[CUT] ตอนที่ #3 #ฟิคทานตะวันแบค

“คุณชานยอล อ๊ะ อื้อ ชะ ชะ ชาน” เสียงใสหวีดร้องหนักข้อขึ้นเจือลมหายใจเมื่อถูกกระตุ้นด้วยมือใหญ่ที่กำลังถูไถไปกับส่วนปลายความต้องการแดงจัด ยิ่งทำให้ทั้งร่างสั่นสะท้านเมื่อนิ้วยาวสอดควานเสียดสีผนังอ่อนนุ่มและกระทบจุดไวต่ออารมณ์ซ้ำแล้วซ้ำอีก

 

“….” เสียงหวานใสขาดห้วงลงเมื่อริมฝีปากสวยได้รูปเม้มเข้าหากันแน่น หยดน้ำตาคลอรั้งอยู่ที่ขอบตาเรียวของแบคฮยอน เมื่ออารมณ์ทั้งร่างกำลังถูกเร่งเร้าให้ใกล้ปะทุ

 

ทั้งห้องเริ่มเหลือแค่เสียงลมหายใจหอบถี่ของสองร่างต่างขนาด จูบที่ไล่ต้อนอยู่ตามแนวซี่โครงบนตัวแบคฮยอนก็หยุดลงเช่นกัน

 

“ช่วยส่งเสียงต่อได้ไหม” เสียงทุ้มห้าวเจือกระแสหอบถี่ยามเอ่ยบอก และน่าประหลาดเสียงของชานยอลก็ยิ่งทำให้แบคฮยอนรู้สึกอ่อนระทวยยิ่งกว่าเก่า

 

“ชะ ชานยอล อึก คุณชานยอล ทำต่อได้ไหมครับ ..นะครับ” เสียงหวานใสดังขึ้นอีกครั้งด้วยความร้องขอดังแววตาที่จ้องมองมาหาคนตัวโต

 

“อื้ออ” คำร้องขอถูกทำตามอย่างฉับไวเสียจนคนขอต้องกลั้นหายใจ เมื่อมือใหญ่จับสอดตัวตนแข็งกร้าวของตนเข้ามาจนสุดอย่างรวดเร็ว

 

“อ๊ะ อาา ผม..” แบคฮยอนไม่ได้เก็บกักเสียงไว้ตามคำขอ แม้จะยิ่งฟังเสียงตัวเองแล้วทำให้รู้สึกอายมากแค่ไหนก็ตาม ทุกครั้งที่ผนังอ่อนนุ่มถูกเสียดสีจากท่อนเอ็นใหญ่มันทำให้หัวใจในอกยิ่งเด้งกระดอนเร็วขึ้น

 

ฝ่ามือใหญ่บีบขย้ำเนื้อก้นและต้นขานิ่มมือซ้ำถี่ จมูกโด่งถูไถเบียดเสียดซอกคอตักตวงกลิ่นหอมดังดอกไม้จากผิวเนื้อบุตรชายสกุลหยินไม่ห่าง

 

ลมหายใจร้อนกระทบใบหูยิ่งทำให้ในหัวของแบคฮยอนมันปั่นป่วนไปหมด มีแค่ความคิดเดิมสลับเวียนไปมา

 

“มัน ..มันจะ เร็ว เร็วอีก ไม่..พอแล้ว ..” เสียงหวานสะดุดเป็นคำไร้การไตร่ตรอง เขาทั้งอยากให้ความหฤหรรษ์โจนทะยานไปมากกว่านี้ แต่มันก็เสียววูบวาบมากเสียจนอยากให้หยุดก่อนที่จะพาลหัวใจวาย

 

“…” ในที่สุดความคิดทุกอย่างก็หายวับไป ชั่วขณะที่ร่างน้อยเกร็งไปทั้งร่างปลดปล่อยหยาดอารมณ์ออกมาจนเลอะเทอะ

 

ผนังอุ่นบีบคั้นท่อนเนื้อร้อนจนชานยอลครางเสียงทุ้มแหบด้วยความพอใจอย่างไม่รู้ตัว และเริ่มโหมขยับตัวต่อในวินาทีต่อมา ปลุกปั่นจนทั้งร่างแบคฮยอนสั่นไปตามจังหวะที่โหมกระหน่ำ สองมือใหญ่รวบกระชับยึดหัวเข่ามนทั้งของข้างขนาบเอว รูดดึงจนเหลือแค่ช่วงไหล่ผอมบางยังแนบพื้น

 

จังหวะยิ่งเร่งเร้าขึ้น รุนแรงขึ้นสอดประสานเสียงใสหวีดร้องระงมรับเสียงทุ้มหอบถี่

 

หนักหน่วงขึ้น มากยิ่งขึ้นเท่าความกระหายที่จะเข้าเส้นชัยที่ถูกปลุกขึ้นในตัวของชานยอล

 

“อึก อะ อะ” เสียงหวานใสขาดห้วงคล้ายสะอึกขึ้นมาอีกหนเมื่อรู้สึกได้ถึงความอุ่นร้อนเอ่อล้นเข้ามาร่าง ร่างสูงใหญ่ขยับตัวกระแทกเข้ามาเน้นหนักอีกสองสามครั้ง ร่างน้อยด้านใต้ยิ่งรีดเค้นหยาดขาวขุ่นเข้าไปมากขึ้นเมื่อทั้งร่างเกร็งสะท้านและไต่ถึงจุดสูงสุดอารมณ์ตามไปอีกหน

 

เสียงลมหายใจต่างสำเนียงสอดประสานในอากาศก่อนจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว เมื่อริมฝีปากสัมผัสชิดใกล้จากรสจูบที่บดเบียดกัน เหมือนกับไล่ล่าแต่ในขณะเดียวกันก็หยิบยื่นให้

 

“….” แก้วตาวาวใสจ้องมองประสานกับดวงตาคมโตที่จ้องมองมา แม้จะเป็นทานตะวันที่หลงใหลในการเฝ้ามองดวงตะวันมากแค่ไหน แต่ครั้งนี้แบคฮยอนกลับเป็นฝ่ายยอมหลบตาก่อน

 

“คุณชานยอลครับ”

 

“หืม” เสียงขานรับราวกับยิ่งทำให้แบคฮยอนกล้ามากขึ้น มือน้อยถูไถไปกับช่วงบ่าแข็งแรงที่คร่อมอยู่ด้านบน

 

“คือ ..ที่บ้านผม ที่สกุลหยิน นายแม่กับคุณแม่สอนอะไรผมมาเยอะมากเลยล่ะครับ ทั้งงานบ้าน การเลี้ยงลูก หรือแม้แต่เรื่องที่ควรจะเกิดขึ้นตอนนี้ ถึงนายแม่กับคุณแม่ไม่บอกตรง ๆ แต่ผมกับพี่น้องบางคนก็พอเดาได้ว่าทักษะที่ฝึกช่วงหลัง ๆ มีไว้เพื่อทำอะไร…” หยุดสูดลมหายใจเข้าไปลึก ๆ เมื่อรู้สึกว่าทั้งตัวมันยิ่งร้อน แถมท่อนเนื้อที่ฝั่งแน่นในร่างก็เต้นตุบ ๆ ราวกับกลัวว่าจะถูกเผลอลืมว่ามันยังแอบอิงอยู่ไม่ไปไหน

 

“อย่างนั้นเหรอ เอาไว้ทำอะไรล่ะ” เป็นคำถามที่นึกคิดคำตอบได้เองแล้ว ทว่าใคร่อยากจะเห็นการสาธิตตัวอย่างเสียมากกว่า

 

“มัน…” ต่อให้มองไม่เห็น แต่แบคฮยอนรู้สึกได้เลยว่าตอนนี้ตัวเองคงแดงเป็นผิวมะเขือเทศไปแล้ว

 

แต่ยังไง ความตั้งใจที่คิดมาตลอดว่าอยากทำให้ก็จะถูกความเขินหยุดไว้ไม่ได้

 

แบคฮยอนอุตส่าห์ทุ่มเทฝึกจนไขว่คว้าอันดับที่ดีที่สุดของทักษะนี้มาเลยนะ

 

“คุณชานยอล ช่วย ฮื่ออ…” ตาเรียวเล็กหลับปี๋ลง “ทำได้สิ ๆ ทานตะวันต้องสู้ แค่เขินเอง ต้องทน ๆ” ปากสีสดขยับพึมพำปลุกขวัญกำลังใจตัวเอง เพราะหลับตาอยู่ทำให้พลาดการได้เห็นคนตัวโตกำลังขำน้อย ๆ ออกมาจากท่าทางของตน

 

“มันยากขนาดนั้นเลยเหรอ”

 

“เปล่าครับ แค่…” ตาเรียวเปิดขึ้นมาอีกครั้ง เพียงแค่เห็นดวงตาโตคู่นั้นเจืออารมณ์ดี ๆ ปะปนด้วยความอบอุ่น ราวกับขับต้อนทุกความคิดระเหิดระเหยไป

 

เหลือเพียงแค่ตะกอนความคิดที่ว่าแบคฮยอนชอบ ชอบดวงตาคู่นี้ ชอบสายตาในยามนี้ที่กำลังมองมามากเหลือเกิน

 

รอยยิ้มหวานฉ่ำของทานตะวันวาดกว้างอีกครั้งจนตาหยี

 

ปลายนิ้วเล็กเกลี่ยไล้ไปตามใบหูและเส้นผมของคนตัวโตยามที่รวบรวมความคิดของตนในเข้าที่เข้าทางอีกครั้ง

 

อันดับดี ๆ ของทักษะแปลก ๆ แห่งสกุลหยินที่แบคฮยอนตื่นเต้นอยากจะนำเสนอ

 

“คุณชานยอลช่วยพลิกตัวผมไปไว้ด้านบนได้ไหมครับ”

 

 

 

“….”

 

แม้ว่าชานยอลจะรู้สึกว่าเสียงของแบคฮยอนนั้นเพราะดีเวลาที่ได้ฟัง

 

แต่ยามนี้ชานยอลกลับยอมให้ร่างน้อยนั้นไม่ต้องพร่ำเรียกชื่อตัวเองออกมาก็ได้ เพราะเสียงหวานที่เล็ดลอดปนออกมากับการสูดลมหายใจเข้าลึกลงปอดครั้งแล้วครั้งเล่านั้นก็ชวนลื่นหูดีไม่น้อย

 

มากกว่าสิ่งใดตอนนี้ชานยอลรู้สึกไม่อยากละสายตาไปจากภาพตรงหน้าตน

 

“อ๊ะ อาา อาา” ริมฝีปากของแบคฮยอนแดงจัดสั่นระริกยามที่ปลดปล่อยลมหายใจออกมา ดวงตาคู่เรียวฉ่ำหยาดเยิ้มด้วยแรงอารมณ์ สองมือน้อยจิกนิ้วไร้คมเล็บกับหน้าท้องแข็งแรงเป็นลอนกล้ามเนื้อสวยของชานยอล

 

จิกลงไปแรงเท่ากับที่ใช้ยึดเหนี่ยวทั้งร่างยามโยกขย่มตัวเองลงมาถี่ซ้ำในจังหวะเดิมแทบไม่ผ่อนความเร็วลง ผนังอุ่นยิ่งบีบคั้นเสียดสีสอดรับกับความเร็วที่เกิดขึ้น ก้นเด้งปะทะลงกับต้นขาทุกครั้งที่ขย่มลงมา

 

ทานตะวันที่ปกติแสนจะสดใสยามนี้ราวกับถูกชุบย้อมไว้ด้วยความเย้ายวนอยู่ในทุกอณู

 

ยิ่งทำให้ร่างสูงใหญ่ตื่นตัวและเคียงใกล้ความอิ่มเอมที่ถูกป้อนให้อยู่บนตัก

 

สองมือใหญ่ที่คล้องหลวมไว้กับเอวคอดลูบขยับไปตามเนื้อนุ่มนิ่มตามจังหวะที่ร่างน้อยกำลังโบยบิน ยิ่งปลุกเร้าชวนให้ความเสียววาบวามในร่างน้อยเร่งเร้าหนักขึ้น

 

หนึ่งในทักษะที่นายแม่กับคุณแม่ฝึกให้แบคฮยอนกับพี่น้องคือการขยับตัวนั่งลงบนเบาะติดสปริงให้ได้จำนวนครั้งที่มากที่สุดด้วยจังหวะและเรี่ยวแรงที่พอดิบดี

 

ตอนฝึกว่ายากแล้ว ตอนนี้แบคฮยอนคิดว่าการประยุกต์ใช้มันยากยิ่งกว่า

 

มันไม่ง่ายเลยที่จะขย่มลงไปด้วยแรงและความเร็วที่เคยทำได้ ตอนนี้รู้ตัวว่าตนทำช้าอยู่มาก

 

เพราะไม่ชิน ไม่ชินกับกล้ามเนื้อแน่นหนั่นที่ขย่มลงไปกระทบ ไม่ชินกับแท่งเนื้อร้อนที่ราวกับจะเสียบเสยเข้ามาลึกขึ้นทุกขณะที่ทิ้งตัวนั่งลงไป มันทำให้ร้อนไปทั้งช่องท้องและเสียววาบไปทั้งตัวเมื่อส่วนหัวใหญ่ ๆ นั่นกระแทกเข้ากับจุดอ่อนไหว และฝ่ามือใหญ่คู่นั้นที่ลูบไล้ไม่ห่างตัว

 

มันทำให้รู้สึกมาก มากเสียจนแทบรับมือไม่ไหว

 

แบคฮยอนรู้สึกว่าหูตัวเองอื้ออึงได้ยินแต่เสียงหัวใจของตัวเองกับเสียงทุ้มต่ำอย่างพึงพอใจจากชายผู้เป็นเจ้าของทานตะวัน ซึ่งยิ่งทำให้จะหยุดลงไปตอนนี้ไม่ได้ แม้จะเสียดเสียวไปทั้งตัวจนแทบหมดแรงแล้วก็ตาม

 

“อาา อาา อ๊ะ อึก” จังหวะที่รักษามาได้ดีโดยตลอดเริ่มเร็วสลับช้าอย่างเกินควบคุม จนในที่สุดร่างน้อยขาวนวลกระตุกเกร็งเมื่อไม่อาจต้านทานทุกส่วนอารมณ์ที่โพยพุ่งออกมาได้

 


ยังไม่จบนะคะ ไปอ่านต่อได้ที่สวนทานตะวันค่ะ ทางกลับสวนอยู่ด้านล่างน้าาาา

https://writer.dek-d.com/dek-d/writer/viewlongc.php?id=1429638&chapter=4

Advertisements