#ชบตุ๊ดน้อย #11

“..กูอยากจูบได้ไหม แบค” แต่เป็นเสียงทุ้มนุ่มที่เอ่ยประโยคนี้ออกมา ราวกับรู้ใจ

แบคฮยอนไม่ตอบแต่มือบางข้างที่เป็นอิสระคล้องคอของชานยอลให้ต่ำมาพอและบรรจงประทับริมฝีปากลงไป รสจูบที่คราวแรกคลุ้งด้วยกลิ่นและรสเฝื่อนคอของแอลกอฮอล์ค่อยๆหวานขึ้น ตามจังหวะที่ตวัดกวาดลิ้นไปทั่วโพลงปากอิ่ม ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

คนตัวเล็กผละจูบออกเล็กน้อยเลียไล้ไปที่ริมฝีปากหยักของชานยอล ตาเรียวหรี่มองใบหน้าคมของคนตัวสูงอย่างหลงใหล ชานยอลงับลิ้นของแบคฮยอนและดูดกลืนมาเป็นของตัวเองต่ออีกครั้งแทบทันที มือหนาประครองใบหน้าของหวานไว้ในฝ่ามืออย่างหวงแหน

มือที่จับไว้ผละออกจากกันโอบกอดร่างกายของอีกฝ่าย แบคฮยอนขยับตัวเข้ามาใกล้ชานยอลเหมือนเสพติดของหวานและยังไม่อยากจะหยุดกิน รสจูบหอมหวานถูกป้อนและทวงคืนให้แก่กันและกันไม่หยุด คนตัวเล็กขึ้นไปนั่งคร่อมอยู่บนหน้าตักของชานยอล ชานยอลเองก็กอดรัดเอวบางเอาไว้แน่นจนแนบชิดกับหน้าท้องแกร่งของตัวเอง

ผละรสจูบออกจากกัน สูดเอามวลอากาศเข้าปอดลึกๆเพื่อหายใจ แลกลมหายใจซึ่งกันและกัน ตาโตของชานยอลจ้องมองใบหน้าของแบคฮยอนแววตานั้นเต็มไปด้วยความหลงใหลไม่ต่างจากตาเรียวหวานฉ่ำของแบคฮยอนที่จ้องมองกลับมา แบคฮยอนกัดปากล่างของตนเอง มือบางทั้งสองข้างจับที่สันกรามของชานยอล เป็นการกระทำที่ทำให้ชานยอลทนไม่ไหว จนต้องฉกจูบจากแบคฮยอน มือหนากดรั้งต้นคอของแบคฮยอนให้เข้ามาแนบชิด ลากลิ้นยาวไปตามซี่ฟันเล็กอย่างเชื่องช้ารัญจวนใจ แบคฮยอนอ่อนระทวยไปทั้งตัวจมอยู่ในอ้อมกอดและรสจูบของชานยอล

ชานยอลรู้ตัวว่าตัวเองไม่ไหวแล้วและคงจะใจดีหยุดไปชักธงขึ้นสู่ยอดเสาแบบคราวก่อนไม่ได้ด้วย

มือหนาคลายกอดจากร่างเล็กบนตักตวัดขึ้นไปปิดสวิทไฟด้านบนจนไฟทั้งห้องดับมืด แบคฮยอนดูสนใจบรรยากาศที่มืดลงจนเหลือแต่แสงไฟจากห้องที่แผ่เข้ามาเท่านั้นที่ยังทำให้เห็นกันและกันครู่นึง แต่ก็เพียงครู่เดียว มีอะไรน่าสนใจกว่าเยอะกำลังอยู่ตรงหน้าแบคฮยอน

มือหนาของชานยอลล้วงเข้ามาในชายเสื้อเชิ้ตของแบคฮยอน ลูบสูงขึ้นฟอนเฟ้นไปทั่วผิวเนื้อนิ่มเนียนของคนตัวเล็ก  แบคฮยอนเองก็ล้วงมือเข้าไปในปกเสื้อของชานยอลสัมผัสแผ่นหลังแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม มือบางปลิดกระดุมสามเม็ดแรกออกจากเชิ้ตของชานยอล เพื่อให้ตัวเองสัมผัสไปทั่วร่างกายกำยำคนคนตัวโตได้ถนัดมากขึ้น

คราวที่แล้วแบคฮยอนเมาจนจำทุกอย่างได้ไม่ชัดเจนเท่าที่ควร มีหลายช่วงหลายตอนที่เหลือทิ้งไว้เพียงความวาบหวามในความทรงจำ

แบคฮยอนอยากจำได้ และครั้งนี้จะเป็นคราวแก้ตัว แม้จะมืดไปสักนิดแต่แบคฮยอนไม่ได้เมาและทำทุกอย่างด้วยความตั้งใจ เหล้าที่ดื่มไปเพียงแค่ทำให้เลือดสูบฉีด แต่ทุกการตัดสินใจแบคฮยอนทำมันออกมาอย่างตั้งใจ

เหมือนกับชานยอลทุกการกระทำในคืนนี้คือความตั้งใจ

ชานยอลล้วงมือเข้าไปในกางเกงของแบคฮยอน ตะครุบก้นนิ่มจนเต็มผ่ามือบีบเค้นก้นเนียนอย่างถือวิสาสะ แบคฮยอนเสียวซ่านจนต้องกัดปากและคิดว่าควรจะรังแกชานยอลคืนบ้าง คนตัวเล็กผละจูบออกจากปากหยักไล่จูบลงมาตามสันกรามไล่ต่ำลงมาเรื่อยๆ จนถึงใต้คาง แบคฮยอนกดจูบสลับแลบลิ้นปาดเลียผิวเนื้ออ่อนที่ไม่มีแป้งปกคลุมของชานยอล ทุกจังหวะที่ลิ้นร้อนชื้นผ่าน เลือดในกายของชานยอลยิ่งเดือดปุดรวมกันจนลำกลางตัวนั้นแข็งขืนเต็มที่

“อื้อ” ลิ้นร้อนที่กำลังเลียไล้กระดูกไหปลาร้ากว้างของชานยอลมีอันต้องสะดุด เมื่อชานยอลสอดนิ้วยาวเข้ามาในร่าง แบคฮยอนเอียงคอหันไปมอง รู้สึกเคอะเขินไปหมดที่เห็นฝ่ามือใหญ่กำลังประครองก้นตัวเองไว้

“อ๊ะ” แบคฮยอนหันหน้ากลับมาฝังไว้ที่หัวไหล่ของชานยอล มือบางกำคอเสื้อเชิ้ตแน่นจนยับยู่ยี่ ยามที่นิ้วยาวเพิ่มเป็นสองนิ้ว

“อ๊ะ อื้อ ช ชาน”ยิ่งห้ามเสียงเอาไว้ไม่อยู่เมื่อถูกกดย้ำลงตรงจุดอ่อนไหวซ้ำไปซ้ำมา ลำตัวบางอ่อนระทวยจนต้องแนบร่างมาพิงกับตัวโตของชานยอลจนทำให้คนตัวโตสัมผัสได้ว่าแบคฮยอนเองตอนนี้ก็ต้องการจนตรึงแน่นไปหมดแล้วเช่นกัน

“อ๊ะ ฮึก อื้อ” แบคฮยอนร้องเสียงหลงยามที่สัมผัสได้ถึงความอุ่นใหญ่ของชานยอลที่แทรกเข้ามาในกาย เพียงแค่ส่วนหัวลอดเข้ามาแบคฮยอนก็น้ำตาซึม กัดปากตัวเองไว้แน่น นึกห้ามตัวเองไว้ว่าห้ามยอมแพ้แล้วพูดว่าให้เอาออกไปขึ้นมาเด็ดขาด

“ฮึก อื้ออ” แบคฮยอนน้ำตาไหลเมื่อชานยอลสอดเข้ามาในร่างจนสุด แบคฮยอนมือสั่นระริกกำเสื้อชานยอลไว้ มือหนาลูบไล้แก่นกายให้แบคฮยอนเพื่อผ่อนคลาย อีกข้างจับคางแบคฮยอนให้เงยขึ้นมา ปากหยักบรรจงกดจูบลงไปบนปากอิ่ม มอบรสจูบหวานเพื่อปลอบประโลมให้แบคฮยอนเผลอลืมความเจ็บไปชั่วครู่ แบคฮยอนสนใจรสจูบและเสียงลมหายใจอุ่นที่ใบหูมากกว่าความเจ็บเบื้องล่างจริงอย่างที่ชานยอลต้องการ ยิ่งชานยอลขยับข้อมือเล่นกับส่วนหน้าให้แบคฮยอนยิ่งผ่อนคลายมากขึ้น

“มึงขยับได้ไหม” ชานยอลกระซิบที่ใบหูเล็กที่กำลังขึ้นสีจัด แบคฮยอนลองขยับตัวขึ้นแม้จะมีน้ำที่ซึมจากส่วนหัวของชานยอลคอยช่วยเหลือแต่เพราะว่าไม่มีเจลหล่อลื่นใดๆช่วยขนาดใหญ่โตที่พึ่งเจอกันเป็นครั้งที่สองทำให้แบคฮยอนนิ่วหน้า ใบหน้าหวานส่ายปฏิเสธตาเรียวจ้องมองมาเหมือนลูกหมายามกลัวว่าเจ้าของจะลงโทษตอนตนทำผิด

ชานยอลยิ้มกดจูบบนปลายจมูกโด่งรั้นของแบคฮยอนเป็นเชิงบอกว่าไม่ได้นึกโกรธอะไรสักนิด

“อาจจะเจ็บหน่อยนะ กูต้องเปลี่ยนท่า” ชานยอลกระซิบเสียงทุ้มต่ำชิดใบหู แบคฮยอนพยักหน้าตกลง สองแขนกอดคอของชานยอลไว้ ปากบางเม้มแน่นเพื่อกั้นเสียงยามที่ตัวตัวโตอุ้มและขยับให้แบคฮยอนเป็นฝ่ายที่แนบแผ่นหลังไปกับพนักโซฟานุ่มจนตัวแบคฮยอนเอนนอนลงไปได้

ชานยอลดึงตัวแบคฮยอนให้เกยสะโพกขึ้นมาบนหน้าขามากขึ้นยามที่ตัวเองคล่อมอยู่ด้านบน สะโพกของแบคฮยอนลอยอยู่เปิดให้คนตัโตเข้าไปแนบชิดได้มากขึ้น คนตัวโตเริ่มขยับสะโพกในจังหวะเนิบช้าที่เล่นเอาแบคฮยอนสั่นไปทั้งตัว

“อ๊า อ๊ะ อือ อ๊ะ” เมื่อความหฤหรรษ์เริ่มขึ้นแบคฮยอนก็ห้ามเสียงตัวเองไว้ไม่อยู่เพราะเจ็บและเสียวซ่านที่ซัดขึ้นมาราวเกลียวคลื่นขนาดใหญ่ ชานยอลกดจูบลงบนปากอิ่มใช้ปลายลิ้นเขี่ยปลายลิ้นของคนตัวเล็กซ้ำไปซ้ำมาอย่างหลอกล่อก่อนจะผละจูบออก

“อย่าเสียงดังนะแบค ชู่วว” เสียงทุ้มนุ่มกระซิบหลอกล่อชิดใบหูจนแบคฮยอนใจสั่น แบคฮยอนพยักหน้า มือบางจิกลงบนแผ่นหลังกว้างของชานยอลเพื่อระบายความเจ็บและเสียวซ่านเกินจะทนไว้อีกทางแทนปากอิ่มที่จำต้องขบเม้มกันแน่นเพื่อกั้นเสียง  แบคฮยอนยอมรับว่าเผลอลืมไปว่าตอนนี้เราอยู่กันที่บริษัทที่ไม่ไกลจากนี้มีคนเกินร้อยกำลังสนุกสนานกับปาร์ตี้อยู่ในห้องที่่ห่างออกไป

“ร เร็วหน่อย อ๊า” แบคฮยอนเร่งคนตัวโตที่กดสะโพกลงมา ไม่ใช่เพราะยังเสียวไม่พอ แต่แบคฮยอนนึกกลัวขึ้นมาว่าถ้ามัวอ้อยอิ่งมันคงไม่ดีถ้าใครมาเห็นเข้า แต่จริงๆตอนนี้ในห้องก็มืดสนิทหากมีใครบังเอิญผ่านมาก็คงไม่เห็นอะไร

“อื้ออ” พอชานยอลเร็วขึ้นตามคำสั่งแบคฮยอนก็ดิ้นเร่าไปทั้งตัวอย่างห้ามไม่อยู่เพราะความเสียวที่เกินจะทานไหว ปากอิ่มขบเม้มกัดกัดจนได้เลือดออกมา ชานยอลใช้มือข้างนึงกดสะโพกของแบคฮยอนให้แนบชิดมากขึ้น กระเด้งสะโพกเร่งจังหวะแทรกเข้าไปกระแทกในกายเล็ก มืออีกข้างแตะที่ปากอิ่มแล้วแทรกนิ้วมือไปเข้าให้แบคฮยอนใช้กัดระบายอารมณ์เสียวซ่านแทน

แบคฮยอนขบกัดนิ้วของชานยอลไม่ได้รุนแรงเท่าที่คิดเพราะดูดกลืนและเลียเล่นเหมือนลูกกวาดเพื่่อดึงความสนใจจากความสนุกที่กำลังเร่งเร้าจนแทบทนไม่ไหวเบื้องล่าง

ยิ่งแบคฮยอนขบกัดปลายนิ้วชานยอลก็ยิ่งต้องการจนเอ่อล้นไปทั้งตัว คนตัวโตครางฮึมในลำคอ กดเน้นย้ำสะโพกลงไปแรงและเร็วมากขึ้น แบคฮยอนหลับตาปี๋จิกนิ้วลงไปกับหลังของชานยอลรุนแรงเมื่อรู้สึกได้ว่าตนไม่ไหวแล้ว ชานยอลเร่งจังหวะให้มากขึ้น ความตั้งใจที่จะปลดปล่อยข้างนอกเพราะที่นี่ไม่ได้มีความสะดวกอะไรเลยที่จะดูแลแบคฮยอนไม่เป็นผลเมื่อความต้องการมาถึงขีดสุดเช่นกัน

” อื้ออ” แบคฮยอนเผลอกัดนิ้วใหญ่ในปากไปเต็มแรงเมื่อเกร็งไปทั้งร่างและปลดปล่อยออกมา ยิ่งรู้สึกถึงของเหลวอุ่นร้อนในกายยิ่งทำเอาคนตัวเล็กบิดร่างด้วยความรู้สึกวาบหวิว

“…” เสียงลมหายใจพ่นออกมารุนแรงจากทั้งคู่

“อะ” แบคฮยอนอู้อี้ขึ้นมาเมื่อชานยอลถอดกายออก มือหนาควานหยิบกล่องทิชชู่เปียกสำหรับเช็ดเครื่องสำอางมาแล้วบรรจงเช็ดไปที่เสื้อผ้าและผิวกายทุกส่วนของแบคฮยอนและตนเองที่เลอะน้ำขาวขุ่น

“อื้อ” แบคฮยอนส่งเสียงไม่หยุดเมื่อนิ้วใหญ่สอดเข้าไปในร่างตนเองเพื่อกวาดเอาของเหลวขุ่นออกมา

“ชู่วว” แค่ชานยอลพ่นลมหายใจพร้อมเสียงร้องห้ามแบคฮยอนก็เม้มปากตัวเองเพื่อเก็บเสียงและปล่อยให้ชานยอลทำตามใจชอบ ชานยอลจัดการกวาดต้อนทำความสะอาดในกายร่างเล็กแบบคร่าวๆ ทิชชู่เกือบทั้งกล่องถูกใช้งานจนมีก้อนทิชชู่หล่นอยู่ตามพื้น

อ่านต่อ http://writer.dek-d.com/dek-d/writer/viewlongc.php?id=1325173&chapter=11