PHYSICAL AFFECTION -9- [END] #KHUNWOO #CHANNUNEO #PAKWCNN

Title  :: Physical affection
writer ::  LoveMe
Chapter :: #9
Fandom :: 2PM
couple  ::  ChanNuneoll KhunWoo ll Taec,Jun.K
Rate::  PG 16
Genre  ::  ชีวิตซึนเดเระของอี จุนโฮ ,ชีวิตรันทดของจาง อูยองลำดับที่ 1

BnhwNvdCAAATTqC

My eyes ,My ears ,My hands ,my face ,My lips

My heart ,My soul

…remembers you

– Memory (Younha ft. Tablo) –

9

 

วันนี้ก็ยังคงเป็นวันที่หนาวเย็น เริ่มเข้าหน้าหนาวสำหรับญี่ปุ่น โชคดีที่หอพักที่หรูหรานั้นมีฮีตเตอร์ที่ได้คุณภาพติดไว้จนห้องที่ควรจะหนาวเหน็บเช่นภายนอกนั้นอบอุ่นมากพอที่จะสามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติอบอุ่นมากพอกับคนที่ไวต่อสภาพอากาศทั้งขี้ ร้อน และขี้หนาวอย่างจุนโฮที่จะได้นั่งดื่มโกโก้อุ่น ๆ ในมือได้อย่างสบายใจ

“แหม๊ มีความสุขจริงคนพึ่งโสด”คิม มินจุนที่เดินมาอย่างแฮงค์ ๆเอ่ยทักน้องชายจุนบราพร้อมเดินหาน้ำอุ่นกับมะนาวมาคลายอาการแฮงค์

“แล้วผมจะทุกข์ทำไมนักหนาล่ะ พี่มินจุน”จุนโฮบอกพร้อมเลิกคิ้ว มินจุนยักไหล่ส่งให้อย่างขอไปที

“เปล่า ก็นึกว่านายจะเศร้ากว่านี้เห็นตอนคบกับไอ้คุณงี้หว๊านหวาน”

“ไม่รู้สิครับ แต่ผมกับพี่คุณเราจบกันด้วยดี เป็นพี่น้องร่วมวงกันเหมือนเดิมได้สบายเลย โกโก้แก้วนี้พี่คุณก็เป็นคนชงให้ผมเองด้วย” บางทีความรู้สึกของพวกเขาอาจจะก้าวข้ามความเป็นพี่น้องไปเพียงชั่วครู่ก่อนที่จะกลับมาอยู่ตำแหน่งเดิมเสียตั้งแต่เมื่อไหร่แล้วก็ไม่รู้ก็ได้

“ตามนายว่าละกัน เห็นนายไม่ร้องไห้ฟูมฟายพี่ก็ดีใจละ”ขยี้ผมจุนโฮอย่างเอ็นดู คนตาตี่ฉีกยิ้มส่งให้

“ขอบคุณนะพี่ที่เป็นห่วงผม”

“ก็มีแกกับอูยองเนี่ยที่ฉันห่วงมากหน่อย ส่วนคนอื่นก็พอจะวางใจได้บ้าง”ตบไหล่จุนโฮอีกครั้งก่อนจะเดินไปที่ห้องนอนเพื่อพักผ่อนเพราะว่ารู้สึกมึนหัวไม่หายเสียที

จุนโฮนั่งจิบโกโก้ในมือไปด้วยรอยยิ้มหวาน ล้างแก้วเก็บไว้ที่เดิมเมื่อของเหลวรสอร่อยหมดลงก่อนที่จะเดินตรงไปที่ห้องนอนที่ไม่ใช่ของตัวเอง

“ผมขอเข้าไปนะ”เอ่ยขออนุญาตพร้อมเปิดประตูเข้าไป

“เข้ามาสิ จุนโฮ”เจ้าของห้องเชื้อเชิญเมื่อเห็นหน้าน้องชายตาตี่ ด้วยการตบที่นั่งข้างกายบนเตียงเป็นการเชื้อเชิญให้นั่ง

“ฉันกำลังอยากเจอนายพอดีเลย จุนโฮ”

“อูยองมีอะไรกับฉันเหรอ”ตาตี่เบิกขึ้นจนโตกว่าเดิมได้แค่นิดเดียว ฉีกยิ้มมองหน้าคนที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นแฝดของตนเอง อูยองถอนหายใจ คว้ามือทั้งสองข้างของจุนโฮเอาไว้ ปากบางประดับด้วยรอยยิ้มที่รู้สึกผิดและไม่สดใสนัก

“ฉันอยากขอโทษนาย เรื่องของพี่คุณ”ตาเรียวของอูยองมองหน้าจุนโฮอย่างรู้สึกผิด จุนโฮพยักหน้าเล็กน้อยเขาได้ฟังเรื่องมาจากพี่คุณบ้างแล้ว พี่คุณบอกว่าเจ้าตัวนั้นแอบชอบอูยองมานานแล้วและเรื่องของเขากับพี่คุณนั้นทำให้ทั้งสองคนเข้าใจอะไรได้ตรงกันมากขึ้น และคาดว่าทั้งคู่คงจะคบหากันในฐานะคนรู้ใจในไม่ช้านี้ อูยองคงรู้สึกผิดเพราะคิดว่ามันคงดูเร็วไปสักนิดที่จะคบกับพี่คุณทั้งที่พี่คุณพึ่งเลิกกับเขาไป ไม่ต่างจากพี่คุณรายนั้นมาขอโทษเขาหลายครั้งจนเขาต้องย้ำว่าเขาเป็นคนบอกเลิกพี่คุณเองเลิกขอโทษได้แล้ว เพราะเขาจะรู้สึกผิดขึ้นมาจนได้ เห็นเขาเป็นคนชอบทำหน้างอน แต่เขาเป็นคนที่ไม่ชอบทำให้ใครเสียใจหรอกนะ

“อย่าคิดมากเลยอูยอง นายไม่ต้องขอโทษฉันหรอกนะ ฉันดีใจเสียอีกที่คนที่ฉันรักอย่างนายกับพี่ชายที่แสนดีของฉันอย่างพี่คุณจะได้มีความสุขน่ะ”จุนโฮฉีกยิ้มกว้างดึงมือตัวเองออกจากการกอบกุมแล้วคว้าร่างของอูยองมาไว้ในอ้อมกอด

“นายต้องมีความสุขนะอูยอง สัญญากับฉันสิเพราะถ้านายไม่มีความสุขตอนนั้นแหละฉันจะโกรธนาย”จุนโฮลูบผมอูยอง ทั้งสองออกแรงกอดกันมากขึ้น

“ขอบคุณนะ จุนโฮ ฉันจะพยายามให้ดีที่สุดให้นายไม่โกรธฉัน”

“ฉันเชื่อว่านายกับพี่คุณทำได้แน่นอน”

ทั้งคู่ปล่อยเวลาให้ผ่านไปเงียบๆเพื่อใช้โอกาสนั้นในการขอบคุณกันและกัน ก่อนที่ความเงียบจะจบลงเมื่ออูยองเงยหน้าขึ้นแล้วเอ่ยถึงเรื่องที่คิดออก

“เอ้อ ใช่ จุนโฮ ฉันมีเรื่องนึงที่อยากจะบอกนายเกี่ยวกับชานซอง หมอนั่นชอบนายมานานแล้วและตอนนี้้ก็ยังชอบอยู่”

“ฉันรู้แล้วล่ะ”บอกเสียงไม่ดังนัก ตาตี่พยายามจะหลบเลี่ยง แก้มนั้นแดงเรื่อขึ้นในทันที

“แล้ว…”

“อันที่จริงหลังจากนี้ฉันจะไปหาหมอนั่น มีเรื่องบางอย่างที่จะต้องบอกน่ะ”อูยองดันตัวเองออกจากกอดของจุนโฮ ตาที่มีขนาดไม่ใหญ่นักทั้งสองคู่จ้องมองกัน ความอยากรู้เก็บไม่มิดในสายตาของอูยอง

“เรื่องอะไรเหรอ” จุนโฮขยับตัวเข้ามาใกล้แล้วกระซิบเล่าคำตอบที่อูยองเอ่ยถามให้ฟัง

******

ตาโตทั้งสองคู่หันกลับมาจ้องกันหลังจากภาพที่ตัวเองยืนมองอยู่นั้นไม่อาจเดาเรื่องราวต่อได้จากการแนบกระซิบกันของสองแฝดประจำวง นิชคุณดันประตูห้องนอนของอูยองให้ปิดลง หันมาสบตากับคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กัน

“สำหรับที่ผ่านมาทั้งหมดพี่ขอโทษนะชานซองที่ทำตัวไม่ดีใส่นาย ทั้งปากไม่ดีแล้วก็หาเรื่อง”

“ผมก็ขอโทษพี่เหมือนกันที่ทำตัวหยาบคายแล้วก็กวนโอ๊ยกับพี่ไปหลายอย่างเลย” จับมือกันก่อนที่จะกอดแทนคำขอโทษที่มอบให้กันและกัน

“ฉันรู้ว่านายจะต้องทำให้จุนโฮมีความสุขได้แน่”ตบหลังชานซองพร้อมคลายอ้อมกอดออกมา

“ผมก็รู้ว่าพี่จะไม่ทำให้อูยองเสียใจอีก” ชานซองบอก ทั้งสองจ้องตากัน มือหนายื่นออกมาจับกันอีกครั้งแทบในทันที

“ถือว่าเป็นคำสัญญา”สัญญาว่าจะไม่ทำให้คนที่ตัวเองดูแลต้องเสียใจ

“แน่นอนครับ”เขย่ามือกันเป็นอันตกลงสัญญา

ต่างฝ่ายต่างรู้ดีว่าคนที่ตนรักนั้นไม่ใช่คนอ่อนแอที่จะต้องให้พวกเขาดูแลปกป้องอยู่ตลอดเวลาหรอก สองคนนั้นเองต่างหากที่อาจจะเป็นคนที่มาคอยดูแลและซับน้ำตาให้พวกเขายามที่เหนื่อยล้าและไม่สบายใจ แต่พวกเขาก็ยังคงอยากที่จะเป็นคนคอยดูแลให้ดอกไม้ของตัวเองผลิบานด้วยรอยยิ้มอยู่เสมอ ต่างก็ไม่อยากที่จะเป็นต้นเหตุให้คนที่ตัวเองรักต้องเสียใจและผิดหวัง

เพราะรอยยิ้มของจุนโฮ กับ อูยอง คือสิ่งสำคัญสำหรับพวกเขา

…..

ชานซองวางหนังสือตรงหน้าลงทันทีเมื่อได้ยินเสียงลูกบิดประตูห้องตัวเองถูกบิด รอยยิ้มกว้างปรากฏขึ้นเมื่อเห็นคนที่ยืนอยู่หลังประตูบานนั้น ยิ่งคนที่กำลังอยากเจอเดินเข้ามาหาก็ยิ่งยิ้มกว้างขึ้น

“กำลังอยากเจอนายพอดีเลย จุนโฮ”ชานซองเอ่ยบอก จุนโฮเดินไปนั่งตรงโต๊ะสำหรับเขียนหนังสือ ปากอิ่มอมยิ้มไว้พร้อมกับคำพูด ความเงียบที่ไม่ยอมจากไปเสียทีทำเอาคนใจเย็นอย่างชานซองรู้สึกใจร้อนขึ้นมาเสียแล้ว

“นายมีเรื่องอะไรจะบอกฉันหรือเปล่า จุนโฮ”ชานซองเอ่ยถาม จุนโฮไม่ตอบอะไรแต่รอยยิ้มนั้นกว้างมากขึ้น

“อาจจะมี”กำกวมได้อีก

“นายมีอะไรช่วยบอกฉันหน่อยสิ จุนโฮ”จุนโฮยังคงลอยหน้าลอยตา รอยยิ้มกว้างที่ปิดไม่มิดแจ้งชี้ชัดถึงความรู้สึกสนุกของเจ้าตัว

“นะ นะ จุนโฮ”ตาโตมองปริบ ๆ เรียกร้องความสนใจ

“บอกก็ได้”จุนโฮหัวเราะคิกคักพร้อมยื่นกระดาษแผ่นนึงมาให้ ชานซองคลี่กระดาษออก ข้างในเขียนข้อความไว้สั้น ๆ เท่านั้น

” 17 “ชานซองอ่านข้อความเพียงหนึ่งเดียวในนั้นออกมาเสียงดัง ตาโตจ้องมองจุนโฮอย่างสงสัย

“ใช่ สิบเจ็ด”จุนโฮยิ้มแฉ่งจนตาตี่เป็นสระอิแล้วรอยยิ้มสดใสก็สว่างไสวไปทั่วห้อง ชานซองสะบัดกระดาษในมือเป็นเชิงถามหาความหมาย

“จากที่ฉันคำนวณระยะเวลาทั้งหมด รวมทั้งเวลาที่คบกับพี่คุณ ฉันสรุปได้ว่าเราควรจะต้องเดทกันอย่างน้อยสิบเจ็ดครั้ง ”

“หา!!”ชานซองอ้าปากหวอ จุนโฮหัวเราะคิกคัก มือขาวดันคางให้ปากที่อ้ากว้างหุบลง

“ตอนนั้นนายเป็นคนบอกฉันเองนะ ชานซอง ว่าไม่ให้ฉันลดตัวไปเป็นแค่ของขวัญวันแห่งความรักน่ะ เพราะงั้นก็ต้องอดทนรอหน่อยนะ หึหึหึ”จุนโฮพูดด้วยน้ำเสียงสะใจแต่ก็จริงจังถึงเมื่อคราวที่ชานซองบอกกับตัวเองไว้เมื่อวันวาเลนไทน์ที่เจ้าตัววางแผนจะมีอะไรกับพี่คุณในครั้งนั้น พอคิดถึงแล้วชานซองก็ทำได้แค่เหลือกตาเท่านั้น ก็ตอนนั้นที่พูดไปเพราะว่ามันหวงจุนโฮนี่

เมื่อเห็นว่าชานซองกำลังวิญญาณหลุดออกจากร่าง จุนโฮยิ้มอย่างชอบใจลุกขึ้นเดินเพื่อกลับห้องของตัวเอง เห็นมักเน่หมีผู้ใจเย็นหมดสภาพแบบนี้แล้วเขาล่ะมีความสุขจริง ๆ

“เดี๋ยวสิ จุนโฮ”ชานซองวิญญาณเข้าร่างได้อย่างทันท่วงทีมือหนาจับข้อมือของจุนโฮเอาไว้ก่อนจะกระตุกจนร่างของจุนโฮนั่งลงบนเตียง

“…”จุนโฮใช้ตาตี่กับปากยู่น่ารัก ๆ ของตัวเองมองเป็นเชิงถามชานซองว่ามีอะไรกันแน่

“นายมีเดทสิบเจ็ดครั้งมาให้ฉัน ฉันก็มีของให้นายนะ นายอยากรู้ไหมว่าอะไร”ชานซองเอ่ยบอกเมื่อเห็นแววตาฉงนสงสัยของจุนโฮแล้วก็ต้องซ่อนยิ้มเพราะจุนโฮกำลังจะเป็นไปตามแผนที่เขาวางไว้แล้ว

“ไม่เห็นอยากรู้”จุนโฮทำลอยหน้าลอยตาแต่สีหน้าก็ปิดไม่มิดว่าตนเองสนใจใคร่รู้มากแค่ไหน

“ฉันรู้ว่านายอยากรู้ แลกกับ…”ชานซองแตะนิ้วไปที่ริมฝีปากหยักของตัวเองสายตาเจ้าเล่ห์นั้นเดาได้ไม่ยากว่าอยากได้อะไร แต่พอเห็นแบบนั้นแล้วจุนโฮละอยากจะตีให้เสียจริง ๆ จ้องจะลวนลามเขาอีกแล้วดูสิ

“ถ้าไม่อยากให้ก็ไม่ต้องให้ ฉันไม่อยากได้ของนายหรอก”งอนจนแก้มพองตาตี่ ชานซองรั้งคนจอมเหวี่ยงไว้ด้วยมือหนา

“ไม่อยากรู้จริง ๆ เหรอ ฉันซื้อของมาให้สำหรับนายโดยเฉพาะจากเซ็กส์ช็อปที่เราไปครั้งก่อนเลยนะ”แหล่งที่มาของของทำให้จุนโฮนิ่งได้เพราะความอยากรู้ที่วิ่งแล่นขึ้นมาทั่วกาย

หมอนี่ซื้อของให้เขาจากเซ็กส์ช็อปงั้นเหรอ สำหรับเขาโดยเฉพาะด้วยมันคืออะไรล่ะ ..อยากรู้จัง

ชานซองยิ้มกริ่มเมื่อเห็นใบหน้าน่ารักกำลังคิดหนัก เพราะแสดงออกชัดเจนว่าจุนโฮนั้นตกหลุมพรางของเขาแล้ว มือหนาช้อนใบหน้าขาวมาไว้ในฝ่ามือ ตาโตจ้องมองสื่อความหมาย แม้ว่าจุนโฮจะรู้สึกหมั่นไส้ชานซองมากแค่ไหนแต่ความใคร่รู้ก็มีมากกว่า สถานที่อย่างนั้น คนคนนี้จะมองอะไรแล้วคิดถึงเขากันนะ ถ้าเกิดเป็นพวกของเล่นลามกล่ะก็ พ่อจะแพ่นกบาลด้วยโคมไฟให้เลือดโชกเลยคอยดู

เมื่อไม่เห็นทีท่าปฏิเสธ ชานซองจึงก้มหน้าลงชิดใกล้ ลมหายใจอุ่น ๆ จากจมูกโด่งรินรดลงบนแก้มขาวนุ่ม เมื่อปากหยักกำลังจะแนบประชิดกับริมฝีปากอิ่ม

“จูบเดียวนะ”จุนโฮกระซิบบอกดักทางไว้เสียก่อนแต่ชานซองก็ไม่ตอบอะไรนอกจากอืมเบาๆในคอแล้วบรรจงประทับจูบลงไปบนริมฝีปากของจุนโฮ ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ปากหยักถอนขึ้นมาเล็กน้อยแล้วกดย้ำสัมผัสไปทั่วริมฝีปากอิ่ม ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ลิ้นร้อนไล่ต้อนหยดน้ำหวานในโพลงปากอุ่นให้ก้าวเข้ามาช่วงชิงความร้อนแรงจากกันและกัน  ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนพอใจชานซองถึงได้หยุดจูบเดียวที่จุนโฮขอลง  ลมหายใจร้อนพรูออกมาชุดใหญ่เมื่อคลายจูบออกจากกัน จุนโฮที่ปากเจ่อแดงใช้ตาตี่จ้องหน้าชานซองอย่างอดจะเคืองไม่ได้หน่อย ๆ

เป็นจูบเดียวที่ชุดใหญ่มากจนน่าโมโห จูบเก่งขนาดนี้มีคนฝึกให้เยอะล่ะสิ ไอ้มักเน่บ้า

“ไหนล่ะของของฉัน”จุนโฮกระแทกตัวนั่งลงบนเตียงของชานซอง น้ำเสียงเอาแต่ใจพอตัวกับตาตี่ที่จ้องมอง ยกมือขึ้นกอดอกบ่งบอกความต้องการเร่งรัดซ้ำอีกอย่าง ชานซองยิ้มอย่างอารมณ์ดีด้วยปากที่เจ่อแดงไม่แพ้กัน ร่างสูงเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า เสียงรื้อค้นที่ดังเข้ามา จุนโฮอดไม่ได้ที่จะแอบมองดูแต่ก็เห็นเพียงแผ่นหลังกว้างเท่านั้น

เพียงครู่ชานซองยืนอยู่ตรงหน้าเขาพร้อมกล่องของขวัญที่ห่อกระดาษสีเงินประกายดำไว้ในมือ จุนโฮมองกล่องนั้น เงยหน้ามองคนให้

“ฉันให้นาย ฉันเห็นแล้วคิดว่าเหมาะกับนายจริง ๆ “ชานซองยิ้มกว้างดูใจดีและน่ารัก จุนโฮรับกล่องนั้นมาไว้ในมือ ถ้านี่ไม่ได้ซื้อมาจากเซ็กส์ช็อปบางทีเขาอาจจะไม่ตื่นเต้นเท่านี้ก็ได้  ลงมือแกะกล่องของขวัญในทันที มือขาวยกฝากล่องกระดาษขึ้นมา ตาตี่จ้องมองของที่อยู่ภายใน นิ่งเงียบไม่รู้จะกล่าวอะไรดี เพราะสมองกำลังประมวลผลอยู่ จนในที่สุดก็เจอคำที่เหมาะสม ตาตี่เงยจ้องคนหน้าหล่อที่ยืนส่งยิ้มหวานให้กันอย่างแอ๊บแบ๊ว

“นายนี่มันโรคจิตจริง ๆ เลย ฮวางชานซอง ของพวกนี้นี่นะเหมาะกับฉัน”จุนโฮโวยออกมาหลังจากจ้องมองของในกล่อง

มันไม่ได้ลามกน่ารังเกียจ ชานซองจึงปลอดภัยจากการโดนโคมไฟฟาด

“เหมาะกับนายจะตาย ดูปุ๊บ ใช่เลย นายเหมาะกับมันมาก ๆ”

“เหมาะเหรอ”จุนโฮหยิบของสีดำสองชิ้นในกล่องขึ้นมา ชูให้ชานซองดูชัด ๆ

“เหมาะยังไง ที่คาดผมหูแมวกับปลอกคอหนังสีดำฝังหมุดเนี่ยนะเหมาะกับฉัน นายเห็นฉันเป็นสัตว์เลี้ยงหรือยังไง ห๊ะ ฮวาง ชานซอง”โวยวายเสียจนปากสีสดยู่น่ารักตาตี่นั้นพองฟ้องความเหวี่ยงที่กำลังสะพัดขึ้นสูง

“จะให้ฉันอธิบายยังไงล่ะจุนโฮ มันเหมาะกับนายจริงๆนะ ดูสิ”ดึงที่คาดผมมาใส่ลงบนผมจุนโฮ ใช่เลยแบบนี้แหละ ใครจะเหมาะกับของชิ้นนี้กว่าจุนโฮอีก นี่ถ้าสวมปลอกคอสีดำนี่ด้วยใช่เป๊ะเลย ..แมวสุดเหวี่ยงจอมยั่ว

“นายอยากตายเหรอ ชานซอง”ขู่ฟ่อทันทีเมื่อเห็นชานซองพยายามที่จะเอาปลอกคอหนังมาใส่ให้ตัวเอง จุนโฮดึงที่คาดผมออกแล้วคว้าปลอกคอคืนมาถือไว้ในมือ

“ที่ร้านนั่นขายแพงมากเลยนะ นายไม่ชอบมันจริงๆเหรอจุนโฮ”ชานซองทิ้งตัวลงนอนตักจุนโฮ หัวโตถูไปกับตักเพื่อออดอ้อน จุนโฮยู่ปากมองของในมือสลับกับคนให้

ก็ไม่ใช่ว่าไม่ชอบนะ แต่เพราะของพวกนี้ซื้อจากร้านเซ็กส์ช็อป เห็นแล้วคิดถึงเขาอีก หมอนี่ไม่ได้มีเจตนาเคลือบแฝงอะไรใช่ไหม ?

“ก็ไม่ใช่ว่าชอบหรอกนะ แต่เสียดายเงินแทนนาย จะเก็บไว้ละกัน ขอบคุณนะที่อุตส่าห์ซื้อมาให้ฉัน  แล้วคราวหน้าน่ะ ช่วยกรุณาซื้อของจากร้านปกติ ๆ นะ”วางของลงในกล่องตามเดิม คนตัวเล็กกว่าไม่ได้ผลักผู้ชายตัวโตที่นอนหนุนตักอยู่อย่างใจคิด มือขาวลูบผมของชานซองแผ่วเบา

“ถ้าเดทด้วยกันครบสิบเจ็ดครั้ง ฉันจะได้เป็นแฟนนายใช่ไหม จุนโฮ”ชานซองมองหน้าจุนโฮพลางถามคำถาม คนตาตี่ยักไหล่ กลอกตาเฉไฉไปทางอื่น

“มั้ง!!??” ถึงปากว่าอย่างนั้นแต่ขณะเดียวกันก็หลุดยิ้มกว้างออกมา ชานซองคว้ามือของจุนโฮมาวางไว้แนบแก้มของตัวเองตอนนี้เขาเองก็ยิ้มเหมือนกัน

“นายต้องเป็นแฟนฉันแน่ ๆ จุนโฮ”จุนโฮเลิกคิ้วเมื่อได้ฟัง

“มั่นใจจริงนะ”

“แน่นอนสิ เพราะฉันคือชานซองคนที่รักนายยิ่งกว่าใคร ๆ”คำพูดที่แสนมั่นใจนั่นทำให้จุนโฮหน้าแดง แต่คนปากแข็งก็แกล้งเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ตาตี่กระพริบถี่ ๆ ขณะที่สมองกำลังพิจารณาสิ่งที่ฟังไปเมื่อครู่

“ฉันฟังนายบอกว่ารักฉันมาตั้งหลายครั้งแล้ว นายรักฉันมากขนาดนั้นเลยเหรอ”จุนโฮเอ่ยถามอย่างสงสัย เพราะตลอดระยะที่คบมากับพี่คุณมา พี่คุณแทบจะไม่เคยบอกรักเขาเลย เวลาบอกส่วนมากก็จะบอกตอนให้กำลังใจหรือตอนที่เขากำลังท้ออยู่มากกว่า แต่ไอ้การมาบอกกันในเวลาปกติแบบนี้ พอได้ฟังใจก็อดจะเต้นระรัวไม่ได้   คนตาโตที่นอนหนุนตักอยู่จับหน้าของจุนโฮให้หันมามองตัวเองตาโต ๆ จ้องพร้อมส่งยิ้มให้

“รักสิ ฉันชอบนายตั้งแต่เดบิวต์ใหม่ ๆ นู่น ตอนแรกก็ไม่นึกว่าจะชอบจริงจังหรอก แต่ก็คอยมองนาย อยู่กับนายมาตลอด จนรู้ตัวอีกทีก็รักซะแล้ว แต่นายสิไม่รู้อะไรเลยสักอย่าง “มือหนาบีบจมูกโด่งรั้นอย่างหมั่นเขี้ยว

“แถมยังชอบมาทำให้ฉันคิดว่านายมีใจ ชอบมายั่วให้อยากแล้วก็จากไป แล้วยิ่งตอนที่นายมาบอกฉันว่าชอบพี่คุณอย่างนั้น ชอบพี่คุณอย่างนี้ มาปรึกษาอยู่ได้ ฉันล่ะโคตรจะเซ็ง”ชานซองเหลือกตา ทำหน้าเบ้ใส่จุนโฮ

“ฉันไปยั่วนายตอนไหนกัน”จุนโฮกระพริบตาตี่ ๆ มอง ใบหน้าซื่อๆอย่างนี้ล่ะที่ทำให้ชานซองถอนหายใจกับตัวเองเฮือกใหญ่ จะเคยรู้อะไรบ้างก็เป็นอย่างนี้ซะทุกทีนั่นแหละ รู้บ้างไหมว่าตัวเองเป็นพวกแรงดึงดูดสูงน่ะโดยเฉพาะกับเพศเดียวกัน รู้บ้างไหมว่าตัวเองน่ะน่ารักแล้วก็ชอบมาทำให้คนอื่นตบะแตกน่ะนะ  ไม่ใช่จะรู้อะไรสักอย่าง

“ซื่อบื้อ ฉันถึงได้เคยบอกนายไงจุนโฮว่านายมันซื่อบื้อ”ลุกขึ้นนั่งแล้วโยกหัวจุนโฮทั้งเอ็นดูทั้งหมั่นไส้ แต่ทำไงได้ก็รักไปแล้วนี่นา

“นายมาว่าฉันซื่อบื้ออีกแล้วนะชานซอง นายมากล่าวหาว่าฉันชอบยั่วนาย ไหนล่ะหลักฐานน่ะ เอาหลักฐานมาเลย ไม่งั้นไม่ยอมด้วย”จุนโฮทำหน้าโกรธแต่มันดูน่ารักชะมัด พองแก้มหรี่ตาปากยื่น ดูยังไงก็น่ารัก แถมเจ้าตัวยังผลักชานซองจนคนตัวโตแทบจะนอนไปกับเตียง แล้วไม่พอยังจะขยับเข้ามาหาเรื่องจนในที่สุดก็ปีนขึ้นมานั่งคร่อมอยู่บนตักชานซองแล้ว ชานซองถอนหายใจมองคนที่นั่งบ่นมุ้งมิ้งๆ มือดึงปกเสื้อเขาไว้ส่วนตัวก็นั่งอยู่บนตัก

รู้ไหมว่าท่าเนี่ยติดเรทขนาดไหน เหอะ ไม่ใช่จะรู้

“ก็ที่ทำอยู่นี่ไงเขาเรียกว่ายั่ว”เสียงทุ้มบอกอย่างใจเย็น

“เหะ..”จุนโฮชะงักแล้วมองท่าทางที่ตัวเองทำอยู่ เล่นถึงเนื้อถึงตัวกัน มันไม่ใช่สิ่งที่เพื่อนผู้ชายเขาทำกันเหรอ เขาก็เล่นกับเพื่อนผู้ชายมาอย่างนี้ตั้งแต่ ม.ต้นแล้ว มาอยู่นี่ สนิทกับชานซองก็เล่นกับชานซองมาตลอด… ใช่สิทำอย่างนี้มาตลอดเลยนี่หว่า อี จุนโฮ คนโง่ คิดอะไรไม่เคยจะลึกเลย คิดมากแต่ไม่คิดลึกงี่เง่าจริงๆ

“ก็.. ก็นายเป็นเพื่อนฉันนี่น่า แต่นายก็เล่นแบบนี้กับฉัน กับอูยองก็เล่นเดี๋ยวก็กอด เดี๋ยวก็กัด อุ้มบ้างล่ะ ฟัดบ้างล่ะ ซบไหล่ ไซร้แก้มนายก็ทำกับเขาไปทั่ว ฉันจะรู้ได้ยังไงว่านายชอบฉัน ฉันจะไปรู้เหรอว่าฉันทำแบบนี้ไม่ได้  ”  เสียงอ่อนลงอย่างสำนึกผิด มีความคิดแวบเข้ามาในหัวนิดหน่อยแล้วว่าที่ชานซองชอบเขา เพราะเขาไปทำแบบนี้หรือเปล่า  ชอบเพราะสัมผัสใกล้ชิดทางกายกันบ่อย ๆ

จุนโฮมองหน้าชานซองที่ยังคงเงียบไม่พูดอะไรออกมา

“พูดอะไรหน่อยสิ” จุนโฮไม่ชอบที่ชานซองเงียบเกินไปยังไงตอนนี้ก็ยังไม่ชอบอย่างนั้น ..หรือเขาจะพูดอะไรผิดไป

“นั่นสินะ ฉันเองก็ชอบเล่นถึงเนื้อถึงตัวกับใครเขาไปทั่ว นายถึงไม่เคยรู้ตัวเลยว่าฉันคิดอะไรกับนาย”ชานซองจับมือจุนโฮขึ้นมาแตะลงบนหน้าอกตัวเอง จุนโฮหน้าขึ้นสีแดงเมื่อฝ่ามือสัมผัสกับอวัยวะที่เต้นถี่แรงขณะสูบฉีดเลือดอยู่ข้างใต้

“ถึงฉันจะเล่น จะใกล้ชิดกับใคร แต่ฉันก็ไม่เคยคิดอะไร ไม่เคยที่จะหัวใจเต้นถี่แรงเหมือนที่เป็นกับนายแบบนี้นะ จุนโฮ”จุนโฮมองหน้าชานซอง หัวใจดวงที่เขากำลังสัมผัสอยู่มันเต้นถี่แรงจริง ๆ ตาโตที่จ้องมองมาก็ชวนให้รู้สึกเคลิบเคลิ้มไม่นับคำพูดที่เหมือนกับประโยคแสนหวานจากเทพนิยายนั้นอีก มันทำให้เขาอยากจะลองดู ลองดูว่าความรักจากผู้ชายคนนี้มันจะมากมายสักเพียงไหน

จุนโฮหลบตาโต กลืนน้ำลายที่หนืดคอแล้วพรูลมหายออกมาอย่างช้า ๆ เอ่ยถามด้วยเสียงที่สั่นไม่น้อย

“นายอยากจะจูบฉันไหม ชานซอง” ปากอิ่มเม้มแน่นเมื่อพูดจบ ชานซองจ้องมองคนตรงหน้า

ถามเล่น เชิญชวน ยั่วเอาสนุก หรือว่าอะไรกันแน่

“นายอยากจูบฉันเหรอ”ชานซองถามซ้ำตาโตคมกริบจ้องมอง

จุนโฮเบือนตาตี่กลับมามองตาโตที่เปล่งประกายคู่นั้นก่อนจะหลบสายตาหนีอีกครั้ง หัวใจมันเต้นโครมครามแรงจนรู้สึกหายใจติดขัด ตื่นเต้นกว่าออดิชั่นเข้าประกวดรายการแรกนั่นอีก

อยากรู้ อยากรู้ว่าความรักที่ชานซองบอก หากมันมากมายขนาดนั้น ถ้าได้รับมันจะรู้สึกยังไง จะเป็นยังไง คนคนนี้จะกอดเขาอย่างอ่อนโยนใช่ไหม อยากรู้  อยากรู้จนเวลาที่เคยคิดว่าจะรอ จะให้มั่นใจในตัวเองก่อนว่าคิดแบบเดียวกันไหม ก็อยากจะมองข้ามมันไป

เขาอยากรู้ตอนนี้

“อืม”พยักหน้าไม่แรงนัก หันมามองหน้าชานซองปากอิ่มที่ขบเม้มแน่นอยู่ ๆ ก็ค่อย ๆ ผ่อนคลายออกเมื่อขยับเข้าหาชานซองที่กำลังใกล้เข้ามาเช่นกัน ริมฝีปากของทั้งคู่สัมผัสกันมันค่อย ๆ เริ่มจากความหวานหอมอย่างช้าๆจนกลายเป็นความเร่าร้อนที่มากขึ้นเช่นทุกครั้งที่จูบกัน มือที่กำเสื้อของชานซองไว้บีบขยี้มันจนเป็นรอยยับเต็มไปหมดเลื่อนไปคล้องคอให้นั่งอยู่บนที่นั่งที่เคลื่อนไหวได้ถนัดขึ้น มือหนาลูบไล้ไปตามสะโพกเต่งตึงลูบไล้และเข้าไปสัมผัสแผ่นหลังเนียนละเอียดอย่างชอบใจ ชานซองยันตัวลุกขึ้นเล็กน้อย พลิกตัวเพียงครั้งเดียวก็เปลี่ยนให้ตัวเองกลายเป็นฝ่ายที่กำลังคร่อมอยู่ด้านบนเรียบร้อยแล้ว  จุนโฮแทรกมือทั้งสองข้างเข้าไปในคอเสื้อผ่านหัวไหล่และแผ่นหลังเนียนของชานซอง ดันมือเข้าไปออกแรงจนเสื้อยืดเนื้อดีถูกรั้งให้กว้างขึ้น ชานซองชะงักตัวจากการถูกคอเสื้อรั้งคอ ถอนริมฝีปากออกจ้องมองคนข้างใต้ร่างที่นอนปากแดงเจ่อด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วถอดเสื้อยืดให้หลุดออกไปเผยหุ่นดีที่ผ่านการออกกำลังกายมาอย่างใส่ใจของตัวเอง

เหลือกระดุมอีกสองเม็ด ชานซองมองดูร่างขาวอวบที่นอนส่งตาตี่เยิ้มฉ่ำให้กันอยู่พลางสรุปในใจแล้วก้มลงฝากรสหวานไว้บนริมฝีปากอิ่มอีกครั้งพร้อมมือที่ค่อยๆจัดการกับเสื้อผ้าที่เหลืออยู่

จูบหวานที่บรรจงสร้างความเร่าร้อนไปทั่วร่างกายขาวละเอียดถูกเบียดเบียนและดึงความสนใจด้วยมือขาวทั้งสองข้างของจุนโฮที่รั้งใบหน้าคมให้ขึ้นมามองกัน จ้องตากันเพียงครู่ก่อนจะบังคับให้ใบหน้าหล่อเลื่อนเข้ามาใกล้ แล้วทันทีที่ริมฝีปากเข้ามาใกล้กันพอชานซองก็รู้ได้ทันทีว่าจุนโฮกำลังต้องการอะไร จึงได้มอบรสจูบแสนหวานลงบนปากอิ่มด้วยความรักใคร่แต่ก็ไร้ความอ่อนโยนลงเรื่อย ๆ เขากำลังจะคลั่งตายกับร่างกายของจุนโฮพยายามฝืนจะไม่จับต้องร่างขาวนี้อย่างรุนแรงเช่นใจปรารถนาเพราะรู้ดีว่าตัวเองเป็นคนตัวใหญ่แรงเยอะ แต่ยิ่งจูบก็เหมือนยิ่งคุมสติไม่ได้ จนเผลอบดขยี้ริมฝีปากลงไปแรงพร้อมลิ้นที่กระหวัดรัดและดุนดันเพื่อควานหารสหวานในปากอิ่มของจุนโฮอย่างเอาแต่ใจ

ชานซองถอนจูบจากปากอิ่มของจุนโฮเมื่อมือสากที่ลูบทั่วเนื้อตัวเนียนละเอียดแน่ใจแล้วว่าตอนนี้ร่างกายขาวสะอาดของจุนโฮนั้นกำลังเปลือยเปล่าอย่างที่เขาต้องการแล้ว

ชานซองจ้องมองทุกส่วนของจุนโฮทั้งส่วนที่เคยเห็นและไม่เคยเห็น รอยยิ้มร้ายปรากฏบนริมฝีปาก จุนโฮหายใจถี่แรงอย่างอ่อนระทวย มือขาวพยายามที่จะปิดบังร่างกายตัวเองแม้มันจะทำไม่ได้สักนิดเพราะสายตาคมที่จ้องมองอย่างเจ้าเล่ห์เสียจนรู้สึกเคอะเขินไปหมดจนทั้งเนื้อตัวขาวนั้นกลายเป็นสีแดง ปากอิ่มร้องประท้วงเมื่อเห็นว่าชานซองนั้นยังมีกางเกงขาสั้นติดกายอยู่ ชานซองหยุดเสียงหวานกระเส่าที่กำลังบ่นกันด้วยการเลื่อนมือผ่านแล้วลูบไล้แก่นกายของจุนโฮอย่างจงใจ

“อ๊ อ๊าา อ ไอ้บ้า”เมื่อได้ฟังเสียงโวยหวานๆชานซองยิ่งยิ้มอย่างถูกใจ ดวงตาตี่นั้นดูยั่วยวนขึ้นเช่นร่างขาวที่บิดกายด้วยความต้องการแต่มันชั่งยั่วจนน่าขย้ำเหลือเกิน

“นายกำลังจะทำให้ฉันคลั่งตายแล้วนะจุนโฮ รู้ไหม”กระซิบถาม

“จ จ อื้อ จะไปรู้ได้ไง”ชานซองหัวเราะร้ายในลำคอ

“ฉันก็ไม่คิดว่านายจะรู้หรอกจุนโฮ” มือหยาบลูบเน้นตรงจุนโฮน้อยจนมันโตขึ้นในฝ่ามือ ชานซองขยับข้อมือขึ้นลงเรื่อยๆ อย่างเนิบช้าก่อนจะออกแรงเร่งความเร็วมากขึ้น ทุกจังหวะนั้นจุนโฮครางเสียงสั่นดังขึ้น ดังขึ้นตามจังหวะมือที่เร่งเร็วขึ้น

“ช ชาน อื้อ อย่า .. อย่า ฉัน อื้อ”จุนโฮครางกระเส่าอย่างอดกลั้น มือบีบรั้งหัวไหล่หนาเอาไว้แน่นดึงลงมาจนใบหน้าหล่อเข้ามาประชิดใกล้กันจนปากหยักแทบจะจูบปากอิ่มเสียอยู่แล้ว  จุนโฮกัดปากแน่นก่อนจะปกปิดใบหน้าที่แดงซ่านไม่แพ้หูบางหลบไปกับเตียงของชานซองเมื่อของเหลวร้อนข้นเลอะเต็มฝ่ามือหนา

ชานซองยิ้มกว้างที่ใบหน้าน่ารักพยายามซ่อนความเขินอายและใบหน้าแดง จุนโฮคงไม่คิดหรอกว่าวันนึงเพื่อนรักแสนสนิทจะมาช่วยทำอะไรแบบนี้ให้ และกำลังจะทำอะไรต่อไป

ชานซองเร่งสานต่ออารมณ์ที่ถึงฝั่งไปเสียครั้งหนึ่งแล้วให้กระพือโหมขึ้นมาอีกครั้ง ปากหยักจูบไปตามหัวไหล่มนอย่างหยอกล้อซ้ำแล้วซ้ำอีก จมูกโด่งหอมแก้มนิ่มหลายครั้ง มือหนาลูบไปทั่วร่างบาง จนจุนโฮหันใบหน้ากลับมามองหน้าชานซองอย่างควบคุมไม่อยู่ ปากอิ่มส่งเสียงครางอีกครั้งเมื่อชานซองเร่งเร้าเข้ากระตุ้นอวัยวะไวต่ออารมณ์เขาอย่างรวดเร็ว จนจุนโฮหายใจแทบไม่ทัน แล้วจู่ ๆ หมอนั่นก็หยุด!!

จุนโฮลืมตาตี่ขึ้นมาจ้องมองชานซอง ลมหายใจเร่งระรัว ยันแขนขึ้นเพื่อดันตัวขึ้นมามองง่ายขึ้น ขาขาวสั่นระริกที่ตั้งชันอยู่แยกกว้างออกจากกันเองเพื่อมองหน้าชานซองผ่านทางช่องว่างระหว่างขาตัวเอง

ชานซองมองเส้นทางน่าค้นหาที่เปิดล่อตาเขาด้วยตัวเจ้าของเองแล้วกลืนน้ำลายเอื๊อก เลือดลมที่ร้อนอยู่แล้วยิ่งร้อนใหญ่ พอเงยหน้ามองใบหน้าขาวที่ตาเรียวส่งประกายยั่วยวน ปากอิ่มอ้าส่งลมหายใจร้อนกรุ่น ผิวขาวเป็นริ้วแดงเพราะอารมณ์ที่กำลังประทุขึ้นสูง

“ชาน อ อา ชาน หยุดทำไม”ยิ่งเสียงกระเส่าที่เอ่ยถามคำถามแบบนี้ก็ร้อนจะเส้นเลือดจะเดือดอยู่แล้ว

“นายเก็บของที่ไปซื้อจากเซ็กส์ช็อปไว้ไหน จุนโฮ”ชานซองถามเสียงทุ้มอย่างร้อนรน เบือนหน้าหันไปทางอื่นไม่อยากมองภาพยั่วยวนที่ตนอยากกระโจนเข้าใส่ตรงหน้า

“โอ๊ยยย ตอบเร็วๆสิ จุนโฮ ฉันต้องรีบมาสานต่อเรื่องจำเป็นนะ”เอ่ยเร่งจนจุนโฮที่ขมวดคิ้วงง ๆ พยายามคิดพร้อมร่างกายที่แน่นไปด้วยความร้อน

“อ อ่า ตู้ข้างเตียงด้านซ้ายในถุงกระดาษ”ตอบจบปุ๊บชานซองก็วิ่งหายออกไปปั๊บแล้วแทบไม่ถึงนาทีร่างสูงใหญ่ก็รีบวิ่งเข้ามาในมือมีถุงกระดาษใบใหญ่อยู่ในมือ ชานซองวางถุงลงบนเตียงอย่างร้อนรน จุนโฮหันมามองอย่างสนใจแม้ว่าอะไร ๆ ในร่างกายตัวเองก็ยังคงค้างคา ชานซองเทของทั้งหมดลงบนเตียง  ทุกสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่จุนโฮเลือกมาให้นิชคุณโดนโยนทิ้งไปข้างหลังอย่างไม่ใส่ใจ  ชานซองหยิบเจลกล้วยขวดใหญ่ติดมือมาพร้อมถุงยางอนามัยกลิ่นช็อคโกแลตกล่องนึง มือหนากวาดของอื่น ๆ ที่ยังหลงเหลืออยู่บ้างทิ้งจนหมดเตียง หันมาทางจุนโฮที่จ้องมองอยู่

“จะใช้ไหม”ชานซองโบกถุงยางในมือ

“มัน มันควรใช้ไม่ใช่เหรอ”จุนโฮถามอย่างไม่มั่นใจนัก ใคร ๆ เขาก็บอกว่าถุงยางอนามัยนั้นจำเป็นไม่ใช่เหรอ

“อืม ครั้งหน้าค่อยไม่ใช่แล้วกัน”ยังไม่ทันที่จุนโฮจะร้องถามถึงคำว่าคราวหน้า ชานซองก็คลานเข่ามาทางร่างขาว จุนโฮไม่เปลี่ยนท่าทางหรือขยับหนี ตาเรียวจ้องมองชานซอง

“ให้ตายเหอะจุนโฮ ถ้านายซื้อน้ำหอมปลุกมาด้วย ฉันต้องคลั่งจนหัวใจวายตายก่อนจะได้นายจริง ๆ แน่ นายจะยั่วฉันไปถึงไหน”ยังไม่ทันที่จุนโฮจะร้องว่าเขายั่วที่ตรงไหนกันใส่ ชานซองก็รุกเข้าปิดปากอิ่มนั้นอย่างรวดเร็วและร้อนแรง ตัวหนาก้าวคร่อมเอาตัวคั่นไประหว่างกลางขาที่จุนโฮอ้าแยกไว้อย่างเดิมเหมือนตอนที่ออกไปไม่มีผิด เพื่อใช้ตัวเองกั้นไว้เกิดจุนโฮเปลี่ยนใจจะหุบขาขึ้นมาก็ไม่ทันเสียแล้ว  มือหนาเฟ้นไปทั่วร่างบางโอบกอดแผ่นหลังเนียนไว้ในวงแขนเพื่อไม่ให้จูบของเราห่างออกไปจากกัน  จูบแล้วจูบเล่าซ้ำแล้วซ้ำอีก ชานซองขบกัดไปตามซอกคอ หัวไหล่มน แล้วกัดตามลงมาตามแผ่นอกบาง หยุดเล่นกับตุ่มไตสีสวยที่ตึงแน่นนานจนเสียงครางกระเส่าอย่างลูกแมวนั้นดังผสมเสียงหายใจไม่หยุด อาจเพราะยิ่งจูบไปมือหนาอีกข้างก็กำลังเล่นกับนูนอน้อยอย่างสนุกสนาน ชานซองปล่อยจุนโฮออกจากอ้อมกอด ส่วนมือก็คว้าขวดเจลหล่อลื่นที่ส่งกลิ่นกล้วยหอมฟุ้งทันทีที่เปิดฝาออกมา แล้วชโลมเจลกล้วยไปทั่วนิ้วชี้และนิ้วกลางที่ยาวใหญ่สมนิยามนิ้วอ้วนของเจ้าตัว

“ให้ฉันรู้จักนายมากกว่านี้อีกเถอะนะจุนโฮ”เสียงชานซองนั้นแหบพร่าและกระเส่ามาพักใหญ่แล้ว ตอนนี้ทั้งตัวเขาก็เปลือยเปล่าแถมยังอัดแน่นไปด้วยอารมณ์ร้อนที่อยากจะระบาย การเล้าโลมร่างยั่วยวนของจุนโฮนั้นเองก็ปลุกเร้าให้ร่างกายวัยหนุ่มของเขานั้นทำงานสมบูรณ์เต็มที่อย่างดี จนปวดหนึบไปหมด

“อ อื้ม”จุนโฮครางเสียงตอบรับแผ่วเบาอย่างที่ไม่มีสติสมบูรณ์นั้น ตอนนี้ความร้อนในร่างกายเหมือนว่าจะเป็นตัวเร่งการคิดอ่านของร่างบางมากเสียกว่าทุกอย่างในร่างกายไม่ว่าหัวใจหรือสมอง ตอนนี้ขอแค่ชานซองช่วยทำให้เขาหายอึดอัดและร้อนผ่าวได้เขาก็ยอมชานซองทั้งนั้น

“อ อ๊า อา แปลก ..แปลก ๆ “จุนโฮพึมพำสลับเสียงครางลั่นเมื่อชานซองสอดนิ้วชื้นลื่น ๆ ของตัวเองเข้ามาในช่องทางสีหวาน ยังไม่ทันที่จุนโฮจะหายใจสม่ำเสมอดีชานซองก็เริ่มขยับสำรวจเข้าออก มันให้ความรู้สึกมวนท้อง ชวนหัว รู้สึกเลือดในกายร้อนขึ้น เจ็บด้วยแต่ก็ไม่ถึงกับทนไม่ได้และที่สำคัญที่สุดมันทำให้รู้สึกดี

“อ๊ะ ไม่ ..อย่า ตรงนั้นมัน”ยิ่งชานซองโดนเข้ากับจุดนี้ในร่างเขายิ่งรู้สึกดีมากขึ้น ใจสั่นมากขึ้นจนน้ำตาแทบไหลและสำคัญที่สุดเขารู้สึกอยากให้ชานซองสัมผัสจุดนั้นอีก แรงขึ้น และเหมือนชานซองจะอ่านความคิดได้เมื่อชานซองใช้ทั้งนิ้วกลางและนิ้วชี้เข้ามาทำความรู้จักกับจุดนั้น ชานซองจูบลงไปที่ขมับของจุนโฮ มือขวาสำรวจร่างกายขาวบาง มือซ้ายกำลังปลุกเร้านูนอน้อย ตาโตนั้นจ้องมองใบหน้าอ่อนระทวยของจุนโฮ จมูกโด่งสูดดมกลิ่นหวานหอมจากซอกคอขาว

“จุนโฮ ถ้าฉัน..”

“ทำเถอะ อื้อ ชานซอง อยากทำอะไรก็ทำเถอะ”จุนโฮเอ่ยเร่งเร้าพร้อมแววตาร้องขอ คำพูดเชิงขอไปทีที่อนุญาตนั้นทำให้ชานซองยิ้มกว้าง ชานซองจูบปากอิ่มแรง  จุนโฮร้องอู้อี้เมื่อสิ่งแปลกปลอมออกจากร่างไป ชานซองหันมาสนใจตัวเองด้วยความเร็วขั้นเทพเขาสวมชุดใสๆให้กับชานซองน้อย มือหนาข้างขวามีเจลกล้วยกลิ่นหอมชุ่มมือเพื่อเตรียมการให้ร่างบาง มือซ้ายดันขาขวาของจุนโฮให้แยกออกกว้างขึ้นเพื่อให้ถนัดพร้อมที่จะทำในสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไป เจลกล้วยแตะลงตรงช่องทางสีหวาน        จุนโฮร้องครางแผ่วเบาก่อนจะเปลี่ยนเป็นหวีดร้องเมื่อลำกายแกร่งแม้จะถูกชโลมเจลจนชุ่มนั้นสอดแทรกเข้ามาในร่างกาย

ไอ้บ้าชานซองไม่เคยบอกเขาว่ามันจะใหญ่และเจ็บขนาดนี้ จุนโฮนึกอย่างโมโหมือบางจิกผ้าปูที่นอนแน่นอีกข้างคว้าไหล่ชานซองลงมาแทบทันทีแล้วออกแรงทุบหัวไหล่อย่างแรง

“เจ็บ อ๊า เจ็บ”ตาเรียวจ้องมองหน้าชานซองไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำสายตาแบบไหน ขับไส ต่อว่า หรือร้องขอ ชานซองถึงได้ยิ้มแบบนั้น ร่างสูงจูบปากอิ่มอีกครั้งเหมือนปลอบประโลม ชานซองอดรนทนจนแทบไม่ไหวแล้ว ร่างขาวบีบรัดเขาแน่นมาก แถมเจ้าตัวดียังขยันส่งสายตาและท่าทางยั่วยวนที่ทำให้อยากจะฉีกร่างบางด้วยอารมณ์รุนแรงซ้ำแล้วซ้ำอีกอยู่นั่นแหละ

“ทนหน่อยนะ จุนโฮที่รัก ทนหน่อย”ชานซองกระซิบบอกไม่รู้จะพูดอะไรให้ดีกว่านี้ ขบเม้มหูบางที่แดงจัดให้จุนโฮเลิกสนใจความเจ็บที่กำลังฉีกร่างขาวลงไปได้บ้างแล้วมันก็ได้ผลจริงๆ รสสัมผัสที่หยอกล้อกับไปหูนั้นทำให้จุนโฮบรรเทาความเจ็บลงมาได้บ้าง มือบางฝังเล็บลงบนหัวไหล่หนามากขึ้นเมื่อชานซองเริ่มขยับกายจากที่มันเจ็บมาก ๆ พอเริ่มดำเนินไปสักพักมันก็ทำให้รู้สึกดีและสนุกสนานขึ้นมาได้

“อือ  จูบฉันสิ”จุนโฮกระซิบบอกเมื่อรู้สึกอยากให้ริมฝีปากโดนสัมผัส แล้วก็ไม่คิดที่จะเก็บความรู้สึกนั้นไว้ด้วย ชานซองที่กำลังบรรจงสร้างรอยแดงจนเต็มซอกคอขาวรีบทำตามคำขอของจุนโฮทันทีด้วยความเต็มใจ ร่างกายเบื้องล่างยังคงทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างดี ความร้อนเร่งองศาขึ้นจนรู้สึกเหมือนว่าร่างทั้งสองร่างกำลังจะหลอมละลายเป็นหนึ่งเดียวกันจริง ๆ ความรู้สึกที่เร่งเร้าขึ้นจนใกล้จะสิ้นสุดลงทำให้หูทั้งสองข้างของจุนโฮอื้ออึงจนฟังเสียงชานซองที่กำลังพูดอะไรสักอย่างแทบไม่ได้ยิน เสียงหวานหวีดครางเมื่อร่างกายกระตุกพร้อมของเหลวร้อนที่เลอะมือหนาของชานซอง ชานซองรีบเร่งตามไปให้ถึงจุดหมายในช่วงเลาที่ไม่ห่างกันมากนัก แม้จะมีพลาสติกใสขวางกันอยู่จุนโฮก็รู้สึกได้ถึงความร้อนของของเหลวที่พุ่งออกมาจากส่วนร้อนที่อยู่ในร่างกายตัวเอง

เสียงหายใจดังก้องไปทั้งห้องจากทั้งคู่  จุนโฮพึ่งเข้าใจว่ามันเป็นยังไงกับการที่จะมีอะไรกับใครสักคน อาา มันเป็นอย่างนี้นี่เอง ถึงจะเจ็บแต่ก็รู้สึกดี เป็นความรู้สึกเหมือนอะดรีนาลีนกับเอนดอร์ฟินหลั่งออกมาพร้อมกันเลย ๆ ตาตี่ลืมขึ้นมองดวงตาโตที่กำลังจ้องมองอยู่ มือหนาของชานซองลูบไปตามแก้มใสอย่างอ่อนโยน จุนโฮฉีกยิ้มหวานให้ชานซองที่กำลังยิ้มอยู่

“เมื่อกี๊นายพูดว่าอะไรนะฉันไม่ได้ฟัง”ถามด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหอบจนทำให้ชานซองหุบยิ้มลงฉับพลัน

“นายไม่ได้ฟังเหรอว่าฉันพูดว่าอะไร”บีบปลายจมูกมนแล้วโยกอย่างหมั่นเขี้ยว เมื่อเห็นจุนโฮพยักหน้าชานซองถอนหายใจแต่ก็ยิ้มบางๆออกมาอย่างทำใจ

“ไม่เป็นไร ฉันพูดอีกครั้งได้ ฉันบอกว่าฉันรักนาย ได้ยินหรือยัง”

“อื้ม”จุนโฮพยักหน้ารับ ริมฝีปากวาดยิ้มหวานกว้างจนชานซองอดไม่ได้ที่จะหอมแก้มซ้ำอีกรัว ๆ จะน่ารักเกินไปแล้วนะ อี จุนโฮ

“อื้อ พอแล้วชานซอง หนักอ่ะลุกไปหน่อยดิ”ตอนแรกก็ว่าจะใจร้ายไม่ทำตาม แต่พอเห็นสีหน้าที่บ่งบอกว่ากำลังเพลียสุดๆ ชานซองก็ดันใจร้ายไม่ลงจัดการพาตัวเองออกจากร่างจุนโฮตามคำขอแต่ก็ทิ้งท้ายด้วยการลักจูบไปอีกหนึ่งจูบ ชานซองจัดการกับร่างกายตัวเองคร่าวๆให้เรียบร้อยก่อนจะกลับมาที่เตียง เรื่องอาบน้ำขนาดคนรักสะอาดอย่างจุนโฮยังไม่คิดจะลุกขึ้นมาอาบชานซองก็ขอเนียนๆไปด้วยละกัน

ชานซองรั้งร่างขาวที่หาววอดแล้วตาตี่ใกล้ปิดลงไปแล้วมาไว้ในอ้อมแขน มือหนาสางเส้นผมนิ่มเล่น

“วันนั้นทำไมนายต้องซื้อเจลกล้วยมาให้ฉันด้วย”ชานซองเอ่ยถามตาโตละจากขวดเจลกล้วยที่พร่องลงไปเยอะมามองที่ใบหน้าขาว

“ไม่รู้สิ เห็นอะไรที่เป็นกล้วยแล้วคิดถึงนายตลอด อดจะซื้อเผื่อไม่ได้ทุกที”ตอบด้วยเสียงงัวเงีย ซุกหน้าไปกับอกแกร่งของชานซองราวลูกแมวน้อยแล้วก็หลับใหลลงไปในทันที ชานซองเองก็นอนตามไปด้วยเหมือนกัน แม้ปากยังคงยิ้มอยู่ก็เถอะ ก็คำตอบแบบ งง ๆ ซื่อบื้อๆของจุนโฮเนี่ยมันทำให้เขารู้สึกดีจริงๆนี่น่า ถึงเมื่อก่อนจุนโฮจะไม่ได้คิดกับเขาไปมากกว่าเพื่อน แต่ในความคิดของจุนโฮก็ยังคงมีเขาอยู่เสมอ เป็นคนที่จุนโฮคิดถึงมันมีความสุขจริงๆเลย

..เขาจะไปหาใครที่น่ารักกว่าจุนโฮคนนี้ได้จากที่ไหนอีกกันนะ

******

แสงแดดที่ลอดผ่านเข้ามาในหน้าต่างผสมกับเสียงของนาฬิกาปลุกบังคับให้ตาตี่ต้องลืมตาขึ้นมาเมื่อควานหาจนทั่วแล้วก็หานาฬิกาปลุกจากหัวเตียงที่วางไว้ที่ประจำไม่เจอ จนเมื่อลืมตามองแล้วถึงได้เห็นว่าตอนนี้ตัวเองไม่ได้นอนอยู่ในห้องของตัวเอง ยันตัวลุกขึ้นอย่างลำบากไม่น้อยเพื่อเอื้อมมือไปปิดนาฬิกาปลุกที่อยู่ข้าง ๆ หูของเจ้าของห้องที่ยังนอนหลับสบายอย่างไม่ได้รู้สึกตัวสักนิดว่านาฬิกาปลุกที่ตั้งเอาไว้กำลังดังอยู่  จุนโฮมองเลขที่ปรากฏตรงหน้าแล้วเกาหัวแกรก ๆ หกโมงเช้าชานซองจะตั้งเวลาปลุกตอนนี้ไปทำไมนะ สัปดาห์นี้ไม่มีงานเช้าสักหน่อย

หันมามองตัวเองที่ตอนนี้ร่างกายเปลือยเปล่าซ่อนอยู่ใต้ผ้าห่มอุ่น ๆ ของชานซอง เมื่อกี๊ตอนขยับตัวเจ็บจี๊ดเลย นอนต่ออีกสักหน่อยดีกว่า

จุนโฮเหล่ตามองมักเน่ตัวโต ลองหยิกแก้มดูแต่หมอนั่นก็ไม่มีทีท่าว่าจะตื่นเลย ขยับตัวเข้าไปจนชิดกับตัวโต ๆ ของชานซอง ดึงแขนใหญ่ ๆขึ้นมาวางพาดไว้บนเอวของตัวเองแล้วก็นอนลงตรงนั้น ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ให้ตัวเองก่อนจะหลับไปอีกครั้ง หยิกแก้มแรงๆยังไม่รู้ตัวเลย แล้วจมูกที่กดลงไปบนแก้มเบาๆจะไปรู้สึกได้ยังไงล่ะ เจ้าหมีขี้เซา

******

“ทำอะไรอยู่เหรอ อูยอง”เสียงทุ้มที่ร้องถามพร้อมการสวมกอดจากข้างหลังทำให้เจ้าของห้องละทิ้งสิ่งที่อยู่ในมือหันมาสนใจผู้ที่เข้ามาเยือนในห้องของตนเอง คนแก้มป่องวาดยิ้มเมื่อเห็นใบหน้าของนิชคุณก่อนจะเบะปากใส่อย่างน่ารัก

“พรุ่งนี้ผมต้องโดนดุแน่เลย “อูยองว่าอย่างโยเย หยิบกระจกที่ตัวเองพึ่งวางไปขึ้นมาส่องอีกครั้ง มองจากมุมซ้ายมุมขวา กลอกตาบ้าง เหลือกตาบ้างมองเงาตัวเองอย่างพินิจ

“ใครจะใจร้ายดุอูยอง”เอ่ยถามอย่างขบขันเพราะท่าทางแปลกที่อูยองทำตอนส่องกระจก

“นูนาสไตลิสต์น่ะสิครับ ก่อนหน้านี้ผมก็ตาบวมเพราะร้องไห้ ตาดำเพราะไม่ค่อยได้พักผ่อนไปหาบ่อย ๆ โดนดุทุกทีเลย เมื่อวานนี้ทั้งร้องไห้ทั้งดื่มเหล้า ตาทั้งดำทั้งบวม โดนดุอีกแน่เลย”อูยองฟ้องด้วยอ้อน ๆ เหมือนเด็ก คนตัวเล็กทิ้งตัวพิงไปกับแผ่นอกของนิชคุณ จ้องตาบวม ๆ ของตัวเองในกระจก

“อูยองร้องไห้เพราะพี่สินะ”น้ำเสียงสำนึกผิดของนิชคุณทำให้อูยองหันมามอง พอเห็นใบหน้านั้นกำลังจริงจังเพราะความเครียดอูยองก็เลยได้แต่เงียบ ตัวบางวาดแขนกอดนิชคุณจากข้างลำตัว เงยหน้ามองด้วยดวงตาเรียว

“ก็มีบ้าง แต่ตอนนี้ผมไม่ได้ร้องแล้วนี่”เพราะน้ำเสียงร่าเริงกับแก้มเนียนที่ถูไถกับแผงอกทำให้นิชคุณเครียดลดลงได้ ตาโตจ้องมองอูยองอย่างอ่อนโยน ในขณะที่เขาเป็นห่วงคนคนนี้ อูยองเองก็ใส่ใจและกังวลเรื่องของเขาไม่แพ้กัน เมื่อเขาไม่อยากเห็นอูยองเศร้าเพราะตัวเอง อูยองเองก็คงไม่อยากเห็นเขานั้นเครียดเพราะอูยองเช่นกัน

“พี่คุณพี่อยากทำอะไรไถ่โทษให้ผมไหมล่ะ”อูยองร้องถามด้วยเสียงสดใสติดจะเจ้าเล่ห์หน่อย ๆ ตามประสาเจ้าตัว นิชคุณเห็นแบบนั้นก็หัวเราะมือหนาขยี้ผมของอูยอง

“พี่ต้องทำยังไงเหรอ”

“ก็เนี่ยพี่คุณตั้งแต่ตื่นมาผมยังไม่ได้กินอะไรเลย หิ๊วหิว”เบะปาก มองด้วยตาปริบ ๆ แต่ก็รู้ว่าเต็มไปด้วยการออดอ้อนและท่าทีที่อยากทำให้เขาสบายใจ ร่างสูงบีบจมูกรั้นน่ารักอย่างเอ็นดู

“คุณชายเล็กอยากกินอะไรล่ะครับ เดี๋ยวกระผมจะทำให้กินทุกอย่างเลย”เอ่ยล้อเล่นอย่างเอาใจ อูยองฉีกยิ้มกว้างจนแก้มป่อง ลุกจากเตียงตามแรงดึงของนิชคุณ แต่ยังกอดแขนแกร่งไว้ไม่ปล่อย

“ผมอยากกินคาโบนาร่าครีมชีส ไก่ทอด ไส้กรอกพันเบคอน อืมมม ไข่ดาว ไข่ดาวด้วย”เสียงใสเอ่ยร้องบอกตามใจตัวเองออกมาหลายเมนู ตาโตเหล่มองอูยอง

“กินหมดนั่นต้องอ้วนเป็นหมูแน่ ๆ พี่นัมยองกำหนดตารางลดน้ำหนักให้แล้วไม่ใช่เหรอ”

“อ่าาา ก็ผมอยากกินนี่น่า พี่คุณทำให้ผมกิน นะ นะ นะ”ถูแก้มย้ำจังหวะการอ้อน มือหนาโยกหัวอูยองพลางหัวเราะ

“ได้ ได้ เดี๋ยวพี่ทำให้กินเอง”รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ เหมือนความเครียดและรู้สึกผิดอย่างท่วมท้นเมื่อครู่นี้ได้จางสลายหายไปแล้วเพราะความน่ารักของอูยองที่อยู่เคียงข้างเขา

เหมือนน้ำที่ใสเย็น เหมือนอากาศที่บริสุทธิ์ เหมือนแสงตะวันที่อบอุ่น

นี่คือความรักหรือ ..?

“พี่คุณถ้าผมอ้วนพี่จะรักผมไหมอ่ะ”คนถามถามไป ในมือก็ถือส้อมที่กำลังพันคาโบนาร่าครีมชีสเอาไว้คำใหญ่เตรียมรอใส่ปากสีสด นิชคุณที่กำลังบรรจงทอดไก่ให้อยู่เหลียวหันมามองเพียงครู่ หันกลับไปจัดการอาหารต่อปากเอ่ยตอบอย่างไร้ความลังเล

“รักสิ” เมื่อตอบคำถามเสร็จก็เหลือเพียงเสียงน้ำมันที่กำลังปะทุเดือด คนแก้มป่องคงกำลังทานอาหารมื้อพิเศษอยู่อย่างเอร็ดอร่อย เสร็จไปแล้วสองอย่างคือคาโบนาร่า กับไข่ดาว เหลืออีกสองอย่างที่ต้องจัดการ

ความคิดเพลิน ๆ ของนิชคุณอยู่ ๆ ก็หยุดลงเมื่อถูกสวมกอดจากด้านหลัง สองแขนเล็กกอดผ่านเอวหนา แก้มเนียนซบอยู่กลางแผ่นหลัง นิชคุณเอี้ยวหันมาลอบมองใบหน้าของอูยอง มือหนาจับมือบางไว้ด้วยความอบอุ่น

“ผมก็รักพี่นะ …มาก ๆ เลย”คำพูดน่ารักๆนั้นทำให้นิชคุณไม่อยากจะคลายอ้อมกอดออกเช่นกัน มือหนาเอื้อมไปปิดเตาไฟตรงหน้า ปล่อยให้บรรยากาศเงียบ ๆ ที่แสนอบอุ่นหัวใจผ่านไปสักพัก แล้วก็เป็นอูยองเองที่คลายอ้อมกอดออก ก่อนที่คนตัวเล็กจะเดินหนีกลับไปนั่งโต๊ะตามเดิม มือหนาคว้าร่างบางมาหอมแก้มแรง ๆ ไปสองที หันมาจุดเตาแก๊สต่อ ถือว่าเป็นค่าตอบแทนจากการหยุดพักทำอาหารละกัน

“อยากทานของหวานไหม”วางอาหารจานสุดท้ายลงบนโต๊ะ นอกจากคาโบนาร่าชีสที่ทำเป็นพิเศษให้ทุกอย่างยังอยู่ครบเหมือนเป็นการบอกว่าจะรอทานกับคนทำ

“อื้ม  อยากกิน อยากกินมากเลยพี่คุณ”ตาเรียวเป็นประกายอย่างดีใจ

“งั้นเดี๋ยวไปคาเฟ่ช็อคโกแล็ตกันต่อ”

“จริงอ่าาาา พี่คุณน่ารักจังเลย เย่ เย้ ๆ”อูยองทานอาหารอย่างมีความสุขมากขึ้นเป็นกอง ไม่ได้คิดถึงน้ำหนักตัวที่ต้องเพิ่มขึ้นตามมาว่าเท่าไหร่ ก็พี่คุณบอกแล้วนี่นาว่าถึงอ้วนก็ยังรักอยู่ดี ส่วนเรื่องคำสั่งจากพี่นัมยองก็ค่อยว่ากันอีกทีแล้วกัน

“ปากเลอะแล้ว”มือหนาเอื้อมไปเช็ดคราบซอสขาวที่เลอะปากบาง แก้มป่องขึ้นสีอย่างเคอะเขิน อูยองยกมือขึ้นเช็ดปากลวก ๆ ก้มหนาก้มตาตัดแบ่งไข่ดาวน่าทานแล้ววางลงในจานของนิชคุณ ดวงตาเรียวจ้องมองกับตาโตบ้าง หลบตาเพราะความเขินอายบ้าง แก้มป่องติดประกายสีแดงเรื่ออยู่ตลอดเวลา เหมือนหูของร่างสูงที่เป็นสีแดงอยู่บ่อยครั้ง และรอยยิ้มที่ทั้งสองมอบให้แก่กันและกันนั้นก็ยังคงสดใสอยู่ตลอดเวลา

ทุกสิ่งทุกอย่างในร่างกายและจิตใจของเขาทั้งคู่กำลังจดจำ ว่าคนที่กำลังยิ้มและแบ่งปันช่วงเวลาร่วมกัน คนที่กำลังอยู่ตรงหน้าของกันและกันในตอนนี้

..คือความรัก

******

My eyes ,

My ears , My hands ,

My face , My lip , My heart ,

My soul

remembers you .

*

*

*

*

*

*

END

จบแล้วเจ้าค่าาา

ฟิคเรื่องนี้มีสิ่งที่อยากบอกคือ อย่าเปรียบเทียบค่ะ มันจะเหี้ย

ไม่มีใครอยากถูกเปรียบเทียบ หรือ เป็นตัวแทนของสิ่งใด ทุกคนต่างอยากเป็ฯหนึ่งในแบบของตัวเองกันทั้งนั้น

เรื่องนี้ลงจบแล้ว ต่อไปก็ได้เวลาของเรื่องใหม่

COLD EYE & WARM HEART -CNN ,KW,TM, Bnior ,MarkBam,JackJae (fic 2pm got7)

จะลงในเด็กดีด้วยนะคะ มันจัดหน้าได้ง่ายและสวยกว่ามากเลย

แต่ก็จะลงในนี้ด้วย

ข้อดีขอเด็กดี คือ สวย อ่านง่าย แต่พอฉากคัทจะโดนส่งมาหาที่นี่

ข้อดีของที่นี่ คือคัทก็คัท ก็เจอเลยอ่านเรื่อยๆจนจบตอน แต่ไม่สวยอ่ะ มันเว้นบรรทัด จัดฟอนต์ไรไม่ได้เลย แต่ไม่โดนแบนไง ดีงามตรงนี้

ป.ล ฝากเรื่องใหม่ไ้ในอ้อมใจทุกคนนะคะ

ไม่มีคนเมนต์เราแต่งฟิคไม่ออกน๊า (กระพริบตาปริบๆ)

แล้วก็

แจ้งข่าว แอคหลักโดนทวิตล็อคนะคะ ตอนนี้เราเล่นแอคนี้นะ
@mysevenmoon (หวังว่าจะได้กลับไปเล่นแอคเดิมเร็วๆนี้ T^T)
Advertisements