Dangerous Lover !!Slap me beby #15 #ChanNuneo #KhunWoo #TeacJay #JunK

Title: [FIC] ~Dangerous Lover !!Slap me beby~ ร้ายกว่านี้มีอีกไหม
Chapter:15รักมันต้องใช้สมองมากกว่าหัวใจ…อย่างนั้นสินะ
Author: LoveMe
Paring: Chansung x Junho / Khun x Woo / Taec x jae/ Jun.K
Rate: (PG-13) – (NC-15)
talk:
-ถ้อย คำ หยาบคาย ในเรื่องนี้มีมากนัก ภาษาพ่อขุนและสัตว์สงวนวิ่งพล่านดุจสวนสัตว์ ขออภัยมานะที่นี้
-เป็นแค่ฟิคเท่านั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวกับเรื่องจริงหรือใดๆทั้งสิ้น แค่ฟิค อ่านๆไปเถอะ อย่าหวังมาก อย่าคิดมากนะ
บอกแล้วไงว่าจะมาลงเรื่อยๆเป็นระยะๆ ยังไงก็เมนต์ให้เค้าบ้างนะ มีเมนต์ให้อ่านเรื่อยๆ เค้าก็มีฟิคให้อ่านเรื่อยๆเหมือนกัน ^^
– มีรวมเล่มให้จองละนะเรื่องนี้  อิอิ

[Pre-order] รวมเล่มฟิคDangerous Lover !!Slap me beby~ ร้ายกว่านี้มีอีกไหม
 #ChanNuneo #KhunWoo  #TaecJay #Jun.K [เปิดพรีฟิครั่วๆแสบๆเรื่องนี้ถึง 12/1/58จ้า]

image

15 รักมันต้องใช้สมองมากกว่าหัวใจ…อย่างนั้นสินะ

    “จุนโฮ ฉัน..” ชานซองอ้าปากเรียกได้แค่นั้นก็ต้องเงียบปากไปเมื่อจุนโฮที่เดินนำเข้ามาในห้องพักก่อน รีบเดินหนีจากไปแล้วก็เดินเข้าห้องน้ำพร้อมอุปกรณ์อาบน้ำไปทันที 

ชานซองถอนหายใจยาวๆ เขามีเรื่องที่จะคุยกับจุนโฮแต่ว่าจุนโฮไม่ได้เปิดโอกาสให้เขาอ้าปากคุยเลย ไม่รู้ว่ากำลังอารมณ์ไม่ดีอะไรอยู่ เมื่อคืนหลังจากงานเลี้ยงเลิกเขาก็เดินขึ้นไปที่ห้องพักเห็นจุนโฮหลับอยู่ก็อาบน้ำนอนไม่ได้รบกวนอะไร แต่พอจุนโฮตื่นขึ้นมาเขาว่าจะคุยอะไรด้วยหน่อย จุนโฮก็เอาแต่เงียบเดินหนีไปอาบน้ำไปเหมือนตอนนี้นี่แหละ แล้วก็เดินออกจากห้องไปเลย พอไปขึ้นรถเพื่อเดินทางกลับจากปูซานมาที่โซลก็อยู่กันหลายคน จนเขาไม่กล้าเอ่ยปากพูด หลับๆ ตื่นๆ อยู่บนรถมาด้วยกัน จนย่ำค่ำยามนี้ที่มาถึงห้องพักที่คอนโดของเราสองคน จุนโฮก็ไม่อ้าปากพูดสักคำ ยิ่งเมื่อกี้เขาใจกล้าเอ่ยเรียกชื่อไป จุนโฮก็เดินตัวปลิวหนีเข้าห้องน้ำไปอีก 

    จุนโฮคิดอะไรอยู่ทำไมไม่ยอมพูดออกมาชานซองล่ะกลุ้มจริงๆ พับผ่าเอ๊ย นี่ถ้าออกจากห้องน้ำแล้วยังไงก็จะต้องคุยกันให้ได้

    “จุนโฮ” ชานซองรีบกระเด้งตัวเดินไปหาจุนโฮที่เดินออกมาจากห้องน้ำในสภาพที่แต่งตัวเรียบร้อยแล้ว จุนโฮหันมามองหน้าชานซองนิ่งเรียบก่อนจะหันไปมองทางอื่นแล้วทำท่าจะเดินหนีเข้าห้องนอนไป ทำเอาชานซองแทบบ้า รีบวิ่งมาคว้าแขนจุนโฮไว้ก่อน

    “จุนโฮนายเป็นอะไรของนายเนี่ย ทำไมไม่ยอมพูดกับฉันเลย”       ชานซองร้องถามจับจุนโฮให้หันหน้ามามองตากันชัดๆ จุนโฮถอนหายใจหน่ายๆ ออกมา แต่ในที่สุดก็อ้าปากเอ่ยพูดออกมาจนได้

    “ฉัน ..ฉันกำลังคิดอะไรอยู่ มันยังวุ่นวายในหัวของฉัน ฉันเลยยังไม่อยากพูดออกมากับนาย เดี๋ยวจะทะเลาะกันเปล่าๆ” จุนโฮตอบไปตามจริง เพราะตัวจุนโฮเองกำลังเครียดและคิดเรื่องของชานซองวนไปวนมา มันเป็นอารมณ์งี่เง่าที่จุนโฮเองไม่ชอบเลย ไม่ชอบที่ตัวเองเป็นแบบนี้ ไม่ชอบที่เพราะรักชานซองก็เลยต้องมามีอารมณ์งี่เง่าแบบนี้ แต่จะไม่ให้รักชานซองไปเลยก็ทำไม่ได้จุนโฮรู้ตัวดี โธ่เว๊ย อี จุนโฮ คนงี่เง่า

    “เราจะทะเลาะอะไรกันบ่อยอะไรขนาดนั้นล่ะจุนโฮ คิดอะไรอยู่ก็บอกมาเลย พูดมาเลย เอาอย่างที่คิดนั่นล่ะ บอกมาเลย ฉันจะฟัง” ชานซองจับต้นแขนจุนโฮให้แน่นขึ้น เอียงหน้าลงมาสบตาเรียวเล็กของจุนโฮที่เสหลบกัน จุนโฮถอนหายใจอีกครั้งจนน่ากลัวจะแก่เร็ว ก่อนจะเอ่ยปากพูด

    “ฉัน ..โอ๊ย ฉันไม่ชอบความรู้สึกตัวเองแบบนี้เลย บ้าเอ๊ย คือ ฉันกำลังคิดเรื่องนายอยู่ มันงี่เง่าอ่ะ” จุนโฮจบประโยคไปอย่างนั้น ชานซองขมวดคิ้ว

    “พูดมาเถอะ จุนโฮ งี่เง่าก็ว่ามา” ชานซองบอกด้วยเสียงกึ่งดุกึ่งอ่อนโยน ตาเรียวเงยขึ้นจ้องกับตาโต

    “ฉัน ฉันกำลังคิดว่าตัวเองมันเป็นคนงี่เง่า ฉันหวงนาย ฉันรักนายมากเกินไปหรือเปล่า ..มันก็ประมาณนี้ แค่นั้นแหละ” จุนโฮถอนลมหายใจยาวๆ ออกมาอีกรอบใบหน้าดูซูบซีดชอบกล

    “จุนโฮ” ชานซองใช้มือหนาลูบแก้มบางใสของจุนโฮ ประคองขึ้นมาสบตากัน

 “ชานดีใจนะที่จุนโฮรักชาน มันไม่มีมากไปหรอกเพราะความรักของจุนโฮ ชานจะรับมันไว้ทั้งหมดเอง” ชานซองบอกพร้อมรอยยิ้ม มันเป็นประโยคที่ทำให้หัวใจของจุนโฮรู้สึกอบอุ่นขึ้น เหมือนมีลมมาพัดพาตะกอนหน่วงๆ ในหัวใจให้คลายออกไปได้บ้าง

    ชานซองดึงจุนโฮเข้ามากอด จดจมูกลงดมผมหอมๆ ของจุนโฮ

    “อ้า ใช่ ฉันมีเรื่องจะคุยกับนายตั้งแต่เมื่อวานแล้วจุนโฮ นายเอาแต่หลบหน้าก็เลยไม่ได้พูดเลย” ชานซองเอ่ยบอกเมื่อคิดได้มือหนายังโอบกอดร่างบางไว้

    “เรื่องอะไรเหรอชานซอง” จุนโฮเอ่ยถาม กำลังยกแขนทั้งสองข้างขึ้นเพื่อกอดตอบชานซอง

    “เรื่องของฮยอนอาน่ะ” จุนโฮที่กำลังยิ้มมีสีหน้ามุ่ยลงมาทันที ตาเรียวนั้นแข็งขืน ปากเบะ มือที่จะกอดก็ดันตัวชานซองออกห่างไปทันทีเลย เอาจริงๆนะ จุนโฮรู้ตีวดีว่างี่เง่าแค่ไหน งี่เง่ามากพอที่จะรู้สึกแย่และอยากจะเตะชานซองแรงๆ ทันทีแค่ได้ยินชื่อของผู้หญิงคนนั้นออกมาจากปากของชานซอง

    “มีอะไร” จุนโฮเสียงแข็งขึ้นทันที ใบหน้าที่กำลังสุขดีเมื่อครู่นั้นมุ่ย ยกแขนกอดอกจ้องหน้าชานซองไม่มีหลบตา ชานซองชะงักไปนิดนึงกับท่าทางที่เปลี่ยนไปของจุนโฮ แต่ก็ต้องพูดนั่นล่ะจะได้จบๆ กันเสียที แถมเปิดประเด็นจนจุนโฮอารมณ์เสียแล้ว คงไม่เสียไปกว่านี้หรอก ..ใช่ป่ะ

    “คือว่า จุนโฮ เมื่อวานนี้น่ะฉันได้คุยกับฮยอนอาที่งานเลี้ยง” ฟังแค่นี้จุนโฮก็เบะปากแบบอารมณ์เสียสุดๆ เหอะ เมื่อคืนก็ไปคุยกับยัยคนนั้นจริงๆ สินะ แค่ฉันไม่อยู่ก็ทำตามใจอยากแล้วงั้นสิ ไอ้บ้าเอ๊ย ความคุกรุ่นขึ้นมาในใจจุนโฮเรื่อยๆ แต่จุนโฮก็เพียงแต่คิดกับตัวเองเท่านั้น

    “แล้วคือ ที่ฉันไปคุยกับฮยอนอา เพราะฉันเห็นว่าฮยอนอาน่ะ คอยหลบตาฉันตลอดเลย เวลาที่เราไปถ่ายหนังกัน คือน้องเขาไม่มายุ่งกับเราจริงๆ อย่างที่น้องเขาบอกไว้เลยนะ แล้วน้องเขาก็พยายามเลี่ยงฉันด้วยหลบหน้าหลบตาตลอดเลย” จุนโฮพยักหน้าเมื่อฟัง อ๋ออออ มีจับตาดูสังเกตกันด้วย รู้ไปซะหมดว่าคิดยังไง เหอะ ไอ้ง่าว

    “แล้วไง” จุนโฮกัดฟันถาม

    “คือจุนโฮ ฮยอนอาน่ะรู้สึกผิดจริงๆ นะ ฉันไม่รู้ว่านายไปทำอะไร หรือคุยยังไงกับฮยอนอาไว้แต่ว่าฉันไม่อยากให้นายทำแบบนั้นอีก ฉันเองจะไม่เจอกับเธอแล้ว ส่วนนายก็อย่าไปตามราวีฮยอนอาอีกเลยนะ” ชานซองบอกด้วยน้ำเสียงกึ่งอ้อน ที่จริงที่พูดแบบนี้ไม่อยากให้จุนโฮต้องเก็บเรื่องนี้มาคิดมาเครียดอีกนั่นแหละ เพราะรู้ดีว่าถ้ามีเรื่องแบบนี้ให้กังวลอยู่จุนโฮที่เวลาทำงานนั้นทั้งจริงจังทั้งเครียดอยู่แล้วก็ยิ่งเครียดไปใหญ่ เขาเป็นห่วงจุนโฮ

    แต่สำหรับคนฟังดูเหมือนจะคิดคนละอย่างกับคนพูดเลย

    “หนอยยย นี่นายหาว่าฉันไปทำอะไรยัยนั่น ไปราวียัยนั่นงั้นเหรอ ฉันนี่นะ!!” คราวนี้จุนโฮคิดออกมาดังไปหน่อย ดังจนเป็นตะโกนออกมาใส่หน้าชานซองเลย 

    “ทำไมต้องเสียงดังล่ะ จุนโฮ” ชานซองทำหน้ายุ่ง เขาก็แค่เป็นห่วง   จุนโฮ พูดก็พูดด้วยดีๆ ทำไมต้องตวาดล่ะ

    “ฉันก็ต้องเสียงดังสิ พูดเบาไปจะเจาะความคิดนายที่คิดถึงยัยคนนั้นอยู่ไม่เข้าถึงเซลล์ประสาทเสื่อมๆในสมองนาย” จุนโฮเสียงดังอีกครั้ง กัดปากตัวเองอย่างโมโห อยากจะเดินไปเตะชานซองให้หัวทิ่มเลยจริงๆ 

    “นายพาลแล้วนะจุนโฮ พาลมาก”  ชานซองเสียงดังกลับบ้าง หน้าตาหาเรื่องตามประสาชานซองเวลาอารมณ์เสีย เหมือนจุนโฮที่จ้องจนตาเรียวจิกตามแบบฉบับบเวลาอารมณ์ขึ้นเช่นกัน

    “ฉันพาลงั้นสิ อ๋อ ใช่สิ ในสายตานายฉันมันเป็นผู้ชายนิสัยแย่ ชอบรังแกเพศแม่ ราวีคนอื่นไปทั่วนี่ ใช่สิ ฉันไม่ใช่ผู้หญิงนี่ งั้นไปเล๊ย ไปหาผู้หญิงแสนดีของนาย ไปเลย ไปหาแม่นั่นเลย ” จุนโฮตวาดออกมาเสียงดังกว่าเก่า เขาโมโห โมโหมากจริงๆ มากจนอยากจะตะโกน ประชด ออกไปให้สุดหัวใจ ชานซองที่ฟังหน้าเครียดขึง เต็มไปด้วยอารมณ์ไม่ต่างกันกับจุนโฮ

    “จุนโฮนายพาลมากจริงๆ นะ ฉันไม่ได้คิดอะไรกับฮยอนอา ฉันไม่ได้ว่านายเลยนะ นายมีเหตุผลหน่อยสิ” ชานซองตวาดกลับ ตอนนี้ถ้าห้องของทั้งคู่ไม่ได้มีกำแพงหนาๆ แบบนี้คงโดนข้างห้องด่าไปเรียบร้อยแล้วที่ใช้เสียงดังคุยกันขนาดนี้

    “เหตุผลเหรอ ไม่มีหรอก ฉันมันเป็นผู้ชายงี่เง่า  นายคงอยากทิ้งคนงี่เง่าอย่างฉันมากแล้วล่ะสิ ยิ่งพอยัยนั่นมายั่ว มาอยากได้นาย นายก็คงจะยิ่งดีใจ แล้วก็อยากไปจากฉันมากแล้วล่ะสิ ไปเลย อยากไปก็ไปเลย” จุนโฮตะโกนใส่แต่คราวนี้เสียงสั่นเครือมากขึ้นเรื่อยๆตามอารมณ์ที่ขึ้นสูงจนน้ำตาจะไหลออกมาอยู่แล้ว แต่เสียงสั่นเครือนั้นไม่มีใครได้ยิน ทั้งชานซองหรือแม้แต่ตัวคนพูดเอง

    “จุนโฮ ถ้านายยังงี่เง่าแบบนี้ ฉันก็ไปแน่ล่ะ” ชานซองตวาดกลับมาเสียงดังเพราะอารมณ์เสีย แต่ในความหมายของชานซองที่ว่าไปคือไปจากห้องนี้ ไปให้พ้นหน้าจุนโฮจะได้อารมณ์เย็นกันทั้งคู่ แต่ความหมายที่จุนโฮเข้าใจไม่ใช่แบบนั้นเลย

    “นั่นสินะ นายคงอยากไปหาฮยอนอาใจจะขาดแล้วนี่” จุนโฮเอ่ยปากออกมาอีกครั้งแต่คราวนี้เสียงเบาลงมาก สั่นเครือและพูดออกมาพร้อมๆ กับน้ำตาที่กำลังไหล

    “จุนโฮ ฉัน..”ชานซองจะพูดแก้ตัวก้าวเท้าเข้ามาหา แต่จุนโฮถอยหลังออกห่างไปเสียก่อน

    “หุบปากของนายไปเลยชานซอง อยากไปไหนก็ไป ไปเลย!!” จุนโฮตวาดไล่ ขาก็ถอยหลังหนีมาจนถึงโต๊ะวางของใกล้ประตูห้อง

    “จุนโฮ..”ชานซองครางร้องชื่อคนรักด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อย 

    “ฉันบอกให้นายไปไงชานซอง อยากไปไหนก็ไป!!” จุนโฮตวาดเสียงดังขึ้น

    “ฉันจะไปไหนล่ะจุนโฮ นายอยู่นี่จะให้ฉันไปไหน” ชานซองพยายามเดินตามเข้ามาใกล้ แต่จุนโฮก็ยังถอยหนี 

    “ไปไหนก็ได้ ไสหัวนายไปไกลหน้าฉันเลย ฮวาง ชานซอง” จุนโฮตวาดไล่อีกครั้ง

    “ฉันไม่ไปไหนหรอกจุนโฮ ไปทั้งที่นายโมโหฉันนี่นะ” ชานซองบอก   จุนโฮกรอกตา 

    “เหอะ !! งั้นเหรอ นายไม่ไป ฉันไปเอง” จุนโฮร้องบอกมือก็คว้ากุญแจรถที่วางอยู่บนโต๊ะ กระโดดไปอีกนิดแล้วก็เปิดประตูปิดกระแทกใส่ชานซองที่พยายามจะก้าวขาตามดังปัง

    ชานซองรีบวิ่งตามออกมา เห็นว่าทางเดินโล่งไม่มีใคร จึงรีบวิ่งไปที่ลิฟเห็นเลขวิ่งลงชั้นล่างไปรวดเร็วจนเกือบถึงชั้นหนึ่งอยู่แล้ว 

    ชานซองรีบวิ่งลงบันไดหนีไฟวิ่งตามจุนโฮลงมา พอลงมาถึงก็ไม่เห็นจุนโฮเลย รีบวิ่งไปที่จอดรถก็เจอแต่ความว่างเปล่า ชานซองรีบกดโทรศัพท์โทรหาไม่มีวี่แววว่าจะกดรับ รอสาย โทรใหม่คราวนี้สัญญาณเสียงบอกว่าปิดเครื่องไปแล้ว แล้วถ้าเป็นสไตล์จุนโฮป่านนี้ถอดแบตออกเขวี้ยงเป็นชิ้นๆ กระจายเต็มรถไปแล้ว

    “โอ๊ย เชี่ยเอ๊ย !!! ไอ้โง่ชานซอง” ชานซองได้แต่ขยุ้มหัวตัวเองแล้วจ้องที่จอดรถยนต์อันว่างเปล่าของตัวเองแบบนั้น

………
    อูยองมองมือตัวเองที่กำลังยกขึ้นเคาะประตูห้องของนิชคุณราวกับว่านั่นไม่ใช่มือของตัวเอง ในขณะที่เขากำลังเคาะประตูบานนั้น ใจเขาก็ยังคงล่องลอยและความคิดก็ยังไม่เข้าร่องเข้ารอยดี

    เขาไม่แน่ใจในความคิดตัวเองนักว่ามันดีไหมในสิ่งที่เขาทำ แต่เขาแน่ใจในความรู้สึกตัวเอง ตอนนี้เขารักนิชคุณ เขารักคนคนนั้นไปแล้ว และเขาจะพยายามทำทุกอย่างที่ดีที่สุดเพื่อปกป้องคนที่เขารัก เขาจะไม่ยอมให้นิชคุณมาเจอปัญหาอะไรจากความรักของเรา

    เขาคิดถึงหลายๆ อย่าง คิดถึงสิ่งที่นิชคุณบอกคำว่ารักและชอบเหล่านั้น คิดถึงรอยยิ้มของนิชคุณ คิดถึงความรู้สึกของตัวเอง คิดถึงสิ่งที่ได้คุยกับเจียที่ริมทะเล  คิดถึงที่ควอนบอกเขา คิดถึงความคาดหวังทางสังคมที่กำลังจำตามองไปที่นิชคุณและจับจ้องมาที่ตัวเขาเองด้วยซ้ำ คิดถึงความเป็นจริง เขาคิดถึงทุกสิ่งทุกอย่าง

    เขาคิดซ้ำแล้วซ้ำอีกและตัดสินใจแล้ว

    “ก๊อก ก๊อก”

    หลังเสียงเคาะประตูอูยองรอไม่ถึงนาทีในที่สุดประตูสีขาวสะอาดตาที่มีตัวเลขสีทองบนนั้นก็เปิดออก รอยยิ้มกว้างของนิชคุณคือสิ่งที่ต้อนรับเขา รอยยิ้มที่กว้างและสดใสเสียจนอูยองต้องหลบสายตาไม่กล้าที่จะมองมันตรงๆ เมื่อระลึกได้ว่าตัวเองจะเป็นคนที่ทำร้ายรอยยิ้มนั้น

    “คิดถึงอูยองจัง” นิชคุณร้องทักดึงอูยองเข้าไปกอด พร้อมดึงประตูห้องให้ปิดตาม และเป็นอูยองเองที่รั้งอ้อมกอดของนิชคุณเอาไว้ก่อน รั้งเอาไว้ให้เราได้กอดกันนานขึ้น กอดที่คงจะได้รับเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว

    “อูยองเป็นอะไรหรือเปล่า” นิชคุณถามอย่างเป็นห่วงเสียงทุ้มนั้นเต็มไปด้วยความกังวล อูยองไม่ตอบสิ่งใดแล้วก็ปล่อยมือ ก่อนจะเดินตรงไปนั่งที่โซฟาสีขาวกลางห้อง โซฟาตัวเดิมที่อูยองเคยบอกกับนิชคุณว่าอย่ามารู้จักกันอีกเลย

    “พี่คุณครับผมมีเรื่องที่จะมาบอกพี่” อูยองพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง จริงจังมากที่สุดเท่าที่ตัวเขาเองจำได้ว่าตัวเองเคยใช้

    “อูยองมีอะไรเหรอครับ” เสียงทุ้มเอ่ยถาม พร้อมเสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามาใกล้ และก่อนที่นิชคุณจะเข้ามาใกล้พอจะดึงอูยองเข้าไปไว้ในอ้อมกอดอบอุ่นที่อูยองไม่เคยจะต้านทานได้สักครั้ง

    “เราอย่ามาเจอกันอีกเลยนะครับ” อูยองไม่แน่ใจว่าหลังประโยคนี้ที่เขาไม่ได้ยินเสียงเดินของนิชคุณอีก เพราะนิชคุณหยุดเดินลงไปจริงๆ แล้ว หรือว่าเป็นเขาเองที่หูอื้ออึงจากความรู้สึกที่เอ่อล้นขึ้นมาในอกจนไม่อาจที่จะรับรู้สิ่งใดได้ดีอย่างเก่า เพราะต้องใช้ความพยายามทั้งหมดในการห้ามไม่ให้น้ำตาไหลออกมา ห้ามไม่ให้เสียงที่พูดนั้นสั่นจนคนฟังจับได้

    “ครั้งนี้ผมขอพูดเป็นครั้งสุดท้าย ผมจริงจังมาก ผมไม่อยากให้เราเจอกันอีก ไม่อยากมีชีวิตที่วุ่นวายเพราะพี่ ผมจะไม่ยอมมีชีวิตวุ่นวายที่ต้องหลบซ่อนแบบนั้นไปตลอดเพราะพี่ เพราะงั้นเราเจอกันครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายนะครับ” อูยองกำมือแน่นและในที่สุดก็บังคับให้ตัวเองลุกขึ้นได้

    “เราเป็นคนแปลกหน้าต่อกันนับตั้งแต่นาทีนี้ไปนะครับ” อูยองพูดออกไปแม้ว่าสายตาจะมองแต่พื้นห้อง

    “ลาก่อนครับ คุณนิชคุณ” อูยองพยายามเดินต่อไปสายตามองแต่พื้น จึงไม่เห็นด้วยซ้ำว่าตอนนี้เจ้าของห้องยืนอยู่ตรงไหน

    
    ปึก!!

    เสียงแผ่นหลังบางของอูยองกระแทกเข้ากับผนังห้องอย่างแรงแบบที่อูยองไม่ทันได้ตั้งตัว มือทั้งสองข้างกัดแกว่งไม่ได้ดังใจเมื่อหัวไหล่ถูกยึดเอาไว้แน่นกับผนังห้องทั้งสองข้าง ดวงตาเรียวจ้องมองตาโตที่มองหน้ากันในระยะประชิดขณะที่ปากของทั้งคู่สัมผัสกัน  เป็นนิชคุณที่หลับตาไปก่อนขณะที่กำลังป้อนรสจูบให้อูยอง ปากหยักบดขยี้ริมฝีปากบ้างของอูยองอย่างรุนแรงแบบที่อูยองไม่เคยได้รับมาก่อน รุนแรงและเร่าร้อนในขณะเดียวกันก็ถวิลหา อูยองมองซีกหน้าของนิชคุณก่อนที่จะหลับตาลงทั้งน้ำตา 

    จูบนี้มันรุนแรง เร่าร้อน ถวิลหา แต่ในขณะเดียวกันมันก็เศร้าอย่างมากทีเดียว

    อูยองที่ถูกรุกเร้าด้วยจูบอันร้อนแรงค่อยๆ จูบตอบกลับไปตามความรู้สึกที่ต้องการ โดยลืมนึกถึงความถูกต้องไปชั่วขณะ หลงใหลในจูบที่เกิดจากใจคนสองคนปรนเปรอซึ่งกันและกันและก่อกำเนิดขึ้นร่วมกัน ในที่สุดนิชคุณก็ถอนริมฝีปากออกจากจูบหอมหวาน

    มือหนาประครองแก้มนิ่มที่แดงเรื่อแข่งกับกลีบปากบางที่แดงฉ่ำ

    “อูยองโกหกพี่ใช่ไหม” เป็นคำถามที่ร้องขอเสียจนอูยองต้องหลบตาและผลักไส

    อูยองออกแรงผลักนิชคุณอย่างแรง ซ้ำไปซ้ำมาแต่นิชคุณก็ไม่คิดที่จะปล่อยออก

    “ปล่อยอูยองได้ไหมครับพี่คุณ” จนถึงเสียงขอร้องนี้ พร้อมมือของ     อูยองที่แตะเหนือหัวใจของนิชคุณมันแผ่วเบาราวกับขนนกเมื่อเทียบกับแรงที่พยายามผลักนิชคุณในตอนแรก แต่คนตัวโตก็ยอมที่จะปล่อย  อูยองเมื่อได้รับอิสระก็รีบเดินออกไปทันทีก่อนที่จะใจอ่อนให้กับความรู้สึกตัวเอง

    แต่เดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าวข้อมือก็ถูกรั้งไว้อีกครั้ง

    “อูยองโกหกใช่ไหม พี่รู้ว่าอูยองโกหก” นิชคุณถามอีกครั้งแต่คราวนี้เสียงนั้นแข็งกร้าวมากขึ้น

    “ผม ..ผม ผมไม่ได้โกหก” อูยองบอกออกมาในที่สุดแต่น้ำเสียงนั้นพร่าสั่นคล้ายลูกนกกลางพายุฝน นิชคุณดึงอูยองให้เดินตามมา ก่อนที่จะผลักอูยองให้กลับไปนั่งบนโซฟาสีขาวตามเดิม คนตัวโต จับไปที่พนักโซฟากักขังอูยองไว้ในกรอบร่างตัวเอง 

    “พี่ไม่เข้าใจอูยอง นายต้องการอะไรจากพี่งั้นเหรอ” นิชคุณขึ้นเสียงดังตวาดกันอย่างไม่เคยทำมาก่อน จนอูยองสะดุ้งโหยง ตาโตที่จ้องมองมานั้นแข็งกร้าวบอกชัดเจนว่า เขาไม่มีสิทธิ์ลุกออกไปจากตรงนี้ถ้ายังไม่ตอบคำถามคนตรงหน้า

    ..ต้องการอะไรจากกูวะ…

    คำถามนี้ถ้านิชคุณอยากรู้ ตอนนี้จาง อูยองคนนี้ก็อยากรู้เหมือนกัน

    ตาโตที่จ้องมองเขม็งมาแบบนั้นก็อยากทำให้อูยองถามกลับ

    ต้องการอะไรจากคนที่ทั้งชีวิตก็มีแค่แก้มนี่แหละเอาไว้ล่อลวงและออดอ้อนชาวบ้านน่ะ ต้องการอะไรอีก หัวใจเหรอ นิชคุณจะต้องการสิ่งที่เป็นของตัวเองอยู่แล้วไปอีกทำไม

    “นายอยากได้อะไรจากพี่อูยอง”

    “อิสรภาพงั้นเหรอ” ให้ตายสิ ถ้าใครบอกว่าคนตรงหน้าเขาทำหน้าเศร้า เบะปากเหมือนจะร้องไห้แล้วไม่หล่อ จางอูยองให้ถีบสองทีเลย คนอะไร ขนาดทำหน้าตาเหมือนจะร้องไห้ยังดูดีจนจิตใจอูยองยิ่งหวั่นไหวเข้าไปอีก หวั่นไหวจนแน่ใจว่าการบอกจบความสัมพันธ์ระหว่างเราน่ะมันดีแล้วล่ะ

    “ว่าไงนายอยากได้อะไรเหรออูยอง การเป็นของพี่มันไม่ดีตรงไหนเหรอ จาง อูยอง มันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอไง” มือหนาลูบไล้ปรางแก้มนิ่ม ดวงตาโตใช้สบกับดวงตาเรียวที่ขึ้นสีไม่ทิ้งกัน จมูกโด่งที่ปลายรั้นขึ้นสีแดงกั้นน้ำตา รับกับริมฝีปากหยักที่โค้งสวยงดงาม แสนจะเป็นภาพที่ดูดี แต่ทำไมไม่อยากมอง ทำไมถึงอยากเอาน้ำไหลออกจากตาบังภาพนี่แบบนี้นะ ทำไมนะ จาง อูยองไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน

    “พี่คุณครับ ผมไม่ใช่ของๆพี่นะครับ ผมคือจาง อูยอง ไอ้เด็กบ้าจากปูซาน ไอ้เด็กโง่จอมแส่เรื่องชาวบ้าน ไอ้เด็กซื่อบื้อที่ดันไปล่อตากิล่าเพียวๆเพราะคิดว่าเป็นน้ำเปล่า ไอ้เด็กคนนึงที่ดูยังไง  …ก็ไม่คุ้มค่าเวลาหรอกครับพี่คุณ” มือบางเเตะลงบนสองฝ่ามือหนาที่ไล้เช็ดน้ำใสใต้ดวงตาตัวเองอยู่อย่างแผ่วเบา ขยับเบาๆเพื่อส่งสัญณาณให้ฝ่ามือนั้นถอยออกไป

    “ผมก็แค่  ..จาง อูยอง”ฝ่ามือหนาที่ถอยหลุดออกมาตามแรงขยับของตัวเองถูกวางลงบนหน้าขาของเจ้าของ ดวงตาเรียวเหลือกขึ้น สั่งให้น้ำตามันไหลกลับเข้าสมองไปเหมือนเดิมก่อน จะยิ้มบางๆ ส่งให้คนตรงหน้าอีกสักครั้ง 

    “แค่ …อูยอง”เอ่ยประโยคสุดท้ายที่เน้นเหมือนประโยคบอกลา เพราะพูดจบ คนพูดก็หลบสายตาเหมือนว่าจะไม่เอ่ยบอกอะไรอีกแล้ว ประโยคนั้นคือประโยคสุดท้าย

    ..ก็แค่จาง อูยอง ลืมเขาไปเถอะนะ ถึงชื่อเขาไม่ได้โหลซ้ำซากอย่าง อี จุนโฮ แต่เขาว่าชื่ออูยองมันคงลืมได้ไม่ยากหรอก 

    ลืม ๆ ไปเถอะนะครับ 

    ลืมจาง อูยอง

    “ของนิชคุณ”

    “ไม่ว่าคนที่อยู่ตรงหน้าพี่จะเป็นยังไงก็คือของ ๆ พี่ คนของพี่ คือคนรักของนิชคุณ คือคนที่นิชคุณรักที่สุด ถ้านายจะให้พี่ปล่อยนายไป”ตาโตจ้องมองมาที่อูยอง มันจริงจังเสียจนอูยองไม่กล้าจะพูดอะไร

    “ฆ่าพี่ดีกว่า อูยอง”

    “ผม ..พี่คุณ” อูยองอ้ำอึ้ง อยากบอกแต่ก็ไม่รู้ว่าจะบอกยังไง เมื่ออูยองไม่อยากได้อะไรสักอย่างเลยนอกจากให้นิชคุณมีความสุข มีชีวิตที่ดี ชีวิตดี ๆ แบบที่ไม่ควรมีจาง อูยอง

    จะให้พูดยังไงล่ะ

    “พี่คุณ ผมอยากให้พี่มีความสุข” อูยองตอบเสียงไม่ดังนักแต่เต็มไปด้วยความรู้สึกอย่างที่พูดออกมา ตาเรียวจดจ้องมองนิชคุณที่ตาโตยังคงจ้องมองเคร่งเครียดมาเหมือนเดิม

    “อูยองอยากให้พี่มีความสุข แต่อูยองจะไปจากพี่ อูยองไม่รู้ตัวหรือไงว่าตัวเองนั่นแหละคือความสุขของพี่” มือหนาลูบแก้มเนียนแผ่วเบา อูยองหลุบตาต่ำ

    “พี่คุณเรื่องของเรา คือถ้าพี่ ..คือถ้ามันจริงจัง พี่.. ผมไม่อยากให้มันกระทบกับงานของพี่ ชีวิตของพี่ พี่รู้ใช่ไหมว่าพี่เป็นคนมีชื่อเสียง เป็นคนมีหน้าตาทางสังคม ..แลกกับผม มันไม่คุ้มหรอก” อูยองบอกไม่ดังนักเพราะยอมรับว่ากลัวนิชคุณเวลาที่อารมณ์โมโหและจริงจังแบบนี้ชะมัดเลย แต่เพราะร่างสูงที่ยังคงไม่คลายมือที่บีบแขนกันเอาไว้เงียบไปเสียนานในที่สุด อูยองจึงช้อนตาขึ้นมาดูก็เห็นดวงตาโตยังคงจ้องมองกันอยู่เช่นเดิม 

    “ใคร ๆ ต่างก็มองและบอกว่าพี่สมบูรณ์แบบ จนในบางครั้งพี่เองก็หลงเชื่อไปแบบนั้น แต่รู้ไหมอูยอง ในโลกใบนี้ไม่มีอะไรที่สมบูรณ์แบบ ทุกอย่างต่างบิดเบี้ยว คดงอ และมีจุดบกพร่องด้วยกันทั้งนั้น พี่เองเป็นคนที่มีจุดบกพร่องมากมายอูยอง ถ้าเป็นอูยองน่ะคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้มที่จะมาแลกกับของบิดเบี้ยวชิ้นนี้” 

    “พี่คุณ…” อูยองครางเสียงออกมาแผ่วเบา เพราะดวงตาโตที่จ้องมองกันยามนี้ไม่ได้แข็งกร้าวอีกแล้วแต่มันเต็มไปด้วยความร้องขอ คล้ายหมาน้อยที่หลงทางอยู่กลางสายฝนแล้วต้องการให้ใครสักคนโอบกอดดูแลและมอบไออุ่น

    ใครบางคนที่ตาโตคู่นั้นสะท้อนออกมาให้เห็นชัดเจนว่าเป็นจาง อูยอง

    “งานของพี่ไม่ว่าจะยังไงก็ตามที่เกิดขึ้นกับมันต่อจากนี้  จะไม่เกี่ยวกับอูยอง พี่จะจัดการทุกอย่างเอง” นิชคุณบอกเรื่องที่อูยองกังวลด้วยน้ำเสียงที่ชัดเจนว่าให้อูยองมั่นใจ คนแก้มป่องถอนหายใจออกมา ตาเรียวจ้องมองคนตรงหน้าอย่างทดท้อ

    .. พี่คุณหน้าตาก็ฉลาด ทำไมถึงเข้าใจเรื่องนี้ยากนักนะ  ที่นี่น่ะเรื่องแบบนี้มันไม่ได้จัดการกันง่าย ๆ หรอกนะ…

    “พี่คุณ พี่ไม่รู้หรอกว่า..”

    “อูยองรักพี่ไหม” เสียงแย้งของอูยองเงียบลงฉับพลันเมื่อได้ฟังคำถามจากคนตรงหน้า ตาโตที่จ้องมองมาบอกอูยองชัดเจนว่าคำถามนี้จริงจังมากแค่ไหน อูยองได้แต่นั่งนิ่ง อ้าปากขึ้นมาหลายครั้งแต่ไม่มีเสียงพูดอะไร ตาเรียวเสมองไปทางอื่นเพื่อไม่ให้เห็นใบหน้าของนิชคุณ น่าจะพูดออกมาง่ายกว่า

    “ผมรักพี่ไม่ได้หรอก” อูยองพึมพำตอบไม่ดังนัก แต่อูยองก็รู้ว่าคนฟังได้ยินเมื่อร่างทั้งร่างถูกดึงเข้าไปกอด

    “ได้สิอูยอง ถ้าอูยองไม่กล้ารักพี่เพราะงานของพี่ มันได้อูยอง ต้องได้สิ” นิชคุณบอกเสียงไม่ดังนักแต่ความใกล้ของริมฝีปากหยักที่อยู่ข้างใบหูก็ทำให้อูยองได้ยินอย่างชัดเจน อูยองเม้มปากเพราะอารมณ์ที่ตีรวนอยู่ในใจ แม้รู้ดีว่าไม่ควรแต่มือทั้งสองข้างก็ยกขึ้นสูงเพื่อที่จะโอบกอดร่างหนา หากแต่ยังไม่ได้สวมกอดกลับคืนเสียงโทรศัพท์ของนิชคุณที่ดังก้องขึ้นก็ทำให้อูยองรีบลดมือลง 

    นิชคุณคลายอ้อมกอดจากอูยอง ตาโตจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์นิ่งนานกับชื่อที่เห็น อูยองมองไปที่หน้าจอเพื่ออ่านชื่อนั้นด้วย

    -ซูจี-

    นางแบบและนักแสดงสาวดาวรุ่งที่ได้ชื่อว่าเป็นรักแรกของเกาหลีในตอนนี้ 

    ในที่สุดนิชคุณก็กดรับสาย ร่างสูงนิ่งไปชั่วครู่เพื่อฟังเสียงจากปลายสาย ตาโตหันมาจ้องมองที่อูยองนิ่งนานจนในที่สุดนิชคุณก็เอ่ยตอบกลับไป

    “โอเคพี่จะไปเดี๋ยวนี้แหละ” แล้วนิชคุณก็กดตัดสายไป 
    ร่างสูงย่อตัวลงจนระดับสายตาเท่ากับอูยอง มือหนาลูบลงบนผมของอูยอง

    “เชื่อในตัวพี่นะอูยอง” เป็นประโยคสุดท้ายที่นิชคุณเอ่ยบอกไว้ก่อนจะกดจูบลงเป็นแก้มเนียนของอูยองแล้วหันหลังเดินออกจากห้องไป

    อูยองมองประตูห้องที่ปิดลงก่อนตัวเองจะทรุดนั่งลงบนพื้นอย่างไม่มีเรี่ยวแรง ซบใบหน้าลงกับหัวเข่าตัวเองน้ำตาไหลนองรดรินลงไปจนเปียกชุ่ม

    ความรักมันต้องเหนื่อยขนาดนี้เลยเหรอ

    เขาไม่เห็นเข้าใจ ไม่เข้าใจเลยความรักคืออะไรกันแน่

    อูยองกอดเข่าตัวเองร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่เช่นนั้นอยู่นานพอควรจนความสนใจถูกดึงไปที่โทรศัพท์ของตัวเองที่แผดเสียงร้องดังขึ้นมา ตาเรียวที่แดงก่ำของอูยองมองดูชื่อปลายสาย

    -จุนโฮ- ทำไมช่วงนี้อูยองรู้สึกว่าเวลาเพื่อนรักโทรมามันจะไม่ค่อยเป็นเรื่องดี ๆ เท่าไหร่ แต่ก็กดรับสาย

    “ฮัลโหล อูยองได้ยินฉันไหม” เสียงของจุนโฮที่อู้อี้จากปลายสายบอกได้ดีว่าตอนนี้จุนโฮก็คงมีสภาพเปื้อนน้ำตาไม่ต่างกัน

    “ฮึก ทำไมเหรอ จุนโฮ” อูยองขานเสียงกลับไปด้วยสภาพเสียงไม่ต่างกัน

    “อยากจะชวนไปกินเหล้าด้วยกัน ไปไหม” ต่อให้เสียงจะสะอึกสะอื้นแค่ไหนแต่น้ำเสียงของจุนโฮก็เต็มไปด้วยความชัดเจนว่าอยากไป อูยองสูดน้ำมูกคิดอยู่แปปนึง

    ไหน ๆ นั่งอยู่แบบมีสติก็คิดอะไรไม่ออกอยู่แล้ว เมาไปสักหน่อยก็คงไม่เป็นไรมั้ง

    “เอาดิ จุนโฮ เจอกันที่ไหนล่ะ”

    “NB2คลับ ตอนนี้เลย เดี๋ยวไปรับนายอยู่ไหนล่ะ ฉันอยากเมาให้ลืมหน้างี่เง่าของคนบางคนแล้ว”
      สาเหตุของความอยากเหล้าชัดเจน และวิธีแก้ปัญหาชัดเจนกว่า

    “ได้เจอกันจุนโฮ เดี๋ยวฉันส่งที่อยู่ไปให้ทางไลน์นะ คืนนี้ไปเมาให้สุด ๆ กันไปเลย”

………
    อูยองจ้องมองเพื่อนตัวดีของตัวเองที่ตอนนี้หน้าชื้นๆ จมูกกับตาแดงๆ ไม่แพ้กับตัวอูยองเองนั้นจะเห็นไม่ชัดเพราะกำลังนั่งอยู่ท่ามกลางไฟสลัวบนโต๊ะในมุมมุมนึงของNB2คลับ จุนโฮไปรับอูยองที่หน้าหอของนิชคุณด้วยชุดนอนที่ขอแวะไปเข้าห้องน้ำแล้วเปลี่ยนชุดเป็นเสื้อเชิ้ตกางเกงยีนส์พล็อบเต็มตามที่ชุดสำรองในรถมีเก็บไว้ จุนโฮที่ชุดจัดเต็มคาริสม่าแต่หน้าตาส่อแวว ดราม่าสุดๆ พอมาถึงที่ร้านก็สั่งแต่เหล้าดีกรีแรงๆ มาวางอยู่จนเต็ม แก้วสองใบ ชนกับอูยองเป็นว่าเล่น อูยองที่จัดไปแล้วก็สองแก้วมองจุนโฮที่เทเหล้าลงคอไปหลายแก้วแล้ว 

    “นี่จุนโฮ ทะเลาะอะไรกับไอ้ชานมาอีกวะ” อูยองเอ่ยถามเมื่อเห็นจุนโฮนั่งมองแก้วเฉยๆ แต่พอสิ้นคำถามเท่านั้นล่ะจุนโฮหันมาจ้องหน้าอูยองตาเขม็งแบบที่อูยองคิดว่ากูไม่น่าพูดชื่อชานซองออกมาเล๊ย

    แล้วจุนโฮก็เทเหล้าลงคอไปอีกแบบกะจะจัดรอบเดียวให้หมดแก้วเลย จนอูยองต้องแตะข้อมือไว้เตือนสติ
    “เฮ้ย เพลาๆหน่อย อย่าพึ่งรีบเมาสิวะ” อูยองเอ่ยท้วงจุนโฮ 

    “เรื่องไอ้บ้านั่นฉันไม่อยากจะพูดถึงมันตอนนี้” จุนโฮกระแทกแก้วกับโต๊ะ หันมามองหน้าอูยอง

    “แล้วแกล่ะเป็นอะไรอูยอง หน้าตาพึ่งร้องไห้มาชัดๆ ” จุนโฮเอ่ยถาม ที่จริงจะถามตั้งแต่ไปรับที่หน้าคอนโดที่ไม่ใช่ของอูยองนั่นแล้วล่ะ แต่ตัวเองก็กำลังอารมณ์เสียอยู่ก็เลยไม่ได้เอ่ยถามไป ตอนนี้ได้จังหวะพอดี

    “ฉันเองก็ไม่อยากพูดถึงมันตอนนี้ว่ะ จุนโฮ” อูยองพูดเสียงแผ่ว

    “กินเหล้าต่อกันเถอะ” แล้วเป็นอูยองที่ชวนต่อเอง รีบยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นมาดื่มอึก อึก จุนโฮเองก็ทำแบบนั้นเช่นกัน

    “Rrrrr” เสียงโทรศัพท์ของอูยองสั่น อูยองจึงหยิบขึ้นมาดู ก่อนจะเงยหน้ามาจ้องหน้าจุนโฮท่าทางลังเลที่จะรับที่สุด

    “ชานซองโทรมาเหรอ อูยอง”

    “อืม”

    “ปิดเครื่องซะ อูยอง” จุนโฮเอ่ยบอกเสียงเข้ม

    “เอ๋..” อูยองร้อง

    “ปิด!! ปิดเดี๋ยวนี้!! หรือจะให้ฉันถอดแบตออกแล้วปามันทิ้ง”

    “โหยย โหดว่ะ ปิดแล้วๆ” อูยองร้องบอกแล้วก็ปิดโทรศัพท์รีบยัดลงกระเป๋ากางเกงกลัวจะโดนคนตรงหน้าคว้าไปขว้างทิ้งจริงๆ 
    
    เสียงโห่ร้องของบรรดานักท่องเที่ยวที่กรีดเสียงออกมาจากเวทีกลางที่คงกำลังมีนักเต้นสาว โชว์ขาอ่อนจัดการแสดงอยู่ดังมาให้ได้ยิน จุนโฮเหลียวหันไปมอง ก่อนจะหันมาจ้องหน้าอูยองที่ตอนนี้ มีแก้มแดงแข่งกับตาแล้วก็ปลายจมูกอีกอย่าง 

    จุนโฮกระตุกยิ้มเหยียด แล้วปลดกระดุมเสื้อตัวเองออกเม็ดนึง ก่อนจะปลดเม็ดต่อไปอูยองก็ท้วงถามเพื่อนรักขึ้นมาก่อน

    “เฮ้ย จุนโฮ ทำไรน่ะ” 

    “เรียกเรตติ้งไง แกก็ปลดด้วยอูยอง” จุนโฮยื่นมือมาจับเสื้อของอูยอง ทำหน้าขัดใจที่เห็นว่าเป็นเสื้อยืด

    “มีกรรไกรไหม ตัดคอเสื้อเลย” คำพูดของจุนโฮทำเอาอูยองหน้าเหวอ

    “เฮ้ยๆ ไม่ต้องเว้ย ฉันไม่อยากเรียกเรตติ้งบ้าอะไรแล้ว แค่ตอนนี้ก็กลุ้มจะตายแล้ว” อูยองร้องบอก จุนโฮทำหน้ามุ่ย ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นเหยียดยิ้มออกมาแทน เป็นรอยยิ้มที่เย้ยหยัน ยั่วยวน เศร้าและก็ตัดพ้อสิ้นดี

    “ไม่เป็นไร ฉันสนุกคนเดียวก็ได้” รอยยิ้มที่มีความรู้สึกเช่นนั้นเอ่อล้นอยู่ไม่ต่างจากดวงตาเรียวคู่นี้ 

    “อูยอง” 

    “หา” อูยองรีบขานรับเสียงเรียกของจุนโฮทันที

    “คืนนี้จะไม่มีนายแบบดังบ้าที่ไหนทั้งนั้น คืนนี้จะมีแต่อี จุนโฮ แค่อี จุนโฮเท่านั้น” จุนโฮพูดออกมาเสียงแข็ง มือขาวหยิบแก้วเครื่องดื่มขึ้นมากระดกแล้วกระแทกแก้วลงกับโต๊ะอย่างแรง 

    อูยองได้แต่มองแล้วก็คิดว่า ตัวเองต้องเมากว่านี้แล้วล่ะ แล้วอูยองก็ยกแก้วเครื่องดื่มดื่มตามไปอีกจนของเหลวดีกรีแรงหมดแก้ว

.
.
.
tbc

เอาแล้วสิวิธีคลายเครียดของเด็กแฝด
เรื่องเปิดรวมเล่มละนะคะ รายละเอียดอยู่ด้าน
เมนต์ให้ด้วยน้า จุ๊บๆๆๆ

Advertisements

3 คิดบน “Dangerous Lover !!Slap me beby #15 #ChanNuneo #KhunWoo #TeacJay #JunK

  1. bbm

    อ่อยยย เอาแล้วสิ นุ้งโฮกะด้ง จะเป็นไงต่อไป ,, ละพี่คุณกะด้งได้รักกันไหม ชานกะโฮจะเข้าใจกันได้อย่างไร อยากอ่านต่อแล้ว แฮร่ๆ #สู้ๆนะคะ

Leave a Comment

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s