DANGEROUS LOVER !!SLAP ME BEBY #16 #CHANNUNEO #KHUNWOO #TEACJAY #JUNK

Title: [FIC] ~Dangerous Lover !!Slap me beby~ ร้ายกว่านี้มีอีกไหม
Chapter:16 สุราแปลว่าบรรลัย

Author: LoveMe
Paring: Chansung x Junho / Khun x Woo / Taec x jae/ Jun.K
Rate: (PG-13) – (NC-15)
talk:
-ถ้อย คำ หยาบคาย ในเรื่องนี้มีมากนัก ภาษาพ่อขุนและสัตว์สงวนวิ่งพล่านดุจสวนสัตว์ ขออภัยมานะที่นี้
-เป็นแค่ฟิคเท่านั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวกับเรื่องจริงหรือใดๆทั้งสิ้น แค่ฟิค อ่านๆไปเถอะ อย่าหวังมาก อย่าคิดมากนะ
บอกแล้วไงว่าจะมาลงเรื่อยๆเป็นระยะๆ ยังไงก็เมนต์ให้เค้าบ้างนะ มีเมนต์ให้อ่านเรื่อยๆ เค้าก็มีฟิคให้อ่านเรื่อยๆเหมือนกัน ^^
– มีรวมเล่มให้จองละนะเรื่องนี้  อิอิ

[Pre-order] รวมเล่มฟิคDangerous Lover !!Slap me beby~ ร้ายกว่านี้มีอีกไหม
 #ChanNuneo #KhunWoo  #TaecJay #Jun.K [เปิดพรีฟิครั่วๆแสบๆเรื่องนี้ถึง 12/1/58จ้า]

ที่คั่นslap2

16

สุราแปลว่าบรรลัย

……. ฮวาง ชานซอง เกลียด อี จุนโฮ…….

เกลียดมากด้วยตอนนี้  มาก มากสุดๆ…

แต่ที่เกลียดกว่ามากถึงมากที่สุดเกลียดกว่าหลายหมื่นเท่า

..คือเหล้า!!!

“คืนนี้อี จุนโฮเป็นของทู้กกกกโคน” แล้วกระดุมสามเม็ดบนก็หายวืบไป

ฮวาง ชานซอง เกลียดเหล้าที่สุดดดดด ฮือ..

“ราตรีนี้ยางอีกย๊าววว ยาว ไกล มาซาหนุกกันเร๊ววววววว” เสียงหัวเราะคิกคักตามมาด้วย เสียงฮือฮาเมื่อกระดุมอีกสามเม็ดก็ถูกกระชากออก คนที่กระชากกระดุมตัวเองออกหัวเราะคิกคักเมื่อเห็นสายตาเกือบครึ่งร้อยจ้องมาที่ตัวเองพร้อมเสียงกระซิบดัง ๆ สายตาเหล่านั้นเกินครึ่งเป็นสายตากลัดมัน และหื่นกระหายจะกระชากอกขาว ๆ นั้นมาทำให้เกิดรอย สายตาอย่างที่คนหน้าหมีเห็น..เห็นแล้วอยากโดดถีบให้ลูกตาหลุดกระเด็น

“เดิ่ม~~ “เสียงนำแบบป้อแป้ดังขึ้นอีกที คนพูดเองก็เซถอยหลังไปอีกหลายก้าวขณะเอี้ยวตัวหยิบแก้วบรรจุน้ำสีอำพัน ที่คนข้างตัวซึ่งสภาพเองก็ไม่ได้ต่างนักส่งมาให้  คนตาโตจ้องมองแก้วเหล้าที่ถูกถ่ายโอนให้คนที่แผงอกขาวกระจ่างกำลังล่อตาแมงตัวผู้อยู่บนเวทีไป แหวกฝูงชนทั้งหลายเข้ามา กัดฟันกรอดจ้องไอ้คนที่ส่งแก้วให้อย่างนึกโมโห ให้ได้อย่างนี้นะเมิ๊งงง ไอ้อูยอง สติตัวเองแทบจะโดนแอลกอฮอล์ชะไปหมดแล้วยังเสือกชงส่งให้กันอยู่นั่นแหละ ดูสิน่ะแก้มขาวห้อยนั่นมันแดงแข่งกับใบหูบาง ๆ ของจุนโฮจนน่ากลัวแบบนั้น รอพี่คุณมาก่อนนะ ฮวาง ชานซองคนนี้จะหัวเราะใส่ให้สาแก่ใจ  ..แอร๊ย เมิงจะส่งอีกแก้วให้ทำม๊ายยยย

“ดื่มให้แก่ชีวิตเสร็งเคร็ง ให้โลกเฮงซวย อึก” ยกแก้วขึ้นกลางอากาศเอ่ยถ้อยแถลงแบบเสียงเมาได้ที่ เคล้าสะอึกอย่างคนเหล้าเข้าเส้น สองขาเริ่มเดินปัดเป๋ ไม่ตรงทางกว่าเดิม จนไอ้คนที่แหวกฝูงชนจนเริ่มเข้ามาถึงริมขอบเวทีกลัวคนเมาจะล้มลงมาให้ได้ซะจริง ๆ

นี่ถ้าไม่มีเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ที่มาเที่ยวที่นี่โทรไปบอกว่าเมียเขาเมาแล้วเดินขึ้นเวทีมาทำตัวล่อเป้าแบบนี้จะรู้ไหมเนี่ย โอ๊ย อยากจะสั่งเผาเหล้าให้หมดโลก ทะเลาะกันทีไรทำไมจุนโฮต้องชอบมาหาเหล้าทุกทีวะ ชานซองไม่เข้าใจ ไม่เข๊าใจ

โว๊ยยยย กระดุมจะไม่เหลือแล้วถอดอีกทำไมเนี่ย

“ดื่มให้คนไม่น่าร๊ากกก ให้คนไม่น่าสนใจ ให้คนน่าเบื่อ” เสียงที่ใช้พูดไม่ได้ติดแค่ป้อแป้หากตอนนี้สั่นเคลือจนฟังแทบไม่เป็นคำ หยดน้ำตาใส ๆปริ่มออกมารั้งอยู่ปลายหางตา ก่อนถูกปัดทิ้งส่ง ๆ เร็วจนคนที่กำลังหยิบน้ำแข็งขว้างหัวคนเมาแก้มย้อยอีกคนที่นอนกลิ้งเกลือก หน้าแดงก่ำขวางทางขึ้นมาบนเวทีอยู่ไม่ทันเห็น

“ให้อี จุนโฮ เดิ่มมมมมม”ว่าแล้วก็จัดการเทน้ำในแก้วออก ไม่รู้ว่าเล็งตำแหน่งผิดหรืออย่างไร ของเหลวที่ควรลงคอหอย และด่ำดิ่งลงไปเพิ่มแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดกลับราดหกจนเลอะแผงอกขาว คนทำหกยืนหัวเราะคิกไร้สติอีกครั้ง ขณะที่ไม่ได้รับรู้เลยว่า ไอ้คนมีสติหน้าตาเหมือนอิมพอร์ตมาจากอิตาลีข้างหลัง กำลังจัดการลากคนขี้เมาแก้มป่องที่ตัวเองเอาไว้เฝ้าบันไดทางขึ้นเวทีกลางคลับแห่งนี้ให้นั้น ออกจนพ้นวิถีทางเดินขึ้นมาแล้ว

“อุ๊บส์ หก มีใครอยากจะเช็ดให้ไหมครับ” ว่าแล้วก็ยิ้มเหยียดยั่ว โปรยสายตาฉ่ำกับริมฝีปากอิ่มให้ฝูงชนด้านล่าง เสียงครางฮือ และสายตาหื่นกามเพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าตัวแทบจะถลาขึ้นมาช่วยเช็ดแผงอกขาวนั้นให้เลยในทันที หากไม่ติดว่าเวทีกลางคลับนี้มันสูงนักน่ะนะ

“เช็ดดดด” คนเมาเหล้าเต็มอกทำตาฉ่ำ ชี้ไปบริเวณแผงอกขาวที่เคลือบด้วยน้ำเมาแล้วหัวเราะคิกอีกที

“เช็ดโตรงงงเน๊” จิ้มไปที่อกขาว กราดสายตาแสนเย้ายวนลงแก่ฝูงชนข้างล่างอีกครั้ง

“แล้วก็โตรงงงงนี้ คิกคิก” คนเมาอารมณ์ดีหัวเราะคิกคัก ลากนิ้วชี้ตัวเองมาที่ริมฝีปากอิ่ม รอยยิ้มแสนยั่วโปรยออกมาอีกครั้งจากตาคู่ตี่หวานฉ่ำ เหล่าสมิง สิงโตกระหายเลือดด้านล่าง แทบจะปีนเวทีกันขึ้นมา ถ้าไม่ติดว่าเห็นไอ้สิ่งมีชีวิต185เซนที่เดินทมึงมาข้างหลัง คนเมาแสนยั่วยวนบนเวที

“เช็ดตรงไหนอีกดีน๊าาา” ว่าแล้วก็คนเมา ก็ใช้ปลายนิ้วชี้รั้งชายเสื้อที่ไร้กระดุมกลัดให้ห่างกันกว่าเดิม หลับตาหัวเราะอย่างถูกใจอยู่คนเดียว ไม่ได้สังเกตกิริยาของเหล่าผู้ชมด้านล่างที่เริ่มเงียบลง

“มีใครอยากเช็ดให้ไหมเอ่ย”

“ฉันเช็ดเอง” เสียงทุ้มเข้มดังขึ้นพร้อมแรงรั้งข้อมือบางให้เดินตามตัวเองมา โดยไม่ได้สนใจความเงียบที่เคยมีมาก่อนหน้า ซึ่งถูกเปลี่ยนเป็นเสียงเซงแซ่จากข้างล่าง

“ฮวาง ชานซอง” คนเมาเอ่ยเรียก มือขาวทุบลงบนหัวไหล่กว้างของสองแขนที่รั้งมือตัวเองอยู่

“เมิ๊งมาได้ง๊ายยยย”คนโดนดึงข้อมือรีบขืนไว้ก่อน

“ปล่อยกู๊ ไอ้ชานซองบ้า ไอ้บ้า ๆ ๆ” ด่าไปทุบไป จนร่างหนาจำต้องหยุดให้ แสงสีฟ้าอ่อนของสปอร์ตไลน์ประจำเวทีกลางผับหันจับที่อีจุนโฮแทบในทันที

“ปล่อยกู๊” เสียงขืนกรึ่มๆ ดังขึ้นพร้อมข้อมือบางที่กำลังดึงตัวเองออกจาการเกาะกุม มีหรือที่ชานซองจะปล่อยออกง่าย จับรั้งข้อมือแน่นกว่าเดิม มืออีกข้างก็จับหัวไหล่ของคนเมาเบาๆ

“ไม่ปล่อย นายเมามากแล้วนะจุนโฮ” เสียงพ่นลมหายใจดังขึ้น มือก็เขย่าหัวไหล่บางไปเบาเรียกสติ แต่ที่ได้ก็แค่การยู่ปาก แล้วก็สายตาค้อนจัดที่ตวัดขึ้นมาด่านั้น

“กูไม่ด๊ายยย มาววว ชานซอง อย่ามา มั่วววว” เอ่ยปฏิเสธ โบกมือไปมาอย่างย้ำชัดว่า …กูเนี่ยไม่เมาจริงๆ

“อย่างนี้ไม่เรียกเมา แล้วจะขนาดไหนอีก ห๊ะ จุนโฮ ”

“ถ้าจะเมามันต้องขนาดเน๊” จุนโฮเบิ่งตาออกกว้างมองหน้าชานซอง พ่นคำอวดเก่งใส่ ยิ้มเหยียดหวาน แล้วจัดการจับที่หัวเข็มขัดกางเกงบนส่วนล่างได้รูปของตัวเอง ก่อนจะทำการถอดออกอย่างรวดเร็ว

“เฮ้ย!!! จุนโฮ”ชานซองตาถลนเมื่อเห็นจุนโฮจะจัดการแก้ล่าง หลังจากด้านบนที่แก้ไว้ยังไม่ได้รับการจัดการให้เรียบร้อยดังเก่าด้วยซ้ำ มือหนาคว้าเข้าที่เข็มขัดในมือขาวที่ยังตั้งหน้าตั้งตาจะถอดอยู่

“ทำอะไรเนี่ย!!” เสียงเข้มเอ่ยดุยื้อมือของจุนโฮให้ออกจากเข็มขัดกางเกงตัวเอง แต่จุนโฮก็ยังคงจับไว้แน่น ๆแบบนั้น เงยใบหน้าและสายตาเรียวขึ้นมาจ้องค้อนๆตรงไปที่ชานซอง

“แก้…ผ้า” ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มหวานแล้วหัวเราะคิก มือที่จับหัวเข็มขัดที่โดนเกาะกุมไว้เริ่มจะแก้ผ้าจริงๆอย่างคำพูดต่อทันที

“หยุดเดี๋ยวนี้นะจุนโฮ นายจะบ้าไปแล้วหรือไงห๊ะ” ชานซองอยากจะเอาหัวกระแทกกำแพงให้ตาย เอ่ยเสียงเข้มอย่างโมโห จัดการหยุดมือที่กำลังจัดการเข็มขัดอยู่ในฝ่ามือ แล้วรั้งให้ออกห่างจากที่เกิดเหตุ มือหนาอีกข้างเข้ามาจับที่เข็มขัดที่กำลังจะโดนถอดไว้เพื่อไม่ให้สายตาสอดรู้รอบข้างได้เห็นอะไร

“แกสิบ้า อ้ายยยยหน้าหมี” จุนโฮยู่ปากเสียงยานครางพูดซึมเซา ก่อนจะฟุบหน้าลงไปบนไหล่หนา ชานซองจับเขย่าตัวขาวบางที่คางเกยไหล่เขาอยู่เบาๆ แต่จุนโฮเองก็ดูนิ่งไปจนเหมือนกับว่าสิ้นฤทธิ์ ทำให้ชานซองปล่อยมือที่รั้งข้อมือ และจับเข็มขัดของร่างเล็กกว่าออก เพื่อใช้สองแขนเข้าประครองจุนโฮไว้

“หมีโง่วววว” จุนโฮที่ซุบตัวอ่อนแปร้ไปเมื่อกี้เด้งฝึงออกมาทันที พูดคำเยินยอชานซองก่อนจะจัดการกระชากหัวเข็มขัดที่กำลังเปิดอ้าอยู่ออกอย่างรวดเร็ว แล้วเบนไปหากระดุมเต็มรังในกางเกงในทันที

“ง่าว!!”

“จุนโฮ!!!!” ชานซองร้องลั่นคว้าข้อมือขาวมาครองไว้ก่อนจะปลดกระดุมกางเกงเสร็จ

“ฉันจะแก้ผ้าปล่อยนะ ไอ้ชานซอง” เสียงใสเอ่ยขัดใจ กระชากข้อมือตัวเองเเรงๆ ข้อมือทั้งสองข้างที่โดนกำไว้ด้วยมือหนาเพียงข้างเดียวของชานซองมันไม่น่าจะดึงออกยากเพียงนี้เลยนะ

“ถ้านายแก้ ฉันจะปล้ำนาย” ชานซองตวาดเสียงดังอย่างโมโห ส่งจมูกโด่งขาวเข้ามาใกล้พร้อมตาโตจ้องเขม็งอย่างโมโห จุนโฮที่ได้ฟังหยุดดิ้นทำหน้านิ่ง ๆ แล้วเงียบไปประมาณนึง ก่อนจะยิ้มเหยียดออกมา

“นาย…ไม่กล้าหร๊อก ชานซอง” จุนโฮหัวเราะหึหึ กราดตาไปมองฝูงชนที่กำลังจ้องพวกเขาอยู่ด้วยใจระทึกว่ามากมายเพียงไหน ยืนยันใส่ชานซอง…ว่ายังไงก็ไม่กล้าหรอก

“นี่มันกลางคลับนะเว้ยชานซอง ไม่ใช่ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องสมุด ห้องแต่งตัวหรือรถนะเว้ย” พูดไปคนพูดเองที่หน้าเริ่มขึ้นสี ดวงตาเรียวตวัดหลบสายตาเจ้าเล่ห์ของชานซองที่จ้องมาให้กับความทรงจำแม่น ๆ ของจุนโฮ คนเมาตาเยิ้มที่รู้ว่าตัวเองพลาดเเล้วเป่าลมใส่แก้มตัวเองแรง ๆ ก่อนตาตี่จะตวัดกลับขึ้นมาจ้องชานซอง เบะปากใส่อย่างไม่ชอบใจ

“ยังไงแกก็ไม่กล้าหร๊อกกก ไอ้บ้า” จุนโฮทำหน้ากลับตาเหลือกใส่ชานซอง พ่นไอ้บ้าใส่หน้าอีกคำ ก่อนจะได้รับรอยยิ้มเย็นๆของชานซองกลับมา

“ถ้านายถอดฉันก็ปล้ำอยู่แล้วละอี จุนโฮ”ชานซองยกยิ้ม แต่สายตากลับแสนจริงจัง จนจุนโฮที่เห็นทำตากลับก้มหน้าเงียบไปในทันที ชานซองที่เห็นแบบนั้นหลุดหัวเราะออกมาเบาๆก่อนจะกลืนลงไปแล้วใช้ปลายนิ้วเชยคางมนของจุนโฮขึ้นมาสบตา

“ถ้านายกล้าถอด ฉันก็หน้าด้านพอ นูนอ” สรรพนามเฉพาะสำหรับชานซองเท่านั้นถูกนำมาใช้ ทำเอาคนที่ยอมให้เรียกนูนอเพียงแค่ชานซอง เม้มปากแน่นอย่างขัดใจ สายตาฉ่ำของคนเมาค้อนตวัดจ้องใบหน้าดูดีตรงหน้า แล้วทำปากยี้อย่างไม่สบอารมณ์ แรงที่ขืนชานซองไว้นิ่งลงอย่างบอกว่ายอมแล้ว ชานซองจึงคลายมือออกแต่ก็ไม่ปล่อยซะทีเดียว เพราะกลัวว่าจุนโฮจะเล่นเเง่แบบคราวที่แล้ว

สายตาคมมองตามมือของจุนโฮที่จับลงตรงกระดุมกางเกงตัวเองแล้วบีบข้อมือบางอีกครั้ง เรียกสายตาตี่ขึ้นมามองอย่างขัดใจกับท่าทางของชานซอง

“จะติดกลับไปต่างหากเล่า”เสียงที่เอ่ยสบัดกับตาจิกทำให้ชานซองปล่อยข้อมือออก ยิ้มเจ้าเล่ห์ส่งให้

“ให้ติดให้ไหมล่ะ” เสียงหื่นกวน ๆ ทำเอาจุนโฮทำปากแสยะอีกรอบ รีบจัดการติดกระดุมกางเกงตัวเองเข้าไปให้เสร็จ คว้าหยิบเข็มขัดใกล้ ๆ มาใส่เข้าไปอย่างเดิม ชานซองที่ยืนดูอยู่เหมือนดูเด็กแต่งตัวแบบนั้นก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้

“ปะ กลับบ้านกัน”ชานซองรั้งข้อมือบางมาครอง หมายจะลากออกไปแล้วพาขึ้นรถกลับบ้าน หากแต่ไม่โดนฝืนแรงไว้แบบนี้

“ไม่กลับ …ไม่อยากกลับ” จุนโฮพูดออกมาเสียงแผ่ว ใบหน้าขาวเบือนสายตาหลบไปทางอื่น ไม่แม้จะใช้มองมาที่ชานซองด้วยซ้ำ

“ไม่  …ย ..ก  ..ชา..” เสียงใสนั้นพร่าสั่นเครือและเบาจนชานซองต้องเคลื่อนเข้ามาใกล้เพื่อฟังให้ชัดเจน

“ไม่อยากกลับ …ไปกับชานซอง” จนได้รับเต็มถ้อยคำที่ได้ฟัง…เล่นเอาสะอึกกันไปเลย

เพราะถ้อยแถลงนี้ ไม่ใช่เมา ไม่ใช่โมโห ไม่ใช่ประชด

ไม่ใช่อะไร นอกจาก….น้อยใจ

“ไม่อยากกลับไปด้วยแล้ว คนใจร้าย”เสียงใสเริ่มพร่าหนัก ดวงตาคู่เรียวส่งน้ำใสออกมาช้าๆจนคนโดนหาว่าใจร้ายได้แต่ยืนมองเท่านั้น

“ชานซอง ..ใจร้าย ฮึก ใจร้าย ใจร้าย”มือขาวเรียวยื้อจนหลุดออกจากการเกาะกุมหลวมๆของชานซอง แล้วเปลี่ยนเป็นทุบลงไปบนไหล่หนาแทน เบาๆ แต่สั่นคลอนไปทั้งหัวใจ

“ขอโทษนะ จุนโฮ ขอโทษที่ชานเป็นผู้ชายที่ไม่ดีพอสักที” ชานซองดึงจุนโฮมาไว้ในอ้อมกอด กำปั้นของจุนโฮยังคงทุบไปกับแผ่นหลังกว้างแต่ก็ไม่ได้ทำร้ายอะไรร่างกายแข็งแรงของชานซองได้ ทำร้ายได้ก็แค่เพียงหัวใจดวงนี้ที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด

“กลับบ้านกันนะจุนโฮ กลับบ้านกับชานนะ” ลูบผมนิ่มอย่างปลอบโยนอีกครั้ง จุนโฮเริ่มสะอื้นและบ่นพึมพำอะไรสักอย่างเหมือนว่าไม่อยากจะไปแต่ร่างกายก็ไม่ได้ขืนการโอบกอดของชานซองมากนัก จนในที่สุดชานซองก็พาคนในอ้อมกอดประครองเดินมาที่ด้วยกันผ่านผีเสื้อราตรีที่เลิกสนใจมองสองนายแบบไปพักใหญ่แล้ว

“ฮึก อูยอง อูยองล่ะ” จุนโฮเอ่ยถามชานซองแม้ว่าตัวเองทั้งเมาทั้งร้องไห้แต่ก็ยังมีใจคิดถึงเพื่อน

“โทรให้พี่คุณมารับแล้ว ไม่เป็นไรหรอก” ชานซองบอกจุนโฮถึงได้เดินต่อ  ชานซองกระชับมือที่กอดเอวของจุนโฮไว้เมื่อร่างบางข้างกายเริ่มจะเซถลา

ถ้าอุ้มไปที่รถจะถูกโวยใส่ไหมนะ ..ไม่ลองไม่รู้เนอะ

“เฮ้ย ชานซอง ทำบ้าอะไร” จุนโฮร้องโวยวายเมื่อถูกอุ้มพาดบ่า แต่ขาจะตีหรือแขนกวัดแกว่งมากก็ไม่ได้เพราะแรงถูกแลกอฮอล์ปราบซะหมดฤทธิ์แล้ว

“พาเมียกลับบ้าน” ชานซองตอบหน้าตาเฉย ฉีกยิ้มเมื่อได้ยินเสียง  จุนโฮโวยวายผสมสบถและสะอื้นให้ได้ยินตลอดทางที่เดินไปที่รถ

เพราะมีเมียเป็นเสือเบงกอลไง ชานซองถึงได้ต้องเรียนรู้วิธีจับเสือเอาไว้ให้ชิน

✘✘✘

“จุนโฮเดี๋ยวฉันเช็ดตัวให้นะ” ชานซองบอกไปมือหนาก็ถอดเสื้อออกให้จุนโฮ หมายใช้ผ้าชื้นหมาดเช็ดแผ่นอกขาวบางที่กลิ่นเหล้าคลุ้ผสมกับกลิ่นหอมของจุนโฮ จนชวนให้อารมณ์คนดมวิ่งขึ้นง่ายๆ เหมือนกัน  แต่มือบางจับมือหนาของชานซองไว้แน่นพร้อมตาเรียวเล็กที่จ้องมองมาก็ทำให้ชานซองรู้ว่าการเช็ดตัวนี้คงไม่เสร็จง่าย ๆ

“ไม่เอา หนาว” จุนโฮบ่นมุบมิบดูน่ารักน่ารังแกเสียจนชานซองอดไม่ได้จะยิ้มกว้างอย่างเจ้าเล่ห์

“ต้องการไออุ่นจากฉันไหมล่ะ” ถามด้วยตาพราวระยับ

“อืม” เสียงครางรับโดยง่ายพร้อมใบหน้าน่ารักของจุนโฮที่เบี่ยงสายตาหลบดูออดอ้อนและเชื้อเชิญนั้นทำเอาหัวใจของชานซองลิงโลด  นี่ถ้าไม่เมาไม่มีทางที่จุนโฮจะพูดเรื่องอย่างนี้ออกมาง่าย ๆหรอก

“ถ้างั้นชานจะมอบไออุ่นให้นะ” ชานซองกระซิบบอกด้วยเสียงสุดเซ็กซี่มือก็ปลดกระดุมเสื้อตัวเอง จุนโฮตวัดสายตามามองทันที

“ไม่ใช่แบบนี้ อื้ออ ไม่เอาไม่ต้องถอด” มือบางกำคอเสื้อชานซองแล้วก็เขย่าอย่างแรง

“งั้นให้ฉันทำยังไงล่ะจุนโฮ” ชานซองถามด้วยความสงสัย ตาตี่ของจุนโฮจ้องมองใบหน้าชานซองตาตี่ทอดมองอย่างเศร้าสร้อย ก่อนที่จะ…

“เพี๊ยะ!!” ชานซองจับซีกแก้มตัวเองที่โดนตบจนหันไปอีกทางด้วยความเจ็บ…ขนาดเมาแล้วมือก็ยังหนักเหมือนเดิมเลย

“จุน..”

“เพี๊ยะ!!” โดนตบจนหันมาอีกทาง

“โอ๊ย!!”

“เพี๊ยะ!!” ซ้ำไปที่ข้างซ้ายอีกที

“พอแล้ว ๆ จุนโฮพอแล้ว” ชานซองรวบมือของจุนโฮเอาไว้ก่อนที่เขาจะโดนตบอีกรอบ จ้องมองไปที่คนตัวเล็กก็เห็นว่าดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยน้ำตาอีกครั้งแล้ว มือหนาใช้นิ้วโป้งเช็ดซับไปที่หยดน้ำตาใสให้ช้า ๆ

“ชานขอโทษเรื่องเมื่อหัวค่ำ ขอโทษที่ชานปากหมาใส่” ชานซองบอกด้วยความสำนึกผิด หลับตาปี๋เมื่อมือบางดึงออกจากการกอบกุมแล้วง้างสูงขึ้น ลืมตาขึ้นมาดูมื่อมีสัมผัสนุ่มจับไปหน้าตัวเองพลางลูบเบา ๆ แทนความเจ็บที่ควรเกิดขึ้น

“ฉันไม่ได้โกรธเรื่องนั้น ฉันแค่ ฮึก” จุนโฮหยุดพูดไปเมื่อหลุดสำเนียงสะอื้นออกมา แม้บรรยากาศจะเงียบลงแต่ชานซองรู้ว่าในความเงียบนี้ตัวเองมีสิทธิ์เพียงแค่ที่จะฟังเท่านั้น

“ฉันแค่ ..แค่ถ้านายรักคนอื่นมากกว่าฉัน นายบอกฉันหน่อยได้ไหมชานซอง ฉันไม่อยากเป็นคนโง่”

“ฉันไม่เคยรักใครมากกว่าจุนโฮนะ” มือหนาลูบไล้ไปที่แก้มใส ตาตี่จ้องมองเข้ามาในตาโตของชานซอง

“ฉันอาจเคยทำให้นายผิดหวังหลายเรื่องจุนโฮ ฉันอาจจะทำตัวเลวและผิดพลาดหลายอย่าง แต่สิ่งหนึ่งที่ฉันมั่นใจในตัวเองดีที่สุดคือฉันไม่เคยรักนายน้อยกว่าใครนะจุนโฮ” ชานซองไม่ได้พูดแค่เพื่อเอาใจจุนโฮหรือเป็นแค่ถ้อยคำหวานหูเท่านั้น หากแต่ในความหมายทุกคำที่พูดออกมาชานซองคิดแบบนั้นจริงๆ และหวังว่าจุนโฮจะรับรู้ถึงมันได้

จุนโฮมองหน้าชานซองนิ่งเงียบ นานแค่ไหนชานซองไม่รู้แต่ในความรู้สึกของชายหนุ่มแล้วมันโคตรนาน

“ชานซอง..” ในที่สุดจุนโฮก็เอ่ยปากพูดออกมา

“คืนนี้กอดฉันหน่อย แค่กอด ให้ฉันรู้ว่ายังมีนายอยู่ข้าง ๆ ” จุนโฮพูดออกมาตามที่ใจคิด ชานซองวาดยิ้มหวานให้คนน่ารักที่นานทีปีครั้งจะอ้อนออกมาง่าย ๆ แบบนี้ นี่ถ้าไม่เมาก็ไม่รู้จะมีแบบนี้ไหม ล้มตัวลงนอนข้าง ๆ ดึงคนตัวเล็กมาไว้ในอ้อมกอด  จุนโฮเหลือบตามองดูสันคางคมคายก่อนจะหลับตาแล้วซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดอุ่น ๆ ของชานซอง

“ฉันรักนายนะจุนโฮ นี่คือความจริงที่ฉันอยากให้นายมั่นใจ” ชานซองเอ่ยบอก มือหนาลูบผมของจุนโฮและกระชับร่างบางมาไว้ในอ้อมกอดให้แน่นขึ้น จุนโฮเองก็วาดแขนกอดเอวชานซองเอาไว้เช่นกัน

คืนนี้จะไม่มีใครอื่นอีกนอกจากเขาสองคน

✘✘✘

ตาโตของนิชคุณจ้องมองหน้าตาน่ารัก ๆ ของอูยองที่ตอนนี้กำลังหลับสนิทอยู่บนเตียง มือหนาลูบแก้มป่องที่แดงเรื่อย ๆ เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ในเส้นเลือดแล้วก็ได้แต่ระบายยิ้มจาง ๆ

ยิ่งมองหน้าอูยอง ก็ยิ่งแน่ใจในตัวเองรักเด็กคนนี้มากเหลือเกิน

ตอนแรกเขาคิดว่าตัวเองรักอูยอง แต่เหตุการณ์เมื่อกลางหัวค่ำนี้ที่ได้ตัดสินใจทำลงไปก็รู้เลยตัวเขาน่ะรักอูยองมากจริง ๆ

            “คุณรู้เรื่องนี้คร่าว ๆ จาก ซูจีแล้วใช่ไหม” พี่มินแจเอ่ยถามเสียงเครียด ข้าง ๆ กันนั้น ก็มีคุณซงอี ผู้จัดการของซูจีที่นั่งอยู่ นิชคุณนั่งลงที่โซฟาตัวตรงข้ามกับผู้จัดการทั้งสองนั่งลงข้าง ๆ กับซูจี รุ่นน้องนางแบบและนักแสดงสาวที่เรียกว่าเป็นดาวรุ่งที่สุดของวงการและค่ายตอนนี้เลยก็ว่าได้

            “ครับ ผมได้ฟังเรื่องคร่าว ๆ แล้วก็เลยรีบมา แต่ผมก็ยังงงในรายละเอียดอยู่มากเหมือนกัน” นิชคุณเอ่ยบอก หันไปมองซูจีที่ตอนนี้เริ่มร้องไห้ออกมาแล้ว มือหนาลูบหลังมือให้กำลังใจซูจีอย่างอ่อนโยน เขาเป็นผู้ชายที่ฉลาดและรู้เสมอว่าควรให้เกรียติ์คนรอบข้างยังไง นี่เป็นเหตุผลนึงที่ทำให้เขาอยู่วงการที่เชี่ยวกราดยิ่งกว่าคลื่นยามต้องลมพายุอย่างวงการบันเทิงเกาหลีได้

            คุณซงอีหันมามองหน้ามินแจ ก่อนที่จะยื่นซองเอกสารส่งให้นายแบบหนุ่ม

            ”  นี่คือสิ่งที่สำนักข่าว X ส่งมาให้กับทางค่ายเมื่อเดือนก่อน คุณลองเปิดดูสิ” นิชคุณเปิดเอกสารออกดูตามคำอนุญาต ในนั้นมีกระดาษเอสี่ที่มีรูปสีปรินไว้ตรงกลาง เป็นรูปภาพของซูจีกับเพื่อนนางแบบที่ไปไหนมาไหนด้วยกันเสมอ เจีย กำลังจับมือกันเดินเข้าไปในร้านอาหาร นิชคุณดูรูปต่อไปก็เป็นซูจีกับเจียกำลังเลือกสร้อยให้กันในร้านจิวเวอร์รี่ และรูปในกระดาษแผ่นสุดท้ายที่มีข้อความอักษรเกาหลีเด่นชัดอยู่ด้านล่าง ก็เป็นรูปในอินทราแกรมของซูจี ที่ถ่าย เจียกำลังเล่นลูกหมาอยู่พร้อมกับยิ้มหวานให้กล้อง

            ” ‘ถ้ามีข่าวรักแรกของเกาหลีเป็นรักร่วมเพศมีรสนิยมชอบผู้หญิงด้วยกัน คงจะเป็นข่าวที่ดังมาก’” นิชคุณอ่านข้อความภาษาเกาหลีที่เด่นชัดอยู่ข้างล่างแล้วนิ่งเงียบไปเพื่อรอให้ผู้จัดการทั้งสองอธิบายต่อ

            “ใช่อย่างที่คุณเห็น พี่คิดว่าที่ทางสำนักข่าว x ทำแบบนี้ก็เพราะว่าข่าวเรื่องนี้ถึงจะดังจริงแต่ก็เสี่ยงมาก อาจมีคนจำนวนมากไม่เชื่อและขุดคุ้ยความน่าเชื่อถือของสำนักข่าว ทำให้ทางนั้นเสียชื่อเสียง ทางสำนักข่าว x เลยส่งข่าวมาทางค่ายแทนเพื่อดูปฏิกิริยาแล้วก็น่าจะต้องการค่าสินบน พี่กับทางค่ายไม่แน่ใจว่าทางสำนักข่าว X รู้อะไรมากแค่ไหนแล้ว แต่ทางเราก็ไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรกลับไป แค่บอกว่าเพื่อนผู้หญิงที่ไหนก็ทำกันแบบนี้ เพื่อไม่ให้ทางนั้นจับพิรุธอะไรได้ ” นิชคุณนั่งฟังซงอีอธิบายอย่างสงบนิ่ง ยื่นผ้าเช็ดหน้าให้กับซูจีที่กำลังร้องไห้อยู่เงียบ ๆ ซูจีเอ่ยขอบคุณก่อนจะรับผ้าเช็ดหน้าเช็ดน้ำตา

            “แต่ทางสำนักข่าว x ไม่รามือเรื่องนี้ง่าย ๆ เมื่อสองวันก่อน ทางนั้นส่งรูปมา” ซองอีส่งรูปสามใบให้ นิชคุณรับไว้และมองดูมัน รูปนี้เป็นรูปของซูจีหอมแก้มกับเจียก่อนลงจากรถ อีกรูปเป็นรูปของเจียกับซูจีกอดกันตอนเดินลงจากเวทีหลังจากที่ซูจีไปรับรางวัล นักแสดงหญิงดาวรุ่งน้องใหม่  รูปใบที่สามเป็นรูปที่เจียกับซูจีนั่งเล่นผมของกันและกันอยู่ บนนั้นมีตัวอักษรสีแดงเขียนไว้เด่นชัดว่า ‘หากต้องการชมภาพเพิ่มเติม สามารถติดต่อ…’ แล้วก็เป็นเว็บไซส์ข่าวกับที่อยู่ของสำนักข่าว x ดูยังไงก็จงใจให้เป็นสงครามประสาทชัด ๆ

            “พี่ไม่แน่ใจว่าทางสำนักข่าว x มีอะไรมากแค่ไหน แล้วก็จะตามราวีไปอีกถึงเมื่อไหร่ แต่อย่างหนึ่งที่พี่แน่ใจคือสำนักข่าวx คือคนที่ส่งปาปารัสซี่มาตามถ่ายซูจีกับเจียที่ปูซานตอนไปถ่ายหนังพร้อมคุณ ตอนนั้นปาปารัสซี่เกือบได้รูปเจียกับซูจีจูบกันริมทะเลไปแล้ว พวกเราโชคดีมากที่จับปาปารัสซี่คนนั้นได้ทัน แต่ครั้งอื่นๆ ล่ะ มีอีกกี่ครั้งที่เราไม่สามารถจับปาปารัสซีได้ทัน เพราะฉะนั้นเราควรจะจัดการเรื่องนี้  พี่กับทางค่ายคิดว่าก่อนที่เรื่องราวจะวุ่นวายเกินแก้ไข หรือว่าทางนั้นจะก่อกวนจนพวกเราประสาทกลับ พี่ปรึกษากับท่านประธานแล้วว่าเราควรจะจัดการกับเรื่องนี้ให้เด็ดขาด” ผู้จัดการของซูจี จ้องมองมาที่นิชคุณราวกับถามว่าเข้าใจในสิ่งที่พูดใช่ไหม

           

“พี่ซงอีพูดต่อเลยครับผมกำลังฟังอยู่” นิชคุณตอบกลับอย่างสงบและสุภาพ

            ” พี่พูดตรง ๆ เลยแล้วกันนะคุณ พี่อยากจะขอให้คุณช่วยประกาศข่าวคบกับซูจีหน่อยได้ไหม สร้างเหตุการณ์และความน่าเชื่อถือเป็นระยะๆ เพื่อไม่ให้คนสงสัย แล้วสักปีสองปีหรือช่วงที่ความสนใจเรื่อง เจียกับซูจีเป็นคนรักกันหมดลงไปสักพักใหญ่ๆ พี่อยากรบกวนสิ่งเหล่านี้จากคุณ ..คือพี่พูดอย่างไม่อ้อมค้อมเลยว่า พี่ไม่อยากให้อนาคตของซูจีกับเจียพังลงไปเพราะเรื่องนี้ เด็กสองคนนี้เป็นคนมีชื่อเสียงและกำลังดัง ทางค่ายก็เห็นด้วยเพราะว่าข่าวเรื่องคบกันมันอาจทำให้กระแสตกไปบ้าง แต่คุณก็เป็นผู้ชายที่ดี และน่าจะพลิกสถานการณ์เรื่องนี้ได้ไม่ยากเลย ถ้าเราจัดแจงเรื่องนี้ให้มันดีหน่อยทุกอย่างก็คงราบรื่นได้ไม่ยาก แล้วก็อีกอย่างนึงถ้าข่าวของคุณกับซูจีออกมามันจะทำให้กระแสตกไป แต่พี่แน่ใจว่ามันต้องไม่ตกมากไปกว่าข่าวซูจีกับเจียแน่นอน คุณเข้าใจพี่ใช่ไหม” ดวงตากลมสวยของซงอีจ้องมองนิชคุณอย่างร้องขอ นายแบบหนุ่มหันไปมองรุ่นน้องสาวที่ร้องไห้หนักขึ้นกว่าเดิม แล้วหันมามองซงอีอีกครั้ง

            “ครับ พี่ซงอีพูดรายละเอียดต่อเลยครับผมฟังอยู่” ซงอีพยักหน้ารับ รู้สึกใจชื้นขึ้นกับความใจดีของนายแบบหนุ่มตรงหน้า

            ซงอียื่นกระดาษปึกใหญ่ให้กับนิชคุณ อีกปึกให้กับมินแจ อีกปึกตรงหน้าซูจี และที่ตัวเองอีกหนึ่งสำเนา

            “นี่คือเอกสารรายละเอียดทั้งหมดที่ฝ่ายโปรโมตกับพี่จัดการไว้ ถ้าคุณยอมรับเรื่องคุณจะต้องจำรายละเอียดพวกนี้ได้บ้าง เพราะเวลาให้สัมภาษณ์หรือออกรายการอะไรก็จะได้พูดได้ตรงกันกับซูจีกับข้อมูลที่มี เพราะเรื่องพวกนี้รายละเอียดเป็นเรื่องสำคัญถ้าจะให้คนเชื่อ ลองเปิดดูจะเห็นข้อมูลและข่าวที่คุณกับซูจีเคยมีร่วมกัน ของใช้ที่คล้ายหรือเหมือนกันตามที่มีแฟนคลับทำไว้ พี่ไปดึงข้อมูลตรงนั้นมาใช้ด้วย พวกเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงซูจีกับคุณเข้าหากันไว้ เราจะไปดูที่ส่วนแรก…”

            ” พี่ซงอีคะ ตรงนี้ขอซูจีอธิบายกับพี่คุณเองได้ไหมคะ ” ซูจีเอ่ยขัดขึ้นมาในขณะที่ซงอีกำลังจะพูดต่อ ซงอีพยักหน้าเพื่อให้ซูจีพูด

            “ซูจีขอคุยกับพี่คุณตามลำพังได้ไหม ขอโทษนะคะพี่ซงอี พี่มินแจ” คำร้องขอของซูจีทำให้ผู้จัดการทั้งสองมองหน้ากัน

            “คุณซงอีครับ เราไปดื่มกาแฟกันหน่อยนะครับ” มินแจเอ่ยชวน ซงอีเองพยักหน้า

            “พี่ให้เวลาครึ่งชั่วโมง” เอ่ยบอกกับเด็กในสังกัดของตนแล้วเดินออกไป

            ทันทีที่อยู่กันตามลำพัง ซูจีเช็ดน้ำตาให้แห้งสนิทและพยายามมีสติมากที่สุดในการคุยกับพี่ชายที่เธอถือสนิทมากที่สุดแล้วในวงการที่แสนหนาวเหน็บนี้

            “พี่คุณคะ เราก็รู้จักกันมานานแล้วนะคะ ตั้งแต่ตอนนั้นที่ซูจียังเป็นเด็กกะโปโลที่เดินแบบไม่เป็นด้วยซ้ำ” ซูจีเอ่ยพูดถึงอดีตที่ผ่านมาหลายปีมากแล้ว ตอนนั้นทั้งคู่ยังเป็นเด็ก พ่อกับแม่ของซูจียังฝากให้นิชคุณที่เป็นรุ่นพี่ในวงการบันเทิงช่วยดูแลเด็กคนนี้ให้ด้วยอยู่เลยตอนที่ซูจีก้าวเข้ามาในวงการนางแบบใหม่ ๆ

            นิชคุณนั่งฟังซูจีอย่างเงียบ ๆ เพราะคิดว่านี่คงเป็นสิ่งที่หญิงสาวต้องการในตอนนี้

            “พี่คุณคะ ซูจีเป็นคนเสนอกับพี่ซงอีและท่านประธานเอง ให้เลือกพี่คุณในการประกาศข่าวครั้งนี้ ซูจีขอโทษนะคะที่เห็นแก่ตัว แต่ซูจีอยากบอกให้พี่คุณเข้าใจว่า ที่ซูจีเลือกพี่คุณไม่ใช่เพราะพี่คุณเป็นคนที่ภาพลักษณ์ดีที่จะช่วยเหลือซูจีในเรื่องนี้เมื่อข่าวออกไป ไม่ใช่เพราะเป็นคนที่ซูจีจะสนิทสนมและทำเรื่องนี้ให้สมจริงได้โดยไม่ต้องรู้สึกแย่กับมันมากนัก หรือว่าเพราะความเชื่อมโยงมากมายระหว่างเราสองคนที่ทำให้เรื่องนี้ดูน่าเชื่อถือ” ซูจีชูปึกกระดาษในมือให้นิชคุณดูก่อนจะวางมันลงกับโต๊ะ ใบหน้าที่สวยงามแต่ดวงตานั้นกำลังแสนเศร้า ร้องขอแต่ก็มุ่งมั่นของซูจีจ้องมองมาที่นิชคุณ

            “แต่ที่ซูจีเลือกพี่คุณ เพราะว่าพี่คุณเป็นผู้ชายคนเดียวที่เป็นคนดังในวงการนี้ที่ซูจีเชื่อใจและเชื่อมั่นเสมอว่าพี่คุณจะเข้าใจซูจี ” ซูจีจับมือของนิชคุณไว้ เธอบีบมันจนแน่นเพราะความเครียดที่สะสมอยู่มาก

            “พี่คุณคะ ซูจีไม่อยากที่จะเสียงานที่ซูจีรักไปและซูจีก็ไม่อยากเสียพี่เจีย …พี่คุณได้โปรดช่วยซูจีด้วยนะคะ” ซูจีเอ่ยร้องขอน้ำเสียงของเธอมั่นคงแต่ก็อ้อนวอน น้ำตาไหลออกมาจากดวงตาคู่สวยของซูจี มือหนาหยิบผ้าเช็ดหน้าบนโต๊ะส่งให้ซูจีอีกครั้ง

            “พี่เข้าใจซูจี” นิชคุณเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงใจดีอย่างที่เป็นมาเสนอ ซูจีมองคนตรงหน้าอย่างมีความหวัง

            “พี่จะช่วยซูจี”

            “จริง ๆ เหรอคะ ขอบคุณนะคะพี่คุณ ขอบคุณมากจริง ๆ ค่ะ พี่ช่างเป็นคนที่ดีจริง ๆ” ซูจีจับมือของนิชคุณไว้ด้วยความดีใจ หญิงสาวฉีกยิ้มกว้างทั้งที่ใบหน้ายังเปื้อนน้ำตา

            “พี่จะช่วยซูจี แต่ซูจีไม่ต้องมาชมหรือคิดว่าพี่เป็นคนดีหรอกนะ พี่ทำเรื่องนี้ก็เพื่อตัวเองเหมือนกัน” นิชคุณตอบพร้อมยิ้มส่งให้ ซูจีกระพริบตา

            “เอ๋ … พี่คุณหมายถึงจาง อูยองเหรอคะ”

            “อืม จาง อูยอง” นิชคุณพยักหน้ารับ ด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม

            “ดีจัง แล้วเป็นไงบ้างคะ” ซูจีถามอย่างตื่นเต้น เธอเองได้ฟังเรื่องราวของคนที่ชื่อจาง อูยองจากนิชคุณอยู่บ่อย ๆ เธอเองดีใจหากพี่ชายที่แสนดีได้เจอคนที่ตามหาแล้ว

            “อย่างที่ซูจีรู้ จนถึงตอนนี้เด็กคนนั้นจำพี่ไม่ได้ด้วยซ้ำ แถมยังเอาแต่ปฏิเสธพี่ พี่ก็หวังว่าพี่จะต้องจัดการได้เหมือนกับทุกเรื่องในชีวิตพี่”

            “อย่าทำให้อูยองโกรธเพราะนิสัยชอบควบคุมของพี่นะคะ” ซูจีระบายยิ้ม เธอรู้จักนิชคุณมานานรู้ดีว่านิชคุณเป็นคนที่ชอบควบคุม จริงจัง และมีความสามารถทำให้การควบคุมสำเร็จได้ด้วยดีแค่ไหน โดยเฉพาะความใจดี รอยยิ้มหวาน กับตาโตนี่ล่ะที่วางแผนและดำเนินการจนควบคุมทุกอย่างได้เบ็ดเสร็จจนคนถูกควบคุมกว่าจะรู้ตัวก็สายไปเสียแล้ว

            ตอนแรกที่พวกเขารู้จักกันและเธอโตแต่ยังไม่มากพอที่จะรู้ว่าตัวเองชอบอะไรกันแน่ ก็ยอมรับเลยว่าเธอเคยแอบชอบพี่ชายแสนดีตรงหน้า และก็เคยลองคุย ๆ เพื่อหวังจะคบหาพัฒนาเป็นคนรู้ใจ เริ่มแรกเดิมทีเธอมองมาที่พี่ชายคนนี้เพราะภาพความสมบูรณ์แบบที่ได้เห็น แต่พอลองคบหากันไปถึงรู้ว่านิชุณไม่ใช่คนสมบูรณ์แบบ และเธอเองไม่ชอบรวมความสมบูรณ์แบบจริง ๆ อย่างที่เธอเคยคิดไว้ เธอดีใจที่นิชคุณไม่ใช่คนแบบนั้น แต่เธอเองไม่สามารถทนการถูกควบคุมได้ แม้พี่ชายแสนดีของเธอจะมีความสามารถหลากหลายในการควบคุมแต่พอมารู้ตัวว่าถูกควบคุมไปแล้วแม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยเธอก็ไม่ค่อยจะโอเคกับมันนัก จนในที่สุดเขาทั้งคู่ก็ลดความสัมพันธ์เป็นเพียงพี่น้องที่ดีต่อกันเช่นเดิม ซึ่งก็เป็นความเห็นด้วยทั้งสองฝ่าย และจากนั้นเธอก็เจอกับเจีย หญิงสาวที่ทำให้ซูจีกล้าที่ก้าวข้ามทุกกฏเกณฑ์แม้แต่ความกลัวและกรอบที่ถูกกำหนดมาตั้งแต่เยาว์วัย ก้าวข้ามมาเพราะเธอรักเจียอย่างไม่มีข้อแม้ใด ๆ

            “พี่ว่าพี่เองจะเสียการควบคุมเพราะเด็กคนนั้นมากกว่า” นิชคุณหัวเราะออกมาเมื่อคิดถึงหน้ามุ่ย ๆ ของอูยอง

            “ว่าแต่เรื่องนี้ได้ปรึกษากับเจียแล้วใช่ไหม” นิชคุณเอ่ยถามถึงหญิงสาวอีกคน เจีย เป็นนางแบบดาวรุ่งเชื้อสายจีน เป็นคนที่มีนิสัยตรง ๆ แต่ก็ใจดี และเป็นคนรักของซูจี

            “ค่ะ ซูจีปรึกษาเรื่องนี้กับพี่เจียแล้ว พี่เจียบอกว่าถ้าเป็นพี่คุณ พี่เจียก็โอเค แล้วพี่เจียก็ฝากมาบอกพี่คุณด้วยค่ะว่าขอโทษด้วยที่ความรักของเราสองคนทำให้พี่ต้องมาเดือดร้อน” ซูจีอมยิ้มเมื่อพูดถึงเจีย แต่สีหน้ารู้สึกผิดก็กลับมาอีกครั้งพร้อมโค้งขอโทษนิชคุณตรงท้ายประโยค

            “ไม่เป็นไรหรอก พี่บอกแล้วไงว่าพี่ก็ทำเพื่อตัวเองเหมือนกัน” มือหนาขยี้ผมของซูจีเพื่อให้ซูจีไม่ต้องเครียดมากไปกว่าเดิม

            ” ซูจี เรามาช่วยปกป้องความรักของเรากันเถอะนะ”

            “ค่ะ มาทำให้ดีที่สุดเพื่อรอยยิ้มของคนที่เรารักกันนะคะ” 

 

            “คุยกันเสร็จแล้วใช่ไหม” เสียงของซงอีดังเข้ามาพร้อมกับมินแจที่เดินตามมาหลังปิดประตูเสร็จ ซงอีระบายยิ้มอย่างโล่งใจขึ้นมาบ้างเมื่อเห็นรอยยิ้มของนิชคุณกับซูจี

            “ตกลงคุณว่ายังไง” มินแจเป็นฝ่ายถามเด็กในสังกัดตัวเอง

            “ผมจะช่วยซูจีเรื่องนี้ครับ” คำยืนยันของนายแบบหนุ่มทำให้ซงอียิ้มกว้างอย่างพอใจ

            “ขอบคุณมากนะคุณ” ซงอีเอ่ยขอบคุณ

            “ไม่เป็นไร ครับ”

            “เอาล่ะ งั้นพี่จะบอกรายละเอียดทุกอย่างต่อเลยแล้วกัน พี่กับทางค่ายลงความเห็นกันแล้วว่าจะประกาศข่าวเรื่องคุณกับซูจี พรุ่งนี้”

            “พรุ่งนี้ ?” ทั้งนิชคุณและมินแจร้องถามอย่างตกใจ ซงอีพยักหน้ารับ

            “ใช่แล้วพรุ่งนี้ เพราะพี่ไม่แน่ใจว่าทางสำนักข่าว x จะทำอะไรอีกบ้างยิ่งเร็วก็ยิ่งดี โดยตามที่พี่กับทีมงานวางกันไว้เราจะให้คนส่งรูปและภาพข่าวจำนวนนึงไปที่สำนักพิมพ์ Y เพื่อให้เปิดเผยข่าวนี้ โดยบอกว่ามาจากคนในของทางค่ายซึ่งย่อมน่าเชื่อถืออยู่แล้ว แล้วทางฝ่ายโปรโมตก็จะให้กลุ่มทางการตลาดที่เป็นแฟนคลับอยู่ปั่นกระแสเรื่องนี้ให้ ตามความเชื่อมโยงที่พี่ค้นหาข้อมูลมาแล้วมันมากพอที่จะทำให้เรื่องนี้น่าเชื่อถือมากพอที่แม้ทางสำนักข่าว x จะเอาข่าวของซูจีกับเจียมาออกทีหลังก็คงไม่มีใครเชื่อ ตามธรรมดาของสังคมบ้านเราที่ยังปิดเรื่องรักร่วมเพศอยู่มาก จะเป็นกรอบที่ทำให้ทุกคนคิดปฏิเสธเรื่องซูจีกับเจียออกจากใจไปเอง แล้วก็จะพยายามดันแล้วก็ชูเรื่องของซูจีกับคุณขึ้นมา เพื่อปฏิเสธเรื่องการชอบเพศเดียวกัน ซึ่งทางสำนักข่าว x ถ้าข้อมูลมีไม่แน่นจริงหรือเห็นแล้วว่าทางเราสามารถจัดการเรื่องราวพวกนี้ได้ ก็คงจะเลิกยุ่งแล้วก็หยุดตอแยเรื่องนี้ไปเอง” คำอธิบายของซงอีทำให้ผู้จัดการและนายแบบหนุ่มพยักหน้าอย่างเข้าใจ

            “งั้นช่วงสองสามวันนี้พี่จะเคลียร์ตารางงานให้คุณแล้วกัน เพื่อดูกระแสและท่าทีข่าวก่อน คุณก็ถือโอกาสช่วงนี้พักไปก็แล้วกัน” มินแจเอ่ยบอกพร้อใรอยยิ้มก่อนจะลุกเพื่อไปโทรศัพท์จัดการเรื่องราวทุกอย่าง

            “พี่เองก็ต้องไปจัดการเรื่องนี้ต่อ ขอบคุณคุณมากนะ ที่ช่วยรักษาความฝันของผู้หญิงอีกสองคนไว้ในวงการนี้” ซงอีลุกขึ้นโค้งให้กับนิชคุณอีกครั้งเป็นการขอบคุณหลังจากเก็บของเสร็จ นิชคุณเองก็โค้งกลับอย่างมีมารยาท

            “ไม่เป็นไรครับ ผมเองก็ไม่ใช่คนดีขนาดนั้นหรอกครับพี่ซงอี” นิชคุณเอ่ยบอก ซงอีไม่ได้กล่าวอะไรเพียงแค่ยิ้มอย่างขอบคุณให้เท่านั้น ผู้จัดการสาวเดินออกไปรอนอกห้อง

            “ซูจีกับพี่เจียต้องขอบคุณพี่คุณอีกครั้งนะคะ” ซูจีกอดพี่ชายที่แสนดีของเธอแน่น ๆ แทนคำขอบคุณ นิชคุณลูบผมของซูจี แล้วส่ายหน้า

            “ไม่ต้องขอบคุณแล้วพี่บอกแล้วไงว่าพี่น่ะก็ทำเพื่อตัวเองเหมือนกัน พี่ต้องขอบคุณซูจีด้วยต่างหากที่ทำให้พี่กับอูยองคบหากันได้โดยไม่ต้องกังวลกับข่าวลือมากนัก” คำพูดของนิชคุณทำให้ซูจียิ้มได้มากขึ้น

            “ยังไงก็ต้องขอบคุณจริงๆนี่คะ แล้วพี่คุณคะรีบกลับไปบอกเรื่องนี้กับอูยองนะคะ ไม่งั้นต้องโดนงอนแน่ ๆ” ซูจีฉีกยิ้มให้ก่อนจะโค้งขอบคุณอีกครั้งแล้วเดินออกไปหาผู้จัดการซงอีที่รออยู่

 

“บอกไปตอนนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะฟังรู้เรื่อง” มือหนาลูบแก้มนิ่มของอูยอง อูยองคงนึกรำคาญถึงได้เอียงหน้าข้างที่โดนจับอยู่หลบ นิชคุณจึงไม่ใช้มือจับแก้มแล้วเปลี่ยนเป็นใช้จมูกโด่งตามราวีแก้มเนียนแทน

หอมทั้งซ้าย หอมทั้งขวา หอมแก้มนุ่ม ๆ เนียน ๆ ของอูยองเอาให้ฉ่ำปอด

“อื้ออ อย่าสิ” อูยองที่ยังเมาเหมือนเดิมร้องงอแง เห็นแบบนั้นแล้วนิชคุณยิ่งหอมหนักขึ้นเพราะหมั่นเขี้ยว

“อื้ออ อย่าแกล้งสิ”  อูยองโวยวายตามประสาคนเมา ตาเรียวที่บวมเป็นพิเศษเพราะดื่มเหล้าลืมตาขึ้นมามอง อูยองทำหน้ามุ่ย  จ้องมองมาที่นิชคุณ

“ใครอ่าาา อย่ามาทำหน้าตาเหมือนพี่คุณ คนนิสัยไม่ดีนั่นนะ” อูยองร้องโวยวาย มือก็จิ้มหน้าของนิชคุณที่อยู่ใกล้ ๆ นิชคุณหัวเราะกับความเมาแสนไร้สติของอูยอง

“คนที่ชื่อพี่คุณนี่นิสัยไม่ดียังไงเหรอ” ได้โอกาสนิชคุณก็ขอหลอกถามหน่อยแล้วกัน อูยองฟังคำถามแล้วก็ทำหน้าคิด มือทั้งสองข้างจับหน้าของนิชคุณไว้

“ไม่ดีเลย ชอบ ..ชอบมาทำให้เค้าใจสั่น” อูยองพูดพึมพำ ตาเรียวหลบตรงท้ายประโยค โคตรจะน่ารักจนคนมองอยากจะฟัดให้แก้มช้ำแต่ต้องเก็บอาการไว้ก่อนเพราะอยากฟังในสิ่งที่คนเมาพูดอย่างใจคิดออกมา

“อืม แล้วพี่คุณเนี่ย ทำอะไรอูยองอีกเหรอ”

“เยอะแยะ” อูยองพูดแล้วก็ทำแก้มพอง “ชอบสั่งนู่นสั่งนี่ เอาแต่ใจ พอเค้าไม่ทำตามก็ทำหน้าเศร้า ทำเป็นหลอกด้วยรอยยิ้ม เหอะ ทำหน้าตาเหมือนนางสาวไทยรักเด็กรู้เถอะว่าเจ้าเล่ห์ พวกนั้นน่ะเค้าไม่ว่าอะไรหรอก แต่ที่เขานอยส์นะ ฮึก ..ปล้ำเค้าด้วยแหละ” อูยองฟ้อง ฟ้อง แล้วก็ฟ้อง

“โห พี่คุณเนี่ยนิสัยไม่ดีจริง ๆ เลยเนอะ” นิชคุณทำเสียงสนับสนุนไปกับคนเมา

“ใช่ ๆ นิสัยไม่ดีมาก ๆ เลย แต่เค้าก็อยากจะขอโทษพี่คุณนะ” อูยองพูดแล้วก็ทำตาเศร้าเบะปาก มือหนาลูบผมนิ่มบนหน้าผากอูยองอย่างเอ็นดู

“อยากขอโทษพี่คุณทำไมเหรอ”

“ก็อยากขอโทษ ขอโทษที่โกหกว่าไม่อยากจะเป็นของพี่คุณ ขอโทษที่ทำให้ต้องร้องไห้ ไม่อยากให้ร้องไห้นะ ถึงไม่ชอบที่คอยเอารอยยิ้มมาก่อกวนกันน่ะ แต่ก็ไม่ชอบให้ร้องไห้หรอกนะ” อูยองบอกด้วยน้ำเสียงเศร้า น้ำตาไหลออกมาจากหางตา นิชคุณค่อย ๆเช็ดให้ ใบหน้าระบายยิ้มกว้างที่เห็นอูยองก็คิดมากเรื่องตัวเองเช่นกัน

“แล้วเค้าก็อยากบอกพี่คุณด้วย ว่าเค้ารักพี่คุณ อยากบอกมาก ๆ เลย” คำว่ารักที่ไม่ได้เตรียมตัวจะฟังทำเอานิชคุณกระพริบตาปริบ ๆ ก่อนจะยิ้มกว้างออกมา

“นี่ฟังแล้วห้ามไปบอกพี่คุณนะ ชู่ววนะเป็นความลับระหว่างเราด้วย” อูยองเอานิ้วชี้แตะปากนิชคุณข้างนึง อีกข้างก็แตะปากด้วยเอง เป็นการบอกว่าเป็นความลับระหว่างเรานะ

“อืม เป็นความลับระหว่างเรา” นิชคุณบอกแล้วจูบนิ้วของอูยองที่แตะปากตัวเองอยู่ อูยองกระพริบตาปริบ ๆ

“อื้ออ มาจูบเค้าได้ไงแค่หน้าเหมือนพี่คุณเฉย ๆ ไม่ใช่พี่คุณซะหน่อย อย่ามาจูบเค้านะ” อูยองเอามือดันหน้านิชคุณให้ออกห่าง ปากก็ร้องโวยวายหวงตัวเต็มที่ นิชคุณหัวเราะออกมาเสียงดังกับท่าทางของอูยองที่แสนจะตลกและคำพูดของอูยองที่บอกว่าเห็นความสำคัญของตัวเองมากแค่ไหน

“โอเค ๆ พี่ไม่จูบแล้วแต่ขอนอนกอดได้ไหม” นิชคุณฉีกยิ้มกว้างเอ่ยถาม อูยองมองด้วยตาปริบ ๆ เหมือนกำลังใช้สมองทื่อ ๆ คิดทบทวนอะไรอยู่

“ในฐานะที่หน้าเหมือนพี่คุณไง” นิชคุณเอามือมาแตะกันใต้หน้าตัวเอง ยิ้มหวานเหมือนตัวเองกำลังโฆษณาขนมหลอกเด็กอยู่ อูยองขยับปากจนแก้มป่องขณะใช้ความคิด

“อืม ก็ได้มั้ง” อูยองเอ่ยอนุญาติเมื่อสติสัมปชัญญะกับสมองยังทำงานร่วมกันไม่ได้ดีนะ นิชคุณฉีกยิ้มกว้างโดดขึ้นมาบนเตียงแล้วดึงเอาอูยองมาไว้ในอ้อมกอด อูยองที่เมาแล้วก็เพลียหลับตายอมนอนในอ้อมกอดของนิชคุณไปเพราะอยากหลับต่อเต็มที

“พี่รักอูยองนะ” เสียงทุ้มนุ่มกระซิบบอก กดจูบลงบนหน้าผากเนียน กระชับกอดอูยองแล้วหลับตาเพื่อข้ามผ่านวันคืนอันวุ่นวายในวันนี้ไปอีกวันนึง

.

.

.

TBC

ดุดเด็ดเผ็ดแซ่บตลอดนะจ๊ะ นุ้งโฮ อูยองเองก็ใช่ย่อย

ชานโฮจะเป็นไงต่อ แล้วคุณวูล่ะจะเป็นไง ถือว่าสดใสหรือยังนะ ต้องติดจามตอนต่อไป

มีรวมเล่มให้จองละนะเรื่องนี้

ตอนพิเศษ สุดพิเศษรออยู่ในเรื่องถึงสี่ตอนเลยนะจ๊ะ ^^

[Pre-order] รวมเล่มฟิคDangerous Lover !!Slap me beby~ ร้ายกว่านี้มีอีกไหม
 #ChanNuneo #KhunWoo  #TaecJay #Jun.K [เปิดพรีฟิครั่วๆแสบๆเรื่องนี้ถึง 12/1/58จ้า]

Advertisements

5 คิดบน “DANGEROUS LOVER !!SLAP ME BEBY #16 #CHANNUNEO #KHUNWOO #TEACJAY #JUNK

  1. คุณนายคิม

    ทำใมเด็กแฝดเมาแล้วน่ารักอย่างนี้ คนน้องก็ยั่ว คนพี่ก็น่ารัก

  2. รักเด็กแฝด

    นุ้งโฮแซ่บ แสบทรวงจริง ๆ จะแก้ผ้าให้คนอื่นดูได้งายย ชานลากกลับบ้านไปแก้กันสองคนไป๊ หวงแทนหมีชานอ่ะ

  3. bbm

    คู่คุณอู กลัวตื่นมาละจะดราม่า เพราะจะต้องประกาศคบกะซูจี ฮือออ ด้งจะเข้าใจมั้ย ต้องเข้าใจสิ เน๊อะะ ,, ส่วนนุ้งกะชานขออย่าให้มีเรื่องอีกเลย รักกันๆ ^^

Leave a Comment

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s