DANGEROUS LOVER !!SLAP ME BEBY #18 #CHANNUNEO #KHUNWOO #TEACJAY #JUNK

Title: [FIC] ~Dangerous Lover !!Slap me beby~ ร้ายกว่านี้มีอีกไหม
Chapter:18 บนทางเดินแห่งความฝันนี้…

Author: LoveMe
Paring: Chansung x Junho / Khun x Woo / Taec x jae/ Jun.K
Rate: (PG-13) – (NC-15)
talk:
-ถ้อย คำ หยาบคาย ในเรื่องนี้มีมากนัก ภาษาพ่อขุนและสัตว์สงวนวิ่งพล่านดุจสวนสัตว์ ขออภัยมานะที่นี้
-เป็นแค่ฟิคเท่านั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวกับเรื่องจริงหรือใดๆทั้งสิ้น แค่ฟิค อ่านๆไปเถอะ อย่าหวังมาก อย่าคิดมากนะ
บอกแล้วไงว่าจะมาลงเรื่อยๆเป็นระยะๆ ยังไงก็เมนต์ให้เค้าบ้างนะ มีเมนต์ให้อ่านเรื่อยๆ เค้าก็มีฟิคให้อ่านเรื่อยๆเหมือนกัน ^^
– มีรวมเล่มให้จองละนะเรื่องนี้  อิอิ

[Pre-order] รวมเล่มฟิคDangerous Lover !!Slap me beby~ ร้ายกว่านี้มีอีกไหม
 #ChanNuneo #KhunWoo  #TaecJay #Jun.K [เปิดพรีฟิครั่วๆแสบๆเรื่องนี้ถึง 12/1/58จ้า]

ที่คั่นslap2

 

18

บนทางเดินแห่งความฝันนี้

 

การที่คนในบ้านชานซองเห็นชานซองกลับมานอนบ้านนานถึงสองวันนั้นเป็นอะไรที่แสนจะแปลกตา แต่ทว่าการที่เห็นชานซองใส่กางเกงบ็อกเซอร์กับเสื้อกล้ามย้วยๆ ในมือมีป๊อบคอนอยู่ในกะละมังขนาดเท่าอ่างล้างหน้าวางอยู่บนตัก นั่งมึนๆ อยู่บนโซฟาตาโตจ้องมองจอทีวีนั้นช่างเป็นภาพที่คุ้นตาเสียจนไม่น่าเชื่อว่า ชานซองไปเป็นนายแบบแล้วก็ไม่ค่อยจะกลับมาบ้านเป็นเวลาเกือบครบสี่ปีแล้ว

“นี่ชานซองทำไมแกถึงไม่แต่งตัวให้มันดูดีสมกับเป็นนายแบบหน่อยวะ ใครมาเห็นเข้าเสียชื่อหมด” พี่ชายของชานซองที่มีหน้าตาและรูปร่างที่หล่อกว่าชานซองเสียอีกเตะโซฟาที่น้องชายนั่งอยู่

“ก็ไม่มีใครมาเห็นซะหน่อยนี่พี่ ผมไม่คิดจะใส่ชุดนี้เดินออกจากบ้านหรอกน่า” ชานซองหันหน้ามึนๆ มามองพี่ตัวเองมือก็หยิบป็อปคอนใส่ปาก

“แล้วนี่พี่จะไปไหนเนี่ยพี่ซีวอน”

“ไปดูงานที่บริษัทน่ะ มีปัญหานิดหน่อย ว่าแต่แกเถอะไอ้ชานเมื่อไหร่จะกลับมาช่วยฉันกับพ่อทำงานสักทีวะ ไปเป็นนายแบบมาตั้งสี่ปีละ” ซีวอนบ่นทิ้งไว้ ก่อนจะเดินออกไปจากห้อง ชานซองยังหันหน้าค้างไปทางที่คุยกับซีวอนเหมือนเครื่องจักรที่อะไหล่ชำรุด ซึ่งอะไหล่ชิ้นนั้นก็คือจิตใจกับสตินั่นเอง

“ยวบ!” เสียงโซฟายุบลงข้างตัวเพราะมีคนนั่งลงข้างๆ พร้อมมือที่มาฉวยเอาป็อปครอนตรงหน้าชานซองไปกิน ชานซองทำหน้ามึนเหมือนเดิม หันมามองน้องชายที่นั่งเคี้ยวป็อบคอร์นยักคิ้วทำหน้ากวนอยู่ ปกติชานซองคงตบน้องหัวทิ่มโป๊ะไปแล้วที่มาแย่งอาหารแบบนี้ แต่วันนี้ไม่มีอารมณ์เลยจริงๆ

“โห่ววว พี่ชานซองทำหน้าเฉาเหมือนหมาโดนยาเบื่อเลยว่ะ” น้องชายตัวดีบ่น มือคว้าเอาป็อบคอร์นมาอีกกำมือนึง

“ฉันหมาแกก็หมาผู้น้องล่ะวะยูคยอม เฮ้อ” แล้วชานซองก็ถอนหายใจแบบแห้งเหี่ยวเกินจะทน ยูคยอมนั่งมองพี่ชายคนรองตัวเองแล้วก็เกาคิ้วตัวเองยิกๆ

“ทำหน้าเหี่ยวแบบนี้ เพราะทะเลาะกับพี่จุนโฮมาล่ะเซ่พี่ชานซอง”    ยูคยอมแซวปากก็เคี้ยวกรวบกรวบ ชานซองถอนหายใจยาวๆ เอาถ้วยใส่ป็อบคอร์นแสนหวงวางบนตักให้น้องชายแล้วตัวเองก็นอนแผ่หายใจเฮือกเหมือนปลาขาดน้ำ

“เด็กอย่างแกไม่เข้าใจพี่หรอก ยูคยอม”

“แหม่ ก็ลองบอกมาก่อนมา ว่าผมเข้าใจไหม”

“เฮ้อ มันไม่เหมือนทะเลาะนะเว้ย แต่เหมือนจุนโฮเขากำลังคิดเรื่องของเรา ว่ามันจริงจังขึ้นหรือว่าจบไปเลย โอ๊ยยยย ไอ้ยูคถ้าจุนโฮเลือกจบไปเลยฉันจะทำยังไงวะ โว๊ยยย” ชานซองขยำขยี้หัวของตัวเองด้วยความปวดหัวและรู้สึกงี่เง่าเกินกว่าจะจัดการเรื่องต่างๆ ในความคิดตัวเองได้

“ถ้าพี่จุนโฮไปคิดเรื่องนั้น พี่ชานซองก็ต้องคิดด้วยป่ะล่ะ พี่อยากจะทำให้มันจริงจังมากขึ้นหรือว่าจะจบล่ะพี่”

“ไอ้ยูค ถ้ากูอยากให้มันจบกูคงไม่มานั่งเหี่ยวอยู่นี่หรอก”  ชานซองทำท่าจะยันโครมน้องชายให้สักทีแต่ก็แค่ยกเท้าขึ้นมาไม่ได้ยันไปจริงๆ แล้วก็นอนลงไปหมดแรงเหมือนเดิม ยูคยอมส่ายหน้า

“ถ้างั้นพี่ก็ต้องคิดแล้วป่ะวะว่าจะทำยังไงให้มันจริงจัง แล้วก็ทำมันซะ ถูกป่ะพี่” ชานซองหันไปจ้องหน้าน้องชายที่ยิ้มร่าให้

“มึงฉลาดได้ขนาดนี้เลยเหรอวะ ไอ้ยูค” ชานซองบ่นพึมพำแต่ก็ดึงน้องเข้ามากอดคอขยี้ผมอย่างเอ็นดู

“พอละๆ พี่ชาน เดี๋ยวผมต้องไปเรียนพิเศษต่อนะ” ยูคยอมบอกพี่ชาย ชานซองจึงปล่อยน้องชายออก พี่น้องจ้องหน้ากันอยู่แปปนึง

“นี่พี่ชานผมมีอะไรจะถามพี่ว่ะ”

“ว่าไงวะ”

“พี่ว่าพ่อจะโกรธไหม ถ้ามีลูกชายสามคนแต่สองคนชอบผู้ชาย”ยูคยอมถามเสียงไม่ดังนัก ชานซองหันไปมองหน้าน้องติดอึ้งไปครู่นึง

“ใครวะยูค” พอเอ่ยถามยูคยอมก็ฉีกยิ้ม ดวงตาโตคู่นั้นเป็นประกายคล้ายคลึงชานซองยามที่เอ่ยถึงจุนโฮ

“ความลับพี่” ยูคยอมตอบ ชานซองพยักหน้า

“เรื่องนั้นพี่ก็ไม่รู้ว่ะ ต้องถามพ่อเอง” ยูคยอมถอนหายใจพยักหน้ากับคำตอบที่ได้รับ

“โอเค งั้นเดี๋ยวผมไปเรียนพิเศษก่อนแล้วกัน เดี๋ยวจะสาย พี่เองก็พยายามเต็มที่นะ” ยูคยอมฉีกยิ้มแฉ่งให้ยกกระเป๋าสะพายพาดหลัง ยักคิ้วหน่อยๆ แล้วเดินจากไป ชานซองมองอ่างป็อปคอร์นของตัวเอง ยกไปวางไว้บนโต๊ะ นอนเหยียดไปเต็มความยาวโซฟา เอียงหน้าไปมองโปสเตอร์โฆษณาชิ้นแรกที่ได้ถ่าย สินค้าเป็นน้ำผลไม้

โปสเตอร์แผ่นนั้นเป็นงานครั้งแรกทั้งของเขาและจุนโฮ ตาโตจ้องมองใบหน้าเรียวหวาน รอยยิ้มแสนสดใสที่เข้ากันดีกับตาตี่ของจุนโฮ รอยยิ้มของจุนโฮในโปสเตอร์นั่น เหมือนเดิมกับที่ยิ้มให้เขาเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

เขาอยากเป็นสาเหตุให้จุนโฮยิ้ม ไม่ใช่ทำลายรอยยิ้มแสนสวยงามนี้ของจุนโฮ

การมีเขาอยู่ …มันจะเป็นการรักษาหรือว่าทำลายกันนะ

✘✘✘

ตกเย็นชานซองเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่เป็นชุดนอน ตรงหน้ามีจานอาหารมากมายอยู่บนโต๊ะ บนโต๊ะอาหารมีเพียงชานซองกับพ่อเท่านั้น แม่เพียงทำอาหารไว้ให้ก่อนจะออกไปข้างนอก ส่วนซีวอน กับยูคยอมนั้นยังคงไม่กลับมา

พ่อของชานซองเป็นผู้ชายหน้าตาดีที่ดูดุมาตั้งแต่เด็กจนแก่ แต่ว่าความจริงแล้วเป็นคนที่ใจดีมากและมีเหตุผลอย่างมากเลย ชานซองรู้ดีเพราะในประเทศนี้พ่อแม่ที่ยอมรับความรักของเขาได้ถือว่าเป็นคนที่แสนจะใจดีและใจกว้างอย่างมาก

ชานซองยังจำวันที่ตัวเองมาบอกพ่อเป็นครั้งแรกตอนปีหนึ่งได้ว่า คนที่เขารักชื่อจุนโฮ เป็นผู้ชายพ่อจะยอมรับได้ไหม พ่อเขาเงียบไปและไม่พูดกับชานซองไปหลายวัน ซึ่งนั่นดีมากแล้วถ้าเป็นบ้านอื่นเขาอาจโดนตีจนตาย หรือไม่ก็ถูกไล่ออกจากบ้านไปแล้ว แต่พ่อเขาแค่เงียบไปคิดอะไรคนเดียวหลายวัน ก่อนจู่ๆ จะโผล่มาที่คณะเขาตอนเย็นแล้วบอกว่า

 ‘ถึงคนที่ชานซองรักจะเป็นผู้ชาย แต่ก็ต้องดูแลเขาอย่างดีให้สมเกียตริ์ของลูกชาย อย่าทำเหลาะแหละหรือทำให้จุนโฮเสียใจนะ’

วันนั้นเขาจำได้ดีว่าพอพ่อตบบ่าเขาแล้วเขาก็กอดพ่อแน่น ร้องไห้และขอบคุณอยู่นาน จนจุนโฮที่แอบดูอยู่รีบเดินมาหา คุกเข่าให้พ่อเขาก่อนจะออกปากว่า ‘ผมจะอยู่เคียงข้างชานซอง จะระวัง จะไม่ทำให้คุณพ่อและครอบครัวของชานเสื่อมเสียชื่อเสียง จะเป็นกำลังใจในการช่วยชานทำงานและเรียน จะไม่ให้เกเร ขอโทษที่ผมรักชานซองนะครับ แต่ว่าอย่าให้ผมเลิกรักชานซองเลยนะครับ’ จุนโฮพูดออกมาชัดเจน จนพ่อเขาที่เห็นอยู่ต้องเดินเข้าไปดึงตัวให้ลุกขึ้นนั่งแล้วอธิบายให้ฟัง ยิ่งเห็นหน้าตาน่ารัก รอยยิ้มหวาน ผสมนิสัยที่จริงจังแต่ก็อ่อนโยนของจุนโฮเข้าไป พ่อเองก็ยอมรับจุนโฮและความรักของเราได้มากขึ้นกว่าเดิม

 

“นี่พ่อ ผมถามอะไรหน่อยสิ” ชานซองเอ่ยถาม พ่อเงยหน้าจากถ้วยอาหารมามองหน้าลูกชายคนรอง

“มีอะไรล่ะ ชาน” เสียงพ่อทุ้มใหญ่ใจดี ดวงตาโตทอมองอย่างอ่อนโยน

“พ่อ ถ้าเกิดว่าผม.. จะกลับมาช่วยพ่อทำงานพ่อจะดีใจป่ะ” คำถามของชานซองทำให้พ่อเบิกตาโตอย่างแปลกใจ

“เฮ้ย แกจะกลับมาช่วยพ่อกับพี่แกทำงานจริงเหรอ ชาน แกไม่เป็นนายแบบอะไรของแกต่อแล้วเหรอ” พ่อถามจริงจังมากขึ้น ชานซองยักไหล่

“ไม่รู้สิพ่อ ผมแค่ลองถามดู”

“อืมๆ ทำอย่างที่แกอยากทำแล้วกัน แต่ถ้าแกมาช่วยงานที่บ้านจริงๆ พ่อก็ดีใจมากนะ บริษัทก่อสร้างขนาดใหญ่ของโซลเนี่ย ฟังดูแล้วงานก็ไม่ใช่น้อยๆ ใช่ไหมล่ะ ชานซอง พ่อเองก็แก่แล้ว พี่แกนั่นล่ะจะเหนื่อยมากกว่าใคร รอเจ้ายูคก็คงอีกหลายปีกว่าจะเรียนจบมาช่วยงานได้จริงจัง ” พ่อบอกด้วยน้ำเสียงใจดีที่จริงจังมากขึ้น ตะเกียบคีบกับข้าวใส่ให้บนถ้วยของชานซองแล้วลงมือกินอาหารต่อ ชานซองมองถ้วยข้าวตัวเองอยู่สักพักยามเมื่อสมองกำลังคิดเรื่องต่างๆ

“พ่อ เรื่องของผมกับจุนโฮน่ะพ่อ ถ้าผม.. พ่อครับ ถ้าผมจะแต่งงาน แล้วก็อยู่กับจุนโฮไปทั้งชีวิตพ่อว่ายังไงครับ” ชานซองเอ่ยถามไปอย่างจริงจัง จ้องมองพ่อตัวเองนิ่ง พ่อของชานซองนั้นนิ่งจนชานซองแปลกใจ ยังคงคีบกับข้าวเข้าปากอย่างเป็นปกติ ตอนแรกชานซองคิดว่าพ่อคงจะจับเอาถ้วยน้ำซุปขว้างหน้าให้เสียแล้ว

“ชานซอง ถ้าแกคิดดูดีแล้ว และแกคิดว่าแกจะดูแลจุนโฮได้อย่างดี ก็ทำตามความต้องการของแกเถอะ พ่อไม่ขัดอะไรหรอก” พ่อตอบอย่างใจดีเช่นเคย

“พ่อ พ่อไม่โกรธผมใช่ไหม” ชานซองถาม พ่อวาดยิ้มใจดี

“พ่อคิดเรื่องนี้ตั้งแต่วันที่แกมาบอกพ่อว่าแกรักจุนโฮแล้ว พ่อคิดทบทวนหลายอย่าง วันนั้นพ่อถึงได้ไปบอกแกไงว่าพ่อโอเค พ่อไม่ได้พูดไปสั่วๆหรือบอกปัดขอไปทีหรอกนะ พ่อคิดแล้วคิดอีก ยิ่งได้เจอกับจุนโฮ เด็กคนนั้นเป็นเด็กดี และเหมาะกับแกมาก ให้หาใหม่พ่อเชื่อว่าแกไม่มีปัญญาหาได้ดีและเหมาะไปกว่าจุนโฮอีกแล้วล่ะ”

“พ่อ” ชานซองร้องเรียกแล้วเดินไปกอดพ่อตัวองแน่น พ่อหัวเราะวางตะเกียบแล้วบีบแขนชานซองให้กำลังใจ

“ทำไมพ่อถึงเป็นพ่อทีดีแบบนี้ครับ ผมรักพ่อที่สุดเลย” ฟังแล้วพ่อของชานซองก็หัวเราะออกมาดังๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ใจดีมากที่สุดสำหรับชานซอง

“ชานเอ๋ย จะมีอะไรที่ดีที่สุดที่พ่อแม่จะมอบให้ลูกได้นอกจากความเข้าใจล่ะ หืม จริงไหม”

“ครับ จริงที่สุดเลยพ่อ”

“มา กินข้าวต่อกันได้แล้ว” พ่อเอ่ยบอกชานซองพยักหน้าแล้วเดินกลับมาที่เก้าอี้ ชานซองซับน้ำตาที่คลอตาโตออก ฉีกยิ้มกว้างให้พ่อ

“ผมขอบคุณพ่อเลยนะครับ ที่เข้าใจผมกับจุนโฮ”

“เป็นเรื่องที่พ่ออย่างพ่อควรทำนี่ชาน”

“แล้วแม่ล่ะครับพ่อ แม่เขาก็จะโอเคใช่ไหมครับ” ชานซองถามอย่างติดกังวล พ่อฟังแล้วฉีกยิ้มกว้าง

“พ่อว่าแกรู้จักแม่แกดีนะชาน ว่าแม่แกน่ะทั้งรักทั้งหลงจุนโฮขนาดไหน ที่จริงถ้าแกทิ้งจุนโฮล่ะก็แกเองมากกว่านั่นล่ะจะโดนแม่แกตบหน้าหัน ชานรู้ไหมว่าความจริงแล้วแม่แกน่ะเขาชอบคนตาตี่นะ ทั้งหน้าตานิสัยจุนโฮก็ถูกใจแม่เขาทั้งนั้น” พ่อบอกกลั้วเสียงหัวเราะ ชานซองเองก็ยิ้มเช่นกัน จุนโฮเข้ากับคนในบ้านเขาได้ดีและก็เป็นขวัญใจของทุกคนจริงๆ

“ว่าแต่แกคิดเรื่องนี้จริงจัง แบบนี้จุนโฮเขาว่ายังไง แล้วได้คิดหรือยังว่าจะทำยังไง อย่าลืมล่ะว่าแกกับจุนโฮน่ะไม่ใช่แค่ผู้ชายธรรมดานะ เป็นดาราเป็นนายแบบ มีชื่อมีเสียง เสี่ยงมากนะ” พ่อถามไปสอนไปอย่างเคย ชานซองฟังแล้วก็ทำหน้าหนักใจ

“ผมคิดไว้แล้วล่ะครับพ่อ แต่ก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าจะได้เรื่องไหม”

“แล้วว่าไงล่ะ ไหนปรึกษาพ่อมาสิชานซอง” ชานซองฉีกยิ้มให้กับความใจดีของพ่อตัวเอง ปากหยักถ่ายทอดถ้อยความที่อยู่ในห้วงความคิดตนเองออกไปให้พ่อของตนได้รับรู้

✘✘✘

ชานซองนอนมองโทรศัพท์มือถือในมือตัวเอง ผ่านไปหลายชั่วโมงแล้วที่เขาได้คุยกับพ่อที่โต๊ะอาหาร สิ่งที่เขาบอกพ่อนั้นพยักหน้ารับ แนะนำบ้างแต่ก็ไม่มากนัก คงอยากให้เรื่องนี้เป็นสิ่งที่เขาคิดและตัดสินใจด้วยตัวเอง

ชานซองมองเบอร์ที่พึ่งโทรออกไป -พี่มินจุน- แล้วเลื่อนลงมาอีกเพื่อจ้องมองชื่อเจ้าของเบอร์ที่เขาอยากจะโทรไปหา -จุนโฮ- แต่จุนโฮพูดชัดเจนแล้วว่าไม่อยากให้เขาโทรไป แต่เขาต้องการจะโทรไปจริงๆ เพราะฉะนั้นแล้ว

เอาวะ!!

ชานซองเอาหูแนบโทรศัพท์ฟังเสียงสัญญาณและในที่สุดโทรศัพท์ที่เขาโทรไปก็ได้รับการรับสาย

“ฮัลโหล สวัสดีครับ” ชานซองขานเสียงร้องอย่างตื่นเต้น

            “ว่าไงจ๊ะ ทำไมวันนี้ชานซองโทรมาเบอร์แม่ได้ล่ะลูก” แหม่ ใครจะกล้าโทรหาจุนโฮล่ะ เข้าทางแม่ล่ะเวิร์คสุดๆ

            “เงียบเลยเชียว โทรมานี่จะคุยกับจุนโฮใช่ไหม ชาน” คุณแม่ของจุนโฮเอ่ยถามได้ถูกใจชานซองจริงๆ

“ครับ จุนโฮอยู่ไหมครับ”

            “อยู่จ้ะ” คุณแม่เงียบไปครู่นึงแล้วก็พูดเสียงเหมือนห่างออกไปจากโทรศัพท์

“จุนโฮชานซองโทรมาหาหนู รับสายสิ”

            “ผมไม่อยากคุยกับหมอนั่นตอนนี้ แม่บอกมันไปเลย” เสียงจุนโฮได้ยินชัดเต็มสองหู ชานซองยิ้มแหยๆ กับตัวเอง

            “ชานได้ยินแล้วใช่ไหม” คุณแม่เอ่ยถามอย่างอารมณ์ดี ชานซองพยักหน้าอย่างเดียวก็เกรงว่าคุณแม่จะไม่รู้เรื่องจึงขานรับออกไป

“ครับ ได้ยินเสียงลูกชายคุณแม่ชัดเจนเลย” คุณแม่ฟังแล้วก็หัวเราะเล็กน้อย

“ชานมีอะไรอยากจะบอกจุนโฮล่ะ ฝากแม่ไว้ก็ได้” คุณแม่จุนโฮเอ่ยบอกอย่างใจดี ชานซองจึงมีกำลังใจขึ้นมาหน่อย

“คือคุณแม่ครับ ช่วยบอกจุนโฮให้หน่อยนะครับ ว่าอีกสองวันให้จุนโฮมาเจอผมที่งานเปิดตัวหนังเรื่องX ที่ห้างY ตอนบ่ายโมงครึ่ง จุนโฮต้องมานะครับ สำคัญมาก ยังไงก็ต้องมา แค่นี้แหละครับที่ผมอยากจะบอก”

“ได้จ้ะ เดี๋ยวแม่จะบอกให้นะ”

“ครับ คุณแม่ขอบคุณครับ ผมไม่รบกวนคุณแม่แล้วเท่านี้ล่ะครับ” ชานซองกล่าวลาอย่างสุภาพแล้วตัดสายโทรศัพท์ไป ใบหน้าคมคายจริงจังขึ้นอย่างไม่บ่อยนักที่ข้างในนั้นจริงจังจริงๆไม่ใช่แค่หน้าตาดูจริงจังเท่านั้น

“นายต้องมานะจุนโฮ ต้องเชื่อใจฉันนะ” ชานซองพึมพำกับตัวเอง

✘✘✘

คุณแม่ของจุนโฮวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะตรงหน้าระหว่างโซฟาที่ตนและลูกชายนั่งกับจอทีวี ดวงตาเล็กใจดีของคุณแม่หันมามองลูกชายตัวเองที่กำลังแสร้งมองหน้าจอไม่สนใจที่แม่คุยกับชานซองเมื่อครู่ คุณแม่ระบายยิ้มเล็กๆ บ้านนี้มีด้วยกันสามคน มีเธอ มีลูกชายคนโตคือจุนโฮและมีลูกสาวอีกคนคือมิน ส่วนคุณพ่อนั้นจากไปนานแล้วตั้งแต่สมัยจุนโฮอยู่ประถม เธอเลี้ยงลูกทั้งสองของเธอมาตลอด เช่นนั้นแล้วทำไมเธอจะดูไม่ออกว่าตอนนี้ลูกชายเธอกำลังคิดอะไร

“จุนโฮอยากรู้ไหมว่า แม่คุยอะไรกับชานซอง” คุณแม่ลองเอ่ยถามดู จุนโฮกอดหมอนบนตักแน่นขึ้น เปลี่ยนช่องโทรทัศน์ทำทีไม่สนใจอะไร

“ไม่เห็นอยากจะรู้เลยนี่ครับ”

“อ๋อจ้ะ” คุณแม่ขานรับแล้วหยิบนิตยสารขึ้นมาอ่านอย่างเงียบด้วยรอยยิ้มมุมปาก ไม่นานเท่าไหร่อาจไม่ถึงห้านาทีก็ได้ ในที่สุด

“คุณแม่ครับ คุยอะไรกับชานซองเหรอครับ” จุนโฮเอ่ยถามเสียงอ้อมแอ้มแต่สายตาเรียวเล็กก็ทำเป็นจ้องหน้าจอโทรทัศน์อยู่ คุณแม่ฉีกยิ้มกว้าง

“หนูอยากรู้เหรอจ๊ะ”

“ก็นิดหน่อยครับ แต่ไม่ต้องเล่าก็ได้นะครับ” ปากพูดแบบนั้นแต่ดวงตาเรียวของจุนโฮเป็นประกายอยากรู้อย่างมาก คุณแม่หัวเราะออกมา ลูบผมลูกชายตัวเองอย่างอ่อนโยน

“แม่จะเล่าให้ฟังเนอะ ชานบอกว่าต้องการให้หนูไปพบเขาที่งานเปิดตัวหนังเรื่องX ที่ห้างY ตอนบ่ายโมงครึ่ง และย้ำหลายรอบเลยนะว่าสำคัญมาก หนูจะต้องไปห้ามเบี้ยว” จุนโฮฟังแล้วก็นิ่งเงียบไม่พูดอะไร หัวสวยซบลงพิงไหล่ของคุณแม่ มือขาวเหี่ยวย่นลูบไล้เส้นผมนิ่มของลูกชายอย่างอ่อนโยน

“และแม่ก็คิดว่าหนูควรจะไปหาชานซองนะลูก สัญญากับแม่สิ ว่าจะไป” คุณแม่ไม่ได้ทำเสียงอื่นใดนอกจากเสียงใจดี ทิ้งเวลาเงียบๆ พักนึงให้จุนโฮคิด

“ครับ ผมจะไปพบหน้าหมีๆ ของหมอนั่น” จุนโฮพูดพึมพำ คนแม่จึงหัวเราะออกมาอีกหน่อย ลูกชายเธอนี่น่ารักเสียเหลือเกิน

“จุนโฮ”

“ครับแม่”

“หนูทะเลาะอะไรกับชานซองเหรอลูก”

“…”

“คนรักกันมีอะไรก็ต้องคุยกันนะ เงียบใส่หรือหลบหน้ากันไม่ใช่ทางออกหรอกนะลูก รู้ไหม” คุณแม่ทำเสียจริงจังขึ้นแต่ก็ยังใจดี จุนโฮทำหน้ามุ่ยตามแบบของตัวเองอย่างไม่รู้ตัวแต่ครานี้เป็นหน้ามุ่ยๆ ที่ดูเศร้าไม่น้อยเลย

“ผม…” จุนโฮพึมพำแล้วก็เงียบไป

“มีอะไรอยากเล่าให้แม่ฟังไหม ลูกรู้ใช่ไหมว่าแม่เป็นห่วงหนูแค่ไหน” คุณแม่ลูบผมแล้วเอ่ยบอกอย่างอ่อนโยน จุนโฮยกแขนทั้งสองข้างกอดเอวคุณแม่ของตัวเองเอาไว้ นิ่งเงียบอยู่ครู่ใหญ่ในที่สุดก็เอ่ยปากพูด

“ผมจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้แม่ฟังนะครับ แม่ฟังแล้วช่วยบอกผมหน่อยว่าผมควรจะทำยังไง…” แล้วจุนโฮก็เอ่ยปากเล่าเรื่องราวความรักของตนเองกับชานซองที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ โดยมีฮยอนอาแทรกตัวเข้ามาสร้างความปั่นป่วนให้จนวุ่นวาย

“ผมควรจะทำยังไงดีล่ะครับ” จุนโฮเอ่ยถามเมื่อเล่าจบ หัวสวยพิงลงบนบ่าบางแต่แสนมั่นคงของคุณแม่อย่างอ่อนแรง

“แม่บอกหนูไม่ได้หรอกนะ จุนโฮ เรื่องนี้หนูต้องตัดสินใจเองเพราะมีแค่หนูที่ต้องอยู่กับผลของเรื่องนี้ไม่ใช่แม่” คุณแม่บอกอย่างใจดีเหมือนเคย ทุกเรื่องในชีวิตคุณแม่มักให้จุนโฮตัดสินใจเองเสมอ แม้แต่เรื่องจะคบหาชานซองที่เป็นผู้ชายเช่นกันในทีแรกก็ด้วย

“ผม .. เฮ้อ แม่ครับ” จุนโฮบ่นพึมพำกระชับกอดเอวคุณแม่แน่นขึ้น มืออันอบอุ่นของคุณแม่ลูบแผ่นหลังจุนโฮเบาๆ

“ตอนนี้จุนโฮคิดอะไรอยู่บอกแม่หน่อยได้ไหม” คุณแม่เอ่ยถามเงียบสักพักในที่สุดจุนโฮก็เอ่ยพูดออกมาด้วยเสียงไม่มั่นใจนัก

“ผมคิดเรื่องของผมกับชาน กับความรักของเรา และเรื่องฮยอนอาอย่างจริงจังตลอดที่กลับมาถึงที่บ้าน เรื่องนี้ที่กำลังเผชิญมันมากกว่าเรื่องของฮยอนอา แต่มันก็ต้องคิดเรื่องผมกับชานด้วย เรารักกันแต่คนอื่นก็คงมองว่าไม่ดีผิดปกติ แถมเรายังเป็นคนมีชื่อเสียงอีก ผมชอบทำงานนี้นะครับแม่ แต่ผมก็รู้สึกเหนื่อย และสำคัญที่สุด ผมห่วงหมอนั่น ผมอยากให้ชานซองมีชีวิตที่ดีจริงๆ ชีวิตที่จะไม่ต้องมีปัญหากับคนมากมายในสังคมเพราะเรื่องของเรา พอคิดดูแบบนั้นแล้ว ผมห่วงหมอนั่นจริงๆ ” จุนโฮบอกแม่ น้ำเสียงของจุนโฮเศร้า ไม่มั่นใจ แต่เต็มไปด้วยความเป็นห่วง ห่วงมากเหลือเกิน

“จุนโฮหนูรักชานซองไหมลูก” คุณแม่เอ่ยถามเพราะน้ำเสียงของแม่ที่ใจดีเกินไปหรือเปล่า จุนโฮถึงรู้สึกน้ำตาคลอเบ้าขึ้นมา

“รักสิครับ ผมรักชานซอง รักมากๆ เลย” จุนโฮกระซิบบอกแผ่วเบาแต่หนักแน่น

“แม่เองคิดว่า ชานซองก็รักหนูนะจุนโฮ รักมากด้วย ..ลูกทั้งสองรักกันมากนะลูก เหตุผลแค่นี้ไม่พอหรอกหรอ”

“มันพอสำหรับผมและคงพอสำหรับชานซอง แต่มันคงไม่พอกับคนที่จ้างงานเราสองคน ไม่พอกับคนในสังคม ไม่พอกับความคาดหวังมากมายที่มองมาที่ผมกับชานซอง ไม่พอสำหรับแฟนคลับ ฮึก ไม่พอสำหรับใครเลยนอกจากเราสองคน” จุนโฮเอ่ยบอกออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดจุนโฮก็ไม่อาจจะต้านทานความรู้สึกในใจตนเองไหวอีกแล้ว

จุนโฮกอดคุณแม่เอาไว้แน่นแล้วร้องไห้กับอ้อมกอดอันอบอุ่นอ้อมกอดนั้น คุณแม่ลูบมือขึ้นลงกับแผ่นหลังของจุนโฮ เงียบๆ แต่ไม่เคยคลายความห่วงใจหรือใจดีลงไปเลย

จุนโฮร้องไห้อยู่เช่นนั้น ร้องไห้ไปพลางคิดทบทวนเรื่องราวต่างๆ ไปด้วยในความคิดตัวเอง เนิ่นนานพอสมควรจนหยาดน้ำตาที่เปียกปอนเหลือเพียงความชื้นบนใบหน้าหวาน

“แม่ครับ”

“ว่าไงลูก” คุณแม่ครางรับ มือก็ลูบแผ่นหลังให้ลูกชายของเธอต่อไป

“ผมคิดแล้ว ผมรักชานซองมาก มากจนไม่อยากจะเสียเขาไป” จุนโฮเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงที่ไม่สั่นพร่าอีกแล้ว มันมั่นคงแต่ก็ยังคงแหบแห้ง

“แต่ความจริงแล้วผมรักชานซองมากกว่านั้นเสียอีก ผมรักเขา รักจนไม่อยากให้เขาต้องเผชิญเรื่องวุ่นวายพวกนี้ รักมากจนไม่อยากให้เขาทิ้งงานที่เรารักและชอบทำนี้ไป อย่างน้อยชานซองก็คงจะมีคนที่ดูแลเขาต่อไป ” จุนโฮเงียบลงไปอาจเพราะความรู้สึกที่ตีตื้นขึ้นมาจนแน่นไปทั้งอก

“แม่ครับ ผมจะเลิกกับชานซอง ผมจะบอกเขาอีกสองวันที่เจอหน้ากัน”

“เรื่องนี้ควรจะจบลงเสียที”

✘✘✘

ตอนนี้ถือว่าบรรยากาศของห้างYกำลังวุ่นวายพอสมควรเพราะมีการเปิดตัวหนังเรื่องใหม่ที่เป็นกระแสพอดูทำให้มีทั้งนักแสดง นายแบบ นางแบบที่มีชื่อเสียงและนักข่าวจากสำนักข่าวบันเทิงแทบจะทุกสำนักแห่งแหนมาจนเต็มส่วนจัดแสดงใกล้โรงฉายหนังกันจนเต็มไปหมด

ตอนนี้นักข่าวกำลังพุ่งเป้าเทความสนใจไปที่พระเอกของหนังเรื่องนี้ที่พึ่งเดินทางมาถึง ทำให้นายแบบที่มีชื่ออยู่พอตัวที่มาเดินเข้างานในฐานะผู้ชมสามารถเดินปลีกออกมาจากงานได้โดยไม่มีใครสังเกตุเห็น ชานซองย่ำเท้าเดินอย่างไม่รีบร้อนจนผิดสังเกตุแต่ดวงตาคมโตนั้นเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นมากพอดู

ชานซองยกข้อมูลดูนาฬิกาที่บอกว่าเวลานี้ตรงกับ บ่ายโมงตรง ขายาวสาวเดินตรงไปที่ร้านกาแฟที่หรูหรา มีราคาและเงียบสงบเป็นส่วนตัวมากพอสมควร ร้านกาแฟที่เป็นสถานที่นัเหมายในวันนี้

ตาโตกวาดไปทั่วร้านทันที่ที่เดินเข้ามา ในที่สุดก็เห็นบุคคลที่ตนเองต้องการเจอกำลังนั่งหมุนหลอดของกาแฟเย็นเล่นอยู่ตรงที่โต๊ะมุมร้านใกล้กระจกทึบ เป็นส่วนตัวดีอย่างที่ชานซองกำลังต้องการ

เสียงเลื่อนเกาอี้ทำให้คนที่กำลังเล่นหลอดกาแฟอยู่เงยหน้าขึ้น พลันเมื่อดวงตาเห็นคนที่กำลังนั่งอยู่ตรงหน้าก็เอ่ยทักทาย

“พี่ชานซองมาแล้วเหรอ หนูมารอตั้งนาน” ด้วยรอยยิ้มกว้างจากริมฝีปากที่แต่งแต้มลิปสติกสวย

“สวัสดี ฮยอนอา วันนี้พี่มีเรื่องสำคัญจะคุยกับเธอ…”

.
.
.
TBC
ตอนหน้าจบแล้วจ้าเอาจริงๆ  ถือว่าเป็นของขวัญปีใหม่ให่คนอ่านทุกคนนะคะ ^^

ว่าแต่ว่าปีใหม่แบบนี้จะมีใครแวะมาอ่านฟิคไหมน๊า
ตอนจบมีกิจกรรมให้ผู้อ่านร่วมกันค่ะ
คือหลังจากอ่านตอนสุดท้ายจบแล้ว มีคำถามอะไรที่อยากถามคู่หลักทั้งสามคู่และตัวละครหลักทั้งเจ็ดคน จากในเรื่องนี้ (คือถามเรื่องราวของทั้งหมดในเรื่องนี้) ในเวลาอีกเจ็ดปีข้างหน้าต่อจากนี้
โดยเขียนบอกว่าจะถามใคร คู่ไหน ถามว่าอะไร ใส่ไว้ในคอมเมนต์ ของตอนหน้าเลยค่ะ ร่วมสนุกกันได้เต็มที่ค่ะ เพราะคำถามเหล่านั้นจะถูกนำไปใช้ในการแต่งตอนพิเศษค่ะ

แล้วที่สำคัญ

มีรวมเล่มให้จองละนะเรื่องนี้

ตอนพิเศษ สุดพิเศษรออยู่ในเรื่องถึงสี่ตอนเลยนะจ๊ะ ^^

[Pre-order] รวมเล่มฟิคDangerous Lover !!Slap me beby~ ร้ายกว่านี้มีอีกไหม
 #ChanNuneo #KhunWoo  #TaecJay #Jun.K [เปิดพรีฟิครั่วๆแสบๆเรื่องนี้ถึง 12/1/58จ้า]

Advertisements

4 คิดบน “DANGEROUS LOVER !!SLAP ME BEBY #18 #CHANNUNEO #KHUNWOO #TEACJAY #JUNK

  1. ployyy

    คนนึงใช้สมอง อีกคนนึงใช้ใจ แต่ทั้งคู่ก็รักกันมากก แค่รักกันมันยังไม่พออีกหรอ??? เห้อมมมม ขอให้จบแบบแฮปปี้เอนดิ้งด้วยเท้อออ ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะไรท์ ^ ^ แฮปปี้นิวเยียร์ค่าา~

  2. love2pm

    ชานคงจะนัดมาคุยเรื่องแต่งงาน แต่จุนโฮจะมาบอกเลิกหรือ
    แล้วจะรู้เรื่องกันมั๊ย จะเข้าใจผิดกันอีกกรือป่าวถ้าจุนโฮมาเจอชานกับฮยอนอา

  3. bbm

    อะไรของหนูเนี่ย นุ้งโฮ ชานกำลุงจะขอแต่งงาน แต่หนูกลับจะบอกเลิก ม่ายน้าาาาาา รักคงยังไม่พอสินะ อร๊ายยย ><

Leave a Comment

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s