fic- Dangerous Lover !!Slap me beby~ ร้ายกว่านี้มีอีกไหม #14 #channuneo #khunwoo #taecjay #junK

Title: [FIC] ~Dangerous Lover !!Slap me beby~ ร้ายกว่านี้มีอีกไหม
Chapter: 14 สิ่งที่สำคัญและสิ่งที่จำเป็น
Author: LoveMe
Paring: Chansung x Junho / Khun x Woo / Taec x jae/ Jun.K
Rate: (PG-13) – (NC-15)
talk:
-ถ้อย คำ หยาบคาย ในเรื่องนี้มีมากนัก ภาษาพ่อขุนและสัตว์สงวนวิ่งพล่านดุจสวนสัตว์ ขออภัยมานะที่นี้
-เป็นแค่ฟิคเท่านั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวกับเรื่องจริงหรือใดๆทั้งสิ้น แค่ฟิค อ่านๆไปเถอะ อย่าหวังมาก อย่าคิดมากนะ
บอกแล้วไงว่าจะมาลงเรื่อยๆเป็นระยะๆ ยังไงก็เมนต์ให้เค้าบ้างนะ มีเมนต์ให้อ่านเรื่อยๆ เค้าก็มีฟิคให้อ่านเรื่อยๆเหมือนกัน ^^
– มีรวมเล่มให้จองละนะเรื่องนี้  อิอิ

[Pre-order] รวมเล่มฟิคDangerous Lover !!Slap me beby~ ร้ายกว่านี้มีอีกไหม
 #ChanNuneo #KhunWoo  #TaecJay #Jun.K [เปิดพรีฟิครั่วๆแสบๆเรื่องนี้ถึง 12/1/58จ้า]

14 สิ่งที่สำคัญและสิ่งที่จำเป็น
       
    วันนี้เป็นเช้าวันสุดท้ายของการถ่ายทำ การถ่ายทำในส่วนของนิชคุณ เจีย และซูจีนั้นเสร็จหมดแล้วตั้งแต่เมื่อวาน ส่วนฉากของแทคยอน ฮยอนอา ชานซอง จุนโฮ กับฉากที่ต้องถ่ายรวมทั้งเจ็ดคนก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว วันนี้การถ่ายทำนั้นมีเพียงการถ่ายเก็บบ้างฉากที่พี่ชางไดเห็นว่ายังไม่โอเคเท่านั้น  จากที่อูยองได้ฟังที่คนในกองถ่ายพูดกันนั้นเรื่องปาปารัสซี่บุกกองถ่ายเมื่อวันก่อนดูเหมือนจะไม่มีใครรู้เรื่องมากนัก ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่ดีแล้วล่ะ วันที่ผ่านมาไม่มีอะไรเกิดจนน่าแปลกใจ 

    “นี่ๆ จุนโฮ ฮยอนอาไม่ได้มาป่วนอะไรนายอีกเลยเหรอ” อูยองแอบถามจุนโฮที่กำลังนั่งท่องบทเพื่อรอเข้าฉาก ตาเรียวจ้องไปที่ฮยอนอาที่กำลังเล่นฉากเดิมกับที่เล่นกับจุนโฮวันแรก เพียงแต่ว่าคราวนี้เล่นกับพี่แทคอยู่

    “ไม่มีนะ นอกจากวันแรกๆที่มาโรคจิตใส่ฉันก็ไม่มีอะไรแล้ว ถามชานซองชานซองก็บอกว่าฮยอนอาไม่ได้มายุ่งอะไร ที่จริงตอนนี้ฉันก็ไม่ว่างจะสนใจยัยนั่นหรอก สนใจบทนี่มากกว่า” จุนโฮตอบแล้วก็นั่งท่องบทต่อ อูยองพยักหน้า คงไม่มีอะไรจริงๆ นั่นแหละมั้ง

    “อูยอง” เจ้าของเสียงเอ่ยเรียกพร้อมกับยื่นกระป๋องเครื่องดื่มมาให้

    “ตื่นแล้วเหรอครับ วันนี้มีถ่ายแค่ตอนเย็นเอง ทำไมไม่พักเยอะๆล่ะครับพี่คุณ” อูยองอมยิ้มถามมือก็รับกระป๋องเครื่องดื่มมา นิชคุณนั่งลงข้างๆ    อูยอง

    “นอนพอแล้วล่ะ อยากมาดูอูยองมากกว่า” ถึงบอกแบบนั้นแต่นิชคุณก็แอบหาวจะไม่ให้เหนื่อยได้ไงล่ะ เมื่อวานพี่ชางได นึกคึกอะไรไม่รู้เล่นถ่ายฉากของพระเอกนางเอกเพื่อนนางเอกรวดเดียวตั้งแต่เที่ยงวันจนถึงเช้าวันใหม่เลย นิชคุณพึ่งได้ไปนอนเมื่อตอนหกโมงเช้านี่เอง ตอนนี้ก็พึ่งสิบเอ็ดโมงไม่รู้จะรีบตื่นทำไม 

    “ไปนอนเถอะครับ พี่คุณเดี๋ยวหน้าโทรมนะ” อูยองแตะแก้มของนิชคุณตาเรียวจ้องตอนบอกอย่างเป็นห่วง นิชคุณหัวเราะเล็กน้อยยิ้มกว้างให้อูยอง

    “ไม่เป็นไรหรอกพี่หล่อ” แต่คำตอบของนิชคุณนี่สิทำให้อูยองพองแก้มใส่อย่างหมั่นไส้ก็เลยโดนคนมือไวบีบซะจนต้องปล่อยมือจากหน้าหล่อๆนั่นมาลูบแก้มตัวเอง

     “พี่คุณแกล้งผมอ่ะ”

    “เวลาอูยองโดนแกล้งน่ารักดีนี่นา” ฟังแล้วอูยองก็ยื่นปากใส่ให้อีกที

    “ไปนอนเลยครับ ไปพักเลยด้วย เดี๋ยวพี่มินแจดุนะ” อูยองบอก แล้วคนหน้าหล่อก็ทำหน้าอ้อนกลับบ้าง อูยองมอง ก่อนจะตัดสินใจเข้าไปใกล้ๆ แล้วกระซิบบางอย่าง ที่นิชคุณฟังแล้วตาโตหันมามองหน้า

    “จริงเหรอ” ถามด้วยสายตาเจ้าเล่ห์

    “อื้อ” อูยองที่ตอนนี้หน้าแดงพยักหน้าและครางย้ำซ้ำ นิชคุณฉีกยิ้มกว้างออกมาทันที

    “โอเคงั้นพี่จะไปพักผ่อนให้สดชื่นเต็มที่รออูยองนะ” มือหนาบีบแก้มนิ่มอีกทีก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินกลับไปนอนแต่โดยดี อูยองนั่งทึ้งหัวตัวเองด้วยหน้าที่แดงเห่อ

    “นายกับพี่นิชคุณดูสนิทกันจัง” คำถามที่โพล่งออกมาจากควอนทำให้อูยองสะดุ้งเฮือกหันไปมอง

    “อ่ะ เอ่อ พี่เขาเป็นเพื่อนพี่ฉันน่ะ ไม่มีอะไรหรอก” อูยองตอบอย่างแถจนสีข้างถลอกออกไป ควอนพยักหน้ารับอย่างไม่ติดใจอะไรล่ะมั้งนะ

     “นายกับพี่คุณไม่ได้เป็นอะไรที่มันลึกซึ้งกว่านั้นต่อกันก็ดีแล้วล่ะ อูยองนายเนี่ยเป็นคนน่ารักนะ ขนาดฉันยังคิดแบบนั้นเลย แล้วคือแบบถ้านายกับนายแบบดังๆแบบนั้นเป็นอะไรๆกันเนี่ย ซวยแน่ๆเลยล่ะ ในประเทศนี้ผู้ชายสองคนจะรักกันมันยากมากเลยนะ ยิ่งถ้าเป็นคนดังอย่างพี่คุณอีก ผู้ชายกับผู้ชายจะอยู่กันอย่างมีความสุขง่ายๆ เป็นไปไม่ได้หรอก” ควอนเอ่ยบอกไว้แค่นั้นก่อนจะเดินจากไป ทิ้งอูยองเอาไว้เพียงลำพัง

…….
    “แทคนี่เล่นละครเก่งนะ พี่ว่าอีกไม่นานแทคต้องผันตัวเป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียงแน่ๆ ” เสียงของพี่มินจุนเอ่ยชื่นชมแทคยอนให้แจบอมที่ยืนอยู่ข้างๆ ฟัง แจบอมหันไปมองหน้าของมินจุนที่ฉีกยิ้มกว้างดูน่ารักใจดีอย่างเคย

    “ครับ หมอนี่เวลาตั้งใจทำอะไรดีมากๆ เลย” แจบอมบอกตาเฉี่ยวจ้องมองที่แทคยอนที่กำลังต่อบทอยู่กับฮยอนอาอย่างสมบทบาทและเข้าถึงอารมณ์ น่าสงสัยนักแจบอมรู้สึกเช่นนั้น ตอนนี้เขารู้สึกกับมินจุนแปลกๆ มันแปลกตรงที่เขาไม่ได้ไม่ชอบและก็ไม่ได้ชอบพี่มินจุนมากเท่าเดิมอีกแล้ว เพียงแค่สองสามวันที่เขาลองจัดการความรู้สึกตัวเองจริงจัง มันสร้างความแปลกๆให้แจบอมมาก เพราะตอนนี้แจบอมไม่รู้จริงๆว่าตัวเองรู้สึกกับมินจุนยังไงบ้าง

    มันแปลกๆ และไม่ค่อยแน่ใจนัก

    “เจย์ พี่มีอะไรจะบอกเจย์” มินจุนเอ่ยขึ้นมา น้ำเสียงน่าฟังเรียกให้แจบอมหันไปมอง

    “ครับ พี่มินจุน”

    “คือเจย์รู้ใช่ไหมว่าสัญญาของชานซองกับจุนโฮที่เซ็นเอาไว้กับบริษัทพี่อีกไม่ถึงเดือนก็กำลังหมดแล้ว และในช่วงต่อสัญญาน่ะ” มินจุนอ้อมแอ้มเสียงเบาลง

    “ครับผมรู้ ทำไมครับ พี่มินจุน” แจบอมทำหน้าสงสัยเพราะสีหน้าของมินจุนดูลำบากใจพอสมควร

    “คือพี่รู้ว่าเจย์ เป็นผู้จัดการอิสระ แล้วก็ดูแลแค่แทคคนเดียว ไม่มีต้นสังกัดอะไร แต่คือเจย์สนใจจะมาทำงานบริษัทโมลเดลลิ่งของพี่ชางมินไหม”

    “ทำไมครับ พี่มินจุนพูดเหมือนว่าอยากให้ผมไปดูแลชานซองกับจุนโฮแทนเลย” แจบอมลองหยั่งเชิงถามและยอมรับว่าตกใจเหมือนกันที่พี่มินจุนพยักหน้ารับคำถาม

    “ใช่ พี่จะไม่ได้ดูแลชานซองกับจุนโฮต่อแล้วในการต่อสัญญาครั้งหน้า พี่เลยอยากให้เจย์เป็นคนดูแลชานซองกับจุนโฮต่อให้หน่อยนะ” พี่มินจุนตอบพร้อมระบายยิ้มกว้าง

    “พี่มินจุนจะไปไหนเหรอครับ”

    “แอลเอ คือว่า พี่ชางมินเขาขอพี่แต่งงาน พี่ตอบตกลงไปแล้ว ก็เลยจะไปอยู่แอลเอกับพี่ชางมิน ส่วนงานทางนี้พี่ชางมินเขาก็จะให้น้องชายมาดูแลต่อให้น่ะ” คำตอบของพี่มินจุนทำให้แจบอมได้แต่นิ่งเงียบ ผ่านไปพักใหญ่ทีเดียวกว่าที่แจบอมจะเงยหน้าขึ้นมามองพี่มินจุนเพื่อเอ่ยถาม

    “แล้วพี่มินจุนจะไปแอลเอเมื่อไหร่เหรอครับ”

    “อีกสามเดือนน่ะ”
……….
    แจบอมยังคงนั่งนิ่งๆ อยู่ข้างๆฉากถ่ายหนังไปจนมาถึงฉากสุดท้ายที่กำลังถ่ายอยู่ตอนนี้ แม้การถ่ายหนังจะย้ายฉากไปตรงนู้นตรงนี้และแจบอมก็เดินตามไปสถานที่ถ่ายทำใหม่อยู่เรื่อยๆ แต่ถึงอย่างนั้นแจบอมก็เดินล่องลอยตามไปเหมือนร่างไร้วิญญาณ ราวกับสติทั้งหมดกำลังใช้เพื่อคิดและพิจารณาอะไรมากมายอยู่ในหัว

    “เจย์”

    “เจย์!!”

    “เจย์จ๋า!!” คราวนี้เรียกด้วยเสียงสุดอ้อน แถมยังสะกิดแรงๆ ให้ด้วยอีกที 

    “หือ” แจบอมครางหือในคอหันมามองหน้าคนเรียก ก็เห็นนายแบบในความดูแลของต้นเองกำลังทำตาโตมองมาที่ตัวเอง แทคยอนกระพริบตาแบ๊วๆ มองหน้าแจบอม

    “เจย์เป็นอะไรใจลอย” แทคยอนถามด้วยความเป็นห่วง

    “เฮ้ย ฉันไม่ได้ใจลอย แทคแกเอาอะไรมาพูดวะ” แล้วแจบอมก็ปฏิเสธหน้าตาเฉย

    “ไม่ใจลอยได้ไง เขาถ่ายฉากสุดท้ายเสร็จเลิกกองเมื่อกี้ เฮอย่างดัง เจย์นั่งนิ่ง ตอนนี้ทีมงานเก็บของเดินกลับไปรอเตรียมตัวไปงานเลี้ยงฉลองถ่ายทำเสร็จ เจย์ก็ยังนั่งนิ่ง เมื่อกี้แทคมาเรียกเจย์ เจย์ก็นั่งเฉยไม่หือไม่อือ” แทคยอนบอกมือหนาก็จับหัวไหล่เจย์เอาไว้ไม่ให้หลบหน้าหลบตากันได้ ตาโตทรงอัลมอนด์จ้องตาเรียวเฉี่ยวของแจบอม

    “เจย์เป็นอะไรบอกแทคได้นะ” แทคยอนบอกออกมาอย่างหล่อโคตรๆ เหมือนพระรองในซีรีย์ แถมครั้งนี้แจบอมดันฟังแล้วรู้สึกอบอุ่นหัวใจไปทั้งดวงเหมือนพวกสาวน้อยโลกงดงามอีก

    “คือ ..” เจย์ก้มหน้าอ้อมแอ้มตอบแค่นั้นก่อนจะลุกขึ้น

    “นายไปอาบน้ำแต่งตัวก่อนละกัน เดี๋ยวเจอกันที่งานเลี้ยงจะเล่าให้ฟัง ฉันยังคิดไม่ตกเลย” แล้วก็เดินจากไป แต่ไม่ได้เดินไปไหนเพราะว่าโดนแทคยอนรั้งแขนเอาไว้ ก่อนจะออกแรงดึงจนแจบอมกลับมานั่งที่เดิม

    “บอกตอนนี้เลย คิดอะไรอยู่ก็บอกมาเลยเจย์” แทคยอนทำเสียงและหน้าตาจริงจังอย่างแปลกตา แจบอมยกมือเกาขมับตัวเองแกรกๆ เอ่อ  จะแกล้งเฉไฉแล้วหนีไปคิดอะไรต่ออีกพักนึงนี่ไม่ได้สินะ 

    “บอกแทคมาเจย์” แหน่ะ แทคยอนรู้จักทำเสียงเข้มใส่เขาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย

    “ก็คือ ฉันกำลังคิดอะไรๆ อยู่น่ะ มันค่อนข้างสำคัญเลยคิดหนัก” แจบอมตอบพึมพำ แทคยอนกระแอมในลำคอเป็นการกดดัน แจบอมทำหน้ามุ่ยแบบที่ดูน่ารักชะมัด ถอนหายใจหนึ่งเฮือกแล้วก็เริ่มอธิบายตามความต้องการแทคยอน

    “ก็คือ.. พี่มินจุนเขามาขอให้ฉันไปดูแลชานซองกับจุนโฮให้ในการต่อสัญญาฉบับต่อไป แล้วแกเข้าใจป่ะว่า ชานซองกับจุนโฮอยู่ในสังกัดพี่ชางมิน แต่แกกับฉันอยู่กันแค่สองคนเราไม่มีต้นสังกัด ทำให้ไม่ต้องมีส่วนหารมากนัก แต่ถ้าฉันไปดูแลสองคนนั้นให้ตามพี่มินจุนขอ แล้วนายล่ะแทค นายจะต้องเข้าสังกัดของพี่ชางมินหรือเปล่า แล้วถ้าเข้าไปจะรับงานได้มากขึ้นไหม คุ้มกับส่วนหารที่เพิ่มขึ้นหรือเปล่า แล้วถ้าฉันต้องดูแลอีกสองคนเพิ่ม แล้วนายล่ะฉันจะดูแลนายได้ดีเท่าเดิมไหม แล้วถ้าฉันไม่เอานายเข้าสังกัดพี่ชางมิน แต่ฉันไปดูแลชานซองกับจุนโฮให้จะได้ไหม หรือว่าฉันจะไม่ไปดูแลเด็กสองคนนั่น แล้วใครจะมาดูแลล่ะ โอ๊ยยย นายเห็นไหมสิ่งที่ฉันคิดมันเยอะขนาดไหนเนี่ย ฉันกำลังคิดเปรียบเทียบความคุ้มค่าของนายอยู่ คิดไม่ตกเลย ” แจบอมบ่นออกมายาวพรืด ถอนหายใจยาวๆ หนักๆ ปลายประโยคเหมือนวิญญาณออกจากร่างและหมดพลังลงทันทีที่เล่าจบ แทคยอนขมวดคิ้ว จับคาง กระพริบตาแอ๊บแบ๋วสองครั้งมองหน้าแจบอมที่ทำหน้าติดมุ่ยๆ อยู่

    “แล้วทำไมพี่มินจุนให้นายมาดูแลชานซองกับจุนโฮแทนล่ะ พี่เขาจะไปไหน”

    “พี่มินจุนจะแต่งงานกับพี่ชางมิน แล้วอีกสามเดือนก็จะไปอยู่ที่แอลเอด้วยกัน” แจบอมบออกออกมาเสียงเรียบ พร้อมยักไหล่ให้อีกหนึ่งที

    “เฮ้ย จริงเหรอ นายโอเคไหมเจย์” แทคยอนถามเสียงหลงด้วยความเป็นห่วงมือหนาจับตามตัวของแจบอม คนตัวเล็กที่โดนจับ โดนบีบยักไหล่แล้วเอ่ยตอบ

    “ฉันก็ยังโอเคนะ คือเอาเข้าจริงๆ มันก็ไม่ได้เจ็บที่ฉันคิดไว้ ไม่รู้สิเหมือนฉันตัดใจแล้วอ่ะแทค มันเป็นตกใจ หน่วงๆ นิดหน่อย แต่ไม่ได้เสียใจเท่าไหร่ว่ะ ก็แปลกดีถ้าเป็นเมื่อก่อนที่ฉันคิดไว้ฉันคงร้องไห้เดินลงทะเลตายไปแล้ว แต่ครั้งนี้มันแบบ ตื้อๆ งงๆ แล้วก็โอเค๊ แค่เนี๊ยะว่ะ แทค” แจบอธิบายยาวยืดเพื่อให้คนฟังสบายใจแล้วเลิกทำหน้ายุ่งอย่างเป็นห่วงแบบนั้นเสียที

    “ถ้านายโอเค แล้วที่นายเครียดล่ะเจย์”

    “โว๊ะ ไอ้แทคนี่ ฉันสาธยายเรื่องที่ฉันเครียดให้แกฟังอย่างยาวเหยียดจนน้ำลายแทบแห้งเป็นโอเอซิสหมดอายุ แกยังไม่เข้าใจอีกเหรอวะว่าฉันกำลังเครียดและคิดมากเรื่องอะไร” แจบอมฟาดเพี๊ยะที่หัวไหล่แทคยอนหนึ่งทีแล้วก็บ่นใส่ดังๆ ด้วยความหงุดหงิด 

    “เจย์กังวลเรื่องแทคเหรอ” แทคยอนเอ่ยปากถามต่ออย่างไม่กล้าพูดออกไปชัดๆนัก เหมือนยังไม่มั่นใจเท่าไหร่

    “เออน่ะสิ” แจบอมถอนหายใจยาวๆตามที่พูด รู้สึกเหนื่อยๆขึ้นมาเล็กๆ เหมือนพยายามจะคุยกับเด็กอนุบาลตัวน้อยที่งงกับชีวิต

    “คือ พี่มินจุนจะแต่งงาน แต่สิ่งที่เจย์กังวลคือเรื่องงาน คือเรื่องที่ว่าแทคจะได้จะเสียผลประโยชน์อะไรบ้างไหม ที่เครียดที่คิดมาทั้งวันก็เรื่องนี้ ที่คิดอยู่ตลอดก็คือเรื่องของแทคงั้นเหรอ” 

    “ก็เออสิวะ” แจบอมกรอกตาใส่ ก่อนจะสะดุ้งโหยงเมื่อถูกแทคยอนดึงตัวเข้าไปกอดเสียจนแน่น

    “แทค แทคเป็นไร ..เดี๋ยวใครเห็น” แจบอมอ้ำอึ้ง ประหม่ามากอย่างไม่ควรที่ถูกแทคยอนกอดแล้วจะเขินอายขนาดนี้

    “ช่างเขา เห็นไปก็ช่างคนอื่นเถอะ ตอนนี้แทคดีใจว่ะเจย์ ดีใจโคตรๆ ” แทคยอนกระชับกอดแจบอมไว้ในอ้อมแขนแน่นขึ้น แจบอมทำได้แค่นิ่งเงียบฟัง หน้าขึ้นสีแดงเรื่อมากขึ้นทุกที แขนทั้งสองข้างก็กอดตอบแทคยอนไว้หลวมๆ 

    “แทคดีใจว่ะเจย์ ที่เป็นคนในความคิดเจย์ เป็นคนแรกเป็นเรื่องแรก เป็นเรื่องที่เจย์กำลังคิดถึงตลอดเวลา เป็นคนที่เจย์กังวลถึง แค่นี้แทคก็โคตรดีใจแล้ว เจย์ไม่ต้องรักแทคมากก็ได้ แค่คิดถึงแทคเสมอแบบนี้ก็พอ” แจบอมฟังคำพูดออกแทคยอนแล้วหน้าแดงกว่าเก่า จนต้องก้มหน้างุดๆ ไปกับหัวไหล่ของแทคยอน

    “แกก็อยู่ในความคิดฉันตลอดนั่นแหละแทค ยิ่งตอนนี้ฉันจะไม่คิดถึงใครอีก มันก็เลยยิ่งมีแต่แกในความคิดฉันก็เท่านั้นเอง” แจบอมตอบเสียงไม่ดังนักแต่แทคยอนก็ยังได้ยินชัดเจน

    “แค่นี้ก็พอแล้วเจย์ พอแล้วสำหรับแทค” แทคยอนพึมพำอย่างรู้สึกดีมากๆ  แจบอมหัวเราะแล้วก็คิดอยู่ในใจตัวเองคนเดียว

    แค่นี่แทคยอนก็ดีใจเท่านี้แล้ว ถ้าเกิดว่าเขาบอกว่ารักขึ้นมา รักแทคยอน แค่นั้นไม่มีอะไรอื่นอีก แทคยอนไม่เป็นลมไปเลยเหรอไง เพราะฉะนนั้นกันไม่ให้แทคยอนเป็นลมไปริมทะเลปูซานเขาจะยังไม่บอกละกัน รอไปก่อนเรื่อยๆ คงไม่เป็นไร

    เพราะไม่บอกเขาทั้งคู่ก็รู้อยู่แล้วว่าเรากำลังรักกัน

    “นายไม่ใช่คนโง่ใช่ป่ะ ฉันรู้แทคยอน” แจบอมพึมพำบอกด้วยรอยยิ้มของตัวเอง รอยยิ้มที่แทคยอนไม่ได้เห็นเพราะมันซ่อนอยู่ในอ้อมกอดของเจ้าตัวเอง

    “เห๊ เหหหห อะไรเหรอเจย์ อะไรอ่ะ” แทคยอนถามเสียงสงสัยตกใจ พยายามดันแจบอมออกมาเพื่อดูสีหน้าว่าคิดยังไงกันแน่ แต่แจบอมก็หัวเราะคิกคัก ไม่ยอมออกจากอ้อมกอดของแทคยอน ยังคงกอดแทคยอนเอาไว้ แบบที่แทคยอนเองในที่สุดก็ไม่ปฏิเสธแล้วก็กอดกันต่อแบบนั้น แม้แทคยอนกำลังสงสัยมากขึ้นมากขึ้นก็เถอะ

    “ฮ่า ฮ่า แทคเอ๊ยแทค” รักนะ แมวโง่ของปาร์ค แจบอม

……….
    อูยองเดินไปตามทางของโรงแรมเพื่อตรงไปที่ห้องพักของตนเอง ห้องพักที่นิชคุณคงกำลังพักผ่อนอยู่ นิชคุณพระเอกของหนังเรื่องแรกที่เขาได้เขียนบท ในฐานะคนสำคัญของหนังเรื่องนี้ทั้งคู่ เขาจึงมีหน้าที่มาตามนิชคุณลงไปในงานเลี้ยงด้วยกัน

    อูยองหยิบกุญแจห้องขึ้นมา จ้องมองมันก่อนถอนหายใจเฮือกยาว ตอนนี้ความคิดเขามันเหมือนมีตะกอนหนักๆ มากลิ้งอยู่ มันไม่แจ่มใสเอาเสียเลย 

    อูยองไขกุญแจแล้วเดินเข้าไปในห้อง ตอนนี้นิชคุณไม่ได้นอนอยู่บนเตียงอย่างเคย แต่รองเท้ายังคงวางอยู่ อาจจะอยู่ในห้องน้ำก็ได้ อูยองวางสัมภาระของตัวเองลงบนเตียง เตรียมหยิบอุปกรณ์และชุดไว้สำหรับรออาบน้ำวางไว้อย่างเป็นระเบียบ ก่อนจะเดินไปนั่งบนที่นอนตัวเองแล้วลูบคลำลงไปตรงที่ๆ นิชคุณนอน  นิชคุณดึงเตียงเดี่ยวทั้งสองตัวในห้องนี้ในมาติดันและเราก็นอนข้างๆ กันมาตลอดหลายคืน 

    ขณะที่นิ่งคิดเสียงของควอนก็เหมือนกลับเข้ามาในหัวอีกครั้ง

    “แล้วคือแบบถ้านายกับนายแบบดังๆแบบนั้นเป็นอะไรๆกันเนี่ย ซวยแน่ๆเลยล่ะ ในประเทศนี้ผู้ชายสองคนจะรักกันมันยากมากเลยนะ ยิ่งถ้าเป็นคนดังอย่างพี่คุณอีก ผู้ชายกับผู้ชายจะอยู่กันอย่างมีความสุขง่ายๆ เป็นไปไม่ได้หรอก”

    ใช่แล้วล่ะ ซวยแน่ๆ และคนที่จะซวยกว่าใครก็คือนิชคุณ คนที่ยืนอยู่ในแสงไฟ คนที่ต้องลำบากมากแน่ๆ หากมีข่าวกับผู้ชายด้วยกัน

    “ลูบเตียงทำไม ในเมื่อคนนั่งอยู่ตรงนี้พร้อมให้ลูบเสมอ” เสียงทุ้มดังขึ้นมากอย่างหยอกล้อพร้อมอ้อมกอดที่เข้าจู่โจมจากข้างหลัง อูยองหันไปมองหน้านิชคุณ ดวงตาเรียวนั้นจ้องมองดวงตาโตที่เป็นประกายของนิชคุณเอาไว้ หวังว่ามันจะสามารถมาร่วมเก็บกลืนความเศร้าและกังวลในใจเขาได้

    “พี่คุณอาบน้ำแล้วเหรอครับ” อูยองเอ่ยถาม ครั้งนี้อูยองกระชับวงแขนที่กอดตัวเองให้แน่นขึ้นด้วยซ้ำไม่ได้พยายามจะออกไปอย่างเคยเป็น และแบบนั้นแม้จะแปลกใจแต่นิชคุณชอบใจมากกว่า

    “อาบแล้ว พี่มินแจโทรมาบอกว่าเดี๋ยวต้องลงไปงานเลี้ยง” นิชคุณตอบ จงใจหันมามองหน้าอูยอง จนปลายจมูกโด่งห่างจากแก้มป่องนั้นเพียงนิดเดียวเท่านั้น ใกล้เสียงใจกระแสลมหายใจอุ่นๆ ปะทะกับผิดแก้มเสียจนรู้สึกอุ่น 

    “อูยองสัญญาไว้กับพี่แล้วนะว่าถ้าขึ้นมาพักผ่อนเมื่อเช้า จะให้รางวัลพี่ พี่รออยู่นะ” เสียงทุ้มกระซิบกระซาบทวงรางวัลจากอูยอง ที่อูยองบอกว่าถ้าขึ้นมานอนพักถ่ายทำเสร็จจะมอบรางวัลให้

    อูยองหันมามองหน้านิชคุณ เพราะอยู่ใกล้มากปลายจมูกของทั้งคู่จึงชนกัน นิชคุณฉีกยิ้มกว้าง อูยองเองก็ระบายยิ้มตาม

    “หลับตาก่อนสิครับ เดี๋ยวจะได้รับรางวัล” อูยองคลี่ยิ้มเสียจนแก้มป่อง นิ้วเรียวแตะที่ริมฝีปากบางของตัวเอง นิชคุณหัวเราะหึหึในลำคอก่อนที่จะหลับตาอย่างที่อูยองว่า อูยองมองหน้านิชคุณ รอยยิ้มเมื่อครู่เหือดหายไปเหลือเพียงความถวิลหาและสับสน มือบางจับหน้าของนิชคุณ คนที่ถูกจับนั้นยิ้มกว้าง รอยยิ้มที่อูยองรู้สึกผิดยามที่มอง

    ให้ตายเถอะถ้ารู้ว่าจะต้องมารู้สึกทรมานขนาดนี้ วันนี้เขาจะไม่กินเหล้าเลย จะได้ไม่ต้องเมา ไม่ต้องไร้สติจนมาโผล่อีกทีก็บนเตียงข้างๆ พี่คุณ เขาไม่น่าเลย ไม่น่าจะปล่อยใจให้รักไปเลย อูยองทำได้แต่คิดตัดพ้อตัวเอง ทำได้เพียงแค่นั้น

    อูยองชันเข่าจนความสูงเท่ากับนิชคุณที่นั่งอยู่ ใบหน้าของทั้งคู่อยู่ในระดับเดียวกัน อูยองมองริมฝีปากหยักของคนตัวสูง หลับตาแล้วขยับเข้าใกล้ สัมผัสบนปากบางบอกให้อูยองรู้ตัวว่าบัดนี้ริมฝีปากของทั้งคู่ได้สัมผัสกันแล้ว ความอบอุ่นที่เย็นฉ่ำเหมือนกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ไหลไปทั่วร่าง มันเป็นความรู้สึกดีๆ ที่อูยองเองไม่อยากจะถอนริมฝีปากออก  แต่ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ

    อูยองขยับตัวเพื่อถอนริมปีปากออก แต่เพียงแค่ขยับจนริมฝีปากคลายออกจากกัน ครานี้นิชคุณเป็นคนที่รุกเข้าจู่โจมจูบอูยองซ้ำเอง กดริมฝีปากลงไปอย่างหนักหน่วง ปลายลิ้นชื้นของนิชคุณเลียไปบนริมฝีปากของอูยองก่อนจะหาจังหวะสอดแทรกเข้าไปในโพรงปากหวาน แล้วรุกเร้าเอารสหวานและความฉ่ำชื่นมากมายออกมาจากปากบางของอูยองในขณะที่บรรจงมอบความหวานกลับไปเช่นกัน

    จูบนั้นดำเนินอยู่ต่อไปอีกพักใหญ่ เพราะทั้งคู่บรรจงจะถักทอและเสริมเติมให้แก่กันและกันในทุกครั้งที่ริมฝีปากแนบชิดกัน ลิ้นเกียวกระหวัดไขว้คว้าหาความหอมหวาน จากความรู้สึกที่คำว่ารักชัดเจนขึ้นบนหัวใจที่เต้นถี่ขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนิชคุณและอูยอง

………
    บรรยากาศของงานเลี้ยงฉลองหลังการถ่ายทำเสร็จเต็มไปด้วยเครื่องดื่มมึนเมา อาหารรสอร่อยมากมาย เพลงและบรรยากาศสนุกๆ ที่คนที่ทำงานหนักทั้งทีมงานและนักแสดง มาตลอดหลายวันจะได้ใช้เวลานี้เพื่อผ่อนคลายก่อนจะกลับไปเผชิญหน้ากับงานหนักอีกมากมายหลังจากกลับจากทะเลปูซานนี้ 

    ตอนนี้งานกำลังเข้าสู่ช่วงรื่นเริงกับเครื่องดื่มในมือคุณ เพราะตั้งแต่ที่ทีมงานและนักแสดงผลัดกันไปพูดแสดงความรู้สึกและร่วมยินดีที่งานเสร็จแล้วตั้งแต่สองทุ่ม จนตอนนี้ผ่านไปแล้วหนึ่งชั่วโมงจึงหมดช่วงพิธีการแต่เข้าสู่ช่วงสนุกให้เต็มทีกันแล้ว

    จุนโฮหมุนแก้วเครื่องดื่มที่มีดีกรีเพียงเล็กน้อยตามคำขอของพี่มินจุนที่ไม่อยากให้เขากับชานซองดื่มหนักมากนัก โดยเฉพาะเขาที่เมาแล้วก็ชอบหลับให้เป็นงานอยู่เรื่อย จุนโฮกำลังนั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยจนไม่ได้ยินเสียงเพลงที่พี่ชางไดกับพี่ซานอีจับคู่กันบรรเลงจากตู้คาราโอเกะอยู่บนเวที

    จุนโฮกำลังคิดถึงอะไรหลายอย่าง ทั้งเรื่องที่งานแสดงที่พึ่งจะแสดงฉากสุดท้ายเสร็จไปเมื่อตอนหกโมงเย็นของวัน คิดถึงสัญญาที่เซ็นเอาไว้กับบริษัทของพี่ชางมินที่อายุสัญญาสี่ปีกำลังจะหมดลงเดือนหน้าแล้ว ทั้งเขาและชานซองเซ็นสัญญาพร้อมกัน โปรโมตและมีผลงานไล่เลี่ยและใกล้เคียงกันเสมอ พวกเขาเรียกว่าเป็นที่รู้จักอยู่ไม่น้อยเลยและนั่นทำให้การต่อสัญญากับพี่ชางมินไปอีกสี่ปีเป็นเรื่องที่จะเกิดขึ้นแน่นอนและเตรียมการพูดคุยไว้แล้ว  เขาคิดถึงเรื่องเครียดๆแบบนั้น แล้วก็ยังคิดถึงเรื่องไร้สาระอย่างอาหารเช้าที่มักจะกินกับชานซองบ่อยที่สุด หรือหนังเรื่องสุดท้ายที่ไปดูกับชานซองนั้นคือเรื่องอะไร  คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยอยู่คนเดียว

    ตาเรียวมองดูผู้คนที่เดินกันวุ่นวายท่ามกลางแสงสีที่ทางโรงแรมจัดแจงห้องนี้ไว้ให้ไม่ต่างจากคลับชั้นดี เขามองเห็นชานซองกำลังพูดคุยอย่างสนุกและเป็นกันเองกับทีมงานสองสามคน ชานซองมักจะตลก อัธยาศัยดีและเข้ากับคนแปลกหน้าได้ง่ายเสมอ ไม่เหมือนกับเขา

    ยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นมาดื่ม วางแก้วลงข้างตัว เอนหลังไปกับพนักโซฟาแล้วก็หลับตาลง

    “ง่วงแล้วเหรอไง” เสียงร้องทักทำให้จุนโฮลืมตาขึ้นมาดูเห็นเป็นจาง  อูยองที่นั่งแก้มป่องอยู่ข้างๆ ไม่รู้ว่าแสงมันหลอกตาหรือว่าตอนนี้อูยองกำลังดูเศร้าๆ อย่างที่เขาเห็นจริงๆ 

    “เหนื่อยนิดหน่อยน่ะ อย่ากินเหล้าเยอะนะแกน่ะ เมาง่ายแถมยังป่วงอีก ฉันขี้เกียจดูแล” จุนโฮบ่น มือก็ดึงแก้วอูยองมาดมและชิมดูพอรู้ว่าเป็นเครื่องดื่มที่แทบไม่มีดีกรีเลยสักนิดก็พนักหน้าอย่างพอใจและส่งให้อูยองที่ทำปากยื่น

    “แหม่ คนที่เมาแล้วหลับโดนใครหามไปก็ไม่ใช่รู้ตัว อย่างแกที่บ่นฉันได้เนอะ จุนโฮ” อูยองยื่นปากบ่นขมุบขมิบ มือคว้าแก้วกลับคืนมาแบบเดิม 

    “ฉันคอแข็งกว่าแกแล้วกันอูยอง”

    “จ้า จ้า” อูยองขานรับอย่างขอไปที แล้วยกแก้วขึ้นดื่มอีกครั้ง

    “ง่วงแล้ว เบื่อแล้วก็ไปนอนพักเถอะจุนโฮ มานั่งทำหน้าหงอยอยู่ในงานทำไม ตอนนี้ใครไม่ไหวก็เริ่มไปพักแล้ว ไม่มีใครว่าแกหรอก” อูยองเสนอ เห็นจุนโฮทำหน้าหงอย หน้านิ่งตามสไตล์อยู่คนเดียวมาพักใหญ่ใครเข้ามาคุยด้วยก็วาดยิ้มให้อย่างมีมารยาทแต่ต่อบทสนทนายากเป็นบ้า จนจุนโฮนั่งหงอยอยู่คนเดียว ซึ่งอูยองไม่แปลกใจ ก็นะ ชานซองมันก็เดินไปเดินมาเอ็นจอยเชื่อมสัมพันธไมตรีกับทีมงานมากมายเป็นปกติ

    “ฉันรอชานซองอยู่ จะได้ไปพร้อมกัน” จุนโฮถอนหายใจ ตอบเสียงเรียบแล้วก็ยกแก้วขึ้นดื่ม

    “อ๋ออ ฉันรู้ละแกต้องนั่งเฝ้าชานมันนี่เอง อย่างว่างานนี้มีฮยอนอาตัวแม่อยู่ด้วยนี่หว่า เผลอๆ ปล่อยไอ้ชานไว้ เสือกโง่ฉับพลันตามเกมแม่นั่นไม่ทัน ตกหลุมพรางเขาไปอีก ซวยเงิบเลยงานนี้” 

    “กึก!!” อูยองสะดุ้งโหยงหันไปมองจุนโฮที่กระแทกแก้วเครื่องดื่มตัวเองลงบนโต๊ะเสียงดัง

    “เป็นอะไรวะจุนโฮ” อูยองพึมพำถามไม่ดังนัก สารภาพว่ากลัวเถอะเวลาที่จุนโฮมันนิ่งเงียบงันอย่างนี้น่ะ

    จุนโฮไม่ตอบถอนหายใจยาวๆ แล้วก็ลุกขึ้น อูยองรีบลุกขึ้นตาม

    “จะไปไหนอ่ะจุนโฮ”

    “ฉันจะกลับไปที่ห้อง” คำตอบนิ่งๆ ของจุนโฮทำเอาอูยองเบิกตาโต

    “เฮ้ย ไหนเมื่อกี้บอกจะอยู่เฝ้าไอ้ชานไง” จุนโฮฟังคำถามแล้วก็กอดอก กรอกตา ยิ้มมุมปาก

    “ฉันจะขึ้นห้องแล้ว ถ้าชานซองรักฉันจริง และแคร์ฉันอยู่หมอนั่นควรมีสำนึกที่จะดูแลตัวเองจากฮยอนอาได้ แต่ถ้าหมอนั่นไม่ทำแบบนั้น ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับฮยอนอา ฉันก็จะได้รู้กันไปเลย ว่าตอนนี้ฮวาง ชานซองมันคิดยังไงกับฉันกันแน่” จุนโฮตอบแล้วก็สะบัดบ็อบเดินจากไปทันทีจนอูยองเองยังท้วงไม่ทัน อูยองถอนหายใจ ส่ายหน้ากับความอินดี้ หา พ่อเถอะของจุนโฮ

    อูยองหยิบโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมาดูเห็นข้อความที่นิชคุณส่งมาให้

 ‘ง่วงหรือยัง ขึ้นไปนอนก่อนได้เลยนะ พี่คุยกับทีมงานก่อน อีกพักจะไปหา ‘ อูยองบอกตัวเองแล้วว่าไม่ควรแต่อูยองก็ยังยิ้มออกมาอยู่ดี

    เอาเถอะ จุนโฮจะอินดี้จะอะไรยังไง เขาก็เชื่อว่าจุนโฮมีวิธีที่จะจัดการปัญหาวุ่นๆ ของตัวเองกับชานซองได้ ส่วนเขาเอง เอาเวลามาคิดเรื่องตัวเองก่อนดีกว่า

    อูยองวางแก้วเครื่องดื่มลงข้างๆ แก้วของจุนโฮ เก็บโทรศัพท์ไว้ที่เดิมแล้วก็ตัดสินใจขึ้นไปบนห้องนอนเช่นกัน 

    ขึ้นไปนอนคิดอะไรนิดหน่อยระหว่างรอนิชคุณขึ้นมานอนกอดกันเหมือนทุกคืนตั้งแต่มาที่นี่  ไปคิดทบทวนอีกว่าเขาจะทำยังไงดี หรือควรทิ้งหัวใจและความรักไว้ที่ทะเลปูซานแห่งนี้

    ทำทุกอย่างให้เป็นความทรงจำอย่างที่มันควรเป็น เช่นนั้น ดีหรือเปล่า.. 

…………..
    ชานซองที่แม้ว่าจะพูดคุยกับทีมงานคนนั้นคนนี้พร้อมมือที่ประครองแก้วเหล้าไว้ได้อย่างดีเสมอ แต่ก็ยังคงแอบมองมาที่จุนโฮที่นั่งหน้ามุ่ยอยู่ที่โซฟามุมห้องอยู่เรื่อยๆ แล้วพอคราวนี้หันมาไม่เห็นจุนโฮนั่งอยู่ที่เดิม ชานซองก็อดไม่ได้จะเครียด แล้วเอ่ยลาทีมงานที่กำลังคุยกันอยู่เพื่อไปดูเสียหน่อยว่าจุนโฮอยู่ที่ไหน

    ชานซองหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อจะโทรหาจุนโฮ ขณะที่หูแนบกับโทรศัพท์ตาโตก็เห็นคนคนคุ้นตาอย่างฮยอนอายืนอยู่ไม่ไกล ฮยอนอากำลังจ้องมองมาทางตนเองไม่ผิดแน่ ชานซองเห็นชัดเจน แล้วพอเขามองกลับ ฮยอนอาก็หลบตาแล้วก็เดินหนีไปอีกทาง ชานซองขมวดคิ้วอย่างสงสัย ที่จริงแล้วฮยอนอาเป็นแบบนี้ตลอดเวลาที่เราถ่ายหนังด้วยกัน ปกติฮยอนอาจะมาหาเขาพูดคุยกับเขาและหาเวลาอยู่กับเขาตลอดจนเขาเองลำบากใจ แต่การถ่ายหนังคราวนี้ นอกจากวันแรกๆแล้ว วันที่เหลือฮยอนอาหลบหน้าเขาตลอด พอสั่งคัทก็รีบเดินห่างออกไป แต่แอบมองเขาบ่อยๆ พอเขามองตามก็รีบหลบหน้าแล้วเดินหนี ท่าทางแบบนั้นสร้างความสงสัยให้ชานซองอย่างมาก เป็นอะไรน่ะ ทำตัวน่าสงสัย

    ชานซองเดินตามไปตามทางที่ฮยอนอาเดินหลบไปเมื่อครู่ และเมื่อหญิงสาวเห็นชานซองก็ยิ่งเดินหนีไปอีก จนออกมาจากบริเวณงานมาอยู่แถวบริเวณโซนที่สำหรับสูบบุหรี่ที่มีคนยืนอยู่สองสามคน

    “ฮยอนอาเป็นอะไรทำไมถึงได้หลบพี่ไปหลบพี่มาตลอดเลย” ชานซองเอ่ยถามขึ้นมาอย่างสงสัย ฮยอนอาก็ยังคงยืนหลบตาก้มหน้าอยู่ 

    “เป็นอะไร มีอะไรก็บอกพี่นะ ถึงยังไงฮยอนอาก็เป็นน้องที่พี่รู้จัก พี่ไม่อยากให้เราเกลียดกันหรอกนะ” ชานซองขมวดคิ้วถาม เป็นความสงสัยล้วนๆ ที่ทำให้เขามายืนอยู่ตรงนี้กับฮยอนอา  หญิงสาวตรงหน้าชานซองไม่เงยหน้าขึ้นมาแต่ว่าหันหลังให้กับชานซองแทนก่อนจะตอบออกมาเสียงไม่ดังนัก

    “เราไม่ควรอยู่ใกล้กันนะคะพี่ชานซอง ที่จริงแล้วฮยอนอาไม่ควรมาอยู่ใกล้พี่ชานเลย เป็นแบบนี้พี่จุนโฮจะโกรธเอาอีกได้” ชานซองฟังแล้วก็ทำหน้ายุ่งกว่า

    “จุนโฮเหรอ ถึงจุนโฮจะเจ้าอารมณ์ไปบ้างแต่เป็นคนมีเหตุผลไม่มาพาลโกรธด้วยเรื่องไร้สาระแบบนี้หรอก”

    “จริงเหรอคะ วันก่อนฮยอนอาไปคุยกับพี่จุนโฮ พี่จุนโฮก็ยังไม่ยอมคุย ไม่อยากคุยกับฮยอนอาเลย ฮยอนอารู้ตัวดีค่ะว่าสร้างความวุ่นวายให้พี่ชานซองกับพี่จุนโฮ จนพี่จุนโฮคงไม่อยากเจอหน้าฮยอนอา ฮยอนอาก็พยายามจะไม่เข้ามาทักอะไรพี่ชาน พี่จุนโฮจะได้สบายใจ” หญิงสาวยังคงยืนหันหลังให้ชานซองแม้น้ำเสียงจะสั่นเครือขึ้นเล็กน้อย

     “แต่ว่าที่พี่จุนโฮแสดงท่าทางรังเกียจฮยอนอาจนต้องเปลี่ยนบทไม่เล่นคู่กับฮยอนอาแล้ว ฮยอนอารู้สึกผิดมากเลยนะคะ รู้สึกว่าตัวเองเป็นต้นเหตุให้พี่จุนโฮต้องอารมณ์เสียจนพาลให้ทำงานแบบมืออาชีพอย่างเดิมไม่ได้ ฮยอนอาอยากขอโทษแต่พี่จุนโฮก็ไม่ได้อยากเจอหน้าฮยอนอาเลย แบบนี้ทำให้ฮยอนอารู้ตัวมากขึ้นค่ะว่ากำลังสร้างความรำคาญอยู่ก็เลย ไม่อยากเข้ามารบกวนพี่ชานกับพี่จุนโฮ” ตอนนี้ฮยอนอาหันมาหาชานซองอีกครั้งแต่ก็ยังหลบตาอยู่

    “เผื่อว่าพี่จุนโฮจะได้รู้สึกดีกับการทำงานขึ้น แม้ว่าฮยอนอาจะสงสัยก็ตามค่ะ ว่าฮยอนอาผิดอะไรถึงเข้ามาทักทายและพูดคุยกับพี่ชานซองอีกไม่ได้ ทำไมแค่เจอฮยอนอาพี่จุนโฮก็ต้องโกรธ ฮยอนอาเป็นตัวน่ารังเกียจเหรอคะ ฮึก ฮยอนอาก็แค่ยังลืมคนที่ฮยอนอารักมากที่สุดไม่ได้ ฮยอนอาผิดใช่ไหมคะพี่ชานซอง” ฮยอนอาพูดเสียงสั่นเครือตัดพ้อ ใบหน้าสวยมีน้ำตาเปรอะเปื้อนแก้มเนียน ชานซองมองแล้วก็ถอนหายใจยาวๆ อย่างอดจะรู้สึกสงสารไม่ได้

    ชานซองเข้าใจที่ฮยอนอาพูด เขาเองจุนโฮก็ยื่นคำขาดว่าอย่ามายุ่งอะไรกับฮยอนอา แต่ว่าเขาไม่ได้คิดอะไรกับฮยอนอานี่ ก็แค่รุ่นน้องที่รู้จักกันคนนึงเท่านั้น ฮยอนอาเองก็ไม่ได้คิดอะไรแล้วนี่

    “อย่าร้องไห้เลยฮยอนอา พี่จุนโฮเขาเป็นพวกเข้ากับคนแปลกหน้าไม่ค่อยได้น่ะ เขาไม่ได้รังเกียจฮยอนอาหรอก ” ชานซองเอ่ยปลอบ

    “จริงๆ นะคะ ฮยอนอาไม่อยากให้พี่จุนโฮโกรธ ฮยอนอาก็แค่รู้สึกดีๆ กับพี่ชานซองแล้วก็อยากจะรู้จักกับพี่จุนโฮเฉยๆ ฮยอนอาไม่มีความคิดเป็นมือที่สามอะไรเลยนะคะ ไม่อยากให้พี่จุนโฮเข้าใจผิด” ฮยอนอาทำเสียงน่ารัก มือก็เช็ดน้ำตาที่เลอะใบหน้าให้แห้งหมาดมากขึ้น ชานซองขยี้ผมฮยอนอาเพื่อให้หญิงสาวตรงหน้าสบายใจขึ้น

    “เดี๋ยวพี่จะไปคุยกับพี่จุนโฮให้นะ พี่จุนโฮน่ะเป็นคนใจดีนะ ฮยอนอาอย่าคิดมากเลย ป่ะเดี๋ยวเราเข้าไปในงานกัน ร่าเริงๆนะฮยอนอา” ชานซองยิ้มกว้างจับมือฮยอนอาให้เดินตามมาด้วยกันเพื่อเข้าไปในงานต่อ

    ฮยอนอามองแผ่นหลังกว้างของชานซอง รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าของเธอ

    ก็นะ อี จุนโฮ ฉันบอกแล้วว่าจะไม่แพ้แก หึ !!

 

.
.
.
tbc
เรื่องราวเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆสินะ ฮยอนอานี่นะดื้อด้านชะมัด

ส่วนคู่แทคเจย์ก็เป็นไปด้วยดีแล้วล่ะค่ะ ส่วนคู่อีกสองคู่ก็ยังคงวุ่นวายกันต่อไปสินะ

มีรวมเล่มให้จองละนะเรื่องนี้  อิอิ

[Pre-order] รวมเล่มฟิคDangerous Lover !!Slap me beby~ ร้ายกว่านี้มีอีกไหม
 #ChanNuneo #KhunWoo  #TaecJay #Jun.K [เปิดพรีฟิครั่วๆแสบๆเรื่องนี้ถึง 12/1/58จ้า]

Advertisements

3 คิดบน “fic- Dangerous Lover !!Slap me beby~ ร้ายกว่านี้มีอีกไหม #14 #channuneo #khunwoo #taecjay #junK

  1. bbm

    ฮยอนอา เธอนี่ ปูนซีเมน ยังเรียกพี่เลยนะ หึ ! อิชานก็…อืมม จะซื่อบื้อไหน ฮาาาา

Leave a Comment

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s