ช่างเป็นคนที่มีอิทธิพลต่อผู้จัดการของเขาเหลือเกิน

“เจย์เดี๋ยวเลิกงานแล้วไปกินข้าวกับแทคนะ” แทคยอนเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้มกว้างจนฟันยื่นแทงตาสุด ๆ เพราะอยากให้แจบอมอารมณ์ดี

“ไม่อ่ะ วันนี้ฉันอยากจะกลับไปนอนเร็ว ๆ แกก็ด้วยแทค วันนี้นอนเยอะ ๆ พรุ่งนี้มีงานเช้า” แจบอมบีบแก้มตอบ ๆ ของแทคยอนเมื่อเห็นว่าแทคยอนทำหน้าเศร้าใส่

“ไปถ่ายแบบต่อได้แล้ว ”

“ครับเจย์” เมื่อเห็นว่าดื้อต่อไปก็ไม่มีประโยชน์แทคยอนจึงทำตามความต้องการของแจบอมแต่โดยดี

ต้องทำมากแค่ไหนนะ แทคยอนถึงจะเป็นคนสำคัญของแจบอมได้บ้าง
….

เงิบครับ

ตอนนี้จาง อูยองบอกได้คำเดียวว่าเงิบครับ ตอนนี้อูยองกำลังยืนอยู่หน้าตึกที่ด้านในพึ่งเลิกกองถ่ายแบบกันเสร็จไปสดๆ ร้อนๆ จ้องมองพื้นโล่งเบื้องหน้าด้วยสายตาเหมือนเด็กหลงทาง ไม่สิต้องบอกเด็กถูกทิ้งถึงจะถูก

ถ้าไม่ติดว่าเขาอายุยี่สิบสี่ พ้นผู้เยาว์แล้วนะจะฟ้อง ฮืออ ฟ้องตำรวจจับพี่เจย์เลยด้วย

พี่เจย์น่ะนะตอนแรก็รับปากเขาไว้อย่างดีว่าเสร็จงานนี้จะไปส่ง ไอ้เขาก็เลยอยู่รอมาจนถึงงานเลิก เมื่อกี้ก็บอกว่าให้เขามายืนรอหน้าบริษัทก่อนเดี๋ยวชานซองกับจุนโฮที่พี่มินจุนฝากดูแลจะออกมาสมทบ ระหว่างที่พี่เจย์กับพี่แทคจะไปเอารถออกมา แล้วเรื่องมันลงเอยยังไงรู้ป่ะครับ

ลงเอยว่า จาง อูยองโดยทิ้งน่ะสิ เมื่อกี้เลยไม่ถึงนาทีพี่แทคพึ่งโทรเข้ามาแล้วบอกว่า วันนี้พี่เจย์กับพี่แทคมีธุระไปกินข้าวกันต่อ เขาได้ยินเสียงพี่เจย์โวยวายมาด้วยแหละแต่พี่แทคก็หัวเราะแล้วบอกว่าจะไปกินข้าวแล้วก็พาพี่เจย์ไปส่ง ให้เขากับชานซองและจุนโฮโบกรถแถวนี้กลับห้องไปเองแล้วกัน คือทิ้งนายแบบที่มีชื่อสองคนซึ่งเป็นรุ่นน้องตัวเองเอาไว้ มันไม่ไร้ความรับผิดชอบเท่ากับทิ้งจาง อูยองคนนี้ไว้หรอกนะ

ฮืออออ แล้วเขาจะกลับยังไงอ่ะ แงงง
……
“โว๊ะ ไอ้แทค จู่ๆ แกลากฉันออกมาแบบนี้ อูยองมันร้องไห้แงๆ ไปแล้วมั้ง” แจบอมเอ่ยปากบ่นนายแบบในสังกัดที่นั่งทำหน้าแป้นแล้นไม่แคร์โลกอยู่ตรงหน้า ก็บอกแล้วว่าเย็นนี้อยากอยู่คนเดียว เจ้านี่ก็ลากเขาออกมาจนได้ แถมยังทิ้งทั้งอูยองน้องรัก และจุนโฮกับชานซองที่พี่มินจุนฝากไว้ดูแลอีก

“นี่แทค แกทิ้งไอ้สามคนนั้นไว้ เดี๋ยวพี่มินจุนก็ว่าฉันอีกที่ไม่ดูแลชานซองกับจุนโฮให้” แจบอมบ่นหน้ามุ่ย สะดุ้งไปหน่อยเมื่อแทคยอนแตะนิ้วชี้ไปที่ปากของแจบอม

“เวลาอยู่กลับกิ๊กน่ะ อย่าพูดเรื่องคนอื่นที่ชอบสิ เจย์” แทคยอนบอกเสียงนิ่ง แจบอมก็เลยมีท่าทีอึกอักแปลกใจไป ก่อนแทคยอนจะหันไปกวักมือเรียกบริกร แล้วหันกลับมายิ้มกว้างเหมือนเดิม

“เอาเหมือนเดิมหรือเปล่า เจย์ หรือว่าจะเอาอะไรแปลกใหม่” แทคยอนถามมือก็เปิดดูเมนูไป เพราะนี่เป็นร้านประจำของแจบอมที่แทคยอนมากินด้วยบ่อยๆ อยู่แล้ว ปกติจะไม่ขอเมนูแต่วันนี้แทคยอนอยากกินอะไรแปลกใหม่บ้าง

“อ่า เอาเหมือนเดิมแหละ” แจบอมเอ่ยบอก เท้าคางแล้วก็มองไปที่วิวรอบๆ ร้าน คิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่คนเดียว หันมาอีกทีก็เป็นว่าแทคยอนกำลังนั่งอมยิ้มมองหน้าตัวเองอยู่ ดวงตาโตนี่เป็นประกายวิววับอย่างกับเอากากเพชรไปใส่ไว้เลย

“แทค เป็นกิ๊กกันนี่มีอะไร อีกไหม นอกจากห้ามพูดถึงชื่อคนที่ฉันชอบเวลาเราอยู่ด้วยกัน” แจบอมถามออกมาด้วยความซื่อไม่ได้มีอะไรกวนโอ๊ยเลยสักนิด แทคยอนมองตาเรียวเฉี่ยวที่มองมาอย่างใสซื่อ แล้วก็ระบายยิ้ม

“ก็ มีอีกนิดหน่อยนะเจย์” แทคยอนยิ้มหวานอย่างเจ่าเล่ห์ ก็แจบอมเนี่ยน๊า เหมือนจะเก่งซะทุกอย่าง พลาดอยู่อย่างเดียว เรื่องแบบนี้ล่ะ

“อืม มีอะไรล่ะ” แจบอมว่า มือหยิบสมุดสีชมพูสุดแรดขึ้นมา พลิกไปหน้าสุดท้ายถือดินสอรอจด

“1 .ก็ถ้ามีอะไรในใจ ในความรู้สึกก็ต้องบอกกันทั้งสุข ทั้งทุกข์ ทั้งเศร้า เจย์บอกแทค แทคบอกเจย์ อย่างเงี๊ยะ” แทคยอนเอ่ยบอก เว้นจังหวะไว้ให้แจบอมจดลงสมุดขยุกขยิก

“2. เวลาแทคโทรหาต้องรับสาย ไลน์ไปก็ต้องตอบเข้าใจป่ะ” แจบอมพึมพำตามแล้วก็ก้มจดต่อ

“อ่อ สำหรับเจย์นะ แค่สะกิดมาแล้วตัดสายเลยก็ได้เดี๋ยวแทคโทรกลับเอง ประหยัดดี”

“3. ถ้าอยากร้องไห้ต้องมาแทค หรือไม่ก็ให้แทคไปหา ห้ามปิดบัง ห้ามปฏิเสธความเป็นห่วงจากแทค เพราะความรู้สึกเจย์สำหรับแทคสำคัญที่สุด” แจบอมจดตาม มีชะงักไปนิดหน่อย แต่ก็ยังคงจดต่อ
“4. อยู่ด้วยกันบ่อยๆ .. .ซึ่งข้อนี้ไม่มีปัญหาเพราะแทคกับเจย์ก็อยู่ด้วยกันตลอดอยู่เเล้ว”

“5. แตะเนื้อต้องตัวนิดหน่อยเป็นสิ่งทำได้ ..แตะกันไปกันมาเนอะ” แจบอมหลิ่วตามองแต่ก็ยังคงจดต่อไปอยู่ดี

“6. ห้ามพูดถึงคนอื่น โดยเฉพาะพี่มินจุนเวลาเราอยู่ด้วยกันสองคน”เสียงของแทคยอนทุ้มนุ่มขึ้น ดวงตาโตก็จับจ้องมองแจบอมที่ยังคงตั้งใจจดเหมือนนักศึกษาฟังเลคเชอร์

“7. โกรธแทค ด่าแทค ตีแทค ได้เต็มที่ แต่อย่า ..อย่าหายไป หรือเก็บอะไรที่ไม่ชอบเอาไว้ในใจ บอกแทคเลยนะ”

“แล้วก็ 8. เลิกชอบพี่มินจุนเร็วๆ นะ”

แจบอมจดยุกยิกๆ จนเสร็จเงยหน้ามามองแทคยอน

“ข้อแปดนี่..” แจบอมอ้ำอึ้ง แทคยอนหัวเราะแบบขอไปที ในขณะที่หัวใจเต้นหน่วงขึ้น

“ล้อเล่นน่ะ มีแค่เจ็ดข้อเท่านั้นแหละ แค่นี้เอง เป็นกิ๊กกับอ๊ค แทคยอนง่ายจะตาย” แทคยอนฉีกยิ้มกว้างจนตีนกาขึ้นตามสไตล์ตัวเอง จนทำให้แจบอมยิ้มกว้างออกมาได้

“เจ็ดข้อนี้ ส่วนใหญ่เราก็ทำกันอยู่เป็นปกติอยู่แล้วป่ะวะ ” แจบอมกวาดตาเฉี่ยวขึ้นลงอีกครั้ง แล้วพับสมุดเก็บใส่กระเป๋าไปเมื่ออาหารที่สั่งมาวางอยู่ตรงหน้าแล้ว

“อ่อ แทค” แจบอมเอ่ยเรียกขึ้นมา แทคยอนเงยหน้าจากจานอาหาร ตาโตจ้องมองไปที่คนตรงหน้าที่กำลังหลบตากันอยู่

“มีอะไรเหรอเจย์”

“คือข้อแปดน่ะ..” แทคยอนไม่แน่ใจว่าตอนนี้ประโยคนั้นทำให้ใจเต้นเร็วขึ้น หรือหน่วงขึ้น แทคยอนรู้แค่ว่ามันไม่ปกติอย่างเคย

“ข้อแปดน่ะ ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำได้ไหม แต่ถ้าจะทำเมื่อไหร่จะบอกนะ”

แทคยอนรู้แต่ว่าตอนนี้หัวใจมันเต้นเร็วขึ้น จนทำให้อมยิ้มขึ้นมาได้แทบทันที

แค่นี้สำหรับแทคยอนก็มีความสุขแล้ว

….

“เดี๋ยวเรียกแท็กซี่เอาก็ได้ แหม่ อูยอง” จุนโฮว่าเข้าให้หนึ่งทีหลังจากฟังการฟ้องของอูยองเมื่อตอนที่ตัวเองกับชานซองเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วเดินมาหา อูยองยังทำหน้ามุ่ย ติดจะอ้อนเพื่อนให้สปอยด์กันอีกกับความน่าสงสารที่ตัวเองโดยปล่อยทิ้งไว้ แต่เสียงบีบแตรจากด้านหลังก็ดึงความสนใจทั้งสามคนให้หันไปมอง

“ปี้น อูยอง ปี้น” พี่มินแจยิ้มใจดีพร้อมบีบแตรเรียก ก่อนนายแบบที่นั่งอยู่เบาะหน้าอีกตัวจะเลื่อนกระจกรถลงมายิ้มหวานใจดีหลอกเด็กแบบสุดให้

“กำลังหารถกลับกันอยู่หรือเปล่าทั้งสามคน วันนี้พี่ไม่มีงานแล้ว เดี๋ยวจะไปส่งให้นะ” นิชคุณโปรยยิ้มราวนางสาวไทยที่ใช้รอยยิ้มหลอกเด็กอีกครั้ง

“จริงเหรอครับ งั้นรบกวนพี่นะครับ” จุนโฮร้องว่าเสียงดังร่าเริง รีบวิ่งไปหารุ่นพี่นายแบบ พอนิชคุณพยักหน้าก็เปิดประตูหลังปีนขึ้นรถไปเลย ทำให้ชานซองที่ยืนหน้ามุ่ยอยู่ต้องจำใจเดินไปก้มหัวขอบคุณรุ่นพี่ที่ใจดีแล้วเดินขึ้นรถไป ส่วนอูยองที่ยืนอยู่นอกรถคนเดียวก็ได้แต่หันซ้ายหันขวา ให้อยู่คนเดียวรอรถเองก็ไม่อยาก ให้ไปกับนิชคุณก็ไม่พร้อม

“อูยอง รีบขึ้นมาสิ ไม่งั้นพี่ลงไปอุ้มน๊าา” นิชคุณเอ่ยบอกเสียงร่าเริงแต่แววตาที่จ้องมาที่อูยองบอกว่าไม่ได้พูดเล่น

“อูยอง เร็วเข้าสิ อยากกลับห้องไม่ใช่เหรอ” จุนโฮโผล่หน้าออกมาเรียกพร้อมกวักมือเร่ง อูยองสะอึกสะอื้นกับตัวเองแล้วจำต้องเดินขึ้นรถคันหรูไปอย่างจนใจ

โธ่เอ๋ย จุนโฮ เพื่อนมึงเสียตัวไปละเนี่ยยังจะยัดเหยียดพาไปเสียอีกหรือไงวะ ฮืออออ
….

จุนโฮที่เก็บความสงสัยมาตั้งแต่เช้าที่เห็นหน้านายแบบรุนพี่สุดหล่อมาวนเวียนใกล้ๆ อูยอง แล้ว ในเมื่อในรถไม่มีอะไรทำ ทุกคนเล่นนั่งเงียบ พี่คุณแอบส่องกระจกหน้ารถมองอูยอง และเขาไม่อยากจะเสวนาไม่ว่าพูดหรือกระซิบกับชานซองตอนนี้ก็เลยขอเป็นคนเปิดฉากสนทนาระหว่างรอเองละกัน

“นี่พี่คุณเจอกับอูยองไปรู้จักกันตอนไหนเหรอครับ” จุนโฮโพล่งคำถามออกมาตรงเรื่องเสียจนคนในประโยคคำถามอยากอูยอง ผงะ หันมาจ้องหน้าเพื่อนตัวแสบตาเขม็ง นี่ถ้าไม่ติดชานซองนั่งตัวใหญ่ขวางอยู่นะจะยื่นมือไปหยิกให้

“อ๋อ อูยองพึ่งรู้จักพี่ไม่นานนี้หรอก” นิชคุณตอบ ใบหน้าหล่อหันมามองที่เบาะนั่งด้านหลังแต่แทนที่จะมองหน้าจุนโฮที่คุยกันอยู่ กลับจ้องมาที่อูยองไม่วางตาแทนเสียได้

“อ๋อ งั้นเหรอครับ พี่คุณใจดีนะครับ พาพวกผมมาส่งด้วย พี่คุณทำแบบนี้หวังจะจีบใครหรือเปล่าาา” จุนโฮทำเสียงซุกซนถามด้วยใบหน้ายิ้มหวานเสียจนนิชคุณหัวเราะเสียงดังอย่างมีเลศนัย ส่วนชานซองก็จ้องหน้าเมียตัวเองตาเขม็ง พ่นลมหายใจหนักๆ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา เก็บอารมณ์ไว้ในใจคนเดียว

“อย่างนั้นล่ะมั้งพี่คงกำลังตามจีบใครอยู่แน่ๆ ” นิชคุณโปรยยิ้มหวาน ก่อนจะมาหยุดส่งสายตามองหน้าอูยองที่ตอนนี้หันหน้าเข้ากระจกรถแทบจะคุยกับฟิล์มกรองแสงอยู่แล้ว

“อูยอง ที่ตรงชานซองยังว่างนะ ไปเบียดข้างรถแบบนั้นไม่อึดอัดเหรอ” นิชคุณร้องแซวขึ้นมา เรียกอูยองให้หันมามองค้อนสะบัดแก้มใส่ได้ตามต้องการ นิชคุณยังส่งเสียงหัวเราะก่อกวน อูยองพองแก้มกว่าเดิม ตาโตลอบมองอูยองจากกระจกต่อไป เอาน่าถึงจะทำหน้างอนอย่างน้อยก็ได้เห็นหน้าอูยองชัดๆ กว่าตอนหันเข้าข้างรถล่ะนะ นิชคุณคิดแล้วก็อมยิ้มอยู่คนเดียว

บรรยากาศในรถกลับไปเงียบสนิทเหมือนก่อน มีเพียงเสียงฮัมเพลงเบาๆ จากพี่มินแจที่ทำหน้าที่สารถีอยู่เท่านั้น เพราะตอนนี้จุนโฮคนสร้างบรรยากาศสมัครเล่นกำลังถูกรบกวนจากมือหนาของคนที่นั่งข้างกันมากอบกุมมือเอาไว้

….

“ขอบคุณพี่คุณที่มาส่งนะครับ” จุนโฮเอ่ยบอกขอบคุณด้วยรอยยิ้มหวานตามแบบฉบับ ขณะที่ยืนอยู่ข้างรถ โดยมีชานซองกับอูยองยืนทำหน้ามึนอยู่ข้างๆ

“ใช่ ขอบคุณครับที่อุตส่าห์มาส่งผมถึงที่เลย” อูยองกล่าวขอบคุณแล้วโค้งกดดันให้นิชคุณกับมินแจ รีบส่งมือไปหยิกจุนโฮก่อนจะเอ่ยทักว่า จริงๆ แล้วอูยองไม่ได้อยู่ที่นี่จะลงที่นี่ทำไม โธ่เอ๋ยก็แน่ล่ะ อูยองไม่โง่นนะเว้ยที่จะให้พี่คุณไปส่งที่ที่พักจริงๆ น่ะ ถ้าตามไปถึงที่พักรู้ที่อยู่ ไอ้คำว่าคนไม่รู้จักกันอีกแล้ว นี่อย่าพูดถึงมันอีกเลยตลอดชาติ

“ไม่เป็นไรหรอก ช่วยๆกัน” นิชคุณตอบด้วยรอยยิ้ม ตาโตจ้องอูยองที่เบือนหน้าหนีทันทีที่นิชคุณจ้องมอง

“อูยองแน่ใจนะว่าไม่ให้พี่ไปส่งที่ห้องน่ะ” นิชคุณเอ่ยถามขึ้นมา อูยองทำหน้าเหวอ เฮ้ย นิชคุณรู้ได้ไงวะว่าเขาไม่ได้อยู่ที่นี่

“ก็พี่มาส่งแล้วนี่ไง นี่ไงที่พักผม ที่นี่แหละ จะไปส่งที่ไหนอีกล่ะ” อูยองรีบบอกอย่างร้อนรนทันทีจนปากบางขมุบขมิบ นิชคุณวาดยิ้มการค้าอย่างเคยออกมา

“โอเค งั้นพี่กับพี่มินแจไปก่อนละนะ” นิชคุณเอ่ยบอกลา โบกให้ด้วยรอยยิ้ม

“เดี๋ยวพี่คุณครับ” ขณะที่กำลังจะปิดกระจกรถ จู่ ๆ จุนโฮก็วิ่งไปหานิชคุณที่ข้างรถ

“พี่คุณน่ะ ตามจีบอูยองมันใช่ไหมครับ” จุนโฮกระซิบถาม เพราะไม่อยากให้อูยองที่เขย่งมองมาอยู่ด้านหลังได้ยิน นิชคุณฟังคำถามแล้วฉีกยิ้มกว้าง

“ใช่พี่จีบอูยองอยู่ แต่เพื่อนจุนโฮน่ะหนีพี่ตลอดเลย แต่พี่ไม่ถอยหรอกนะ” นิชคุณวาดยิ้มกว่างพูดด้วยสายตาซุกซน จุนโฮเองก็หัวเราะคิกคักออกมา

“โอเคครับได้ฟังอย่างนี้ก็สบายใจ ผมเชียร์พี่คุณนะครับ อูยองน่ะเห็นทำเป็นเล่นตัวแบบนั้น ความจริงก็ชอบพี่คุณไปแล้วแหละเชื่อผมเถอะ” จุนโฮบอกในสิ่งที่ตัวเองมองเห็นจากเพื่อนรักอย่างอูยองให้นิชคุณรู้ทันที นิชคุณหัวเราะชอบใจ

“ขอบคุณนะจุนโฮ”

“ครับพี่ เดินทางกลับดีๆนะครับ” จุนโฮโบกมือลาให้นิชคุณที่ปิดกระจกรถและรถก็เลื่อนออกไป อูยองที่ไม่ได้ยินแต่เห็นแค่จุนโฮหัวเราะคิกคักไปคุยไปอะไรกับพี่คุณไม่รู้ เขย่งมองจนสุดขาว่ารถของนิชคุณไปแล้วจริงๆ ใช่ไหม

“แกพูดอะไรกับพี่คุณน่ะ จุนโฮ” อูยองเอ่ยถามแต่จุนโฮก็แค่ยิ้มแล้วก็ไม่ตอบเฉยๆ อูยองทำหน้ามุ่ยใส่

“ไม่บอกก็ไม่บอก ชิ ทำมาเล่นตัวนะอี จุนโฮ” อูยองพองแก้มใส่เพื่อน

“อ๊า แท็กซี่มาแล้ว ไปล่ะนะจุนโฮ ชานซอง” อูยองที่เมื่อกี้ยังทำเก๊กขรึมโกรธอยู่เลยพอเห็นรถแท๊กซี่วิ่งมาลิบๆ ก็บอกลาเพื่อน ลืมโกรธ รีบวิ่งไปโบกรถแท็กซี่กลับหอพักทันที

“ไปตึก x ถนน xx ใช่ไหมน้อง” คนขับแท็กซี่ร้องถามอูยองขณะที่อูยองนั่งบนรถ ยังไม่ทันได้อ้าปากบอกเลย

“พี่รู้ได้ไงอ่ะครับ” อูยองเอ่ยถามอย่างสงสัย แต่พี่แท็กซี่สิทำหน้างงใส่

“ก็น้องเป็นคนโทรเรียกให้พี่มารับที่นี่นี่ บอกจุดหมายปลายทางแล้วก็จ่ายเงินออนไลน์เข้ามาที่บริษัทเรียบร้อยแล้วนี่” พี่แท็กซี่อธิบายแล้วออกรถ ปล่อยให้อูยองกระพริบตาปริบๆ อยู่คนเดียว

คนที่จะมาทำแบบนี้ให้เขาลาง สังหรณ์บอกกันชัดว่าเป็น นิชคุณ

แล้วประเด็นคือ นิชคุณบอกที่อยู่เขากับคนขับแท็กซี่ได้ถูกต้องเป๊ะๆ ก็แปลว่านิชคุณรู้ที่อยู่เขาดีเรียบร้อยแล้วสินะ
อืมมมม แล้วกูจะพยายามบ่ายเบี่ยงไปทำไม ถ้ารู้ว่ารู้อยู่แล้วนั่งรถหรูๆ ไปที่ห้องสบายๆ แล้ว โอ๊ยย ไม่ใช่ ผิดประเด็นแล้ว ฮืออ ซวยแน่อูยองความเป็นเมะไม่เหลือสักเสี้ยวแน่ ฮืออออ

……

“เป็นอะไร” จุนโฮที่กำลังยิ้มอย่างมีความสุขที่เพื่อนรักอย่างอูยองเจอคนที่ใช่เสียที จุนโฮมองออก ก็ต้องหันมาร้องถามชานซองที่เอาแต่ยืนเงียบมานานจนจุนโฮนึกว่ายืนอยู่กับต้นไม้เสียแล้ว แต่คงเป็นมีแม่มดมาร่ายคาถาคืนชีพให้ต้นไม้แล้ว เพราะจู่ ๆ ชานซองก็เดินมาคว้าแขนกันอย่างแรงแล้วก็ลากให้เดินตามมาในตึกเสียอย่างนั้น

“ฉันเจ็บ ชานซอง ปล่อย เจ็บ” จุนโฮร้องโวยวาย เพราะพอชานซองออกแรงบีบแขนเขามันก็สะเทือนไปหมดถึงแผลช้ำตรงอื่นบนท่อนแขน ชานซองหันมา พ่นลมหายใจแล้วเปลี่ยนเป็นคว้าเอวจุนโฮเอาไว้แล้วรั้งเดินเข้าลิฟมาแทน

“ไอ้บ้า เป็นอะไรเนี่ย” จุนโฮร้องถามอย่างหงุดหงิด แต่ชานซองก็ไม่ตอบแค่กระชับวงแขนที่กอดเอวจุนโฮให้แน่นขึ้นเท่านั้น

ติ้ง !! เสียงเป็นสัญญาณบอกว่าลิฟถึงชั้นเป้าหมายแล้ว ชานซองรีบคว้าเอวจุนโฮให้เดินตามมาด้วยกัน

“ชานซองนายเป็น..” จนถึงห้องพัก จุนโฮก็รีบตวาดถามทันทีที่ชานซองปิดประตูห้อง แต่ยังถามไม่ทันจบประโยคไอ้คนที่ทำเงียบหน้าเคร่งมาตลอดทางก็ดันตัวจุนโฮไปกระแทกกำแพง แล้วปากหยักก็กดจูบปากอิ่มของจุนโฮไว้ทันที

“อื้อ” จุนโฮครางออกมาอู้อี้กับดีกรีและลีลาจูบของชานซองที่ยังคงทำให้จุนโฮเสียการควบคุมและความคิดไปได้ง่ายๆ เสมอ มือทั้งสองข้างของจุนโฮได้แต่แตะไว้บนบ่ากว้าง

“นายเป็นอะไรของนายชานซอง” จุนโฮเอ่ยถามปนเสียงหอบเมื่อชานซองถอนจูบ แต่ว่าชานซองไม่พูดอะไรเปลี่ยนเส้นทางไปซุกไซร้กับลำคอขาวของจุนโฮแทน มือก็ดึงเสื้อผ้าจุนโฮจนหลุดลุ่ย อุ้มกึ่งลากจุนโฮจนมาถึงโซฟา ชานซองดันจุนโฮให้นอนลงไปบนโซฟาในขณะที่ตัวเองใช้ปากหยอกล้อกับใบหูบาง และมือหนากำลังจัดการกับตะขอกางเกงของจุนโฮ

“อื้อ เดี๋ยวชาน คุยกันก่อนสิ” จุนโฮเอ่ยถามผสมเสียงหอบคราง ใช่ว่าไม่เคยที่จะมีเซกส์แบบฉับพลันแบบนี้ แต่ครั้งนี้มันฉับพลันแบบที่ชานซองเงียบแล้วก็ทำตัวขึงเครียด จุนโฮเลยอยากคุยมากกว่าว่าเจ้าหมีบ้าวันนี้เป็นอะไร

“อื้อ อื้อ อ๊ะ ชาน ชานอย่าพึ่งสิ อย่าพึ่ง อ๊ะ คุยกันก่อน” มือบางกึ่งกำกึ่งผลักไปที่บ่ากว้างด้วยมือทั้งสองข้าง ขณะที่ชานซองก้มเลียยอดทับทิมรสหวานบนอกจุนโฮ ส่วนมือทั้งสองข้างนั้นก็กำลังทำหน้าที่ของตัวเอง ข้างหนึ่งกำลังปรนนิบัติจุนโฮน้อย ส่วนอีกข้างก็กำลังชำแรกเข้าไปในร่างกายจุนโฮเพื่อเป็นการเตรียมพร้อม

จุนโฮที่ตอนนี้อารมณ์ถูกปลุกจนสูงปรี๊ดดึงไม่ลงแล้วได้แต่ครางเสียงกระเส่า ให้ตายเถอะจุนโฮเกลียดชะมัดที่ชานซองรู้จุดอ่อนบนตัวเขาไปเสียหมดทุกที จนจับนั่นแตะนี่นิดหน่อย จุนโฮก็อารมณ์ขึ้นติดลมบนอย่างนี้เสียแล้ว

“ชาน อ๊าา ชาน ช่วยพูดหน่อยได้ไหม คุย อะ อ๊ะ คุย อื้อ” จุนโฮที่ยังดื้อคงเส้นคงวาร้องจะถามหาคำตอบจากชานซองเสียให้ได้ถูกปิดปากอิ่มนั้นด้วยปากหยักของชานซอง ที่กดจูบลงไปและค่อยๆ แทะเล็มกลีบปากอิ่มไปมาหยอกล้อกับลิ้นชื้นหวานและฟันซี่เล็กในโพลงปากอิ่มอย่างสนุกสนาน ขณะที่ตัวหนาก็สอดตัวเองไว้ระหว่างขาสองข้างของจุนโฮ มือหนาทั้งสองข้างช้อนต้นขาของจุนโฮให้กว้างขึ้นเพื่อเตรียมการที่จะสอดใส่ส่วนแข็งขืนเข้าไปในร่างบาง

“อื้อ เจ็บ อ๊า ชาน เดี๋ยวสิ” จุนโฮร้องออกมาเสียงสั่นระริกเมื่อชานซองถอนจูบแล้วค่อยๆ แทรกท่อนเนื้อแข็งเข้ามาในร่างของจุนโฮที่แม้จะผ่อนคลายแต่ก็ยังคงบีบรัดแน่นจนชานซองต้องครางฮึมออกมา

“ชาน อ๊ะ ชาน คุยกันก่อน ก่อน อ๊า ตรงนั้น นั่น อ๊ะ ชาน” จุนโฮที่แม้จะดื้อถามอยู่ในที่สุดก็โดนชานซองดึงความสนใจไปจนต้องร้องครางเสียงหลง ชานซองเลียไปตามหน้าอก ลงมาตามท้องน้อยที่มีกล้ามเล็กๆ ให้พอเห็นเป็นทรงต่างจากของชานซองที่เป็นกล้ามสวยชัดเจน ในขณะที่ส่วนล่างก็กำลังเคลื่อนไหวเข้าออกเร่งความร้อนระอุให้ทะยานสูงขึ้นทั้งกับตัวเองและตัวจุนโฮ

“ชาน อ๊ะ ชาน” จุนโฮร้องกระเส่า มือที่จับบ่ากว้างไว้ ตอนนี้เปลี่ยนเป็นคล้องคอชานซองเอาไว้แทน ชานซองยังคงเคลื่อนขยับกายอย่างต่อเนื่อง มือหนาจับไปที่ข้อมือเล็กของจุนโฮ แกะออกมาจากคอของตัวเอง ตาโตมองรอยม่วงคล้ำที่ข้อมือจุนโฮ แล้วค่อยๆ กดจูบลงบนรอยช้ำนั้นอย่างอ่อนโยน แตกต่างจากอวัยวะที่กำลังตักตวงความหอมหวานจากร่างกายของจุนโฮด้วยความร้อนแรงสิ้นดี

“ขอโทษนะจุนโฮ” ในที่สุดชานซองก็พูดอะไรออกมาเสียที เป็นถ้อยเสียงที่สั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์แต่ก็เต็มไปด้วยความรู้สึกเช่นที่พูดอย่างเปี่ยมล้น

“อื้อ ชาน” จุนโฮไม่ได้เอ่ยตอบอะไร เพียงแค่ปล่อยอารมณ์ตัวเองไปตามต้องการ มือหนากำขย้ำก้นกลมกลึงเต็มไม้เต็มมืออย่างสนุกมือยิ่งบีบขย้ำ อารมณ์ของจุนโฮก็ยิ่งถูกปลุกปั่น ปากอิ่มร้องคราง ดวงตาเรียวจ้องมองตาโตที่กำลังจ้องมองกันอยู่ เหมือนสายตาดึงดูดกัน ชานซองก้มหน้าลงมาและเป็นจุนโฮที่ดันคอชานซองให้ต่ำลงมาเร็วขึ้นเพื่อมอบจูบให้

ทั้งสองครางเสียงอู้อี้ขณะที่ชานซองยังดำเนินกิจกรรมต่อไป ชานซองถอนจูบเมื่อมาโฟกัสที่กิจกรรมที่กำลังจะเสร็จไม่เสร็จแหล่ จุนโฮครางเสียงหวานไม่ต่างจากชานซองที่ครางชื่อจุนโฮพึมพำขณะที่สอดแทรกและกระแทกกระทั้นช่องทางสีหวานจนร่างบางของจุนโฮสั่นคลอนไปตามจังหวะ

“อ๊า ชาน”

“อื้อ จุนโฮ” ในที่สุดเส้นชัยออกมาถึง จุนโฮนอนหายใจหอบเสียงดัง ชานซองเองก็ระบายลมหายใจหนัก ๆ พร้อมกดจูบไปตามเนื้อตัวขาวละเอียดของจุนโฮ ยังไงจุนโฮก็งดงานถ่ายแบบรอแผลช้ำหายอยู่แล้ว อย่างนั้นวันนี้ชานซองก็จะทิ้งรอยกุหลาบเอาไว้ให้เต็มเลย

คิดแล้วทำเช่นนั้นจริงๆ ดูดดึง เม้มกัดไปทั่วแผ่นอกขาว ไหปลาร้า ต้นขาทั้งด้านในด้านนอก จวบจนกลับมาซุกไซร้ดูดดึงต่อที่ซอกคอขาว

“ชานซอง ชานซอง หยุดก่อน” จุนโฮดันตัวชานซองที่กำลังขบเม้มหูตัวเองเสียจนมือสั่นระทวยให้เงยขึ้นมามองหน้ากันก่อน แรงจุนโฮตอนนี้แทบไม่เหลือ แต่ชานซองก็ยอมแต่โดยดีอาจเพราะตอนนี้มีอารมณ์จะคุยแทนทำอย่างอื่นแล้วล่ะมั้ง

“เป็นบ้าอะไร จู่ๆ ทำไมก็ … ทำแบบนี้ล่ะ” จุนโฮพึมพำถามหน้าอดจะแดงขึ้นมาไม่ได้ ตาโตของชานซองจ้องหน้าจุนโฮ กดจูบลงบนปากอิ่มแดงนั้นเร็วๆหนึ่งครั้งก่อนจะ จ้องหน้าอยู่ในองศาเดิม

“ทำไมนายต้องไปคุยเล่นหูเล่นตากับพี่นิชคุณอะไรนั่นด้วยล่ะ ฉันไม่ชอบ” ชานซองบอกออกมาเสียงแข็ง จุนโฮฟังแล้วก็นิ่งไป

ส่วนหนึ่งในใจมันก็รู้สึกดีที่ชานซองทำเช่นนี้เพราะหึงหวงกัน แต่อีกใจหนึ่งก็รู้สึกแย่ ที่คำพูดชานซองเหมือนไม่ไว้ใจเขาแบบนั้น ทั้งที่ตัวเองก็..

“นายเองก็ไปจูบผู้หญิงคนอื่นนี่ ฉันจะเล่นหูเล่นตากับใครบ้างไม่ได้เหรอ” จุนโฮเอ่ยตัดพ้อกึ่งประชดแบบไม่หลบตาสักนิด ตาเรียวจ้องมองหน้าชานซองให้รู้กันไปเลยว่าจุนโฮรู้สึกแย่แค่ไหน

“โหยยย จุนโฮเมื่อไหร่นายจะเลิกพูดเรื่องจูบบ้านั่นของฉันกับฮยอนอาเสียที ฉันไม่ได้ตั้งใจและไม่ได้อยากจูบใครนอกจากนายด้วย บอกเลย” ชานซองร้องบอกออกมาด้วยน้ำเสียงรำคาญเหลือทน จุนโฮเบนหน้าหลบไปมองพนักโซฟา รู้สึกดีขึ้นแต่ก็ยังรู้สึกแย่กับเรื่องนั้นอยู่ไม่น้อยเลย

“จู่ๆ นายมาปล้ำฉันเพราะหึงที่ฉันไปคุยกับพี่คุณเหรอ นายดูไม่ออกหรือไงว่าพี่คุณชอบอูยองน่ะ” จุนโฮเอ่ยถาม ชานซองลากจมูกโด่งไปตามเนื้อคอที่เผยออกมาเพราะจุนโฮเบี่ยงหน้าไปอีกทาง

“ฉันก็พอดูออกว่าพี่นิชคุณนั่นชอบอูยองแต่ฉันก็ไม่ชอบที่นายไปหัวเราะคิกคักเล่นหูเล่นตาด้วยอยู่ดี” ชานซองกัดเบาๆ ไปที่หัวไหล่ของจุนโฮ ยังไงๆ ก็ได้โอกาสละที่จะทำรอย

“แล้วนะจุนโฮ มันจะเรียกปล้ำได้ยังไง ในเมื่อนายสมยอมฉันแบบนี้ หืม” ชานซองเอ่ยบอก มือหนาก็ลูบหน้าท้องของจุนโฮแล้วลงต่ำไปเรื่อยๆ

“หึ นายอยากให้ฉันไม่ยอมอย่างนั้นเหรอ” จุนโฮพ่นลมหายใจหึ ร้องถามมือก็จับหน้าชานซองให้มามองกัน

“แบบนั้นก็ตื่นเต้นดีนี่ นายที่ดื้อพยศ ฉันก็ชอบนะ” ชานซองว่าด้วยเสียงเจ้าเล่ห์ซุกซน จุนโฮวาดยิ้มเหยียดมอง

“อึก!! โอ๊ย!! จุนโฮ” ชานซองร้องครวญครางเสียงดังเมื่อโดนหัวเข่าของจุนโฮกระแทกกล่องดวงใจไปเต็มๆ จุกอย่างแรงจนทิ้งตัวลงทับจุนโฮอย่างหมดแรงต่อสู้

“เป็นไงล่ะ ดื้อพยศสมใจนายไหมชานซอง” จุนโฮว่าเสียงล้อเลียน ร่างบางดันเอาคนตัวโตบนร่างที่หมดฤทธิ์ไปชั่วคราวให้ออกจากตัวเองจนตกลงไปจากโซฟา

“โอ๊ย จุนโฮ” ชานซองร้องเสียงดังออกมาอีกรอบที่ถูกผลักตกโซฟา จุนโฮเหยียดตัวลุกขึ้นนั่ง หันมาจ้องมองชานซองด้วยตาเรียวเล็กจิกมอง ขาทั้งสองข้างที่ยังคงอ้ากว้างอยู่เพราะกิจกรรมที่ทำเมื่อครู่ ยกขึ้นหุบเข้าหากัน จุนโฮมองดูของเหลวสีขาวข้นที่ไหลออกมาจนเลอะต้นขาแล้วก็หน้าขึ้นสีแดงก่ำ

“อยากปราบเด็กดื้อไม่ใช่หรือไง ทำสิชานซอง เหอะ!! จำไว้ว่าฉันยังโกรธที่นายทำฉันเสียงานเสียการ” จุนโฮยันตัวลุกขึ้นยืน เดินมาใกล้ๆ ชานซองที่ตอนนี้ไม่เจ็บอะไรแล้วแต่เลือกจะนอนมองจุนโฮอยู่บนพื้นดีกว่า ขืนลุกพรวดพราดไปโดนเตะกล่องดวงใจเข้าซ้ำสองไม่คุ้มกัน

“ฉันโกรธนายที่นายทำให้โดนพี่มินจุนมองด้วยสายตาผิดหวัง” จุนโฮมองชานซอง เอาทั้งเท้าและมือช่วยกันจับให้ร่างหนาของชานซองนอนราบไปกับพื้นอย่างดี ชานซองมองจุนโฮที่ทำท่าจะยกขาขึ้นมาแล้วหลับตาปี๋ โดนกระทืบแน่เลยกู

“ฉันยังโกรธที่นายทำให้ฉันเจ็บตัวมีแต่รอยช้ำที่หายยาก แถมตอนนี้ก็ยังมีรอยแดงกับรอยฟันอีก” ชานซองลืมตามมามองเมื่อผิดคาดที่รู้สึกถึงอะไรหนักๆ บนตัว ลืมตามาดูก็เห็นตามนั้นว่าเป็นจุนโฮที่กำลังนั่งอยู่บนต้นขาของตนเอง

“ฉันเกลียดและโกรธนายที่นายไปจูบไปทำบ้าอะไรกับใครคนอื่น” จุนโฮพูดเสียงเครียดแค้น มือก็คว้าชานซองน้อยไว้ ชานซองหน้าซีด อย่านะจุนโฮอย่ากระชากหรือทำร้ายให้ชานซองน้อยตายนะ ขอใช้ร่วมกันช่วยกันดูแลนะจุนโฮนะ

“ฉันไม่ชอบที่นายทำเหมือนไม่ไว้ใจฉัน” จุนโฮขยับมือนิ่มทั้งสองข้างขึ้นลงเล่นสนุกกับท่อนเนื้อของชานซองจนมันชักจะเติบโตตามประสาเมื่อยามถูกเมียรักอย่างจุนโฮมาเล่นด้วย

“อ้อ ฉันไม่ชอบที่นายมาปล้ำฉัน อย่ามามีอะไรกันโดยไม่พูดไม่จาแบบนี้อีก ฉันไม่ชอบ” จุนโฮยังคงกำ ยังดึง ขย้ำเล่นจนชานซองน้อยโตเป็นตัวเป็นตนอย่างที่ควรเป็น

“ฉันไม่ชอบที่นายทำแบบนี้ นายจะไม่ทำเรื่องพวกนี้ที่ฉันไม่ชอบอีกใช่ไหมชานซอง” จุนโฮว่าเสียงจริงจัง ชานซองที่ตอนนี้ทั้งเสียว ทั้งกลัวจุนโฮจะหักของแข็งในมือทิ้งเพราะโมโหก็รีบพยักหน้าทันที เพราะถ้าโดนหักไม่ใช่โดนรัดนี่มันโคตรเจ็บเลยนะ

“จ้า ชานจะไม่ทำที่จุนโฮไม่ชอบอีกแล้วจ้ะ ไม่ทำแล้ว” ชานซองรีบร้องรับเสียงดังหนักแน่นทันใจจุนโฮทันที

จุนโฮมองก็ก็ฉีกยิ้มออกมา

“ดีมากชานซอง” จุนโฮวาดยิ้มหวานกว่าเดิม ยันตัวลุกขึ้น มือที่จับท่อนเนื้อของชานซองไว้จับให้มั่นกว่าเก่า ลำตัวบางขยับเข้ามาใกล้ นั่งค่อมลงไป เสียดสีปลายแท่งเนื้อที่ใหญ่โตเต็มขนาดไปกับช่องทางสีหวานที่ฉ่ำเยิ้มไปด้วยคราบน้ำรักสีขาวข้นของชานซองเอง เพราะว่าของเหลวนั้นมีจำนวนมากจึงหล่อลื่นและทำให้ง่ายต่อการที่ส่วนหัวขนาดใหญ่จะสอดเข้าไปในช่องทางสีหวานที่รัดชานซองทันทีที่ได้เข้าไป

“โอ้วว จุนโฮ” ชานซองร้องครางฮึมเสียงดัง

“อา ซี้ด อา”จุนโฮเองก็พึมพำเสียงกระเส่า แหงนหน้าเชิด ปากอิ่มก็พึมพำร้อง จุนโฮขยับตัวนั่งลงไปเรื่อยๆ จนในที่สุดก็นั่งทับท่อนเนื้อนั่นเข้าไปในร่างจนหมด มือบางของจุนโฮคว้ามือหนาของชานซองมาจับที่จุนโฮน้อยของตัวเอง ชานซองขยับมือขึ้นลงเล่นกับเจ้าจุนโฮน้อยอย่างรู้งานทันที

จุนโฮอมยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนจะกัดปาก แหงนหน้าจนมองเห็นลูกกระเดือกและสันคราง ต้นคอขาว ส่วนโค้งเว้าของกระดูกไหปลาร้า เรื่อยมาจนถึงรอบยอดอกและ แผ่นอกบางที่มีรอยแดงเต็มไปหมดจากฝีมือชานซอง ปากอิ่มร้องครางเสียงหลงยามเมื่อตัวเองขยับขึ้นขยับลง ใช้ผนังอุ่นรัดและเสียดสีไปกับท่อนเนื้อแข็งของชานซอง ปลายส่วนความต้องการของชานซองกระแทกเข้ากับจุดกระตุ้นอารมณ์จุนโฮซ้ำแล้วซ้ำอีก ตามแรงที่จุนโฮเคลื่อนขยับตัวขึ้นลงและชานซองนั้นเด้งสะโพกขึ้นลงสวนและรับเพื่อช่วยให้จุนโฮรู้สึกดีอย่างเต็มที่ มือหนาก็ขยับขึ้นลงช่วยจุนโฮน้อยอย่างสนุกมือไม่หยุดเช่นกัน

“ฮ๊า อ๊ะ ชาน อ๊า อ๊า” จุนโฮร้องครางเสียงหลงเต็มอารมณ์อย่างไม่มีปิดกลั้น มันกระตุ้นและเร้าอารมณ์ชานซองที่ได้ฟังอย่างมากเลยทีเดียว

“ฮื้ม อา จุนโฮ ดี ดีมากเลย”ชานซองเองก็ครางออกมาอย่างรู้สึกดี สะโพกหนาสวนกระแทกขึ้นไปกับจุนโฮที่ขยับสะโพกลงมาถี่ๆ พื้นแข็งชวนปวดหลังของห้อง ไม่เป็นปัญหาเลยสำหรับชานซองสักนิด

“อ๊ะ โฮใกล้แล้ว ใกล้แล้วชาน” จุนโฮพึมพำร้องออกมาเสียงหวานสรรพนามที่แทนตัวเองยิ่งชวนให้ชานซองชักมือเร็วขึ้นแล้วก็กระแทกสะโพกเข้าหาจุนโฮแรงขึ้นจนเสียงเนื้อกระทบเนื้อที่ดังก้องอยู่แล้วนั้นยิ่งดังเข้าไปใหญ่

“อ๊า ชาน ชานซองง” จุนโฮร้องครางเสียงหวานออกมาดังลั่นเมื่อถึงปลายทางของการกระทำที่ทำอยู่ จุนโฮถึงแล้วแต่ส่วนแข็งขืนที่อยู่ในร่างจุนโฮยังคงเต้นตุบๆ ยิ่งจุนโฮรัดแน่นขึ้นเพราะถึงจุด ชานซองก็ยิ่งเสียวหนัก สะโพกหนาพยายามดันขึ้นลงเล็กน้อยเป็นจังหวะขณะที่จุนโฮกำลังนั่งเหนื่อยหอบอยู่บนตัว

จุนโฮโฮใช้มือข้างที่ยันหน้าท้องแกร่งไว้ฟาดลงไปบนท้องชานซองเพราะเกร็งแน่นอยู่แล้วก็เลยเจ็บกว่าปกติไปอีก

“หยุดนะชานซอง หยุดก่อน” จุนโฮร้องห้ามเสียงแข็งแต่ก็ยังกระเส่าอยู่ ชานซองกัดปากตัวเองแน่น พยายามฝืนไม่ให้สะโพกมันขยับขึ้นลงตามใจ ที่อยากขย้ำจุนโฮแรงๆ ต่อเสียจนครางเสียงหลง เพราะว่ายังมีคดีเก่าที่โดนจุนโฮหมายหัวเอาไว้อยู่จึงต้องจำยอมหยุดให้อย่างไม่เต็มใจเลยสักนิด

“ชานซอง” จุนโฮขานเรียกขณะที่จับมือหนาของชานซองให้ปล่อยจุนโฮน้อยของตัวเอง

“อะ อา จ๋า” ชานซองขานรับอย่างว่าง่าย นาทีนี้ต้องเชื่องสุดๆ ละเดี๋ยวเจ้านายไม่รัก

“ฉันไม่ชอบที่นายทำสิ่งพวกนั้น และนี่คือการลงโทษของนาย” จุนโฮบอกเสียงแข็งแล้วลำตัวขาวบางก็ลุกขึ้นไปเสียเฉยๆทันที เพราะอะไรมันยังค้างคาและแน่นมากอยู่ก็เลยมีเสียงดังเป๊ราะ ขึ้นมา เสียงที่ชานซองฟังแล้วหื่นกว่าเดิม

“อ๊า” จุนโฮหลุดครางเสียงหลงออกมาเพราะลุกถอดตัวเองออกจากส่วนแข็งขืนของชานซองที่ยังคงแข็งเหมือนเดิม

“จุนโฮอ่า” ชานซองทำท่าจะลุกขึ้นรวบตัวจุนโฮ คราวนี้จุนโฮยกเท้าอยู่เหนือชานซองน้อยที่เปรอะลื่นไปทั้งตัว

“ถ้านายลุกฉันเหยียบจริงนะ” เป็นคำขู่ที่โหดร้ายจนชานซองที่กำลังโคตรหื่นก็ต้องฝืนตัวเองเอาไว้

“นายทำตัวไม่ดี ก็ต้องถูกลงโทษบ้างชานซอง ฉันต้องขาดงานเป็นอาทิตย์ๆเพราะนายนะ” จุนโฮแตะปลายเท้าไปที่ส่วนปลายของชานซองน้อย ชานซองครางฮึมแต่ก็สุขได้ไม่มาก เพราะกลัวจุนโฮจะไม่แค่เล่นเพราะถ้าเหยียบลงมาตอนนี้ตายแน่ๆ ชานซองตายแน่

“เพราะฉะนั้นนั่งสำนึกผิดระหว่างช่วยตัวเองไปละกันนะ” จุนโฮร้องบอกกดยิ้มร้าย แล้วก็หันหลังเดินตัวเปลือยตรงไปที่ห้องนอน ท่าทางการเดินจุนโฮนั้นยังคงขัด ๆ เล็กน้อยเพราะว่ากิจกรรมและของเหลวจากกิจกรรมที่อยู่ในร่างกาย

“ปัง” เสียงประตูห้องนอนปิดพร้อมเมียรักที่หนีเข้าไปข้างใน ชานซองครางร้องอยากจะร้องไห้โฮ ถ้าจะให้ไปจับจุนโฮกลับมาปล้ำตอนเมื่อกี้ก็ได้นะ แต่ถ้าทำจุนโฮคงโคตรโกรธและจะลงโทษอะไรอีกก็ไม่รู้

ชานซองมองชานซองน้อยแบบน้ำตาแทบไหล จับลูกชายตัวเองและขยับขึ้นสานต่อตาโตหลับตาแน่น เห็นเป็นภาพจุนโฮที่กำลังขยับร่างกายขึ้นลงอยู่เหนือตัวเอง ปากหยักครางซี้ดเป็นชื่อจุนโฮตามอารมณ์ที่พัดพาไปอย่างหนักหน่วง จวบจนสิ้นสุดปลายทางแห่งการลงโทษของจุนโฮ

.

.

.

tbc

เอ็นซีกรุบกริบกับคู่ชานโฮค่ะ หุหุหุ

เมนต์ให้กันบ้างนะคะ จุ๊บบบบ

ไม่เมนต์ถือว่าไม่อยากอ่านแล้วนะคะ

ขายของค่าาา

>>รวมเล่มพร้อมส่งฟิค 2PM [คู่KW/CNN/TJ/Jun.K] มีเหลืออย่างละ2-3เล่มใครสนใจจิ้มไปดูได้เลยค่ะ<<<

Advertisements

6 คิดบน “(FIC-CNN/KW/FT.TJ-KIM)DANGEROUS LOVER !!SLAP ME BABY #5

  1. Tonkla

    ว่าแล้วว่าพี่คุณไม่ยอมจบแน่ ๆ งานนนี้ น้องยองเราไม่รอดแน่ ถึงขั้นรู้ที่อยู่กันขนาดนี้ ด้งจ๋าาาาายอม ๆ พี่เค้าไปเถอะนะ พี่เค้ารักจริงนะ
    ชานก็อะไรไม่รู้ หึงก็ไม่บอกว่าหึง เล่นมาโหมดเงียบแล้วจับปล้ำเลยอะ หึงแรงใช่่ย่อยเลยนะเนี้ย อร๊ายยยยยยยยเขินอะ

  2. bbm

    อร๊ากกก อยากจิบ้าาา ชานโฮ นุ้งทำโทษได้สุดยอดมาก โดนซะบ้างนะชาน 5555 // พี่คุณกะด้งก็น่ารัก ด้งแกก็ยอมๆ ไปเถอะ กร๊ากก

  3. นิรนาม

    อ๊ากกกกกกกกกกกก กรีดร้องงงงง
    เอ็นซี ดเาวงาี้ดำหหเาวงบงสยนีี

    นุ้งร้ายมากกกกกกกก ชานก็นะ 55555555555555
    คู่คุณด้งก็น่ารักกกกก
    คู่อ๊คเจย์ก็รอลุ้นนะคะ 💖PP💖

Leave a Comment

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s