PHYSICAL AFFECTION -4- #KHUNWOO #CHANNUNEO #PAkwcnn

Title  :: Physical affection
writer ::  LoveMe
Chapter :: #4
Fandom :: 2PM
couple  ::  ChanNuneoll KhunWoo ll Taec,Jun.K
Rate::  PG 16
Genre  ::  ชีวิตซึนเดเระของอี จุนโฮ ,ชีวิตรันทดของจาง อูยองลำดับที่ 1

BnhwNvdCAAATTqC

My eyes ,My ears ,My hands ,my face ,My lips

My heart ,My soul

…remembers you

– Memory (Younha ft. Tablo) –

4

“ชานซอง” เสียงเรียกชื่อตัวเองที่ไม่ได้เบาหรือดังนัก ทำให้ผู้ชายตัวโตที่นั่งจับริมฝีปากตัวเองด้วยใบหน้าค้างอึ้งอยู่ค่อย ๆ หันมามองที่บานประตู คนที่ยืนอยู่ตรงนั้นไม่ได้ทำให้เขาแปลกใจนัก แต่สีหน้าท่าทางมากกว่าที่ทำให้เขาแปลกใจ

“ทำไมถึงได้ทำหน้าตาแบบนั้นล่ะ เป็นอะไรหรือเปล่าอูยอง” เอ่ยถามพลางเลิกคิ้วมอง คนตัวเล็กที่ยืนอยู่ตรงประตูไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองเขาด้วยซ้ำแต่จู่ ๆ กับนั่งลงไปเสียตรงนั้น ชานซองมองอย่างตกใจ แต่ก่อนที่จะได้ถามหรือลุกไปดูอาการพี่ชายแก้มป่อง เสียงสั่นพร่าก็กำลังแถลงไขทุกอย่างให้เข้าใจ

“พี่คุณรู้แล้ว ฉันจะทำยังไงดี ชานซอง” ชานซองขมวดคิ้วแน่น ‘รู้แล้ว’ เรื่องอะไรเขาก็รู้ดี แต่ว่า…

“พี่เขารู้ได้ยังไง”

“ฮึก ฉันไม่รู้ แต่เมื่อกี้พี่เขามาถามฉันว่าคืนนั้นพี่เขาไม่ได้ฝันไปใช่ไหม แล้วเป็นฉันใช่ไหมที่อยู่กับพี่เขาคืนนั้น” อูยองเล่าทั้ง ๆ ที่ยังไม่ยอมเงยหน้าออกจากหัวเข่าตัวเองและเลือกจะข้ามบางรายละเอียดของเรื่อง เช่นการจูบเมื่อครู่ไปด้วย มักเน่ของวงถึงต้องลุกมานั่งฟังใกล้ ๆ ให้รู้เรื่อง

“แล้วนายตอบพี่เขาไปว่ายังไงเหรอ” วางมือหนาบนกลุ่มผมนิ่มอย่างปลอบใจ

“ฉันบอกว่าฉันขอโทษ” งั้นก็แสดงว่ายอมรับไปแล้ว

“โธ่เอ๊ย อูยอง” ชานซองได้แต่ถอนหายใจไม่มีคำไหนที่ดีกว่านี้จะเอ่ยบอก ช้อนใบหน้ากลมขึ้นมาแล้วหยิบทิชชู่ส่งให้ อูยองเช็ดน้ำตาอย่างส่ง ๆ กำทิชชู่ไว้ในมือ วางคางไว้บนเข่าตัวเอง มีเพียงเสียงสะอื้นแผ่วเบาที่ดังอยู่

“นายจะทำยังไงต่ออูยอง”ชานซองเอ่ยถาม คาดเดาได้เลยว่าเรื่องมันกำลังจะวุ่นวายขึ้นอีกมากหลายเท่าตัว

“ฉันไม่รู้ ฉันรู้แต่ว่าตอนนี้ฉันกลัว”

“กลัว..” ชานซองหยั่งเชิงถาม ใช่ไม่รู้ว่ามีอะไรควรให้กลัว แต่เพราะมันมีเยอะมากจนไม่รู้ว่าอูยองกลัวอะไรที่สุด

“ฉันกลัว …กลัวว่าจุนโฮจะเสียใจ” ฟังแล้วชานซองก็เงียบตาม ตาโตมองดูพี่ชายตัวเล็กที่กำลังนั่งตัวสั่นเทาอยู่ตรงหน้า

จริง อย่างที่อูยองกลัวถ้าจุนโฮรู้เรื่องนี้ก็คงจะเสียใจมากและบางทีเขาก็อาจจะร้องไห้ออกมาก็ได้ หมอนั่นน่ะทำเป็นเข้มแข็งแต่จริง ๆ ข้างในอ่อนยวบยาบจะตายไป แต่ว่านะ…

“เรื่องนี้ไม่มีใครเสียใจได้เท่านายอีกแล้วล่ะ อูยอง” ชานซองเอ่ยบอก มือหนาลูบผมนิ่มอย่างแผ่วเบา

เรื่องนี้มันช่างวุ่นวายและเจ็บปวดเหลือเกิน

******

“พี่มินจุนให้ผมซื้อไวน์แดงมาทำไมเหรอ” นิชคุณเอ่ยถามผู้อาวุโสประจำบ้านทันทีที่เห็นหน้ายาว ๆ ยิ้มแฉ่งเดินมาหา ใบหน้าที่อารมณ์ดีนั้นหัวเราะเอิ๊กอ๊ากแล้ววาดมือคล้องคอจนนิชคุณต้องย่อตัวลงแล้วเดินไปด้วย

“มีเรื่องดี ๆ น่ะสิ ถึงได้ให้ไปซื้อไวน์มาน่ะ คึคึคึ” ว่าแล้วก็หัวเราะอย่างสนุกสนาน นิชคุณวาดยิ้มบางแล้วก็ส่ายหน้าอย่างชวนหัว นี่ไม่ใช่ว่าซื้อหมาตัวใหม่มาเป็นเพื่อนออเดรย์ เลยจัดงานนะ คราวก่อนก็ฉลองสมาชิกใหม่ เจ้าออเดรย์ นั่นล่ะด้วยโซจูไปแล้วตั้งสองลัง

“ว่าแต่มีเรื่องดีอะไรเหรอพี่” เอ่ยถามอีกครั้ง แต่มินจุนไม่บอกอะไร พาเดินลากมาห้องนั่งเล่นด้านในอย่างเดียว

“ก็เรื่องดี ๆ ที่แกก็เคย ๆ ไงวะไอ้คุณ ฮ่าฮ่าฮ่า” พี่มินจุนหัวเราะยกใหญ่แล้วเดินไปตีมือกับแทคยอนที่กำลังจัดอาหารอยู่ นิชคุณเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ มองไปที่ป้ายกระดาษที่เขียนอย่างไม่ได้ตั้งใจนัก ว่าคู่รักคู่ใหม่ มองลงมาก็เห็นสามมักเน่นั่งทำสีหน้าค่อนข้างจะไร้อารมณ์อยู่บนโซฟา ชานซองนั่งถอนหายใจไปพลางการก้มอ่านหนังสือเล่มหนาในมือ ส่วนอูยองก็เอาแต่มองมือตัวเองที่กำเอาไว้บนตักที่ถือไอพอดเครื่องโปรดไว้ ส่วนอีกคนที่นั่งโซฟาแยกออกมาอย่างจุนโฮก็กำลังนั่งเท้าคางเล่นอะไรสักอย่างอยู่ในไอแพดด้วยสีหน้าไร้อารมณ์เหลือเกิน นิชคุณขมวดคิ้วก่อนจะเดินไปที่แฟนหนุ่มน้อยของตัวเอง

“วันนี้มีงานอะไรกันเหรอจุนโฮ” เอ่ยถามแม้จะพอเดาได้แต่ก็อยากให้แน่ใจ

“งานเลี้ยงรับขวัญคู่รักคู่ใหม่น่ะครับพี่คุณ” จุนโฮพูดอย่างเซ็ง ๆ ไม่แม้จะเงยหน้ามามองแฟนหนุ่มของตัวเอง นิชคุณขมวดคิ้วแน่นจนน่ากลัว หันไปมองสองตาเฒ่าลัลล้าที่เทไวน์ไปหัวเราะเฮฮาไปพร้อมกับเตรียมอาหารอยู่แล้วก็ส่ายหัว …คงไม่มีใครอยากเสี่ยงโดนมาเฟียซีแอตเทิลเชือดแน่นอน  งั้นก็เหลือแต่..

หันหน้าไปมองอีกสองคนที่นั่งอยู่ด้วยกันบนโซฟาตัวยาวไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองหน้ามุ่ยไปเท่าไหร่แล้ว

“ชานซองกับอูยองเหรอ”

“ครับ” จุนโฮเอ่ยตอบด้วยเสียงเหนื่อยหน่ายไม่แพ้กัน นิชคุณจ้องดวงตาคมกริบไปที่จาง อูยองแล้วเดาะลิ้นในปากก่อนจะพ่นลมหายใจออกมา เดินอ้อมไปนั่งอีกฝั่งนึงโดยเดินผ่านหลังโซฟาตัวยาว โดยไม่ลืมที่จะใช้มือแตะไปที่ต้นคอของคนแก้มป่องประจำวง อูยองสะดุ้งเฮือกอย่างตกใจแล้วพอเงยหน้าขึ้นเห็นว่าเป็นมือของใครก็รีบหันกลับมา มือเล็กบีบกันแน่นทั้งกายกำลังสั่นเทาขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้

นิชคุณทรุดตัวนั่งลงบนโซฟาข้างอูยองห่างกันเพียงหนึ่งพนักแขนกั้น ตอนนี้นิชคุณกำลังยิ้มแต่เป็นรอยยิ้มที่เย็นยะเยือกเหลือเกิน

“มาแล้วเว้ยพวกเรา ฉลอง ฉลอง ฉลอง” พี่มินจุนเฮโลมาก่อนเสียงดังพร้อมกับแทคยอนที่เดินตามมาพร้อมถาดขนมขบเคี้ยวและแก้วไวน์หกใบ

“วันนี้มีเรื่องดี ๆ เราต้องฉลอง” มินจุนหัวเราะเสียงดังแล้วจัดการเทไวน์แจกจ่ายให้ทุกคน

“เอาล่ะในการฉลองครั้งนี้ เริ่มแรกเราต้องมาสัมภาษณ์คู่รักคู่ใหม่ของวงเราก่อนว่าลงเอยกันได้ยังไง”แทคยอนเสริม

“ฮ่าฮ่าฮ่า ชานซองอาาา นายมาเอาลูกชายพี่ไปยังไม่ขอเลยนะเล่ามาซะดี ๆ ว่าไปปิ๊งกันตอนไหนวะ” คำถามที่ได้ฟังทำให้สมาชิกวงอีกสี่คนที่ไม่ได้มีอาการลัลล้าจนเกินพอดีเงยหน้าขึ้นมาแทบจะพร้อมกัน ยกเว้นแต่นิชคุณที่นั่งจ้องตรงไปที่คู่รักคู่ใหม่อยู่แล้ว คำถามนั้นดูจะเป็นคำถามที่ทุกคนอยากจะรู้คำตอบเหมือนกัน

“คนรักกัน ก็คบกันจำเป็นต้องมีเรื่องเล่าด้วยเหรอพี่” ชานซองเอ่ยบอกเสียงเย็น ๆ

“โฮ่ววว ไม่โโรแมนซ์เลยว่ะไอ้ชาน ดูอย่างไอ้คุณกับจุนโฮสิ มีเรื่องบอกรักใต้ซากุรงซากุระบาน หวานซึ้งจะตายของมึงไม่มีอะไรเล๊ย” มินจุนเอ่ยบอกเสียงเสียดายอย่างสุดซึ้ง

“ใช่ ๆ ไม่มีเรื่องอะไรเลยเหรอวะ มันต้องมีบ้างสิน่าไอ้ชาน หาอูยอง” แทคยอนเร่งเร้าให้เล่า ชานซองหันใบหน้านิ่งมามองอูยองที่เงยหน้าตากึ่งกลัวกึ่งกังวลมามอง อูยองพยักหน้าเล็ก ๆ ให้ ชานซองถอนหายใจเฮือกยาว แล้วก็พลิกหนังสือในมืออ่านต่อ

“ก็ไม่ได้มีอะไรมาก บอกรัก คบกันแล้วก็จูบกันตาม..”

“หา!! จูบ” เสียงของจุนโฮหลุดออกมาจนชานซองเงยหน้าขึ้นมอง คนตาตี่ที่ทำหน้าเหวอรู้ตัวแล้วก้มหน้าลงเล่นไอแพดในมือต่อ ปากก็บ่นพึมพำกับตัวเอง

“ไวไฟจริง ๆ เลย บอกรักก็จูบละ ชิ ไอ้มักเน่ ชิ ชิ” ทำเสียงเล็กเสียงน้อยอยู่คนเดียว ชานซองถอนหายใจแล้วหันไปมองนิชคุณที่นั่งนิ่งเงียบ แฟนของจุนโฮดูไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับอะไรมีแค่สายตาเย็นจัดที่คาดเดาอารมณ์ไม่ออกเท่านั้นที่กำลังมองมาที่อูยองที่ยังคงก้มหน้าก้มตาเลือกเพลงอยู่

“ว้าววว นั่นก็ถือว่าเป็นเรื่องเป็นราวแล้วเว้ยไอ้ชาน แล้ว แล้ว จูบยังไงวะ”

“มึงจะถามว่าดีพไม่ดีพใช่มะไอ้แทค ฮ่า ฮ่า ฮ่า” มินจุนรับลูกคู่เร็วจนนิชคุณหันมามอง

“ถามอะไรก็คิดถึงใจอูยองบ้างสิ พี่มินจุน ไอ้แทค” เอ่ยดุจนสองตาเฒ่ายังไม่ทันหยุดหัวเราะ คำตอบของคำถามเมื่อครู่ก็ลอยขึ้นมา

“ดีพมั้งครับ อารมณ์มันพาไป” ชานซองเอ่ยตอบส่ง ๆ ที่ตกลงเรื่องเล่าที่จะใช้มาอ้างกับอูยองไว้ก็ไม่ได้ลงรายละเอียดอะไรเสียด้วย

“โว้ว ไอ้ชานร้ายไม่เบานี่หว่า ฮ่าฮ่าฮ่า ไม่ถามละเอาเป็นว่ายินดีต้อนรับคู่รักคู่ใหม่แล้วเราก็มาปาร์ตี้กันเถอะเว้ย ดื่ม ๆ ”  พี่มินจุนกล่าวสรุปแบบง่ายดายก่อนจะจัดการไวน์ตรงหน้าสมปรารถนา มีแทคยอนที่ยกแก้วไวน์ตาม ด้วยวิถีความเร็วไม่แพ้กัน น่าแปลกที่สองคนคอทองแดงอย่างนิชคุณกับชานซองวันนี้ไม่สนใจไวน์รสละมุนตรงหน้าเท่าไหร่นักเพียงแค่ยกขึ้นจิบอย่างเป็นพิธีเท่านั้น

เสียงอึกทึกและร้องขอเติมเครื่องดื่มที่ชักจะพัฒนาดีกรีให้แรงขึ้นเรื่อย ๆ ของมินจุนกับแทคยอนปะปนไปกับเสียงเพลงที่เปิดจนดังลั่นจนน่ารำคาญมานานพอสมควร

จุนโฮเงยหน้าตาที่วัดค่าได้ว่ากำลังเหวี่ยงอย่างถึงที่สุดมองไปที่คนนั่งอยู่ใกล้ตัวที่สุดก็คือมักเน่ของวงนั่นเอง ตาเล็กค้อนขวับ ปากสีสดกำลังเบะและหน้ากลม ๆ นั่นก็กำลังพองเพราะอมลมเอาไว้ จ้องมองอยู่นานแต่มักเน่ก็ไม่รู้สึกถึงรังสีอำมหิตเลย ชานซองพลิกหน้ากระดาษอย่างสบายอารมณ์ต่อไป

จุนโฮฮึดฮัดยกแก้วไวน์ตรงหน้าที่ยังไม่ถูกแตะต้องของตัวเองขึ้นมาดื่มอย่างรวดเร็ว กลืนลงไปเกือบครึ่งแก้ว แล้วจัดการเทที่เหลือลงไปจนหมด กระแทกฐานแก้วลงบนพื้นโต๊ะเสียงดัง

“พอแล้ว ถ้าดื่มอีกจนหลับไปใครจะอุ้มนายเข้าห้อง” เอ่ยเสียงตำหนิทั้ง ๆ ที่ยังไม่เงยหน้าขึ้นจากหนังสือด้วยซ้ำ ในสายตาจุนโฮมันชั่งดูน่าหมั่นไส้ชะมัด

“เรื่องของฉัน ฉันมีแฟนหนุ่มรูปหล่อพาเข้าห้องแล้วกัน” จุนโฮเหวี่ยงกลับ แต่ชานซองกลับนั่งนิ่งเฉย ปลายตาขึ้นมามองหน้าคนจอมเหวี่ยง

“นายอยากให้พี่คุณหลังหักเหรอ จุนโฮ” ปลายตาขึ้นมองแล้วก็ก้มหน้าอ่านหนังสือต่อ ท่าทางแบบนั้นมันยิ่งทำให้จุนโฮโมโหเข้าไปอีก

“ไอ้มักเน่นิสัยเสีย ชิ นายมันก็ดีแต่ปากไอ้มักเน่ลวงโลก ขี้โกหก” ต่อว่ากันฉอด ๆ  ชานซองขมวดคิ้วแล้วพักสายตาจากหนังสือในมือ เขาว่าเรื่องมันชักจะมากว่าที่เขาว่าเรื่องน้ำหนักตัวของจุนโฮแล้วนะ

“นายเป็นอะไรของนายอีกเนี่ย จุนโฮ” ใช้ตาโตเบลอมองหน้าจุนโฮ คนตาตี่ขี้เหวี่ยงทำหน้าคว่ำแล้วลุกขึ้นจากโซฟาอย่างไม่ใส่ใจคนที่คุยด้วยนัก

“เรื่องของฉัน ไอ้มักเน่ไม่จริงใจ” เหวี่ยงทิ้งไว้แล้วก็จากไป ชานซองถอนหายใจเฮือกยาว หันไปมองที่คนที่เพิ่งประกาศว่าเป็นแฟนเขาไปหมาด ๆ ที่ตอนนี้กำลังโดนพี่มินจุนที่เมาได้ที่กอดโอบทั่วไหล่แล้วลูบผมไปห่าง ๆ ทำอย่างกับจะกล่อมอูยองนอนงั้นล่ะ นิชคุณที่นั่งอยู่ตรงนั้นก็กำลังจิบไวน์ในมือด้วยมาดคุณชายอย่างเงียบสงบ

คงไม่มีอะไรน่าห่วงเท่าไหร่ มองไปที่อูยองอีกครั้ง ฉันช่วยนายได้เท่านี้จริง ๆ นะอูยอง ก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินตามคนที่ทิ้งส้นเท้าเดินตึงตังเข้าห้องตัวเองไปเมื่อครู่

คนที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟนเด็กจอมเหวี่ยงของนิชคุณนั่นล่ะ

******

“อูยองอ่าาา ลูกชายของป๋า หนูจะออกไปเป็นของคนอื่นแล้วหรือลูกชายป๋า ทำไมไม่บอกป๋าก่อนยังเห็นกันเป็นพ่อเป็นลูกอยู่ไหม อูยองอ่าาา” เสียงมินจุนที่ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเมาแบบสุดยอดแล้วกำลังเอ่ยถามอูยองด้วยเสียงยานคาง มือทั้งสองข้างก็กอดคนที่เจ้าตัวสมอ้างเป็นลูกชายแน่น เอาหัวไปเกยชิดไว้กับผมสีสวยของอูยอง อูยองได้แต่ทำหน้านิ่งแล้วถอนหายใจอย่างไม่ใคร่ใส่ใจในพ่อที่เจ้าตัวเพิ่งได้มานัก

“พ่อผมอยู่ปูซานนะครับพี่มินจุน” เอ่ยบอกแต่มินจุนก็ไม่สนใจฟัง เพ้อเจ้ออยู่คนเดียว

“นายน่ะนะอูยองเป็นลูกชายป๋ามีอะไรต้องบอกป๋าสิอูยองอ่า น้องชายป๋าก็ไม่เห็นหัวป๋าไปคนแล้วนะ แต่ในฐานะที่เป็นพ่อ หนูควรจะบอกทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับหนูให้ป๋ารู้นะลูก   เป็นพี่ชายต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้ ออเดรย์  เข้าใจไหมอูยองอ่าาา” อูยองทำหน้าปลงตกลงอีกสองระดับ นี่เขามียศเทียบเท่ากับหมาแล้วสินะ

“พี่มินจุนเมามากแล้ว ไปนอนดีกว่าไหมครับ” อูยองหันไปบอกพี่ชายเสียงสวยที่ตอนนี้กำลังเอาหัวไถไปกับไหล่ของเขา

“ไม่ ป๋าจะไม่จากหนูไป พอป๋าเผลอหนูก็จะไปตกเป็นของลูกเขย ป๋าไม่ยอมมมม ลูกของป๋า” คร่ำครวญแล้วทำท่าจะจับอูยองมาหอมแก้มเสียให้ได้ อูยองเบี่ยงตัวออกแต่ก็ไม่อาจรอดเงื้อมมือของพี่ชายเสียงสวยได้

อูยองทำหน้าเซ็งแต่ก็หยุดดิ้นไปเมื่อมองเห็นว่าต่อให้ดิ้นยังไงก็คงไม่อาจหลุดจากวงแขนของมินจุนได้ เสียงหลักของวงหัวเราะคิกคักอย่างชอบใจ แล้วโน้มจมูกมาเตรียมฝังลงบนแก้มของอูยองอย่างตั้งใจ

“แอะ อูยองทำไมแก้มนายถึงได้แข็งจังไม่หอมด้วย” พี่มินจุนบ่นเสียงอู้อี้ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองสิ่งที่ตัวเองหอมไปเมื่อครู่

“ฮ่าฮ่าฮ่า อ้าวคุณนายมีอะไรกับพี่เหรอไอ้น้อง” โบกมือให้นิชคุณที่ยืนหน้านิ่งอยู่เพราะว่าเมาจนแทบไม่ได้สติ มินจุนจึงไม่อาจจำกัดความลงได้ว่าตอนนี้สายตาของนิชคุณกำลังมองอะไรด้วยสายตาแบบไหนกันแน่ มินจุนหัวเราะเอิ๊กอ๊ากแล้วหันไปตีมือของนิชคุณ

“แล้วนี่นายเอามือมาบังแก้มลูกชายพี่ทำไมเนี่ย” ชี้ไปที่มือของนิชคุณที่ตัวเองหอมเมื่อครู่ที่ยังอยู่ที่เดิม  มินจุนไม่รู้ตัวว่าตัวเองลอยวูบไปซบกับอีกฝั่งของโซฟาได้ยังไงเพราะเมามากแต่อูยองที่ยังมีสติเห็นเต็มสองตาว่าเป็นมือที่มินจุนหอมไปเมื่อครู่นั่นแหละที่ผลักหัวไหล่ของพี่ชายเสียงสวยจนถลาไปนอนกองกับอีกฝั่งโซฟา

“ผมว่าเหล้ามันใกล้หมดแล้ว เดี๋ยวผมไปช่วยหยิบมาให้นะ        พี่มินจุน” นิชคุณเอ่ยบอกเสียงเย็น

“เออ ๆ ดีไอ้คุณ เอามา ๆ  เอามาเผื่อแทคมันด้วย ช่ายหมายยยแทคคค”เอ่ยทักเพื่อนร่วมวงที่เมาหัวทิ่มอยู่อีกโซฟาที่ส่งเสียงกรนกลับมาทักเพราะจัดการกับโซจูที่ยกมาสมทบไปคนเดียวถึงสองลัง

“นายไปช่วยพี่ยกหน่อย” พูดไม่ทันจบดีก็ฉุดแขนอูยองให้ลุกขึ้น และไม่รอนานพอจนอูยองจะเอ่ยบอกว่ายินยอมตามไปด้วยหรือไม่นิชคุณก็เดินลิ่วไปทางห้องครัวพร้อมมือที่กำรอบข้อมือของอูยองติดตามมาด้วย อูยองเดินตามนิชคุณไปอย่างทุลักทุเล ดวงตาที่แดงก่ำมองแผ่นหลังกว้างตรงหน้าแล้วได้แต่คิดอยู่ในใจว่า ..นิชคุณยังต้องการอะไรจากเขาอีก ในเมื่อเขาให้ไปหมดแล้ว ทั้งตัวและหัวใจ

******

อาจเพราะคนตรงหน้านั่งอ่านหนังสืออย่างสงบนิ่งไปได้หลายหน้าแล้ว เลยทำให้คนที่เดินปึงปังหนีเข้ามาในห้องแล้วแกล้งนั่งเล่นเจ้าไอแพดบาง ๆ บนตักทำเป็นไม่สนใจกำลังจะของขึ้น กำลังจะเหวี่ยงและกำลังจะกลายเป็นคนที่เรียกร้องความสนใจเสียเอง

ตาตี่ของจุนโฮเหลือบขึ้นมองชานซองหลายครั้งจนกลายเป็นจดจ้องมอง ปากสีสดกัดเม้มจนแน่น แก้มขาวเปล่งสีแดงระเรื่อเพราะว่าอารมณ์ข้างในมันกำลังจะปะทุ ตอนนี้อี จุนโฮกำลังรู้สึกโมโหและสติสตังจะขาดผึง ไอ้หมีบ้าชานซองมันกล้าเมินเขางั้นเหรอ หนังสือเล่มนั้นมันสำคัญกว่าเพื่อนบังเกิดเกล้าของมันใช่ไหม

ตั้งแต่ชานซองอ่านหนังสือบ้าพวกนั้นก็ใจเย็นขึ้น ทำอะไรค่อยเป็นค่อยไปจะให้เขาแกล้งหลอกล่อหรือกวนให้สติแตกเหมือนเมื่อก่อนได้ยากขึ้นเป็นไหน ๆ  ชิ สาบานเลยเผลอเมื่อไหร่ทั้งอาหารและหนังสือในห้องชานซองต้องกลายเป็นเชื้อเพลิงของเตาผิงแน่นอนเพราะมันกำลังทำให้เขาโมโหมาก กล้าดียังไงไอ้พวกนั้นถึงได้สำคัญกว่าเขา นี่เขาคือเพื่อนบังเกิดเกล้าของฮวาง ชานซองนะ เขาอุตส่าห์เสียสละตำแหน่งเบสท์เฟรนด์ให้หมอนี่แล้วหมอนี่กล้ามาทำอย่างนี้กับเขางั้นเหรอ

“ชานซอง!!”

“หืม”นั่น มันกล้าครางเสียงรับอย่างสบายใจ

“กลับห้องนายไปเลยไป เกะกะห้องฉัน รกลูกตา” เหวี่ยงเสียงบอกแล้วปึงปังโดดขึ้นเตียงไปนอนหันหลังให้อย่างจะบอกว่าเจ้าของห้องกำลังจะนอน คนนอกออกไป จุนโฮข่มตาคู่เล็กหลับปี๋ แต่ก็เงียบ เงียบเชียบและเงียบกริบ คนตาเล็กทำหน้ายู่แล้วหันหลังกลับไปมองก็เห็นมักเน่นั่งอ่านหนังสืออยู่ที่เดิมไม่สะทกสะท้าน มันจะใจเย็นไปแล้วนะไอ้หมียักษ์ชานซอง

“ปึก”

“นายเล่นอะไรของนายเนี่ยจุนโฮ”ชานซองเงยหน้าขึ้นมาโวยเมื่อมีหมอนนิรนามลอยมากระแทกหนังสือและหน้าตัวเอง ยังไม่ทันจะโวยได้สักกี่ประโยคหมอนอีกใบก็ปลิวมา ชานซองปิดหนังสือคว้าหมอนที่ตกอยู่ตรงเท้าทำท่าจะปากลับ หมอนข้างเอย ผ้าห่มเอย ตุ๊กตาเอย หมอนหนุนหลังบ้าง เสื้อบ้าง ก็ปลิวมาปะทะหน้าปะทะตัวโต ๆ ของเขาจนตั้งหลักแทบไม่ทัน

..เสื้อ

ชานซองเงยหน้าขึ้นมองไปที่คนปาที่กำลังนั่งหายใจหอบแฮ่ก ๆ อยู่บนเตียงนอนที่ตอนนี้ไม่ผิดจากที่เขาคาดนักว่าจะต้องอยู่ในเสื้อกล้ามกับกางเกงขาสั้น ชานซองรู้สึกคอแห้งขึ้นยังไงไม่รู้ ร่างสูงกระแอมเบา ๆ ในคอโยนเสื้อสีดำที่ตกอยู่กลางห้องให้ไปตกอยู่บนเตียงที่จุนโฮนั่งหายใจจนตัวโยน ส่วนตัวเองก็หยิบหนังสือขึ้นมาแล้วนั่งลงที่เดิมแม้ว่าจริง ๆ แล้วสมาธิที่มีจะไม่พอกับการอ่านหรือจับใจความเรื่องในหนังสือแล้ว ลำพังแค่เอาตาจ้องตัวหนังสือก็แย่แล้ว

จุนโฮหยิบเสื้อตัวเองขึ้นมามองแล้วหันไปมองที่ชานซองทำเป็นนั่งนิ่งอ่านหนังสือต่ออย่างสงสัย ก่อนจะกระตุกยิ้มขึ้น หึ คิดวิธีกะเทาะน้ำเเข็งคนใจเย็นออกละ

“นายบังคับให้ฉันใส่เสื้องั้นเหรอชานซอง” จุนโฮที่ลุกเดินจนมาอยู่ข้างหลังโซฟาที่ชานซองนั่งอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ก้มลงกระซิบข้างใบหูคนตัวโต คนตาตี่ยิ้มหวานเมื่อเห็นชานซองสะดุ้งเฮือกกลืนน้ำลายแล้วหันไปอ่านหนังสือต่อ

ไอ้หมีแกตายแน่ คืนนี้

“นายลืมหรือไงชานซองว่าที่นี่มันห้องฉัน ฉันจะทำอะไรก็ได้ จะใส่เสื้อหรือจะไม่ใส่ก็ได้” กระซิบคำว่าก็ได้ด้วยลมแผ่วเบา ชานซองสะดุ้งแต่ก็ยังนั่งนิ่งอยู่ จุนโฮหัวเราะคิกคักเบา ๆ  มันไม่สนุกสนานนักเมื่อคนหัวเราะตั้งใจให้มันฟังดูเจ้าเล่ห์และน่าค้นหา

“แล้วก็อยากจะนั่งตรงไหนก็ได้เหมือนกัน” เอ่ยบอกด้วยเสียงแผ่วเบา แล้วก็เงียบหายไป ชานซองลดหนังสือในมือลงแล้วหันไปมองด้านหลังตัวเองอย่างสงสัย ก่อนที่จะหันกลับมาเห็นสิ่งที่น่าตกใจที่สุดที่เขาไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นในคืนนี้

“เฮ้ย จุนโฮนายทำอะไร” ชานซองร้องโวยเสียงสั่นเมื่อขาอวบขาวที่อยู่ในกางเกงขาสั้น ผ่านหน้าขาเจ้าตัวลงไปคุกเข่าคร่อมขาแข็งแรงทั้งสองข้างของเขาไว้ ส่วนตัวกลมขาวที่หนักเอาการก็นั่งลงบนหน้าตักของชานซอง มือขาวเท้าคางเมื่อเจ้าตัวใช้ศอกยันไว้กับพนักโซฟา พอเห็นหน้าตาตื่นตระหนกของชานซอง จุนโฮก็กดยิ้มร้าย

“ฉันอยากนั่งตรงนี้นี่ห้องฉัน มีอะไรไหม” จุนโฮกระตุกยิ้มหวานราวเย้ยหยัน ตาตี่นั่นก็จิกใบหน้าหล่อ เจ้าตัวคงคิดว่ามันกำลังแสดงออกมาว่าเขาสะใจ แต่จุนโฮไม่ได้รู้เลยว่าตัวเองนั้นดูยั่วยวนมากแค่ไหนแม้แค่ตอนยืนยิ้มอยู่เฉย ๆ แล้วมาทำแบบนี้มัน..

“แต่ที่นายนั่งอยู่นี่มันบนตัวฉันนะจุนโฮ”

“ก็ใต้ตัวนายมันเป็นเก้าอี้ห้องฉันนี่ จะทำไม” เหล่ตาตี่ ๆ มองอย่างหาเรื่องก่อนจะวาดยิ้มหวานเมื่อเห็นอาการกลืนน้ำลายและสีหน้ากระวนกระวายอย่างกับหายใจไม่ออกของมักเน่ที่ตัวเองนั่งทับอยู่ ตอนนี้ถ้าจุนโฮ รู้ว่าชานซองกำลังนั่งสวดมนต์ภาวนาและพยายามมองคนบนตักให้กลายเป็นชองกัมให้จงได้เพื่อไม่ให้สายตาเจ้ากรรมกวาดมองไปตามเนื้อขาวที่อยู่ตรงหน้าเต็มสายตา อี จุนโฮคงหัวเราะลั่นใส่เขาแน่นอนเลย

“เอ๋ เหงื่อตกเชียวชานซอง” นิ้วขาวกรีดลงมาเบา ๆ ตามเม็ดเหงื่อของชานซองที่ไหลลงมา  ชานซองกลืนน้ำลายเอื๊อกมองหน้าจุนโฮ คนตาตี่วาดยิ้มร้ายอย่างสมใจ เห็นไหมล่ะ ชานซอง  นายไม่มีทางเมินฉันได้หรอกไอ้หมียักษ์

“หรือว่านายกลัวฉันงั้นเหรอชานซอง” กลัว งั้นเหรอ นายคงต้องเรียนภาษากายใหม่แล้วนะจุนโฮ

ถ้าอาการของเขาตอนนี้แปลว่ากลัวล่ะก็ จุนโฮเองมากกว่าที่จะกลายเป็นคนที่ต้องกลัวเขาแทน ชานซองได้แต่คิดในใจเมื่อต้องถอยตัวหลบจมูกรั้นขาวผ่องของจุนโฮที่เลื่อนเข้ามาใกล้

“แฟนนายก็เป็นผู้ชายไม่ใช่เหรอ ห๊ะ ไอ้มักเน่!!” จู่ ๆ เสียงหวานที่กระซิบแผ่ว ๆ ก็เปลี่ยนเป็นเสียงตวาดดังอย่างมีน้ำโห มือขาวที่ลากไล้แผ่วเบาบนใบหน้าชานซองกลับกลายเป็นตีแรง ๆ ไปที่หัวไหล่กว้าง แต่ถึงจุนโฮจะเปลี่ยนท่าทีไปแต่ชานซองกลับไม่เปลี่ยนเลยสักนิด เห็นจะมีแต่ลมหายใจเสียมากกว่าที่ทวีความรุนแรงขึ้นกว่าเก่า

“บอกมานะไอ้มักเน่ไม่จริงใจ จู่ ๆ นายเป็นแฟนกับอูยองได้ยังไงกันหา นายไม่เห็นเคยเล่าให้ฉันฟังเลย ไม่เคยแง้มเรื่องสักกะคำ ไม่เคยบอกเคยเล่า แต่จู่ ๆ ก็ไปเป็นแฟนกันเนี่ย ไม่บอกฉันเลย ทีตอนนั้นน่ะแอบชอบพี่คุณตั้งแต่เมื่อไหร่ จะบอกรักพี่คุณวันไหน คบกันตอนกี่โมงฉันยังบอกนายเลยนะ เล่าให้ฟังทุกเรื่อง แล้วทีกับฉันทำไมไม่เห็นบอกอะไรเลย เห็นฉันเป็นเพื่อนนายอยู่ไหมห๊ะ ฮวาง ชานซอง ห๊ะ ห๊ะ ห๊ะ ” ผลักไหล่หนาอย่างหาเรื่อง มืออีกข้างก็ทุบไปบนหัวไหล่

“ฉันไม่ใช่คนใจร้ายอย่างนายนี่จุนโฮ” ชานซองรวบมือนิ่มที่ทุบตีเขาไว้ในอุ้งมืออยู่ครู่นึง ในที่สุดจุนโฮก็หยุดดื้อซะที

“นายหมายความว่าไงชานซอง” จุนโฮเอียงหน้ามองตาโตถาม ชานซองถอนหายใจแล้วปล่อยมือนิ่มที่ตัวเองจับไว้ออก

“บอกไปนายก็ไม่รู้เรื่องหรอกน่ะจุนโฮ แล้วนี่ฉันจำเป็นต้องรายงานนายทุกอย่างเลยหรือไง”

“เออสิ ฉันคือเพื่อนคนสำคัญของนายนะ ให้ฉันรู้ทีหลังได้ไง”

“งั้นที่นายโกรธฉันก็เรื่องนี้งั้นสิ ที่เดินเสียงดังหนีเข้าห้องมาก็เพราะเรื่องนี้”หยั่งเชิงถาม

“เออสิ” จุนโฮกัดฟัน แล้วทุบเน้น ๆ ลงบนกล้ามอกแข็งแรงอีกหนึ่งทีอย่างหมั่นไส้ แต่ชานซองกลับกระตุกยิ้มที่มุมปาก มือหนาเกี่ยวผมของจุนโฮที่ตกลงมาปรกดวงตาตี่ให้ออกไปจนพ้นระดับสายตา

“ถ้างั้นต่อไปฉันจะรายงานนายทุกเรื่องดีไหมห๊ะ พ่อจักรพรรดิ ฉันจะจับมือ แตะตัวอูยองตอนไหนจะทำใบตอกบัตรมาตอกกับนายก่อนดีไหม หืม” นิ้วโป้งลูบเบา ๆ ที่แก้มเนียน จุนโฮวาดยิ้มกว้างจนตาหายไป

“ดีมากไอ้ลูกหมี” จุนโฮบีบจมูกชานซองเบา ๆ อย่างกับจะบอกว่าทำดีมาก ก่อนที่จะชะงักแล้วชี้นิ้วไปที่มักเน่

“อ่อ แล้วไม่ต้องรีบชิงสุกก่อนห่ามเข้าใจไหม ห้ามทำอะไรอูยองนะ ต้องดูแลอูยองให้ดี ไม่ใช่จะจับจะจูบจะลูบจะคลำอูยอง ห้ามทำรู้รึเปล่า ถึงจะเป็นแฟนกันแต่อูยองก็เป็นลูกมีพ่อมีแม่นะ ห้ามแตะเลยนะเข้าใจไหม ไม่งั้นจะผิดประเพณีแล้วแม่อูยองก็จะมาปรับนายด้วยทองที่หนักเป็นเท่าตัวของน้ำหนักอูยองเข้าใจไหม” เอ่ยสั่งเอ่ยสอนเหมือนเป็นอาม่าประจำตระกูลชานซองอย่างเป็นวรรคเป็นเวรด้วยเรื่องที่ฟังดูสิ้นสติจนชานซองได้แต่หัวเราะอยู่คนเดียว

“คร้าบ คร้าบท่านจักรพรรดิ รับทราบครับ” เอ่ยรับอย่างล้อเลียน แต่กลับทำให้จุนโฮวาดยิ้มได้

“พอใจแล้วใช่ไหม จะลงไปได้หรือยัง” ชานซองพยักพเยิดไปที่ตัวกลม ๆ ของจุนโฮที่นั่งอยู่บนตัก แทนที่จุนโฮจะรีบลงไปเมื่อได้เรื่องตามต้องการเจ้าตัวกลับจิกตาให้หวานเยิ้มมองแล้วคล้องมือทั้งสองข้างไปกับคอของชานซองราวกับจะว่าเรื่องเกรียนต่ออย่างนั้นแหละ

“ไม่ลง นี่เก้าอี้ฉัน นายก็ลุกไปเองสิ” แล้วจะให้ลุกยังไง ก็ในเมื่อเจ้าตัวนั่งทับอยู่แถมยังคล้องมือไว้กับคอเขาจนแน่นแบบนั้น

“จุนโฮ” ชานซองเอ่ยเรียกชื่อเสียงสั่น เมื่อจุนโฮยันตัวเองให้ลุกขึ้นเพื่อจะขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิม จุนโฮโน้มตัวเองในเสื้อกล้ามสีดำที่ตัดกับผิวขาวเข้ามาใกล้ ก้มลงกระซิบแผ่วเบาที่ข้างหูชานซอง จนชานซองได้แต่กลืนน้ำลายเอื๊อก ยิ่งใกล้กลิ่นหอม ๆ จากร่างอวบก็ยิ่งคลุ้งไปทั่ว ยิ่งขยับเนื้อตัวนิ่มก็ยิ่งแนบชิดกัน จุนโฮไม่รู้ตัวเลยหรือไงว่าท่าทางตอนนี้มันช่างแสนจะล่อแหลม

“บอกฉันทีสิชานซอง นายน่ะกลัวฉันหรือไง” กระซิบถามแผ่วเบาจนเสียงหวานพร่าผสานกับลมหายใจร้อน ๆ รดไปที่ติ่งหู ยังไม่นับรวมลมหายใจอุ่นที่กำลังรดรินอยู่บนลาดไหล่ของชานซองอีกนะ ไอ้สีหน้า ท่าทาง น้ำเสียงแบบนี้น่ะนะที่เขาคิดจะหาน้ำหอมปลุกอารมณ์มาใช้กับพี่คุณ ถ้าจุนโฮเปิดโอกาสแล้วพี่คุณไม่เดินตามก็มีแค่สองกรณีเท่านั้นล่ะคือพี่คุณตายด้านกับไม่ได้รักจุนโฮจริง ๆ

“ถ้านายทำมากกว่านี้นายกำลังจะนอกใจพี่คุณแล้วนะจุนโฮ” ชานซองเอ่ยปากเตือนด้วยเสียงสั่น จะช่วยมองกันสักนิดได้ไหมว่าเขาจิกโซฟาจนมันแทบจะทะลุไปถึงไหนแล้ว

“นอกใจ?” จุนโฮเอามือยันหัวไหล่เขาไว้แล้วดันตัวเองออกมามองด้วยสีหน้าท่าทางที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่าตกใจ แปลกใจกับสิ่งที่เขาพูดมา

“ฉันเนี่ยนะนอกใจพี่คุณ” จุนโฮเอามือชี้หน้าตัวเองแล้วทำตาเหลือก

“ฉันก็แค่จะแกล้งนายเล่นเท่านั้นแหละไอ้หมีบ้า” จุนโฮจิ๊ปากแล้วผลักไหล่หนา ๆ ของชานซอง คนตาโตเลิกคิ้วมองหน้าจุนโฮ

“แกล้ง แบบนี้น่ะเหรอ” ชี้ไปที่ตัวขาวอวบที่แทบจะแนบชิดกับตัวเองอยู่แล้ว จุนโฮหน้าขึ้นสีแดงอย่างรวดเร็วก่อนจะกระโดดโหยงออกจากตัวของชานซอง

“เออ แบบนี้แหละสไตล์ฉัน ทำไมชานซอง ของขึ้นหรือไง” เอ่ยถามเสียงเหวี่ยงแล้วแกล้งเชิดหน้ากลบเกลื่อน ชานซองลุกขึ้นยืน กระตุกยิ้มก่อนเดินเข้ามาใกล้จุนโฮที่กลับกลายเป็นฝ่ายทำหน้าเหวอ

“นายบอกฉันเองไม่ใช่เหรอว่าฉันมีแฟนเป็นผู้ชาย แล้วนายก็มาทำแบบนี้กับฉันน่ะนะจุนโฮ” คว้ามือนิ่มให้แตะลงบนแผ่นอกตัวเอง จุนโฮสะดุ้งเฮือก เม้มปากแน่นแต่ก็ไม่ได้สลัดมือออกจากการเกาะกุมแรงเท่าที่ตัวเองนึก

“นายตกสุขศึกษาหรือว่านายมันเป็นคนใจร้ายกันแน่ห๊ะ จุนโฮ” กดฝ่ามือนิ่มลงมาตามแผ่นอกตัวเอง ต่ำลงเรื่อย ๆ ผ่านกล้ามท้องแข็งเป็นลอน จนจุนโฮเป็นฝ่ายคว้าเสื้อชานซองไว้แล้วกำจนแน่นเหมือนจะไม่อยากไปพิสูจน์ต่อแล้วว่าจะเจอกับอะไร จุนโฮทำหน้าเชิดคอแข็งแล้วก็หลับตาปี๋อย่างกับว่ากลัวเหลือเกินที่จะก้มลงไปมองเห็นอะไรที่ตัวเองเป็นคนก่อขึ้นมา

“นายก็เป็นผู้ชายคงรู้นะว่าแต่ละคนมันมีขีดจำกัดและความอดทนน้อยแค่ไหน” กระซิบบอกด้วยเสียงห้าวที่ข้างหู ใบหน้าของจุนโฮแดงขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับมะเขือเทศสุก ตาตี่ยังหลับปี๋ และมือนิ่มก็กำเสื้อชานซองจนแน่น

“อย่าทำแบบนี้อีก อี จุนโฮ ไม่อย่างนั้นนายจะได้นอกใจพี่คุณแน่นอน”กระซิบบอก ตั้งใจหรือเปล่าจุนโฮบอกไม่ได้แต่ที่เขาแน่ใจคือว่าริมฝีปากของชานซองเม้มไปที่ใบหูของเขาหลังสิ้นเสียงกระซิบ หมอนั่นคงเผลอไปโดนใช่ไหม ตอนนี้จุนโฮไม่รู้แล้วว่าเสียงหัวใจตัวเองที่เต้นรัวอยู่ในอก หรือความร้อนของใบหน้าตัวเองกันแน่ที่กำลังทำให้หูของเขาอื้อ

“คืนนี้ฝากบอกทุกคนด้วยนะว่าห้ามรบกวน ฉันมีธุระต้องเคลียร์กับตัวเองในห้อง หนังสือเล่มนั้นฝากไว้ก่อนนะ” เสียงชานซองทิ้งประโยคสุดท้ายไว้ก่อนทั้งห้องจะเงียบกริบหลังเสียงประตูปิด จุนโฮทรุดตัวนั่งลงกับพื้นห้อง หายใจเข้าออกอย่างแรง ยกมือนิ่มขึ้นมาพัดหน้าตัวเองที่ร้อนระอุ หัวใจเต้นแรงจนตาตี่เบิกว้าง จุนโฮหายใจหอบเหนื่อยก่อนจะกระพริบตาตี่ ๆ อย่างตั้งสติ หันไปเข่นเขี้ยวยิงฟันใส่หนังสือที่เจ้าของมันทิ้งไว้บนโซฟา

“ไอ้บ้า แค่เนี๊ยะอารมณ์ขึ้น หัดช่วยตัวเองบ่อย ๆ ควบคุมอารมณ์บ้างนะ ชิ แค่นั้นเอง” พ่นคำใส่หนังสือที่ตัวเองมองเหยง ๆ เมื่อเจ้าของมันไม่ได้อยู่ตรงนั้น แล้วเบ้ปากกับสิ่งที่ตัวเองทำแล้วก็คิดวนไปวนมาว่าทำแค่นั้นเอง มันจะอะไรกันหนักหนา

จุนโฮนั่งยกมือขึ้นมาเท้าคางดวงตายังคงมองไปที่หนังสือของชานซอง

“นอกใจพี่คุณงั้นเหรอ” เขาไม่เคยนึกถึงวลีประโยคนี้สักครั้ง เขาเนี่ยนะจะนอกใจพี่คุณ ไม่มีทางพี่คุณทั้งแสนดี ทั้งน่ารักอ่อนโยนและใจดีกับเขา ถึงบางทีความยียวนกวนโอ๊ยจะไม่ได้ทิ้งไอ้หมีบ้าชานซองเสียสักนิด แต่พี่คุณน่ะออกจะเป็นผู้ชายที่เพียบพร้อมสมบูรณ์อย่างกับเจ้าชาย ถึงจะเป็นเจ้าชายแห่งความมืดบ่อย ๆ ก็เถอะ แต่พี่คุณน่ะแสนดีจะตายไป ใจดี ตามใจเขาทุกอย่างเลย ไม่คอยมากวนอารมณ์เขาเช้าเย็นอย่างชานซองเสียหน่อย เขาเนี่ยนะจะไปรักใครมากกว่าพี่คุณ บ้าสิ เป็นไปไม่ได้หรอก

“ไอ้บ้าชานซอง ชิ มาเม้มหูกันนี่นะ อยากตายหรือไง” ทำหน้าเดือดดาลแม้ว่าหน้าจะแดงหัวใจจะเต้นแรงขึ้นมาอีกระลอก ยกมือขึ้นจับหูที่แดงกร่ำของตัวเองที่ร้อนฉ่าเพราะโดนคนบางคนหมีบางตัวมาขบเม้มอย่างกับเห็นมันเป็นลูกกวาด ตัวก็ร้อนอย่างกับเป็นไข้ หัวใจก็เต้นแรง แถมยังนึกเห็นแต่หน้าตา น้ำเสียงของชานซอง

โอ๊ย คืนนี้เขาจะนอนหลับไหมเนี่ย!!

******

ปึง!! เสียงประตูที่ถูกเหวี่ยงปิดไปทำให้อูยองสะดุ้งเล็กน้อย สายตาไม่ได้ตั้งใจหากแต่เลื่อนจับไปมองที่ตู้เย็นเอง ก่อนที่จะเลื่อนกลับมามองหน้านิชคุณเมื่อคิดถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่กี่วันในห้องนี้ระหว่างเขากับนิชคุณ

พี่คุณจะเอาอะไรบ้างครับ ผมจะช่วย..” เอ่ยถามไม่ทันจบดีจู่ ๆ ก็ถูกดันใบหน้าขึ้นมา อูยองเม้มปากแน่นเมื่อสบตากับนิชคุณที่มองลงมา มันดูเยือกเย็นจนเขาทำตัวไม่ถูก

“พี่คุณจะเอาน้ำแข็งไหม..” เอ่ยถามเสียงแผ่วเบาแต่ก็เงียบลงอีกเมื่อนิชคุณแตะนิ้วชี้ลงบนกลีบปากสีสด แรกเริ่มเพียงแตะ ก่อนที่จะกดนิ้วลงไป ลงแรงบดขยี้กลีบปากสีสดด้วยนิ้วชี้ นิชคุณประคองใบหน้ากลมไว้ด้วยมือข้างเดียว  จรดจมูกลงบนแก้มนวลที่มินจุนพยายามจะขโมยหอมไปเมื่อครู่ ลากปลายจมูกแผ่วเบาแต่ชวนให้ขนในกายลุกชันเพราะลมหายใจอุ่นไปตามปรางแก้มขาวจนถึงใบหูที่กำลังขึ้นสีแดงจัด

“จาง อูยอง..” นิชคุณเพียงกระซิบชื่อของอูยองออกมา ขาเล็กก็พลันจะรู้สึกหมดเรี่ยวแรงหัวใจมันพองโตขึ้นแต่ในขณะเดียวกันมันก็ปวดหนึบ มันเต้นรัวอย่างดีใจในขณะเดียวกันก็เต้นไปโดนเข็มหมุดที่ปักอยู่เช่นกัน มันเป็นความรู้สึกที่มักจะเกิดขึ้้นเสมอยามที่อยู่ใกล้กับนิชคุณ แม้จะเจ็บแต่ก็ยินยอมเพราะความอบอุ่นหวานชื่นที่หัวใจได้รับ ถ้าจะบอกว่าเขาเป็นแมลงเม่าที่หลงรักแสงไฟก็ไม่ผิดนัก

“พี่คุณ คือ..”

“ชู่ว” นิชคุณพ่นลมอุ่นออกจากปากรดลงไปบนต้นคอขาวด้วยเสียงที่บอกให้อูยองเงียบลงก่อน

“พี่อยากรู้” ถอนใบหน้าออกมาห่างจนอยู่ในระดับสายตาของกันและกัน  นิชคุณประคองแก้มขาวขึ้นมาเพราะต้องการจะจับจ้องมองใบหน้าของอูยอง อูยองมองที่ใบหน้าคมสันที่ตนรักแล้วก็รู้สึกเจ็บขึ้นมาในหัวใจพลันคิดถึงว่าตอนนี้จุนโฮกำลังทำอะไร อยู่ที่ใดและจะคิดอย่างไรหากมาเห็นเขาสองคนอยู่ด้วยกัน

“จูบของชานซอง ดีได้เท่านี้ไหม” แต่แล้วความคิดร้อยพันในหัว   อูยองกลับถูกชะออกไปจนหมดเพราะริมฝีปากที่บดจูบลงมา ลิ้นร้อนหยอกล้อเล่นกับปากบางอย่างสนุกสนานก่อนจะล้วงเข้าสำรวจข้างในปากบางราวกับกระหาย

ดีพคิสงั้นเหรอ ..มาดูกันสิว่าคิสใครจะถึงใจอูยองกว่ากัน

นิชคุณประคองหน้าอูยองให้แหงนขึ้นไปเล็กน้อยแล้วล้วงจูบอย่างหื่นกระหาย ริมฝีปากหยักทั้งบดขยี้และกดจูบเล่นกับปากบาง ทั้งรุกเร้าและอ้อนขอจนอูยองตอบสนองไม่ทัน มือบางได้แต่กำไว้ตรงปกเสื้อของนิชคุณ อูยองที่กำลังถูกล่อลวงด้วยจูบหวานแทบไม่รู้ตัวว่าตัวเองขึ้นมานั่งอยู่บนเคาน์เตอร์ครัวได้อย่างไร เพราะยันกายขึ้นไปนั่งเองหรือเพราะใครอุ้มขึ้นไปเพื่อต้องการจูบให้ถนัดขึ้นหรือเปล่า

อูยองเคลิบเคลิ้มและเมามายในรสจูบที่มีรสเฝื่อนของไวน์ปนอยู่ในความหวานของจูบ แต่แล้วอูยองก็ต้องออกแรงดิ้นเมื่อรู้สึกได้ถึงมือหนาที่เริ่มล้วงเข้ามาในเสื้อตัวอุ่น ตอนนี้สัมผัสหยาบกร้านที่รุ่มร้อนกำลังจับอยู่ตรงเอวบางและกำลังไต่ขึ้นสูงมาเรื่อย ๆ  อูยองออกแรงดิ้นอีกครั้งเพื่อหวังจะหลุดจากรสจูบหวานหรือสัมผัสหยาบกร้านที่ลุกล้ำบนร่างกาย

เขาอยากเอ่ยร้องขอนิชคุณเหลือเกิน อย่าทำให้เขาตกหลุมรักลงไปลึกกว่านี้ เท่านี้เขาก็ไม่มีปัญญาจะขึ้นมาแล้ว ..ไม่มีเลยสักนิด  ไม่รู้เพราะแรงที่อูยองตีลงไปไม่หนักไม่เบานักเพื่อประท้วง หรือลมหายใจที่ใช้ในการสานต่อรสจูบมันน้อยลงทุกที นิชคุณถึงได้ถอนจูบออกมาในที่สุด

ทั้งคู่ต่างหายใจรดกัน ช่วงชิงกันราวกับเพิ่งวิ่งรอบหอมา นิชคุณจ้องมองหน้าอูยองที่ก้มหลบ

“ทำไมอูยองชอบหลบตาพี่จังเลย” มือหนาช้อนใบหน้ากลมขึ้นมามองให้ชัด ๆ

“บอกพี่หน่อยว่าไปเป็นแฟนชานซองได้ยังไง  …แล้วหมอนั่นรู้เรื่องของเราไหม” อูยองเงียบ และนิชคุณก็เงียบเพื่อรอคำตอบ อาจเพราะอูยองเงียบนานเกินไปนิชคุณถึงโน้มใบหน้าลงมา อูยองยกมือขึ้นยันหน้าอกแกร่งเอาไว้ทั้งทั้งที่ยังก้มหน้าหลบอยู่

“รู้” เอ่ยบอกเสียงไม่ดังนัก นิชคุณขมวดคิ้ว

“ทุกเรื่อง” เสียงเต็มไปด้วยความสงสัย “เรื่องของเรานายเล่าให้ชานซองฟังทั้งหมด แล้วเขาก็คบกับนายงั้นเหรอ”

“มันไม่มีเรื่องของเราหรอกครับพี่คุณ มันมีแค่เรื่องของคนละเมอกับคนที่เผลอเดินเข้าไปก็แค่นั้น” อูยองเอ่ยตอบแล้วเงียบลงอีกครั้ง อ้อมกอดอุ่นโอบกอดร่างบางไว้ในวงแขนรวดเร็วจนอูยองตกใจ

“คืนนั้นพี่บังคับอูยองจริง ๆ ใช่ไหมครับ” นิชคุณเอ่ยถามเสียงอบอุ่นและกึ่งขอโทษ มือหนาลูบผมนิ่มอย่างปลอบโยน อ่อนโยนจนอูยองน้ำตาคลอ อ่อนโยนจนเจ็บหัวใจ

นี่คือสิ่งที่เขากลัว นี่คือสิ่งที่เขาร้องขอให้ชานซองช่วยเขา เขากลัวว่านิชคุณจะเป็นคนดีเกินไป จะรับผิดชอบทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาแล้วนิชคุณก็จะทำให้จุนโฮเสียใจด้วยการเลิกกับจุนโฮเพื่อมาคบเขา เพื่อมารับผิดชอบกัน แล้วก็ทำให้จุนโฮที่รักพี่คุณมากเหลือเกินต้องร้องไห้ เขาไม่อยากให้เป็นแบบนั้น ไม่อยากให้พี่คุณต้องมารับผิดชอบ เขาถึงร้องขอชานซอง ร้องขอให้บอกกับทุกคนว่าเป็นแฟนของเขา เพื่ออย่างน้อยนิชคุณจะได้ไม่ต้องมารับผิดชอบกัน ไม่ต้องทำแบบนั้นเพราะมันจำเป็นต้องทำ เพราะตัวเองเป็นคนดี หรือ เพราะรู้สึกผิด

“เปล่าครับ ผมยอมพี่เอง” อูยองบอกปัดแล้วพยายามจะปลดปล่อยตัวเองจากอ้อมกอดอุ่น แต่นิชคุณกลับกระชับวงกอดไว้จนแน่น

“เพราะอะไร บอกพี่ได้ไหมครับคนดี” นิชคุณเอ่ยถาม เสียงนุ่มละมุน ฝ่ามือหนาโอบกอดกันไว้ข้างนึง ส่วนอีกข้างก็ลูบผมนิ่มมืออย่างปลอบโยน ทั้งอ่อนโยนทั้งใส่ใจมากขนาดนี้ทำไมเขาจะเดาไม่ได้ว่าพี่คุณกำลังจะทำอะไร กำลังจะรับผิดชอบกันใช่ไหม กำลังจะทำให้จุนโฮเสียใจเพื่อให้เขาดีใจใช่ไหม

..ถ้าไม่รักก็อย่าทำกันแบบนี้เลย มันกำลังทำให้เขารู้สึกผิดมากกว่ามีความสุข

“มันไม่มีอะไรเป็นสาระให้จดจำหรอกครับคืนนั้น อย่าไปใส่ใจมันเลย ก็แค่ความฝันบทนึงเท่านั้นไม่ใช่เหรอครับ”

“แต่มันไม่ใช่แค่ความฝันนี่ครับอูยอง” นิชคุณดันตัวอูยองออกจากอ้อมกอด ลูบมือหนาไปกับแก้มนวลแผ่วเบา แววตาที่แสนอบอุ่นจับจ้องกันจนหัวใจสั่น

“เป็นอูยอง นั่นคืออูยอง พี่ดีใจนะครับที่เป็นอูยอง” ไล่นิ้วมือไปตามผิวแก้มนิ่มแล้วทัดปอยผมที่ต้องมาระหน้าของอูยองทัดหูให้

“มันสำคัญอะไรครับ ตอนนี้ผมเป็นแฟนกับชานซองเหมือนกับที่พี่คุณเป็นแฟนกับจุนโฮ” อูยองกัดฟันจนแน่น สูดลมหายใจเข้าไปลึก ๆ เพื่อเก็บทุกความรู้สึกให้ลึกลงสุดหัวใจ

“ไม่ใช่เหรอครับพี่คุณ อย่าลืมสิครับ ว่าคำว่าเราระหว่างผมกับพี่มันไม่มีจริง” เอ่ยย้ำอีกครั้งให้ตัวผมเองไม่ลืมความจริงข้อนี้

“งั้นพี่จะหยุดเรื่องนี้เอง พี่จะบอกจุนโฮ..”

“อย่า!!” อูยองร้องห้ามเสียงดังอย่างตกใจ

“อย่าทำให้จุนโฮเสียใจ ผมขอร้อง” อูยองคว้าขย้ำเสื้อของนิชคุณไว้จนแน่น สำเนียงสะอื้นที่หลุดออกมาทำให้อูยองซบใบหน้าลงไปบนแผ่นอกของนิชคุณ ทั้งปิดกั้นเสียงน่าอายและอ้อนวอนขอ

“ได้โปรดอย่าทำให้จุนโฮเสียใจเลยครับ แค่นี้ผมก็เกลียดตัวเองมากพอแล้ว ผมขอร้อง” เอ่ยขอย้ำอย่างสั่นพร่า นิชคุณช้อนใบหน้ากลมไว้ในอุ้งมือซับเช็ดน้ำตาร้อนอย่างแผ่วเบา

“อูยอง …มัน ..อูยองคือพี่.. อูยอง เรื่องนี้” นิชคุณเอ่ยพูดบางอย่างแต่ก็เงียบลง เหมือนไม่รู้ว่าควรจะพูดยังไงดี

“เรื่องของพี่กับนาย กับจุนโฮ ..พี่ต้องบอก พี่.. พี่รัก”

“พอเถอะครับ ” แตะมือลงบนปากของนิชคุณ แผ่วเบาแต่ก็มากพอให้นิชคุณปากหนักขึ้นจนพูดไม่ออก ดวงตาคู่เรียวที่คลอไปด้วยน้ำตาของอูยองเงยขึ้นสบกับตาคู่โตที่มองเขาอยู่

“ร่างกายของผมมันทำให้พี่คุณติดใจขนาดนั้นเลยเหรอครับ พี่คุณถึงได้ดื้อดึงขนาดนี้” ในที่สุดอ้อมกอดอุ่น ๆ ก็ปล่อยเขาเป็นอิสระ อูยองกระโดดลงจากเคาน์เตอร์ นิชคุณคว้ามือบางเอาไว้ก่อนที่อูยองจะเดินผ่านไป ดวงตาทั้งสองคู่หันมาสบมองกัน มันเว้าวอนกันและกัน แต่มันก็เศร้าเหลือเกิน

“มันไม่ใช่เรื่องของร่างกายอูยอง มันไม่ใช่เลย พี่น่ะ พี่ไม่รัก..” อูยองเขย่งเท้าขึ้นจนส่วนสูงมากพอที่จะทำให้ริมฝีปากของตัวเองประกบกับปากหยักได้รูปที่กำลังจะเอ่ยบอกบางอย่างออกมา บางอย่างที่อูยองกลัวเกินกว่าจะทนฟังจนจบ

“ให้เรื่องทุกอย่างมันจบลง ที่จูบนี้นะครับ แล้วเราก็ควรกลับไปหาแฟนของเรา” เสียงแผ่วเบาเอ่ยคลอเคล้ากับหยดน้ำตา อูยองมองหน้านิชคุณเป็นครั้งสุดท้าย ครั้งสุดท้ายที่เขาจะถามคำถามกับตัวเองว่า ถ้าไม่รักนิชคุณ เขาจะมีความสุขมากกว่านี้ไหม ตอนนี้เขาได้คำตอบนั้นแล้ว ต่อให้ไม่รักนิชคุณ เขาก็คงไม่มีความสุขไปมากกว่านี้ เพราะผู้ชายคนนี้คือความสุข คือหัวใจ คือความรักของจาง อูยอง

“อูยอง..” ได้แต่ยืนมองแผ่นหลังอันสั่นเทาที่เขาเฝ้ามองมานานแสนนานที่เดินจากไป ลำคอของนิชคุณแห้งผาก ทั้งหัวใจอึดอัดและตีบแน่นไปทั้งแผ่นอกกว้าง นิชคุณเท้ามือไปกับเคาน์เตอร์ครัวคล้ายทรงตัวไม่อยู่

ถ้ารู้สักนิดว่าอูยองไม่รังเกียจความรักจากผู้ชายด้วยกัน ถ้ารู้สักนิด ..เขาคงไม่ทำตามเหตุผลมากกว่าหัวใจ จนทำให้ทั้งเขา ทั้งอูยองและทั้งจุนโฮ ต้องเจ็บไปกับเรื่องนี้ ถ้าหากเขารู้สักนิดล่ะก็…

“โธ่เว๊ย!!” กำปั้นหนากำจนแน่นแล้วทุบลงไปอย่างแรง

ถ้าความรักคือความเจ็บปวด นิชคุณก็กำลังเจ็บปวดอย่างที่สุดเช่นกัน

 

.

.

.

TBC

มาแล้วค่ะกับฟิคแก้บนตัวเอง เนื่องจากรวมเล่มเรื่อง money is love ได้จัดทำครบ 30 ชุด

ขอบคุณสำหรับทุกท่านที่สั่งเข้ามาค่ะ

จะลงให้อาทิตย์ละหนึ่งตอนจนจบค่ะ มี 9 ตอน

ไม่เคยลงสาธารณะบางคนอาจเคยผ่านตามาบ้าง

เมนต์ให้หน่อยนะคะถ้าใครได้เข้ามาอ่าน

Advertisements

3 คิดบน “PHYSICAL AFFECTION -4- #KHUNWOO #CHANNUNEO #PAkwcnn

  1. พี่คุณก็ดื้อดึงอะไรนักหนา น้องนะที่เจ็บ เป็นอูยองนะที่เจ็บ
    ต่างคนก็ต่างมีแฟน กลับไปหาแฟนของตัวเองเถอะนะ
    แม้ชานซองจะเป็นเพียงแฟนในนาม แต่พี่กับจุนโฮไม่ใช่ จุนโฮไม่ได้ทำอะไร

    แต่ดูเหมือนจุนโฮจะงอลชานซอง เพื่อนกันต้องงอลเพราะเพื่อนไม่บอกว่ามีแฟนหรอ
    มันใช่หรือป่าว เรื่องบางเรื่องเพื่อนก็ไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่อง
    นอกเสียจาก คิดอะไรมากกว่าเพื่อน เฮอะๆ

  2. donstop_canstop

    เจ็บที่ต้องรู้ว่าเธอนั้นต้องไป เจ็บที่ต้องยอมรับคำว่าเสียใจ ต่างฝ่ายต่างกกลัวสุดท้ายก็เจ็บทั้งคู่ซืนะ นุ้งโฮอ่าเมื่อไรจะรู้ใจตัวเอง ชวานนนนนนวันนี้คงต้องพึ่งน้องนางทั้งห้าแล้วซินะ55555 นุ้งมาทิ้งระเบิดไว้ก้อนใหญ่มากกกกก

  3. ปาลิกา

    เรื่องนี้ดูอูยองกับนิชคุณจะเด่นนะคะ
    จุนโฮเหมือนจะยังไม่รู้ใจตัวเองดีเลยนะ
    นิชคุณสรุกแล้วคือรักอูยองมานานแล้วสิ
    ชานรักจุนโฮมานานแล้วด้วย มันกลับกันหมดเลย

Leave a Comment

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s