WARM HEART {sector 1 l ep. 1 }

WARM HEART 

{sector 1 l ep. 1 } 

 
  
 

 
 

ไม่มีอะไรในโลกใบนี้ที่ ‘ขุ่นมัว’ และ ‘เทา’ ได้เท่าใจของคนอีกแล้ว

….

แม้จะอยู่ที่นี่มาเพียงสามวันแต่อี จุนโฮกลับรู้สึกคุ้นชินกับกิจวัตรประจำวันของบ้านหลังนี้อย่างน่าประหลาด ทุกสิ่งทุกอย่างจะเกิดขึ้นอย่างเรียบง่าย ฮวาง ชานซองซึ่งเป็นใหญ่ที่สุดในบ้านหลังนี้จะตื่นตอน หกโมงเช้า ลงมากินข้าวตอนเจ็ดโมงเช้า และจะออกไปทำงานตอนแปดโมงเช้า สุดท้ายจะกลับเข้ามาในบ้านประมาณห้าโมงเย็น แต่หากเป็นปกติก็จะเลยเถิดไปจนตกดึก แต่ไม่ว่าจะนอนดึกมากแค่ไหน ชานซองก็จะไม่เคยตื่นสายกว่าแปดโมงเช้า

เหตุผลง่ายๆที่ได้ฟังคือ แดดหลังจากนั้นจะแรงเกินไปที่จะมองด้วยตาเปล่า และชานซองก็ชอบมองบรรยากาศยามเช้า

“วันนี้ข้าวต้มน่ากินจังครับ” จุนโฮยิ้มหวานเป็นการปะเหลาะแม่บ้านวัยกลางคนของบ้าน ที่นำมื้อเช้ามาให้

“ถ้าชอบคุณจุนโฮต้องกินให้หมดนะคะ” แม่บ้านเจินยิ้มรับก่อนจะเดินจากไป จุนโฮตีสนิทกับคนทั้งบ้านได้หมดโดยใช้เวลาแค่สองสามวัน ชานซองตวัดตาโตดูรอยยิ้มหวานจนตาหยีของจุนโฮ คนตรงหน้ามีอะไรให้แปลกใจเสมอ ทั้งที่จริงภาพลักษณ์ภายนอกดูจะเย่อหยิ่ง แต่คนตัวเล็กนั้นเป็นมิตรกับคนงานในบ้านทุกคนอย่างง่ายดาย

“หาพวกเหรอ” ชานซองพูดข้อสงสัยในใจออกมาอย่างตรงไปตรงมา ทันทีที่ตาเรียวตวัดมามองหน้าชานซอง รอยยิ้มหวานก็พลันเปลี่ยนเป็นใบหน้านิ่งเฉย เห็นแล้วก็นึกถึงสีหน้ายั่วยวนราวกับหลอมละลายยามที่ร่างเล็กมีอารมณ์จนสุดความรู้สึก

“แล้วแต่คุณจะคิด” จุนโฮพูดง่ายๆ ตาเรียวมองหน้าชานซอง วันนี้ผมสีขาวล้วนถูกจัดแต่งทรงอย่างดี แว่นตาเลนส์หนาไร้กรอบสวมใส่อยู่บนใบหน้าที่ราวกับใบหน้านี้พร้อมจะกดเหยียดทุกคนในโลก แว่นนั้นไม่ได้ทำให้ชานซองดูแก่ขึ้น อาจเพราะคนตรงหน้าดูโตมากอยู่แล้วก็ได้

“รู้ไหมต่อให้เอาคนงานมาเป็นพวกทั้งบ้าน แต่ที่นี่ฉันเป็นใหญ่ที่สุดนะ”

“ผมคงไม่มีอะไรให้ใครช่วย เพราะผมไม่ได้มีอะไรต้องเสียอีก” จุนโฮลงมือทานข้าวต้มบ้างไม่ได้โต้เถียงอะไรมากกว่านั้น ตาคมโตตวัดจับจ้องมองจุนโฮแล้วก็ต่างทานข้าวต้มต่อไปอย่างเงียบเชียบ

“ญาติของคุณ ต้วน อี้เอิน เขาลักพาตัวแบมแบม ลูกชายคนเล็กตระกูลคิมแล้วใช่ไหม”จุนโฮถามขึ้นเป็นการเช็คงาน ง่ายดายตรงไปตรงมา

“อืม เรียบร้อยแล้ว นายจะทำยังไงต่อล่ะ” ชานซองถามกลับราวกับพูดเรื่องลมฟ้าอากาศ

“ญาติของคุณน่ะ ชอบแบมแบมใช่ไหม” คำถามของจุนโฮทำให้ชานซองตวัดตาโตขึ้นมามองด้วยความสงสัย

“ทำไมนายถึงคิดแบบนั้น”

“ความกระตือรือร้นของเขา ถึงจะทำท่าดูเนือยๆแต่ผมก็เห็นมัน แล้วก็แววตาตอนพูดชื่อแบมแบม ตอนที่รู้ว่าคุณจะลักพาตัวเด็กคนนั้น มาร์คดูเหมือนแทบใจสลายเลยล่ะ” จุนโฮพูดในสิ่งที่เห็นออกมาอย่างไม่ปิดบังและมันก็ตรงทั้งหมด

“แล้วทำไมนายยังให้มาร์คไปทำงานนี้นะ ถ้าหลานฉันชอบก็จะใจดีกับเด็กคนนั้นน่ะสิ จะดีเหรอ” ชานซองถามอย่างสงสัย นึกอยากรู้ว่าจุนโฮคิดอะไรอยู่บ้าง น่าสนใจไปหมด

“แบบนั้นก็ดี ยิ่งรักกันก็ดี เพราะถ้าแบมแบมรักมาร์คขึ้นมา คนที่เจ็บที่สุดก็คือแทคยอนว่าที่คู่หมั้นแบมแบม ผมจะไม่ยิ่งยินดีเหรอ” จุนโฮกดยิ้มเย็นชาที่มุมปาก แม้จะผิดไปจากแผนที่วางไว้แต่แบบนี้ดีกว่าเดิมเสียอีก

“เหมือนนายใช้คนในครอบครัวฉันเป็นเครื่องมือเลย จุนโฮ” ชานซองขมวดคิ้วมุ่น จุนโฮหันมาตักข้าวต้มทานต่อด้วยท่าทีสบายๆ

“มาร์คอาสาไปทำเรื่องนี้เอง ผมไม่ได้ขอร้องเขาเสียหน่อย” เพราะสิ่งที่จุนโฮพูดมาเป็นเรื่องจริงบทสนทนาจึงหยุดอยู่ตรงนั้น ชานซองยกน้ำเปล่าขึ้นดื่มเมื่อทานเสร็จ จุนโฮเองก็ทำตาม

ตาเรียวเล็กมองตามเจ้าของบ้านด้วยแววตาสงสัยและพึ่งสังเกตว่าเจ้าของบ้านตัวสูงอยู่ในชุดลำลอง ไม่ใช่ชุดทำงาน

“ไม่ถามเหรอว่าทำไมวันนี้ไม่ไปทำงาน” ชานซองเอ่ยถามเมื่อเห็นจุนโฮยืนมองหน้าทำท่าทีอ้ำอึ้งอยู่ครู่นึงแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรออกมา

“วันนี้วันอาทิตย์ ใช่เหตุผลนี้หรือเปล่า” จุนโฮขานกลับมาน้ำเสียงนิ่งสงบไม่ได้มีวี่แววอวดดี หรือรู้ทัน ชานซองกดยิ้มมุมปาก ปกติชานซองชอบคนที่ไม่ถามมากเซ้าซี้อยู่แล้ว คู่นอนของเขาทุกคนที่ได้มีโอกาสนอนกับเขาซ้ำสองล้วนแล้วแต่เป็นคนที่ไม่จุกจิกพูดมากหรือพยายามถามหาสถานะอันไม่มีจริงของตัวเองเสียทั้งนั้น

จุนโฮตรงประเด็นนั้นทั้งหมด ไม่ถามอะไรที่ไม่ควรถาม แถมบางครั้งยังตอบคำถามและเข้าใจเรื่องราวเองได้โดยไม่ต้องพูดซ้ำให้มากความ เป็นเด็กฉลาดที่น่าสนใจ เหนือชั้นกว่าใครๆที่ทำให้ชานซองคนนี้นึกอยากจะถามไถ่อะไรออกมาเอง ทั้งทีปกติไม่ใช่แบบนี้

เหมือนได้เจอเกมน่าสนุก เหมือนได้พบของเล่นแปลกใหม่ไม่คุ้นตา เหมือนได้เจอหนังสือที่มีเนื้อหาเกินจินตนาการ

ฮวาง ชานซอง กำลังสนุกสนานในการลอกตัวตนของนายจ้างผู้ขายวิญญาณให้ตนเองคนนี้ ลอกออกมาดูที่ละชั้น ทีละชั้น จนเมื่อใดไร้ความสนุกแล้วค่อยโยนทิ้งไปก็ไม่ได้เสียหายอะไร

…..

COLD EYE & WARM HEART

….

วันนี้เป็นวันที่สองที่แบมแบมหายตัวไป

ทุกคนตามหาตัวและเบาะแสทุกอย่างที่จะหาลูกชายคนเล็กของตระกูลคิมให้พบ แต่เขาที่เป็นพี่ชายแท้ๆกลับทำอะไรไม่ได้เลย

‘ถ้าออกไปด้วยก็ได้ แต่จะเป็นตัวถ่วง’ แม้จะไม่มีใครพูดออกมาใส่กันซึ่งๆหน้าแต่มินจุนก็รับรู้ได้ผ่านทางแววตาและท่าทีของทุกคน ทั้งพ่อ ทั้งบอดีการ์ดใกล้ชิด และโดยเฉพาะจากอ๊ค แทคยอน

เพราะสุขภาพที่อ่อนแอมาตั้งแต่เด็ก ทั้งโรคเลือดและอาการหอบหืด ทำให้มินจุนไม่สามารถลงไปวิ่งไล่จับผู้บุกรุก หรือฝึกซ้อมต่อยตียิ่งปืนกับใครได้ดีนะ ที่ผ่านมาจนถึงทุกวันนี้ที่แข็งแรงได้มากเท่านี้ก็เพราะมีคนคนนึงคอยอยู่ข้างๆ คอยชวนไปวิ่งเล่นและหยุดรอเมื่อมินจุนวิ่งไม่ไหว คอยพาไปหาหมอ และดูแลทุกอย่าง จนมินจุนใกล้เคียงคนปกติที่สุขภาพพอรับได้คนนึงในยามนี้

คนคนนั้นก็คือ แทคยอน

มือเรียวสวยที่กำลังปักดอกลิลลี่สีขาวก้านยาวลงในแจกันชะงักมือลง ริมฝีปากอิ่มวาดยิ้มเมื่อคิดถึงหน้าของแทคยอน คิดถึงมือใหญ่ๆคู่นั้น คิดถึงกลิ่นตัวแบบผู้ชาที่ไม่ได้หอมรัญจวนใจแต่ติดอยู่ในโสตประสาทอย่างลืมไม่ลง ตาเรียวหรี่ลงอย่างเศร้ามากกว่าเดิม เมื่อคิดถึงแววตาหมางเมินและน้ำเสียงดูแคลนที่ได้ยินมาตลอดเวลาสองปี

ถ้าไม่รักอาจจะไม่เจ็บขนาดนี้

มินจุนรู้ตัวดี แต่เขาก็ยังเลือกเอง เลือกเองตั้งแต่ต้น

เขาจำได้ดีในเช้าวันที่ถูกลักพาตัว

เช้าวันนั้นเป็นเช้าที่ธรรมดาวันนึง สิ่งเดียวที่แปลกไปจากเดิม คือผู้ชายสองคนที่มักจะพาเขาไปส่งอยู่เสมอไม่ได้ทำหน้าที่นั้น

คนแรกคือแทคยอน คืนก่อนหน้านั้นแทคยอนติดงานจนได้นอนก็เกือบเช้า เช้านั้นเขาจึงไม่รบกวนให้แทคยอนมาส่ง

คนที่สองคือลี ชางมิน ลี ชางมินเป็นบอดีการ์ดที่เคยดูแลเขาในตอนเด็กเป็นพี่ชายคนนึงที่มินจุนสนิท ซึ่งเกิดข่าวลือว่าชางมินทรยศและถูกไล่ออกจากตระกูลไปสองอาทิตย์ก่อน มินจุนเองนึกเป็นห่วงพี่ชายคนนี้แต่แทคยอนกลับบอกว่าสมควรที่ที่คนคนนั้นต้องออกไปไกลๆมินจุน เขาจึงไม่เถียงอะไร ซึ่งทำให้บอดีการ์ดคนใหม่ต้องเข้ามาดูแลแทน

เช้าวันนั้นมินจุนก็ออกไปตามลำพังกับบอดีการ์ดคนใหม่ซึ่งเป็นคนของตระกูลอ๊ค

และไปไม่ถึงที่ทำงาน รถถูกดักกลางทางบอดีการ์ดถูกยิง มินจุนถูกโปะผ้าชุบยาสลบและลากขึ้นรถตู้ไป ตื่นมาอีกครั้งเขาอยู่ในห้องห้องนึงในบ้านริมชายป่านอกเมืองในช่วงเย็น

ทุกอย่างดูน่ากลัวและไม่คุ้นเคย มินจุนรู้สึกได้ว่าตัวเองอ่อนแอและไร้ค่ามากแค่ไหน เขาทำได้แค่กอดเข่าตัวเองแล้วร้องไห้ ในใจนึกได้แค่ว่าอยากเจอแทคยอนอีกสักครั้ง

ไม่ใช่พ่อหรือน้องชายอย่างแบมแบม แต่เป็นแทคยอนที่มินจุนคิดถึงยามที่ชีวิตอยู่ในอันตราย

เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ ประตูห้องเปิดออกพร้อมผู้ชายตัวโตที่สวมหน้ากากเดินเข้ามา มินจุนนั่งขดตัวอยู่มุมห้องได้แค่มอง ในหัวเขาว่างเปล่า ไม่รู้จะพูดหรือต่อรองอะไรกับโจรลักพาตัวดีแต่สิ่งที่น่าแปลกใจอีกอย่างของวันก็เกิดขึ้นเมื่อจู่ๆ โจรคนนั้นนั่งคุกเข่าแล้วก้มหัวจนติดพื้นให้กับมินจุน

“ผมขอโทษครับคุณหนู” ทันทีที่ได้ยินเสียงมินจุนก็จำได้ทันที่

“พ พ พี่ชางมินเหรอ พี่ชางมินเหรอครับ” มินจุนบอกไม่ถูกว่าดีใจหรือเสียใจมากกว่ากันที่โจรลักพาตัวเปิดหน้ากากออกมาและเป็นลี ชางมินจริงๆ

“พี่ทรยศพวกเราจริงๆ” มินจุนพึมพำด้วยความผิดหวัง ข่าวลือเมื่อสองอาทิตย์ก่อนเป็นความจริงอย่างนั้นสินะ

“คุณหนูฟังผมก่อนครับ” ชางมินเกริ่นขึ้น และมินจุนก็ฟัง นี่คือข้อดีของมินจุน เขามักจะฟังทุกอย่างเสมอแม้จะเป็นเรื่องที่อยากหรือไม่อยากได้ยินก็ตาม

“ผมจำเป็นต้องทำแบบนี้ครับคุณหนู เรื่องเมื่อสองอาทิตย์ก่อนผมถูกกล่าวหาว่ามียาเสพติดในครอบครอง คุณหนูก็รู้ว่าตระกูลคิมรับเรื่องพวกนี้ไม่ได้ คุณท่านเลยไล่ผมออก ผมเองทำอะไรไม่ได้เพราะไม่หลักฐานจะมาค้านชนเลยจำต้องออกมา ผมพยายามหาหลักฐานและหาทางพิสูจน์ตัวเอง แต่ผมคงเข้าไปไม่ถูกทาง ผมไปเจอตอเข้า และทำให้ผมต้องทำแบบนี้กับคุณหนู” ลี ชางมินอธิบาย มินจุนเองฟังแล้วเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่เท่าที่ได้ผูกพันกันมาตลอด มินจุนคิดว่าพี่ชายคนนี้ไม่ใช่คนเลวร้าย ความคิดถูกขัดลงเมื่อชางมินยื่นรูปมาให้ใบหนึ่ง

มินจุนรับมาดู เป็นรูปเด็กสาวน่าจะอายุประมาณ 7-8 ขวบ แล้วที่ยิ้มกว้างสดใส ตาเรียวมองระหว่างรูปและชายตรงหน้าอย่างมีคำถาม

“นั่นชอล จินอา ลูกสาวของผมเองครับคุณหนู”

“พี่ชางมินไปมีลูกตั้งแต่เมื่อไหร่”

“ผมมีเมียมีลูกอยู่ที่บ้านเกิดครับ ไม่ได้บอกให้ใครรู้เพราะงานที่ทำอยู่ก็มีความเสี่ยง เมียผมไม่ชอบไม่อยากให้ใครรู้ ผมก็เลยไม่ได้บอกใคร แต่ความลับมันไม่มีในโลกครับคุณหนู มีคนรู้ว่าผมมีลูก เมื่อวานจินอามาทัศนศึกษากับทางโรงเรียนในโซล แล้วจินอาก็ถูกจับเป็นตัวประกันครับ” จบประโยคด้วยหยดน้ำตาของลูกผู้ชาย มินจุนมองชางมินด้วยแววตาที่เห็นใจ มือเรียวลูบหัวไหล่กว้างของชางมินอย่างเบามือ

มินจุนอ่อนแอ แต่ไม่ได้โง่ เขาคิดว่าเขาพอจะเดาอะไรได้บ้างแล้ว

“มีคนจับตัวจินอาไปเป็นตัวประกัน โดยแลกให้พี่มาลักพาตัวผมเหรอ พี่ชางมิน” ชางมินพยักหน้ารับ ตาเรียวหรี่แสงลงอย่างใคร่ครวญ

“ใครกันที่ทำแบบนี้แล้วทำไปเพื่ออะไร เขาต้องการเงินค่าไถ่เหรอ เขาจะเอาเท่าไหร่ บอกมา เดี๋ยวผมจะโทรแจ้งยอดเงินกับคุณพ่อเอง”

“มันไม่ได้อยากได้เงินหรอกครับ มันอยากได้ตัวคุณหนู” มินจุนชะงักไปทันที ตัวเขา จะเอามาทำไมกัน ชางมินดูมีสีหน้าที่กล้ำกลืนเหมือนฝืนดื่มยาขมแต่ก็พูดต่อออกมา

“มันใช้จินอาเป็นตัวประกัน สิ่งที่มันต้องการคือทำลายคุณหนูและคุณแทคยอน แลกกับได้จินอาคืนมา มันสั่งให้ผมลักพาตัวคุณหนูมา ให้ผมข่มขืนคุณหนู หรือให้ใครรุมโทรมก็ได้ ให้อัดคลิปพวกนั้นไว้แล้วส่งไปให้คุณแทคยอน หรือลงโลกออนไลน์ไปเลยก็ได้” ทุกถ้อยคำจากปากชางมินเข้ามาให้หัวมินจุน มินจุนได้แต่นั่งนิ่งอึ้ง ปากอิ่มสั่นระริก

เขาไปทำอะไรไว้ทำไมถึงได้มีใครเกลียดเขามากขนาดนี้กัน

“.. ล แล้ว พี่จะทำไหม ..พี่ชางมิน จะทำอะไร ผ ผมหรือเปล่า” มินจุนถามเสียงสั่นเครือ ในใจนึกสิ้นหวัง ถ้าเป็นตนเองให้เลือกระหว่างคุณหนูที่เคยดูแลกับลูกสาวของตัวเอง เขาคงไม่เลือกลูกของคนอื่นอยู่แล้ว

“ผ ผม ทำไม่ได้หรอกครับ ตระกูลคิมมีบุญคุณกับผมจนล้นหัว แค่ลักพาตัวคุณหนูมา ทำให้คุณหนูกลัวผมก็เหมือนจะตายแล้วครับ คุณหนู” ชางมินก้มหัวอย่างขอโทษซ้ำแล้วซ้ำอีก

“ขอบคุณนะครับพี่ชางมิน” มินจุนรั้งไหล่หนาไว้ให้หยุด ตาเรียวชุ่มน้ำตาแห่งความซาบซึ้งใจ แต่เรื่องมันไม่ได้ง่ายแค่นี้

“พวกนั้นเป็นใครพี่ชางมินรู้ไหมครับ แล้เราจะทำยังไงกันต่อไป”

“เรื่องนี้ล่ะครับเรื่องใหญ่ ผมไม่รู้ว่ามันเป็นใคร แต่ผมรู้ว่ามันเป็นคนของตระกูลอ๊ค เป็นคนใกล้ชิดของคุณแทคยอน”

“ตระกูลอ๊ค คนของตระกูลอ๊คที่จ้องจะทำลายแทคยอนเหรอ งั้นแสดงว่าแทคยอนกำลังตกอยู่ในอันตรายด้วยสิ” มินจุนขมวดคิ้วด้วยใบหน้าขึงเครียด เพราะเป็นคนใกล้ชิดในตระกูล ไม่รู้ว่าจะเข้าจ้วงแทงแทคยอนตอนไหน ตอนนี้คนที่ตกอยู่ในอันตรายที่สุดเห็นทีจะเป็นแทคยอน

“ครับ ผมคิดว่าถ้าคนที่จับจินอาไปรู้ตัวว่าพวกเราไม่ทำตาม มันจะทำร้ายจินอา และมันก็อาจจะทำร้ายคุณแทคยอนด้วย เพราะเราไม่รู้ว่ามันเป็นใครและอยู่ใกล้คุณแทคยอนมากแค่ไหน” มินจุนคิดแบบนี้เช่นกันและพอยิ่งฟังก็ยิ่งนึกเป็นห่วง ห่วงทั้งแทคยอนคนที่มินจุนรักมากที่สุดและห่วงจินอาลูกสาวของชางมินด้วย ทั้งคู่ใช้ความเงียบในการพยายามคิดไตร่ตรองทุกอย่าง

“ผมคิดดูแล้ว พี่ชางมิน ..” มินจุนพูดขึ้นมาในน้ำเสียงแม้ไม่มั่นใจเต็มร้อยแต่ก็ชัดเจน

“เราจะทำอย่างที่คนที่จับจินอาไปต้องการ”

“คุณหนูครับ!!” เป็นชางมินเองที่ตกใจ

“พี่ใจเย็นๆ ฟังผมนะ พวกมันอยากได้แค่คลิปที่แสดงออกว่าเรามีอะไรกันใช่ไหม เราจะทำเหมือนพี่กำลังจะข่มขืนผม พี่เป็นคนถือกล้องถ่ายตอนจังหวะที่ผมขัดขืนพี่ก็ทำกล้องตกไปข้างเตียง ให้มันจับภาพเสื้อผ้า เสียงเหมือนว่าพี่กำลังมีอะไรกับผมอยู่ แล้วผมเองก็ต้องเล่นละครต่อจากนั้นให้เหมือนผู้ถูกกระทำ น่าจะช่วยได้ ” มินจุนอธิบายมาทั้งหมด ชางมินพยักหน้าเมื่อได้ฟัง มันเสี่ยงมากก็จริง แต่ดูเหมือนจะเป็นทางที่ดีที่สุดได้ช่วยทั้งจินอา และคุณหนูของชางมินก็ไม่ต้องแปดเปื้อน แต่..

“แล้วคุณแทคยอนล่ะครับ คุณแทคยอนจะรู้สึกยังไงครับถ้าเป็นแบบนั้น” คำตอบที่ได้รับกลับมาเป็นรอยยิ้มอบอุ่นแต่ก็แฝงความกลัวจากมินจุน

“ผมอยากให้พวกนั้นตายใจก่อน ผมกลัวแทคจะเป็นอันตราย ถ้าผมรู้ว่าใครคิดร้ายกับแทคผมจะอธิบายกับแทคเอง แทคจะฟังผมอยู่แล้วล่ะ ส่วนเรื่องที่คิดว่าผมโดนรังแก แทคจะเข้าใจ ไม่สิ ผู้ชายที่แสนดีอย่างแทคน่ะจะไม่รังเกียจหรอกถ้าผมโดนรังแก ผมมั่นใจในแทค” มินจุนยิ้มกว้างจนตาหยี พอเห็นแบบนั้นชางมินก็เบาใจขึ้นมาได้บ้าง

“คุณมินจุนกับคุณแทคยอนนี่รักกันมากจริงๆนะครับ” พอฟังแบบนั้นแล้วมินจุนก็ได้แต่ขัดเขินจนใบหูแดงก่ำ

“งั้นคืนนี้คุณหนูนอนพักผ่อนก่อนนะครับ พวกมันจะส่งกล้องมาให้ผมพรุ่งนี้ เราค่อยมาจัดการเรื่องงคลิปกัน”

“อย่างนั้นก็ได้พี่ชางมิน เราจะต้องเอาจินอากลับมาให้ได้ครับ” มินจุนพยักหน้าด้วยรอยยิ้มใจดีอย่างเคย ชางมินจับมือคุณหนูของตนเอาไว้แน่น จับมาวางที่ข้างแก้มตัวเองด้วยความซาบซึ้งใจ ใบหน้าคมสันชื้นน้ำตา

“ผมขอบคุณคุณหนูจริงๆครับ”

“ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณที่พี่ชางมินไม่ทำอะไรผม” คืนนั้นมินจุนเข้านอนไปด้วยความรู้สึกสบายใจขึ้นแม้จะยังกังวลไม่น้อยก็ตาม แต่มินจุนเชื่อว่าทุกอย่างจะผ่านพ้นไปด้วยดี

แต่มินจุนคิดผิด

ตอนเช้ามินจุนถูกปลุกให้รีบตื่น เมื่อดูนาฬิกาที่ข้อมือบอกเวลาแปดโมงเช้า ชางมินเป็นคนปลุกด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

“คุณหนูครับ คุณแทคยอนพาคนบุกมาช่วยคุณหนูครับ ถ้าผมอยู่คงไม่เหลือ ผมต้องรีบไปแล้วครับ”

“จะไปแล้วเหรอพี่ชางมิน ไม่ทำอย่างเมื่อคืนเหรอ เราจะไม่มีอะไรกันเหรอ” มินจุนถามเสียงดังด้วยความเป็นห่วง แล้วแทคยอนล่ะ แล้วจินอาล่ะ ชางมินก้มลงกระซิบใกล้หูมินจุนอย่างรีบร้อน

“พวกมันบอกว่าให้ยกเลิกแผนทั้งหมดครับ ตอนนี้มันพาจินอาไปที่ท่าเรือมันบอกว่าถ้าผมรีบไปมันจะปล่อยผมกับจินอาไปผมต้องไปแล้วครับ” ชางมินรีบผลุนเดินจากห้องไป

“เดี๋ยว พี่ชางมินเดี๋ยวก่อน” มินจุนรีบวิ่งตามออกไปทันที ทั้งคู่หยุดยื้อกันอยู่ที่ห้องนั่งเล่น

“พี่กับจินอาต้องปลอดภัยนะ แล้วนี่..” ชางมินมองสร้อยเงินที่ตรงกลางมีเพชรสีขาวเม็ดกลางประดับไว้มันคือของขวัญวันเกิดจากแทคยอนเป็นเครื่องประดับที่แพงที่สุดในตัวมินจุน ซึ่งมินจุนยัดใส่มือตน

“พี่คงต้องใช้เงินพาครอบครัวของพี่หนี”

“ขอบคุณครับคุณหนู” ชางมินพูดอย่างซาบซึ้งแล้วรีบหนีไปทางอุโมงค์ลับใต้ห้องครัว ซึ่งจะนำทางไปสู่ท่าเรือ ไม่ว่าปลายทางจะเป็นยังไงมินจุนก็คงทำได้แค่ภาวนาให้ชางมินและครอบครัวปลอดภัย

มินจุนทรุดตัวนั่งลงบนพื้นพรมราคาถูกอย่างหมดแรง ถ้าเป็นอย่างที่ชางมินบอก แทคยอนกำลังจะมาช่วยเขาแล้วใช่ไหม เขาจะได้กลับบ้าน จะได้กอดแทคยอนและคุณพ่อ

เสียงดังปึงปังจากรอบทิศทางทำให้มินจุนสะดุ้งเฮือก แต่เมื่อประตูเปิดเข้ามาพร้อมแสงจ้าที่อบอุ่นหัวใจ แค่ได้เห็นเงาร่างของแทคยอนมินจุนก็ยิ้มกว้าง

“แทค” แต่สายตาคู่นั้นเย็นชาจนมินจุนยังรู้สึกสะดุดไปครู่นึง

“แทคมาช่วยแล้ว รู้ไหมมินจุนกลัวมากเลยนะ” มินจุนวิ่งไปหาแทคยอนทันที แค่ได้อยู่ใกล้แทคยอนก็พอแล้ว

แต่สิ่งที่ได้กลับมานั้นช่างแสนจะเมินเฉย

“ฉันได้ยินที่นายคุยกับไอ้ชางมินหมดแล้ว สนุกไหมที่ปั่นหัวฉัน จะหนีตามกันไปไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่ไปล่ะ” น้ำเสียงของแทคยอนแข็งกระด้างอยู่เต็มหูของมินจุน เขาทำได้แค่ขยับปากแต่อธิบายอะไรไม่ออก

พูดไปตอนนี้ก็คงมีแต่แก้ตัว ยิ่งพูดก็ยิ่งแย่

เพราะแทคยอนไม่เชื่อใจมินจุนอีกแล้ว ต่อให้อธิบาย ต่อให้พูดมากแค่ไหนก็ไร้ประโยชน์

จากนั้นทุกวันก็เหมือนฝันร้ายของมินจุน แทคยอนเริ่มด้วยการเมินเฉย มินจุนพยายามเข้าไปใกล้ชายคนรัก พยายามจะอธิบายแต่ก็รู้ว่าไม่มีประโยชน์ ถ้าบอกเรื่องทั้งหมดไป ชางมินกับครอบครัวที่เป็นตายร้ายดียังไงบ้างก็ไม่รู้อาจจะอันตรายมากขึ้น ส่วนคนที่มินจุนห่วงที่สุดคือแทคยอน ศัตรูของแทคยอนอยู่ในที่มืด ซ่อนเร้นอยู่ใต้เงาของตระกูลอ๊ค

เพราะว่าไม่รู้ว่าเป็นใคร หากมินจุนบอกเรื่องนี้ไปแน่นอนว่าแทคยอนไม่เชื่อใจเขาแล้ว ต้องไปปรึกษาใครสักคนในตระกูลอ๊ค แล้วถ้าคนคนนั้นเป็นคนที่คิดร้ายล่ะ แทคยอนคงโดนตลบหลังทำร้ายจนไม่เหลือดี มินจุนยอมไม่ได้ ไม่อาจยอมให้แทคยอนถูกทำร้ายได้

มินจุนจึงทำได้แค่เงียบ คอยหาข้อมูลทุกอย่างดู แต่ก็ไม่ได้ความอะไร

และก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าแค่เฝ้ามองแทคยอนอยู่แบบนั้น หลังจากผ่านไปปีครึ่งกับความหมางเมินเฉยชา ต่อจากนั้นความสัมพันธ์ระหว่างมินจุนและแทคยอน มันดีขึ้นแต่ก็เจ็บปวดมากขึ้น

แทคยอนมาที่ตระกูลคิมบ่อยขึ้นหลังจากอุบัติเหตุที่คร่าชีวิตอูยองน้องชายของตนไป และเมื่อเจอหน้าบ่อยๆ ความหมางเมินเย็นชาก็ถูกกะเทาะเป็นการตอกหน้าและเหน็บแนมให้มินจุนเจ็บช้ำ ขอให้ได้พูดอะไรที่มินจุนจะเจ็บเถอะ แทคยอนจะรังสรรค์ภาษาออกมาได้อย่างน่าเจ็บปวดใจ

มินจุนฟังและมินจุนก็ทน ดีกว่าไม่ถูกมองเลย ดีกว่าไม่ได้รับการชายตา อย่างน้อยแทคยอนก็ยังมองมา อย่างน้อยแทคยอนก็ยังมองเห็นกันบ้าง

และเหมือนแทคยอนจะสนุกมากขึ้นเมื่อแบมแบม น้องชายของเขากลับมา แทคยอนเป็นคนไปรับแบมแบมจากสนามบิน เป็นคนพาไปสมัครเรียนต่อที่โรงเรียนตามความต้องการของคุณพ่อ แทคยอนมาที่บ้านบ่อยมากขึ้นและมาหาแบมแบม แบมกลับมาได้อาทิตย์เดียวแทคยอนก็พาแบมที่ใบหน้าอมยิ้มมาบอกกับทุกคนว่ากำลังคบหากัน ท่ามกลางความยินดีและรอยยิ้ม มีเพียงแววตาเยาะเย้ยของแทคยอนกับน้ำตาของมินจุนเท่านั้นที่ต่างออกไป

จากนั้นมินจุนก็ทำได้แค่เฝ้าดูความรักของแทคยอนกับแบมแบม แค่เดือนเดียว แทคยอนก็แบมแบมหมั้น โดยไม่ได้สนใจเลยว่าแบมแบมจะเรียนอยู่มัธยมปลายปีสองเท่านั้น

มินจุนไม่กล้าคิดหรอกว่าที่แทคยอนทำแบบนี้เพื่อตัวเอง เขารู้ดีว่าตนไม่ได้สำคัญถึงเพียงนั้น แต่ก็ยอมรับว่าทุกการกระทำของแทคยอนมันทำให้มินจุนเจ็บ

“คุณมินจุนครับ คุณมินจุน คุณมินจุน!”

“ห ห๊ะ” แรงสะกิดและเสียงเรียกทำให้มินจุนหันไปมองอย่างตกใจเมื่อได้สติ คนที่ยืนอยู่ตรงนั้นคือชางได บอดี้การ์ดในของตระกูลอ๊คที่โตมาเหมือนเป็นพี่ชายของมินจุนอีกคน

“ไม่เจ็บหรือครับ คุณมินจุน” มินจุนขมวดคิ้ว มารู้ตัวเอาตอนที่ชางไดจับมือตัวเอง ก้านกุหลาบขาวหลายดอกกำลังสั่นระริกในมือของมินจุน พอคลายมือออกก็เห็นบาดแผลและเลือดซิบจากหนามกุหลาบ ชางไดหยิบกุหลาบออกจากมือของมินจุน ดึงผ้าเช็ดหน้าตัวเองมากดซับเลือดไว้ให้

“คุณมินจุนดูแลตัวเองดีๆหน่อยสิครับ” ชางไดพูดด้วยน้ำเสียงกึ่งดุ

“ผมก็ไม่ได้อยากเจ็บเสียหน่อย ขอบคุณนะครับ พี่ชางได” มินจุนยิ้มหวานขอบคุณ ชางไดโค้งให้มินจุนเล็กน้อยก่อนจะเดินย้อนกลับไปทางที่เข้ามา ตาเรียวมองตามอย่างนึกสงสัยแค่ยังไม่ทันจะเรียกถามทุกอย่างก็แถลงไขออกมา

“คู่นอนใหม่เหรอ” เสียงทุ้มหนักที่ดังมาจากด้านหลังทำให้มินจุนหันไปมอง แทคยอนกำลังมองตรงมาด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตรอย่างเคย

“ทำไมนายถึงได้ชอบนอนกับบอดีการ์ดล่ะมินจุน” แต่ละประโยคก็มีแต่ถ้อยคำกวนใจ มินจุนหลบตาแล้วหันหลังเดินหนีไปตามทางที่ชางไดพึ่งออกไป ไม่อยากจะปะทะคารมให้มีแต่ตัวเองที่เจ็บ

“จะไปไหนล่ะ ฟังความจริงแล้วรับไม่ได้หรือไง” มินจุนนึกเกลียดที่แทคยอนขายาวจนสามารถมารั้งแขนตัวเองไว้ได้เร็วขนาดนี้ มินจุนยืนนิ่งไม่นึกจะสะบัดให้เสียแรง เพราะเดี๋ยวแทคยอนก็ปล่อย

แทคยอนไม่ทนจับคนที่ตัวเองรังเกียจนานนักหรอก

“อาจเพราะบอดีการ์ดพวกนั้นหล่อล่ำ และหาง่ายได้ทั่วไปในบ้านมั้ง แทค” น้ำเสียงที่ตอบราบเรียบแต่ก็สั่นไหวอยู่ในที มือหนาไม่ได้ปล่อยอย่างที่คาด แต่แทคยอนกลับดึงข้อมือรั้งคนตรงหน้าเข้ามาจนแนบชิด ตาโตของแทคยอนเต็มไปด้วยความเย็นชาและเกรี้ยวกราดจนมินจุนนึกอยากเอาคำพูดอวดดีเมื่อครู่คืนมา

“ง่ายอย่างนี้ไง ฉันถึงไม่รัก” ฟังกี่ครั้งก็เจ็บ แต่เขาก็ไม่เลิกรักแทคยอนเสียที

“แล้วทำไมนายถึงคิดว่าฉันจะมีปัญหากับการที่นายไม่รักล่ะ”

ตุบ! แทคยอนปล่อยแล้วจริงๆด้วย แต่ครั้งนี้ใช้แรงเหวี่ยงมากจนมินจุนล้มไปกับพื้น มินจุนกัดปากตัวเอง  เจ็บเสมอที่อยู่ใกล้แทคยอน แต่มินจุนเลือกที่จะไม่ไปไหน

“ลืมไปนายมันพวกเน้นปริมาณมากกว่าคุณภาพนี่นะ” แทคยอนนั่งลงตรงหน้ามินจุน ตาโตจดจ้องไม่ถอย

“โดนหลายๆคนน่าจะมีความสุขมากกว่า”

“หยาบคายขึ้นทุกวันนะ แทค” มินจุนตอกกลับ ไม่ดังนัก แต่ทำไมแทคยอนถึงได้ดูโมโหนัก ทั้งที่มินจุนโดนด่าโดนว่าสารพัดก็ยังคงมองแทคยอนด้วยความรักเสมอ ..มินจุนเคยคิดแบบนี้แต่ก็ไม่เคยจะเข้าใจ

“ใครมันจะเข้าถึงง่ายอย่างนายล่ะ คิม มินจุน” แทคยอนตอกกลับ หน้าตาเกรี้ยวกราดของแทคยอนเหมือนพายุที่กำลังพัดโหมกระหน่ำขึ้นสูง ก่อนที่จะหยุดนิ่งไป แต่สิ่งที่ตามมาหลังพายุไม่ฟ้าใสแน่ แม้ตอนนี้แทคยอนจะระบายยิ้มออกมาก็ตาม

“ถ้าแบมกลับมา ฉันจะจัดงานแต่งงานทันที งานใหญ่ๆเลย แล้วฉันก็จะให้นายเป็นเพื่อนเจ้าบ่าว ดีไหมมินจุน” แทคยอนกดยิ้มเล็กน้อย มือใหญ่จับปลายคางของคนที่ก้มหน้าหลบให้ขึ้นมามองตัวเอง

“เตรียมตัดชุดดีๆล่ะ เพื่อนเจ้าบ่าว” แล้วแทคยอนก็เดินจากไป มินจุนพิงร่างไปกับกำแพงของบ้านตนเอง ตาเรียวปิดลงอย่างเหนื่อยล้า ทั้งที่ล้มทั้งแผลหนามกุหลาบที่มือ ไม่มีตรงไหนที่เจ็บเท่าใจตอนนี้เลยสักที่

COLD EYE & WARM HEART

– CUT-

….

“พี่คุณลงไปก่อนเลยนะครับ ผมว่าจะเข้าห้องน้ำ” อูยองและนิชคุณตอนนี้อยู่ในชุดลำลองสบายๆ การอาบน้ำที่ร้อนแรงจนกินระยะเวลานานกว่าปกติจบลงแล้ว และสิ่งที่เรียกร้องตามความต้องการของกายก็คือความหิวของอาหารจริงๆ

“วันนี้อยากกินอะไร หืมมม” ร้องถามจมูกโด่งกดลงสูดกลิ่นหอมจากแก้มนิ่ม จนคนตัวเล็กฉีกยิ้ม

“สปาเกตตี้ก็ได้ครับ ขอแฮมเยอะๆ ผมรู้สึกหมดแรงยังไงก็ไม่รู้” อูยองทำปากยู่นิชคุณหัวเราะเมื่อตนเองเป็นคนทำให้อูยองหมดแรง

“ได้ๆเดี๋ยวพี่จะทำให้ รับรองแรงดีพร้อมสำหรับคืนนี้แน่”

“บ้า พี่คุณอ่ะ” เสียงหวานงอแงใส่แต่ก็ติดเขินอยู่ในที คนตัวโตหัวเราะเสียงดัง ดึงอูยองเข้ามาหอมแก้มส่งท้าย ยักคิ้วหยอกแล้วเดินฮัมเพลงลงไปชั้นล่างของบ้านอย่างอารมณ์

ทันทีที่ลับหลังนิชคุณอูยองก็เลียริมฝีปากแห้งผาก ใบหน้าน่ารักเรียบเฉย มือบางกำเข้าหากันแน่น อูยองรีบเดินตรงไปที่ห้องน้ำที่รังสรรค์บทรักกับนิชคุณเมื่อไม่ถึงชั่วโมงก่อนหน้านี้

รีบหมุนเปิดก๊อกน้ำจากอ่างล้างมือไว้จนเสียงดัง ร่างเล็กทรุดตัวนั่งตรงมุมของห้อง ทั้งตัวสั่นเทา มือบางกำจนแน่น ลมหายใจติดขัด ตาเรียวหลับปี๋

“ฉัน ฉันชื่อจาง อูยอง ฉันชื่อจาง อูยอง เป็นคนตระกูลอ๊ค พี่ชายฉัน คืออ๊ค แทคยอน ฉันรักพี่ชายของฉัน ฉัน ฉันมีคู่หมั้นชื่อหวัง เจียเอ๋อ ฉ ฉันเกลียดนิชคุณ เกลียด นิชคุณ” ปากบางขยับพึมพำเหมือนกำลังท่องคำสวดมนต์หรือตำราเรียนเตรียมสอบที่ต้องใช้ความแม่นจำจดจำไปถึงสมอง

อูยองเคยมีอาการความจำเสื่อมถึงเจ็ดเดือนกว่าและเมื่อจำได้ก็ไม่ได้รับการดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ อันที่จริงไม่เคยได้รัยการยืนยันว่าความทรงจำที่ไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวนั้นเป็นของจริงเลยสักนิด มีเพียงจิตใต้สำนึกและสัญชาตญาณที่บอกกับอูยองว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นของจริง

สมองเป็นสิ่งที่ชาญฉลาดมากที่สุด แต่ในขณะเดียวกันก็โง่เขลาและหลอกตัวเองได้อย่างง่ายที่สุดเช่นกัน

บ่อยครั้งอูยองรู้สึกสูญเสียตัวตนไป รู้สึกว่าความทรงจำที่กลับเข้ามามันซ้อนทับและยุ่งเหยิงปะปนกับความทรงจำใหม่ที่เข้ามาตลอดระยะเวลาที่อยู่กับนิชคุณ

นิชคุณตลอดระยะเวลาแปดเดือนที่ผ่านมา ในความทรงจำของอูยองช่างแสนดี ใจดี ตลก ดุแต่ก็ห่วงใย อ้อมกอดอุ่น บทรักร้อนแรง รสจูบร้อนหวานรัญจวนใจเหล่านั้นก็แสนจะพิเศษ แม้แต่เสียงหัวเราะและรอยยิ้มของอูยองที่มอบให้นิชคุณก่อนจะจำเรื่องราวทั้งหมดได้ก็สุดแสนจะสำคัญ

อูยองนึกขันตัวเองที่เคยนึกว่า ดีแล้วที่จำอะไรไม่ได้และได้อยู่กับนิชคุณตลอดไปแบบนี้ การที่ได้อยู่ในอ้อมกอดของคนตัวสูงแบบนี้ดีมากพอแล้วจนไม่ต้องจำอะไรได้เลยก็ได้

แต่พอจำได้ อูยองนึกรังเกียจตัวเองที่คิดแบบนั้น

สิ่งที่นิชคุณเคยทำไว้กับเขามันน่าเจ็บใจและน่ารังเกียจ

แต่ก็ยังไม่เท่ากับตลอดเวลาหลายเดือนที่ผ่านมานิชคุณขังเขาไว้ในวิมานเมฆ ขังไว้ในโลกที่เกือบจะเป็นอูยอง นิชคุณใช้ความโชคร้ายของเขาหลอกลวงกัน นิชคุณนั่นล่ะที่แสนจะใจร้าย

น้ำตาไหลออกมาจนตาเรียวแดงกร่ำ ทุกอย่างมันอัดแน่นอยู่ในร่าง อยู่ในหัว มึนงงเวียนหัวจนทนไม่ไหว อูยองถลันตัวลุกขึ้นไปที่ชักโครก โกร่งคออ้วกออกมาจนหมด ร่างเล็กทรุดตัวลงบนพื้นห้องน้ำ พิงหัวไว้กับกำแพงห้อง สูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อรวบรวมสติ

“ฉัน ชื่อจาง อูยอง ฉันเกลียด น นิชคุณ เกลียด เกลียด ต้องเกลียด” ปากบางพึมพำ เมื่อลมหายใจเสมอดีขึ้น อูยองลุกไปที่หน้ากระจก ยื่นมือเข้าไปในน้ำที่เปิดไว้ตั้งแต่ต้น

อูยองจ้องมองใบหน้าน่ารักที่ดูแสนแปดเปื้อนด้วยรอยน้ำตา กวาดตาไล่มาตามคอมีแต่รอยจูบ รอยฟัน ที่นิชคุณทำเอาไว้ ความรู้สึกหวานละมุนประดับอยู่ทุกรอยสัมผัสบนผิว

อุ่นหวานเสียจนแต่งแต้มลงกลางหัวใจ

“ไม่ ไม่ ตั้งสติ ฉันชื่ออูยอง อูยอง จาง อูยอง ฉัน ฉันเกลียดนิชคุณ ไม่ ไม่ ฉันไม่รักนิชคุณ ฉันต้องไม่รัก ฉันเกลียด เกลียด ไม่รัก ไม่รัก” อูยองหลับตาแน่นปากบางพึมพำเพื่อตอกย้ำในสิ่งที่ควรเป็นลงไปขับไล่สิ่งที่เป็นอยู่ในใจ

“ต้องกลับไปหาพี่แทค ใช่ ต้องกลับบ้าน ไม่ ไม่รักนิชคุณ” อูยองจ้องมองตัวเองในกระจก พูดย้ำออกมาให้ตัวเองนั่นล่ะที่จดจำเอาไว้ในใจ จดจำเอาไว้ลึกๆแล้วอย่าทำผิดเพี้ยนไปจากนี้

หากแต่สมองน่าชังนัก เพียงแค่ปล่อยใจไปครู่เดียว ภาพรอยยิ้มกว้างของนิชคุณ ภาพริมฝีปากหยักที่เข้ามาใกล้ก่อนปากอิ่มจะอุ่นชื้นเพราะจูบหวานที่ตะโบมจูบเข้ามา ความรู้สึกอบอุ่นและกลิ่นอายชวนให้ใจเย็นจากอ้อมกอดใหญ่ มือหนาที่ลูบไล้เส้นผม ถ้อยคำบอกรักหวานหูที่กระซิบผะแผ่วปนลมหายใจ

“..” อูยองชะงักเมื่อเห็นว่าตัวเองในกระจกกำลังยิ้มกว้างและใบหูแดงกร่ำ อูยองจิกนิ้วไปกับแขนตัวเองให้เจ็บ เตือนสติให้อยู่กับร่องกับรอย หลังจากจำทุกอย่างได้ อูยองเป็นแบบนี้แทบทุกวัน ต้องคอยเตือนตัวเองว่าอะไรที่ควรทำเสมอ

มือบางวักน้ำใสขึ้นมาล้างหน้าล้างตาและไล่ภาพที่ไม่สมควรออกจากหัว

“อย่าไปหลงกลนิชคุณ จำไว้ว่าเขาหลอกเรา เราเองก็ต้องหลอกเขา อย่าไปรัก ทำให้ตายใจ อย่าตายเพราะใจตัวเอง” มือบางกับขอบอ่างไว้จนเกร็งสั่นไปทั้งกาย สูดลมหายใจเข้าลึกๆ

อูยองไม่รู้ว่าอะไรมันจริงกันแน่ บางครั้งการได้อยู่กับนิชคุณก็เหมือนฝัน

เพราะเป็นฝันมันจึงสมควรได้เวลาตื่น ก่อนจะถลำลึกไปมากกว่านี้

100%

ในเด็กดีคือจัดหน้าสวยกว่าเยอะมากไปอ่านเด็กดีป่ะ

รวมมิตรชีวิตคนค่อนข้างมีปัญหาล่ะนะนายนะ

เมนต์ให้กำลังใจและกรีดร้องได้เต็มที่ ทุกคนไปเมนต์ไปแหก ไปทวงตอนต่อไป

ในแท็ก /#ฟิคฟ้าสีเทา ค่ะ

กติกาเดิม ฟีดแบคดี ตอนต่อไปมาเร็วค่ะ กติกาง่ายเนอะคะ

อย่าเฉยชาจนกติกามันยากขึ้นนะคะคนดี

ชี้แจง

โบว์แบ่งสายฟิคใหม่ ตามวงนะคะ เพื่อความง่ายและความสะดวกของคนอ่าน เริ่มจากตอนนี้และตอนต่อไปค่ะ

แต่อย่างที่บอกค่ะ ควรจะอ่านทุกตตอนทุกคุ่มันจะดีมากนะนายจ๋าตัวละครจะแจมกันทั้งสองเรื่องค่ะ แต่เรื่องหลักของแต่ละคู่ก็จะแบ่งไปตามสายเรื่องค่ะ

Warm heart      ชานนูนอ แทคคิม คุณวู

                        Cold eye       บีเนียร์ มาร์คแบม แจ็คแจ ยูคยอม

มีคนขอแผนมาล่ะนาย เราจัดให้แผนผัง

——

1 คิดบน “WARM HEART {sector 1 l ep. 1 }

  1. Khunnie

    ชานระวังจะหลงเสน่ห์นุ้งโฮไม่รู้ตัวนะ
    รู้เหตุผลของพี่คิมแร้ว สงสารพี่คิมจังพี่แทคอย่าใจร้ายกับพี่คิมนักเรย
    ด้งยอมรับเถอะว่ารักพี่คุณเข้าแร้ว พี่เค้าทำไปเพราะรักนะ
    ปล. เม้นทั้ง 2 อันเรย 5555 สนุกคะชอบมากมาต่อเร็วๆนะคะ

Leave a Comment

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s