PHYSICAL AFFECTION -5- #KHUNWOO #CHANNUNEO #PAKWCNN

Title  :: Physical affection
writer ::  LoveMe
Chapter :: #5
Fandom :: 2PM
couple  ::  ChanNuneoll KhunWoo ll Taec,Jun.K
Rate::  PG 16
Genre  ::  ชีวิตซึนเดเระของอี จุนโฮ ,ชีวิตรันทดของจาง อูยองลำดับที่ 1

BnhwNvdCAAATTqC

My eyes ,My ears ,My hands ,my face ,My lips

My heart ,My soul

…remembers you

– Memory (Younha ft. Tablo) –

5

เป็นเช้าวันที่อากาศดี แสงแดดไม่แรงและสภาพอากาศก็ไม่หนาวเกินไปด้วย ยิ่งอยู่ในห้องตอนนี้ก็อากาศกำลังพอดีแบบที่ไม่ต้องเปิดแอร์หรือฮีตเตอร์ด้วยซ้ำ เป็นวันอากาศดีสุด ๆ ที่หาได้ไม่ง่ายเลยในใจกลางเมืองญี่ปุ่นแห่งนี้ ช่างเหมาะกับการไปเดทหรือปิคนิกข้างนอกเป็นที่สุด

แต่ตอนนี้อ๊ค แทคยอนกำลังรู้สึกว่าบรรยากาศในห้องตอนนี้มันกำลังเข้าขั้นวิกฤต!!!

ตาโต ๆ เหลือกไปมองทางซ้ายที่มีเพื่อนรักของเขากำลงนั่งวาดมือไปบนพนักโซฟาในมือมีหนังสืออยู่หนึ่งเล่ม ภายใต้วงแขนกล้ามล่ำของมันมีแฟนหนุ่มน้อยนามว่าอี จุนโฮกำลังนั่งเล่นอะไรสักอย่างในไอแพดอยู่ บรรยากาศฝั่งนี้แม้จะดูใกล้ชิดสนิทสนมดีแต่กลับให้ไอเย็นยะเยือกแผ่ออกมาอยู่อย่างต่อเนื่อง แทคยอนกลืนน้ำลายลงคอแล้วหันไปมองด้านซ้ายของตนที่มีมักเน่ของวงกำลังนั่งอ่านหนังสือในมือ ทั้้งท่านั่งและท่าวางแขนไม่ได้ต่างจากนิชคุณเลยสักนิด แถมยังมีคนนั่งอยู่ภายในวงแขนของชานซองเช่นกันด้วย เห็นสิ่งเดียวที่ต่างก็คือตอนนี้อูยองกำลังนั่งสัปหงกโดยที่ทิ้งโทรศัพท์ในมือไว้เป็นหมันแบบนั้น

มันวิกฤตยังไง โหวว พวกคุณกล้าถามเพราะไม่ใช่อ๊ค แทคยอนที่มานั่งเห็นทุกสิ่งตั้งแต่ต้นสินะ เขาอยากจะบอกเหลือเกินว่าตอนแรกเขานั้นมานั่งอยู่ตรงนี้เพราะว่าไอ้เพื่อนรักนามนิชคุณบอกว่าจะหาซื้อของขวัญให้เขาเป็นของขวัญวันเกิดย้อนหลังเป็นชุดไมค์สำหรับอัดเพลงชุดใหม่ เลยให้โปรชัวร์เขามาดูว่าอยากจะได้อันไหนรุ่นไหน ถือซะว่าตอบแทนความเป็นเพื่อนแสนดีที่รู้จักและสำมะเรเทเมาด้วยกันมานาน เขาก็เลยเปรมปรีกระดี๊กระดากับของที่จะได้รับ มานั่งดูโปรชัวร์นี้ตั้งแต่เช้าว่าจะเลือกอันไหนดี แล้วจู่ ๆ ไอ้คนที่มันว่าจะซื้อให้เขามันก็ออกมาด้วยสีหน้าที่เรียบตึงตาเขม็ง ซึ่งก็ไม่ใช่หน้าตาแปลกอะไรนักสำหรับนิชคุณ แต่ที่แปลกคือคนที่เดินตามมันออกมากับไม่ใช่อี จุนโฮแฟนเด็กน้อยจอมเหวี่ยงของไอ้คุณแต่กลับเป็นอูยองที่ทำหน้าตาเหมือนจะร้องไห้เดินออกมา แล้วเขาไม่ได้คิดไปเองด้วยเหอะว่าทั้งปาก ทั้งตาและปลายจมูกอูยองมันแดงช้ำเหมือนคนเป็นหวัดแล้วจามหนักแถมยังลงมือถูปากตัวเองจนแดง

ตอนแรกไอ้เขาก็ว่าจะทักทายแล้วบอกไอ้เพื่อนรักเสียหน่อย ว่าของที่จะให้กูขออันแพงที่สุดนะ แต่ยังไม่ทันเอ่ยปากอะไรอูยองก็มานั่งลงข้าง ๆ ที่เก้าอี้ฝั่งซ้าย เห็นหน้าหงิกก็ว่าจะเข้าไปปลอบอูยองมันสักนิดนึงพอเอื้อมมือไปจับต้นขาอูยอง ก็มีทีนเทวดามาจากไหนไม่รู้มาเตะมือผมออก ตอนแรกนึกว่าไอ้ชานแต่พอหันไปมองก็แปลกใจที่เป็นไอ้คุณที่ยืนอยู่ เลวมากมึงเอาปลายเท้ามาเขี่ยมือเพื่อนนี่นะมึง ถ้าไม่เห็นว่ามึงจะซื้อของให้กูนะไอ้คุณจะด่ามันให้  แถมไม่ใช่แค่เอาเท้ามาเขี่ยผมออก ไอ้คุณมันจัดการแทรกตัวเข้ามาแล้วนั่งลงข้าง ๆ อูยองเอาตัวเองขวางผมกับอูยองเอาไว้ เท่าที่ดูอูยองหน้าหงิกลงอีกสิบเปอร์เซ็น แล้วยังไม่ทันไอ้คุณจะนั่งเรียบร้อยดี อูยองก็รีบลุกไปนั่งโซฟาฝั่งขวา

ผมเห็นไอ้คุณทำท่าจะลุกตามไปนั่งด้วยแต่เพราะจุนโฮกับชานซองเปิดประตูออกมาจากห้องไอ้ชานก่อนไอ้คุณก็เลยไม่ลุกไปหาอูยองนั่งอยู่ที่เดิม พอให้ไอ้ชานเดินมาอูยองก็ร้องเรียกแฟนมันมานั่งด้วย อันนี้ก็เห็นเต็มตาว่าจุนโฮมันเดินตามมาด้วยตอนแรกเหมือนจะมานั่งด้วยแต่พอเงยหน้าเห็นแฟนตัวเองก็เดินเลยไปนั่งกับไอ้คุณแล้วท่านั่งมันก็มาเป็นอย่างที่เขาบอกตอนแรก

มันวิกฤตยังไง ยัง !! ที่เล่าให้ฟังยังไม่วิกฤตพอเลย เพราะวิกฤตสุดนี่ก็คือบรรยากาศเย็นยะเยือกจากไอ้คุณกับแฟนของมันต่างหาก เพราะว่าพอชานซองวาดมือโอบพนักโซฟาที่มีอูยองนั่งอยู่ ไอ้คุณตวัดตามองแล้วก็ทำท่าตามบ้าง แต่ตากลับจ้องมองตรงไปที่ฝั่งนู้นทั้ง ๆ ที่มีหนังสืออยู่บนตัก พอผ่านไปสักพักยิ่งไอ้ชานกับอูยองแตะต้องกัน ใกล้กันมากเท่าไหร่เขาก็รู้สึกว่าบรรยากาศจากฝั่งไอ้คุณมันเย็นยะเยือกขึ้นทุกทีและหนังสือในมือมันก็ดูได้รับความสนใจน้อยลงเรื่อย ๆ

ปัง!!

อ๊ค แทคยอนขอสะดุ้งโหยงหน่อยละกันก็จู่ ๆ ไอ้คุณกระแทกสันหนังสือลงบนโต๊ะดังขนาดนั้น จนชานซองที่เพิ่งจะดันอูยองให้ลงมานอนยาวบนโซฟาโดยเอาตักของเจ้าตัวเป็นหมอนนั้นเงยหน้าขึ้นมองนิชคุณ แม้แต่จุนโฮเองก็ยังเงยหน้าจากไอแพดขึ้นมามอง จุนโฮใช้ตาเล็กของตัวเองมอง แล้วก็ทำปากมุบมิบ ๆ เหมือนบ่นอะไรสักอย่างอยู่คนเดียวมือก็จิ้มรัว ๆ ไม่ยั้งบนไอแพด

แทคยอนหลุกหลิกตาโตมองซ้ายมองขวาอย่างลุ้นระทึกว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป นิชคุณที่ใบหน้ายามสงบเยือกเย็นตาจ้องเขม็งนั้นช่างดูแสนโหดร้ายจดจ้องมองหน้าชานซองที่จ้องตากลับมาเหมือนว่ากำลังจะส่งสานส์ท้าอะไรบางอย่างกันอยู่

“อูยองคงเมื่อย ปลุกไปนอนในห้องดีกว่าไหม”ในที่สุดไอ้คุณก็พูดออกมา แทคยอนกลั้นหายใจลุ้นเมื่อชานซองกระตุกยิ้มมุมปากแล้วปิดเล่มหนังสือบนตักลง ทำไมบรรยากาศมันอึดอัดอย่างเน๊

“ไม่เป็นไรหรอกครับพี่คุณผมว่าอูยองคงอยากนอนตรงนี้”

“แต่อูยองจะเมื่อยเอานะ ถ้านายกลัวเหนื่อยพี่ช่วยอุ้มไปให้ก็ได้”พูดแล้วก็ทำท่าลุกขึ้นแล้วเดินอ้อมมาทางที่ชานซองนั่งอยู่รวดเร็วจนน่าตกใจ มือใหญ่ของนิชคุณเอื้อมมาจะจับช้อนไปที่เอวอูยองแต่กลับโดนมือของชานซองยกขึ้นมาเป็นเชิงห้าม

“ไม่เป็นไรครับพี่คุณ แฟนของผม ผมดูแลเองได้”ชานซองเน้นตรงคำว่าแฟนแล้วตวัดดวงตาโตไปมองคนตาตี่ที่นั่งอยู่ตรงข้ามที่เงยหน้าขึ้นมามองพอดี ก่อนจะตวัดขึ้นมองไปที่นิชคุณ

จู่  ๆ  แทคยอนก็รู้สึกถึงบรรยากาศที่ส่งเสียงเปรี๊ยะ  ๆ  เหมือนมีสายฟ้าวิ่งชนกันกลางอากาศ

“นายกล้าพูดว่าอูยองเป็นของนายนะ ชาน”นิชคุณเอ่ยพูดเย็นยะเยือกด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ  ชานซองไม่ว่าอะไรยังคงวาดยิ้มเหมือนเดิม

“ผมว่าอูยองก็เป็นของผมมากพอนะครับพี่คุณ”

“มากพอ?”นิชคุณเลิกคิ้วถาม จังหวะเดียวกับที่จุนโฮเงยหน้าจากไอแพดขึ้นมามอง

“ครับมากพอ บางทีก็อาจจะเท่าที่พี่ได้ก็ได้”ชานซองพูดประโยคกำกวมที่เขาไม่เข้าใจหรอกนะ แต่เห็นเต็มตาว่าไอ้คุณกำมือจนแน่นแล้วก็กัดฟันจนสันกรามนูนขึ้นมา พอเห็นสถานการณ์แล้ว อ๊ค แทคยอนไม่มั่นใจว่าอาจจะมีเวทีมวยเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้หรือเปล่า

“เฮ้ย พวกเราไปหาข้าวกินกันเถอะ”แทคยอนเอ่ยเสียงดังลั่นแล้วรีบลุกขึ้นเดินไปเอาตัวผ่ากลางระหว่างมักเน่กับสมาชิกต่างแดนหนึ่งเดียวอย่างรวดเร็ว จนทั้งคู่จำยอมจะต้องผละห่างออกจากกัน แทคยอนหันหน้าไปมองจุนโฮที่นั่งหน้าเหวี่ยงอยู่ไม่ไกลแล้วพยักพเยิดให้มาพาไอ้คุณออกไปก่อน

“ไปกินข้าวกันเถอะครับพี่คุณ เบื่อหน้าคนแถวนี้”จุนโฮทำหน้าหงิก คว้าข้อมือของนิชคุณแล้วกระตุกเรียกแจ้งจำนงว่าอยากจะออกไปจากตรงนี้ นิชคุณขืนอยู่ชั่วครู่ก่อนจะรีบออกไปตามการชักชวน

พอไม่มีมีใครเหลือในห้องชานซองก้มหน้าลงมองคนที่นอนหลับสนิทอย่างไม่รู้ตัวถึงสิ่งที่เกิดขึ้นรอบกายเมื่อครู่เลยสักนิด ตาโตจ้องใบหน้าอ่อนเยาว์ที่หลับใหลอย่างสบายใจจนไม่กล้าที่จะปลุกแล้วได้แต่ถอนหายใจเนิบช้า

“เหนื่อยไหมอูยอง ฉันช่วยนายได้เท่านี้จริง ๆ เพราะเรื่องของฉันเองฉันก็ยังไม่มีปัญญาทำให้มันดีกว่านี้เลย”เสียงเอ่ยบอกดังอย่างเหนื่อยล้า เงยหน้าขึ้นมองไอแพดที่ถูกทิ้งไว้ พลันหวนคิดถึงเจ้าของสิ่งสิ่งนี้แล้วก็อมยิ้มขึ้นมาได้เล็กน้อย

******

ผ่านมาได้สักพักแล้วที่อูยองตื่นขึ้นมาในห้องนั่งเล่นโดยมีแค่ชานซองที่ทำหน้าที่หมอนให้ อูยองขอบคุณชานซองแล้วเอ่ยถามถึงคนอื่น ๆ  ชานซองตอบกลับมาง่าย ๆ ว่านอกจากพี่มินจุนที่ไปทำงานคนที่เหลือไปกินข้าวกัน อูยองพยักหน้าอย่างเข้าใจแล้วก็ปล่อยความเงียบทิ้งไว้เช่นนั้น

“เรื่องนายกับพี่คุณเป็นไงบ้าง”ชานซองเอ่ยถาม อูยองได้แต่หลบตาลงใบหน้าดูเหนื่อยล้าจนชานซองลูบผมนิ่มเบา ๆ อย่างปลอบโยน

“มัน …ฉันไม่รู้จะพูดยังไงดี ชานซอง พี่คุณดึงดันที่จะเข้ามารับผิดชอบฉันมากเลย แต่เขาทำเพราะเขาเป็นคนดี ไม่ใช่เพราะว่าเขารักฉัน”อูยองเอ่ยบอกอย่างเนิบช้าและสั่นไหว ชันเข่าทั้งสองข้างขึ้นมาบนโซฟาแล้วก็กอดเข่าเอาไว้จนแน่น แผ่นหลังบางเริ่มจะสั่นน้อย ๆ อย่างน่าสงสาร

การที่พี่คุณมาทำดีด้วยกับอูยอง เพราะว่าเป็นหน้าที่ มันน่าเจ็บปวดกว่าการที่อีกคนไม่รักและไม่สนใจเสียอีก เรื่องนี้เขาเข้าใจมันดีเลยล่ะ ว่าอูยองจะเสียใจมากแค่ไหน

“ไม่เป็นไรนะอูยอง”วาดแขนยาวกอดเอาร่างบางมาไว้ในอ้อมแขน โยกคนตัวเล็กในอ้อมกอดแผ่วเบาคล้ายจะขับกล่อมให้ผ่อนคลาย

“ชานซอง ฉันอยากให้พี่คุณเกลียดฉันจังเลย เกลียดกันไปเลยเสียยังจะดีกว่ามาทำแบบนี้ มาทำเหมือนว่ารักกันแบบนี้ ทั้งที่พี่เขาแค่เป็นคนดี ทั้งที่แค่ติดใจในร่างกายของฉันก็เท่านั้น”

“เกลียดฉันเสียดีกว่าทำเหมือนว่ารัก ทั้ง ๆ ที่ก็ไม่ได้รักฉันเลย”

“เรามันน่าสมเพชเนอะ ดูอย่างจุนโฮหมอนั่นมองฉันเป็นเพื่อนอยู่แบบนั้น ไม่เคยจะสนใจกันบ้างเลย”ลูบแผ่นหลังบางแผ่วเบา วางคางลงบนกลุ่มผมนิ่มเมื่อตัวเองก็กำลังคิดถึงสิ่งที่ตัวเองเผชิญอยู่เช่นกัน

“พวกเรานี่มันน่าสมเพชจริง ๆ เลย อูยอง”กระซิบเสียงทุ้มบอกพึมพำ แต่ก็ไม่มีใครที่คิดจะเอ่ยปากเล่าถึงเหตุการณ์ที่ตนได้เผชิญเมื่อเช้านี้ออกมา มีเพียงแค่เสียงร้องไห้ที่แผ่วเบาราวกับใบไม้ไหวของจางอูยองเพียงเท่านั้น หลบซ่อนอยู่ในมุมเล็ก ๆ เพื่อร้องไห้ เพียงหวังว่าสักวันใจจะเข้มแข็งพอที่จะไม่ต้องรักใคร ๆ ของคนอื่นอีกต่อไป

******

เมื่อเช้านี้

อูยองบิดขี้เกียจอย่างเมื่อยล้าเมื่อลุกขึ้นมาจากเตียงนอน ดวงตาบวมช้ำแดงกร่ำเพราะนอนดึกและร้องไห้เมื่อคืน ผ่านมาหลายวันแล้วที่เขาได้เอ่ยบอกนิชคุณไปอย่างชัดเจน นิชคุณดูเหมือนจะทำตามที่เขาร้องขอเพราะเจ้าตัวไม่เข้ามายุ่งหรือพยายามจะสัมผัสกันให้เขาหวั่นไหวบ่อยเท่าที่ควร

แต่ก็แค่ดูเหมือนจะ..

อูยองมองดูแก้วนมสีขาวขุ่นที่ถูกวางไว้ข้างหัวนอน ข้างแก้วใบนั้นมีโน้ตลายมือคุ้นตาวางอยู่ มันเขียนว่า

‘ดูแลตัวเองด้วย พี่เป็นห่วง’

เม้มปากลงไปอย่างไม่รู้ตัว หัวมันพองโตขึ้นมาก่อนที่จะสูบเหี่ยวลงอย่างรวดเร็ว ดีใจมากแค่ไหนที่นิชคุณมาดูแลใส่ใจกัน ก็ยิ่งเจ็บปวดไปกว่านั้นเป็นเท่าตัวเมื่อรู้ดีอยู่แก่ใจว่านิชคุณทำเพราะหน้าที่ และเจ้าตัวไม่ได้มีใจให้เขาเลยสักนิด

เอื้อมมือไปหยิบแก้วนมขึ้นมายกมันขึ้นดื่มอย่างช้า ๆ  ความอุ่นของนมบ่งบอกว่าแก้วนี้เพิ่งตั้งอยู่ในห้องของเขาเมื่อไม่นานมานี้เอง ยกดื่มอย่างเงียบเชียบ เดินลุกออกไปจากห้องพร้อมแก้วเปล่าในมือ

อูยองวางแก้วเปล่าที่ล้างคราบนมจนสะอาดแล้วไว้บนชั้นวางจาน มองภาพบรรยากาศในห้องครัวอย่างเหม่อลอย นิชคุณสร้างภาพความทรงจำเอาไว้แทบจะทุกที่จนราวกับว่าเขาไม่มีทางที่จะหนีนิชคุณพ้นได้เลยไม่ว่าจะที่ไหน  พอคิดแบบนี้แล้วก็อยากจะออกไปเดินเที่ยวข้างนอกสักหน่อยให้พอที่จะรู้สึกดีขึ้นบ้าง บางทีอาจมีสักที่ที่มีความสามารถพอที่จะทำให้เขาลืมเลือนนิชคุณได้สักวินาที

อูยองเดินผ่านห้องของนิชคุณเพื่อไปที่ห้องของตัวเอง โดยไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังมีสายตาคู่นึงจดจ้องเขาอยู่ อูยองตาโตอย่างตื่นตระหนกเมื่อจู่ ๆ ก็โดนโอบกอดก่อนที่จะถูกอุ้มเอาไปในห้องที่ตนเดินผ่าน ไม่ต้องหันหลังไปมองหรือเอ่ยถามหรอกว่าเป็นใคร

“พี่คุณเป็นโจรเหรอครับ”หันไปเอ่ยถามด้วยใบหน้าเรียบตึง คิ้วขมวดยุ่งอย่างจะบอกว่าไม่ชอบใจ นิชคุณแทนที่จะทำหน้าตาเดือดร้อนกับยิ้มแฉ่ง

“เปล่านี่ครับ ก็แค่คนคนนึงที่ความคิดถึงมันเล่นงาน”วาดยิ้มยั่วหยอกมือหนาเอื้อมมาสัมผัสแก้มนิ่มอย่างหยอกล้อ อูยองจับมือใหญ่เอาไว้แน่นเดิมทีหมายจะสะบัดออกไปหากแต่ทำตามหัวใจต้องการด้วยการจับไว้ไม่ยอมปล่อย

“พี่คุณเข้าใจผิดอีกแล้วหรือครับผมไม่ใช่จุนโฮนะครับ”เอ่ยบอกไปก็เหมือนย้ำคนพูดเองด้วย ว่าคืนนั้นที่ตัวเองร้องครางอยู่ใต้ร่างนิชคุณนั้นทำในฐานะใด

“พี่คิดถึงอูยอง”พูดแล้วก็ดึงร่างเล็กเข้ามากอดอย่างรวดเร็วอูยองยืนนิ่ง สมองบอกให้ผลักไสร่างสูงออกไป แต่หัวใจไม่รักดีกลับค่อยเอื้อมมือไปโอบกอดนิชคุณกลับ ซบหน้าลงไปบนแผ่นอกอุ่น น้ำตารั้งคลอหน่วยตาจนวาวใสเพราะรู้ดีแก่ใจว่าที่ตัวเองทำนี่ก็ไม่ได้ต่างจากการเป็นชู้เสียที่ตรงไหน บางทีอาจจะแย่ซะกว่าเมื่อคนที่เขากำลังกอดอยู่คือแฟนของเพื่อนรักตัวเอง

“ร้องไห้ทำไมครับคนดี”นิชคุณกันร่างบางในอ้อมกอดออกมาเล็กน้อยมือหนาเช็ดน้ำตาใสให้อย่างอ่อนโยน ดวงตากลมโตจดจ้องมองอย่างเอ็นดู อูยองกัดริมฝีปากที่สั่นเครือไว้จนแน่น หัวทุยส่ายน้อย ๆ บอกว่าไม่มีอะไรต้องห่วง

“ใครแกล้ง อูยองของพี่ หืม บอกพี่มาสิ”กดจูบลงบนหน้าผากขาวเนียน อูยองตัวสั่นเสียกว่าเก่า เพราะคนที่กำลังรังแกเขาอยู่ก็มีแค่จาง อูยองเพียงเท่านั้น มีแค่เขานั่นล่ะที่คอยแต่ทำร้ายตัวเอง

นิชคุณกดไล่ ริมฝีปากลงมาตามจมูกรั้น ปรางแก้มหอมทั้งสองข้าง เข้าใกล้ริมฝีปากบางที่อูยองกัดเม้มจนแน่นขึ้นทุกที เมื่อลมหายใจร้อน ๆ ของนิชคุณอยู่เหนือกลีบปากบางของอูยอง ลมหายใจร้อนผ่าวที่ประสานกัน วงแขนที่กอดกระชับแน่นขึ้นจนร่างกายแนบชิด อูยองค่อย ๆ คลายริมฝีปากตัวเองออกมาจนเป็นอิสระ อิสระที่นิชคุณบรรจงทาบกลีบปากลงไปเพื่อขโมยรสจูบหวานอย่างเนิบช้า

อูยองหลับตาลงปล่อยตัวปล่อยใจไปกับสิ่งที่นิชคุณกำลังทำกับตัวเองอย่างไม่ได้เอ่ยห้ามคำใดสักคำ อูยองไม่แน่ใจว่าทำไมตัวเองถึงทำแบบนี้ บางที่เขาอาจจะโง่หรือใจง่ายเพียงแค่นั้นก็ได้ คำว่ารักจะมีความใดกันเล่าหากว่าคำว่ารักของเขามันทำให้คนอื่นเจ็บปวด ถ้ามีแค่เขาที่เจ็บปวด บางทีเขาอาจจะยอมให้เรื่องนี้เป็นไปแบบนี้อย่างไม่คิดมากอะไรก็ได้

แผ่นหลังบางถูกวางทาบลงกับพื้นเตียงนิ่ม ตามด้วยแรงกดลงอย่างหนักหน่วงที่ขึ้นค่อมทับร่าง ปากบางยังคงถูกป้อนและขโมยจูบอยู่ สองแขนเรียวยกขึ้นตวัดกอดรอบคอของร่างสูง ริมฝีปากร้อนไล่จูบต่ำลงเรื่อย ๆ จนถึงซอกคอขาวทั้งซุกไซร้และกดจูบอย่างเอาแต่ใจ มือหนาลูบไล้ไปตามลำตัวบางก่อนจะสอดเข้ามาสัมผัสกับหน้าท้องแบนราบที่ลื่นมือจนอดไม่ได้ที่จะกดเฟ้นและลูบขึ้นสูงไปสัมผัสกับเนินอกเพียงแผ่วเบาอูยองก็เกร็งไปทั้งตัว เพียงแค่ใช้ปลายนิ้วตวัดลงบนยอดอกนิ่มที่ขืนสู้นิ้วมือก็เรียกเสียงครางหวานจากปากบางได้โดยง่าย

ก็หัวใจของจาง อูยองมันจะสำคัญอะไรล่ะ  จะเหยียบย่ำให้แหลกคาเท้าไปเสียเลยก็ได้ ก็หัวใจดวงนี้มันเป็นของนิชคุณนี่นา

หากนิชคุณปรารถนาจะทำสิ่งใดกับมัน เขาเองก็ไม่รู้เช่นกันว่าจะเอ่ยห้ามอย่างไร ก็เพราะมันยอม ยอมไปหมดเสียทั้งใจ

มือใหญ่ถดรั้งเสื้อยืดตัวบางบนร่างอูยองขึ้นสูงจนไปกองอยู่บนเนินอก ก้มลงจูบลงไปตามผิวหน้าท้องแบนราบอย่างหยอกเย้า อูยองยกมือขึ้นซับน้ำตาที่ซึมออกมาจากดวงตาตัวเองอย่างเชื่องช้าแม้ว่าตอนนี้ปากบางกำลังหลุดครางเสียงหวานแผ่วเบาออกมาก็ตาม มือบางดันหัวไหล่กว้างของนิชคุณที่กำลังกดจูบไปทั่วแผ่นอกของตัวเอง

“พี่คุณครับหยุด หยุดก่อน”เอ่ยร้องบอกเสียงกระเส่าหวานหู ขาเล็กที่มีคนตัวโตอยู่ระหว่างขาใช้ท่อนขาเสียดสีไปกับลำตัวหนา นิชคุณเงยหน้าขึ้นมองใบหน้ากลม ยันตัวลุกขึ้นนั่งเมื่อมือของอูยองดันแผ่นอกตัวเองแผ่วเบาอย่างแจ้งจำนง

“ให้ผมทำเองดีกว่า”อูยองเอ่ยบอกด้วยเสียงแผ่วเบา นิชคุณขมวดคิ้วมองร่างบางตรงหน้าแต่ไม่ได้เอ่ยพูดอะไร มองดูอูยองที่ก้มหน้าก้มตาหลบแล้วเอื้อมมือสั่นระริกมาที่เป้ากางเกงของเขาที่ตอนนี้สิ่งที่อยู่ภายในนั้นนั้นขึงตึงจนเป้ากางเกงคับแน่น มือเล็กเข้าปลดหัวเข็มขัดและกระดุมกางเกงอย่างทุลักทุเล มือบางสั่นจนแทบควบคุมไม่อยู่เช่นตัวที่สั่นเทา

“อูยอง เดี๋ยวก็เป็นลมหรอกตัวสั่นขนาดนี้”เอ่ยแซวเมื่อนั่งมองดูสิ่งที่อูยองทำอดไม่ได้จะยิ้มกว้าง ขอแกล้งเล่นเสียหน่อยเพราะคิดว่าเช่นไรอูยองก็คงไม่กล้าทำ แต่ก็ต้องนึกแปลกใจเมื่อมือสั่นเทาคู่นั้นดึงรั้งกางเกงชั้นในเขาออกจนเผยให้เห็นสิ่งที่คับแน่นอยู่ภายในที่ออกมาตั้งล่อตาอยู่ใกล้กับมืออูยอง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เจื่อนลงเล็กน้อยเมื่อเห็นอูยองขยับมาใกล้แล้วก้มหน้าลงหมายจะจัดการกับสิ่งที่ตนเรียกออกมา

“อูยอง ทำเป็นเหรอเรา”แตะไปที่แก้มนิ่มก่อนจะช้อนใบหน้ากลมขึ้นมาสบตา อูยองกัดปากตัวเองแล้วเบือนดวงตาหลบ

“ทุกอย่างต้องมีครั้งแรกไม่ใช่เหรอครับ “อูยองเอ่ยบอก จริงแท้ หากไม่มีครั้งแรกคงไม่มีครั้งที่เหลือตามมา ดังเช่นคืนนั้นหากเขาไม่ยอมให้นิชคุณง่าย ๆ  ถ้านิชคุณไม่รู้ว่าเขาใจง่ายก็คงไม่มีเหตุการณ์ในตอนนี้เกิดขึ้น

ที่เรานั่งกันอยู่ตรงนี้ด้วยกันและกำลังจะทำสิ่งที่เราทำ ก็เพราะจาง อูยองมันเป็นคนใจง่ายใช่ไหมครับพี่คุณ

‘คนใจง่าย’ ‘ไม่ใส่ใจ’เสียงของนิชคุณยังคงดังก้องอยู่ในหัวแข่งขันกันกับเสียงที่เคยบอกรักและบอกว่าอูยองคนนี้เป็นของนิชคุณแล้วจนสับสนปนเปไปหมด สับสนวุ่นวายมากพอกับ ๆ ริมฝีปากบางที่แตะสัมผัสลงบนส่วนปลายความแข็งขืนที่มือเล็กกำลังจับประครองมันไหว แตะลงไปก่อนจะขบเม้มและดูดกลืนหายเข้าไปในอุ้งปากอุ่นชื้น อูยองไม่แน่ใจว่าเขาควรจะทำยังไงต่อ จึงปล่อยให้มันเป็นสัญชาติญาณ เสียงทุ้มครางฮือขึ้นมาอย่างพอใจ

“อืม อูยอง”ทำให้อูยองรู้สึกดีใจขึ้นมาได้บ้างที่อย่างน้อยนิชคุณก็ยังพอใจในสิ่งที่เขาทำให้ อย่างน้อยตอนนี้ก็เป็นชื่อของเขาบ้างแล้ว มีเขาในห้วงคิดของนิชคุณเสียที มือหนาสอดเข้ามาตามกลุ่มผมนุ่มลูบไล้เส้นไหมสีดำละเอียดอย่างนิ่มนวล มือหยาบอีกข้างก็ลูบไล้หัวไหล่มนอย่างปลอบโยน แก้มป่องของอูยองตอบลงและพองลมขึ้นตามจังหวะการขยับขึ้นและลงตามความยาวของสิ่งที่อยู่ในอุ้งปาก ความรู้สึกที่สัมผัสได้จากลิ้น และฝ่ามือรู้สึกได้ กำลังบอกเขาว่านิชคุณกำลังจะได้รับความสุขสมที่ตัวเองต้องการแล้ว อูยองรัวจังหวะการเคลื่อนขยับใบหน้าขึ้นลงให้รัวเร็วขึ้น ปลายลิ้นชอนไชและขบเม้มไปตามส่วนหยักโค้งที่ตัวเองสัมผัสได้เพื่อให้ร่างสูงใหญ่รู้สึกดีที่สุด เพื่อว่าบางทีนิชคุณอาจจะใส่ใจขึ้นมาบ้างก็ได้

จังหวะที่รัวเร่งครั้งสุดท้ายถูกหยุดลงเมื่อของเหลวร้อนถูกพ่นเข้ามาในอุ้งปากชื้น อูยองหลับตาปี๋ไอออกมาแม้จะมีของเหลวร้อนที่อยู่ในริมฝีปาก เสียงหัวเราะอย่างเอ็นดูปนสงสารของนิชคุณดังขึ้นก่อน มือหนาช้อนใบหน้ากลมไว้ในอุ้งมือ

“เป็นไงครั้งแรก โอเคไหมเรา”เอ่ยถามกึ่งเป็นห่วงกึ่งแซวก่อนที่จะกดจูบลงไปบนปากบาง มือหนาบีบแก้มขาวเล็กน้อยเพื่อสอดแทรกลิ้นเข้าไปด้านในใช้ลิ้นและรสจูบหวานดับกลิ่นคาวที่อูยองสัมผัสรวมทั้งปะปนของเหลวขุ่นในโพรงปากบางด้วยรสจูบที่ร้อนแรงและรุกเร้าจนอูยองก็ตั้งตัวแทบไม่ทันเช่นกันว่าเมื่อไหร่ที่ของเหลวในปากหายไปจนหมดและเหลือเพียงลิ้นและริมฝีปากของกันและกันที่ยังคงโหมโรมรันเข้าต่อสู้กันจนรสจูบหวานแผ่ซ่านไปทั้งปากและหัวใจก็เต้นถี่รัวจนอูยองเคลิบเคลิ้มไปหมด

อูยองลืมตาที่ชื้นหยาดน้ำตาขึ้นมามองเมื่อนิชคุณคลายจูบ จ้องมองใบหน้าหล่อที่วาดยิ้มหวานอยู่เหนือขึ้นไปไม่กี่เซน ภาพที่น่าหลงใหลมากจนอูยองยกฝ่ามือนิ่มขึ้นสัมผัสแก้มของนิชคุณ ทันทีที่ได้สัมผัสลงไปมือใหญ่ก็วางทาบกอบกุมลงบนมือของอูยองบนแก้มตัวเองอย่างเนิบช้าและแผ่วเบา ดวงตากลมโตจ้องมองกันอย่างอ่อนโยน อ่อนโยนเหลือเกิน มองกันแบบนี้บ่อย ๆ ได้ไหม มองแต่อูยองได้ไหม อย่าไปมองแบบนี้กับเฉพาะแค่จุนโฮสิ มองมาที่อูยองบ้างสิครับพี่คุณ อยากจะเอ่ยบอกเช่นนี้ออกไปอย่างเห็นแก่ตัว แต่ก็ทำลงไปไม่ได้

หัวใจของจุนโฮไม่ใช่ผู้ที่ควรจะมารับกรรมกับเรื่องนี้ ปล่อยให้มันเป็นหัวใจของจาง อูยองเถอะที่จะต้องมาคอยชดใช้ความผิดของความง่ายและไม่รู้จักไตร่ตรองให้ดีของตัวเอง

“พอหรือยังครับ พี่คุณ”อูยองเอ่ยถามด้วยเสียงแหบพร่า นิชคุณเลิกคิ้วมองหน้าอูยองอย่างเกิดคำถาม มือนิ่มแตะขึ้นไปบนหน้าอกแข็งแรงที่มีกล้ามนูนรอนแล้วลูบลงมาจนถึงเหนือท้องน้อยที่กระดุมกางเกงยังไม่ถูกติดให้ดีดังเคย พอเหมาะพอเจอะกับท่าทางที่นิชคุณค่อมทับอยู่ราวกับรับรู้ว่าจะทำสิ่งใดกันต่อไป

“พี่พอใจหรือยังครับ”เอ่ยถามด้วยน้ำเสียราบเรียบ ไม่มีกระแสตัดพ้อหรือแม้แต่ประชดประชัน อันที่จริงมันนิ่งเรียบจนน่ากลัว

“หรือแค่ผมใช้ปากให้ยังไม่พอเหรอครับ ไม่เป็นไรผมเข้าใจ”

“ห๊ะ”ยิ่งฟังนิชคุณก็ยิ่งทำหน้าเคร่งและขุ่นมัวขึ้น

“พี่คุณคงทำงานหนัก เครียดมากใช่ไหมครับ”ลูบมือนิ่มไปตามแก้มของใบหน้าหล่อแผ่วเบา เบี่ยงดวงตาหลบ ก่อนชักมือออกจากใบหน้าหล่อ

“ไม่เป็นครับ ทำให้เต็มที่เลยนะครับ คิดซะว่าเป็นตุ๊กตายางก็ได้”มือนิ่มจับที่ขอบกางเกงยางยืดของตัวเองจับรั้งแล้วทำท่าจะดึงมันออกมาหากไม่ติดว่ามือหนาตะปบจับเอาไว้ก่อน

“อูยอง!!”เอ่ยดุเสียงดังเพียงแค่นี้หัวใจอูยองก็กระตุกวูบ ตาเรียวที่แดงช้ำหลับตาปี๋ อดสะดุ้งน้อย ๆ ไม่ได้ด้วยซ้ำเมื่อมือหนาช้อนใบหน้ากลมให้กลับมาตรง ๆ

“ถ้าอูยองจะมองพี่เป็นคนโรคจิตพี่ก็ไม่ว่า เพราะมันก็สมควร แต่อย่าพูดจาทำร้ายตัวเองแบบนี้สิครับอูยอง”เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยบอกอย่างปลอบโยน อูยองจึงค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมามอง สิ่งแรกที่เห็นคือดวงตาของนิชคุณที่จ้องมองกันอย่างอ่อนโยน เว้าวอน และขอโทษ ความรู้สึกมันเอ่อล้นมากเกินไปจนอูยองรู้สึกร้อนไปทั้งทรวงอก

มันสุขซ่านแบบเจ็บแปลบเหลือเกิน

“อูยองรู้สึกไม่ดีใช่ไหมครับ กลัวใช่ไหม พี่ขอโทษนะ ถ้าไม่ชอบบอกพี่นะครับ พี่จะไม่ทำแบบนี้อีก แต่อย่าพูดจาประชดพี่แบบนั้นอีกนะครับคนดี”กดจูบลงบนแก้มนิ่มแผ่วเบาอย่างปลอบโยน

ตาเรียวแดงกระพริบปริบก่อนจะปิดหลับไป

เขาอยากให้นิชคุณเป็นคนเลวเสียมากกว่า ทำไมต้องมาทำดีกับเขาแบบนี้ด้วย ทุกคำที่เขาพูดออกไปเขาไม่เคยหวังจะประชดนิชคุณสักครั้ง พูดออกไปเพียงเพื่อย้ำกับหัวใจตัวเองก็เท่านั้น เขาอยากให้นิชคุณทำอะไรกับเขาก็ได้ที่ไม่ใช่ทำดีให้กันแบบนี้ ทำดีเสียมากมายก็เพราะนิชคุณเป็นคนดีก็แค่นั้นเอง

“แล้วเรามาทำอะไรกันอยู่บนเตียงนี่ล่ะครับ ถ้านั่นไม่ใช่สิ่งที่พี่คุณต้องการ”เอ่ยถามเสียงสั่นพร่าทั้งที่ยังไม่ลืมตาเปิดขึ้นมา ไม่อยากจะมองเห็นดวงตาที่อ่อนโยนคู่นั้นของนิชคุณอีกแล้ว

“ถ้าคืนนั้นพี่ไม่รู้ว่าได้ผมได้ง่าย ๆ  แล้วตอนนี้ผมจะมานอนอยู่ตรงนี้เหรอครับ แล้วถ้าผมบอกว่าผมชอบล่ะ ผมชอบที่พี่มากอดผม มาจูบผม มาสัมผัสผมพี่จะทำยังไง ถ้าผมบอกพี่ว่าคืนนั้นผมยอมนอนอยู่บนเตียงนี้ใต้ตัวพี่โดยไม่สนว่าพี่จะเอาอะไรไปจากผมบ้าง เพราะว่าผมเองก็ชอบในสิ่งที่พี่จะทำยังไงล่ะครับพี่คุณ จะบอกรักผมงั้นเหรอครับ”

“อูยอง”ชื่อที่ถูกเอ่ยเรียกด้วยเสียงแผ่วเบา พร้อมลมหายใจอุ่น ๆ กับฝ่ามือหนาที่กอบกุมร่างกายคือสิ่งที่ทำให้อูยองรู้ว่านิชคุณยังอยู่ข้างกันยามที่ยังไม่ลืมตาเช่นนี้

“ง่ายดีนะครับ แค่บอกรักกันอะไร ๆ มันก็จบเหรอครับ”อูยองนึกเกลียดตัวเองที่เสียงมันสั่นพร่าลงได้มากเท่านี้

“คืนนั้นน่ะผมยอมพี่เอง ผมชอบที่พี่จูบผม ผมชอบที่เรากอดกัน แต่พี่ก็เรียกหา ..แต่ ..แต่ จุนโฮ”

“แล้วพี่จะบอกว่าพี่รักผมเหรอครับ แล้วพี่ก็ไปบอกเลิกกับจุนโฮกับคนที่พี่เอาผมไว้เป็นตัวแทนเขางั้นเหรอครับ”

“เพราะอะไรครับ เพราะผมมันง่ายกว่าเหรอพี่ถึงเลือกผม หรือว่าจะติดใจตัวผม”

“เพราะอะไรเหรอครับพี่คุณ”ในที่สุดอูยองก็ค่อยลืมตาขึ้นมา สิ่งที่เขาเห็นยังคงเป็นสิ่งที่เขานึกกลัวเช่นเก่า แววตาของนิชคุณกำลังทอดมองมาที่เขาแววตานั้นนั้นมันชั่งเศร้าสร้อยแต่ก็ราวกับจะขาดใจ

“ถ้าอูยองคิดว่าพี่โกหก พูดอะไรไปอูยองก็คงไม่เชื่อพี่”

“เรื่องคืนนั้นพี่ไม่รู้เหมือนกันว่าพี่ทำอะไรลงไปบ้าง พูดอะไรลงไปบ้าง แต่สิ่งหนึ่งที่พี่เชื่อคือศีลธรรมของการคบกัน พี่คงไม่จับใครที่ไม่สมยอมมาปล้ำ และหากว่าใครคนนึงจะมีอะไรกับใครสักคนนึงมันก็ควรที่จะเป็นแฟนของเขานี่คือสิ่งที่พี่คิด เพราะงั้นในเมื่อพี่กำลังจะมีอะไรกับใครสักคนนึงพี่ก็คิดว่ามันควรจะเป็นคนที่พี่กำลังคบอยู่ก็คือจุนโฮ พี่ไม่คิดว่าจะเป็นคนอื่น เพราะถ้าอย่างนั้นก็เท่ากับว่าพี่กำลังจะขืนใจกับคนที่ไม่เต็มใจกับพี่ พี่คิดแบบนั้นก็เท่านั้นเองอูยอง บางครั้งสมอง และสิ่งที่เราคิดก็มาก่อนสิ่งที่ใจรู้สึก”นิชคุณเอ่ยอธิบายด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง ดวงตาจดจ้องมองอูยองนิ่งนาน

“งั้นพี่กำลังจะบอกว่า ในหัวใจของพี่ตอนนั้นเป็นผมอย่างนั้นเหรอ”เอ่ยถามเสียงเบาหวิวราวกับกลัวคนตอบจะได้ยิน

“ถ้าพี่บอกอย่างนั้นอูยองจะเชื่อพี่ไหม”ตาเรียวแดงกรอกหลบชั่วครู่ ปากบางเม้มลงก่อนค่อย ๆ คลายออก

“ถ้าคืนนั้นพี่รู้ว่าเป็นผมพี่จะหยุดไหมครับ”

“ไม่หยุด และพี่เองคงรู้สึกดีใจกว่านี้”สิ้นคำตอบของนิชคุณก็เหลือเพียงความเงียบเหงาราวกับคนสองคนในห้องกำลังใช้ความคิดอยู่กับสิ่งที่อยู่ในห้วงคิดของตัวเอง

“ต่อให้มันเป็นยังไงก็ตาม ความจริงอีกข้อนึงที่สำคัญที่สุดก็คือพี่กำลังเป็นแฟนกับจุนโฮไม่ใช่เหรอครับ”อูยองเอ่ยบอกความจริงที่ไม่ได้ถูกเปลี่ยนแปลงลงไปเลยออกมา

“ผมขอล่ะครับ จุนโฮไม่ได้ผิดอะไร อย่าทำให้เขาเสียใจได้ไหมครับพี่คุณ”ดวงตาเรียววอนขอ นิชคุณเงียบไปราวกับไม่รู้จะตอบเช่นไรดี

“แต่ถ้าระหว่างนี้พี่คุณเกิดอยากทำขึ้นมาล่ะก็ดึงกางเกงตัวนี้ออกได้ตามสบายเลยนะครับ ผมไม่ถือ”จับมือใหญ่แตะลงบนสะโพกตัวเองตรงขอบยืดของกางเกง นิชคุณนิ่งเงียบไปชั่วครู่นึง

“สิ่งที่พี่อยากได้คือหัวใจของอูยอง”ประโยคที่ได้ยินอูยองรับรู้ได้ทันที่ว่าหัวใจของตัวเองถี่แรงขึ้น

“ถะ.. ถ้าอย่างนั้นพี่คงต้องไปหาชานซองเพราะผมฝากหัวใจไว้ที่นั่น”

“อย่าโกหกพี่สิเด็กดี”สวนกลับมาแทบทันที คนตัวเล็กบนที่นอนสั่นเทาขึ้นอย่างควบคุมไม่อยู่เพราะลมหายใจที่ถี่แรงขึ้นอยู่บนเตียงนอนที่คละคลุ้งด้วยกลิ่นกายของนิชคุณอบอวลไปทั่ว อูยองไม่เอ่ยตอบอะไร นิชคุณเองก็เช่นกัน อูยองรู้สึกได้ถึงเตียงที่เด้งขึ้นเพราะผู้ชายร่างโตเจ้าของเตียงก้าวลงไปจากเตียง เสียงติดหัวเข็มขัดดังขึ้นในเวลาต่อมา

“ความจริงข้อนึงที่ไม่มีวันเปลี่ยนก็คือพี่รักอูยอง พี่อยากให้อูยองรู้ไว้”เสียงของนิชคุณดังขึ้น

“อูยองจะนอนพักต่อหรือว่าจะไปหาข้าวทานกับพี่ก็ได้นะครับ พี่จะออกไปรอข้างนอก”เสียงทุ้มเอ่ยบอกทิ้งไว้ก่อนจะหายไปพร้อมเสียงปิดประตู

อูยองลืมตาคู่เรียวของตัวเองขึ้นดวงตาคู่แดงกร่ำมีหยาดน้ำใสที่คลอหน่วยไหลลงมาตรงหางตา

“ความจริงอีกข้อนึงที่ไม่มีวันเปลี่ยนก็คือผมเองก็รักพี่คุณเหมือนกัน”

******

“ง่วงจังเลย อย่าเพิ่งปลุกสิ”เสียงหงุงหงิงดังขึ้นมาจากกองผ้าห่มบนเตียงนอนที่เพิ่งถูกเปิดไฟจนห้องสว่างโล่แม้จะสายแล้วก็ตาม เสียงบ่นยังคงดังขึ้นเป็นระลอกว่าเจ้าของห้อง ง่วงแค่ไหน อยากนอนต่อมาก ๆ  วันนี้เป็นวันหยุด ช่วยปิดไฟแล้วก็จากไปที่ได้ไหม

“อูยองเหรอ หรือพี่มินจุนปิดไฟทีผมจะนอนต่อ”เสียงเอ่ยเหวี่ยงสั่งมาจากใต้ผ้าห่มที่ตาเรียวเล็กไม่ได้ลืมขึ้นมามองเลยสักนิด คนได้ฟังระบายยิ้มก่อนที่จะเดินเข้าไปใกล้ ๆ เตียงนิ่ม หมายทั้งแกล้งและจะปลุกเจ้าของห้องจริง ๆ คราแรกเขาก็หวังว่าจะเข้ามาเอาหนังสือก็เพียงเท่านั้นแต่กลับมาโดนเสียงหวานพร่านี่เหวี่ยงแต่เช้าจะให้กลับไปง่าย ๆ เห็นทีจะไม่ใช่ฮวาง ชานซองเสียแล้ว

ร่างสูงใหญ่เดินเข้าไปใกล้กลับเตียงนอนที่คนบนนั้นยังคงบ่นอะไรอู้อี้อยู่คนเดียวแล้วซุกตัวนอนไปกับที่นอนอุ่น ใช้มือใหญ่แตะลงไปกับกลุ่มผมนุ่มแล้วขยับสัมผัสมาจับที่หูแดงกร่ำออกแรงบีบใบหูเย็นแผ่วเบาแต่ทั้งร่างของคนบนที่นอนก็สะดุ้งโหยงแล้วยกมือขึ้นมาตีมือเขาไม่เบาแต่ก็ไม่แรงนัก

“พี่คุณอย่าแกล้งผมสิ”เสียงบ่นออกมาเป็นชื่อของคนอื่นทำให้ชานซองหน้าหงิกลงทันทีแต่ก็ไม่ถอดใจกลับง่าย ๆ แน่นอน ร่างสูงคุกเข่าลงจนความสูงไล่เลี่ยกับร่างที่นอนอยู่ก้มหน้าลงกระซิบข้างใบหูขาวอย่างแผ่วเบา

“ฉันเหมือนพี่คุณงั้นเหรอ”แต่เสียงพร่านั้นกลับส่งผลให้ร่างบางกระเด้งตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จุนโฮทำตาโตมองหน้าชานซอง ขบปากแดงอิ่มอย่างไม่รู้ตัว มือหนาที่ยังจับอยู่บนตัวถูกตีอย่างรวดเร็ว

“เข้ามาหาอะไรไม่ทราบ”เอ่ยทักอย่างไม่เป็นมิตรสักนิด ชานซองทำตาหลิ่วมองอย่างก่อกวน

“มาหาหนังสือฉันที่ลืมไว้ไม่ได้หรือไง”เอ่ยเย้าด้วยน้ำเสียงและแววตาจนจุนโฮทำหน้าแดงติดสีเรื่อเพราะคิดถึงเหตุผลที่ชานซองทิ้งหนังสือเล่มนี้ไว้ในห้อง

“อยู่บนโต๊ะนู่นไปหยิบเองแล้วก็ปิดประตูห้องให้ด้วย”ชี้นิ้วไปที่โต๊ะมุมห้องเอ่ยบอกแล้วหันหลังจะนอนหากไม่โดนมือใหญ่ของใครรั้งไว้เสียก่อน

“ไล่ฉันอีกละ ใจร้ายจังเลยจุนโฮ”คนตาตี่หันหน้ากลับมามองเปะปากใส่แล้วหันกลับไปอย่างเหวี่ยง ๆ  ชานซองหัวเราะในลำคอมันดังพอจะทำให้จุนโฮหันกลับมามองได้

“หัวเราะอะไรของนาย”

“อยากหัวเราะผิดด้วยเหรอ”

“ไม่ผิด แต่ไม่อยากฟังรำคาญเห็นหน้านายแล้วมันหมั่นไส้”ตาตี่พองปากอิ่มยู่เข้าออกดูน่ารักน่าชังในสายตาคนมองชะมัดก็เลยอดไม่ได้จะหัวเราะออกมาจนโดนทุบลงไปอักเบ้อเร่อ

“หัวเราะทำไมไอ้นี่นิ ชิ คนอะไรไร้ความหล่อแล้วยังจะไร้มารยาทด้วยสู้แฟนฉันไม่ได้สักกะนิด”ว่าเขาแล้วก็แลบลิ้นใส่ก่อนจะนั่งทำแก้มพองอยู่คนเดียว คนที่โดนผลักไสเหยง ๆ นั่งลงบนเตียงนอนจนที่นอนยวบลงไปแล้วถอนหายใจอย่างหนักหน่วงดูเคร่งเครียดจนคนที่ทำเป็นเหวี่ยงอยู่นั่งนิ่งมองดูคนตรงหน้า

“ชาน…”

“ฉันดีไม่สู้พี่คุณตรงไหนเหรอ จุนโฮ”เอ่ยถามอย่างไม่หันมามองหน้าทำให้คนโดนถามไม่ได้เห็นว่าสีหน้าแววตาคนถามนั้นจริงจังแค่ไหน คำตอบที่ตอบกลับไปถึงได้เป็นคำตอบเย้าแหย่ยังเคย

“ทุกอย่างนั่นล่ะ”ตอบไปอย่างนึกสนุก แต่เพราะใบหน้าหล่อกับแววตาจริงจังที่หันมามองหน้ากันทำให้จุนโฮหัวใจกระตุกวูบ แววตาของมักเน่แสนเบลอของเขามองมาจริงจังจนน่ากลัว

“สำหรับนายฉันมันมีดีอะไรสู้พี่คุณไม่ได้เลยงั้นเหรอ”เพราะน้ำเสียงมันฟังดูเจ็บปวดและจริงจังอย่างไม่คุ้นเคย จุนโฮจึงยอมลดความดื้อลงมาให้เหลือสักห้าสิบเปอร์เซ็นอย่างทันท่วงที คนตัวอวบคลานเข้าไปหาแขกรับเชิญที่นั่งอยู่บนเตียงนอนเจ้าตัว มือขาวเอื้อมจับต้นแขนแกร่งในเสื้อนอนเนื้อนิ่มไว้ก่อนจะเอาใบหน้าซบไปกับต้นแขนนั้นถูไถแผ่วเบาให้คนที่ทำหน้าเครียดสบายใจขึ้น

“ทำไมนายถึงอยากจะไปแข่งกับพี่คุณด้วยล่ะชานซอง นายเป็นนายก็ดีจะตายไป”ดวงตาโตเลื่อนลงมามองหัวทุุยและหน้าขาวที่ซุกอยู่กับหัวไหล่และอ้อมอกตัวเอง มือหนายกขึ้นลูบผมนิ่มแผ่วเบา

“ก็เพราะนายรักพี่คุณไง จุนโฮ”ตาคู่เล็กกรอกขึ้นมองใบหน้าคมคายแล้วซุกหน้าไปกับอ้อมกอดอุ่นดังเก่า

“ฉันก็รักนายนะชานซอง”ประโยคสั้น ๆ ที่ทำให้หัวใจคนฟังกระตุกถี่อย่างฉับพลัน

“จะไปหาคนที่สปอยด์และก็ขัดใจฉันในเวลาเดียวกันอย่างนายได้ที่ไหนอีก เพื่อนดี ๆ แบบนายชิงโชคเอายังยากเลยกว่าจะได้มา” ก่อนจะกลับไปเต้นสม่ำเสมอเช่นเก่าแต่ตาคมก็ไม่ได้หลบหนีไปที่อื่นยังจ้องมองใบหน้าขาวเช่นเก่า

“ให้ฉันเป็นแค่นั้นเองเหรอ จุนโฮ”เอ่ยถามเสียงอ้อนในที จุนโฮดึงตัวออกจากชานซองแต่มือก็ยังเกาะต้นแขนแกร่งเอาไว้

“นายนี่เรื่องมากเน๊าะ ได้คืบจะเอาศอกอ่ะ”ทำหน้าตาจะเหวี่ยงเข้าให้อีกแล้ว ชานซองถอนหายใจอย่างเหนื่อยใจ

“ก็ฉันมันเป็นคนโลภนี่น่า เวลาอยากได้อะไรก็อยากได้เยอะ ๆ “เอ่ยบอกไปอย่างไม่ใส่ใจนักแต่เสียงกับแววตาก็แสนจะออดอ้อนกัน จุนโฮนั่งพยักหน้าเข้าใจ แล้วขยับตัวเข้ามาใกล้แค่หนึ่งช่วงเข่า ตะแคงใบหน้าตัวเองในองศาที่กะว่าคงพอดีทาบริมฝีปากลงบนแก้มของชานซองแผ่วเบาแต่ก็เนิบนาน คนที่โดนหอมแก้มหันมามองหน้าจุนโฮตาโตกระพริบปริบอย่างตื่นตระหนกไม่น้อย

“นะ นายหอมแก้มฉัน”เสียงลอยล่องอย่างแทบไม่เชื่อ จุนโฮกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วพยักหน้า

“ใช่สิ เห็นไหมนายน่ะเป็นเพื่อนคนพิเศษของฉันนะ ฉันไม่ใช่จะหอมแก้มเพื่อนคนไหนพร่ำเพื่อนะ ก็มีแต่นายคนเดียวนะที่ฉันทำแบบนี้ด้วย พอใจหรือยัง”แตะนิ้วลงบนปลายจมูกโด่งแล้ววาดยิ้มหวานจนตาหยี มือหนายกขึ้นลูบแก้มตัวเองอย่างเนิบช้า

“ถ้างั้นขอจูบได้ไหมล่ะ”ชานซองเอ่ยถาม มือขาวฟาดเพี๊ยะลงบนหัวไหล่แกร่ง

“เยอะละนายเนี่ย จูบเขาเอาไว้ทำกับแฟนไหมไอ้นี่”

“นายก็จูบฉันไปหลายครั้งแล้วนะ จุนโฮ”เอ่ยบอกต่อลองสิทธิ์ จุนโฮถึงได้ฟาดต้นแขนลงไปอีกทีนึง

“ฉันจูบนายหลายครั้งตรงไหนไม่ทราบ หืม ชานซอง อย่าโมเมไปเองสิ”ยื่นหน้าเข้ามาใกล้และทำท่าจะงับจมูกโด่งเข้าให้สักที ชานซองวาดยิ้มกว้าง มือหนารั้งต้นคอขาวไว้ในอุ้งมือ

“หลายครั้งสิ ครั้งนี้อีก”ว่าแล้วก็รั้งใบหน้าขาวให้เข้ามาใกล้จนริมฝีปากสัมผัสกัน จุนโฮนิ่งค้างไปสักพักนึงจนลิ้นชื้นของชานซองแทบจะลอบเข้าไปในโพรงปากอิ่มได้นั่นล่ะ เจ้าตัวถึงได้รู้ตัวแล้วตีชานซองลงไปรุนแรงจนโดนปล่อยริมฝีปากคืนมา ชานซองแตะหนาผากตัวเองไปกับหน้าผากมน โดยไม่สนใจแววตาดุ ๆ ของจุนโฮที่จ้องกันอยู่

“ชานซอง นายบังอาจ..”

“ชู่ววว”ดุเสียงแผ่วไม่ดังนักจุนโฮก็เงียบลงแม้ไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่

“จุนโฮ นายอย่าไปจูบกับพี่คุณอีกได้ไหม”เอ่ยขอร้องแบบงี่เง่าไร้เหตุผลแค่ไหนก็รู้ตัวดี แต่ชานซองก็ยังเอ่ยพูด

“พี่เขาเป็นแฟนฉันไหม หืม ชานซอง ถ้าไม่ให้ฉันจูบกับแฟนฉัน จะให้ฉันไปจูบกับใครล่ะ”แตะนิ้วลงบนปลายจมูกโด่งแผ่วเบา

“ให้ฉันจูบกับนายแทนหรือไงฮะ ชานซอง ห๊ะ”

“ได้ไหมล่ะ จุนโฮ”ทำไมชานซองถึงพูดด้วยเสียงอ้อนที่จริงจังปานนี้ น่าเสียใจที่จุนโฮไม่เคยจะนึกสาเหตุออกเลย

“ทะลึ่งละนะนายน่ะ ชานซอง”มือขาวผลักหัวไหล่แกร่งที่โอบกอดตัวเองอย่างแรง จนชานซองที่ทำหน้าห่อเหี่ยวคลายอ้อมกอดแล้วทำท่าจะหันไปทางอื่น

“โอ๋ มักเน่จ๋า มักเน่อย่าร้องนะ”เอ่ยปลอบราวกับปลอบเด็กมือขาววาดกอดร่างสูงใหญ่ ซบหน้าไปกับแผ่นหลังกว้าง มือวาดกอดรอบร่างกายกำยำ ใช้แก้มถูเบา ๆ อย่างหวังจะปลอบใจกัน

“อย่างอแงนะชานซอง ยังไงนายก็สำคัญกับฉันมาก ๆ นะ อย่างอนน้ามักเน่ที่น่ารักของฉัน โอ๋ ๆ” ชานซองวาดมือหนาทับกับมือขาวของจุนโฮแล้วกระชับอ้อมกอดอุ่นให้แนบสนิทเข้ามามากกว่าเก่า ลูบนิ้วโป้งแผ่วเบาไปกับเนื้อนิ่มของคนตัวอวบ

ต่อให้พิเศษแค่ไหน สำหรับจุนโฮเขาก็ยังเป็นรองพี่คุณ ทำไมกัน เขารักจุนโฮน้อยกว่าอย่างนั้นหรือยังไง หรือว่าเขาเก็บความรู้สึกของตัวเองไว้นานเกินไป

หรืออาจจะแค่ง่าย ๆ ว่าจุนโฮไม่รักเขาเพียงเท่านั้นก็ได้

******

ช่วงกลางดึกของวันที่วุ่นวายอีกวันที่กำลังจะผ่านไปมีเสียงลอบเปิดประตูไม้อย่างแผ่วเบาก่อนจะจะปิดประตูกลับลงไปจนแสงที่สาดเข้ามาตามช่องประตูนั้นหายลับไป เสียงฝีเท้าก้าวเดินเข้ามาเงียบกริบในความมืดที่มีเพียงแสงที่เรืองรองออกมาจากหมู่ดาวเรืองแสงมากมายที่เปล่งแสงอยู่บนเพดาน

ผู้บุกรุกเงยหน้าขึ้นไปมองวาดยิ้มน้อยเมื่อคิดถึงวันที่ตัวเองได้มอบหมู่ดาวเรื่องแสงนี้ให้กับเจ้าของห้อง เพราะเป็นของที่น้องสาวเขาให้มาด้วยแต่ก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะไปแปะที่ไหนเลยมอบมันให้กับเด็กฝึกหัดรุ่นน้องที่ทำหน้าตาอมทุกข์อยู่ เขาหยิบยื่นมันให้จาง อูยองและสิ่งที่ได้ตอบแทนมาคือคำขอบคุณแบบแก้เก้อ อาการผงกหัวให้เล็กน้อยและแววตาขอบคุณที่ส่งมอบมาให้ แค่ชั่วนาทีสั้น ๆ นั้น เขาเกิดความรู้สึกว่าเด็กที่ชื่อ จาง อูยองน่าสนใจแล้วเขาก็ก็เริ่มคอยสังเกตอูยองอยู่เสมอ อย่างน้อยแค่ รู้ว่ายืนอยู่ตรงไหนก็พอแล้ว คอยสังเกตอยู่เช่นนั้น จนไม่รู้ตัวว่าเมื่อไหร่กันแน่ที่เฝ้าเอาแต่มองหาจาง อูยองและไม่อาจจะเลิกคิดถึงอูยองได้ แม้จะเพิ่งห่างกันเพียงไม่ถึงวัน

ทรุดตัวนั่งลงข้าง ๆ ที่นอนแสงเพียงเล็กน้อยก็มากพอที่จะทำให้มองเห็นคนที่นอนหลับอยู่ไม่ไกล แตะมือลงบนแก้มเย็นเชียบ ก้มลงจูบลงบนหน้าผากมนแผ่วเบา

“นายเอาแต่บอกพี่ว่าจุนโฮไม่ได้ทำผิดอะไรที่สมควรจะมาเสียใจ แล้วนายทำผิดอะไรเหรออูยอง นายถึงต้องมาเสียใจแบบนี้” เพียงทุ้มเอ่ยพูดด้วยแผ่วเบา ดวงตาที่เจือปนความเศร้าไว้กับความอบอุ่นจ้องมองใบหน้าคนที่หลับสนิท ฝ่ามือยังคงรับสัมผัสนิ่มจากแก้มเนียน

“พี่ก็ไม่อยากทำให้จุนโฮเสียใจ แต่พี่เองก็ไม่อยากเห็นนายเสียใจแบบนี้อีกแล้ว อูยอง”

“พี่ควรทำยังไงดี”

.

.

TBC

ตอนที่ 5 มาแล้วค่ะ มาเร็วกว่าปกติ 1 วัน ๕๕๕

เรื่องใหม่ของ2pmกำลังก่อร่างสร้างพล็อตนะคะ รอแปปปป

ใครเข้ามาอ่านแ้วเมนต์ให้กำลังใจเค้าหน่อยนะ นะ นะ นะ

Advertisements

5 คิดบน “PHYSICAL AFFECTION -5- #KHUNWOO #CHANNUNEO #PAKWCNN

  1. donstop_canstop

    ไม่ว่าทางไหยก็เจ็บสงสารคุณด้งรักได้ มีอะไรกันแต่ได้กันไม่ได้ (เอ๊ะแอบงงตัวเอง) คนพี่ก็เฝ้าดูแลทะนุถนอมมีตั้งแต่อ้อนแต่ออด คนน้องก็ค่อยชะม้อยชะม่ายเมียงมองเสมอ งานนี้เรียนได้ว่าเจ็บกันถ้วนหน้า นุ้งโฮลูกกกกกก ถ้าชวานจะชงมาขนาดนี้แล้วแม่ว่าหนูน่าจะรู้ตัวได้แล้วนะลูก กนิดเดียวคือเค้าจะจับปล่ำแล้วนะลูกกกกกกกก

  2. นั้นสิอูยองทำอะไรผิด ทำไมต้องเป็นอูยองที่เจ็บ
    ใช่เพราะอูยองยอมให้พี่เค้ากระทำ แต่เพราะความรัก แลัที่สำคัญพี่เค้าก็รักน้องยองด้วย
    แต่ถ้าจะให้เลิกกับโฮก็ดูใจร้ายไป รอดูต่อไปขอเวลาให้โฮหน่อย เชื่อว่าอีกไม่นานโฮจะรู้ใจตัวเอง

Leave a Comment

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s