(FIC-CNN/KW/FT.TJ-KIM)DANGEROUS LOVER !!SLAP ME BABY #7

Title: [FIC] ~Dangerous Lover !!Slap me beby~ ร้ายกว่านี้มีอีกไหม
Chapter: 7 อย่ามานางร้ายเพราะที่นี่ไม่มีนางเอก
Author: LoveMe
Paring: Chansung x Junho / Khun x Dong / Taec x jae
Rate: (PG-13) – (NC-15)
talk:
-ถ้อย คำ หยาบคาย ในเรื่องนี้มีมากนัก ภาษาพ่อขุนและสัตว์สงวนวิ่งพล่านดุจสวนสัตว์ ขออภัยมานะที่นี้
-เป็นแค่ฟิคเท่านั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวกับเรื่องจริงหรือใดๆทั้งสิ้น แค่ฟิค อ่านๆไปเถอะ อย่าหวังมาก อย่าคิดมากนะ
บอกแล้วไงว่าจะมาลงเรื่อยๆเป็นระยะๆ ยังไงก็เมนต์ให้เค้าบ้างนะ มีเมนต์ให้อ่านเรื่อยๆ เค้าก็มีฟิคให้อ่านเรื่อยๆเหมือนกัน ^^

7 อย่ามานางร้ายเพราะที่นี่ไม่มีนางเอก

“จุนโ..”

“ปัง!!” ทันที่ที่มาถึงห้องพักจุนโฮก็ปล่อยถุงใส่ของในมือลงกระแทกพื้นไปโครมใหญ่จนชานซองที่จะเอ่ยปากเรียกยังได้แต่เงียบมอง ตาตี่ของจุนโฮชายตามองถุงใส่นาฬิกาที่ทางสปอนเซอร์ให้มานิดนึงก่อนจะเดินผ่านมันไป ที่จริงถ้าไม่เกรงใจอยากย้อนไปเหยียบซ้ำด้วยเถอะ จุนโฮเดินมานั่งที่โซฟา นั่งกอดอกเงียบกริบจนชานซองที่ตอนนี้รู้ตัวเองที่ว่ามีโทษประหารรออยู่ต้องทำตัวสงบเรียบร้อยอย่างที่สุด

ชานซองฉลาดพอที่จะรู้ว่าตอนไหนควรทำตัวเป็นคนจับเสือ ตอนไหนควรจะเป็นหมีน้อยแสนว่าง่ายให้แม่เสือสาวจุนโฮอารมณ์ดีขึ้น

“จุนโฮ มันเป็นงานนายก็รู้ใช่ไหม นายเองก็ยังไม่กล้าจะบอกว่าไม่ให้จูบจริงเลย เพราะคำว่ามืออาชีพใช่ไหมล่ะ นายเข้าใจฉันนะ” ชานซองขยับเข้ามากันเสียงทุ้มเอ่ยพูดเสียงอ่อนเสียงหวานเอาใจ จุนโฮหันตาตี่มามองก่อนจะสะบัดหน้ากลับไป

“ไปอาบน้ำ!! ฉันไม่อยากได้กลิ่นน้ำหอมใครจากตัวนาย” จุนโฮร้องบอก พอพูดถึงใครคนนั้นซึ่งก็คือฮยอนอาแล้วจุนโฮบอกได้เลยว่าอารมณ์จะขึ้นอีกแล้ว

ชานซองดึงเสื้อตัวเองขึ้นมาดมฟุดฟิด มีกลิ่นน้ำหอมของผู้หญิงระเหยมาให้ได้กลิ่นจริง ๆ ด้วยจึงเดินไปอาบน้ำตามประสงค์ของเมียรัก อะไรที่ไม่ขัดใจจุนโฮได้ก็ควรจะทำอย่างที่สุดเลยตอนนี้

ตาตี่เสมองประตูห้องน้ำที่ชานซองเข้าไปแล้วก็เม้มปากอิ่มเสียจนแน่น

จำได้ว่าตัวเองไปสงบสติอารมณ์ในห้องน้ำนานพอจนแน่ใจว่าการถ่ายแบบจะเสร็จแล้ว และพอกลับมาก็เสร็จแล้วจริงอย่างที่คิด ทีมงานเริ่มเก็บข้าวของแล้วส่วนนายแบบกับนางแบบก็ยังยืนคุยกันต่ออีกนิดหน่อย อูยองคงเห็นเขาอารมณ์เสียก็เลยมาชวนคุย มาบอกว่าตัวเองจ้องมองดูไม่กระพริบตา ที่ว่าจูบจริงก็แค่ปากแตะกันเท่านั้นไม่มีอะไรมากกว่านั้นเลยจริงๆนะ เขาฟังแล้วก็รู้นะว่าเพื่อนหวังดี แต่ก็ยังโมโหอยู่ก็เลยเดินออกมาก่อน อูยองก็รู้งานดีชะมัดรีบเรียกให้ชานซองวิ่งตามออกมาขึ้นรถที่พี่มินจุนเตรียมไว้ให้ เพราะรู้ว่าเขาพร้อมทิ้งไอ้หมีง่าวไว้ที่นั่นแน่ถ้ายังจะยืนซื่อบื้ออยู่ตรงนั้น

“จุนโฮ” ชานซองอาบน้ำเสร็จแล้วก็เดินมากอดจุนโฮจากด้านหลังอย่างออดอ้อน มือหนาลูบไล้ตามท่อนแขนจุนโฮเพื่อหวังว่าคนตัวเล็กจะอารมณ์ดี ตอนแรกจุนโฮยังบอกไม่ได้ว่าอารมณ์ตัวเองจะดีไหม แต่พอชานซองจูบที่ขมับตัวเอง จุนโฮก็สะบัดตัวออกจากอ้อมกอดทันที

“อย่าเอาปากที่เพิ่งแตะคนอื่นมาแตะฉันตอนนี้ ชานซอง” จุนโฮพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ชานซองถอนหายใจแม้จะรู้สึกว่าจุนโฮจะโกรธมากไปหรือเปล่าทั้งที่รู้ว่าเป็นงาน แต่ตัวเขาเองก็ไม่โวยวายอะไร เข้าใจดีเพราะถ้าเปลี่ยนเป็นจุนโฮที่ต้องไปจูบอะไรกับคนอื่นแบบนี้ ต่อให้แค่งานชานซองก็คงสติพังไปเหมือนกัน

“นายอยากให้ฉันทำอะไรก็บอกแล้วกันจุนโฮ” ชานซองทิ้งตัวนั่งที่โซฟาข้าง ๆ จุนโฮ นั่งกอดอกมองคนตัวเล็กที่ยังคงนั่งเงียบ เม้มปากมือกำแน่นอยู่คนเดียว ตาเรียวเล็กของจุนโฮหันมามองชานซองก่อนจะตัดสินใจพูดอะไรออกมา

เขาไม่ใช่ประเภทที่สงสัยอะไรแล้วจะเก็บไว้เป็นนางเอกหน้าโง่แสนซึน ต้องเคลียร์กันให้รู้เรื่อง ชานซองเป็นคนรักคนแรกในชีวิตที่เขาจริงจังด้วย และเขาก็บอกตัวเองไว้แล้วว่าถ้าจะเลิกกันเพราะคนอื่นล่ะก็ นั่นจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่เกิดขึ้น

“วันนี้ฉันได้คุยกับ..ฮยอนอา เธอบอกว่านายกับเธอเคยเป็นแฟนกันมาก่อนจริงไหม ชานซอง” จุนโฮถามตรง ๆ ตาตี่จ้องเขม็งมองคนรักตาโตของตัวเอง เห็นท่าทีตกใจและอึกอักของชานซองแล้วก็ยิ่งทำให้กอดอกแน่นขึ้น

“ตอบฉันมาชานซอง ไม่ต้องคิดจะโกหกอะไรทั้งนั้น ฉันอยากฟัง และนายก็ต้องพูดถึงมัน” น้ำเสียงของจุนโฮเด็ดขาดแบบที่ชานซองรู้ดีว่าถ้าตัวเองไม่สนองความต้องการได้หัวขาดแน่

“ฉันตอนม.ปลาย ก่อนจะรู้จักนายจุนโฮก็เป็นคนหล่อ บ้านรวย เรียนก็ดี การวางตัวก็โอเค ..เนอะ” ชานซองยิ้มเจื่อนเมื่อตาตี่เล็กจ้องมาบอกว่าชัดเจนว่า กูอยากฟังเหรอ  …ชานซองจึงหยุดพูดถึงเรื่องคุณสมบัติตัวเองสมัยม.ปลายอยู่

“แล้วคือตอนนั้นเองฉันก็คุยกับหลายคน ทั้งผู้หญิงแล้วก็เด็กผู้ชายบ้างนิดหน่อย แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นผู้หญิงแล้วคนที่คุยด้วยนานสุดก็ดูจะเป็นฮยอนอานั่นแหละ ถ้าว่าจะเป็นแฟนกันก็ได้มั้งก็ปีสองปี ประมาณนั้น” ชานซองที่พูดพร่ำลากแม่น้ำทั้งห้าอยู่ในที่สุดก็สรุปประเด็นได้สักที จุนโฮสูดลมหายใจเข้าไปลึก ๆ แล้วมองหน้าชานซอง

“แล้วเรื่องรูปนั้นที่นายจูบกับฮยอนอา อธิบายมาชานซองว่าทำไม ฉันจะฟัง” ชานซองกลืนน้ำลายที่หนืดคอเมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ต่อให้เหตุผลมันจะดูดีโอเคยังไงแต่ไอ้การที่ไปจูบกับคนอื่นเนี่ยมันก็ไม่ใช่เรื่องที่สมควรมาบอกแฟนตัวเองใช่ไหมล่ะ

“คือ.. วันนั้น ฉันเจอกับฮยอนอา แล้วคือเราก็ไม่ได้เจอกันมานานมากแล้วเนอะ เธอบอกฉันว่าเราเลิกกันมาหลายปี เธฮเองก็ยังคิดถึงฉันอยู่ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าตัวเองยังรักฉันอยู่ไหม ก็เลยขอลองจูบกันเพื่อพิสูจน์ความรู้สึกดูน่ะ วันนั้นก็เลยจูบดู ..แล้วคือฉันไม่รู้จริงๆนะว่าจะมีคนถ่ายรูปนั้นไว้จนนายเห็นน่ะจุนโฮ ขอโทษนะ ฉันคิดว่ามันก็เรื่องงี่เง่าเรื่องนึงไม่อยากบอกให้นายไม่สบายใจ” ชานซองทำตาปริบ ๆ จุนโฮเหยียดยิ้ม

“แปลกดีนะ รูปนั้นมีปาปารัซซี่บังเอิญถ่ายได้แทนที่จะออกข่าวหรือลงเว็บรูปหลุดให้คนขุดคุ้ยว่าเป็นใคร แต่กลับส่งไปหาพี่เจย์แทน ทั้งที่ก็รู้ว่าพี่เจย์สนิทกับฉันแล้วก็นาย ยังไงฉันก็ต้องได้เห็นแน่ เหมือนจงใจเลยนะ”

“เอ๋ นายจะว่าฮยอนอาตั้งใจอย่างนั้นเหรอ ทำไมล่ะ” ชานซองทำหน้าตาตื่นอย่างสงสัย จุนโฮเห็นแล้วยิ่งอารมณ์เสีย ให้ตายเถอะปกติชานซองก็เป็นคนฉลาดนะ แต่พอมาเป็นเรื่องแบบนี้ล่ะทำเป็นโง่อะไรนักหนาวะ

“ชานซองนายคิดว่าไอ้คำว่ารูปหลุดเนี่ยมันไม่ใช่สิ่งที่ตั้งใจหรือไง ห๊ะ  ถึงเรียกรูปหลุด แต่มันก็เพราะมีใครจงใจปล่อยเพื่อจุดประสงค์บางอย่างทั้งนั้นแหละ ” จุนโฮกัดฟันบอก แล้วไอ้จุดประสงค์ของฮยอนอาก็ชัดเจนชะมัดเลย

จุนโฮจิกตาตี่มองชานซองที่ยิ้มแหะแหะส่งมา

“ชานซอง ฉันจะเล่าเรื่องที่คุยกับฮยอนอาวันนี้ให้ฟัง นายจะเชื่อฉันไหมฉันไม่รู้ แต่นายคงรู้ว่าฉันเป็นคนยังไงแล้วก็คงไม่เอาเรื่องแบบนี้มาล้อเล่น” จุนโฮอย่างจริงจังมากขึ้น ชานซองเองก็ฟังอย่างจริงจังเหมือนกัน

“ฮยอนอาบอกฉันว่าเขาอยากได้นายมาก เธอใจดีชี้ประเด็นว่าความรักระหว่างผู้ชายสองคนของเราไม่มีทางที่ใครจะยอมรับได้ โดยเฉพาะเมื่อมันจริงจังมากขึ้น ฮยอนอาอยากให้ฉันเลิกกับนายซะ แล้วก็บอกด้วยว่าถ้าฉันไม่เลิกกับนายเธอจะเอาเรื่องของเราไปบอกกับนักข่าว และนายคงคิดออกว่ามันจะวุ่นวายยังไง” จุนโฮเล่าแบบไม่ได้ใส่รายละเอียดมากนัก เพราะบอกเลยว่าแค่คิดถึงคำพูดผู้หญิงคนนั้นก็พาลให้อารมณ์วุ่นวายไปหมด

แม้ว่าฮยอนอาจะเปิดเผยตัวตนชัดเจนว่าเป็นภัยคุกคามในชีวิตเขา แต่สิ่งที่เธอพูดนั้นก็ต้องยอมรับว่ามันก็เป็นเรื่องจริง ..ความรักระหว่างผู้ชายสองคนจะเป็นไปได้หรือ ในวงการบันเทิง ในสังคมนี้

ชานซองฟังแล้วเงียบไปเหมือนกำลังใช้ความคิดอยู่ จุนโฮถอนหายใจออกมาอย่างนึกดีใจว่าอย่างน้อยชานซองก็ไม่ถามคำถามโง่ๆ ชวนให้อารมณ์ขึ้น อย่างนายพูดจริงเหรอ หรือ ฮยอนอาทำแบบนั้นทำไม ออกมา เพราะถ้าถามแบบนั้นล่ะก็ พ่อจะฟาดให้หัวทิ่มเลย

“แล้วนายคิดยังไง จุนโฮ นายคงไม่ได้อยากจะเลิกกับฉันใช่ไหม” ในที่สุดชานซองก็เอ่ยปากพูดออกมา คงผ่านการคิดซ้ำไปมาหลายครั้งแล้วว่าจะถามอะไรดี ซึ่งยังไงๆก็ตามก็ขอเลือกถามคำถามที่อยากรู้ที่สุดข้อนี้ออกมาก่อนเลย จุนโฮมองใบหน้าคมคายที่กำลังทุกข์ใจอยู่ตรงหน้า

“ฉันพูดตรงๆนะชานซอง ถึงฮยอนอาจะมาทำตัวร้าย ๆ ใส่ฉันเพื่อจะแย่งนาย แต่สิ่งที่ฮยอนอาพูดมันก็มีข้อเท็จจริงอยู่ไม่น้อยเลยนะ เรื่องระหว่างเรามันยากที่จะเป็นไปได้จริง ๆ ” คำพุดของจุนโฮทำให้ชานซองทำหน้าตาเหมือนจะร้องไห้ออกมา

“จุนโฮ..”

“แต่ฉันก็รักนายมากเกินกว่าที่จะปล่อยนายไปโดยไม่สู้อะไรเลยชานซอง ต่อให้มันยากแค่ไหนฉันก็จะพยายามเพื่อนาย เพราะฉันรักนาย” แต่น้ำเสียงหวานพร้อมรอยยิ้มน่ารักต่อจากนั้นของจุนโฮก็ทำให้ชานซองฉีกยิ้มกว้างได้ใบหน้าที่เกือบจะร้องไห้เปลี่ยนเป็นลิงโลดทันที

“ฉันก็รักนายจุนโฮ ฉันเองก็จะทำทุกอย่างเพื่อนายเหมือนกัน ฉันขอโทษนะที่ฉันไปดึงฮยอนอาเข้ามายุ่งกับเรื่องของเราจนนายต้องปวดหัว” ชานซองกระโดดมานั่งโซฟาตัวเดียวกับจุนโฮ มือหนาคว้ามือของจุนโฮมากำเอาไว้ พร้อมรอยยิ้มหวานแสนประจบประแจง

“ฉันจะจัดการเรื่องนี้เองจุนโฮ ฉันจะไปคุยกับฮยอนอาให้รู้เรื่องเอง” ชานซองฉีกยิ้มจ้องตาโตมากำกับการบอกว่าตัวเองนั้นมั่นใจและจะทำให้ได้ จุนโฮมองคนรักหน้าคมที่ฉีกยิ้มเอาใจแล้วถอนหายใจกับตัวเอง

ผู้หญิงเสแสร้งมารยาร้อยเล่มเกวียนอย่างฮยอนอา กับหมีปรัชญาหน้ามึนของเขา ..ผลมันจะออกมาเป็นยังไงจุนโฮล่ะไม่อยากจะทายพูดเลย กลัวว่าตัวเองจะทายถูก หึ!!

“ถ้านายว่าอย่างนั้น ครั้งนี้ฉันก็จะให้นายไปจัดการชานซอง ทำให้สำเร็จล่ะ เพราะไม่งั้นฉันจะจัดการเองแล้วผลมันจะออกมาเป็นยังไง ไม่รับประกัน” จุนโฮเบิ่งตาตี่ใส่แผ่อ่อร่าไม่สบอารมณ์ให้ชานซองกลืนน้ำลายเอื๊อก

“อ่อ แล้วนายก็ช่วยไปบอกยัยฮยอนอาให้ฉันด้วยนะว่า อย่ามาทำตัวเป็นนางร้ายกับฉัน เพราะว่าแถวนี้ไม่มีนางเอก” จุนโฮตวัดตาตี่มามองชานซอง ฉีกยิ้มแล้วดึงมือตัวเองออกจากมือชานซองแล้วกอดอกเอาไว้

“มีแต่ฉัน ที่เป็นพระเอก เป็นพระเอกประเภทหล่อ ฉลาดและร้ายกาจมาก ไม่ใช่ผู้ชายประเภทโง่ ๆ  ซึน ๆ หล่อ แสนดี ที่จะยอมและทำตัวละมุนละไมอบอุ่นอย่างไร้สมอง อยู่เรื่อย จนถูกลดบทกลายเป็นแค่พระรอง ถ้ายัยฮยอนอาคิดว่าการมาทำตัวเป็นนางร้ายพูดจาก่อกวนทำตัวกวนโมโหฉัน บอกให้ฉันคิดถึงนาย ให้ฉันปล่อยนายไป ให้ฉันเป็นนางเอกที่รักนายจนลืมใช้สมอง แล้วจะแย่งนายไปได้ ให้กับไปดูซีรีย์ใหม่อีกหลาย ๆ เรื่องแล้ววางแผนให้ดี ๆ ทำแบบนี้ยังเร็วไปอีกร้อยปี” จุนโฮพ่นลมหายใจ สะบัดเสียงหึกระตุกยิ้มมุมปาก ท่าทางจิกกัดเชือดเฉือนทำเอาชานซองกลืนน้ำลายเอื๊อกได้แต่มองจุนโฮสุดที่รักตาค้าง

ถ้าเคลียร์กับฮยอนอาไม่สำเร็จ หัวฮวาง ชานซองนี่แหละที่จะหลุด ..ท่าทางของจุนโฮมันบอกได้ชัดเจนมากเลย

“เข้าใจไหม ฮวาง ชานซอง” จุนโฮฉีกยิ้มที่ไม่หวานเลยสักนิดแต่เต็มไปด้วยความเหวี่ยง วีนและอาฆาตแค้น รอยยิ้มแบบที่มอบให้ก่อนจะลั่นไกกระสุนบิดชีพศัตรูก็ไม่ปาน

“จ้ะ เข้าใจจ้ะ เข้าใจถ่องแท้เลยจ้ะ เมียจ๋า” ชานซองรับคำเสียงอ่อนเสียงหวาน หน้าซีด

“ดีมาก” คนตัวบางเหยียดตัวลุกขึ้นยืนจนเต็มความสูง เหล่หางตาจ้องมองชานซองที่นั่งพับเพียบเรียบร้อย มองตาโตใส่กันหวานซึ้งเอาใจอยู่บนพื้น ตาตี่เล็กจ้องมองปากหยักสีสดที่ปกติก็ดูน่าจูบน่าจับดีแต่ตอนนี้มันเห็นแล้วน่าตบ โว้ยยย มองแล้วมันคิดถึงฉากที่ถ่ายวันนี้ มองแล้วโมโห บอกเลย

“ฉันจะไปอาบน้ำ ส่วนตอนนี้นายก็เอาทิชชู่เปียกพวกนี้เช็ดปากให้สะอาดล่ะ เช็ดแล้วเช็ดอีกเข้าใจไหม ฉันไม่อยากรู้สึกหรือนึกถึงปากแดง ๆ ของใครที่ไหนทั้งนั้น ” จุนโฮโยนซองทิชชู่เปียกให้ชานซองสองสามซอง ไม่ติดว่ากลัวปากจะเปื่อยไปเสียก่อน จุนโฮละอยากจะบังคับให้เช็ดจนหมดทั้งสามซองเลย

“ถ้าฉันไม่มั่นใจนะว่าปากนายสะอาดพอแล้วชานซอง คืนนี้และต่อจากนี้ไปอีกเดือนไม่ต้องเอาปากนายมาแตะฉันไม่ว่าส่วนไหนก็ตาม” ท้ายประโยคจุนโฮจับมือหนาของชานซองขึ้นมาแตะที่ปากตัวเองก่อนจะลากลงมาผ่านคาง ผ่านลำคอ ผ่านลูกกระเดือกแสนน่ามอง ผ่านไหล่และกระดูกไหปลาร้า และก่อนที่จะผ่านลงไปต่ำลงเรื่อย ๆ เหมือนหัวใจชานซองที่ชักจะสูบฉีดเลือดดีจนเลือดมันพาลจะไปเลี้ยงจุดรวมเส้นเอ็นไร้กระดูกแต่เสือกลุกดีทุกทียามเข้าใกล้จุนโฮเข้าเสียแล้ว จุนโฮก็โยนมือชานซองออก ยกยิ้มยั่วนิด ๆ สะบัดบ็อบ โชว์แผ่นหลังและก้นอันงามงอนดูดีเดินจากไปเข้าห้องน้ำ

ชานซองกลืนน้ำลายเอื๊อกท่องนะโมตั้งสติ มือก็คว้าซองทิชชู่มาจัดการฉีกกระดาษชื้น ๆ ข้างในออกมาเช็ดปากตัวเองทันที เช็ดไปซ้ำ ๆ แผ่นต่อแผ่นเอาให้มั่นใจว่ากลีบปากทุกมุม ร่องปากทุกหยัก ผิวปากทุกองศาจะสะอาดเรียบร้อยดีสมใจอี จุนโฮของเขา

เช็ด เช็ดเข้าไป เพราะถ้าเมียรักไม่ยอมยอมให้ชานซอง เอาปากไปแตะตรงนั้น ตรงนี้ของเมียรักได้ ฮวาง ชานซองต้องตาย ดิ้นตายกลายเป็นซากหมีแน่นอน ฮือออออ


เสียงสายฝนโปรยปรายเข้ากันดีกับบรรยากาศเย็นฉ่ำของยามค่ำคืน มันเป็นคืนที่เหมาะสมมากสำหรับปาร์ค แจบอมในการจะนั่งเปิดหนังกินป็อบคอร์นอยู่คนเดียว เห๊ ไม่ต้องมาทำเสียงถากถางเลย แล้วจะให้แจบอมคนนี้ไปทำอะไรล่ะ ทะเล่อทะล่าไปหาพี่มินจุนคงจะโดนถีบออกมาพอดี ฮึก พูดแล้วก็เศร้าเร่งเสียงทีวีดีกว่า

“กริ่ง กริ่ง” มือที่จับรีโมทชะงักเมื่อได้ยินเสียงกริ่งกดประตู  ความประหลาดใจปรากฏบนใบหน้าของแจบอมอยู่แปปนึง แต่ก็แค่แปปเดียวนั่นแหละ เพราะไอ้คนที่มันจะมาเยี่ยมเยือนเขายามค่ำคืนน่ะมีไม่กี่คนหรอก แล้วที่มาเป็นประจำก็มีอยู่คนเดียว

ตาเฉี่ยวเล็กมองจอมอนิเตอร์ข้างประตู มองเห็นคนที่ยืนเปียกอยู่ในจอนั้นแล้วก็ส่ายหัวแต่ริมฝีปากอิ่มฉีกยิ้มกว้างขึ้นอย่างไม่รู้ตัว

เห็นไหมล่ะไม่ผิดจากที่คิดจริง ๆ ด้วย

“มาทำไมดึก ๆ ดื่น ๆ แทค” แจบอมเปิดประตูห้องให้พร้อมกับบ่นทันที แทคยอนไม่ว่าอะไรแค่ฉีกยิ้มกว้างให้แจบอมแล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะกินข้าวเพราะตัวที่เปียกไปหมด มือหนาวางถุงลงบนโต๊ะ ถุงที่แทคยอนเอาตัวบังมาให้ถึงได้อยู่ในสภาพไม่เปียกมากอย่างที่เห็น ในนั้นไม่มีอะไรมากหรอกก็แค่ขนมกับนมจืดที่แจบอมชอบ แจบอมมองถุงขนมแล้วส่ายหัว หยิบไปเก็บใส่ตู้

“ฝนก็ตก ตัวก็เปียกไม่สบายไปจะทำยังไง ช่วงนี้นายมีงานเรื่อย ๆ นะแทคยอน ดูแลสุขภาพตัวเองด้วยสิ” เจ้าของห้องบ่นเสียงเจื้อยแจ้ว แต่ก็กำลังหยิบน้ำเปล่า ยาแก้ไข กับผ้าเช็ดตัวเดินมาวางไว้บนโต๊ะตรงหน้าแทคยอนให้

“กินยาซะเดี๋ยวไม่สบาย” แจบอมบอก นั่งตรงข้ามกับแทคยอน ตาเฉี่ยวจ้องมองคนตัวโตตรงหน้า

“ว่าแต่นายมาทำอะไรวะ แทค” แจบอมเท้าคาง มองหน้าแทคยอนใบหน้าหมวยขาวใสของแจบอมมีรอยยิ้มเล็ก ๆ ประดับไว้บนหน้า สำหรับแทคยอนมันแสนจะน่ารัก พลันให้แทคยอนคิดว่าวันนี้จะตอบคำถามแจบอมด้วยความจริงที่ทำให้มาหาแจบอมบ่อยๆ ไม่ใช่ข้ออ้างเรื่อยเปื่อยที่บอกไปอย่างแล้วมา

“อยากเจอหน้าเจย์ คิดถึง”

“…” แจบอมฟังแล้วอ้าปากค้าง แทคยอนยิ้มแหะแหะกับปฏิกิริยาตอบรับ เอาวะเริ่มรุกก็ต้องเอาให้ลุล่วง

“ตลอดมาทุกครั้งที่มาหาเจย์แบบนี้ แทคก็คิดถึงเจย์ทุกรอบนั่นล่ะแต่เมื่อก่อนกลัวโดนเจย์ด่าก็เลยบอกหาข้ออ้างเรื่องงานเรื่องนั่นเรื่องนี่มาบอกไป แต่จริงๆ น่ะคิดถึงเจย์นะ” แทคยอนบอกต่อรัวเร็ว ตื่นเต้นไม่น้อยยอมรับเลย ตื่นเต้นกลัวคนตรงหน้าทุบให้น่ะสิ

“อ่า .. ฉัน” แจบอมพึมพำได้เท่านี้ก็ก้มหน้างุดเงียบไปอีก

“ที่วันนี้กล้าพูดความจริงก็เพราะว่าตอนนี้ฉันไม่ได้เป็นเพื่อน หรือแค่นายแบบที่นายดูแลอีกแล้ว แต่ฉันเป็นกิ๊กนายแล้ว เจย์ ฉันอยากบอกสิ่งที่ฉันคิดบ้าง” ไม่งั้นเป็นกิ๊กไหมก็คงไม่ต่างกัน เพราะว่าปกติก็ดูแลเจย์อยู่เสมออยู่แล้ว ทั้งหยอดทั้งจีบก็เป็นธรรมดา มีแต่คำพูดนี่แหละที่ไม่เคยกล้าเอ่ย ตอนนี้ไหน ๆ ก็ได้เป็นกิ๊กละ ขอใช้จังหวะนี้ให้เป็นประโยชน์แล้วกัน

ตาโตของแทคยอนจ้องมองคนตัวเล็กตรงหน้าที่ยังคงก้มหน้างุด ๆ หลบสายตาและซ่อนใบหน้าอยู่ อยากเห็นสีหน้าแววตาของแจบอมแต่ก็รู้ว่าถ้าไปเชยคางมอง มีหวังถูกตบแน่ ๆ

“แทค ที่แกมาขอฉันเป็นกิ๊กน่ะ ตั้งแต่แรกทำไมวะ” แจบอมส่งคำถามลอยขึ้นมาทั้งที่ตนเองยังคงก้มหน้าก้มตาอยู่ แทคยอนฟังแล้วก็อดจะตื่นเต้นไม่ได้ แต่ไหน ๆ ก็ไหนละ มาถึงขั้นนี้แล้วก็บอกให้มันทุกความในใจที่ซ่อนไว้ให้ครบทุกหลืบหัวใจและเม็ดเลือดทุกเซลล์เลยละกัน

“คนบนโลกนี้ที่จะมาขอใครเป็นกิ๊กน่ะนะ เจย์ มีสองประเภท

ประเภทแรก คือคนที่เจอคนที่ตัวเองรู้สึกถูกใจแล้วฝ่ายนั้นอาจจะมีแฟนอยู่แล้ว แต่ก็ยังชอบอยากรู้จักด้วย ไม่ได้จริงจังอะไรมากก็เลยขอแค่เป็นกิ๊กก็พอ

กับ ประเภทที่สอง คือคนประเภทที่เจอคนที่ตัวเองชอบ ชอบมาก และไม่ว่าเขาจะชอบตัวเองไหมก็ยังคงชอบคนคนนั้นอยู่ดี ชอบจนยอม จนขอแค่เป็นเพียงกิ๊กก็ได้ แค่ถูกคิดถึงบ้างก็พอ ไม่ขออะไรมากไปกว่านั้นแล้ว” แทคยอนเงียบเพื่อรอดูปฏิกิริยาของคนตรงหน้า แต่แจบอมก็ยังคงนั่งเงียบ มือหนาวางลงบนมือของแจบอมที่วางไว้บนโต๊ะ

“แทคเป็นคนประเภทหลังว่ะเจย์ โง่เนอะ” ตามด้วยรอยยิ้มหวานที่ดวงตาโตของแทคยอนนั้นแสนเศร้า ตื่นเต้นแต่ก็ดีใจ ในที่สุดก็ได้พูดออกไปเสียทีในสิ่งที่เก็บไว้ในใจมานาน จะโดนแจบอมเอาเก้าอี้ฝาด สาดน้ำไล่ ตบตียังไงก็จะขออยู่ตรงนี้สู้ต่อไปไม่ถอยล่ะวะ

“เอ่อ ..คือ ฉันดูหนังอยู่ อยากดูด้วยกันไหม” แต่แทคยอนผิดคาดสุด ๆ เมื่อแจบอมเงยหน้าขึ้นมาแล้วแก้มนั้นแดงแน่ ๆ ถึงเห็นแปปเดียวก็เถอะ ลุกจากเก้าอี้ตรงไปที่โซฟาแถมยังชวนดูหนังด้วยอีกต่างหาก

แทคยอนยกมือขึ้นตบหน้าตัวเองเบา ๆ พิสูจน์ว่าไม่ได้ตากฝนหนักจนเผลอหลับไป

“เพี๊ยะ!!” เจ็บนี่หว่า เรื่องจริงเหรอวะ

โว๊ะ ถ้ารู้ว่ารุกแล้วรุ่งอย่างนี้นะ ไม่อดทนเป็นแค่เพื่อนนั่งจ้องมองแจบอมอยู่ทุก ๆ วันมาหลายปีหรอก

ตอนแรก ไม่กล้าจีบเพราะกลัวโดนถีบเพราะแจบอมคงรังเกียจที่เขาเป็นผู้ชายเหมือนกัน แต่พอแจบอมบอกว่าตัวเองชอบพี่มินจุนเมื่อสองปีที่แล้ว เขาก็รู้แล้วว่าแจบอมไม่ถีบเขาหรอกถ้าเขาที่เป็นผู้ชายจะจีบ แต่ก็ยังคงโดนถีบจากหัวใจออกมาอยู่ดี
“นี่จะดูด้วยกันไหมวะแทค ยืนบื้ออยู่ได้” เสียงแหลมเหมือนเด็กผู้ชายของแจบอมร้องเรียกแทคยอนที่ฉีกยิ้มจนเงิงโผล่ก็รีบวิ่งลัลล้าไปหาทันที

“ดูสิจ๊ะ แล้ววันนี้เจย์จ๋าดูเรื่องอะไรเหรอ” แทคยอนกระพริบตาปริบ ๆ ฉีกยิ้มหวานให้แจบอม คนตัวเล็กเหล่ตาเฉี่ยวมองแล้วทำหน้าตาหน่าย ๆ กับท่าทางแบ๊วโลกแตกของแทคยอน

“เรื่องนี้” แจบอมกดรีโมทให้แทคยอนดูโปรแกรมนักออนไลน์ที่สั่งซื้อผ่านทางช่องรายการของโทรทัศน์

“เห๊ หนังบู๊แข่งรถล้อปลิวอีกละ แทคไม่อยากดูอ่ะเจย์” แทคยอนเบ้ปาก กระแซะตัวโตเข้าหาตัวเล็ก ๆของแจบอมอย่างเนียน ๆ มือก็แย่งรีโมตจากมือแจบอมมากดเลือกดูรายการที่ตัวเองอยากดู

“เอาเรื่องนี้ดีกว่า” แทคยอนฉีกยิ้มพร้อมกดสั่งซื้อหนังทันที แจบอมจ้องหน้าจออ่านชื่อเรื่องขณะรอรายการหนังโหลดขึ้นจอ

“ปีเตอร์ แพน การ์ตูนอีกแล้วเหรอวะ แทค” แจบอมโวยวายเสียงดัง ดูหนังกับแทคยอนทีไรมันชอบกลายเป็นการ์ตูนทุกทีสิน่า

“โหย การ์ตูนนี่แหละดีแล้วเจย์ เรานะต้องคอยแต่งเติมและสรรค์สร้างโลกอันสวยงามให้จิตใจตัวเองรู้ไหม  ถ้าดูการ์ตูนนะคืนนี้เจย์ก็นอนหลับฝันดี ตื่นมาทำงานพรุ่งนี้สบายใจ แทคก็เหมือนกัน พรุ่งนี้ถ่ายโปสเตอร์โฆษณาลูกอมใช่ไหม มันก็ต้องสดใสแบบนี้แหละ” แทคยอนอธิบายเหตุผลเป็นวรรคเป็นเวร แถมทิ้งท้ายยังทำท่าซารางเฮใส่แจบอมอย่างน่ารักน่าชังเสียไม่มี

“เออ ๆ ดูก็ได้วะ ” แจบอมกรอกตาแล้วหันไปมองหน้าจอแทน

“ดูหน้าปีเตอร์ แพนสิเว้ย แทค ไม่ใช่หน้ากู” แม้ตาจะจ้องจอแต่แจบอมก็ส่งมือเล็กมาตบหน้าแทคยอนให้หันไปมองจอได้อย่างไม่มีพลาดเลย

แทคยอนจ้องจอพร้อมอมยิ้ม ตาโตแอบเหล่มองแจบอมที่นั่งดูการ์ตูนตาแบ๋วอยู่ข้าง ๆ

น่ารักที่สุดเลย เจย์จี้ของแทคกี้ ฮิงง

“ฮึก ฮึก ฮึก” เสตาหันไปมองต้นเสียงที่กำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ข้าง ๆ แล้วถอนหายใจเฮือกยาว มือหยิบทิชชู่ส่งไปให้ทั้งกล่อง

“ขอบคุณนะ ฮึก” เอ่ยขอบคุณพร้อมรับกล่องทิชชู่มาถือไว้ ดึงทิชชู่มาซับน้ำตา สั่งน้ำมูกเสียชุดใหญ่

“ไหนแกบอกว่าดูการ์ตูนแล้วหลับฝันดี โลกสวยสดใส แล้วนี้ร้องไห้ทำซากอะไรวะ แทค” แจบอมร้องถามอย่างสุดจะสงสัย ตอนนี้หนังก็จบไปละแต่แทคยอนที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นก่อนหนังจะจบก็ดูจะไม่มีท่าทีจะหยุดสักที ข้างในตัวนี่มีถังน้ำห้าร้อยลิตรซ่อนอยู่เหรอ ร้องไห้อยู่ได้

“ฮึก ไม่ให้แทคร้องได้ไง เจย์ มันโคตรเศร้าเลยนะ” แจบอมฟังแล้วก็นั่งเท้าคางมามองหน้าแทคยอนตรง ๆ แบบใกล้ ๆ

“ปีเตอร์ แพนนี่นะเศร้า ?”

“อือ เศร้าสิ” พอเห็นแจบอมทำหน้าตามีคำถาม แทคยอนก็สั่งน้ำมูกพืดใหญ่ก่อนจะเอ่ยปากบอกต่อ

“ทำไมจะไม่เศร้าล่ะเจย์ เจย์ดูสิ จิ้งเกอร์เบลน่ะรักปีเตอร์ แพนมากเลยนะ คอยอยู่ใกล้ ๆ อยู่ข้าง ๆมาตลอด เสียสละอะไรมากมาย แต่สุดท้ายปีเตอร์ แพน กลับเลือกแวนดี้ …ความรู้สึกของคนที่รอคอยอยู่ข้าง ๆ เสมอ แม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่สนใจมองกันเลยเนี่ย มันไม่เศร้าเหรอเจย์” แทคยอนเล่าพลางยกทิชชู่ขึ้นเช็ดน้ำตาตัวเองอีกทีส่งท้ายให้หนังเรื่องนี้ ตาโตหันไปมองแจบอมที่นั่งนิ่งเงียบไป

ความรู้สึกของจิ้งเกอร์เบล กับ ปีเตอร์ แพน ก็ไม่ต่างอะไรกับความรู้สึกของแจบอมที่มีต่อมินจุน และความรู้สึกของแทคยอน ที่มีต่อแจบอม

ต่อให้อีกฝ่ายรักคนอื่น ต่อให้ได้แค่ยืนอยู่ตรงนี้รอให้หันมามอง มาเห็นค่าตัวเอง จนตอนสุดท้ายแม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่หันกลับมาเลย แต่ยังคงรออยู่ดี รอสักวันให้อีกคนหันกลับมามองตัวเองบ้าง

ตอนนี้เป็นได้แค่กิ๊กของแจบอมก็ถือว่าพัฒนาจากแต่ก่อนมากแล้ว ได้เท่านี้ก็ดีเท่าไหร่แล้ว อ๊ค แทคยอนเอ๋ย

แจบอมเงียบ ตาเฉี่ยวมองมือตัวเองที่กำกันจมอยู่ในความคิดตัวเอง แทคยอนเงียบ ตาโตมองจ้องร่างเล็กตรงหน้า ในหัวคิดเพียงแต่ว่าแจบอมกำลังคิดอะไรอยู่และจะรู้สึกแย่อยู่หรือเปล่า

แจบอมเงยหน้าขึ้นมา ออกจากความคิดตัวเองเพราะเสียงโทรทัศน์ที่ดังกระหึ่มอยู่ตรงหน้า ก็เห็นว่าเป็นภาพหนังเรื่องแรกที่แสนดุเดือดที่เขาเลือกเอาไว้

“เจย์ เรามาดูเรื่องนี้กันเถอะ”  แทคยอนรออยู่พร้อมด้วยรอยยิ้มเมื่อแจบอมหันมามอง

“แต่นายไม่ชอบเรื่องนี้นี่”

“แต่เจย์อยากดูนี่” แทคยอนฉีกยิ้มกว้างเสียจนตีนกาขึ้น แจบอมหลุดหัวเราะออกมา มือบางแตะที่รอยตีนกาของแทคยอน

“นายควรบำรุงมันบ้างนะ เผื่อจะได้ถ่ายแบบเครื่องสำอาง บำรุงผิวกับเขาบ้าง”
แทคยอนไม่ว่าอะไรมีแค่รอยยิ้มกว้างกับหางตาตีนกาอย่างเคย แจบอมเองก็ยิ้มเช่นกัน

“ดูหนังกันเถอะ แทค” แจบอมหันไปมองหน้าจอ

“อืม” แทคยอนก็หันไปมองเช่นกัน

ผ่านไปสักพักแทคยอนหันมามองที่ข้างกายตัวเองยามเมื่อสัมผัสได้ถึงคนบางคนที่เอนพิงไหล่กันอยู่ แจบอมหลับไปแล้วต่อหน้าต่อตาหนังที่ตัวเองบอกว่าอยากดู แทคยอนหัวเราะ มือหนาประครองคนตัวเล็กให้นอนลงบนหมอนนิ่ม ๆ จัดท่านอนจนแจบอมนอนเหยียดยาวบนโซฟาได้สบาย ซึ่งก็ยังเหลือที่มากพอให้แทคยอนนั่งอยู่ข้าง ๆ

“…” มือหนาลูบใบหน้าน่ารักที่นอนหลับพริ้ม เมื่อเห็นว่าแจบอมไม่มีท่าทีที่จะตื่นขึ้นมาโวยวายอะไรก็ก้มลงกดจมูกลงไปบนแก้มนิ่มที่หอมฟรุ้งของแจบอมอย่างแนบเนียน

“ฝันดีนะปีเตอร์ แพน ของฉัน”

‘ เลือกฉันได้ไหม ’  บางทีก็อยากจะถาม แต่จิ้งเกอร์เบลอย่างเขาจะมีสิทธิ์นั้นหรือเปล่า

.
.
.
tbc

ตอนเจ็ดมาแล้วค่ะ

ขอบคุณพี่ต้นกล้าสำหรับคอมเมนต์ในตอนหกนะคะ

เมนต์ติ-ชมกันได้ค่ะ

แล้วก็รวมเล่มพร้อมส่งยังมีขายนะคะ

ใครสนใจจิ้มเลย ไปสั่งกัน

>>รวมเล่มพร้อมส่งฟิค 2PM [คู่KW/CNN/TJ/Jun.K] <<<

Advertisements

2 คิดบน “(FIC-CNN/KW/FT.TJ-KIM)DANGEROUS LOVER !!SLAP ME BABY #7

  1. หมีมึนจะจัดการได้ไหมเนี่ย ถ้าจุนโฮเสียใจนะ ฉันจะพานุ้งโฮหนีเลย คิยดูสิ รักได้ก็ทิ้งได้ใช่ไหมลุูกมี้ ถ้าหมีมันไม่รักดี

  2. bbm

    ชอบประโยคนี้มากค่ะ “อย่ามาทำตัวเป็นนางร้ายกับฉัน เพราะว่าแถวนี้ไม่มีนางเอก”

    #มีแต่ฉัน ที่เป็นพระเอก เป็นพระเอกประเภทหล่อ ฉลาดและร้ายกาจมาก…

    คนอย่างนุ้งไม่เคยมีใครกล้านะขอบอก ฮี่ๆ

Leave a Comment

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s