[FIC-KW/CNN]PLAY BACK # 9

Title :: Play back แย่ง
chapter ::9 อาจเพราะเป็นเช่นนี้
couple ::KW CNN ft.TJ

 

อาจเพราะเป็นเช่นนี้

ตาเรียวแต่เต็มไปด้วยความคมคายของมินจุนจ้องมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ขุ่นมัวไม่น้อย ตอนนี้เขากำลังนั่งมองน้องชายของตัวเองกินข้าวเช้าอยู่ ซึ่งจะพูดว่ากำลังทานอยู่ก็ไม่ถูกนักเพราะเจ้าน้องเขาที่ปกติสุดจะแสนแสบแสนซนนั้นเอาแต่ถือตะเกียบที่คีบเนื้อหมักทอดเอาไว้จ่ออยู่ใกล้ปากมาพักใหญ่แล้ว ดวงตาเรียวคู่นั้นกำลังมองอย่างเหม่อลอยไร้จุดหมาย

อูยองไม่ได้เป็นแบบนี้มานานแล้วตั้งแต่หายจากอาการโรคกลัวคนแปลกหน้า แต่ว่าตั้งแต่ที่เขาไล่มิคาเอล ไม่สิ นิชคุณออกไป อูยองก็เป็นแบบนี้มาหลายวันแล้ว อูยองดูเหม่อลอยเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ตลอดเวลา ตาเรียวก็คอยหันมองไปจับจ้องตามที่ที่นิชคุณเคยนั่งเป็นประจำ เช่น โซฟาที่เจ้าตัวใช้เป็นที่นอนหรือครัวที่นิชคุณมักมายืนทำอาหารให้ทาน

“เคร้ง!!” อูยองสะดุ้งเฮือกเมื่อเนื้อที่คีบไว้หล่นพื้น ตาเรียวรีบจ้องมาที่เขาเหมือนกังวลว่าจะถูกจับผิด ด้วยความเป็นพี่ที่ดีเขาจึงยอมที่จะแสร้งหลบตามองโทรศัพท์ในมือต่อ ตั้งแต่เรื่องที่พลาดข้อความสำคัญจากแจบอมไปจนเวลาล่วงเลยมาเกือบเจ็ดวันนั้น มินจุนก็ไม่ปล่อยให้โทรศัพท์ห่างมืออีก เพราะกลัวว่าความไม่ใส่ใจเล็กๆน้อยๆของเขาอาจทำให้เกิดปัญหาอีกก็ได้

มินจุนเงยหน้ามองน้องชายต่อเมื่อเห็นว่าอูยองเริ่มทานข้าวต่อ ซึ่งตอนนี้ก็กลับไปเป็นเหมือนเดิมราวกับเดจาวู อูยองเอาแต่คีบเนื้อค้างไว้แล้วตาก็เหม่อลอย  มินจุนถอนหายใจหนักหน่วง อาการแบบนี้มันแย่นัก เขาไม่ชอบเลยที่อูยองเป็นแบบนี้ เขารู้ว่าเพราะอะไร แต่ถ้าจะให้นิชคุณกลับเข้ามาในชีวิตน้องเขาอีกเขาก็ไม่แน่ใจว่าจะรับได้ไหม เพราะว่าจากเรื่องที่อ่านจากแจบอมและสภาพน้องเขาตอนเป็นโรคกลัวคนแปลกหน้า เขากลัวว่าอูยองจะกลับไปเป็นแบบนั้นอีก

แม้ว่าตอนนี้สภาพจะไม่ได้ดีไปกว่ากันสักเท่าไหร่ก็ตาม
“อูยอง!”
“อูยอง!!!”
“ครับ ครับ ครับพี่มินจุน” อูยองขานรับเสียงเลิ่กลั่กเมื่อถูกเรียกแม้ว่า มินจุนจะใช้น้ำเสียงปกติก็ตาม

“พี่ว่าเนื้อมันเย็นชืดหมดแล้ว น้องเอาไปอุ่นก่อนไหม” น้ำเสียงใจดีที่เอ่ยบอกทำให้อูยองจ้องมองอาหารของตัวเองก็เห็นว่าเป็นจริงเช่นนั้น หลบตาเรียวคมคายที่จ้องมองกันว่าราวกับรู้ตัวว่าถูกรู้ทันแล้ว

“ไม่ต้องอุ่นแล้วล่ะครับ ผมอิ่มแล้ว” อูยองยกน้ำเปล่าขึ้นดื่ม แล้วเก็บจานอาหารให้เรียบร้อย มินจุนไม่ได้พูดอะไรแม้เห็นว่าอูยองนั้นทานอาหารตรงหน้าแทบไม่พร่องสักนิด อูยองเป็นแบบนี้มาตลอดหลายวันจนผอมซูบซีดลงมากทีเดียว

“อูยอง เรื่องของนิชคุณน่ะน้องเห็นด้วยกับการตัดสินใจของพี่ใช่ไหม” สิ้นเสียงถามที่นิ่งสงบ อูยองหันหลังขวับมามองทันที ตาเรียวเบิกกว้างอย่างตกใจ เพราะไม่เคยเลยที่ผ่านมาหลายวันมินจุนจะพูดหรือเอ่ยถามเรื่องนี้
“ทำไมพี่ถึงถามแบบนั้นล่ะ” อูยองเดินมานั่งเกาอี้ตรงข้ามกับมินจุน แต่ก็ยังคงหลบตา

“…” มินจุนไม่พูดอะไร อูยองเองก็เอาแต่หลบตาก้มหน้ามองมือตัวเองอยู่แบบนั้น จนในที่สุดมินจุนก็ต้องพูดต่อออกมา
“เรื่องที่หมอนั่นทำ ไม่ใช่เรื่องที่ให้อภัยได้ง่าย ๆ เลย พี่เองรู้สึกแบบนี้”
“… ครับ ผมเองก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน” อูยองที่เงียบไปครู่นึงตอบกลับมาทั้งที่ยังหลบตา
มินจุนถอนหายใจ จากที่รู้เรื่องมา อูยองคงรักนิชคุณไม่ใช่น้อยแล้วก็ตัดใจไม่ใช่ง่าย ๆ ด้วย ไม่งั้นคงไม่ยอมเอาตัวไปพัวพันกับคนที่เป็นเป็นสนิทของตัวเองจนชีวิตต้องวุ่นวายแบบนี้หรอก

“อูยองรู้ไหมว่าพวกพี่รักอูยองมาก”

“ผมก็รักพวกพี่มากเหมือนกัน” อูยองเงยหน้าขึ้นมาสบตาของมินจุน แววตาคู่นั้นแม้จะดูเศร้าแต่ก็เต็มไปด้วยความจริงใจที่ต้องการสื่อถึงพี่ชาย
“แล้วอูยองยังรักนิชคุณอยู่ไหม”
“!!” อูยองมองใบหน้าของพี่ชายที่ถามคำถมนั้นอย่างตกใจ เม้มปากบางแน่นแล้วหลบตาอีกครั้ง

“ผม .. ผม ..คือ” พึมพำได้เท่านี้ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อออกมาอีก มินจุนถอนหายใจอีกครั้ง ตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยยังคงจับจ้องมองที่อูยองเช่นเคยเป็นเสมอมา เขาคิดว่าเขาเข้าใจในทุกสิ่งทุกอย่างดีอยู่แล้ว
“วันนี้อูยองขึ้นไปพักบนห้องเถอะ หน้าตาเหมือนจะไม่สบาย แล้วเหมือนว่าหิมะกำลังจะตกด้วย” มินจุนเอ่ยตัดบท อูยองเองก็พยักหน้าแล้วทำตามอย่างว่าง่าย เพราะตอนนี้อูยองก็ต้องการเวลาอยู่คนเดียวสักพักจริง ๆ ความรู้สึกในใจเขามันกำลังประเดประดังเข้าหากันราวกับเกรียวคลื่นมากมายที่ซัดสาดหากันครั้งแล้วครั้งเล่า หากแต่คลื่นแต่ละลูกนั้นมาจากคนละทะเลเลยทีเดียว เพราะใจนึงเขาเองก็ยังคงรู้สึกดีว่าตัวเองไม่ควรที่จะกลับไปชอบพอหรือคบหาอะไรนิชคุณอีก อีกใจนึงเขาก็รู้สึกถวิลหาถึงความอ่อนโยนที่เคยได้รับและความรักที่เขาเคยมีให้ รู้สึกถึงวันเวลาดี ๆ ที่มีร่วมกันมา และรู้สึกได้ว่าเขาเองก็อยากจะกลับไปเป็นเช่นนั้นอีก  และอีกใจนึงเขาก็รู้สึกผิดและอายเหลือเกินที่เป็นคนโง่เง่า เป็นเด็กไม่รู้จักโตที่ทำให้พี่ ๆ ต้องมาคอยกังวลและเป็นห่วงอยู่เสมอ

มันมีแต่ความสับสนจนเขาเองก็ไม่สามารถที่จะคิดอะไรให้ได้ข้อสรุปเสียที

 

มินจุนถอนหายใจออกมาอีกครั้งหลังแผ่นหลังบางของน้องชายลับสายตา รู้สึกว่าตัวเองนั้นจะถอนหายใจบ่อยเสียงจนหน้าจะแก่หมดอยู่แล้วเนี่ย  ส่ายหัวให้กับตัวเอง ตาเรียวจ้องมองโทรศัพท์ในมือต่อ ตอนนี้มันกำลังเปิดอยู่หน้าอีเมล์ อีเมล์ที่ส่งมาหาเขาหลังจากเมื่อสองวันก่อนเขาโทรไปเล่าทุกอย่างให้แจบอมฟัง ทั้งเรื่องที่เขารู้และวิธีจัดการกับนิชคุณ รวมทั้งอาการของอูยองเองด้วย  จากนั้นสักพักใหญ่ ๆ อีเมล์นี้จากแจบอมก็มาถึงเขา     เขาเปิดอ่านมันทันที แต่กลับหาข้อสรุปให้ตัวเองเลยหลังจากเปิดอ่านแล้วไม่ได้สักทีว่าควรจะส่งต่อข้อความนี้ให้อูยองอ่านต่อไหม ในข้อความเขียนชัดเจนว่าให้ตัดสินใจตามดุลพินิจของเขาเอง ข้อความไม่ยาวนักเกี่ยวกับผู้ชายชื่อนิชคุณที่เขายังไม่รู้

    ‘ มินจุน ฉันส่งข้อความนี้มาให้นาย คงต้องยอมรับว่าสิ่งที่ทำให้ฉันทำแบบนี้คือความรู้สึกผิดที่มีต่อน้องชายของฉัน ฉันรักอูยองมาก นายรู้ใช่ไหมมินจุน แล้วถึงฉันจะยังเกลียดหน้าไอ้คุณยังไง ฉันก็คงต้องบอกนายเรื่องนี้ ไม่งั้นฉันคงจะรู้สึกผิดต่อไป

    ..ก่อนที่ไอ้คุณมันจะเดินทางไปหาอูยอง มันมาหาฉันขอร้องให้ฉันอนุญาตให้มันไปตามหาอูยองแม้ว่ามันจะรู้ที่อยู่อูยองอยู่แล้ว มันไม่จำเป็นต้องขออนุญาตฉันก็ได้แต่มันก็ทำ มันบอกว่ามันไม่อยากให้อูยองเสียใจอีกหากว่าน้องใจอ่อนให้อภัยมัน แล้วฉันไปขัดขวาง

  นายคงเดาได้ว่าฉันโมโหมันมากแค่ไหน ใช่แล้ว ฉันโมโหสุด ๆ เลยล่ะ ฉันเอาของทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้าขว้างใส่มัน หวังว่าจะให้ตัวเองสะใจขึ้นมาหรือไล่มันให้กลับไปได้ แต่มันก็ไม่กลับ ยังคงนั่งอยู่แบบนั้น  ทำให้ฉันยิ่งขว้างจนของแทบหมดโต๊ะ เหลือแค่แจกันแข็ง ๆ ใบเดียว  แล้วมันก็บอกว่ามันรักอูยอง ฉันก็เลยโมโหขึ้นมาอีก นายคงเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น ใช่แล้ว แจกันแตก หัวไอ้คุณเองก็ด้วยเหมือนกัน  

    พอเห็นไอ้คุณนั่งหน้าอาบเลือดตัวเต็มไปด้วยแผลจากของที่ฉันขว้างใส่ ฉันถามตัวเองว่าฉันสะใจมากขึ้นไหม ..ไม่เลยว่ะ  ฉันกลับยิ่งรู้สึกผิดเข้าไปใหญ่  ฉันว่าฉันรับรู้ความจริงใจของไอ้คุณที่แสดงออกมาได้ ว่าครั้งนี้มันจริงจังกับอูยอง แต่มันจะไม่ทำให้อูยองเสียใจอีกได้ไหม อันนั้นฉันไม่แน่ใจเลย ฉันถึงได้ส่งข้อความเล่าเรื่องทั้งหมดที่มันเคยทำให้อ่านไงล่ะ  แต่เมื่อฉันเล่าเรื่องนั้นแล้ว เรื่องพวกนี้เก็บเงียบไว้เหมือนมันไม่เคยเกิดขึ้นก็คงไม่ดี

    ฉันไม่รู้ว่าฉันควรบอกเรื่องนี้ให้อูยองรู้ไหม เพราะพูดจริง ๆ ฉันกลัวน้องจะใจอ่อน ดูจากอาการที่นายเล่าก็เดาไม่ยาก แต่ว่าถ้าครั้งนี้ไอ้คุณมันเปลี่ยนไปแล้ว และมันจะไม่ทำอย่างนั้นอีกอย่างที่มันว่าจริง ๆ ฉันก็สงสารอูยอง เพราะรู้ว่าน้องรักไอ้คุณมากแค่ไหน ต่อให้ไอ้คุณมันจะทำเหี้ยสุด ๆ กับอูยองไว้ น้องจะเกลียดมันมาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่รักอีกแล้ว

    โว๊ยยยย อย่างที่บอก ฉันไม่รู้ว่าฉันควรจะทำไงดี เรื่องนี้ฝากให้นายตัดสินใจแล้วกัน ตอนนี้นายอยู่กับอูยองตลอด นายน่าจะมองเรื่องนี้ได้เด็ดขาดกว่าฉัน 

    อยากให้รู้ไว่ว่าฉันรักอูยองมาก เหมือนที่ฉันรู้ว่านายก็รักมากไม่ต่างกัน มินจุน

 เจย์ ปาร์ค ‘

 
มินจุนอ่านทวนอีเมล์ตั้งแต่ต้นจนจบอีกรอบนึง ขนาดเขาที่ไม่ได้รู้สึกพิเศษอะไรกับนิชคุณ พอได้อ่านว่าหมอนั่นโดนแจกันปาใส่จนเลือดตกยางออกก็ยังอดที่จะรู้สึกเห็นใจไม่ได้เลย แล้วอย่างอูยองที่ไม่เคยลืมหมอนั่นเลยนี่ล่ะ น้องคงจะใจอ่อนจริง ๆ อย่างที่แจบอมนึกห่วงอยู่
เฮ้ออ เรื่องนี้มันตัดสินใจยากอย่างที่แจบอมว่าไว้จริง ๆ

 

“เพล้ง!!” เสียงที่ดังมาจากชั้นสองทำให้มินจุนรีบวิ่งขึ้นไปดูทันที ก็เห็นเป็นภาพน้องชายของตัวเองกำลังเก็บเศษแจกันที่ตกพื้นแตกอยู่ นอกจากดอกไม้พลาสติกแล้ว ใกล้กันนั้นก็มีผ้าเช็ดหน้าผืนคุ้นตาที่อูยองมักเอามาถือปล่อย ๆ วางอยู่ไม่ไกล ผ้าขนหนูที่เขาไม่นึกสงสัยและแน่ใจดีด้วยว่าคงไม่ใช่ของใครหรอกนอกจากนิชคุณ
“ผมใจลอยไปหน่อยก็เลยชนเข้า” อูยองบอกเสียงอ่อย มือก็ยังคงง่วนเก็บเศษกระเบื้องที่แตกเต็มพื้นอยู่
แก้วที่มันแตกไปแล้วจะสามารถต่อเป็นเหมือนเดิมไม่ได้หรอก …แต่หากว่าอย่างน้อยมันก่อขึ้นได้ใกล้เคียงรูปเดิมขึ้นแต่เราไม่เคยคิดที่จะลองทำมันเลยคงจะน่าเสียดายน่าดู

“อูยอง ไม่ต้องเก็บแล้ว พี่เก็บเอง น้องไปเอาโทรศัพท์พี่ขึ้นมาให้หน่อย” มินจุนเอ่ยบอกอูยองดูลังเลแต่ก็ทำตามอย่างว่าง่าย มินจุนนั่งลงแล้วค่อย ๆ เก็บเศษแจกันที่ละชิ้น ทีละชิ้น

เขายังคงเปิดหน้าอีเมล์นั้นค้างไว้แล้วเขาก็เชื่อว่าอูยองจะอ่านมันเมื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา  การที่อูยองลงไปเอาโทรศัพท์พักใหญ่จนเขาเองเก็บเศษแจกันเสร็จนั่นก็น่าจะยืนยันได้มากพอแล้วว่าเขาคิดถูก มินจุนทิ้งเศษแจกันลงถังขยะ เดินลงมาชั้นล่างในมือก็มีผ้าเช็ดหน้าผืนโปรดอูยองติดมาด้วย

“พี่มินจุนครับ” อูยองเงยหน้าจากโทรศัพท์ ดวงตาคู่นั้นเป็นประกายระริก ปากบางเม้มแน่นหลังจากเอ่ยเรียก

“ผมจะไปหาเขา” อูยองบอกออกมาไม่ดังนักหากแต่ชัดเจน  มินจุนคิดไว้อยู่แล้วว่ามันจะเป็นเช่นนี้และตัวเขาเองก็ยังคงวางท่าทีนิ่งเงียบ

“ผมจะไปหาเขาพี่อนุญาตผมนะครับ” อูยองวางโทรศัพท์เขาลงมือเล็กคู่นั้นจับที่มือของมินจุนเอาไว้ ดวงตาเรียวกำลังร้องขอ มินจุนไม่กล่าวหรือแสดงท่าทางอะไรออกมาแค่เดินเลี่ยงหายไปจากตรงนั้นเท่านั้น  อูยองทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ รู้สึกหม่นหมองในใจเสียงจนแทบหายใจไม่ออก
ตอนนี้นึกถึงภาพแผลเป็นที่ซ่อนอยู่ใต้ผมของนิชคุณวันที่เจ้าตัวมาเป็นเบาะรองรับเขาที่ตกจากระเบียงเอาไว้ได้ชัดเจน แผลนั้นคือสิ่งที่แลกกับการมาหาเขาที่นี่อย่างนั้นหรือ
อูยองเงยหน้าขึ้นอย่างประหลาดใจกับของตรงหน้า ไม่ลืมจะหันไปมองต่อที่พี่ชายใจดีที่กำลังถือของนั้นอยู่
“เอาร่มไปด้วย หิมะกำลังจะตก” มินจุนลูบผมแล้ววางร่มลงในมืออูยองอย่างใจดี อูยองเงยหน้ามองมินจุน รอยยิ้มใจดียังคงเหมือนเดิม อูยองลุกแล้วสวมกอดมินจุนแน่น มือใหญ่ของพี่ชายใจดีลูบแผ่นหลังของอูยองให้คลายกังวล

“ขอบคุณนะครับ” อูยองเอ่ยบอกผละออกจากอ้อมกอด ฉีกยิ้มกว้างส่งให้มินจุนแล้ววิ่งออกไปจากบ้านไม่ลืมเก็บผ้าเช็ดหน้าไปด้วย

“ฉันหวังว่าการตัดสินใจของฉันถูกนะเจย์” ถอนหายใจแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อคิดว่าจะส่งข้อความไปบอกเจย์ว่าอย่างไรดี

……………………..
อูยองสาวเท้าเดินอย่างเร่งรีบย่ำลงบนพื้นถนนที่เต็มไปด้วยชั้นหิมะขาว ในมือกระชับร่มที่มินจุนมอบให้เอาไว้มั่น อูยองรู้สึกว่าตัวเองแสนจะงี่เง่าเขาไม่รู้เลยว่านิชคุณมีหอพักอยู่ที่ไหน หรือว่าเบอร์โทรปัจจุบันคืออะไร แล้วซีแอตเทิลเองก็ไม่ได้เล็กนัก หรือว่าเขาควรเริ่มจากหอพักแถวมหาลัยก่อน
ฉับพลันนั้นเองความคิดที่แสนยุ่งวุ่นวายก็จบลงเสียดื้ออย่างน่าประหลาดเมื่อเขามองเห็นผู้ชายร่างสูงคนนึงอยู่ในชุดกันหนาวสวมฮู้ดหนาสีน้ำเงินเข้ม กำลังยืนอยู่ที่ใต้ร่มไม้ จุดเดียวกับที่วันนั้น นิชคุณเป็นเบาะรับร่างของเขาที่กำลังตกลงมาจากระเบียงห้องนอนตัวเอง  ผู้ชายคนนั้นไม่ได้สนใจหันมามองเขาที่กำลังสาวเท้าก้าวเดินเข้ามาใกล้เลยเพราะใบหน้าคมคายกำลังจ้องมองที่ระเบียงห้องเขาอยู่อย่างสงบนิ่ง

“ไม่หนาวเหรอ” เอ่ยถามพร้อมร่มในมือที่เผื่อแผ่ให้กับร่างสูงข้างกาย นิชคุณเงยหน้ามองร่มอย่างงุนงงชั่วครู่แล้วหันมามองคนที่ถือร่มอยู่

“อูยอง” ตามด้วยรอยยิ้มกว้างที่แสนดีใจ นิชคุณคว้าอูยองเข้ามากอดออกแรงมากเสียจนอูยองเผลอทำร่มหลุดมือไปกองอยู่บนพื้น

“นึกว่าจะไม่ได้เจออูยองใกล้ ๆ แบบนี้แล้วเสียอีก” บอกอย่างดีใจยังคงไม่ยอมคลายออ้อมกอดออก
“ผมก็ไม่นึกเหมือนกัน” อูยองตอบด้วยน้ำเสียงสบายใจ มันไม่ได้ขุ่นเช่นที่ผ่านมาอีกแล้ว
“แล้วทำไมอูยองถึงมาอยู่ตรงนี้ได้ มินจุนรู้เรื่องนี้หรือเปล่า” นิชคุณถามอย่างเป็นกังวลเพราะก็กลัวไม่น้อยหากว่าการที่มาหาตัวเองจะทำให้พี่น้องคู่นี้ทะเลาะกัน เขาไม่อยากให้จุนซุต้องอยู่ในสถานะที่เกลียดเขาแทบตายเหมือนอย่างที่แจบอมเป็น สิ่งที่เขาทำมันเลวร้ายมากพออยู่แล้ว เขาไม่อยากทำให้ใครต้องมาเกิดความรู้สึกเลวร้ายและกลายเป็นคนไม่ดีจากสิ่งที่เลว ๆ ที่เขาทำ

“อืม พี่เขารู้” อูยองพยักหน้า นิชคุณดันอูยองออกมาจ้องตาเรียวคู่นั้น ไม่ได้เพื่อพิสูจน์อะไรเพราะรู้ดีว่าอูยองไม่มีทางโกหกแน่ เพราะอูยองเองคงเป็นคนที่ไม่อยากมาเจอเขามากกว่า

“แล้ว..”
“เขายอมให้ผมมาหาพี่ ด้วยเหตุผลเดียวกับที่ทำให้อยากออกมาตามหาพี่” อูยองพูดแบบนั้น มือบางยกขึ้นสูงเพื่อปัดปอยผมออกจากหน้าผากของร่างสูง นิชคุณคว้ามือเล็กไว้ราวกับไม่อยากให้อูยองเห็น อูยองพยักหน้าพลางจ้องด้วยตาเรียวเพื่อขออนุญาต นานพอสมควรนิชคุณก็คลายมืออกแล้วปล่อยให้อูยองได้ทำตามต้องการแม้จะยังรู้สึกกังวลใจก็ตาม เพราะเหตุผลที่ตนไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้ก็เพราะไม่อยากใช้มาเป็นข้ออ้างให้อูยองใจอ่อน

อูยองปัดปอยผมขึ้น ตาเรียวมองดูแผลเป็นจากการเย็บ ลูบดูก็รู้ว่าเป็นแผลที่กินเนื้อที่ไม่น้อยเลย อูยองรู้สึกสะท้านขึ้นมาในใจแผลนี้คงจะเจ็บมาก
“ผมขอโทษแทนพี่เจย์ด้วยนะครับ” เอ่ยบอกด้วยเสียงไม่ดังนัก นิชคุณระบายยิ้มมือหนากุมมือของอูยองเอาไว้

“พี่สมควรโดนแล้ว อูยองไม่ต้องขอโทษหรอก” อูยองมองหน้านิชคุณที่กำลังยิ้มเจ้าเล่ห์เพื่อให้เขาอารมณ์ดีขึ้นอยู่ ปากบางระบายยิ้มออกมา

“เรื่องนั้นผมไม่ปฏิเสธหรอกนะว่าพี่ไม่ควรโดน” ถ้อยคำใจร้ายแต่น่าฟัง เพราะเจือกระแสหยอกเย้าเอาไว้ในน้ำเสียง
“ยอมรับทุกคำตัดสินครับ” นิชคุณยิ้มรับ บรรยากาศระหว่างทั้งคู่ไม่ได้มีแผ่นบาง ๆ ที่น่าอึดอัดมากั้นอีกแล้ว มันรู้สึกใกล้ชิดเช่นเมื่อก่อน ก่อนเหตุการณ์ร้าย ๆ จะเกิดขึ้น หรือบางทีอาจมากกว่าเมื่อก่อนด้วยซ้ำเพราะความรู้สึกแสนดีที่เข้าใจกันมันเพิ่มพูนมากขึ้น

“หาที่นั่งกันเถอะ อูยอง” นิชคุณเป็นฝ่ายบอกพร้อมหยิบร่มขึ้นมาบังเกล็ดหิมะที่โปรยปรายลงมาจากฟ้าให้อูยอง
“พี่มีอะไรอยากจะบอกกับผมไหม” อูยองเอ่ยถามหลังจากนั่งจ้องหน้ากันมาพักนึง มือหนาลูบไล้เส้นผมของอูยองที่ถูกตัดเสียจนสั้น
“ขอโทษนะอูยอง ขอโทษอีกครั้ง พี่รักอูยองนะ” เสียงทุ้มเอ่ยบอกอูยองรับฟังมันอย่างตั้งใจ รับฟังอย่างไร้ซึ่งการตั้งข้อกังขาใด ๆ
“อืม” เพราะความรู้สึกที่เอ่อล้นไปจนแน่นหัวใจอูยองจึงรู้สึกเหมือนไร้สึกแรงที่จะพูดอะไรออกมา ทำได้แค่พยักหน้ารับเท่านั้น ว่ารับรู้แล้ว ว่ายอมแล้วทั้งหัวใจ
อูยองจับมือหนาที่ลูบแก้มเนียนอยู่ จับแล้วแนบแก้มลงไปบนฝ่ามือนั้นอย่างไม่ฝืนใด ๆ อีก

“รู้ไหมพี่คุณคืนนั้นน่ะ พี่ไม่ได้แย่งหัวใจไปจากผมหรอกนะ เพราะมันเป็นของพี่ตั้งแต่แรกอยู่แล้วเหมือนตอนนี้ ตั้งแต่แรกผมไม่ชอบที่เป็นคนดีเวอร์อยู่แล้ว ผมชอบพี่แบบที่ผิดบ้างพลาดบ้าง ใจร้ายกับผมบ้าง แกล้งผมโดนผมแกล้ง อย่างนั้นมากกว่า แต่ไม่เอาใจร้ายเท่าตอนนั้นแล้วผมว่ามันร้ายไป เป็นอย่างที่พี่เป็นนะ ผมรักพี่ที่เป็นแบบนั้น” เป็นคำพูดที่ทำให้คนฟังยิ้มกว้างออกมาได้โดยไม่รู้สึกกังวลมากเช่นในตอนแรก มือหนาขยี้ผมอูยองแรกอย่างหมั่นเขี้ยวและเอ็นดู
หากถามจางอูยองว่า เขานั้นเขายังเกลียด กลัวนิชคุณไหมก็คงต้องยอมรับว่ายังรู้สึกแบบนั้น แม้ตอนนี้มันจะลดหลั่นลงเหลืออยู่ที่ความกลัวที่ยังไม่อาจไล่ให้หายไปหมดก็ตาม และหากถามว่ารักไหม ตอนนี้ก็ต้องต้องตอบว่ารัก  ซึ่งตอนนี้ความรักมันมีมากกว่า เขาจึงอยู่ตรงนี้ให้อภัยกับสิ่งที่นิชคุณทำมา เขาให้โอกาสนิชคุณอีกครั้งหากแต่เขาจะไม่ลืมในสิ่งที่เคยเกิดขึ้นมา เขาจะเก็บมันเอาไว้แล้วใช้มันในการเป็นบทเรียน
“ไม่ใจร้ายอย่างนั้นแล้ว พี่จะเป็นคนที่มีสติ จะไม่ทำอะไรขาดสติแล้ว เชื่อพี่นะ”
“ถ้าไม่เชื่อคงไม่ให้โอกาสผู้ชายตัวร้ายแบบพี่หรอก” อูยองหัวเราะจนตาหยีแก้มพอง นิชคุณบีบแก้มเนียนอย่างที่ชอบทำตามใจตัวเอง
” ถ้าพี่เป็นตัวร้ายแล้วอูยองเป็นอะไร นางเอก ?”
“ต้องพระเอกแน่นอนอยู่แล้วสิ แล้วถ้าตัวร้ายใจร้ายกับพระเอกอีกนะจะให้พี่ชายพระเอกมารุมทึ้งเลย” ฉีกยิ้มพร้อมยักคิ้ว นิชคุณหัวเราะกับรอยยิ้มของอูยอง
“ตัวร้ายจะอยู่ข้าง ๆ พระเอก จะดูแลพระเอกเอง” ชูนิ้วก้อยให้จาง อูยองผู้ที่ภูมิใจกับความเป็นพระเอกที่เหมาเอาเอง คล้องนิ้วก้อยล็อคกับตัวร้ายตรงหน้า
“พระเอกจะยอมให้ดูแลก็ได้ เฉพาะตัวร้ายคนนี้คนเดียวนะ ” อูยองพูด ปากบางขยับขมุบขมิบ แก้มป่องก็ขึ้นลงตามจังหวะพูด ดูน่ารักจนอดไม่ได้ที่มือหนาของตัวร้ายจะบีบแก้มพระเอกอีกที
“ผมรักพี่นะ ตัวร้ายของผม” คำพูดนั้นมันน่ารักจนนิชคุณดึงอูยองมาไว้ในอ้อมกอด อ้อมกอดที่อูยองเองก็เต็มใจจะรับมันเช่นกัน

“ขออยู่แบบนี้ต่ออีกสักพักนะ พี่คุณ” คำขอร้องที่นิชคุณตอบกลับด้วยการกระชับกอดให้แน่นขึ้นกว่าเดิม เพราะเป็นคำร้องขอที่เขาเองก็อยากจะทำมัน  …การดูแลความรักระหว่างเขากับอูยองไปด้วยกัน
……………………..
“ยิ้มหวานเชียวมีอะไรดี ๆ เหรอ” คำเอ่ยถามพร้อมคนตัวโตที่จับพนักเก้าอี้อยู่ก้มลงมาหอมแก้มเจ้าของรอยยิ้มหวานเสียฟอดใหญ่
“อีเมล์จากพี่คุณน่ะ ชานซอง” คำตอบของจุนโฮทำให้ชานซองเลิกคิ้ว เขารู้ว่าตอนนี้ทั้งนิชคุณและคนรักของเขามีความสัมพันธ์กันในฐานนะพี่น้องที่ดีและยังคงมีการติดต่อกันบ้างผ่านอินเตอร์เน็ต แต่เด็กหวงของอย่างชานซองมีหรือจะฟังแล้วไม่วาดแขนมากอดคนตัวเล็กบนเก้าอี้จนแน่นด้วยความหวง
“ทำไม พี่เขาว่าอะไรเหรอ” ชานซองถามเสียงเหวี่ยงนิด ๆ พยายามชะเง้ออ่านดูหน้าจอ จุนโฮวาดยิ้มอย่างนึกขั้นแต่ก็เล่าเรื่องให้ฟังโดยดี
“พี่คุณกับอูยองเข้าใจกันแล้วน่ะ ดีจังเลยนะ ตอนแรกฉันรู้สึกผิดมากเลยที่ตัวเองเป็นต้นเหตุของเรื่องวุ่นวายพวกนี้ ทั้งที่จริงแล้วถ้าฉันบอกพี่คุณไปตั้งแรกว่าฉันว่าพี่คุณชอบอูยองมากกว่า หรือฉันคบกับพี่เขาเพราะฉันเหงา เรื่องทุกอย่างคงดีกว่านี้แล้วแท้ ๆ แต่ฉันก็ไม่ได้ทำ ยังดีนะที่สองคนนี้คืนดีกันได้ก็เมื่อก่อนน่ะพี่คุณเป็นห่วงอูยองจะตายไป ห่วงกว่าฉันอีก” จุนโฮเล่าให้ฟังแม้จะยิ้มอยู่แต่ตาเรียวเล็กนั้นก็ส่อประกายความเศร้าออกมาชัดเจน ชานซองเพิ่มแรงกอดมากขึ้นให้อุ่นใจ

“ก็นายไม่รู้สักหน่อยนี่ จุนโฮว่าจะมีเรื่องพวกนี้เกิดขึ้น ไม่มีใครโกรธนายหรอก”ชานซองวางคางบนลาดไหล่ของจุนโฮ ตาโตจ้องมองใบหน้าหวาน
“อืม ขอบคุณนะชานซอง” จุนโฮลูบท่อนแขนใหญ่ที่โอบกอดตัวเองอยู่

“แต่ถึงยังไงก็ตาม ฉันดีใจนะที่ตอนนี้ได้อยู่ตรงกับนาย ชานซอง ได้ใช้เวลากับชานซอง ถึงจะใจร้ายกับเรื่องที่เกิดกับอูยอง แต่ฉันดีใจน่ะที่ได้อยู่ตรงนี้กับชานซองเหมือนเดิม ที่กลับมาหาชานซอง” จุนโฮพูดออกมาอย่างที่ใจคิดแม้เขาจะรู้สึกผิดกับอูยองและนิชคุณ แต่ยอมรับว่าใจของเขานั้นเองก็ยินดีที่ได้อยู่กับคนข้างกายในตอนนี้
“ชานก็ดีใจเหมือนกัน นูนอ” จุนโฮฉีกยิ้มกว้างเมื่อชานซองเอ่ยเรียกด้วยชื่อพิเศษระหว่างกัน และเพราะพอใจผสมกับเขินอายจึงไม่คิดที่จะบอกให้ชานซองคลายออ้อมกอด ชอบที่จะนั่งอยู่แบบนี้ ชอบที่จะมีชานซองคอยกอดกันอยู่ข้าง ๆ
“อยากกินไอติมจัง ชานซอง” หลังจากเวลาผ่านไปนานมาก ๆ เสียจนกอดจากด้านหลังตรงเก้าอี้หน้าคอมเปลี่ยนเป็นการนอนกอดกันแสนอบอุ่น บนโซฟา ที่ผสมผสานกับความหอมหวานจากรสจูบที่มอบให้แก่กันและกันครั้งแล้วครั้งเล่า จุนโฮก็เอ่ยบอกเมื่อนึกถึงของหวานเย็นสดชื่นที่เจ้าตัวโปรดปราน
“เมื่อวานก็พึ่งหินไปไม่ใช่เหรอ กินบ่อย ๆ ระวังจะป่วยเอานะ” มือหนาลูบผมของลูกแมวขี้อ้อนที่นอนอยู่บนอก จุนโฮกระพริบตาตี่ปริบ ๆ บางอิ่มฉีกยิ้มหวานที่เต็มไปด้วยความออดอ้อน
“ไปเถอะนะ ตอนนี้ฤดูร้อนไม่ป่วยหรอก” เหตุผลที่แสนสมเหตุสมผลสำหรับจุนโฮ ชานซองที่แม้จะใจอ่อนอยู่แล้วแกล้งขมวดคิ้วเหมือนกำลังใช้ความคิด
“จะไปดีไหมน๊าาาาา” แสร้งทำท่าคิดเสียขนาดนั้น แต่ก็หลอกล่อลูกแมวตัวน้อยให้ติดกับได้โดยง่าย
“ดีสิ ไปกันนะชานซอง” จุนโฮขยับตัวเข้ามาจนใบหน้าอยู่แทบชิดกัน กระพริบตาตี่ปริบ ๆ และเมื่อเห็นชานซองยังทำหน้าตาลังเลก็กดปากลงบนปากของชานซองเป็นการจุ๊บเร็ว ๆ ที่ไม่ทิ้งระยะเวลามากนัก แต่ก็ทำให้ชานซองเปลี่ยนเป็นยิ้มกว้างที่แจ้งเจตจำนงว่า ยอมแล้วจ้า ยอมหมดทุกอย่างเลย

“ถ้านายอ้อนฉันแบบนี้ทุกรอบที่อยากกินขอหวานนะ นูนอ ฉันต้องอ้วนเป็นหมูเร็ว ๆ นี้แน่นอน” บีบจมูกคนช่างอ้อนช่างต่อรองอย่างหมั่นเขี้ยว ขณะดันตัวลุกขึ้นนั่ง โดยที่จุนโฮโดดลงไปนั่งอยู่ข้าง ๆ เรียบร้อยแล้ว
“จะให้เป็นหมูน้อยหรือหมีน้อยฉันก็รักชานซองของฉันอยู่ดีแหละน่า ไม่ต้องห่วงหรอกนะ” จุนโฮดึงแก้มชานซองพร้อมรอยยิ้มหมั่นเขี้ยว ชานซองฉีกยิ้มกว้างพยายามจะตีหน้าขรึมขึ้นมายังไงก็ไม่ได้สักนิด
“แต่ถ้านูนออวบขึ้นกว่านี้อีกฉันว่าน่าจะฟัดสนุกขึ้นนะ แมวน้อยของชาน” จมูกโด่งหอมแก้มของแมวน้อยเมื่อนั่งตัวตรงได้สมบูรณ์

“หมีน้อยจอมลามกของฉันไปเปลี่ยนชุดได้แล้ว อยากกินไอติมแล้ว”  จุนโฮตีท้องของชานซอง หากมันเป็นไม่ใช่กล้ามอย่างที่จุนโฮกำลังสัมผัสอยู่ตอนนี้บางทีคำว่าหมีน้อยอาจจะถูกต้องเลยล่ะ หากแต่ตอนนี้ชานซองเป็นหมีล่ำไม่ใช่หมีน้อยเสียนี่สิ

“จ้า จ้านูนอออ” ลากเสียงยาว ๆ แกล้งให้จุนโฮแลบลิ้นใส่อย่างน่ารัก ชานซองที่เดินตรงไปห้องนอนเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าหัวเราะแทบจะทุกก้าวทีเดินไป เช่นเดียวกับจุนโฮที่นั่งหัวเราะคิกคักอยู่คนเดียวบนโซฟาขณะรอ
เป็นรอยยิ้มอันแล้วหอมหวานและพิเศษสุดเฉพาะยามที่อยู่ด้วยกันสองคนระหว่างชานซองและจุนโฮเท่านั้น เป็นความสุขที่หากไม่ใช่ชานซองก็คงไม่ทำให้จุนโฮมีความสุขเท่านี้ หากไม่ใช่จุนโฮก็คงไม่ทำให้ชานซองมีความสุขเท่านี้
ชานซองมั่นใจว่านูนอรักเขามากที่สุด
จุนโฮก็มั่นใจว่าหมีน้อยของเขารักเขาที่สุดเช่นกัน
เป็นความรู้สึกที่ชานซองและจุนโฮมั่นใจแล้วว่าต่อให้ในอนาคตระหว่างเขาทั้งคู่จะต้องมีใครหากไป หรือมีความเหงาอะไรเข้ามาแทรกกลางช่องว่างระหว่างเราอีกในอนาคตที่ไม่อาจจะรับรู้ได้ ความรู้สึกนี้ระหว่างทั้งคู่จะไม่เปลี่ยนแปลง
 

END

 

จบแล้วค่ะ ^^ ตอนพิเศษมีเฉพาะในรวมเล่มนะคะ จัดเต็มทั้งชานโอและคุณวูเลย

ชานโฮเป็ฯคู่ที่มาเพื่อหวานจริงๆ ยิ่งในตอนพิเศษยิ่งหวาน

ส่วนคุณด้งผ่านดราม่ามาได้แล้ว ก็ช่วยประคับประคองความรักกันอย่างน่ารัก

แทคเจย์มากรุบกริบน่ารักๆค่ะ

 

เรื่องนี้มีพร้อมส่งเหลือ 5 เล่มนะคะ ^^
หมดแล้วหมดเลยนะคะ ไม่รีปรินแล้ว
Advertisements