(FIC-CNN/KW/FT.TJ-KIM)DANGEROUS LOVER !!SLAP ME BABY #9

Title: [FIC] ~Dangerous Lover !!Slap me beby~ ร้ายกว่านี้มีอีกไหม
Chapter: 9 ท่านกำลังเข้าสู่บริการรับฝากหัวใจ…
Author: LoveMe
Paring: Chansung x Junho / Khun x Dong / Taec x jae
Rate: (PG-13) – (NC-15)
talk:
-ถ้อย คำ หยาบคาย ในเรื่องนี้มีมากนัก ภาษาพ่อขุนและสัตว์สงวนวิ่งพล่านดุจสวนสัตว์ ขออภัยมานะที่นี้
-เป็นแค่ฟิคเท่านั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวกับเรื่องจริงหรือใดๆทั้งสิ้น แค่ฟิค อ่านๆไปเถอะ อย่าหวังมาก อย่าคิดมากนะ
บอกแล้วไงว่าจะมาลงเรื่อยๆเป็นระยะๆ ยังไงก็เมนต์ให้เค้าบ้างนะ มีเมนต์ให้อ่านเรื่อยๆ เค้าก็มีฟิคให้อ่านเรื่อยๆเหมือนกัน ^^

9 ท่านกำลังเข้าสู่บริการรับฝากหัวใจ…

สภาพห้องที่ปกตินั้นเป็นระเบียบเรียบร้อยดีเสียยิ่งกว่าอะไรเพราะเจ้าของห้องนั้นเหมือนมีวิญญาณยายแก่สิงร่างอยู่ชอบกวาดนู่น จัดนี่ ปัดนั่นอยู่ตลอดเวลา นี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่อยู่ห้องนี้มาที่จาง อูยองปล่อยให้ห้องมีสภาพรกและไม่เรียบร้อยแบบนี้ เพราะตลอดเวลาเจ็ดวันที่ผ่านมาเขาได้ใช้สติ สมาธิ จิตวิญญาณและพลังลมปราณทั้งหมดในการปั่นงานให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี หลังจากผ่านการปั่นงานแบบไฟแทบไหม้ไปแล้ว อูยองก็ส่งบทที่พร้อมแจกจ่ายให้นักแสดงผ่านทางอีเมลไปให้กับบริษัทสร้างหนังเมื่อตีห้านี้นี่เอง  หนังเรื่องนี้เป็นเรื่องราวความรักวัยรุ่นที่มีเวลาฉายหนึ่งชั่วโมง เนื้อหาไม่ได้ทำบทละครอะไรยากนัก แม้จะมีตัวละครหลายคนก็ตาม แต่เพราะเป็นงานใหญ่งานแรกของอูยองที่ได้ทำคนเดียวก็สูบพลังชีวิตอูยองไปมากพอสมควรเลยทีเดียว เพราะอย่างนั้นตั้งแต่ตีห้ามาจนถึงถึงบ่ายโมงกว่าอูยองถึงได้ฝังร่างอยู่บนเตียงท่ามกลางผ้าห่มลองซ้อมตายอยู่หลายชั่วโมง

“Rrrrrrrrrr”

“Rrrrrrrrrrrrrrrrrr” แต่การลองซ้อมตายของอูยองนั้นกำลังถูกรบกวนด้วยเสียงโทรศัพท์ที่ดังสนั่น อูยองกลิ้งตัวซุกเข้าไปในผ้าห่ม ยกหมอนขึ้นปิดหูอย่างรำคาญเสียงรบกวน

โธ่เว้ย เขาพึ่งเปิดโทรศัพท์ก่อนเข้านอนเพราะกลัวว่าถ้าทางบริษัทโทรมาเรื่องบทละครจะได้รับสายได้ตลอด แต่ถ้ารู้ว่าจะมีคนโทรมาเร็วขนาดนี้ล่ะก็อูยองก็ขอปิดโทรศัพท์ทิ้งไว้เหมือนเดิมอย่างที่ทำตามตลอดเวลาหลายวันดีกว่า

“Rrrrrrrrrr”

“Rrrrrrrrrrrrr”

โอ๊ย รำคาญเว๊ยยยย

อูยองกลิ้งตัวมาคว้าโทรศัพท์ไว้อย่างจำยอม รีบๆ รับ จะได้รีบๆ นอนต่อ  ตาเรียวที่บวมฉึ่งเพราะอดนอนมาหลายวันเบิ่งกว้างอย่างตกใจทันทีที่มองเห็นชื่อบนหน้าจอ

-สามี-

เฮ้ย กูไปเมมชื่อใครว่าสามีไว้เมื่อไหร่วะ แล้วกูเนี่ยมีสามีเป็นตัวเป็นตนกับเขาตั้งแต่ตอนหนายยยย

อูยองมองโทรศัพท์ที่ยังสั่นหงึก ๆ อยู่ในมือ จังหวะที่กดรับสายไป ลางสังหรณ์ก็บอกเขาได้ว่าปลายสายที่โทรมานั้นเป็นใครได้ดีจนน่ากลัวเลย

“อูยอง พี่คุณเองนะ”  นั่นไง จาง อูยองว่าแล้ว ไอ้คนที่หน้าด้านหน้าทนโมเมสถาปนาตัวเองเป็นสามีเขานี่มันมีคนเดียวนี่แหละ

“พี่ไปเอาเบอร์ผมมาจากไหนเนี่ย แล้วพี่มาเมมชื่อบนโทรศัพท์ผมว่าสามีได้ยังไงเนี่ย” อูยองร้องโวยวายแต่น้ำเสียงที่ได้ออกมาก็ยังงัวเงียและเพลียเหลือทนอยู่ดี

   “ก็ตอนที่อูยองไปทำตัวเป็นนักสืบน้อยที่ระเบียงไง พี่เห็นโทรศัพท์อูยองวางล่อตาล่อใจอยู่ก็เลยอดไม่ได้”  อดไม่ได้ที่จะทำตัวเป็นโรคจิตใช่หม๊ายยยย

“แล้วพี่มาเมมชื่อตัวเองในเครื่องผมว่าสามีไม่คิดว่าคนอื่นเห็นเขาจะตกใจหรือไง”

 “เอ อูยองพูดแบบนี้หมายความว่าอยากให้พี่โทรไปหาบ่อย ๆ เหรอ” เดี๋ยวนะ ๆ ไอ้พี่คุณ จะเออออคิดเอาเองไปเปล่าวะ เขาบอกตอนไหนว่าอยากให้โทรมาบ่อย ๆ ก็แค่ถามว่าถ้าเห็นชื่อว่าสามีโทรมา จาง อูยองจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ถึงจะเคยหลงผิดเสียตัวมีผัว เอิ่ม เสียอธิปไตยเมะและความแมนชั่วชีวิตให้กับคนปลายสายไปแล้วจริง ๆ ก็เถอะ

“หลงตัวเองว่ะพี่” อูยองทำเสียงล้อ ๆ แลบลิ้นใส่โทรศัพท์เสียด้วยซ้ำ

“พี่อยากให้อูยองหลงพี่มากกว่า” แล้วตามด้วยเสียงหัวเราะแบบอูยองฟังแล้วบอกได้เลยว่าโคตรชั่วร้าย เหมือนเป็นมนต์สะกดเลยอ่ะ

“เดี๋ยวพี่ ก่อนที่พี่จะเลยเรื่องนี้ไป พี่เองคงไม่ได้เมมเบอร์ผมไว้ในเครื่องพี่ด้วยชื่อแปลก ๆ ใช่ไหม” ไอ้ประเภทภรรยา สาเมีย hurwife อะไรแบบนี้อ่ะ คนอื่นเห็นรู้หมดพอดีว่ากูมีผัว เอิ่ม ละไว้ในฐานที่เข้าใจแล้วกัน

สิ่งที่ได้กลับมาคือเสียงหัวเราะโคตรก่อกวนแบบที่อูยองฟังแล้วขมวดคิ้ว พองแก้มจนป่อง

 “พี่เองก็มีสตินะ ไม่ต้องห่วง พี่เมมชื่ออูยองว่า ‘อูยองงี่’ อูยองโทรมาหาพี่บ่อย ๆ ได้เลยไม่มีใครสงสัยหรอกถ้าแอบมาเห็นเข้า”แหมฟังดูแล้วน่ารักซะจริง

“ใครจะโทรไปหาพี่บ่อย ๆ ห๊ะ พี่คุณ” อูยองยื่นปากพองแก้มเสียจนถ้าคนที่คนโทรศัพท์อยู่ด้วยอยู่ใกล้ ๆ มือหนาคงดึงแก้ม ปากหยักคงกดจูบบนปากบางเสียให้ฉ่ำใจ

 “ลืมไปว่าพี่กำลังจีบอูยองอยู่นี่นะ พี่ควรต้องเป็นคนโทรไปถึงจะถูกใช่ไหม” ฟังประโยคนี้แล้วอูยองก็คิดหน้านิชคุณออกเหมือนเจ้าตัวอัญเชิญร่างตามเครือข่ายโทรศัพท์ยื่นหัวออกมาจากหน้าจอให้เห็น

“เห๊..” อูยองครางเสียงช็อคออกมาอีกรอบ คนปลายสายคงได้ยินชัดเจนถึงหัวเราะน้อย ๆ ให้ได้ฟัง อูยองทำหน้ามุ่ย จีบอีกละพูดแบบนี้อีกละ รู้ไหมว่าฟังแล้วคิดไกล ใจสั่นไร้สาเหตุ คือมาหยอดบ่อย ๆ มาพูดจาจริงจังแบบนี้ ถ้าวันนึงเขาหลงเชื่อขึ้นมา เผลอลื่นแบบซึนเดเระตรงหลุมรักลงไปจริง ๆ ตอนนั้นจะทำยังไง

“ถึงผมจะเบลอๆ แต่ผมก็เคยอ่านบทสัมภาษณ์พี่นะ ไหนว่าจีบหญิงไม่เป็นไงละครับ” อูยองทำปากยื่นจิกกัดไปเล็กน้อย คิดถึงหน้าตาใส ๆ ตามสื่อโฆษณา แม่ง หลอกลวง

 “ก็อูยองไม่ใช่ผู้หญิง ..พี่ก็จีบสบายใจพี่ต้องการ ไม่ต้องฝืนหรืออะไรทั้งนั้น คนถามเขาถามถึงจีบผู้หญิงไม่ใช่จีบผู้ชาย พี่ก็ตอบไปตามความจริงเลยนะ ไม่มีหลอกลวงสักนิด อูยองเป็นผู้ชายและพี่ชอบอูยองนะ” ถ้าคำพูดจากปลายสายทำให้อูยองหน้าแดงแปร๊ดได้ น้ำเสียงจริงจังที่ไม่ได้กึ่งล้อเล่อนอย่างประโยคก่อนหน้าก็เล่นทำเอาหัวใจอูยองเต้นไม่เป็นศัพท์

..ยิ่งคำสุดท้าย -ชอบอูยองนะ-

 “ตอนแรกจะบอกว่ารัก แต่กลัวอูยองจะช็อคแล้วตัดสายหนี” แล้วคุณมึงมาบอกตอนนี้คิดว่ากูจะไม่ช็อคแล้วตัดสายหนีตอนนี้เหรอครับ พี่คุณณณณณ

-รัก- นั่นมันคำพูดหรือว่ากาแฟเพิ่มคาเฟอีนพิเศษวะ หัวใจมันถึงได้เต้นรัว ๆ ขนาดนี้ เต้นมากถึงขั้นอูยองแทบจะได้ยินเสียงหัวใจในอกตัวเองตัวซ้ำ เสียงหัวใจเต้นดัง ๆ แบบที่ทำให้เขาได้ยินเสียงนึงในความคิดตัวเองชัดเจน

มันจะเป็นไปได้เหรอ …ผู้ชายสองคนอาจจะพอเป็นไปได้ แต่ผู้ชายสองคนที่คนนึงดังมากๆ ดังเชี่ยๆ ดังระดับชาติ แบบที่แทบจะมีหน้าโผล่บนโปสเตอร์โฆษณาครบทุกประเทศในเอเชียน่ะ ยากเชี่ยๆ ยิ่งกว่าตีลังกาพร้อมม้วนตัวสิบแปดตลบลงจากดาดฟ้าตึกโซลทาเวอร์ ถึงพื้นอย่างปลอดภัยอีกนะ

 “อูยอง อูยอง ได้ยินพี่ไหม ยังอยู่ไหม” เสียงร้องเรียกจากปลายสายฟังแล้วก็คงจะกำลังกังวลว่าเขาจะเป็นลมไปแล้วจริง ๆ

“ยังนอนอยู่ที่เดิม ไม่ได้ไปไหนเลย” อูยองตอบกลับไป น้ำเสียงยังสบาย ๆ แค่ตอนนี้ไม่งัวเงียเท่าเก่า อูยองส่ายหัวสลัดความรู้สึกหน่วง ๆ ในใจออกไป เขาจะไปวิตกกังวลอะไรกันกับความคิดจริงจังแบบนั้น นิชคุณไม่มาจริงจังอะไรกับเขาหรอก ส่วนเขาเองก็จะไม่มีทางรักฝ่ายนั้นด้วย ..ใช่ละแบบนี้แหละ

เขาจะไม่รักนิชคุณหรอก ส่วนนิชคุณเองก็ไม่ได้รักเขาจริง ๆ หรอก
เพราะฉะนั้นอย่ากังวลถึงอนาคตที่ยากเข็ญนั้นเลย …เดี๋ยวนิชคุณเบื่อ ก็ไปเองนั่นแหละ
ใช่มะ ?

อูยองดึงความคิดตัวเองกลับมาที่ปลายสายตามเดิม เมื่อได้ยินเสียงทุ้มหัวเราะ

    “อูยองอยู่ที่เดิมใช่ไหม”

“ครับ นอนอยู่บนเตียงที่เดิมเนี่ย”

“งั้น..มาเปิดประตูห้องให้พี่หน่อยสิ”

“กริ่ง กริ่ง” แล้วก็มีเสียงกดกริ่งดังขึ้นมาจากหน้าห้องจริงๆ

อูยองหน้าเหวอ อย่าบอกนะว่า…

 “อูยอง ทำไมยังไม่เปิดให้พี่อีกล่ะ” เสียงเร่งเร้าดังมาจากปลายสาย อาการง่วงงัวเงียเมื่อครู่หายไปเหมือนปลิดทิ้ง อูยองกลืนน้ำลายลงคอเพราะรู้สึกตื่นเต้นจนหนืดคอ ไม่จริงหรอกน่า ก็นิชคุณน่ะเป็นนายแบบดังสุดๆ ไม่มีเวลาว่างมาหาเขาถึงห้องหรอก แล้วก็ถ้ารู้กระทั่งเลขที่ห้องพักนี่มันก็จะเกินไปหน่อยไหม ..อย่างนี้มีอะไรในชีวิตเขาบ้างเนี่ยที่นิชคุณไม่รู้

“กริ่ง กริ่ง” เสียงกริ่งดังเร่งเร้าขึ้น อูยองจึงรีบเดินไปถึงประตูห้องพักเร็วขึ้น สูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ แล้วเอาตาเรียวเล็กแนบกับช่องตาแมว สิ่งที่เห็นอยู่หลังประตูทำเอาผงะ

นั่นมันนิชคุณจริงๆด้วย ตัวเป็นแม้จะมีหมวก แว่นตาดำ แต่ก็ใช่เป๊ะๆไม่ผิดแน่

 “อูยองอ่า” เสียงเรียกเร่งแว่วเข้ามาในโทรศัพท์ อูยองสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ เพื่อระงับอาการใจเต้นแรงอย่างไม่สมควรลงไป โอ๊ยย หัวใจที่เต้นแรงเนี่ยต้องเพราะตกใจกลัวนะ ห้ามดีใจนะรู้ไหม สั่งเสียหัวใจตัวเองเรียบร้อยแล้วมือก็บิดเปิดบานประตูให้นิชคุณ

นิชคุณยิ้มแฉ่งทันทีทั้งที่เมื่อครู่ยังทำหน้าดุอยู่เลย เดินเข้ามาในห้องของอูยองอย่างสบายๆไม่ได้รู้สึกวาเป็นห้องของคนอื่นเลย ในมือถือถุงมาหลายใบ วางลงบนโต๊ะที่อยู่ไม่ไกล ก่อนจะถอดเสื้อคลุม ถอดหมวก ถอดแว่นวางไว้ข้างๆกันกับถุง สบายๆ เหมือนบ้านตัวเองสุดๆ

“พี่มาที่ห้องผมทำไมเนี่ยพี่คุณ” อูยองร้องถาม เอาจริงๆนะ กลัวเป็นข่าวก็ส่วนนึงแต่โคตรจะอยากรู้เป็นการส่วนตัวมากกว่า

“ก็มาดูให้แน่ใจไงว่าเด็กดื้อไม่ได้โกหกพี่ว่าสบายดี แล้วก็ไม่ได้โหมงานหนักจนเกินไป” นิชคุณตอบพร้อมฉีกยิ้มที่ปากแต่ตางี้จ้องมาอย่างดุ เป็นการบอกกลายๆว่าจริงจังนะ มือหนาบีบปลายมูกอูยองที่ทำหน้าเหวอมองอยู่

“หน้าอูยองดูโทรมๆ นะ เหนื่อยด้วย ดีนะที่พี่ซื้อของบำรุงมาฝาก” นิชคุณพูดเสร็จก็เดินเตร่ไปทั่วห้องของอูยอง ตาคมดูจะสะดุดกับบานประตูห้องนอนอูยองที่เปิดแง้มเอาไว้อยู่ ก็เลยเดินตรงเข้าไปในนั้นทันที อูยองที่เมื่อครู่เบลอไปแปปนึงรีบเดินตามเข้าไปทันที

ตอนนี้ห้องนอนเขารกสุดๆเลย พี่คุณเข้าไปโดนดุกันพอดี เฮ้ย ไม่ใช่สิ เขาต้องเป้นห่วงมากกว่าสิที่คนแปลกหน้าจะเข้าไปในห้องนอนตัวเอง อาจจะทำอะไรแปลกๆกับห้องนอนเขาก็ได้

“ปึก!!” อูยองหน้าชนกับแผ่นหลังกว้างอย่างแรงเมื่อจู่ๆนิชคุณก็หยุดเดินลงไปเสียอย่างนั้น

“อืมมมมมม” เสียงครางในลำคอที่ฟังดูเหมือนคิดอะไรอยู่ ทำให้อูยองเดินมายืนข้างๆนิชคุณมองห้องนอนตัวเองที่รกแบบสุดๆ เพราะหมกตัวทำแต่งานมาหลายวัน สลับกับผู้ชายตัวโตที่กอดอกมองอยู่ข้างๆ

“พี่ดูจากห้องข้างนอกแล้ว ปกติห้องนอนอูยองมันไม่มีสภาพแบบนี้ใช่ไหม”เสียงทุ้มเอ่ยถาม ก็จริงอย่างนิชคุณว่านั่นแหละปกติทั้งห้องของเขาทุกทีจะเป็นระเบียบเรียบร้อยจะตายไป แต่ตอนนี้มีแต่ห้องนอนนั่นแหละที่เละเหมือนถังขยะคว่ำอยู่กลางห้อง

“ครับ ผมมัวแต่ทำงานนี่นาเลยไม่ว่างจะเก็บห้อง พึ่งจะได้นอนเอง” อูยองเอ่ยบอก แถมถูกแทรกแซงการนอนจากคนตัวโตข้างๆนี่อีก ไม่งั้นป่านนี้ก็นอนหลับฝันดีอยู่แล้วเหอะ

“ถ้านอนในสภาพนี้นานๆ จะไม่สบายเอาได้นะอูยอง” นิชคุณบอกหันมาขยี้หัวอูยองก่อนจะเดินออกไปข้างนอกห้องนอน ครู่เดียวก็กลับเข้ามาพร้อมถุงดำและในมือที่มีถุงมือยางสำหรับทำความสะอาด ไม่ลืมหยิบที่ปิดปากมาส่งให้อูยองหนึ่งอัน

“ใส่ที่ปิดปากไว้ อูยองเป็นภูมิแพ้ไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวจะไม่สบาย” เสียงทุ้มย้ำกึ่งดุกึ่งห่วงอูยองใส่ที่ปิดปากตามคำบอก แต่ก็อดจะนิ่วหน้าสงสัยไม่ได้ คนตรงหน้านี้รู้ด้วยซ้ำเหรอว่าเขามีโรคประจำตัวคือภูมิแพ้ มันดูยังไงก็เหมือนโรคจิตผสมสโตรคเกอร์นะ แต่ทำไมเขาถึงรู้สึกดีแล้วก็รู้สึกอบอุ่นใจอย่างนี้ล่ะ เขาชอบแบบนี้อย่างนั้นเหรอ ฮืออออ

“พี่คิดแล้วว่าอูยองน่ะต้องทำงานหนักจนไม่ได้พักผ่อนแล้วก็ไม่ได้เก็บห้องแน่ๆ แบบนั้นห้องก็จะมีฝุ่นเยอะ พี่ก็เลยแวะมาดูหน่อย ไม่เสียทีที่เตรียมของมาด้วย” พูดไปมือก็เก็บเศษกระดาษที่อูยองเอามาใช้ร่างพล็อตลงถุง เศษทุกขนมและกระป๋องบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอีกหลายอัน อูยองเห็นแล้วก็อดไม่ได้จะเข้าไปช่วยเก็บ กลายเป็นว่าตอนนี้ทั้งคู่กำลังช่วยเก็บห้องนอนของอูยอง จนมีสภาพกลับคืนมาดูดีอย่างเดิม

“เสร็จแล้วว”อูยองร้องเสียงใสแจ๋ว มือที่กำลังจะถอดผ้าปิดปากบนหน้าตัวเองชะงักไปเมื่อมือใหญ่ที่ตอนนี้ถอดถุงมือยางทิ้งลงถุงขยะไปแล้วจับที่ผ้าปิดปากแล้วค่อยๆ ถอนให้ตาโตที่จ้องมองตรองมาที่ผ้าปิดปากด้วยสายตาใส่ใจนั้นทำเอาอูยองหัวใจเต้นถี่ หน้าเริ่มแดงแจ๋ขึ้นทุกที

“อ่ะ เอ่อะ เดี๋ยวผมเอาถุงขยะไปทิ้งนะ” อูยองบอกนิชคุณมือก็ถือเอาถุงดำเดินออกไปจากห้อง นิชคุณอมยิ้มมองตามไปก่อนจะลุกขึ้น เดินสำรวจห้องนอนของอูยองที่สะอาดเรียบร้อย ร่างสูงเดินไปเปิดผ้าม่านกันแสงออกให้ห้องได้รับความสว่างจากแสงอาทิตย์ แล้วเดินสำรวจดูที่โต๊ะเขียนหนังสือ โน็ตบุคของอูยองถูกพับเก็บไว้อย่างดี ข้างๆ มีแฟ้มเอกสารของงานที่กำลังทำอยู่ บนโต๊ะมีแต่ของน่ารักๆ ที่เหมาะกับอูยองวางจัดเป็นระเบียบ

ตาโตสะดุดกับรูปเด็กผู้ชายแก้มย้วยคนนึงที่ยิ้มร่าตาหยีในมือมีไอศรีมถืออยู่ในมือ ฉากเบื้องหลังเป็นทิวทัศน์ของทะเลแสนงามที่เพียงแค่เห็นนิชคุณก็จำได้ว่ามันคือหัวหิน มือหนาหยิบกรอบรูปนั้นขึ้นมา ปากหยักยิ้มกว้างไม่แพ้ดวงตาโตที่เต็มไปด้วยความรู้สึกดีและอ่อนโยน

“พี่คุณ พี่คุณ” อูยองร้องเรียกจากด้านหลัง นิชคุณหันไปมองด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มนั้นจนอูยองตาพร่าไปชั่วขณะก่อนจะตั้งสติได้เมื่อเห็นรูปตัวเองที่นิชคุณกำลังถืออยู่

“น่ารักเหมือนเดิมเลยนะ” มือหนาโบกรูปในมืออูยองทำท่าจะคว้ารูปคืนแต่คนที่สูงกว่าก็ไม่ยอมยืดแขนขึ้นสุดจนอูยองไม่สามารถจะคว้ามาได้ แถมพอเห็นอูยองทำท่าไม่พอใจแบบนั้นก็ยิ้มอย่างมีความสุขเสียอีก

“พี่คุณเอารูปผมคืนมาเถอะ น่าเกลียดจะตาย หน้าก็กลมแก้มก็ห้อย แถมไอติมยังเลอะปากอีก”
อูยองบ่นพึมพำปากบางขยับขมุบขมิบ  นิชคุณลูบผมอูยอง

“ใครบอกว่าน่าเกลียดพี่จะเตะให้คว่ำเลย น่ารักจะตายทั้งตอนนั้น ทั้งตอนนี้” เอารูปในมือมาวางเทียบหน้าอูยองตอนนี้ ถึงจะโตขึ้นมามากแล้วแต่แก้มก็ยังกลม ตาก็ยังเรียว ปากบางสีแดงนี่ก็ไม่เปลี่ยนเลย เวลากินไอศกรีมที่เจ้าตัวชอบอีกยิ่งเหมือนเดิม

อูยองเริ่มทำตัวไม่ถูกดวงตาโตที่จ้องมองกันมามันเต็มไปด้วยอารมณ์และความรู้สึกมากเกินไป รักมากไปจนหัวใจเต้นรัวจนจะหลุดจากอกอยู่แล้ว แล้วก็บอกได้เลยว่าตอนนี้เขินมาก มากไปแล้วนะเว้ย

“พ พี่คุณ”อูยองอ้อมแอ้มบอกพร้อมเสียงกระแอม หน้าก็เบี่ยงหลบสายตาและพยายามซ่อนแก้มแดงๆนั้นสุดฤทธิ์ นิชคุณหัวเราะในลำคอแล้ววางรูปอูยองกลับไปไว้บนโต๊ะอย่างเดิม

“อูยองจำได้ไหมว่าถ่ายรูปนั้นที่ไหน” ปากหยักเอ่ยถามวงแขนแกร่งก็คว้าเอวบางเอาไว้แล้วดึงมาใกล้ตัวเมื่ออูยองกำลังให้ความสนใจไปที่รูปนั้น

“อืมม อืม เหมือนจะเป็นช่วงที่พ่อแม่ผมไปเที่ยวต่างประเทศตอนผมเด็กๆนะ ช่วงนั้นไปหลายประเทศเกินอ่ะ จำไม่ได้แล้วว่าถ่ายรูปนี้ที่ไหน” อูยองเอ่ยบอก แล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อคนตัวสูงข้างๆ ก้มเอาหน้าผากวางไว้บนหัวไหล่ของตัวเอง

“อูยองนี่นะ” นิชคุณพึมพำแค่นั้นแล้วก็กอดอูยองเอาไว้จนแน่น หน้าก็ซบไว้แบบนั้น อูยองไม่เคยเจออารมณ์นี้ของนิชคุณเท่าไหร่แต่ก็รับรู้ได้ว่านิชคุณกำลังรู้สึกเหงาๆอย่างบอกไม่ถูกจึงยอมให้ตัวเองโดนกอดเช่นนั้น บางทีอาจเพราะการอยู่ในอ้อมกอดนิชคุณไม่ว่าเมื่อไหร่ก็แสนจะอบอุ่นใจมากเลยสำหรับอูยองก็เป็นได้

ทั้งคู่กอดกันอย่างนั้นอยู่พักนึงก่อนจะเป็นนิชคุณเองที่คลายกอดออกแล้วดึงข้อมืออูยองให้ตามกันมาหยุดอยู่ตรงหน้าถุงใส่ของมากมายที่นิชคุณแบกติดมือมาด้วย

“อูยองสบายดีใช่ไหม งานน่ะโอเคหรือเปล่า ไม่เหนื่อยเกินไปนะ พี่อยากจะถามอูยองด้วยคำถามพวกนี้แหละ”นิชคุณเอ่ยปากพูด มือก็หยิบของต่างๆออกมาจากถุง มีเครื่องดื่มชูกำลังสองสามขวด มีอาหารแช่แข็งแพงๆ มีแบนด์ซุปไก่สกัดช่วยพัฒนาระบบประสาทสองแพ็คใหญ่ แล้วที่เหลือก็เป็นพวกขนมและเครื่องดื่มรสหวานอร่อยที่อูยองชอบทั้งนั้นเลย อูยองฟังแล้วก็อดจะระบายยิ้มจนแก้มป่องไม่ได้

“งานโอเคดีครับ ส่งให้ทางฝ่ายคัดเลือกนักแสดงและผู้กำกับแล้ว เห็นว่าทางนั้นมีรายชื่อคนแสดงรออยู่แล้ว แต่ก็คงจะส่งรายละเอียดมาให้ผมแก้อีก ตามปกตินั่นแหละครับ ยิ่งถ้าได้สถานที่ถ่ายกับกำหนดวันเวลาที่จะถ่ายแล้วตอนนั้นผมคงหัวหมุนมากขึ้น” อูยองพูดถึงงานที่ฟังดูแล้วจะหนักมากแต่คนพูดนั้นกลับวาดยิ้มเมื่อคิดถึงงานใหญ่ที่ได้รับก็อดตื่นเต้นไม่ได้

“ถ้าอย่างนั้นอูยองเองก็ต้องไปที่สถานที่ถ่ายทำด้วยใช่ไหม” หันมาถามมือก็จัดแยกสิ่งที่เก็บในตู้เย็นกับนอกตู้เย็นไว้คนละกองกัน

“ครับ ต้องไปเลยล่ะ บทจะปรับเมื่อไหร่ก็ได้ต้องไปรอแสตนด์บาย”

“ฟังแล้วเหนื่อยแย่เลยนะ ดูแลตัวเองล่ะ เดี๋ยวจะผอมแห้งเหมือนก้างจนซี่โครงโผล่ไปกว่านี้ แก้มกลมๆจะซูบเอา” แล้วก็ตามด้วยเสียงหัวเราะก่อกวนอีกครั้งพร้อมกับหยิกแก้มอูยองเสียงจนเต็มไม้เต็มมือ  แหมจะปล่อยบรรยากาศให้เขาวาดภาพพระเอกแสนดีออกมาหน่อยไม่ได้เลยนะ หางซาตานโผล่ตลอด อูยองตั้งมั่นละ รอบหน้าเดินผ่านโปรสเตอร์ขายไอศกรีมของนิชคุณที่ร้านสะดวกซื้อใต้หออูยองต้องพกเมจิกไปด้วย ไปวาดเขาแหลม ๆ หางซาตานเพิ่มให้ เป็นการประกาศให้ทุกคนได้รับทราบว่าอย่าไปเชื่อภาพลวงตาที่เห็นเชียว

“ทำไมผมรู้สึกว่าผมจะโดนพี่คุณก่อกวนตลอดเลย ปกติเห็นแสนดีกับทุกคน” อูยองบ่นมุบมิบไม่ดังนักแต่คนตรงหน้าก็ได้ยินแน่ ๆ ถึงได้หัวเราะดังลั่นเสียขนาดนั้น

“อูยองเป็นคนพิเศษของพี่” คือการเป็นคนพิเศษของนิชคุณ คือคนที่ต้องโดนแกล้งสินะครับ โอเค เขาเข้าใจละ ถึงว่าพูดจากวนโอ๊ยกันได้ตลอด

“เอาเลยครับ งั้นเชิญแกล้งผมให้เต็มที่ตามใจพี่คุณต้องการเลย” อูยองว่าประชดไปเสียหนึ่งดอก มือก็คว้าซองขนมมาฉีกกิน

“อาา อูยองยอมเป็นคนพิเศษของพี่แล้วใช่ไหม ขอบคุณนะ” นิชคุณตอบกลับมาอย่างอารมณ์ดี หน้างี้ยิ้มแฉ่งเชียว เดี๋ยวนะ เดี๋ยว ไปเรียนภาษาเกาหลีมาจากไหน รู้จักไหมสิ่งที่เรียกว่าประชดน่ะ

“พี่คุณอ่าาา” ครับ จาง อูยองทำอะไรไม่ได้ครับ ทำได้แค่อังอังใส่ไปเท่านั้น แล้วเขาได้อะไรกลับคืนมา อะไรล่ะครับนอกเสียจากเสียงหัวเราะแบบถูกใจเสียเต็มประดาที่แกล้งเขาได้

“พี่คุณณ”

“โอ๋ ๆ ไม่หัวเราะแล้ว เลิกทำแก้มพองได้แล้ว” ปากว่าอย่างนั้นแต่มือก็จับแก้มอีกละ แถมยังยิ้มเสียจนมีความสุขขนาดนั้นอีก อูยองเอามือลูบแก้มตัวเองเมื่อโดนปล่อยแก้มออก นั่งมองคนตัวโตที่นั่งลงข้างๆ

“แล้ววันนี้พี่ไม่มีงานเหรอครับ” ถามสารทุกข์สุขดิบกันบ้างเดี๋ยวจะหาว่าจาง อูยอง เป็นเด็กไม่น่ารัก เท่าที่จำได้เจอกันแทบทุกครั้งนิชคุณจะมีงานเสมอเลย

นิชคุณพลิกข้อมือดูนาฬิกาที่สวมไว้

“เดี๋ยวอีกชั่วโมงนึงมีถ่ายแบบลงนิตยสารนะ” อูยองฟังแล้วก็กระพริบตาปริบๆ

“อีกชั่วโมงนึง …แล้วพี่เอาเวลาว่างแวะมาหาผมเนี่ยนะครับ ทำไมไม่พักผ่อนล่ะ” อูยองถาม ตาเรียวเต็มไปด้วยความเป็นห่วง

“ก็บอกแล้วไงว่าอยากแวะมาดูเด็กแถวนี้ว่าดื้อหรือเปล่า แล้วก็อยากมาเจออูยองด้วย” คำตอบที่พูดออกมาพร้อมรอยยิ้มแสนอบอุ่นทำเอาอูยองหน้าแดงเขินอาย เม้มปากบางแต่ก็ซ่อนรอยยิ้มหวานเอาไว้ไม่หมด ในที่สุดจึงยิ้มกว้างออกมาให้นิชคุณได้เห็น

“พี่เองก็อย่าทำงานหนักมากนะพี่คุณ เดี๋ยวจะป่วยเอา” ปากอูยองก็เอ่ยบอก มือหยิบขนมส่งให้ป้อนนิชคุณ คนตัวโตมองหน้าคนป้อน มองขนมแล้วก็ก็อ้าปากงับขนมรสอร่อยนั้นตามใจคนป้อนที่ยื่นส่งมาให้

“อูยองเป็นห่วงพี่ด้วย ดีจัง” ใบหน้าหล่อเต็มไปด้วยรอยยิ้มกว้าง

“กลัวพี่มินแจวุ่นวายเหอะ” อูยองนึกอ้างพี่ผู้จัดการของนายแบบหนุ่มที่เจอกันครั้งสองครั้งมาเป็นข้ออ้าง

“โหห ห่วงพี่มินแจกว่าพี่อีกเหรอ อูยอง” คนตรงหน้าทำหน้ามุ่ย เสียงทุ้มโยเย อูยองเองไม่รู้เหมือนกันว่ารู้ได้ยังไงว่าต้องทำอะไรใบหน้าหล่อนี้ถึงจะเป็นรอยยิ้มกว้างอย่างเคย รอยยิ้มใจดีบ้าง เจ้าเล่ห์บ้าง แต่รอยยิ้มจากนิชคุณก็มีผลต่อความรู้สึกอยู่เสมอเลย

“ผมก็เป็นห่วงพี่คุณนะ ดูแลตัวเองดี ๆ นะครับ” อูยองบอกไป แล้วหน้ามุ่ยๆของนิชคุณก็เป็นยิ้มกว้างจริงๆ

“ฟังแล้วชื่นใจจัง” เอ่ยปากบอก มือหนาก็ลูบแก้มนิ่มของอูยอง ขยับตัวเข้ามาใกล้กันอีกนิดฝังจมูกโด่งลงไปบนแก้มเนียน อูยองได้แต่นั่งหน้าแดงเมื่อนิชคุณลุกขึ้น

“พี่ต้องไปแล้ว เดี๋ยวจะไปทำงานสาย อูยองเดี๋ยวพักผ่อนต่อนะ”เสียงทุ้มเต็มไปด้วยความห่วงใย มือหนาลูบผมอูยอง อูยองเงยหน้ามองคนตัวสูง

“ครับ พี่เองก็พักผ่อนเยอะๆนะครับ พี่คุณ” พูดจาน่ารักๆพร้อมยิ้มกว้างส่งให้แบบนี้ นิชคุณถึงได้ยิ้มกริ่มรับทันที

“จ้าน้องอูยอง แล้วเดี๋ยวเจอกันนะ” ก้มลงมาหอมแก้มกันอีกทีก่อนจะเดินออกจากห้องไป อูยองนั่งลูบแก้มตัวเอง ตาเรียวกระพริบปริบๆ เดินตรงไปที่ห้องนอนทิ้งตัวลงบนเตียงทั้งที่ใบหน้ากลมยังคงเต็มไปด้วยรอยยิ้มกว้าง

หัวใจเต้นเร็วแต่ทั้งตัวรู้สึกอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความรู้สึกแบบนี้เป็นตอนที่เจอหน้านิชคุณหรือแม้แต่ตอนที่นิชคุณออกไปจากห้องแล้วอย่างตอนนี้ก็ยังคงเป็นอยู่ เขาเป็นอะไรกันนะ หรือว่าขนมที่นิชคุณเอามาให้จะใส่อะไรไว้

“Rrrrrr” เสียงข้อความพร้อมมือถือที่สั่นทำให้อูยองหยิบขึ้นมาดู รายชื่อคนส่งชัดเจนเต็มสองตาว่า -สามี- อุยองกดเปิดดูทันที

‘พักผ่อนเพิ่มด้วยล่ะ นอนต่อด้วยเดี๋ยวไม่สบาย อ่อ ฝันถึงพี่ได้เต็มที่เลยนะครับอูยอง =]’ ” อูยองอ่านข้อความออกมา

“บ้าใครเขาจะไปฝันถึงเล่า” บ่นพึมพำกับตัวเองแต่ปากตอนนี้ยิ้มหวานจนจะฉีกอยู่แล้ว

อูยองมองโทรศัพท์ กดดูสายโทรเข้าล่าสุด -สามี- ถ้อยคำซุ่มเสี่ยงแบบที่ไม่ควรมาอยู่ในโทรศัพท์ผู้ชายแสนเดอะแมนอย่างเขายังคงปรากฏอยู่ อูยองกดเลือกที่คำสั่งเปลี่ยนชื่อ ช่องว่างเปล่าขึ้นมาให้ใส่ชื่อใหม่

เอาชื่ออะไรดีถึงจะเหมาะกับคนคนนั้น

นางสาวไทย ..ไม่อ่ะดูดีเกินไป
ซาตานคราบเทวดา ..ก็ไม่โอ

อืมมมม เอาชื่อไหนดีนะ  อูยองมองช่องว่างนั้นพองแก้มอีกครั้งแล้วก็กดยกเลิกคำสั่งไป มองคำว่า -สามี- คำเดิมที่ยังอยู่ตรงนั้น คงไม่โทรมาหากันบ่อย ๆ หรอก

อูยองยักไหล่แล้ววางโทรศัพท์ไว้ที่หัวเตียงตามเดิม หลับตาอูม ๆ ที่นอนไม่พอของตัวเองไปตามความต้องการของร่างกายที่ขาดการพักผ่อน แต่ที่น่าแปลกใจคือ ตอนนี้เขารู้สึกสบายใจและรู้สึกดีสุดๆเลยที่วันนี้ได้เจอหน้าของนิชคุณ ได้ถูกก่อกวน ถูกแกล้งและถูกเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต

อูยองจำไม่ได้หรอกว่าการนอนรอบนี้นั้นก็ฝันถึงนิชคุณจริงๆ แถมยังไปโดนแกล้งในฝันต่ออีกต่างหาก
อูยองแน่ใจว่าตัวเองไม่ได้เป็นมาโซคิสนิยมชมชอบการถูกรังแกอะไรแบบนั้น และสิ่งหนึ่งที่อูยองคิดว่าตัวเองแน่ใจว่าจะไม่เป็นเช่นนั้นแต่กลับพลาดไปแล้วอย่างไม่รู้ตัวคือ … ตอนนี้นี้อูยองชักจะเคยชินกับการมีนิชคุณคอยแกล้งตัวเองและอยู่ข้าง ๆ ในชีวิตเสียแล้ว

กว่าจะจะรู้ตัวอีกทีว่าควรจะผลักดันนิชคุณออกไปจากชีวิตอย่างที่ตั้งใจไว้แต่แรก อาจจะสายเกินไปแล้วก็ได้ที่จะขึ้นจากหลุมบ่อหุบเหวลึกที่ชื่อ ..ความรัก

……….

ปาร์ค แจบอมนั่งอ่านรายละเอียดหนังสั้นที่เอาอ๊ค แทคยอน นายแบบในการดูแลของเขาไปเป็นหนึ่งในพระรอง อย่าเรียกตัวประกอบนะครับเคือง ..ซึ่งการที่แทคยอนได้ชิมลางเล่นหนังครั้งแรกนั้นไม่ได้ทำให้แจบอมมีอารมณ์ลัลล้ายินดี อ่านรายละเอียดไป ฮัมเพลงไปด้วยแบบนี้

การที่บทหนังเรื่องนี้อูยองเป็นคนเขียนบทสำหรับการแสดงนั่นก็ไม่ใช่เหตุผลที่แจบอมดีใจอีกเช่นกัน แต่เพื่อไม่ให้ใจร้ายเกินไป การที่อูยองเป็นคนเขียนบทมันก็เป็นส่วนหนึ่งของความยินดีล่ะนะ เห็นน้องเดินตามฝันได้เขาก็ยินดี

และความยินดีสูงสุดของเขานั่นก็คือ เรื่องนี้ ชานซองกับจุนโฮเล่นด้วย ในบทตัวประกอบผู้น่ารัก ซึ่งแน่นอนครับว่า นายแบบมา ผู้จัดการของสองคนนี้ก็ต้องมา

“ฮืม ฮื้ม ฮึม ฮืมมม” แจบอมกระดิกขาฮัมเพลงอย่างเป็นสุขใจเสียที่สุด ยิ่งเห็นวันเวลาถ่ายทำคือ อีกสองวันข้างหน้า สถานที่ที่จะใช้ถ่ายทำอีกห้าวันจนจบเรื่องก็คือทะเลปูซาน บ้านเกิดไอ้คนเขียนบทมันเอง

ทะเล แดดร่ม ลมตก พระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ลง โอ๊ยย มีฉากและบรรยากาศโรแมนซ์เป็นแสน ๆ ที่เขาจะลากพี่มินจุนไปดื่มด่ำด้วยได้

ด้วยความปิติล้นอกกับความเป็นคนดีอย่างยิ่ง แจบอมก็ปิดเล่มเอกสารไปเมื่อศึกษาบทและตารางงานของแทคยอนอย่างดีแล้ว ส่วนบทอื่น ๆ นอกจากนั้นกระทั่งชื่อพระเอกนางเอกแจบอมก็ไม่ได้สนใจ กดอีเมลส่งรายละเอียดของงานที่ต้องทำและสิ่งที่ต้องเตรียมตัวให้แทคยอน ..ที่จริงเขาควรโทรบอกและบรีฟงานให้แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลา แจบอมมีสิ่งสำคัญกว่านั้นอยากจะทำ

คนตัวเล็กหน้าเฉี่ยวนั่งก้มหน้ากดโทรศัพท์ในมืออย่างตั้งใจ ก่อนจะนอนกลิ้งบนเตียงแนบโทรศัพท์ไว้ข้างหูเมื่อปลายสายขานเสียงกลับมาหวานหู

“ฮัลโหล พี่มินจุนเหรอครับ ผมแจบอมนะครับ”

 “เจย์มีอะไรเหรอ” เสียงของพี่มินจุนใจดีน่าฟังเหมือนเคย จนแจบอมยิ้มเสียตาเฉี่ยวนั้นเรียวกลายเป็นสระอิ

“คือว่าผมอ่านรายละเอียดงานถ่ายหนังสั้นที่แทคต้องไปถ่ายกับชานซองแล้วก็จุนโฮน่ะครับ ผมงงนิดหน่อย ไม่รู้ว่าโทรมาถามพี่มินจุนตอนนี้จะกวนหรือเปล่า” แจบอมทำเสียงอ้อนอ่อยเหยื่อสุด ๆ แล้วสิ่งที่ได้กลับมาก็เป็นเสียงหัวเราะเพราะ ๆ แบบเอ็นดู

    “ไม่กวนหรอกตอนนี้พี่ก็นอนกลิ้งอยู่บนเตียงไม่ได้ทำอะไรแล้วล่ะ เจย์สงสัยตรงไหนก็ถามได้เลย” เสร็จโจรครับ แล้วแจบอมก็เอ่ยถามคำถามที่ตอแหลคิดขึ้นมาสด ๆ ร้อน ๆ ถามไป บางอันก็ดูโง่เสียจนเขาอยากกัดลิ้นตัวเองแต่พอเสียงใจดีของพี่มินจุนตอบกลับมาอย่างใจเย็น แจบอมก็ยอมดูโง่ล่ะงานนี้

   “เจย์มีอะไรสงสัยอีกไหม ถามได้เลยนะ” 

“ไม่มีอะไรแล้วล่ะครับ” แจบอมที่คิดคำถามโง่ ๆ ใส่ไปเยอะแยะจนไอคิวแทบลดก็จนปัญญาจะขุดอะไรมาถามยืดเวลาแล้ว แต่ก็ยังไม่คิดจะวางสาย อยากคุยกับพี่มินจุนนาน ๆ

“พี่มินจุนจะนอนหรือยังครับ”

    “อ๋อ ยังหรอก” แล้วก็ตามด้วยเสียงหัวเราะชุดใหญ่ จนแจบอมทำหน้างงว่า คำถามกูตลกตรงไหนหรือครับ แค่ถามว่าจะนอนหรือยัง

 “ฮ่า ฮ่า พี่ชางมินอย่าจั๊กจี้สิผมคุยเรื่องงานอยู่นะครับ” เสียงที่แว่วเข้ามาในสายพร้อมชื่อเจ้าของบริษัทโมเดลลิ่งของพี่มินจุนก็ตอบชัดทุกคำถามที่แจบอมสงสัยได้อย่างดี

 “ก็มินจุนไม่สนพี่เลย พี่นอนอ่อยนายแล้วนะ”

    “ผู้ชายตัวโตอย่าขี้งอนสิครับ หืมม “ ตอนนี้พี่มินจุนคงลูบหน้าตอบ ๆ ฟันยื่น ๆ ของพี่ชางมินอยู่

   “พี่งอนมินจุนแล้ว ไม่จุ๊บไม่หาย”

    “พี่ชางมินอ่าาา” ตอนนี้พี่มินจุนคงหน้าแดงฉ่า

   “ฟอดด” นี่ก็คงเสียงพี่มินจุนหอมแก้มไอ้พี่สี่ตาชางมินตามคำขอ

 “เจย์พี่ขอโทษนะ ว่าไงมีอะไรอีกไหม” พี่มินจุนกลับมาขานเสียงส่งมาอีกครั้ง แต่ตอนนี้แจบอมหมดอารมณ์จะกล่าวสิ่งใด

“ไม่มีอะไรแล้วล่ะครับพี่มินจุน ขอบคุณนะครับ ฝันดีครับ”

 “อ๋อ ฝันดีเหมือนกันนะเจย์”

“ตื้ดดด” แล้วก็กลายเป็นเสียงตื้ดยาว ๆ ต่อด้วยเสียงแซ่ ๆ ของสัญญาณว่างเปล่า

ว่างเปล่าเหมือนหัวใจของเขา

ความปิติยินดีเป็นล้นพ้นเมื่อกี้ไปจนพ้นหมดอกเขาแล้ว ก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่าพี่มินจุนมีใครอยู่ข้างกัน รู้ดีว่ามีพี่ชางมินอยู่ตรงนั้น พี่มินจุนไม่ได้ต้องการปาร์ค แจบอมเลยสักนิด แต่ก็โง่สิ้นดีอยู่ได้

แจบอมทิ้งตัวนอนไปกับเตียงใบหน้างอง้ำหมดอาลัยตายอยากกับชีวิต

“Rrrrrr” ตาเฉี่ยวใช้หางตามองดูโทรศัพท์ที่กำลังสั่นเป็นเจ้าเข้าอยู่ในมือ

-แทคยอน สติออบซอ- คือชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ

“ว่าไงวะ” ถึงจะไม่อยากรับเท่าไหร่แต่ก็ขานเสียงไปอย่างเหนื่อยอ่อน เอาน่ะ อย่างน้อยมีคนคุยด้วยยามที่ความรู้สึกโหวง ๆ แบบนี้ก็ดีกว่าไม่ใช่เหรอ

“เจย์ แทคอ่านรายละเอียดงานกับบทที่ส่งมาแล้วนะ”

“อืม ไม่สงสัยอะไรใช่ไหม”

 “ไม่นะ รายละเอียดในเอกสารชัดเจนดี” อย่างนั้นพี่มินจุนก็คงยิ่งคิดว่ากูนี่โคตรโง่เลยสินะ เขียนไว้อย่างชัดเจนกลับถามอะไรโง่ ๆ ไปเพียบ

 ” วันออกเดินทางจะให้แทคไปรับไหม” 

“อืม ก็เอาสิ” ความจริงแล้วทางกองถ่ายมีรถที่จะพาทีมงานและนักแสดงเดินทางไปปูซานพร้อมกัน แต่เขาไม่ขัดที่แทคยอนจะเอารถไป แม้ตอนแรกจะอยากไปนั่งรถทัวร์คันเดียวกับพี่มินจุนก็เถอะ แต่ถ้ามีพี่ชางมินติดมาด้วยเป็นของซื้อหนึ่งแถมหนึ่งก็ไม่เอาด้วยหรอก สู้ไปกับไอ้แทคสองคนดีกว่า

    “เจย์เป็นอะไรเสียงฟังดูเหนื่อย ๆ” คำถามของแทคยอนทำให้ผมที่หัวใจห่อเหี่ยวอยู่นั้นไม่ได้รู้สึกดีขึ้น แต่มันยิ่งรู้สึกมากกว่าเดิม คือมันปริแตกคล้ายกับกำแพงในใจถูกกะเทาะออก จนยอมให้ความอ่อนแอออกมา ความอ่อนแอที่เขาจะแสดงออกเสมอกับอ๊ค แทคยอนคนเดียว

    “ไม่ ฮึก ไม่ได้เป็นอะไร ฮือ” แล้วก็ได้ยินเสียงตัวเองตอบบแทคยอนไปอย่างสะอึกสะอื้น

นี่กูรองไห้อีกแล้วเหรอ ..เรื่องเดิม คนเดิม และพี่มินจุนก็ไม่ได้สนใจอะไรกูเลยเหมือนเดิม

 “เจย์ เป็นอะไร” แทคยอนถามเสียงเข้มกว่าเดิม ฟังจากเสียงก๊อกแก๊กคงกำลังเดินอยู่

“ก กูไม่ได้เป็นอะไร ..เว้ย” โวยวายให้ดูเข้มแข็งอย่างเคยแต่แม่งโคตรเสแสร้ง ยิ่งกว่าพยายามตอแหลถามคำถามโง่ๆใส่พี่มินจุนอีก

 “เดี๋ยวแทคไปหา อีกสิบห้านาทีเจอกัน”

“มึง ไม่ต้องมา กู..” แล้วเสียงจากปลายสายก็กลายเป็นสัญญาณว่างเปล่าอย่างเดิม แจบอมวางโทรศัพท์แล้วนอนแผ่ไปกับเตียง ตาเฉี่ยวที่มองเพดานเบลอไปมากเพราะมีน้ำตาเคลือบอยู่ยังคงมองไปแบบนั้น

ถ้าแจบอมโง่ที่รักมินจุนอยู่เท่าไหร่ แทคยอนแม่งก็ดื้อมากกว่านั้นพันเท่า

……………………..

“บอกแล้วว่ามึงไม่ต้องมา” แจบอมบอกพร้อมหันหลังเดินกลับเข้าห้องให้นายแบบหนุ่มรูปหล่อปิดประตูให้พร้อมเดินตามเข้ามา แทคยอนวางถุงจากมินิมาร์ท24ชั่วโมงลงบนโต๊ะ มองดูก็เห็นเป็นสุราของมึนเมามียี่ห้อแบบเย็นเฉียบพร้อมเมา รีบขนาดนี้ยังซื้อมาทันเตรียมการดีจริง ๆ

“ไม่มาได้ไง ร้องไห้แบบนี้ จำกฎเจ็ดข้อไม่ได้แล้วเหรอเจย์” แล้วคนตัวโตก็ดึงเอาแจบอมที่พยายามจะเดินหนีอยู่เรื่อยให้หยุดอยู่ตรงหน้า

“มีอะไรบอกแทคได้ รู้ใช่ไหม” แทคยอนย่อตัวจนสูงเท่ากับแจบอม หน้าตาที่ปกติจะดูตลกตอนนี้มองอย่างอ่อนโยน นิ้วโป้งเช็ดแก้มให้แจบอมซ้ำ ๆ จนแน่ใจว่าน้ำตาแห้งสนิท

“ไม่มีอะไรหรอกน่ะ” บอกปัดไปแต่ก็ไม่ได้พยายามจะสลัดตัวออกจากการกอดรัดของอีกฝ่ายอย่างเคย อาจเพราะสถานะ -กิ๊ก- ที่แทคยอนบัญญัติไว้ระหว่างกันก็ได้ที่ทำให้เป็นแบบนี้

“เรื่องพี่มินจุนใช่ไหม” โคตรน่าแปลกแค่เสียงทุ้มถามแบบนั้นแล้วก็ดึงร่างไปกอด

แจบอมก็กอดแทคยอนกลับจนแน่นพร้อมร้องไห้สะอึกสะอื้น เล่าทุกอย่างที่ทำไปวันนี้ เล่าทุกความรู้สึกที่มีต่อพี่มินจุน ทุกความอิจฉาต่อพี่ชางมิน ทั้งหมดทั้งมวลทุกสิ่งทุกอย่างในใจที่แจบอมระบายออกมาพร้อมน้ำตา น้ำตาที่มีแทคยอนคอยรองรับแล้วก็ซับให้เสมอ

“เมิงงง รู้ไหมแทคคคค กูชีวิตเหี้ยมากกก พอรู้ตัวว่าชอบผู้ชาย อึก เสือกชอบผู้ชายที่มีแฟนแล้ว สัด เหี้ยมาก” แจบอมที่ตอนนี้เมาแบบได้ที่สุด ๆ กอดขวดเหล้าดีกรีแรงที่แทคยอนซื้อมาเตรียมไว้ พร้อมเปลี่ยนท่านั่งเป็นขัดสมาธิบนโซฟาตัวเดิม แทคยอนที่ตอนนี้ก็กรึ่ม ๆ เช่นกันเพราะถูกคนตัวเล็กบังคับว่าต้องดื่มเป็นเพื่อน  คงเพราะกลัวจะทำอะไรน่าอายลงไปแล้วแทคยอนเก็บไว้แบล็คเมลมากกว่าถ้าตัวเองเมาคนเดียว

“อืออ กูรู้ กูก็เชี่ย เจย์ กูชอบมึงมากี่ปีรู้ไหม ชอบตั้งแต่มึงบอกมึงเกลียดเกย์กูก็เลยไม่รุก ไม่จีบ แล้ว ตู้ม กลายเป็นโกโก้คั้น มึงมาบอกว่าชอบผู้ชาย เชี่ย กูรู้งี้กูจีบมึงก่อนมึงจะชอบใครแล้ว” แทคยอนเองปกติเห็นสุภาพครับนั่นครับนี่เวลาเมาก็ถ่อยสัด ๆ ไม่แพ้เขาหรอกนะ แทคยอนมันแค่เลือกที่จะไม่พูดตอนปกติก็เท่านั้น

“เแม่ง นี่มันชีวิตคนเชี่ยนี่หว่า ..แทค ชนแก้วโว้ย” ที่จริงต้องเรียกว่าชนขวด แจบอมยื่นขวดเหล้า สีสวยแต่ดีกรีไม่แบ๊ว ๆ เหมือนสีชนกับขวดในมือใหญ่ของแทคยอน

“แกร๊ง” เสียงขวดแก้วกระทบกันพอเป็นพิธีแล้วก็เทของเหลวลงคอไปอีกหลายอึก อย่าว่าแต่ขับรถเลย ตอนนี้เดินไปให้ถึงเตียงแบบไม่คลานอย่างหมาก็ยากเต็มที ดูหลักฐานได้จากขวดเปล่าสองขวดที่ข้างแทคยอน และหนึ่งขวดข้างขาแจบอม

“แทค กูร้องไห้เพราะพี่มินจุนมากี่ครั้งแล้ววะ” พอเช็ดคราบเหล้าที่ติดปากออกพอหมาด ๆ แจบอมก็พูดเรื่องเดิม คืนนี้มีแต่เรื่องนี้นั่นแหละเรื่องที่ติดค้างในใจแจบอมมากจน แหกกฎพานายแบบที่กำลังจะมีงานถ่ายหนังอีกสองวันข้างหน้ามาแดกเหล้าเมาหยำเปพาหน้าโทรมแบบสุด

“หลายครั้งจนบางทีกูนี่อยากจะต่อยหน้าพี่มินจุนสักที” แทคยอนตอบมาเสียงป้อแป้พอกัน แจบอมหลิ่วตามองแล้วโบกมือตบแขนแกร่งไปเสียงดัง

“ห้ามทำพี่มินจุนนะเว้ย” เสียงโวยวายปกป้องจากแจบอม ทั้งที่แทคยอนเมายังรู้สึกโคตรเจ็บ ตาโตจ้องมองคนตัวเล็กตรงหน้าแบบตัดพ้อแล้วยกเหล้าขึ้นดื่มอึก ๆ

“เฮ้ย แทค อย่าแดกเยอะดิ เดี๋ยวมึงหลับไปก่อนกูจะคุยกับใคร” แจบอมดึงมือที่กระดกเหล้าอยู่ แรงไม่เยอะพอจะห้ามได้หรอกแต่แทคยอนก็หยุดดื่มให้อยู่ดี

“เจย์กูน้อยใจว่ะ มึงเคยคิดจะห่วงกูบ้างไหม” ห่วงอย่างที่ห่วงพี่มินจุน …สาบานเลยว่าถ้าไม่เมาแทคยอนไม่พูดได้แบบนี้หรอก
“ห่วงสิ ง่าว มึงคิดว่ากูมาเป็นผู้จัดการมึงต้อย ๆ นี่กูเกลียดมึงเหรอวะ” แจบอมทำหน้ามุ่ย แต่แค่นั้นแทคยอนก็ยิ้มออกมาได้ละ อารมณ์ดีง่ายเป็นบ้าเลย แจบอมมองแล้วก็ยิ้มตาม เพราะแทคยอนมองโลกในแง่ดีเสียจนคนชอบมองโลกแย่ๆ แบบแจบอมยังยิ้มตามได้ ถึงได้ชอบอยู่กับแทคยอน

ที่จริงก็อยู่กับแทคยอนตลอดเวลาจนแทบไม่รู้แล้วว่าเวลาอื่น ๆ นอกจากนั้นมันเป็นยังไง

สายตาของเขาพยายามมองจับจ้องไปที่พี่มินจุน คนที่ชอบมาตลอดแล้วก็คาดหวังสร้างความคิดอะไรไว้เองมากมายว่าถ้าได้อยู่ ได้ลองคบกับคนที่ชอบและตัวเองสู้อุตส่าห์อ่อยมาแสนนานจะเป็นยังไง ทั้งหมดนั่นมีแต่ความคิดล้วน ๆ ตั้งแต่คิดว่าถ้าได้เป็นแฟนกับพี่มินจุนคงโคตรดีอย่างนั้นอย่างนี้ จนยิ่งอยากให้พี่มินจุนเลิกกับพี่ชางมินมาหาตัวเอง (แต่ก็ไม่เคยแสดงออกให้พี่เขารู้สักทีว่าตัวเองชอบ) หรือแม้แต่เรื่องที่ว่าตัวเขาชอบพี่มินจุนมากแค่ไหน มานานเท่าไหร่

ทั้งหมดนั่นก็มีแต่ความคิดล้วน ๆ …ความคิดที่เขาเอาแต่มองไปที่มันจนลืมความจริง ว่าข้างกายยังคงมีคนคนนึงที่คอยอยู่เคียงข้างเขามาเสมอ คนที่ชื่ออ๊ค แทคยอน คนที่อยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้

“แทค มึงเลิกเป็นกิ๊กกับกูเถอะ” เป็นประโยคชวนเงิบที่แทคยอนฟังแล้วแทบสร่างเมายิ่งคนพูดพูดนิ่ง ๆ แบบนั้นยิ่งแล้วใหญ่

“ห๊ะ ทำไมล่ะ ทำไมล่ะเจย์” แทคยอนถามโยเยจะร้องไห้แล้วนะ มือที่ถือขวดเหล้าไว้โยกไปมาเสียจนเหล้าแทบหกเปื้อนโซฟา ดีนะเกือบหมดขวดแล้ว

“กูจะพยายามเลื่อนสถานะให้มึง” ประโยคต่อมาจากแจบอมที่ยกขวดเหล่าจรดปากตัวเองอีกครั้งก็พาให้แทคยอนเงิบกว่าเก่า

“เจย์ พูดจริง..”ตอนนี้แทคยอนกำลังสงสัยตัวเองว่าหูเพี้ยน หรือสมองแปลความหมายผิด เพราะเมามากหรือเปล่านะ

“อืม กูพูดจริง กูไม่รู้ว่ามันต้องอะไรยังไง แต่ข้อแปด ข้อแปดที่มึงบอก กูจะทำมันว่ะ กูจะเลิกชอบพี่มินจุนแล้วว่ะ กูจะพยายามเลิกชอบสักที กูชอบให้ตายพี่มินจุนเขาก็ไม่ชอบกูอยู่ดี กูคลั่งพี่เขาแค่ไหน ในสายตาพี่เขาก็มีแค่พี่ชางมินอยู่ดี” แจบอมทำปากเบะเมื่อพูดถึงตรงนี้ ตาเฉี่ยวตวัดขึ้นจ้องมองแทคยอนที่นั่งหน้าเหรอหราอยู่ตรงหน้า

“แทค มึงต้องรับผิดชอบความรักและความรู้สึกที่เหลือของกูด้วย นอกจากพ่อแม่ กูคิดว่ารองจากพี่มินจุน กูก็รักมึงที่สุดแล้ว และกูจะรักมึงมากกว่าใคร ถ้ามึงน่ารักและอยู่ข้าง ๆ กูแบบนี้ต่อไป” คำพูดของแจบอมที่โพล่ง ออกมาทั้งหมด แน่นอนว่าถ้าไม่เมาก็คงไม่พูด แต่นั่นแหละแทคยอนไม่ได้สนใจอะไรทั้งนั้นแล้วนอกจากประโยคนึงที่ดังอยู่ในหัว

-กูรักมึง-

-กู คือ เจย์ มึง คือแทค-

-กูรักมึง เจย์รักแทค-

-เจย์รักแทค-

“เจย์รักแทค” แทคยอนพึมพำแล้วล้มตึงนอนไปตามยาวกับโซฟา แจบอมที่เห็นสภาพแบบนั้นของแทคยอนก็หัวเราะคิก มือเล็กดึงขวดเหล้าในมือแทคยอนวางบนโต๊ะ จับขายาวให้ขึ้นมาวางพาดตามความยาวของโซฟาจนปลายเท้าเกยอยู่บนขอบอีกด้านของโซฟา แล้วตัวเองก็คลานไปบนตัวแทคยอนก่อนที่จะนอนกอดไปกับตัวโตอบอุ่นนั้นเต็ม ๆ …แน่นอนว่าไม่เมาคงไม่ทำ

“ฝานดี แทคคค” แจบอมพูดเสียงครางยาวแล้วหลับตานอนไปโดยมีแทคยอนเป็นหมอนและที่นอนให้แก่ตนเอง

แทคยอนที่ตอนนี้หมดสติไปแล้วตั้งแต่คำพูด ไม่ต้องนับการถูกนอนกอดซบจากแจบอมแบบที่เคยได้แต่ฝันถึงมาตลอดที่กำลังเกิดขึ้นจริงอยู่ตอนนี้

ถ้าเป็นฝันก็ขออย่าให้ต้องตื่นเลย แทคยอนขอร้อง
-ปาร์ค แจบอม ชนะน็อค
อ๊ค แทคยอนร่วงลงไปแล้ว …ด้วยความเต็มใจ-
.
.
.
TBC
มาแล้วจ้าตอนเก้า ตอนหน้าเขาจะเที่ยวทะเลกันล่ะทุกคน ฮิ้ว ฮิ้ววว

รวมเล่มพร้อมส่งยังเหลือเล่มสองเล่มไปกดดูได้สั่งได้ค่ะ

เมนต์ให้เค้าน๊า เมนต์น๊าาา

Advertisements

3 คิดบน “(FIC-CNN/KW/FT.TJ-KIM)DANGEROUS LOVER !!SLAP ME BABY #9

  1. เคยเจอกันที่ไทยแล่วสินะ ตอนเป็นเด็ก รักกันแต่เด็กเลย หรือจริงๆแล้วรักครั้งแรกของอูยองคือพี่คุณ อ๊ายยย รักคุณเข้าแล้ว แต่ก็แอบกลัวพี่คุณดูร้ายๆเนอะ 555

  2. bbm

    พี่คุณน่ารักกกก ด้งก็น่ารัก หวานกันจังนะ ด้งเริ่มแสดงออกละ อิอิ ,, เจย์หันมามองแทคเหอะ ปล่อยพี่คิมไปน่ะดีแล้ว มารักคนที่รักเราดีกว่า >.<

Leave a Comment

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s