sector 2/#1 {COLD EYE} #ฟิคฟ้าสีเทา

มันมีลูกโป่งที่บรรจุความรักของเราเอาไว้ จินยองถือมันและก็จิกจนแตกเองคามือ

 

…..

 

เสียงลมหายใจดังประสานไปกับจังหวะของเสียงเส้นหนังที่ครูดสีโลหะ เป็นจังหวะซ้ำแล้วซ้ำเล่าคล้ายกับหยดน้ำที่ร่วงหล่นในจังหวะสม่ำเสมอในยามที่ฝนพรำ

 

ทิ่มแทงลงไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับอยากให้แปดเปื้อนจนถึงที่สุด

 

“อ๊ะ อ่ะ” เสียงหวีดหวิว ดังสะท้อนไปทั่วห้องนอนที่แสนคุ้นเคย แต่ทุกอย่างกลับดูเปลี่ยนไป ดังเช่นความรู้สึกในใจคนมอง

 

“อ๊าาา” เสียงกรีดร้องดังลั่นแหบแห้ง ร่างขาวเกร็งแน่นไปทั้งตัวก่อนจะทิ้งร่างกับพื้นเตียงจนเชือกหนังที่ผูกมัดทั้งสองแขนนั้นตึง ตาโตคลอด้วยน้ำตา ปากอิ่มแดงที่แตกช้ำเพราะถูกบดขยี้ เผยอคว้าลมหายใจเพื่อต่อชีวิต ทั้งตัวที่แดงฉานด้วยรอยเขี้ยว กำลังถูกแต่งเติมจากคนที่เริ่มสร้างและตอกย้ำทุกสิ่งทุกอย่างลงไป

 

ทุกความทรงจำจะต้องติดตรึงไปจนตายก็ไม่ลืม

 

“ทำไมหมดแรงแล้วหรือไง จินยองคนดี” มือหนาบีบใบหน้าสวยที่้ชื้นเหงื่อไว้ จับเอียงซ้ายเอียงขวา ตาเรียวแข็งกร้าวจ้องมองตรงมาราวคมมีดที่ปรารถนาจะกรีดแทงให้ไม่เหลือชิ้นดี สะโพกสอบเริ่มเคลื่อนขยับตัวอีกครั้ง แท่งเนื้อร้อนกระโจนจ้วงเข้ามาในร่างเสียดสีไปกับของเหลวจนฟังดูเฉอะแฉะและยิ่งกระตุ้นอารมณ์ให้หยาบโลน มือหยาบลูบไล้แก่นกายขนาดพอดีมือของจินยองให้เติบโตขึ้นอีกครั้ง เพราะเคยชินกับองศาความอบอุ่นนี้ เพียงครู่เดียวอารมณ์ดิบในร่างก็พุ่งทะยานขึ้นอีกครั้งจากการกระตุ้น

 

อาจเป็นครั้งที่สองหรือสามของเจบีในคืนนี้ และเป็นครั้งที่สามหรือสี่ของจินยอง เขานับไม่ทันและเลิกล้มความคิดที่จะนับลงไปแล้ว

 

สิ่งที่หยิบยื่นให้ก็มีเพียงแต่อะไรก็ได้ที่เจบีจะพอใจ

 

สองแขนไม่จำเป็นต้องมัดเชือกดึงรั้งเสียจนเหยียดตึงไปกับหัวเตียง ขาซ้ายไม่จำเป็นที่จะต้องมัดรั้งไว้ด้วยเข็มขัดจนขยับไม่ได้ยังไงเขาก็ยอมจะชดใช้

 

แต่เจบีให้เหตุผลพวกนี้ไว้ทั้งหมดแล้วก่อนที่จะเริ่ม จินยองจะต้องเจ็บที่สุด

เจ็บจนกว่าเจบีจะพอใจ

 

“เนียร์ขอโท.. อื้ออ” พูดไม่จบประโยคดีรสจูบรุนแรงก็บดขยี้ลงที่ริมฝีปาก สองแขนที่เหยียดตึงไปคนละทิศทาง โดนกำไว้ด้วยสองมือหนาเป็นจุดยึดในขณะที่แท่งเนื้อใหญ่กระแทกเข้ามาในกาย สะโพกมนรู้สึกเจ็บจนเสียว จนชาผสมกับ แสบสันปะปนด้วยรอยเข็มขัดเส้นเล็กๆจากชุดของจินยองเอง

 

“ฉันไม่ได้อยากฟังคำขอโทษ ฉันอยากเห็นนายร้องไห้ ร้องออกมาสิ ร้อง!” เสียงดุดันกระซิบที่ข้างหู จินยองน้ำตาคลอเพราะความเจ็บ แต่ปากอิ่มตึงก็ยังคงวาดยิ้มจางๆออกมา แม้ว่าจะแทบฉีกขาดไปทั้งร่างดังตุ๊กตากระดาษที่ถูกลมแรงดึงทึ้ง

 

“พี่เจบีเจ็บมากใช่ไหมที่ทำแบบนี้ เสียใจใช่ไหมที่.. โอ๊ย” น้ำเสียงอาทรราวกับยั่วยุอารมณ์ให้เดือดดาลไปกว่าเดิม เจบีฝังคมเขี้ยวเต็มแรงลงไปที่ยอดอกสีช้ำปะปนกับรอยก่อนหน้านี้

 

มือหนาลูบไล้ไปตามเนื้อท้องบางที่เต็มไปด้วยร่องรอยไม่ต่างกัน ขาเรียวของจินยองข้างที่ไร้พันธนาการถูกจับให้ฉีกอ้ากว้างขึ้นพาดบ่า เปิดจังหวะให้โรมรันลงไปเร็วขึ้น จนทุกเสียงที่ปากอิ่มพูดออกมานั้นสั่นเครือฟังไม่รู้เรื่อง

 

“ฉันไม่เจ็บ นายสิต้องเจ็บ เลิกพูดสักทีว่าฉันจะเสียใจกับสิ่งที่ทำ เลิกพูดเสียที!”

 

“อ๊ะ” จินยองเม้มปากหลับตาปี๋ รู้สึกได้เต็มที่กับแท่งเนื้อที่เข้ามาในกาย ยิ่งเจบีเร่งจังหวะเร็วขึ้น แขนขาที่ตรึงไปคนละทิศทางก็ยิ่งรู้สึกราวกับดึงรั้งให้ร่างฉีกแยกออกจากกัน

 

“ฉันเป็นคนเลว ฉันไม่ใช่คนดี จินยอง ไม่มีเจบีคนดี จำไว้!” บีบจนแก้มนิ่มเจ็บ ฟันคมกัดปากอิ่มอย่างแรงจนกลิ่นเลือดคละคลุ้งเข้มขึ้นกว่าเดิม เสียงเนื้อกระแทกเนื้อที่เบื้องล่างยังคงไม่ลดความรุนแรงลงแม้แต่น้อย เจ็บแสบจนชาชินแต่ก็ยังคงมีอารมณ์ร่วมเป็นอย่างดี

 

“..” ลมหายใจหวาดผวาขึ้นยามที่ร่างกายพ่นของเหลวออกมาอีกครั้ง หายใจไม่ทันเมื่ออากาศไม่ได้รับเพิ่มกลับถูกสูบออกไปจากปอดผ่านทางรสจูบ มือหนาจิกผมจนจินยองต้องผงกหัวขึ้นมาตามรสจูบที่รั้งสูงขึ้น เจ็บแปลบไปทั้งหัวไหล่ ร่างกายถูกตอกเข้ามาซ้ำเหมือนวิถีของเข็มยามที่เย็บซ้ำปะติดปะต่อเนื้อผ้าจนเป็นผืนเดียวกัน

 

แล้วในที่สุดด้ายที่เชื่อมโยงทั้งสองไว้ก็ฉีดพุ่งเข้าไปในร่างของจินยอง

 

‘เปราะ’ แท่งเนื้อร้อนถูกดึงออกมาทั้งที่ยังไม่หมดพิษ น้ำขุ่นขาวกระเซ็นเลอะเทอะไปทั้งแผงอกบางที่กระเพื่อมขึ้นลงรุนแรงยามที่ได้สูดหายใจ บางส่วนกระเด็นมาจนเปื้อนใบหน้าแดงกร่ำของจินยอง  มือหนารูดรั้งชักนำรีดน้ำข้นของตัวเองออกมาจนหมดทุกหยาดหยด ปาดไปตามต้นขาเนียน ตาเรียวผินดูช่องทางด้านหลังบอบช้ำโดนทารุณของร่างเล็กที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำข้นสีขาวและเลือดสีแดงข้น

 

พอรู้ว่าถูกจ้องมองขาเรียวพยายามหนีบเข้ามาปิดบังตัวเองด้วยความกระดากอาย

 

“อายเหรอ อายใช่ไหม ดี” เสียงทุ้มต่ำของเจบีราวกับเสียงกระซิบของปีศาจจากนรก รอยยิ้มนั้นก็เช่นกัน คนตัวโตผละหายออกไปจากบนร่างเล็ก

 

จินยองเม้มปากตัวเอง สติที่มีเริ่มถูกความเหนื่อยและเจ็บชะล้างหายไปแทบหมด

 

มันเป็นความรู้สึกสับสนเหมือนยืนอยู่ปากเหวและเบื้องหลังก็คือไฟป่าที่ตัวเองเป็นคนจุดไว้กับมือ

 

จะไปต่อก็ไม่ได้ จะย้อนกลับไปก็โดนไฟคลอกตาย

 

จินยองนึกอยากโกรธเจบีที่ทำแบบนี้ อยากเกลียดลงไปให้สุดใจ หากแต่คนที่ทำให้เจบีกลายเป็นแบบนี้ก็คือจินยองทั้งนั้น การเป็นสาเหตุให้ใครคนนึงทำเลวได้มากขนาดนี้ ..สาเหตุนั้นต้องเลวร้ายแค่ไหน

 

บางทีอาจเท่ากับภาพที่สะท้อนมาจากแววตาของเจบีในตอนนี้

 

“แชะ”  จินยองหลับตาแล้วหันหน้าหลบไปอีกทางที่เลนส์สีดำนั้นไม่ได้จับจ้องตัวเองอยู่ กล้องดีเอสแอลอาร์ราคาแพงถูกประครองอยู่ในมือหนา ร่างกายสูงใหญ่ขยับหามุมองศาที่เหมาะสมในการบันทึกภาพไว้ด้วยกล้องในมือ

 

“ฉันเคยคิดนะว่าอยากจะเก็บภาพตอนมีอะไรกับนายเอาไว้ เพราะฉันชอบถ่ายรูปแล้วนายตอนที่กำลังอารมณ์ขึ้นก็เซ็กซ์ซี่สุดๆ กะว่าจะขอดีๆในสักวันที่เราคบกัน แต่ตอนนี้คงไม่ต้อง นายบอกเองว่าอยากให้ทำอะไรก็ยอมใช่ไหมล่ะ”

 

“แชะ” พอหันหน้าเบี่ยงมาทางซ้าย เลนส์กล้องก็ตามมาเก็บภาพใบหน้าหวานที่ซุกอยู่กับหมอนไปจนได้

 

“ลืมตาหน่อยสิจินยอง หมดแรงแล้วหรือไง” เปลือกตาบางราวปีกผีเสื้อกลางคืนสีบอบช้ำเปิดขึ้นมา แก้วตาใสสะท้อนกลับมาจากเลนส์กล้อง การได้เห็นใบหน้าตัวเองกลับกลายเป็นฝันร้ายอย่างนึงในใจของจินยองขึ้นมาได้อย่างไรกัน

 

“ดี ดีมากแบบนี้แหละ”

 

ตุบ!

 

ทั้งร่างฟุบแนบไปกับเตียงยามที่เชือกหนังทั้งสองเส้นถูกปลดจากหัวเตียง จินยองลูบแขนตัวเองที่เมื่อยขบและตึงเจ็บ เส้นหนังอีกด้านยังคงรัดแน่นที่สองข้อมือจนห้อเลือดเป็นจ้ำแดง เข็มขัดที่ข้อขายังไม่ถูกปราณีให้หลุดออก

 

“ขยับตัวหน่อยจินยอง รูปกำลังสวย” เสียงลั่นชัตเตอร์ยังลั่นเรื่อยๆ จินยองพยายามหันหน้าหลบ แต่เลนส์กล้องก็ตามราวีไม่หยุด น้ำตาร่วงเผาะออกจากตาคู่โต

 

แม้แต่ลมหายใจที่สูดส่งไปในอกยังเจ็บเสียดราวกับกลืนเข็มลงไปทิ่มแทงในร่างกายของตัวเอง

 

“แชะ” “แชะ” เสียงชัตเตอร์รัวขึ้น ร่างสูงใหญ่ที่โชว์มัดกล้ามอย่างไม่กลัวหนาว คุกเข่ากับเตียงเช็คดูรูปจากหน้าจอเล็กๆของกล้องด้วยรอยยิ้มพอใจ ตาเรียวคมตวัดจ้องมองหน้าจินยอง

 

“รู้สึกเสียใจแล้วเหรอที่เข้ามาในชีวิตฉัน” กล้องถูกยกขึ้นมาอีกครั้ง ตาโตมองเข้าไปในเลนส์จ้องมองไปหาคนที่อยู่ข้างหลังเลนส์กล้อง ใบหน้ายามร้องไห้ที่จินยองไม่เคยรู้ตัวเลยว่ามันยิ่งน่าย่ำยีแค่นั้นถูกบันทึกลงไปหลายครั้ง

 

“หยุดถ่ายสักทีเถอะ พี่เจบี” พูดออกมาในที่สุดเมื่อทนไม่ไหว เจบีลดกล้องลง รอยยิ้มร้ายกาจถูกส่งมาให้

 

“ไม่ชอบเหรอ ดี นายจะรู้สึกเสียใจกว่านี้อีก” เสียใจให้มากเท่าที่ความรักที่เจบีมีให้

 

รักเท่าไหร่ก็เจ็บไปเท่านั้น สมน้ำสมเนื้อดีจะตายไป

 

ร่างสูงใหญ่นั่งพิงไปกับหัวเตียงที่เป็นโลหะเย็นเฉียบ แต่แผ่นหลังหนาดูไม่ทุกร้อนอะไร

 

“ปลุกมัน แล้วขึ้นมาสิ” ชี้ไปที่แท่งเนื้อใหญ่ของตัวเองที่กึ่งหลับกึ่งตื่น จินยองมีสีหน้าที่ขมขื่นขึ้นมาทันที จะไม่รู้สึกอัดอัดใจเท่านี้หากไม่มีเลนส์สีดำจับจ้องอยู่ไม่วางตา

 

“ทำสิ” จินยองเม้มปากสั่นระริก ช้อนตามองหน้าเจบี

 

“แชะ”

 

“ผม..”

 

“กลัวรูปนี่เหรอ ไม่ต้องห่วงรูปพวกนี้ฉันหวง ฉันจะดูคนเดียว” หวง ..คำที่ในความหมายอบอุ่น แม้แต่ยามที่กระทั่งลมหายใจยังหนาวบาดผิวก็ตาม

 

มือบางกอบกุมแก่นกายของเจบีและปลุกปั่นมันให้เติบโตจนเต็มที่ด้วยมือของตัวเอง ตาเรียวที่จ้องเขม็งมองอย่างเร่งเร้า จินยองกัดปากตัวเองยามที่ขยับร่างกายขึ้นมานั่งทับบนตักแกร่ง

 

“จับใส่เข้าไปในร่างตัวเองสิ จินยอง” ความเร่งเร้าของคำสั่ง โง่นักที่จินยองก็ทำตาม ตาโตหลับปี๋ เชิดหน้าขึ้นยามที่กดส่วนหัวใหญ่ให้ผ่านเข้ามาในร่าง ลมหายใจถูกพ่นทิ้งออกมาระบายความอึดอัด

 

ทุกอิริยาบถถูกบันทึกไว้ด้วยกล้องอย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง

 

มือหนากำเส้นเชือกหนังที่มัดแขนของจินยองเอาไว้ข้างนึง กระตุกเข้าหาตัวจนร่างบางกัดปากเพราะผนังอุ่นที่มีบาดแผลเสียดสีกับแท่งเนื้อใหญ่

 

เพี๊ยะ

เชือกหนังฟาดเข้าที่ก้นนุ่ม

 

“ขยับสิ” แล้วโลกของจินยองก็เริ่มสั่นไว้เมื่อสะโพกมนโยกไปตามจังหวะที่ไม่สม่ำเสมอ  เจบีเอนตัวพิงไปกับหัวเตียง ร่างกายร้อนระอุเสียจนตื่นตัวไปทั้งตัว เรือนร่างเย้ายวนยังคงควบขย่ม แม้จะช้าบ้าง สะดุดบ้างเพราะขาซ้ายที่ถูกพันธนาการไว้ด้วยเข็มขัดเสียจนทำอะไรไม่ได้สะดวก แต่สีหน้าท่าทางทุกอย่างถ่ายทอดออกมาอย่างยอดเยี่ยม

 

ทุกภาพทุกมุมมือหนากดลั่นชัตเตอร์เก็บไว้จนหมด

 

“ฮึก อ่ะ” ร่างเล็กหยุดนิ่งเพราะไปต่อไม่ได้ ฟันคมกัดปากล่างตัวเองจนแน่น น้ำตาร่วงเผาะลงมาตามแก้ม ผ่านจมูกโด่งแดงรั้นและหยดลงบนหน้าท้องแกร่ง เจบีขยับสะโพกขึ้นสวนจังหวะสานต่อกิจกรรมที่ขาดหายแทน มือบางจิกเล็บไปกับแผ่นอกหนาเพื่อระบายอารมณ์ ขาซ้ายบิดงอไปด้านหลังอย่างผิดรูปร่างจนชา

 

“อ๊ะ” เสียงหวีดหวิวกรีดร้อง ทั้งร่างเล็กสั่นกระตุก  เจบีกำส่วนไว้ต่ออารมณ์ของจินยองไว้ใช้นิ้วโป้งกดปิดกั้นไม่ให้จินยองระบายความต้องการออกมา

 

“ฮึก อย่าแกล้ง ..พี่เจบี อย่า” ความทรมานนั้นแม้จะถือกล้องด้วยมือเดียวแต่เจบีไม่พลาดโอกาสที่จะเก็บภาพไว้ เมื่อมือหนาปล่อยออก จินยองพ่นทุกความต้องการออกมา ทรุดฮวบลงกองลงแทบอกแกร่ง ร่างกายสั่นสะท้านต่อเนื่อง เมื่อเจบีวางกล้องลงแล้วผลักจินยองให้นอนหงายหลังลงบนเตียง

 

โลกทั้งใบโยกเขย่ายามที่เจบีอยู่เหนือร่างอีกครั้ง มือบางกำไปที่หัวไหล่หนา เส้นเชือกหนังห้อยต่องแต่งลงมาจากทั้งสองข้อมือ

 

“ซี้ด อืมม” เจบีสูดปากอย่างพึงพอใจ กระแทกกระทั้นลึกเข้าไปแล้วเกร็งค้างเอาไว้ จินยองแหงนหน้าขึ้นจนเผยช่วงคอขาวยามที่สูดลมหายใจเพราะความเสียวจี๊ดของความอุ่นที่พุ่งเข้ามาในร่าง

 

ตาโตปิดลงด้วยความเหนื่อยอ่อน มือหนาที่ลูบไล้ผิวกายยังคงให้ความรู้สึกอุ่น

 

“เจ็บจนตายไปเลยสิ จินยอง”

 

ความอุ่นที่หลอกล่อให้แมงเม่าบินเข้ามาตายในกองไฟ

ไฟที่จินยองจุดด้วยมือของตัวเอง

 

—–

ยังไม่จบค่ะ ไปอ่านต่อที่เด็กดีกันนะคะที่รักทุกคน

http://writer.dek-d.com/poisonmoon/writer/viewlongc.php?id=1396657&chapter=21

Advertisements

Leave a Comment

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s