[CUT] #4 #ลิลลิี่ชิงชิง

เสียงลมหายใจขาดท่อนไม่เป็นจังหวะผวาดังในอากาศ แผ่นหลังบางเสียดสีไปกับพื้นห้องตามจังหวะการกระชากและลากถู

 

อี้ชิงพยายามจะก้าวขึ้นไปที่เตียงแต่กลับโดนคนตัวโตกว่ามากกำลากขาจนครูดไปกับพื้นห้อง คริสนั่งมองอี้ชิงให้พยายามหนี และทันทีที่ลุกขึ้นจะทำแบบนั้นก็ถูกกระชากแขนขากลับมาอยู่ใต้ร่างคริสเหมือนเดิม

 

อี้ชิงเลือกที่จะหยุดนิ่ง ไม่พยายามหนีหรือคลานหลบไปไหนเพราะเจ็บหยอกไปทั้งตัว ผิวขาวจัดในยามนี้ขึ้นรอยแดงเพราะความทารุณ

 

แก้วตาใสสั่นระริกเมื่อเห็นว่าทันทีที่ตนหยุดนิ่ง คนตัวใหญ่ราวกับยักษ์ก็ก้าวคร่อมขึ้นมาทับบนร่างเปลือยเปล่าของตน อี้ชิงเลือกที่จะหลับตาลง ลมหายใจสะดุดเป็นพักด้วยความกลัว

 

“ลืมตาเดี๋ยวนี้” เสียงข่มขู่คำรามดัง ร่างน้อยสั่นระริกสะดุ้งอย่างไม่รู้ตัวเมื่อฝ่ามือร้อนลูบลงไปบนผิวกาย

 

“ลืมตา อี้ชิง” เสียงเข้มสั่งอีกหนแต่อี้ชิงฝืนไม่ทำตาม เขากลัว อี้ชิงกล้ายอมรับกับตัวเองในยามนั้น

 

“อ อะ อึก” ริมฝีปากสีสดผวาคว้าอากาศเข้าปอด ตอนนี้อี้ชิงกำลังหายใจไม่ออก ลำคอเจ็บจนแทบแหลก แผ่นหลังครูดสีไปกับพื้นห้องจนเจ็บแสบ และกำลังจะตายแน่หากไม่ถูกปล่อยกำมือใหญ่ออกจากคอในตอนนี้

 

ในที่สุดอี้ชิงก็ลืมตาขึ้น เหมือนกับที่ฝ่ามือของคนตรงหน้าคลายออก มือน้อยเอื้อมจับคอของตนด้วยความหวาดกลัว สูดลมหายใจเข้าปอดลึกได้เพียงไม่กี่จังหวะ

 

“อะ” ก็ต้องขวัญผวาเมื่อถูกลากไปตามพื้นจนทั้งตัวเลื่อนไถลเข้าใต้ร่างใหญ่โตของคริส

 

คริสจิปากอย่างไม่พอใจนัก จ้องมองร่างน้อยที่เกร็งแน่นไปทั้งตัว มือหยาบใหญ่เริ่มลากถูไปทั่วเพื่อปลอบประโลม ริมฝีปากพรมจูบไปตามท้องน้อยไล่ขึ้นมาถึงยอดอกดูดดึงแต้มสีสวยทั้งสองข้าง มือข้างหนึ่งขย้ำก้นนิ่มให้ผ่อนคลาย อีกข้างกอบกับท่อนเอ็นไวต่อความรู้สึกของอี้ชิงรูดรั้งมัน

 

“อึก อื้อออ” อี้ชิงกัดปากตัวเองจนแน่นเมื่อถูกแตะต้องตรงจุดไวต่อสัมผัสทั่วตัว คริสยังคงดูดเค้นยอดอกทั้งสองข้าง มือที่ฟอนเฟ้นก้นนิ่ม แตะปลายนิ้วทักทายกลีบเนื้อสีอ่อนหลายทีจนร่างน้อยสะดุ้งเฮือก

 

ริมฝีปากหยักซุกซนไปทั่ว ไล่ขึ้นจากยอดออกมาถึงซอกคอ จบเม้มเข้าที่ใบหูจนอี้ชิงมวลแน่นไปทั้งท้อง

 

“ไม่ อย่า” อี้ชิงกรีดร้องเสียงแหบสั่น เมื่อสองขาโดนจับฉีกออกจากกันจนกว้างและถูกบดเบียดทับด้วยร่างใหญ่โต รู้สึกได้ถึงส่วนปลายร้อนแข็งแน่นที่ถูกตระเตรียมและกำลังวนอยู่ใกล้ช่องทางที่ไร้ซึ่งการขยับขยายของตนในตอนนี้

 

ถ้าถูกใส่เข้ามาทั้งที่ไร้สารหล่อลื่นใด ทั้งไม่ถูกขยับขยายช่องทางให้ด้วยนิ้วยาว อี้ชิงต้องแหลกสลายเหมือนร่างกายแยกเป็นส่วนแน่

 

“ไม่ได้นะ แบบนี้  อย่า อะ…”   เสียงร้องขอหยุดชะงักลงไปทันทีที่ร่างกายถูกดึงดันเข้ามา ความรู้สึกมันเจ็บราวกับร่างกายจะฉีกออก และแท้จริงมันเป็นแบบนั้น คริสกัดปากตัวเองด้วยความปวดหนึบเพราะถูกรัดไว้จนแน่นเพราะช่องทางที่ไม่ขยับขยายการดันท่อนเอ็นใหญ่เข้ามาจึงทำได้เพียงแค่ส่วนหัว คริสขยับแทบไม่ได้แม้จะมีเลือดสด ๆ ไหลออกมาช่วยก็ตาม

 

“ผ่อนคลายหน่อย” คริสกระซิบชิดใบหูบางพลางขบเม้มมันเพื่อให้ร่างน้อยที่ตนกำลังตักตวงผ่อนคลายมากขึ้น มือหยาบใหญ่จงใจเล่นกับจุดรวมอารมณ์ของอี้ชิงมากขึ้น รูดรั้งไปตามความยาวหวังว่าจะช่วยให้สอดใส่เข้าไปได้ลึกขึ้น เหมือนริมฝีปากหยักที่บดจูบกกหูและซอกคอ คริสรู้ดีว่าอี้ชิงอ่อนไหวแค่ไหนกับสองจุดนี้

 

“ดี ดี” คริสครางอย่างพอใจเมื่อรู้สึกได้ว่ากำลังถูกต้อนรับมากขึ้น อาจด้วยของเหลวใสจากส่วนหัวที่สำลักออกมาช่วยให้ลื่นมากขึ้นก็ด้วย สะโพกสอบดันตัวเข้าไปแรงขึ้น กระดกสะโพกเข้าใส่จนในที่สุดก็ได้แนบชิดเข้ามาจนหมดความยาว

 

“ดีมาก อี้ชิง” คริสเอ่ยชมพร้อมกดจูบที่หลังกกหูให้ร่างน้อย มือหยาบใหญ่ที่โอบประครองเอวไว้ปล่อยออก แผ่นอกที่เคยแนบชิดแผ่นหลังผอมบางผละห่าง ฝ่ามือกดเน้นที่สะโพกเพื่อให้ถนัดมากขึ้น อีกข้างยังมีใจจะช่วยชักนำความต้องการต่อให้ร่างน้อย

 

แผ่นอกขาวเสียดสีไปกับพื้นตามจังหวะที่ถูกกระแทกเข้าใส่ ได้แต่ซบหน้าผากไปกับท่อนแขนของตน

 

เจ็บจนน้ำตาตารินไหลหยดแล้วหยดเล่า แสบไปทุกจังหวะที่ถูกเสียดสีแต่ก็ทำได้แค่กัดปากแน่นจนปริแตก แต่คนใจร้ายก็ยังคงรู้ดีว่าในร่างกายจุดไหนที่กระแทกลงไปซ้ำแล้วจะทำให้ลิลลี่เสียววาบจนปีนเหยียบถึงจุดสูงสุดได้

 

แต่ไม่มีความสุขเลย

 

จู่ ๆ อี้ชิงก็คิดถึงวันนั้นที่โรงงานที่ 1 ท่ามกลางต้นไม้ จูบที่คริสบรรจงจูบอย่างอ่อนโยนนั้น …มันคงเป็นแค่ภาพลวงตา

 

“อา อื้อมม” เสียงทุ้มคำรามดังอยู่เหนือร่าง แรงกระแทกยังคงเข้ามาลึกขึ้นทุกครั้งที่คริสตอกสะโพกเข้าใส่ คริสกระดกข้อมือเร่งจังหวะมากขึ้นเหมือนกับที่ออกแรงจากสะโพกเขย่าร่างอี้ชิงจนสั่นคลอน

 

“ฮึก อ๊ะ” ไม่อาจกักกั้นเสียงจนต้องร้องผวาออกมาเมื่อถูกกระตุ้นจุดไวต่ออารมณ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนถึงจุดสูงสุด ของเหลวขุ่นหลั่งจากร่างน้อยสาดใส่ลงกับพื้นพรมเหมือนทั้งร่างที่งอพับลงอย่างหมดท่า แต่วงแขนแกร่งคว้ากอดเอวไว้จนแนบชิด ซอยสะโพกเข้ามาเร็วแรงขึ้นสวนผนังบอบบางที่ตอดรัดแน่น

 

“….” เสียงทุ้มครางฮึมข้างใบหู เหมือนของเหลวร้อนที่ถูกพ่นเข้าจนร้อนไปทั้งท้องน้อย มากมายจนเอ่อล้นออกมาตามเรียวขาที่ขึ้นรอยแดง

 

อี้ชิงหลับตาลง และบอกตัวเองว่าจงหลับใหลไปซะหนีจากความใจร้ายที่กำลังเผชิญ

 

“อ๊ะ จะทำอะไร” เสียงแหบหวานผวาร้องอย่างตื่นตระหนก คำขอร้องไม่เป็นผลเลยสักนิดเมื่อคุณชายสกุลอู๋ กระชากดึงอี้ชิงให้หมุนตัวกลับมาและแทบทันทีก็อุ้มขึ้นมาจากพื้นจนตัวลอย

 

คริสไม่ได้ตอบอะไรแต่เดินดุ่มออกไปนอกระเบียงห้องโดยไม่ลืมคว้าเข็มขัดของตัวเองติดมือมาด้วย

 

 

 

 

 

อี้ชิงกำลังร้องไห้ เขารู้ตัวดีแต่ก็ไม่สามารถห้ามมันได้ ยังคงร้องไห้แม้ร่างกายกำลังโยกคลอน ความเจ็บและความร้อนระอุแบ่งน้ำหนักกันได้อย่างดีเมื่อทั้งร่างกายกำลังปะทะลมหนาวและหยาดเหงื่อที่พร่างพรมลงบนร่างของตัวเอง

 

ร่างกายลอยอยู่เหนืออากาศ สองขาถูกกอดกระชับไว้แนบช่วงเอวแกร่งที่เจ้าของกำลังมัวเมากับการขบกัดเนื้อตัวของอี้ชิง เหมือนที่สะโพกกำลังซอยจังหวะเข้ามา สองแขนที่ถูกมัดตรึงไว้กับเหล็กระเบียงด้วยเข็มขัดหนังเส้นหนาบีบรัดข้อมือทั้งสองของอี้ชิงจนเจ็บไปหมด อี้ชิงรู้สึกเจ็บไปทั้งตัวจนไม่นึกว่าจะเจ็บได้กว่านี้อีกแล้ว

 

“อาาา ” แต่กลับยังเจ็บมากขึ้นได้อีกลึก ๆ ในอกจนแน่นขนัดไปถึงลมหายใจเมื่อแรงกระแทกที่สวนเข้ามาในร่างกายทั้งร้อนระอุ ใหญ่โตและจงใจใช้ทำร้ายกัน ดวงตากลมโตที่แดงช้ำเลือกจะเบือนหนีแทนการมองใบหน้าคมที่กำลังขมวดคิ้วแน่นจ้องมองมาอย่างสุขสมและเร่าร้อน

 

คริสดันตัวเข้ามามากขึ้นจับช้อนจนแผ่นหลังอี้ชิงแนบชิดกับรั้วระเบียงเย็นเชียบที่จะรองรับแรงกระทำไว้ทั้งหมด อี้ชิงตัวสั่นเพราะความเร่าร้อนที่โหมใส่ร่างกาย มือหยาบใหญ่ผละออกหนึ่งข้างและกำส่วนปลายสุดของอารมณ์กลางกายอี้ชิงไว้ ใช้หัวแม่มือหยาบบดขยี้มันจนร่างน้อยเชิดร้องครางแว่วเสียงหลง

 

และทันทีที่ร่างน้อยกระตุกเกร็งหลั่งของเหลวขุ่นออกมาอีกครั้ง ความเร็วที่เนิบนาบรอจังหวะก็กระชากออกจนสุดโคนตอกกลับเข้าไปใหม่ กระแทกกระทั้น รุนแรงจนถึงวินาทีสุดท้ายที่ปลดปล่อยใส่ร่างกายของอี้ชิงอีกหน

 

แกร๊ก เสียงเข็มขัดกระแทกเข้ากับราวเหล็กเมื่อร่างน้อยถูกปล่อยลงฟุบบนพื้นระเบียง ร่างสูงใหญ่ยืนมองร่างน้อยที่หมอบหมดแรง มือใหญ่กำรูดท่อนเนื้อของต้นที่ยังคั่งค้างของเหลวบางส่วนรีดเค้นจนหมดสิ้นลงบนผิวขาวที่แปดเปื้อนด้วยรอยแดงช้ำ

 

อี้ชิงหอบหายใจจนแผ่นอกกระเพื่อม ดวงตาโตก็ปรือลงไม่อาจสู้ฝืน แม้สองแขนจะถูกมัดยึดไว้กับราวเหล็กจนต้องยืดสุดสองแขนไว้แบบนั้นตอนนั่งอยู่บนพื้นระเบียงเย็นเฉียบ

 

 

แม้จะโรยราแค่ไหน แต่อี้ชิงก็ยังเห็นสองขายาวที่เดินจากไป ทิ้งตนไว้แบบนั้น พร้อมกับบานประตูระเบียงที่ปิดลง

 


ยังไม่จบค่ะ อย่าลืมไปอ่านต่อน้า

https://writer.dek-d.com/dek-d/writer/viewlongc.php?id=1429635&chapter=5