DANGEROUS LOVER !!SLAP ME BEBY #19 -END- #CHANNUNEO #KHUNWOO #TEACJAY #JUNK

Title: [FIC] ~Dangerous Lover !!Slap me beby~ ร้ายกว่านี้มีอีกไหม
Chapter:19 ความรักมันต้องใช้หัวใจมากกว่าสมองต่างหากล่ะ

Author: LoveMe
Paring: Chansung x Junho / Khun x Woo / Taec x jae/ Jun.K
Rate: (PG-13) – (NC-15)
talk:
-ถ้อย คำ หยาบคาย ในเรื่องนี้มีมากนัก ภาษาพ่อขุนและสัตว์สงวนวิ่งพล่านดุจสวนสัตว์ ขออภัยมานะที่นี้
-เป็นแค่ฟิคเท่านั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวกับเรื่องจริงหรือใดๆทั้งสิ้น แค่ฟิค อ่านๆไปเถอะ อย่าหวังมาก อย่าคิดมากนะ
บอกแล้วไงว่าจะมาลงเรื่อยๆเป็นระยะๆ ยังไงก็เมนต์ให้เค้าบ้างนะ มีเมนต์ให้อ่านเรื่อยๆ เค้าก็มีฟิคให้อ่านเรื่อยๆเหมือนกัน ^^
– มีรวมเล่มให้จองละนะเรื่องนี้  อิอิ

[Pre-order] รวมเล่มฟิคDangerous Lover !!Slap me beby~ ร้ายกว่านี้มีอีกไหม
 #ChanNuneo #KhunWoo  #TaecJay #Jun.K [เปิดพรีฟิครั่วๆแสบๆเรื่องนี้ถึง 12/1/58จ้า]

ที่คั่นslap2

 

 

19

ความรักมันต้องใช้หัวใจมากกว่าสมองต่างหากล่ะ

 

“พี่ชานซองมีอะไรจะคุยกับฮยอนอาเหรอคะ” หญิงสาวยังคงถามด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส แม้ว่าในใจจะรู้สึกกังวลกับหน้าตาจริงจังของ    ชานซองที่กำลังจ้องมองมาที่ตัวเอง เพราะครั้งนี้แววตาชานซองยามที่มองมาที่เธอไม่ได้มีความรู้สึกเห็นใจหรือว่ามีเยื่อใยอะไรเลยอย่างที่เจอกันตอนร้านอาหารญี่ปุ่นในครั้งนั้น

“พี่มีเรื่องสำคัญฮยอนอา เรื่องที่พี่จะพูดให้มันชัดเจนเป็นครั้งสุดท้าย” ชานซองเอ่ยตอบกลับด้วยน้ำเสียงเข้มที่จริงจังและชัดเจน เห็นดังนั้นวิญญาณนักแสดงหญิงยอดเยี่ยมสาขาเสแสร้งก็เข้าสิงร่างฮยอนอาจนตนเองมีน้ำตาคลอเบ้าเอ่อขึ้นมาทันที

“ฮยอนอา พี่จะมาพูดเรื่องของเธอกับพี่ พี่คิดว่าการที่เธอเข้ามายุ่งกับจุนโฮและพี่มันมากเกินไปแล้ว พี่ไม่รู้ว่าเธอตั้งใจไหม หรือไม่ตั้งใจ หรือยังไงก็ตาม พี่อยากจะให้เราไม่เจอกันอีก นั่นหมายถึงแม้จะมีงานที่จ้างมาคู่กัน พี่ก็จะเลือกปฏิเสธไป เพราะพี่ไม่อยากให้จุนโฮต้องกังวลเรื่องนี้อีก” ชานซองคิดว่าครั้งนี้ตัวเองพูดได้ชัดเจนตรงไปตรงมาและเด็ดขาดมาที่สุดแล้ว

“ฮึกฮึก ฮยอนอาทำอะไรผิดนักหรือคะ ทำไมแค่น้องที่ดีคนนึงของพี่ชานซองก็เป็นไม่ได้” ฮยอนอาเอ่ยถามด้วยเสียงพร่าสั่นน้ำตานองหน้า ซึ่งครั้งนี้เธอคิดว่ามันจะต้องได้ผลเช่นดังทุกครั้งที่ผ่านมาแน่นอน

“ฮยอนอา น้ำตาไม่ช่วยอะไรหรอกนะ” แต่ครั้งนี้เธอคิดผิดเมื่อ      ชานซองเอ่ยคำนี้ออกมา แม้น้ำเสียงจะอ่อนลงไปบ้างก็ตาม

“พี่ขอโทษที่ทำให้เธอเสียใจ แต่เรื่องระหว่างเรามันไม่มีอะไรเลย ฮยอนอา มันไม่มีเรื่องของเรา มันไม่มีอีกแล้ว ตอนนี้พี่กำลังคบอยู่กับจุนโฮ ความรู้สึกเขาเป็นสิ่งที่พี่อยากจะสนใจมากที่สุด” ชานซองแตะหลังมือหญิงสาวเบาๆ อย่างให้กำลังใจ

“พี่ว่าพี่พูดทุกอย่างที่พี่ต้องการจบแล้ว พี่หวังว่าเธอจะเข้าใจ”       ชานซองยกมือเรียกบริกรเพราะต้องการจะชำระค่าเครื่องดื่มให้ฮยอนอา พลิกข้อมือดูก็เห็นว่าเวลานั้น กำลังจะถึง บ่ายโมงสามสิบนาทีแล้วในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า เวลาที่เขานัดกับจุนโฮเอาไว้

 

“ไม่เข้าใจ ฉันไม่เข้าใจ” แต่เสียงแหลมกร้าวที่ดังขึ้นมาทำให้ชานซองต้องหันไปดู ตอนนี้ฮยอนอากำลังจ้องมองหน้าเขาอย่างเป็นอารมณ์ ใบหน้ามีรอยน้ำตาชื้นอยู่เล็กน้อย แต่ดวงหน้าหวานของฮยอนอาตอนนี้เต็มไปด้วยความไม่ชอบใจและไม่สมอารมณ์อย่างชัดเจน

“ฉันเป็นผู้หญิงนะ ฉันจะอยู่กับพี่ได้โดยไม่มีใครรังเกียจ พี่เข้าใจที่ฉันพูดไหม ฉันอยากรู้ฉันผิดตรงไหน ห๊ะ!!” ฮยอนอาร้องตวาดขึ้นมาเสียงดังขึ้นโชคดีที่ตอนนี้ในร้านนั้นไม่มีลูกค้าอยู่ใกล้ๆ ชานซองสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ กับนิสัยอาละวาดมาดร้ายของฮยอนอาที่ไม่เคยเปลี่ยน

“ฮยอนอา เธอไม่ได้ผิดอะไรเลย แต่พี่รักจุนโฮ พี่รักเขาไม่ว่าเขาจะเป็นผู้ชาย หรือเป็นอะไรก็ตาม คนที่พี่รักคืออี จุนโฮ ไม่ใช่คิม ฮยอนอา ก็แค่นี้แหละ” ชานซองพูดด้วยน้ำเสียงที่ชัดเจน คำพูดที่ทำให้ฮยอนอายิ่งโมโหมากขึ้น

“พี่บอกว่าพี่รักมันเหรอ พี่ชานซอง”

“ใช่พี่รักจุนโฮ” ชานซองตอบรับด้วยแววตาและน้ำเสียงที่มั่นใจและเปี่ยมล้นไปด้วยความรักเสียจนฮยอนอายิ่งรู้สึกอยากจะพังร้านให้เละไปเลย

“พี่รักมันใช่ไหม ดี” ฮยอนอาเหยียดริมฝีปากอย่างเย้ยหยันและโมโห

“ฉันอยากรู้นัก ว่าความรักของพี่กับมันจะช่วยอะไรได้!!” ฮยอนอากรีดร้องอย่างเกรี้ยวกราด เธอรีบเดินจ้ำผ่านชานซองไปอย่างรวดเร็วด้วยความโมโห ชานซองเองแม้งุนงงสงสัยว่าฮยอนอาจะทำอะไรต่อแต่ก็ต้องจัดการเรื่องจ่ายเงินให้เรียบร้อยก่อน

ตอนที่เดินออกมานอกร้าน ดวงตาโตกวาดหาฮยอนอาแต่ก็มองไม่เห็น

 

“จุนโฮ” แต่คนที่ชานซองเห็นว่ากำลังเดินตรงเข้ามาหาเขาด้วยสีหน้าที่ค่อนข้างจะจริงจังและหมองหม่นนั้นคือคนที่เขารอที่จะเจอหน้ามาหลายวัน อี จุนโฮ คนรักของเขานั่นเอง

ชานซองระบายยิ้มที่ได้เจอหน้าจุนโฮแม้มันจะไม่เต็มที่นักเพราะว่าสีหน้าเศร้าๆของจุนโฮ แต่การที่ได้เห็นหน้าของจุนโฮเพียงแค่นั้นก็ทำให้ใจของเขาสงบขึ้นและเผลอลืมเรื่องฮยอนอาไปแล้ว

“ชานซอง ฉันมีเรื่องจะคุยกับนาย” จุนโฮพูดออกมาเสียงเข้มมากขึ้น ชานซองพยายามลอบมองดวงตาเรียวคู่นั้น แต่ว่าจุนโฮก็หลุบตามองพื้นอย่างเดียวเลย

“เข้าไปคุยกันข้างในเถอะ” ชานซองเอ่ยชวน จุนโฮเงยหน้าขึ้นมามองแล้วหันไปมองรอบตัว เมื่อเห็นว่าไม่ได้มีคนอยู่ใกล้มากนัก แต่ก็มากพอที่จะเห็นก็ไม่ได้ขยับตัว

“ฉันอยากคุยตรงนี้” จุนโฮตัดสินใจเช่นนี้เพราะว่าอยากที่จะคุยเรื่องที่เตรียมมากับชานซองอย่างเด็ดขาดและมีจังหวะโอกาสในการปลีกตัวกลับไปที่บ้านโดยไม่ต้องถูกชานซองรั้งไว้ เพราะถ้าไม่เป็นอย่างนั้นเขาอาจจะร้องไห้และยอมแพ้ต่อใจตัวเองได้ เขาไม่อยากให้เป็นแบบนั้น เขาจึงเลือกตรงที่พอจะมีคนเห็นอยู่บ้างแบบนี้

“นายมีอะไรจะคุยกับฉันเหรอจุนโฮ” ชานซองจับมือบางของจุนโฮไว้ บีบนวดมันเบาๆอย่างเคยชิน จุนโฮกัดปากตัวเอง ก่อนจะดึงมือออกจากฝ่ามือหนาของชานซอง

“ชานซองฉันกลับไปคิดทบทวนเรื่องราวทั้งหมดของเราตลอดช่วงเวลาที่อยู่บ้าน ฉันตัดสินใจเรื่องนี้แล้วชานซอง” จุนโฮพยายามทำน้ำเสียงให้จริงจังมั่นคงที่สุดแต่มันก็ยังพร่าสั่นอยู่ดี จุนโฮกลั้นหายใจก่อนที่จะเปล่งเสียงถ้อยคำที่เตรียมไว้ออกมา

“เราเลิกกันเถอะชานซอง” “ฉันรักนายนะจุนโฮ”

ทั้งสองประโยคถูกเปล่งเสียงออกมาพร้อมกัน แต่กระนั้นคนฟังข้อความปลายทางต่างก็ได้รับใจความของประโยคที่อีกฝ่ายพูดอย่างครบถ้วนชัดเจน

คำบอกรักของชานซองทำให้จุนโฮต้องเม้มปากตัวเองอีกครั้ง

…ถ้าความรักของเขามันทำให้ชานซองลำบาก มันจะไปมีค่าอะไรกัน…

“ฉันต้องการเลิกกับนายชานซอง เรื่องงานนายไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องสัญญาฉันไปคุยกับพี่มินจุนแล้ว ส่วนเรื่องอื่นฉันจะติดต่อมาทีหลัง” จุนโฮรีบสรุปใจความสำคัญก่อนที่ตัวเองจะร้องไห้จนพูดจาไม่รู้เรื่องแล้วรีบหันหลังเดินออกมา ขาเล็กพยายามจ้ำเดินแต่ก็ต้องสะดุดเมื่อถูกฉุดรั้งเอาไว้

“อย่าไปจากฉันได้ไหม จุนโฮ” ชานซองกอดเอวจุนโฮเอาไว้จนแน่น เสียงทุ้มของจุนโฮเองก็สั่นเครือจนรู้สึกได้

“ปล่อยฉันชานซอง คนอื่นจะคิดยังไงที่เรามากอดกันตรงนี้” จุนโฮกระซิบบอกด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง แม้แท้จริงแล้วในใจนั้นกำลังสั่นและร้องขออยากให้ชานซองปล่อยตัวเองออกจากอ้อมกอดนี้ใจจะขาด อย่ากอดกันอีกเลย อย่ารั้งอีกเลย ไม่งั้นเขาจะจากไปไม่ได้จริงๆ

“เรื่องของเขาสิ เพราะฉันเป็นผู้ชายและนายเป็นผู้ชายเหรอเรื่องของเรามันถึงผิด จุนโฮ”

“ก็ใช่น่ะสิ นายคิดว่ามันเพราะอะไรล่ะ เพราะฉันคนนี้เป็นผู้ชายฉันอยู่ข้างๆเพื่อรักนายตลอดไปไม่ได้หรอกนะชานซอง สังคมนี้คนอื่นๆเขารับไม่ได้หรอกนะ” จุนโฮกระซิบบอกเสียงแผ่วเบา เบาหวิวเหมือนมันล่องลอยออกมาจากหัวใจ

“แต่ฉันรักนาย จุนโฮ ชานซองรักจุนโฮได้ยินไหม” ชานซองบอกไม่ดังนักหากแต่กระซิบข้างหูอย่างหนักแน่น

ได้ยินแล้วชานซอง จุนโฮได้ยินแล้ว ได้ยินเหมือนทุกครั้งที่ชานซองบอก รับรู้ได้เหมือนทุกครั้งที่ชานซองสัมผัส

“ปล่อยฉันเถอะนะชานซอง” จุนโฮจับมือชานซองเพื่อดึงออก

“ไม่ ชานไม่ปล่อย ชานจะไม่ให้จุนโฮไปไหน ไม่ให้ไป” ชานซองกระชับวงแขนกอดเอวบางไว้อย่างดื้อดึง

“ถ้านายไม่ปล่อยฉันชานซอง ฉันจะเกลียดนาย เกลียด เกลียดมากกว่าเดิม มากขึ้นเรื่อยๆด้วย  แล้วถ้านายไม่ปล่อยฉัน ฉันก็จะทำทุกอย่างให้ลืมนาย ลืมนายไปให้หมดเลยชานซอง” จุนโฮกระซิบบอกน้ำเสียงช่างอ่อนล้าต่างจากคำพูดขู่ที่ฟังดูโหดร้าย วงแขนแกร่งของชานซองขยับออกหลวมขึ้น ไม่ใช่เพราะคำขู่ของจุนโฮ แต่เพราะชานซองสัมผัสได้ถึงความเสียใจของจุนโฮที่เอ่อล้นออกมา

“ฮวาง ชานซองรักอี จุนโฮ นายรู้ใช่ไหมจุนโฮ รู้ใช่ไหม” ชานซองยังคงดื้อดึงถาม ดื้อดึงอยู่เช่นนั้น

“ปล่อยฉันเถอะชานซอง ถ้านายรักฉัน นายจะต้องปล่อยฉัน” จุนโฮกระซิบบอกพร้อมน้ำตาอุ่นที่หล่นลงบนหลังมือของชานซอง น้ำตาไม่กี่หยดที่ชานซองสัมผัสถึงมันได้

ทำไมต้องเป็นเขาที่ทำให้จุนโฮร้องไห้เสมอ ทำไมจุนโฮต้องเสียใจอีกแล้วล่ะ จุนโฮผู้เข้มแข็งร้องไห้เพราะเขาเสมอเลย

บางทีการไม่มีเขาในชีวิตของจุนโฮนั่นก็คงดีที่สุดแล้วล่ะนะ

“จุนโฮ ฉัน…” ชานซองพึมพำบอกได้แค่นั้นก่อนที่ตัวเองจะเงียบไปเพราะจุกแน่นจนไม่รู้แล้วว่าจะพูดอะไรออกมา เมื่อยามที่ปล่อยวงแขนตัวเองออกมาแตะไว้ที่เอวของจุนโฮ ทันทีที่ทำแบบนั้นจุนโฮก็เดินออกไปจากกันแล้วเดินตรงออกไป สิ่งนึงที่ชานซองไม่รู้ก็คือทันทีที่ชานซองคลายอ้อมกอดออกแล้วจุนโฮเองก็รู้สึกหนาวเหน็บและถวิลหาไออุ่นจากอ้อมกอดชานซองมากแค่ไหนแต่ก็จำใจต้องบังคับให้ตัวเองเดินจากไป

ชานซองทรุดตัวลงนั่งลงตรงหน้าร้านกาแฟเมื่ออยู่เพียงลำพังมือหนาจิกหน้าขาตัวเองเพื่อไม่ให้ร้องไห้แต่ก็ดูแล้วว่าจะช่วยอะไรไม่ได้มากนัก เป็นโชคดีที่มีผู้คนน้อยมาก แต่คนที่เดินผ่านไปมาแล้วจำชานซองได้ก็มองดูอย่างแปลกใจ หลายคนคิดว่าเป็นการถ่ายละครหรือรายการอะไรสักอย่างจึงเดินผ่านไปและไม่ติดใจอะไรมาก หากแต่ว่าพวกเขาไม่ได้รู้เลยว่านี่คือฉากชีวิตจริง

จริงแท้อย่างมากมายที่เกิดขึ้นกับหัวใจของผู้ชายที่ชื่อฮวาง ชานซอง

✘✘✘

“ชานซอง ชานซอง!!” เสียงเรียกที่คุ้นหูดังให้ได้ยิน ชานซองเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นจุนโฮกำลังวิ่งมาหาตัวเองด้วยสีหน้าที่ตื่นตกใจ

จุนโฮวิ่งกลับมาหากันเขาไม่ได้ฝันไปใช่ไหม

“จุนโฮ”ชานซองรีบเด้งตัวลุกขึ้นมายืนตรงหน้าจุนโฮ แม้ชานซองจะดีใจที่ได้เจอจุนโฮ แต่ก็อดเป็นกังวลไม่ได้เลย เพราะตอนนี้จุนโฮสีหน้าเคร่งเครียดและตื่นกลัวมาก

“ชานซอง แย่แล้ว” จุนโฮพร่ำพูดออกมาปนเสียงหอบทันทีที่วิ่งมาถึงชานซอง สีหน้าเสียใจตอนนี้ถูกปะปนด้วยความตื่นกลัวมากมาย กลัวมากจนทำให้ชานซองฉงนสงสัยว่าเพราะอะไร และอะไรที่ทำให้จุนโฮต้องวิ่งกลับมาหาเขาแบบนี้ แต่ไม่ว่าสิ่งน่ากลัวนั้นคืออะไรก็ตามชานซองรู้สึกขอบคุณที่ทำให้จุนโฮนั้นย้อนกลับมาหาเขาอีกครั้ง

“เกิดอะไรขึ้นจุนโฮ” ชานซองขมวดคิ้วถามขณะที่โอบประคองจุนโฮที่กำลังทั้งหอบทั้งดูกังวลตรงหน้า

“ฮยอนอาอยู่ไหนชานซอง ยัยนั่นอยู่ไหนนายต้องรีบไปหาเธอนะ” คำถามของจุนโฮถึงฮยอนอายิ่งทำให้ชานซองสงสัย

“ทำไม มีอะไรจุนโฮ” จุนโฮทำสีหน้าร้อนใจ มือดึงชานซองให้เดินตามตัวเอง ส่วนมืออีกข้างก็ล้วงกระเป๋ากางเกงเพื่อหยิบของด้านในออกมา

“เมื่อกี้ฮยอนอาส่งนี่มาให้ฉัน” จุนโฮยื่นมือถือตัวเองให้ชานซอง ตาโตเบิ่งกว้างอย่างตกใจกับสิ่งที่ได้เห็น

เพราะนั่นเป็นภาพของชานซองและจุนโฮที่กำลังจูบกันอยู่ในมุมมืดมุมนึง พิจารณาแล้วน่าจะเป็นโซฟาในคลับที่ตอนนั้นจุนโฮโกรธเรื่องชานซองไปจูบกับฮยอนอาแล้วไปเสเพลพร้อมกับอูยอง จนชานซองหึงแล้วฝากรอยช้ำไว้บนตัวจุนโฮเสียจนเสียงานเสียการ รูปที่จูบกันบนโซฟาวันนั้น ถูกบันทึกไว้เป็นรูปที่เห็นหน้าของทั้งชานซองและจุนโฮชัดเจน ดูปุ๊บก็รู้ทันทีว่าใครเป็นใครไม่มีผิดตัวแน่

ใต้รูปนั้นยังมีข้อความเขียนเอาไว้ว่า

‘แกพังแน่จุนโฮ ดูสิว่าความรักของแกสองคนจะช่วยอะไรได้ หึ ฉันบอกแล้วว่าฉันจะไม่แพ้แก อี จุนโฮ ‘

 

“นายเห็นหรือยังชานซองว่ามันแย่แล้วน่ะ รีบไปหาฮยอนอาเร็วเข้า ไปรั้งยัยนั่นไว้ ยังไงก็ได้แต่อย่าให้ยัยนั่นทำแบบนี้นะ ฉันไม่อยากให้นายพัง ถ้าเรื่องออกมาเป็นแบบนี้นายจะแย่ รู้ไหม” จุนโฮร้องบอกอย่างเป็นกังวลมาก ขาก็จ้ำเดินตามหาฮยอนอาไปไม่หยุด สีหน้าและคำพูดแสนกังวลนั้นเอ่ยบอกเป็นห่วงแต่เพียงชานซอง ราวกับเรื่องนี้จะไม่ส่งผลกระทบอะไรกับตัวเอง ทั้งที่ตัวเองก็เป็นนายแบบดังที่มีชื่อเสียงทั้งคู่ เรื่องนี้จะเป็นเรื่องที่ทำลายทั้งสองคนอย่างง่ายดาย

ตาโตของชานซองจ้องมองสีหน้ากังวลของจุนโฮ แม้ว่าจะเป็นภาวะที่เคร่งเครียดมากแต่การได้เห็นสีหน้าแววตาของจุนโฮคิดถึงและกังวลแต่ตนเองก็ทำให้ชานซองใจชื้นขึ้นมาได้อย่างมากเลย จุนโฮยังคงรักเขา รักเขามาก มากกว่าคำบอกเลิกเมื่อครู่ที่ได้ยินมากเลยล่ะ ชานซองแน่ใจ แน่ใจมากว่าที่จุนโฮบอกเลิกกับเขาเมื่อครู่ก็รักเขา ไม่เพราะว่าไม่รักเขาอีกแล้ว

เขาเองก็รักและอยากทำอะไรให้จุนโฮมากกว่านี้

“ฉันก็เป็นห่วงนายนะจุนโฮ รู้ไหม”

“ห๊ะ เมื่อกี้นายว่าอะไรหรือเปล่า ชาน” จุนโฮหันมาร้องถามชานซองเพราะมัวแต่เครียดเลยไม่ได้ยินว่าชานซองพูดอะไรอยู่กันแน่

“ฉันบอกว่าฉันรู้ว่าฮยอนอาจะไปไหน” ชานซองคว้าข้อมือจุนโฮแล้วดึงตรงไปอีกทางนึง ซึ่งจุนโฮก็ยอมเดินตามไปโดยง่าย เมื่อเดินตรงมาก็เห็นว่านี่เป็นส่วนของโรงหนัง ชานซองแน่ใจว่าฮยอนอาจะมาที่นี่ ถ้าฮยอนอาอยากจะประกาศเรื่องของเขากับจุนโฮใจจะขาดก็ต้องมาที่ที่มีนักข่าวอยู่จำนวนมากแน่นอน

ชานซองและจุนโฮเริ่งฝีเท้าให้ก้าวเร็วขึ้น

เสียงแฟลซและเสียงหึ่งๆ ของคนหมู่มากที่กำลังพูดกันนั้นเรียกให้เท้าทั้งสองคู่เดินตรงมาที่บริเวณหน้าโรงหนัง ที่ยามนี้เต็มไปด้วยนักข่าวมากมาย ซึ่งกำลังให้ความสนใจจับจ้องไปที่คนคนเดียว

รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยชัยชนะ กับมือถือที่ยื่นโชว์ออกมาในมือของฮยอนอาบอกผลของเกมครั้งนี้แล้ว

“นั่นไงคะพี่ๆ นักข่าว คู่เกย์ของเรา” ฮยอนอาเหยียดยิ้มร้ายกาจขณะที่ชี้นิ้วมาที่ชานซองกับจุนโฮที่กำลังยืนอยู่ข้างหลังฝูงนักข่าว นักข่าวที่ได้ยินฮยอนอาบอก ก็รีบหันมาจดจ้องทั้งสองคนด้วยสายตาคมกริบราวสัตว์ป่ากระหายเหยื่อทันที ฮยอนอาฉีกยิ้มกว้างอย่างสะใจขณะยื่นมองภาพตรงหน้า  เธอว่าแล้วว่ามาหือกับเธอน่ะ ล่มสลายในพริบตา เห็นไหมล่ะ

 

“ชาน รีบหนีเถอะ แบบนี้ไม่ดีแน่” จุนโฮดึงข้อมือชานซองอย่างเป็นห่วง แต่คราวนี้ชานซองที่เคยใจอ่อน เหลาะแหละจะไม่เป็นอย่างนั้นอีกแล้ว เขาจะทำ ทำในสิ่งที่ดีพอสำหรับจุนโฮ ทำในสิ่งที่เขาตัดสินใจแล้ว

เขารักจุนโฮ

“พรึ่บ ๆๆ” เสียงแฟลชกล้องสาดออกมาโครมเบ้อเร่ออย่างรวดเร็วแข่งกันราวกับสายฝ้าที่แลบลงมาในคืนพายุคลั่ง เมื่อชานซองดึงจุนโฮเข้ามาจูบ มือหนาประครองใบหน้าหวานของจุนโฮเอาไว้แล้วป้อนจูบละมุนอบอุ่นให้อย่างค่อยเป็นค่อยไปและลึกซึ้ง เหมือนกับว่าไม่ได้สนใจเลยว่าตอนนี้กำลังอยู่ตรงกลางวงล้อมของนักข่าวที่บันทึกภาพตนเองอยู่

จุนโฮตกใจกับการที่ถูกดึงเข้ามามอบจูบในสถานการณ์เช่นนี้พยายามจะผลักชานซองออกและให้หยุดทำแบบนี้ แต่สัมผัสที่อ่อนโยนแต่ก็ดุดันของชานซอง สัมผัสที่บอกจุนโฮว่าจงมั่นใจและทุกอย่างจะปลอดภัยเมื่ออยู่ในอ้อมกอดนี้ทำให้จุนโฮปล่อยกายและใจตามไปกับจูบที่ชานซองชักพา

เสียงแฟลชยิ่งซัดดังขึ้นเมื่อชานซองถอนจูบออกจากจุนโฮ มือหนานั้นกำข้อมือของจุนโฮเอาไว้แน่น

“ผมขอโทษที่ทำให้พวกคุณต้องผิดหวัง ทั้งแฟนคลับ และสังคมทั้งหมด แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากบอกคือ ความรักเพราะมีเสรีและอิสรภาพจึงได้สวยงาม เปิดใจกันเถอะครับ และอย่าตีกรอบความรักอีกเลย” ชานซองพูดออกมาอย่างแน่วแน่ ดวงตาโตมองเลยไปที่ฮยอนอาที่กำลังยืนหน้าตาตื่นตะลึงมองมาจากด้านหลัง แววตาที่บอกว่านี่ไม่ใช่เรื่องที่เธอคาดเอาไว้ ถ้าชานซองกับจุนโฮไม่ยี่หระกับเรื่องพวกนี้ เธอก็แพ้แล้ว

“ผมรักจุนโฮ นี่เป็นความจริง ไม่ต้องสงสัยหรือขุดคุ้ยอะไรไปมากกว่านี้ เพราะผมรักเขาจริง ๆ เรารักกัน” ชานซองหันมาสบตากับจุนโฮที่ยังคงตื่นตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ แต่เมื่อได้สบกับตาโตของชานซอง จ้องมองรอยยิ้มกว้างที่บอกว่าเชื่อใจกันเถอะนะจุนโฮก็รู้สึกดีขึ้น จนในที่สุดก็ยิ้มหวานออกมาได้

“ผมขอโทษนะครับถ้าความรักของผมกับชานซองจะทำให้ใครๆ ไม่สบายใจ แต่ผมรักชานซอง รักมากจริงๆ ” จุนโฮพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดังและชัดเจนตาตี่จ้องมองนักข่าวอย่างกล้าหาญ มีเพียงประโยคว่ารักที่หันไปมองชานซอง

ทั้งคู่ยิ้มให้แก่กันรอยยิ้มที่หวานดังเช่นหัวใจทั้งสองดวงที่เปี่ยมไปด้วย

มือกระชับบีบกันแน่นขึ้น แล้วทั้งคู่ก็ก้าววิ่งฝ่าออกไปจากฝูงนักข่าวทันที นักข่าวที่ตั้งสติได้ทันรีบวิ่งตามทั้งสองคนไปทันที ดูคล้ายฝูงหมาป่าไคโยตี้ที่กำลังตามล่าลูกแกะ ต่างกันที่ลูกแกะทั้งสองนั้นไม่มีมีความหวาดกลัวหรือหวาดหวั่นอะไรอีกแล้ว

ชานซองพาจุนโฮวิ่งหลบไปหลบมาจนในที่สุดก็นำหน้าฝูงนักข่าวมาถึงที่รถยนต์ของตนเองได้เร็วพอที่ทั้งสองจะสอดตัวเข้าไปในรถแล้วขับรถบึ่งออกไปด้วยกัน จนนักข่าวที่วิ่งตามลงมาเกือบสามสิบคนได้แต่มองท้ายรถ หรือจะเดินไปคว้ารถตัวเองตามบ้างก็ดูไม่ทันการ

นักข่าวใช้เวลาเสียดายที่ตามข่าวไม่ทันเพียงแปปเดียวก่อนชั่ววิจะหันมากดมือถือและอุปกรณ์ไฮเทคในมือเพื่อส่งข่าวเหล่านี้ออกสู่สื่อสาธารณะในนามของตนเอง ยิ่งใครเร็วกว่าก็ยิ่งได้เปรียบ ยิ่งทำข่าวให้ดูฉาวแค่ไหนคนก็ยิ่งสนใจ โลกแห่งการแข่งขันของวงการบันเทิงมันก็เป็นอย่างนี้แหละ

✘✘✘

จุนโฮสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆ นั่งนิ่งทบทวนสตินึกถึงสิ่งที่พึ่งเกิดขึ้นไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ หันไปมองชานซองที่กำลังเหยียบคันเร่งรถอยู่ข้าง ๆ

“เมือกี้เราพึ่งประกาศเรื่องของเราให้ทุกๆ คนรู้จริงๆเหรอเนี่ย รู้กันทั้งวงการเลยนะ” จุนโฮพูดออกมาเสียงยังคงล่องลอยอยู่

“ใช่ เราพึ่งทำมันไปจริงๆ จุนโฮ” ชานซองเป่าลมออกจากปาก พอมาถึงตอนนี้ใจก็ยังเต้นถี่ๆ อยู่เลย

“เฮ้ย แย่แล้วสิ เรื่องสัญญากับพี่มินจุนนายจะทำยังไงเนี่ยชานซอง ตอนฉันไปบอกว่าจะไม่ต่อสัญญากับพี่มินจุน ฉันดันไปรับปากว่านายจะต่อสัญญาแน่นอนไปแล้วนะ” จุนโฮร้องขึ้นมาเมื่อนึกถึงเรื่องสำคัญได้

“นายไปบอกพี่มินจุนว่าจะไม่ต่อสัญญาเหรอ จุนโฮ” ชานซองหันมามองหน้าจุนโฮก่อนจะกลับไปมองทางต่อ

“ใช่ ฉันบอกพี่มินจุนว่าจะไม่ต่อสัญญาแล้วเมื่อวานนี้ ให้เหตุผลอยากพักน่ะ ตอนแรกนึกว่าพี่มินจุนจะซักไซร้อะไรมากนะ แต่พี่มินจุนก็เป็นพี่มินจุนที่แสนดีเสมอ เข้าใจและก็จัดการให้ทุกอย่างเหมือนเดิมเลย” จุนโฮบอกชานซอง ตาตี่เล็กจ้องมองซีกหน้าคมคายของชานซอง ปากอิ่มมีรอยยิ้มจางๆ มันทั้งยินดีที่ได้อยู่ตรงนี้ข้างๆ ชานซอง ทั้งรู้สึกผิดต่อพี่ชางมินและพี่มินจุน

“ที่พี่มินจุนเข้าใจน่าจะเพราะฉันอธิบายหลายๆ เรื่องไปหมดแล้วตอนฉันไปขอไม่ต่อสัญญาล่ะมั้ง”

“ห๊ะ!!” จุนโฮหน้าตื่นตาโตเท่าไข่ไก่เมื่อได้ฟังสิ่งที่ชานซองบอก

“นายไม่ต่อสัญญางั้นเหรอชานซอง ที่ฉันไม่ยอมต่อสัญญาก็เพราะอยากให้นายอยู่ในวงการนี้ต่อนะ เพราะเห็นนายชอบงานที่ทำมาก” จุนโฮพองตาใส่ชานซองอย่างเคยชิน

“ที่ฉันไม่ต่อสัญญาก็เพราะว่าฉันเป็นห่วงนายเหมือนกันนั่นแหละ จุนโฮ ฉันขอไม่ต่อสัญญา เพราะว่าจะได้ไม่มีคนจับจ้องมา ส่วนนายเองก็จะได้ทำงานในวงการนี้ต่อ ฉันก็เห็นว่านายชอบทำงานพวกนี้นี่นา” ชานซองบอกเหตุผลของตัวเองบ้าง ที่ฟังๆ ดูแล้วเหตุผลของทั้งคู่ก็ไม่ต่างกันเลย มันคือความเป็นห่วงอีกฝ่ายมากจริงๆ

“ขอบคุณนะชานซองที่เป็นห่วงฉัน” จุนโฮบอก มือบางแตะที่ต้นแขนใหญ่ ชานซองหันมาวาดยิ้มหวานให้จุนโฮ ก่อนหันไปคุมวิถีการขับรถต่อ

“ฉันก็ต้องขอบคุณนายเหมือนกัน จุนโฮ ที่รักและเป็นห่วงฉันมากๆเลย” แล้วทั้งคู่ก็เงียบ ปล่อยให้บรรยากาศดีๆ เข้ามารอบกาย น่าแปลกพวกเขาพึ่งทำเรื่องที่โคตรกล้าและบ้าบิ่น ในการเปิดตัวเป็นคู่รักชายชายกันกลางสื่อเกาหลีเกือบครึ่งร้อยมาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง แม้จะหวั่นกลัวอยู่บ้าง แต่สิ่งที่อยู่ในใจทั้งสองบอกว่า แม้จะเกิดอะไรขึ้นต่อไปมากมายแค่ไหนก็ตาม พวกเขาจะไม่เสียใจที่ตัดสินใจทำแบบนั้นลงไป

“ว่าแต่เราจะไปไหนต่อดีชานซอง” จุนโฮเอ่ยถาม เพราะตอนนี้ไปบ้านก็คงไม่ได้คงมีนักข่าวไปดักรอเพียบ คอนโดยิ่งแล้วใหญ่ เผลอๆ อยู่ในโซลก็มีพวกสายข่าวกวาดตาตามหาพวกเขาอยู่แน่ๆ สิ่งที่กังวลคือกลัวจะโดนแอนตี้ปาข้าวของใส่ด้วยซ้ำ

“ไปบ้านตากอากาศบนเขาของพี่ซีวอนกัน” ชานซองบุ้ยใบ้ปากไปที่พวงกุญแจรูปหมีอุ้มแตงโมที่พ่วงติดอยู่กับกุญแจดอกใหญ่หลายดอก

“ตอนแรกขอพี่ซีวอนเอาไว้ว่าจะพานายไปพักผ่อนสักวันสองวันหลังจากที่ฉันบอกเรื่องไม่ต่อสัญญาแล้วก็จัดการคุยกับฮยอนอาจริงจังแล้ว สงสัยตอนนี้คงจะได้ไปอยู่ที่นั่นสักพักใหญ่ๆ แล้วล่ะ” จุนโฮฟังแล้วก็พยักหน้าเห็นด้วย ช่วงนี้คงออกมาข้างนอกไม่ได้แน่ มีหวังโดนฝูงนักข่าวรุมเละแน่ๆ

“จุนโฮไม่ต้องกังวลนะ” เพราะจุนโฮนั่งทำหน้านิ่งคิดอะไรไปนาน ชานซองจึงหันมาบอก จุนโฮที่กำลังวุ่นวายในความคิดตัวเองจ้องมองคนตัวโตข้างๆ

“พอเรื่องเริ่มซาเราไปเที่ยวต่างประเทศสักพักนึง พอคนไม่ค่อยสนใจเรื่องของเราแล้วก็ค่อยกลับมาที่เกาหลี ฉันคุยกับพ่อไว้แล้วว่าจะไปช่วยงานที่บริษัทต่อ จะเป็นคนหาเงินมาหาเลี้ยงจุนโฮให้ได้ ส่วนจุนโฮถ้าเบื่อเป็นแม่บ้านอยากจะทำธุรกิจอะไร ชานก็จะจัดให้นะ” ชานซองบอกด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม และรอยยิ้มที่ยามนี้ก็กำลังยิ้มเหมือนเคย ยิ้มเหมือนตอนที่บอกรักจุนโฮเสมอมาเช่นเคย

“นายพูดเหมือนกำลังขอฉันแต่งงานเลยนะฮวาง ชานซอง” จุนโฮถามกลั้วเสียงหัวเราะ หัวใจสดชื่นและพองโต

“ฉันไม่ขอนายแต่งงานตอนนี้หรอกจุนโฮ โรแมนติกไม่พอ” คำตอบของชานซองทำเอาจุนโฮหัวเราะลั่นรถ เสียงหัวเราะที่ทำเอาชานซองหัวเราะคลอตามไปด้วย

“ฉันรักนายนะ จุนโฮ” ชานซองเอ่ยบอกมือเลื่อนมากุมจุนโฮเอาไว้ในช่วงเวลาเล็กๆ ระหว่างรอไฟแดง ดวงตาทั้งสองคู่สบมองกัน ลึกซึ้งและอ่อนหวานอย่างเคย

“ฉันก็รักนาย ชานซอง” จุนโฮฉีกยิ้มกว้างที่ไม่ได้จางหายไปแม้ยามที่ชานซองดึงมือออกเพื่อไปบังคับพวงมาลัยรถต่อ

รถคันสวยที่กำลังเป็นที่จับตามองของนักข่าวที่หิวโซในวินาทีนั้นกำลังขับเคลื่อนและพุ่งทะยานไปบนท้องถนน พาคนสองคนที่ขอแค่รักกันและกันอย่างไม่มีข้อแม้ แม้ว่ายามนี้จำต้องสละชื่อเสียงของตนทิ้งไปเพื่อความรัก พาออกไปจากวงการบันเทิงที่หิวโหย หลอกลวง จอมปลอมและเน่าเฟะ พาออกไปแสนไกลจากกรุงโซลอันวุ่นวาย

✘✘✘

ตาโตกำลังเลื่อนอ่านข้อความพาดหัวข่าวดังที่กำลังถูกพูดถึงและวิพากวิจารกันอย่างรุนแรงในสื่อเกาหลีและเอเชียตอนนี้ เป็นข่าวของชานซองกับจุนโฮเกี่ยวกับรักร่วมเพศ ที่เกือบทุกสำนักพิมพ์พาดหัวข่าวได้น่ากลัวและเลวร้ายพอควร และทุกข่าวต้องไม่พลาดมีรูปของชานซองกับจุนโฮที่ยืนจูบกันให้ดูในวันนั้นติดอยู่ด้วย ถึงข่าวนั้นจะผ่านมาสองสามวันแล้วแต่กระแสไม่ได้น้อยลงเลยสักนิด

“อ่านข่าว ไอ้ชานกับจุนโฮอีกแล้วเหรอ” เสียงหวานร้องถามจากด้านหลัง ทำให้คนที่กำลังกวาดสายตาอ่านข้อมูลอยู่หันมายิ้มให้

“อืม กำลังศึกษาอยู่อ่ะเจย์ เราเอาแบบนี้บ้างไหม” แทคยอนยิ้มหวานโชว์ฟันจนครบทุกซี่ ทำเอาคนที่กำลังเหยียดกายอยู่บนโซฟาข้างกัน ตีเพี๊ยะที่หัวใหล่เข้าให้โครมใหญ่

“จะบ้าไง โง่เหรอวะแทค ถึงกระแสแรงแต่ตอนนี้คนด่าเยอะกว่าเห็นๆ ฉันยังเก็บตังไม่พอเปิดร้านเบเกอร์รี่เลย แกมีหน้าที่หาเงินต่อไป อ๊ค แทคยอน” แจบอมบอก มือก็เลื่อนโทรศัพท์ที่ถือไว้ ตอนนี้กระแสเรื่องชานโฮมาเต็ม มาแรงจริงๆ มีทุกเว็บ ทุกกระทู้เลย มีทั้งขุดคุ้ย ทั้งด่า ทั้งชื่นชม สารพัดอย่าง แต่ด่านี่เยอะสุด บางอันด่ากันแรงยันบุพการี แจบอมอ่านและตาลายปวดเฮดแบบสุดๆ

“เจย์ เจย์อยากได้ร้านเบเกอร์รี่แบบไหน คิดไว้นะ ตีวงเงินไว้เลย ถ้าแทคหาเงินได้มากพอแล้วแทคจะเปิดให้” แทคยอนบอกเสียงอบอุ่น ทิ้งตัวลงมานอนตักของแจบอมที่มองสลับระหว่างนายแบบหน้าเหี่ยวกับมือถือตนเองที่กำลังเปิดคำด่าเอาไว้เด่นๆ แจบอมปิดมือถือแล้ววางลงบนโต๊ะ มือเล็กนวดหางตาที่เป็นรอยตีนสัตว์ปีกให้ เผื่อว่ามันจะหาย ไปเป็นนายแบบขายเครื่องสำอางบำรุงผิวกับเขาบ้าง มันได้หลายตังดี

“ขี้โม้จังเลยว่ะ แทค” ถึงจะพูดแบบนั้นแต่แจบอมก็ยิ้มหวานให้แทคยอน ตอนนี้แจบอมเป็นคนดูแลแทคยอนเหมือนเดิม เพราะชานซองและจุนโฮไม่ต่อสัญญาทั้งคู่ เขาก็เลยไม่ต้องไปทำงานตามพี่มินจุนชวนแล้ว เราะงั้นเรื่องเงินเรื่องรายได้แทคยอนก็ยังได้เยอะเหมือนเดิม ยิ่งตอนนี้กระแสข่าวทั้งของซูจีกับนิชคุณก็ทำให้หนังที่มีร่วมกันดังมาก จนแทคยอนพลอยได้กระแสไปด้วยแล้วไม่พอ ยังมีความชานซองกับจุนโฮขึ้นมาอีก แม้ดูจะไม่เกี่ยวกันแต่ก็ต้องยอมรับว่า ตอนนี้แทคยอนมีงานมากขึ้นเพราะข่าวพวกนี้ด้วยเหมือนกัน

“นี่เจย์ แทคสงสัยอ่ะ” จู่ๆ แทคยอนก็ถามขึ้นมา แจบอมที่ลูบผมให้แทคยอนจนตัวเองชักจะเคลิ้มหลับ มองใบหน้าคมคายบนตักอย่างนึกสงสัย

“อะไรเหรอ”

“ตอนนี้เจย์เลิกชอบพี่มินจุนแล้วจริงๆ ใช่ป่ะ แบบไม่ชอบอีกแล้วอ่ะ” หน้าตาดูตื่นกลัวคำตอบอยู่หน่อยๆ ของแทคยอนทำให้แจบอมอมยิ้ม

“อืม ต้องย้ำอีกใช่ไหม ตอนนี้ปาร์ค แจบอมเลิกชอบคิม มินจุนแล้ว โอเคไหม” แจบอมตบท้ายด้วยเสียงหัวเราะขึ้นจมูกแสนน่าฟังอย่างเคย

“เจย์”

“หืม”

“งั้นตอนนี้เจย์รักแทคป่ะ” คำถามที่ถามง่ายๆ ททำเอาคนฟังไปไม่เป็นตอบไม่ได้ง่ายๆ เลย แจบอมหน้าแดงหูแดงขึ้นมาทันตาจนร้อนไปหมด

“ตอบดิ เจย์” แทคยอนเร่งเร้า ดวงตาโตนั้นเต็มไปด้วยประกายความอยากรู้

“ไม่รู้จริงๆ หรือไง โง่ว่ะแทค” แจบอมตอบอ้อมแอ้มกลบเกลื่อนเบือนหน้าหนีไปทางอื่น แทคยอนเห็นอย่างนั้นก็ใจชื้นยิ้มกว้าง จิ้มแก้มแจบอมเล่น เชิงยั่วและตามใจตัวเอง

“แทคโง่น๊า บอกหน่อยดิเอาแบบชัดๆ นะเจย์” แทคยอนร้องอ้อน แต่แจบอมก็ยังคงนิ่งเงียบด้วยใบหน้าที่เขินสุดติ่ง

“งั้นแทคบอกก่อนละกัน แทครักเจย์นะ” ทำมือเป็นรูปหัวใจส่งให้ปิดท้ายด้วย แจบอมที่ตอนนี้หูเปลี่ยนเป็นสีแดงแทบไม่เห็นสีขาวผ่องแล้วหลังจากฟังคำบอกรักก็ยังคงหันหน้าหนีอยู่เช่นเดิม

“เหมือนกันนั่นล่ะ”

“อะไรเหมือนกันเหรอ เจย์” แทคยอนเอ่ยถามตบท้ายด้วยการกระพริบตาใส่ แจบอมละอยากจะดีดกะโหลกให้เซลล์แอบแบ๊วทั้งที่พูดจากคุกคามกันอยู่ของแทคยอนตายให้หมดนัก เห็นที่ว่าถ้าไม่ตอบให้ตรงคำถามคงโดนแหย่จนเขินตายไปเลยแน่ๆ

“รักเหมือนกัน ได้ยินไหม” แจบอมกลั้นใจตอยออกมาเสียงดง แทคยอนอมยิ้มกริ่มกับสิ่งที่ได้ฟัง คว้ามือแจบอมมาจับไว้

“เห็นไหมบอกแค่นี้ง่ายจะตายไป” แทคยอนพึมพำ แล้วก็หลับตา

“รักเจย์นะ” แล้วก็ทิ้งไว้อีกคำก่อนจะนิ่งไปเหมือนจะดิ่งลงความฝันไปจริงๆ เพราะแทคยอนไม่ได้มองอยู่แจบอมก็เลยนั่งปล่อยให้ตัวเองเขินหน้าแดงจนร้อนไปหมดทั้งตัวน่ากลัวหัวจะระเบิดอยู่อย่างนั้นล่ะ

นี่ถ้ากูเป็นความดันสูงเพราะเขินบ่อยๆ

สงสัยค่าตัวต้องแบ่งเป็นห้าสิบห้าสิบแล้วล่ะจะได้คุ้มขึ้นมาบ้าง

✘✘✘

“อูยองพี่หาโทรศัพท์ไม่เจอ โทรหาให้หน่อยสิ” นิชคุณเอ่ยบอกในขณะที่ตัวเองก็กำลังประครองรถให้ตรงทางข้างหน้าไป

“เดี๋ยวนะครับ ผมขออ่านกระทู้นี้ที่เขียนข่าวจุนโฮกับชานซองจบก่อน” ปากบางเอ่ยบอก ตาเรียวก็กวาดสายตาไล่อ่านอยู่อีกแปปนึง

“โหยย โคตรตีไข่ใส่สีอ่ะ แต่ก็เอาเถอะ ยิ่งแรงก็ยิ่งขายได้” อูยองบ่นออกมาหลังจากอ่านจบ แล้วก็กดเบอร์โทรศัพท์ของนิชคุณเพื่อโทรออก ตอนนี้อูยองไม่ต้องคิดอีกแล้วว่าควรจะเมมชื่อของนิชคุณว่าอะไรดี เพราะเขาลบชื่อของนิชคุณออกจากเครื่องไปแล้วและเปลี่ยนเป็นการจำแทน การจำที่จำได้ขึ้นใจดีในการโทร เช่นกันกับนิชคุณที่ใช้วิธีจำเบอร์ของอูยองแทน เพื่อที่จะได้ไม่เป็นที่สงสัยหรือมีพิรุธยามที่ต้องโชว์โทรศัพท์หรือมีใครมาสำรวจดู นี่คือเวลาที่ต้องแนบเนียนและต้องอดทน พวกเขาต้องทำมันให้ดี

“อยู่นี่ไง” อูยองหันหน้าไปตามเสียงเรียกเขา มือรื้อกองบทละครจากหลังรถที่วางอยู่เพียบแล้วดึงเอาโทรศัพท์เครื่องหรูของนิชคุณออกมานั่งกดเล่นขณะที่เจ้าของกำลังขับรถอยู่

“ในตารางวันนี้บอกว่าพี่ต้องไปกินข้าวกับซูจีนี่ครับ” อูยองร้องบอกเมื่อเห็นรายการเตือนที่เด้งอยู่บนหน้าจอเหมือนตารางงาน นิชคุณหันมามองอูยองที่ตาแบ๋วๆ กำลังจ้องมองกันอยู่

อูยองทำความเข้าใจกับจุดนี้ของนิชคุณดี เรื่องราวต่างๆ ที่ประกาศออกไปต้องสมจริง ซึ่งความสมจริงก็อยู่ที่ความต่อเนื่องและรายละเอียดนี่ล่ะสำคัญที่สุด

“ไม่ต้องไปแล้ว พี่ซงอีโทรมาบอกว่าเพราะข่าวของชานซองกับจุนโฮ ถึงไปกินข้าวด้วยกันก็คงจะไม่มีคนสนใจ พักนี้คงจะสนกันแต่เรื่องชานซองกับจุนโฮ เพราะงั้นวันนี้พี่ว่างก็เลยไปรับอูยองมาไง” นิชคุณบอกด้วยรอยยิ้มกว้าง อูยองเองเห็นแล้วก็อดจะยิ้มไปด้วยไม่ได้

“งั้นวันนี้ไปไหนกันดีครับ” อูยองเอียงคอมองหน้านิชคุณ ดูน่ารักน่าชังซะจนคนที่กำลังตั้งใจขับรถอยู่อยากจะจอดรถแล้วหอมแก้มอูยองให้ซ้ำมันเสียตรงนี้เลย

“อูยองอยากกินอะไรล่ะ” เอ่ยถามเพราะวันนี้นิชคุณกะไว้แล้วว่าจะตามใจอูยอง อูยองเคาะนิ้วชี้ไปกับแก้มตัวเองคิดอยู่แปปนึง

“ไปกินหมูสามชั้นย่างกันนะครับ” อูยองเองก็อยากจะเอาใจนิชคุณเหมือนกันก็เลยเลือกของโปรดของคนข้างกายขึ้นมา

“โอเค หมูสามชั้นย่าง” นิชคุณกล่าวสรุปแล้วก็ขับรถไปตามเส้นทางไปหาร้านที่เลือกในใจ

“ฟอด!!” รอไฟแดงอยู่ดีๆ อูยองที่โดนขโมยหอมแก้มไปหันไปมองหน้าคนขับจอมเจ้าเล่ห์ มือบางก็ทุบไปที่หัวไหล่หนาแรงๆ

“อยากเป็นข่าวดังแข่งกับชานซอง จุนโฮเหรอครับพี่คุณ” อูยองพองแก้มค้อนใส่พ่อนายแบบหนุ่มที่ยังยิ้มระรื่นอยู่ข้างตัว

“อูยองก็อย่าน่ารักสิ พี่จะได้ไม่อยากรังแก” คำตอบไม่อายอะไรอย่างเคย อูยองหน้ามุ่ยแก้มพอง แต่ก็แอบยิ้มอยู่ เห็นแบบนั้นนิชคุณก็อดไม่ได้จะโน้มใบหน้าลงมาใกล้หมายจะหอมแก้มนิ่มอีกสักที

“ไฟเขียวแล้วครับ ขับไปเลย” อูยองยกมือมาบังแก้มตัวเองแล้วดันหน้านิชคุณให้ถอยห่างไป นิชคุณหัวเราะเสียงทุ้มออกมาอย่างอารมณ์ดีแล้วบังคับรถต่อไปตามเส้นทาง โดยมีอูยองคอยนั่งอยู่เคียงข้างกันไม่ห่าง

“ผมรักพี่คุณนะ” อูยองพูดออกมาลอยๆ ก่อนจะหันหน้าหลบไปสิงประตูรถเพราะความเขินอาย นิชคุณที่ได้ยินคำพูดนั้นชัดเต็มสองหูก็ฉีกยิ้มกว้างจนปากจะฉีก

“พี่คุณก็รักอูยอง” ตอบกลับมาด้วยเสียงทุ้มนุ่มที่ไม่ได้พูดออกมาลอยๆ แต่ว่าออกจากทั้งใจและความรู้สึกรักจนยอมทำอะไรทุกอย่างเพื่อให้เราทั้งสองได้อยู่เคียงข้างกัน

✘✘✘

ความรักนี่ตลกนะ บางทีก็รู้ว่าเป็นไปได้ยากแค่ไหนก็ยังมาอยู่ตรงนี้ มาอยู่ระหว่างคนสองคนให้รักกัน ไม่ว่าจะเป็นเพศไหน เป็นใครหรือยังไงก็ตาม

แต่เพราะพวกเขารักจึงเชื่อว่ามันจะเป็นไปได้

เพราะพวกเขาเชื่อในกันและกัน จึงอดทนรอจนมันเป็นไปได้

✘✘✘

ความรักเหมือนดอกไม้ที่เบ่งบานอย่างไร้ทิศทาง เพราะมีอิสระดอกไม้จึงสวยงาม ความรักก็เช่นกัน

✘✘✘

 

.

.

.

END

 

จบแล้ว!!!!! จุดพลุฉลอง ฮิ้วววววววว

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามชีวิตรักของชานนูนอ คุณวู แทคเจย์ แล้วก็พี่คิมกับปู่มินมาด้วยกันจนถึงตอนจบนี้นะคะ
แล้วถ้าเกิดว่าใครอยากจะติดตามชีวิตของพวกเขาต่อไป ก็จับจองรวมเล่มเลยค่ะ มีให้อ่านในนี้ที่เดียวเท่านั้น อิอิ

[Pre-order] รวมเล่มฟิคDangerous Lover !!Slap me beby~ ร้ายกว่านี้มีอีกไหม
#ChanNuneo #KhunWoo  #TaecJay #Jun.K [เปิดพรีฟิครั่วๆแสบๆเรื่องนี้ถึง 12/1/58จ้า]

 

แล้วก็กิจกรรมร่วมสนุกสำหรับทุกท่านที่ตามอ่านกันมาค่ะ อ่านจบแล้ว
มีคำถามอะไรที่อยากถามคู่หลักทั้งสามคู่และตัวละครหลักทั้งเจ็ดคน จากในเรื่องนี้ (คือถามเรื่องราวของทั้งหมดในเรื่องนี้) ในเวลาอีกเจ็ดปีข้างหน้าต่อจากนี้

โดยเขียนบอกว่าจะถามใคร คู่ไหน ถามว่าอะไร ใส่ไว้ในคอมเมนต์ ของตอนหน้าเลยค่ะ ร่วมสนุกกันได้เต็มที่ค่ะ เพราะคำถามเหล่านั้นจะถูกนำไปใช้ในการแต่งตอนพิเศษค่ะ

ขอบคุณที่ติดตามอ่านกันมาค่ะ ^^

Advertisements